ตอน 1

เสิ่นเนี่ยนอันเปิดดูหน้าแรกเวยป๋อของซูถังถัง เปิดดูวิดีโอทุกรายการอย่างจริงจังมาก

【เขามักจะให้ฉันกินตรงกลางของแตงโมเสมอ 】

【ไม่ว่าจะกลับมาจากเลิกงานช้าแค่ไหน เขาก็จะเอาของขวัญกลับมาให้ฉันอย่างหนึ่งเสมอ 】

【เครื่องรางเรื่องความแคล้วคลาดที่เขาขอจากท่านอาจารย์มา ก็เพื่อขอให้ฉันปลอดภัย 】

……

หญิงสาวในวิดีโอดูน่ารักและอ่อนโยนอย่างมาก เธอสวมชุดกระโปรงสีขาวตัวหนึ่ง หน้าตาของเธอไม่ได้สะสวยอะไร แต่กลับดูบริสุทธิ์อย่างไร้ที่ติ รอยยิ้มของเธอก็ดูน่ารักน่าเอ็นดู

เสิ่นเนี่ยนอันเป็นเหมือนพวกถ้ำมองคนหนึ่ง เธอพยายามค้นหาใบหน้าของผู้ชายที่เป็นตัวเอกในวิดีโออย่างเมามัน

แต่บทพูดของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความสุขและความหวานชื่นในวิดีโอ รวมถึงชีวิตประจำวันที่เรียบง่ายสุด ๆ ของแฟนหนุ่มของเธอ แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เสิ่นเนี่ยนอันสิ้นหวังได้โดยปริยายแล้ว

ปรากฎว่าพวกเขาจะอยู่ด้วยกันในวันที่สิบห้าของทุกเดือน วันคริสต์มาสอีฟ วันวาเลนไทน์ หรือแม้แต่วันเกิดของเสิ่นเนี่ยนอันก็ตาม

แต่ฮั่วอวิ๋นโจวผู้เป็นสามีของเธอ กลับไม่เคยอยู่เคียงข้างเธอเลยในวันสำคัญต่าง ๆ ตลอดสามปีที่ผ่านมา

ชื่อเจ้าของเวยป๋อคือ:นับถอยหลังสู่ความตาย

แล้วก็เป็นคนเดียวที่เสิ่นเนี่ยนอันติดตามด้วย

เธอยังไม่ทันจะได้คิดเลยว่าทำไมถึงต้องเป็นชื่อนี้ จู่ ๆ ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออกเสียก่อน

จากการมองแสงและเงา เธอเห็นไหล่กว้าง ๆ และเอวคอด ๆ ของผู้ชายคนหนึ่งสะท้อนมา เขาเดินออกมาโดยพันผ้าเช็ดตัวเอาไว้ ผมสีดำเข้มของเขายังคงมีน้ำหยดอยู่

แม้ว่าแสงไฟจะสลัว แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความหล่อเหลาของเขาลงไปเลย

เสิ่นเนี่ยนอันปิดโทรศัพท์ของเธอโดยสัญชาตญาณ เธอมองเหม่อไปที่ผู้ชายคนนั้น เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ครั้งสุดท้ายที่เธอเจอฮั่วอวิ๋นโจว มันคือเมื่อไหร่

คืนนี้ เขาไม่ได้กลับมาโดยสมัครใจ

ถ้าไม่ใช่เพราะว่าช่วงนี้คุณย่าป่วยหนักและร้อนใจอยากจะอุ้มหลานจนสั่งให้เขากลับบ้าน ฮั่วอวิ๋นโจวก็อาจจะไม่มาเหยียบที่นี่แม้แต่ก้าวเดียวเลยด้วยซ้ำ

หลังจากแต่งงานมาสามปี ฮั่วอวิ๋นโจวเคยกลับบ้านแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจะไปอาศัยอยู่ที่วิลล่าไห่วานอี

ตั้งแต่เริ่มต้นการแต่งงานครั้งนี้ ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาไม่รักเธอ

เธอทำหน้าที่เป็นคุณนายฮั่วแต่ในนามอย่างสิ้นหวัง

“ผมจะให้โอกาสคุณแค่ครั้งเดียว คุณจะท้องรึเปล่า คงต้องดูแล้วล่ะว่าคุณมีโชคชะตานั้นไหม!” ฮั่วอวิ๋นโจวพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ

เขาหมายความว่ายังไงกัน?

