“เอกสารหย่างั้นเหรอ?” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของเจียงซิงซิงพลันซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอจ้องมองจั้นเย่เสียวด้วยความไม่อยากเชื่อ ริมฝีปากแดงระริกสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
จั้นเย่เสียวมองเธอด้วยสายตาไร้ความรู้สึก “ตอนนั้น การแต่งงานกับเธอก็เพื่อทำให้พ่อของฉันสงบลง และเพื่อปกป้องชีวิตของอันเหยียนไว้ ตอนนี้ฉันเจออันเหยียนแล้ว และจะไม่มีวันปล่อยให้เธอนั้นเสี่ยงอันตรายอีก”
เจียงซิงซิงเข้าใจความหมายแฝงของเขาอย่างชัดเจน
ตั้งแต่ต้น การแต่งงานของเขากับเธอก็เพื่อหลอกใช้เท่านั้น และเมื่อวัตถุประสงค์ของเขาบรรลุผลแล้ว เธอก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ในฐานะภรรยาที่ทำให้เขาขายหน้าอีกต่อไปแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจียงซิงซิงก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา
เพียงแต่ว่ารอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหมดหนทางและการเยาะเย้ยตัวเอง
เธอเงยหน้าขึ้นมองจั้นเย่เสียวด้วยสายตาเศร้าสร้อยระคนสิ้นหวัง แต่ในความสิ้นหวังนั้นยังมีแววของความคาดหวังอันริบหรี่ เธอถามเขาด้วยเสียงสั่นเครือ “เย่เสียว ในช่วงเวลากว่าสามปีที่เราแต่งงานกัน สำหรับคุณ…… ฉันเป็นแค่…ฉันเป็นแค่เครื่องมือที่คุณหลอกใช้เท่านั้นงั้นเหรอ?”
“ฮึ!” คำพูดของเจียงซิงซิงยังไม่ทันจบดี จู่ ๆ เสียงหัวเราะเย้ยหยันก็ดังขึ้นอย่างไร้ความปรานี “เธอฝันกลางวันอยู่หรือไงกัน? หรือยังหวังว่าเย่เสียวจะสามารถชอบเธอสักนิดงั้นเหรอ?”
“ดูตัวเองหน่อยสิ หน้าตาอย่างกับหมู!”
คำพูดเยาะเย้ยเหล่านั้นไม่ได้เข้ามาในโสทประสาทของเจียงซิงซิงเลยสักนิด เธอเพียงจ้องมองจั้นเย่เสียวด้วยแววตาแน่วแน่ รอคอยคำตอบจากเขาอย่างดื้อดึง
จั้นเย่เสียวขยับริมฝีปากบาง เอ่ยคำเพียงหนึ่งคำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ใช่”
ดวงตาของเจียงซิงซิงพลันแดงก่ำในทันที น้ำตาเอ่อคลอ ในชั่วขณะนั้น เธอรู้สึกคล้ายกับว่าหัวใจถูกดึงทึ้งออกมาจากอก จากนั้นก็ถูกเหยียบจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ อย่างโหดเหี้ยม……
มันจ็บปวดแสนสาหัส
เธอหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “ฉันเข้าใจแล้ว”
เธอก้มหน้าลงพร้อมกับหลุบตาต่ำ ก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่องช้าซ้ำ ๆ “ไม่ต้องห่วง ฉันจะ…… กลับไปเซ็นเอกสารหย่าให้”
“พรุ่งนี้สิบโมง เจอกันที่สำนักงานเขต” จั้นเย่เสียวพูดจบแล้วก็ทำเพียงหันหลังกลับไปนั่งบนโซฟา
เจียงซิงซิงเดินจากไปด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้ง เธอหันหลัง แล้วเดินออกจากห้องส่วนตัวพิเศษนั้นอย่างช้า ๆ
“เย่เสียว ฉันกินไม่ไหวแล้ว เค้กนี้…… ทิ้งได้ไหมคะ?” ในตอนนั้นเอง เสียงนุ่มนวลละเอียดอ่อนของหญิงสาวดังขึ้น
แผ่นหลังของเจียงซิงซิงพลันแข็งทื่อ
“อืม”
คำตอบของจั้นเย่เสียวทำให้เจียงซิงซิงหลับตาลงอย่างเจ็บปวดรวดร้าว น้ำตาที่กลั้นไว้หลั่งรินพร้อมกับหยดน้ำฝนที่เกาะอยู่บนใบหน้า
เธอเร่งฝีเท้าออกไปจากห้องอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และกลับไปยังเมิ่งจิ้งเหยวี่ยน
บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของเธอกับจั้นเย่เสียว
บนโต๊ะกาแฟ เธอได้เห็นเอกสารหย่าฉบับนั้นที่จั้นเย่เสียวพูดถึง
หลังจากอ่านเนื้อหาบนเอกสารอย่างคร่าว ๆ เธอพบว่าหลังการหย่า เธอจะได้รับเงินหนึ่งพันห้าร้อยล้าน พร้อมกับวิลล่าสุดหรูสองหลัง
จั้นเย่เสียวเป็นสามีที่ใจกว้างอย่างแท้จริง แม้ว่าเขาจะแต่งงานกับเธอเพียงเพื่อผลประโยชน์ แต่เขาก็ไม่ปล่อยให้เธอเสียเปรียบ
สัญญาการแต่งงานสามปี แลกกับเงินหนึ่งพันห้าร้อยล้าน พร้อมกับวิลล่าสุดหรูสองหลัง นี่นับว่าเป็นกำไรของเธอ!
