ค่ำคืนนี้ในเมืองB ฝนตกหนัก เจียงซิงซิงเดินเข้ามาในคลับนักล่าฝันด้วยสภาพที่เปียกโชกไปทั้งตัว
แม้ตัวเธอจะชุ่มไปด้วยน้ำฝน แต่กล่องเค้กที่เธอถืออยู่ในมือกลับแห้งสะอาด ทั้งยังคงสภาพสมบูรณ์
เมื่อยืนอยู่หน้าประตูห้องส่วนตัว เจียงซิงซิงสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะยื่นมือไปผลักประตูเข้าไป
“อันเหยียน เธอหายไปสามปีเต็ม ๆ เย่เสียวไม่เคยหยุดตามหาเธอเลยแม้แต่วันเดียว ในที่สุดเธอก็กลับมาแล้ว!”
เสียงพูดนี้ทำให้เจียงซิงซิงที่กำลังก้าวเท้าเข้าไปชะงักทันที
อันเหยียน
คือ…… อดีตคนรักของเย่เสียว หร่วนอันเหยียนงั้นเหรอ
“ได้ยินมาว่า…… เย่เสียวแต่งงานแล้วเหรอ?” เสียงนุ่มนวลของหญิงสาวดังขึ้น
“เฮ้อ! อันเหยียน เธอไม่ต้องไปสนใจผู้หญิงคนนั้นหรอก ตอนนั้นท่านผู้เฒ่าจั้นบังคับเย่เสียวโดยใช้เธอเป็นตัวประกัน บอกว่าถ้าเขาไม่แต่งงาน เธอจะต้องตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นการแต่งงานของเย่เสียวก็เพื่อปกป้องเธอนั่นแหละ”
“เป็นอย่างนั้นเหรอ?” หร่วนอันเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“แน่นอนอยู่แล้ว! ไม่อย่างนั้นเย่เสียวจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ทั้งอ้วน ทั้งขี้เหร่ แถมยังเป็นลูกนอกสมรสอย่างเจียงซิงซิงเหรอ? เขาก็แค่ต้องการประชดให้คุณปู่ไม่พอใจเท่านั้นเอง!”
เจียงซิงซิงที่ยืนอยู่หน้าห้อง สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในชั่วพริบตา
เมื่อครั้งนั้นที่เย่เสียวถามเธอว่า เธอยินดีแต่งงานกับเขาไหม เธอตื่นเต้นดีใจจนนอนไม่หลับทั้งคืน คิดว่าสวรรค์คงประทานพรมาให้เธอแล้ว
แต่ที่แท้…… เป็นเพราะเธอทั้งอ้วน ทั้งน่าเกลียด และเป็นเพียงลูกนอกสมรส การแต่งงานกับเธอเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อแก้แค้นคุณปู่เท่านั้น……
ฮ่ะ…… ฮ่า ๆ ๆ !
เจียงซิงซิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะตัวเองอย่างความขมขื่น ร่างกายก็โซเซไปมาเล็กน้อย
เธอฝืนกำลูกบิดประตูเอาไว้แน่นเพื่อประคองตัวไม่ให้ล้ม
“ว่าแต่นี่ก็ผ่านไปตั้งห้าชั่วโมงแล้ว เจียงซิงซิงคงไม่มาแล้วล่ะมั้ง! ร้านขนมหวานหลัวจี้อยู่แถบชานเมืองทางตะวันออก ตลอดเส้นทางไปกลับใช้เวลาสามชั่วโมง แถมร้านนั้นยังคนเยอะจนต้องต่อแถวยาวทุกวัน เจียงซิงซิงไม่มีทางโง่ขนาดนั้นหรอก”
“ขอแค่เย่เสียวเอ่ยปาก อย่าว่าแค่ฝั่งตะวันออกของเมืองเลย ต่อให้ต้องไปถึงเมืองC เจียงซิงซิงก็จะรีบวิ่งแจ้นไปทันทีโดยไม่ลังเลเลย ใคร ๆ ก็รู้ว่าเธอนั้นหลงรักเย่เสียวจนโงหัวไม่ขึ้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
เสียงเย้ยหยันและดูแคลนของคนกลุ่มนั้นดังขึ้น เจียงซิงซิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามควบคุมสีหน้าของตัวเอง ก่อนจะออกแรงผลักประตูห้องแล้วเดินเข้าไป
ทันทีที่เข้าห้อง เธอเห็นชายคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงกลางโซฟา ชายผู้นั้นดูสง่างามและโดดเด่นเป็นประกายราวกับบุรุษจากสวรรค์