ก่อนที่เธอจะทันโต้ตอบ ฮั่วอวิ๋นโจวก็คว้าข้อเท้าของเธอไปและลากเธอไปข้างหน้าเขา จากนั้นเงามืดก็ค่อย ๆ ปกคลุมร่างกายเล็ก ๆ ของเสิ่นเนี่ยนอันอย่างช้า ๆ

ชายคนนั้นดึงผ้าเช็ดตัวออก แล้วก็ใช้หัวเข่าที่แข็งแรงของเขากางขาของทั้งสองข้างของเธอออก

เสียง “แกร๊ก” ดังขึ้น

เขาฉีกกระโปรงออกอย่างง่ายดาย หน้าอกที่ดูเอิบอิ่มของเธอเผยออกมา มันช่างเป็นวิธีที่น่าอัปยศอดสูซะเหลือเกิน

การกระทำที่หยาบคายแบบนี้ ทำให้สีหน้าของเสิ่นเนี่ยนอันซีดเผือดลง เธอพยายามดิ้นไปมาด้วยความกลัว

“ฮั่วอวิ๋นโจว! หยุดเถอะ ฉันไม่อยาก......”

เสิ่นเนี่ยนอันพยายามดิ้นรนอย่างแรง เธอไม่ต้องการทำกับผู้ชายที่เธอรักในสถานการณ์เช่นนี้ มันทำให้เธอรู้สึกอับอายและหวาดกลัวไปหมด

ฮั่วอวิ๋นโจวหัวเราะเยาะเย้ยออกมาอย่างเย็นชาก่อนจะพูดว่า “ในเมื่อตอนนั้นกล้าวางยาผม ก็แสดงว่าคาดหวังถึงวันนี้เอาไว้แล้ว เจ็บก็ต้องทนเอาไว้!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ขนตาของเสิ่นเนี่ยนอันก็สั่นไปมา หัวใจของเธอเจ็บจี๊ดราวกับถูกมีดทิ่มแทง เธอเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าที่เคร่งขรึมของเขาและพูดว่า “ตอนนั้นฉันดื่มมากเกินไป ไม่ใช่ว่า..... โอ๊ย!”

โน้ตตัวสุดท้ายเปลี่ยนเสียงไปทันที เธอกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น

จากนั้น ข้อมืออันเรียวยาวของเธอก็ถูกดึงขึ้นเหนือศีรษะ ตัวของผู้ชายกดทับลงมา เขาเริ่มขยับร่างกายไปมาด้วยสีหน้าที่ไร้ซึ่งความรู้สึก

แล้วก็เข้ามาครอบครองส่วนที่ลึกที่สุดของเธอ

การกระทำของเขาป่าเถื่อนอย่างมาก เสิ่นเนี่ยนอันเจ็บจนขมวดคิ้วแน่น

ความเจ็บปวดจากการฉีกขาดของส่วนล่างของเธอ มันเปลี่ยนจากความเจ็บปวดอย่างรุนแรงในช่วงแรกไปสู่อาการชา แล้วสุดท้ายเธอก็ตัวอ่อนลงอย่างไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

เสิ่นเนี่ยนอันยอมแพ้และหยุดดิ้นแล้ว เวลานี้ เธอรู้สึกว่ายอมตายไปซะยังจะดีกว่า

หลังจากที่ทำเรื่องบนเตียงกันเสร็จ เขาก็ลุกขึ้นไปจากตัวของเธอ แล้วก็หยิบผ้าเช็ดตัวบนพื้นขึ้นมาพันรอบตัวใหม่อีกครั้งก่อนจะพูดว่า “ครั้งนี้เรียนรู้ที่จะฉลาดขึ้นแล้วหนิ ทำเป็นใช้กลอุบายแสร้งปล่อยเพื่อจับ อันที่จริงน่าสนใจยิ่งกว่าการเสแสร้งทำตัวไร้เดียงสาซะอีก”

เสียงที่แหบแห้งของเขาหลังจากที่เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้น เต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาท

ตอน 2

หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาก็ออกไปแบบไร้เยื่อใยมาก

ก่อนและหลังเกิดเรื่องอย่างว่าเขาจะต้องอาบน้ำตลอด ราวกับว่าเธอเป็นคนสกปรกอะไรทำนองนั้น

เสิ่นเนี่ยนอันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ เธอเป็นแค่ของเล่นให้เขาไว้ระบายความปรารถนาอย่างนั้นเหรอ?