เจียงซิงซิงยกยิ้มบางพลางหยิบปากกาขึ้นมา และเซ็นชื่อของเธอลงบนเอกสารหย่า
เสียง “ติ๊ง” ของหยดน้ำที่กระทบกระดาษดังขึ้น เธอรีบยกมือขึ้นเช็ดมันให้แห้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพดานและกลั้นน้ำตาเอาไว้
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนวีแชทจากโทรศัพท์ดังขึ้น
เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เจียงซิงซิงพบว่าเป็นข้อความจากอาจารย์ของเธอเอง
‘ซิงซิง เรื่องนั้นเธอคิดดูเป็นยังไงบ้างล่ะ? การไปเรียนต่อที่ต่างประเทศครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีมากจริง ๆ นะ! เชื่อฉันเถอะ ถ้าเธอพลาดครั้งนี้ไป เธอจะต้องเสียใจแน่ ๆ ! ’
เมื่อเห็นข้อความวีแชทนี้ เจียงซิงซิงก็ตัดสินใจแน่วแน่ในทันที
เธอตอบกลับไปด้วยความมุ่งมั่น‘อาจารย์คะ ฉันจะไปค่ะ ’
ก่อนหน้านี้เธอเคยสับสนและลังเลมาโดยตลอด ไม่รู้ว่าควรจะคว้าโอกาสไปเรียนต่อเมืองนอกนี้ไว้หรือไม่
แต่มาถึงตอนนี้ เธอเข้าใจกระจ่างแล้ว
เธอต้องไป!
เธอต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเอง! ชีวิตที่เป็นของเจียงซิงซิงอย่างแท้จริง!
หลังจากส่งข้อความเสร็จ เธอเก็บโทรศัพท์และขึ้นไปเก็บกระเป๋าทันที
อาจเป็นเพราะฝนที่เธอตากจนเปียกชุ่มเมื่อคืน วันถัดมาเธอมีไข้สูงถึง 39 องศา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อดทน ฝืนลากสังขารที่อ่อนแรงนั้นเดินทางไปจนถึงสำนักงานเขตก่อนเวลาสิบโมง
แต่ทว่าจนกระทั่งเวลาเกือบสิบเอ็ดโมง จั้นเย่เสียวก็ยังไม่ปรากฏตัว
เจียงซิงซิงจึงตัดสินใจกดโทรหาจั้นเย่เสียว
เมื่อต่อสายติด เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากอีกด้านในทันที “เย่เสียว มาช่วยดูนี่หน่อยสิคะ……”
หลังจากนั้นเสียงของจั้นเย่เสียวก็ดังตามมา “ฉันยังมีธุระ เอาไว้ค่อยไปที่สำนักงานเขตวันหลังนะ” พูดจบ เขาก็วางสายทันที
เมื่อมองดูหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงว่าสายถูกตัดไปแล้ว เจียงซิงซิงรู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างติดอยู่ในลำคอจนแห้งผาก
เธอก้มหน้าลงและพิมพ์ข้อความหนึ่งส่งถึงจั้นเย่เสียว ก่อนจะดึงซิมการ์ดออกจากโทรศัพท์และโยนมันทิ้งลงในถังขยะ
จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าและจากไปโดยไม่หันกลับไปมอง
วันนี้ก็คือวันที่เธอกำลังจะบินไปยังประเทศM
เธอบอกกับตัวเองว่า หลังจากที่เธอไปถึงต่างประเทศแล้ว เธอจะต้องลืมผู้ชายคนนี้ไปให้หมดสิ้นอย่างแน่นอน!