ชายหนุ่มเอนกายพิงโซฟาอย่างเกียจคร้าน ขายาวเรียวไขว้กันในท่าทีที่ดูผ่อนคลาย แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความสง่างาม
ใบหน้าที่ทั้งหล่อเหลาและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกันนั้น หาได้ยากโดยแท้ ทุกส่วนบนใบหน้าหล่อเหลาราวกับประติมากรรมที่ไร้ที่ติ ดวงตาคมกริบและจมูกโด่งทำให้ดูสมบูรณ์แบบในทุกมุมมอง
นี่คือสามีของเธอ......จั้นเย่เสียว ผู้กุมอำนาจของสมาคมจั้นฮวงคนปัจจุบัน
เมื่อเจียงซิงซิงปรากฏตัวขึ้น ห้องทั้งห้องก็เงียบลงทันที
ก่อนเสียงเย้ยหยันจะดังขึ้นอีกครั้ง “อันเหยียน เธอไม่อยากรู้เหรอว่า ภรรยาของเย่เสียวหน้าตาเป็นยังไง? นี่ไงล่ะ ดูเอาเองสิ”
ในขณะนั้นเจียงซิงซิงอยู่ในสภาพที่น่าเวทนาจริง ๆ เสื้อผ้าของเธอเปียกน้ำฝนจนชุ่มและแนบชิดไปกับร่างกาย เผยให้เห็นรูปร่างอันอ้วนท้วมอย่างชัดเจน
เส้นผมเปียกชื้นติดกับใบหน้าเป็นเส้น ๆ และบนแก้มซ้ายของเธอยังมีปานดำที่เด่นชัดจนสะดุดตาอีกด้วย
เจียงซิงซิงรับรู้ได้ถึงสายตาดูถูกและแววตาเย้ยหยันที่จ้องมองมาจากทุกทิศทาง แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ กลับเดินตรงไปยังจั้นเย่เสียว วางกล่องเค้กลงบนโต๊ะน้ำชา และพยายามยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก “เย่เสียว นี่คือเค้กมูสที่คุณต้องการ”
จั้นเย่เสียวไม่ได้แม้แต่จะมองเธอด้วยซ้ำ เขาผลักกล่องเค้กไปทางหร่วนอันเหยียนโดนตรง ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำระคนนุ่มลึก “กินสิ”
หร่วนอันเหยียนยกยิ้มอย่างเขินอายพลางเม้มปาก “ฉันแค่พูดลอย ๆ เองค่ะ ไม่คิดเลยว่าคุณจะให้คุณหนูเจียงไปซื้อจริง ๆ ”
เจียงซิงซิงเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางใจ เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความไม่อยากเชื่อ
หัวใจคล้ายกับถูกมีดกรีดลึก
เค้กที่เธอลำบากใช้เวลาเกือบห้าชั่วโมงไปซื้อมา กลายเป็นสิ่งที่เขาซื้อให้หร่วนอันเหยียนอย่างนั้นเหรอ
“อันเหยียน เธอก็รู้ว่าเย่เสียวใส่ใจเธอมากแค่ไหน อย่าว่าแต่เค้กเลย ต่อให้เธออยากจะครอบครองดวงดาวบนฟ้า เย่เสียวก็คงหาทางเอามาให้เธอจนได้นั่นแหละ”
“ใช่เลย! อย่าเกรงใจไปเลย รีบกินเถอะ! นี่เป็นเค้กที่เจียงซิงซิงอุตส่าห์ถ่อไปซื้อมาให้ ใช้เวลาตั้งห้าชั่วโมงเชียวนะ อย่าให้ความพยายามของเธอเสียเปล่าเลย”
มือของเจียงซิงซิงที่ห้อยอยู่ข้างตัวกำหมัดแน่นขึ้นทีละนิด ณ ตอนนี้เวลานี้ เธอนั้นก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นเหมือนกับตัวตลกตัวหนึ่ง
ในจังหวะนั้นเอง จู่ ๆ จั้นเย่เสียวก็ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วก้าวยาว ๆ เดินมาหยุดตรงหน้าเจียงซิงซิง
สายตาเย็นชาของเขามองตรงมาที่เจียงซิงซิงโดยปราศจากความรู้สึกใด ๆ ริมฝีปากบาง ๆ ขยับเบา ๆ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและเฉยเมย “เอกสารหย่า ฉันวางไว้บนโต๊ะน้ำชาในห้องนั่งเล่นแล้ว เธอกลับไปเซ็นซะเถอะ”
“เอกสารหย่างั้นเหรอ?” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของเจียงซิงซิงพลันซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอจ้องมองจั้นเย่เสียวด้วยความไม่อยากเชื่อ ริมฝีปากแดงระริกสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