หรือเป็นเครื่องมือสำหรับเขาในการมีลูกเพื่อรับมือกับผู้อาวุโสในตระกูล?

หน้าต่างเปิดอ้ากว้าง ลมหนาวพัดโชยเข้ามา

เสิ่นเนี่ยนอันรู้สึกหนาวจึงขดตัวขึ้นและดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเอาไว้

ไม่ใช่แค่ร่างกายเท่านั้น แต่หัวใจของเธอก็รู้สึกเหมือนมีรูอยู่ในนั้นและถูกลมแรง ๆ พัดผ่านไปด้วยเช่นกัน

ยิ่งนับวัน เธอก็ยังไม่รู้จักผู้ชายที่เธอรักมาแปดปีคนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อสามปีที่แล้ว ในงานเลี้ยงของตระกูลฮั่ว เธอดื่มเหล้าไปเยอะมาก ตอนที่เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอกับฮั่วอวิ๋นโจวก็นอนเปลือยกายอยู่ด้วยกันแล้ว

ก่อนที่เธอจะทันได้มีปฏิกิริยาอะไร พี่ชายของเธอและทุกคนในตระกูลฮั่วได้พากันเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นฉากนี้พร้อมกัน

ด้วยความที่เป็นการชิงสุกก่อนห่าม คุณย่าของฮั่วอวิ๋นโจวจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ทำให้การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้น

จนถึงทุกวันนี้ ฮั่วอวิ๋นโจวก็ยังคิดว่าเขาถูกเธอวางยาและวางกับดัก

เมื่อก่อนเสิ่นเนี่ยนอันไม่เคยเข้าใจเลยว่า ในเมื่อเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยังเด็กมาหลายปี ต่อให้เธอจะวางยาเขาจริง ๆ แล้วทำไมฮั่วอวิ๋นโจวต้องเกลียดเธอมากขนาดนี้ด้วย?

แต่ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว

เธอมันก็แค่นางร้ายที่เป็นตัวประกอบคนหนึ่ง เธอทำให้คู่รักคู่หนึ่งต้องแยกจากกัน

เธออดไม่ได้ที่จะคิดถึงฮั่วอวิ๋นโจวแฟนหนุ่มที่สมบูรณ์แบบและเอาใจใส่ในวิดีโอนั้น เกรงว่าชีวิตนี้เขาก็คงไม่มีวันที่จะปฏิบัติต่อเธอแบบนั้นได้!

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว เสิ่นเนี่ยนอันทำการยกผ้านวมขึ้นด้วยอาการชา ๆ แล้วก็ลุกขึ้น ลากร่างกายที่เจ็บระบมของเธอเข้าไปในห้องน้ำ

ตอนที่อยู่ใต้ฝักบัว สายน้ำในตอนแรกที่เย็นยะเยือก เสิ่นเนี่ยนอันยืนอยู่ตรงนั้นและปล่อยให้น้ำเย็น ๆ ชำระล้างตัวเธอให้สะอาด

เมื่อมองในกระจก ใบหน้าของเธอซีดราวกับผี มีรอยฟกช้ำทั่วร่างกายเต็มไปหมด

ทันใดนั้น เสิ่นเนี่ยนอันก็ร้องไห้ออกมาอย่างควบคุมไม่ได้อีก

คืนนี้ เสิ่นเนี่ยนอันนอนหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า

แม้แต่ช่วงหลัง ๆ ตอนกลางคืน เธอก็ยังฝันด้วยความสะลึมสะลืม โดยฝันไปถึงตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นและความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้แย่ขนาดนี้