สามปีต่อมา ในเมืองB ณ ตระกูลจิน
ในห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ แสงไฟสาดส่องประสานกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความหรูหราและความคึกคัก
ตระกูลจิน ซึ่งเป็นหนึ่งในแปดตระกูลใหญ่แห่งเมืองB ถูกจัดอยู่ในลำดับที่สี่ ซึ่งนับว่ามีสถานะที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในเมืองB
ค่ำคืนนี้ ตระกูลจินได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับพิเศษ เนื่องในโอกาสที่ลูกสาวบุญธรรมของหัวหน้าตระกูลจินกลับมาจากต่างประเทศ
ตระกูลชนชั้นสูงในเมืองB เกือบทั้งหมดมารวมตัวกันที่นี่
“เย่เสียว ได้ข่าวว่าเจียงซิงซิงก็กลับมาวันนี้เหมือนกันเหรอ?” ตรงมุมด้านหนึ่ง หวังเจิ้งเหวินเอ่ยถามจั้นเย่เสียว
เมื่อได้ยินคำนี้ มือที่ถือแก้วไวน์ของจั้นเย่เสียวชะงักไปเล็กน้อย หลังจากนั้นเพียงสองวินาที เขาก็ยกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบ ก่อนส่งเสียงตอบกลับในลำคอ “อืม”
คืนนี้เขาสวมสูทสีน้ำเงินเข้มที่ถูกตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน ทั้งทรงผมและการแต่งกายของเขาดูเคร่งขรึมและให้ความรู้สึกเยือกเย็นจนเกินเอื้อม
“กลับมาสักที! ยัยอัปลักษณ์นั่นสมควรสละตำแหน่งให้ตั้งนานแล้ว” หวังเจิ้งเหวินพูดพลางหันไปมองหร่วนอันเหยียนที่ยืนอยู่ข้างจั้นเย่เสียว
“ยินดีด้วยนะ อันเหยียน เชื่อว่าอีกไม่นานเราคงได้เรียกเธอว่าคุณนายน้อยจั้นแล้วล่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หร่วนอันเหยียนทำเพียงยิ้มบาง ๆ พร้อมเอ่ยเบา ๆ “สำหรับฉัน แค่ได้อยู่เคียงข้างเย่เสียวก็เพียงพอแล้วล่ะ! ส่วนเรื่องจะได้ตำแหน่งสถานะไหมนั้นมันไม่สำคัญหรอก”
แม้เธอจะพูดเช่นนั้น แต่ขณะพูด เธอกลับจ้องจั้นเย่เสียวตาไม่กระพริบด้วยสายตาเต็มไปด้วยความคาดหวังที่ใคร ๆ ก็สังเกตเห็นได้
จั้นเย่เสียวหลุบตาลง นิ้วมือเรียวยาวของเขาเคาะเบา ๆ บนขอบแก้วไวน์โดยไม่พูดอะไร
หร่วนอันเหยียนเหลือบมองไปที่หวังเจิ้งเหวิน ซึ่งเมื่อสบตาเขา หวังเจิ้งเหวินก็รีบพูดขึ้นทันที “เย่เสียวรักเธอขนาดนี้ หย่ากับเจียงซิงซิงเมื่อไหร่ ก็ต้องแต่งงานกับเธอทันทีอยู่แล้ว เรื่องนี้ยังจะต้องสงสัยอะไรอีก ใช่ไหม เย่เสียว”
แต่คำพูดของพวกเขากลับไม่สามารถดึงดูดความสนใจของจั้นเย่เสียวได้เลย แม้แต่เปลือกตาของเขาก็ยังไม่ขยับ
หร่วนอันเหยียนขบริมฝีปากแน่น เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วจู่ ๆ ท่ามกลางงานเลี้ยงก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้น
พวกเขาก็หันไปมองเช่นกัน
สิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจ คือเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้น
“ตึก ตึก……” เสียงนั้นดังเป็นจังหวะซ้ำ ๆ ราวกับจะสะกดใจทุกผู้คนที่อยู่ตรงนั้น
จากนั้น สีแดงสดก็สะท้อนเข้าสู่สายตาของทุกคน
หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาในชุดราตรีสีแดงเพลิงปาดลึกแบบตัววีที่ประดับด้วยเกล็ดเลื่อมระยิบระยับ ชายกระโปรงทรงปลาแหวกว่ายเบา ๆ ตามจังหวะการก้าวเดินของเธออย่างสง่างาม
รูปร่างอันเต็มไปด้วยส่วนโค้งเว้าดูเย้ายวนและสมส่วนจนยากจะละสายตาได้
ใบหน้าขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ รูปหน้าคมชัดสะดุดตา ดวงตาเรียวยาวคล้ายจิ้งจอกที่ถูกขับเน้นด้วยอายไลเนอร์สีดำ ดูดึงดูดและสะกดใจอย่างยิ่ง
เธอคือผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยจนทำให้คนอื่นรู้สึกด้อยค่าอย่างแท้จริง!