จั้นเย่เสียวมองเธอด้วยสายตาไร้ความรู้สึก “ตอนนั้น การแต่งงานกับเธอก็เพื่อทำให้พ่อของฉันสงบลง และเพื่อปกป้องชีวิตของอันเหยียนไว้ ตอนนี้ฉันเจออันเหยียนแล้ว และจะไม่มีวันปล่อยให้เธอนั้นเสี่ยงอันตรายอีก”
เจียงซิงซิงเข้าใจความหมายแฝงของเขาอย่างชัดเจน
ตั้งแต่ต้น การแต่งงานของเขากับเธอก็เพื่อหลอกใช้เท่านั้น และเมื่อวัตถุประสงค์ของเขาบรรลุผลแล้ว เธอก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ในฐานะภรรยาที่ทำให้เขาขายหน้าอีกต่อไปแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจียงซิงซิงก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา
เพียงแต่ว่ารอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหมดหนทางและการเยาะเย้ยตัวเอง
เธอเงยหน้าขึ้นมองจั้นเย่เสียวด้วยสายตาเศร้าสร้อยระคนสิ้นหวัง แต่ในความสิ้นหวังนั้นยังมีแววของความคาดหวังอันริบหรี่ เธอถามเขาด้วยเสียงสั่นเครือ “เย่เสียว ในช่วงเวลากว่าสามปีที่เราแต่งงานกัน สำหรับคุณ…… ฉันเป็นแค่…ฉันเป็นแค่เครื่องมือที่คุณหลอกใช้เท่านั้นงั้นเหรอ?”
“ฮึ!” คำพูดของเจียงซิงซิงยังไม่ทันจบดี จู่ ๆ เสียงหัวเราะเย้ยหยันก็ดังขึ้นอย่างไร้ความปรานี “เธอฝันกลางวันอยู่หรือไงกัน? หรือยังหวังว่าเย่เสียวจะสามารถชอบเธอสักนิดงั้นเหรอ?”
“ดูตัวเองหน่อยสิ หน้าตาอย่างกับหมู!”
คำพูดเยาะเย้ยเหล่านั้นไม่ได้เข้ามาในโสทประสาทของเจียงซิงซิงเลยสักนิด เธอเพียงจ้องมองจั้นเย่เสียวด้วยแววตาแน่วแน่ รอคอยคำตอบจากเขาอย่างดื้อดึง
จั้นเย่เสียวขยับริมฝีปากบาง เอ่ยคำเพียงหนึ่งคำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ใช่”
ดวงตาของเจียงซิงซิงพลันแดงก่ำในทันที น้ำตาเอ่อคลอ ในชั่วขณะนั้น เธอรู้สึกคล้ายกับว่าหัวใจถูกดึงทึ้งออกมาจากอก จากนั้นก็ถูกเหยียบจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ อย่างโหดเหี้ยม……
มันจ็บปวดแสนสาหัส
เธอหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “ฉันเข้าใจแล้ว”
เธอก้มหน้าลงพร้อมกับหลุบตาต่ำ ก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่องช้าซ้ำ ๆ “ไม่ต้องห่วง ฉันจะ…… กลับไปเซ็นเอกสารหย่าให้”
“พรุ่งนี้สิบโมง เจอกันที่สำนักงานเขต” จั้นเย่เสียวพูดจบแล้วก็ทำเพียงหันหลังกลับไปนั่งบนโซฟา
เจียงซิงซิงเดินจากไปด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้ง เธอหันหลัง แล้วเดินออกจากห้องส่วนตัวพิเศษนั้นอย่างช้า ๆ
“เย่เสียว ฉันกินไม่ไหวแล้ว เค้กนี้…… ทิ้งได้ไหมคะ?” ในตอนนั้นเอง เสียงนุ่มนวลละเอียดอ่อนของหญิงสาวดังขึ้น
แผ่นหลังของเจียงซิงซิงพลันแข็งทื่อ
“อืม”
คำตอบของจั้นเย่เสียวทำให้เจียงซิงซิงหลับตาลงอย่างเจ็บปวดรวดร้าว น้ำตาที่กลั้นไว้หลั่งรินพร้อมกับหยดน้ำฝนที่เกาะอยู่บนใบหน้า
เธอเร่งฝีเท้าออกไปจากห้องอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และกลับไปยังเมิ่งจิ้งเหยวี่ยน
บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของเธอกับจั้นเย่เสียว
บนโต๊ะกาแฟ เธอได้เห็นเอกสารหย่าฉบับนั้นที่จั้นเย่เสียวพูดถึง
หลังจากอ่านเนื้อหาบนเอกสารอย่างคร่าว ๆ เธอพบว่าหลังการหย่า เธอจะได้รับเงินหนึ่งพันห้าร้อยล้าน พร้อมกับวิลล่าสุดหรูสองหลัง
จั้นเย่เสียวเป็นสามีที่ใจกว้างอย่างแท้จริง แม้ว่าเขาจะแต่งงานกับเธอเพียงเพื่อผลประโยชน์ แต่เขาก็ไม่ปล่อยให้เธอเสียเปรียบ
สัญญาการแต่งงานสามปี แลกกับเงินหนึ่งพันห้าร้อยล้าน พร้อมกับวิลล่าสุดหรูสองหลัง นี่นับว่าเป็นกำไรของเธอ!
เจียงซิงซิงยกยิ้มบางพลางหยิบปากกาขึ้นมา และเซ็นชื่อของเธอลงบนเอกสารหย่า
เสียง “ติ๊ง” ของหยดน้ำที่กระทบกระดาษดังขึ้น เธอรีบยกมือขึ้นเช็ดมันให้แห้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพดานและกลั้นน้ำตาเอาไว้
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนวีแชทจากโทรศัพท์ดังขึ้น
เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เจียงซิงซิงพบว่าเป็นข้อความจากอาจารย์ของเธอเอง
‘ซิงซิง เรื่องนั้นเธอคิดดูเป็นยังไงบ้างล่ะ? การไปเรียนต่อที่ต่างประเทศครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีมากจริง ๆ นะ! เชื่อฉันเถอะ ถ้าเธอพลาดครั้งนี้ไป เธอจะต้องเสียใจแน่ ๆ ! ’
เมื่อเห็นข้อความวีแชทนี้ เจียงซิงซิงก็ตัดสินใจแน่วแน่ในทันที
เธอตอบกลับไปด้วยความมุ่งมั่น‘อาจารย์คะ ฉันจะไปค่ะ ’
ก่อนหน้านี้เธอเคยสับสนและลังเลมาโดยตลอด ไม่รู้ว่าควรจะคว้าโอกาสไปเรียนต่อเมืองนอกนี้ไว้หรือไม่
แต่มาถึงตอนนี้ เธอเข้าใจกระจ่างแล้ว
เธอต้องไป!
เธอต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเอง! ชีวิตที่เป็นของเจียงซิงซิงอย่างแท้จริง!
หลังจากส่งข้อความเสร็จ เธอเก็บโทรศัพท์และขึ้นไปเก็บกระเป๋าทันที
อาจเป็นเพราะฝนที่เธอตากจนเปียกชุ่มเมื่อคืน วันถัดมาเธอมีไข้สูงถึง 39 องศา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อดทน ฝืนลากสังขารที่อ่อนแรงนั้นเดินทางไปจนถึงสำนักงานเขตก่อนเวลาสิบโมง
แต่ทว่าจนกระทั่งเวลาเกือบสิบเอ็ดโมง จั้นเย่เสียวก็ยังไม่ปรากฏตัว
เจียงซิงซิงจึงตัดสินใจกดโทรหาจั้นเย่เสียว
เมื่อต่อสายติด เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากอีกด้านในทันที “เย่เสียว มาช่วยดูนี่หน่อยสิคะ……”
หลังจากนั้นเสียงของจั้นเย่เสียวก็ดังตามมา “ฉันยังมีธุระ เอาไว้ค่อยไปที่สำนักงานเขตวันหลังนะ” พูดจบ เขาก็วางสายทันที
เมื่อมองดูหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงว่าสายถูกตัดไปแล้ว เจียงซิงซิงรู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างติดอยู่ในลำคอจนแห้งผาก
เธอก้มหน้าลงและพิมพ์ข้อความหนึ่งส่งถึงจั้นเย่เสียว ก่อนจะดึงซิมการ์ดออกจากโทรศัพท์และโยนมันทิ้งลงในถังขยะ
จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าและจากไปโดยไม่หันกลับไปมอง
วันนี้ก็คือวันที่เธอกำลังจะบินไปยังประเทศM
เธอบอกกับตัวเองว่า หลังจากที่เธอไปถึงต่างประเทศแล้ว เธอจะต้องลืมผู้ชายคนนี้ไปให้หมดสิ้นอย่างแน่นอน!