เนื่องจากนอนไม่หลับ เสิ่นเนี่ยนอันจึงตื่นเช้ามาก

หลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอก็ทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าตามปกติและลงไปชั้นล่าง

เมื่อป้าหวังเห็นเธอลงมาก็ทำการเสิร์ฟอาหารเช้าตามความเคยชิน

หลังจากที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี ป้าหวังก็รู้แล้วว่าเธอชอบกินอาหารอะไรบ้าง

เสิ่นเนี่ยนอันกินอาหารเช้าอย่างช้า ๆ

“คุณนายคะ ทำไมเมื่อคืนถึงไม่รั้งคุณผู้ชายเอาไว้ล่ะคะ? นาน ๆ ทีคุณผู้ชายจะกลับมาสักครั้งนะคะ” ป้าหวังรู้สึกเสียใจแทนเสิ่นเนี่ยนอัน

เธอเป็นคนเก่าคนแก่ของตระกูลฮั่ว เธอเห็นทั้งสองคนโตมาตั้งแต่เด็ก ๆ จึงรู้สึกเสียดายอย่างมาก พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่แล้ววันนี้ทำไมความสัมพันธ์ของพวกเขาถึงมาตึงจนถึงขั้นนี้กันได้นะ?

หัวใจของเสิ่นเนี่ยนอันบีบตัวเล็กน้อย แล้วก็คลายออกอย่างรวดเร็ว

เธอยิ้มด้วยหน้านิ่ง ๆ และพูดว่า “เคยรั้งแล้ว แต่รั้งไม่อยู่”

ต่อให้เธอจะรั้งตัวเขาไว้ได้ แต่เธอรั้งใจเขาไม่ได้หรอก

หัวใจของฮั่วอวิ๋นโจวมันอยู่ที่วิลล่าไห่วานอี ซึ่งที่นั่นมีคนที่เขารักจริง ๆ อาศัยอยู่

ป้าหวังชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างระมัดระวังว่า “อาจเป็นเพราะคุณผู้ชายยุ่งมากก็ได้ค่ะ คุณนายก็ทราบนี่คะว่า คุณผู้ชายต้องบริหารบริษัทที่ใหญ่ขนาดนั้น……”

ป้าหวังถูกย้ายจากบ้านหลักให้มาดูแลเธออยู่ที่นี่เป็นเวลาสามปีแล้ว ป้าหวังจึงรู้ชีวิตการแต่งงานครั้งนี้ชัดเจนกว่าใคร

ด้วยความที่รู้ทุกอย่างอย่างชัดเจนนี่แหละ ดังนั้น ป้าหวังจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจ

ขนตายาว ๆ ของเสิ่นเนี่ยนอันสั่นเล็กน้อย เธอบีบมุมหนึ่งของขนมปังปิ้ง รู้สึกเริ่มมีน้ำมูกขึ้นมา

ใช่แล้ว ฮั่วอวิ๋นโจวยุ่งมาก

เขายุ่งขนาดนั้น แต่ยังสามารถเจียดเวลา ตั้งใจไปขอเครื่องรางเรื่องความแคล้วคลาดที่วัดกว่างอวิ้นให้ผู้หญิงคนนั้นได้

เขายุ่งขนานดนั้น แต่ทุกเทศกาล เขากลับสามารถฉลองกับผู้หญิงคนนั้นได้

ขณะนั้น โทรศัพท์มือถือของเสิ่นเนี่ยนอันได้ดังขึ้นมา

ป้าหวังจึงถอยออกไปอย่างเงียบ ๆ เมื่อเสิ่นเนี่ยนอันรับสาย น้ำเสียงของเธอมีความแหบแห้งเล็กน้อย

“ยินยิน ฉันอยากหย่าแล้ว”

ตอน 3

เธอคิดทบทวนแล้วว่า เธออยากหย่า

ขืนยังคาราคาซังกันแบบนี้ต่อไป มันคงน่าเบื่อน่าดู

จิ้นข่ายยินที่อยู่ปลายสายถึงกับอึ้งไปเลย จากนั้นเธอก็พูดขึ้นมาเสียงแหลมว่า “แล้วเธอจะได้ส่วนแบ่งทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของไอ้สารเลวฮั่วอวิ๋นโจวไหม? นี่อันอันของฉันจะกลายเป็นมหาเศรษฐีแล้วเหรอเนี่ย?”