“เชี้ยเอ้ย! ผู้หญิงคนนี้เป็นใครน่ะ? ในเมืองBของเรามีสาวสวยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่เคยรู้เลย?” หวังเจิ้งเหวินอุทานออกมาทันทีด้วยความตกใจ
“ใช่ค่ะ! สวยจริง ๆ ” หร่วนอันเหยียนยิ้มพลางเสริมขึ้นอย่างเห็นด้วย
จั้นเย่เสียวเหลือบตามองไปยังทิศทางนั้นอย่างเกียจคร้าน แต่เมื่อสายตาของเขาได้เห็นผู้หญิงคนที่ว่า ดวงตาที่นิ่งสงบก็พลันหดวูบในทันที
“ผู้หญิงคนนี้ถูกใจฉันซะแล้ว! ฉันจะไปขอเบอร์เธอเดี๋ยวนี้ล่ะ! พวกนายรอฟังข่าวดีจากฉันได้เลย!” พูดจบ หวังเจิ้งเหวินก็เดินก้าวยาว ๆ ตรงไปยังหญิงสาวคนนั้นอย่างไม่รีรอ
เมื่อมาหยุดตรงหน้าหญิงสาว หวังเจิ้งเหวินเผยรอยยิ้มมาดร้ายที่เขาคิดว่าดูหล่อเหลาสุด ๆ พร้อมเอ่ยทัก “สวัสดีครับคนสวย! ขอแนะนำตัวหน่อยนะครับ ผมชื่อหวังเจิ้งเหวิน คุณพ่อของผมเป็นประธานบริษัทในเครือตระกูลหวัง ไม่ทราบว่าผมจะมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับคุณคนสวยบ้างไหมครับ!”
เมื่อมองชายตรงหน้าที่เหมือนนกยูงตัวผู้รำแพนหางโชว์พลัง เจียงซิงซิงพลันยกมุมปากขึ้นยิ้ม
ที่ผ่านมา ในบรรดาเพื่อน ๆ ของจั้นเย่เสียว ชายคนนี้เป็นคนที่เกลียดชังและดูถูกเธอมากที่สุด
ยัยขี้เหร่ หมูอ้วน หญิงอัปลักษณ์…… คำเรียกต่าง ๆ นานาสารพัดความไม่พึงประสงค์ล้วนถูกโยนมาใส่เธอ
แต่ตอนนี้ เขากลับทำตัวเหมือนสุนัขติดสัด ตาโตลุกวาวมองเธออย่างตกตะลึง
คิด ๆ ดูแล้ว…… ช่างน่าสนุกเสียจริง!
รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความเย้ายวนของเจียงซิงซิงทำเอาหวังเจิ้งเหวินจ้องตาค้าง เขาลอบกลืนน้ำลายเบา ๆ แล้วเอ่ยถามต่อ “ไม่ทราบว่าคนสวยชื่อว่าอะไรเหรอครับ?”
เจียงซิงซิงยกริมฝีปากสีแดงขึ้นเล็กน้อย ขณะที่เธอกำลังจะตอบนั้น กลับมีเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังขึ้นมา “ซิงซิง……”