สามปีต่อมา ในเมืองB ณ ตระกูลจิน
ในห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ แสงไฟสาดส่องประสานกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความหรูหราและความคึกคัก
ตระกูลจิน ซึ่งเป็นหนึ่งในแปดตระกูลใหญ่แห่งเมืองB ถูกจัดอยู่ในลำดับที่สี่ ซึ่งนับว่ามีสถานะที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในเมืองB
ค่ำคืนนี้ ตระกูลจินได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับพิเศษ เนื่องในโอกาสที่ลูกสาวบุญธรรมของหัวหน้าตระกูลจินกลับมาจากต่างประเทศ
ตระกูลชนชั้นสูงในเมืองB เกือบทั้งหมดมารวมตัวกันที่นี่
“เย่เสียว ได้ข่าวว่าเจียงซิงซิงก็กลับมาวันนี้เหมือนกันเหรอ?” ตรงมุมด้านหนึ่ง หวังเจิ้งเหวินเอ่ยถามจั้นเย่เสียว
เมื่อได้ยินคำนี้ มือที่ถือแก้วไวน์ของจั้นเย่เสียวชะงักไปเล็กน้อย หลังจากนั้นเพียงสองวินาที เขาก็ยกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบ ก่อนส่งเสียงตอบกลับในลำคอ “อืม”
คืนนี้เขาสวมสูทสีน้ำเงินเข้มที่ถูกตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน ทั้งทรงผมและการแต่งกายของเขาดูเคร่งขรึมและให้ความรู้สึกเยือกเย็นจนเกินเอื้อม
“กลับมาสักที! ยัยอัปลักษณ์นั่นสมควรสละตำแหน่งให้ตั้งนานแล้ว” หวังเจิ้งเหวินพูดพลางหันไปมองหร่วนอันเหยียนที่ยืนอยู่ข้างจั้นเย่เสียว
“ยินดีด้วยนะ อันเหยียน เชื่อว่าอีกไม่นานเราคงได้เรียกเธอว่าคุณนายน้อยจั้นแล้วล่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หร่วนอันเหยียนทำเพียงยิ้มบาง ๆ พร้อมเอ่ยเบา ๆ “สำหรับฉัน แค่ได้อยู่เคียงข้างเย่เสียวก็เพียงพอแล้วล่ะ! ส่วนเรื่องจะได้ตำแหน่งสถานะไหมนั้นมันไม่สำคัญหรอก”
แม้เธอจะพูดเช่นนั้น แต่ขณะพูด เธอกลับจ้องจั้นเย่เสียวตาไม่กระพริบด้วยสายตาเต็มไปด้วยความคาดหวังที่ใคร ๆ ก็สังเกตเห็นได้
จั้นเย่เสียวหลุบตาลง นิ้วมือเรียวยาวของเขาเคาะเบา ๆ บนขอบแก้วไวน์โดยไม่พูดอะไร
หร่วนอันเหยียนเหลือบมองไปที่หวังเจิ้งเหวิน ซึ่งเมื่อสบตาเขา หวังเจิ้งเหวินก็รีบพูดขึ้นทันที “เย่เสียวรักเธอขนาดนี้ หย่ากับเจียงซิงซิงเมื่อไหร่ ก็ต้องแต่งงานกับเธอทันทีอยู่แล้ว เรื่องนี้ยังจะต้องสงสัยอะไรอีก ใช่ไหม เย่เสียว”
แต่คำพูดของพวกเขากลับไม่สามารถดึงดูดความสนใจของจั้นเย่เสียวได้เลย แม้แต่เปลือกตาของเขาก็ยังไม่ขยับ
หร่วนอันเหยียนขบริมฝีปากแน่น เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วจู่ ๆ ท่ามกลางงานเลี้ยงก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้น
พวกเขาก็หันไปมองเช่นกัน
สิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจ คือเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้น
“ตึก ตึก……” เสียงนั้นดังเป็นจังหวะซ้ำ ๆ ราวกับจะสะกดใจทุกผู้คนที่อยู่ตรงนั้น
จากนั้น สีแดงสดก็สะท้อนเข้าสู่สายตาของทุกคน
หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาในชุดราตรีสีแดงเพลิงปาดลึกแบบตัววีที่ประดับด้วยเกล็ดเลื่อมระยิบระยับ ชายกระโปรงทรงปลาแหวกว่ายเบา ๆ ตามจังหวะการก้าวเดินของเธออย่างสง่างาม
รูปร่างอันเต็มไปด้วยส่วนโค้งเว้าดูเย้ายวนและสมส่วนจนยากจะละสายตาได้
ใบหน้าขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ รูปหน้าคมชัดสะดุดตา ดวงตาเรียวยาวคล้ายจิ้งจอกที่ถูกขับเน้นด้วยอายไลเนอร์สีดำ ดูดึงดูดและสะกดใจอย่างยิ่ง
เธอคือผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยจนทำให้คนอื่นรู้สึกด้อยค่าอย่างแท้จริง!
“เชี้ยเอ้ย! ผู้หญิงคนนี้เป็นใครน่ะ? ในเมืองBของเรามีสาวสวยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่เคยรู้เลย?” หวังเจิ้งเหวินอุทานออกมาทันทีด้วยความตกใจ
“ใช่ค่ะ! สวยจริง ๆ ” หร่วนอันเหยียนยิ้มพลางเสริมขึ้นอย่างเห็นด้วย
จั้นเย่เสียวเหลือบตามองไปยังทิศทางนั้นอย่างเกียจคร้าน แต่เมื่อสายตาของเขาได้เห็นผู้หญิงคนที่ว่า ดวงตาที่นิ่งสงบก็พลันหดวูบในทันที
“ผู้หญิงคนนี้ถูกใจฉันซะแล้ว! ฉันจะไปขอเบอร์เธอเดี๋ยวนี้ล่ะ! พวกนายรอฟังข่าวดีจากฉันได้เลย!” พูดจบ หวังเจิ้งเหวินก็เดินก้าวยาว ๆ ตรงไปยังหญิงสาวคนนั้นอย่างไม่รีรอ
เมื่อมาหยุดตรงหน้าหญิงสาว หวังเจิ้งเหวินเผยรอยยิ้มมาดร้ายที่เขาคิดว่าดูหล่อเหลาสุด ๆ พร้อมเอ่ยทัก “สวัสดีครับคนสวย! ขอแนะนำตัวหน่อยนะครับ ผมชื่อหวังเจิ้งเหวิน คุณพ่อของผมเป็นประธานบริษัทในเครือตระกูลหวัง ไม่ทราบว่าผมจะมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับคุณคนสวยบ้างไหมครับ!”
เมื่อมองชายตรงหน้าที่เหมือนนกยูงตัวผู้รำแพนหางโชว์พลัง เจียงซิงซิงพลันยกมุมปากขึ้นยิ้ม
ที่ผ่านมา ในบรรดาเพื่อน ๆ ของจั้นเย่เสียว ชายคนนี้เป็นคนที่เกลียดชังและดูถูกเธอมากที่สุด
ยัยขี้เหร่ หมูอ้วน หญิงอัปลักษณ์…… คำเรียกต่าง ๆ นานาสารพัดความไม่พึงประสงค์ล้วนถูกโยนมาใส่เธอ
แต่ตอนนี้ เขากลับทำตัวเหมือนสุนัขติดสัด ตาโตลุกวาวมองเธออย่างตกตะลึง
คิด ๆ ดูแล้ว…… ช่างน่าสนุกเสียจริง!
รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความเย้ายวนของเจียงซิงซิงทำเอาหวังเจิ้งเหวินจ้องตาค้าง เขาลอบกลืนน้ำลายเบา ๆ แล้วเอ่ยถามต่อ “ไม่ทราบว่าคนสวยชื่อว่าอะไรเหรอครับ?”
เจียงซิงซิงยกริมฝีปากสีแดงขึ้นเล็กน้อย ขณะที่เธอกำลังจะตอบนั้น กลับมีเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังขึ้นมา “ซิงซิง……”