“ไม่ได้หรอก……” เสิ่นเนี่ยนอันเงียบไปครู่หนึ่ง ตอนนั้นเธอลงนามในข้อตกลงไว้แล้วว่า หากหย่า เธอจะไม่ได้รับอะไรเลย

“ถ้างั้นเธอจะหย่าทำบ้าอะไรล่ะ เป็นคุณนายน้อยของครอบครัวที่ร่ำรวยดี ๆ ต่อเถอะ!”

เมื่อนึกถึงความหยาบคายของเขาและเรื่องบนเตียงที่น่าอัปยศอดสูเมื่อวานนี้

เสิ่นเนี่ยนอันตกอยู่ในความมึนงง เมื่อก่อนเธอเคยบริสุทธิ์ไร้เดียงสา คิดว่าการรักผู้ชายสักคนหนึ่ง เธอสามารถที่จะอดทนและยอมรับต่อความคับข้องใจทุกอย่างได้

ตอนนี้พอมาคิด ๆ ดูแล้ว เธอกลับมาพบว่าสมองของเธอต้องมีปัญหาอะไรแน่ ๆ

การที่เธออดทนต่อความคับข้องใจมันจะทำให้ผู้ชายมารักเธออย่างนั้นเหรอ?

ผู้ชายที่จะรักเธอ เขาจะทนเห็นเธอต้องอดทนต่อความคับข้องใจได้อย่างไรกัน

เสิ่นเนี่ยนอันหัวเราะเยาะเย้ยตัวเอง จากนั้นเธอก็พูดขึ้นว่า “สิ่งที่ฉันไหว้วานให้เธอทำครั้งที่แล้ว……”

จิ้นข่ายยินพูดว่า “ที่ฉันโทรมาก็เพราะจะบอกเธอเรื่องนี้เนี่ยแหละ ที่เธอให้ฉันช่วยดูงานให้ ทางฉันมีอยู่ตำแหน่งหนึ่ง! จะต้องสอนนักเรียนเล่นไวโอลิน อาจจะเล็กน้อยเกินไปสำหรับเธอ——”

“ได้” เสิ่นเนี่ยนอันยิ้มอย่างอ่อนโยนและพูดว่า “ไม่เล็กน้อยเกินไปสำหรับฉันหรอก ฉันเป็นแม่บ้านมาสามปีแล้ว แค่มีคนยอมจ้างงานฉันก็ดีมากแล้วล่ะ”

“ทำไมจะไม่เล็กเกินสำหรับเธอล่ะ? ตอนนั้นเธอเกือบจะได้เป็นผู้นำเล่นไวโอลินวงออร์เคสตราระดับนานาชาติอยู่แล้วนะ! ถ้าไม่ใช่เพราะต้องแต่งงาน......เฮ้อ!” จิ้นข่ายยินอดไม่ได้ที่จะด่าทอออกมา

หลังจากแต่งงาน เธอก็โดนสั่งห้ามไม่ให้ทำงานในที่สาธารณะ

พวกตระกูลร่ำรวยเหล่านี้ มักจะชอบกำหนดกฎเกณฑ์บ้า ๆ อะไรก็ไม่รู้

สังคมศักดินาสิ้นไปเป็นเวลากว่าร้อยปีแล้ว ยังเหลือเศษซากของระบบศักดินาอยู่อีกหรือไง

เมื่อสามปีที่แล้ว อาชีพนักไวโอลินของเสิ่นเนี่ยนอันกำลังรุ่งโรจน์อย่างมาก แต่เพราะกฏครอบครัวที่เข้มงวดของตระกูลฮั่ว จึงไม่อนุญาตให้เธอออกมาแสดงตัวข้างนอก

ในวันแรกที่เธอแต่งงานเข้าไป แม่ของฮั่วอวิ๋นโจวบอกเธอว่า “มีครอบครัวของเราคอยเลี้ยงดูเธออยู่แล้ว เธอไม่ต้องทำงานหรอก ต่อไปหน้าที่ของเธอก็คือการรีบมีลูกชายหรือลูกสาวสักคนกับอวิ๋นโจวซะ แค่เป็นภรรยาแบบฟูลไทม์ก็พอแล้ว”

หลังจากคุยโทรศัพท์กับจิ้นข่ายยินเสร็จ เสิ่นเนี่ยนอันก็ขึ้นไปชั้นบน

เธอหยิบไวโอลินที่มีฝุ่นเกาะมาเป็นเวลานานออกมาจากในห้องทำงาน

ไวโอลินตัวนี้ ตอนที่เธออายุสิบแปดปี พ่อตั้งใจสั่งทำให้เธอเป็นพิเศษเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการบรรลุนิติภาวะของเธอ

แต่น่าเสียดายมาก เพราะหลังจากที่เธอได้รับไวโอนลินตัวนี้มาได้ไม่นาน พ่อของเธอก็เป็นโรคหลอดเลือดสมองและกลายเป็นอัมพาต

พี่ชายคนโตจึงต้องคอยประคับประคองครอบครัวเอาไว้ เธอถึงได้สามารถเดินตามความฝันที่จะเป็นนักไวโอลินต่อไปได้โดยไม่ต้องกังวลใด ๆ

เสิ่นเนี่ยนอันย้อนคิดถึงเรื่องราวในอดีตเหล่านั้นและคอยดึงสายคอร์ดไปด้วย

เมื่อหลายปีก่อน เธอประสบอุบัติเหตุ ทำให้ข้อมือของเธอเสีย เธอจึงไม่เคยดึงมันอีกเลย

พอมาดึง ข้อมือของเธอก็เจ็บจี๊ดราวกับถูกเข็มแทง เสิ่นเนี่ยนอันพยายามทนเจ็บ แล้วก็อาศัยการจดจำของกล้ามเนื้อในการสีไปมาท่อนสั้น ๆ

สุดท้ายก็เผยรอยยิ้มอันขมขื่นออกมา มันช่างไม่ไพเราะเอาซะเลย

ที่ประตู จู่ ๆ เสียงแห่งความประหลาดใจและความสุขของป้าหวังก็ดังขึ้น

“คุณ คุณผู้ชาย ทำไมคุณถึงได้กลับมาล่ะคะ?”

ป้าหวังแอบมีดีใจแทนเสิ่นเนี่ยนอัน การที่คุณผู้ชายยอมกลับบ้าน นั่นก็หมายความว่าเขายังสนใจในตัวคุณนายอยู่

เพียงแค่คุณนายพูดอะไรดี ๆ ให้น่าฟังหน่อย ไม่แน่นะความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวคู่นี้อาจจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็ได้

เสิ่นเนี่ยนอันเมื่อได้ยินเสียงของป้าหวังก็ถึงกับสะดุ้ง เพราะฮั่วอวิ๋นโจวไม่ค่อยจะปรากฏตัวที่หอเรือนในตอนกลางวันแบบนี้

ทันทีที่เธอวางไวโอลินลง ประตูก็ถูกผลักเปิดออก

ผู้ชายที่ตัวสูงชะลูดปรากฏตัวอยู่ที่ประตู สายตาของเขาดูมืดมน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองพิจารณาเสิ่นเนี่ยนอัน

ตอนที่ยังเป็นเด็กเธอเคยเรียนไวโอลินมาหลายปี เขาจำได้ว่าเสิ่นเนี่ยนอันเรียนกับอาจารย์ที่มีชื่อเสียง ซึ่งเขาชื่นชมในความสามารถของเธออย่างมาก

หลังจากนั้นมาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอถึงได้หยุดเรียนไป

เมื่อกี้นี้เขายืนฟังอยู่ข้างนอกมาสักพักแล้ว เธอก็สีได้ธรรมดามาก

ทำไมถึงได้ยกย่องความสามารถของเธอได้นะ?

เสิ่นเนี่ยนอันเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นก็ก้มหน้าลง แล้วก็ใส่ไวโอลินกลับเข้าไปในกล่อง

จากนั้นเธอถึงได้พูดขึ้นว่า “กลับมาตอนกลางวันแบบนี้ คุณมีธุระอะไรเหรอ?”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED