#ย้อนอดีตนิดนุง...
ถ้าให้ย้อนกลับไปมันยาวนะสตอรี่ชีวิตของผมนี้...
ผมแอบหลงรักรุ่นพี่นามว่าหนูจ๋ามาตั้งแต่ป.3 (แก่แดดไหมครับ)ไม่หรอกมั้งเด็กน้อยอย่างผมเจอคนน่ารักยิ้มให้ใจผมก็ใจละลายแล้วแต่ดันปักใจรักแค่เธอแปลกนะว่าไหม...
ในทุกวันๆผมและบาสต้องเดินออกมารอแม่ที่หน้าโรงเรียนตามเวลาที่โรงเรียนเลิกทุกครั้งที่ผมจะแอบมองรถของผู้ปกครองของพี่หนูจ๋าตลอดแต่น่าจะเป็นพ่อของคนชื่อหนูอิงมั้งเพราะผมเห็นเด็กคนนั้นกระโดดกอดทุกครังที่เจอ
ส่วนนางในฝันของผมเท่าที่ผมสนใจเธอรู้ว่ามีแฝดเป็นผู้ชายดูท่าคงเป็นนั้นคนนั้นแระที่เดินตามกันมาติดๆดูหยิ่งๆชอบกล..
พอพี่หนูจ๋าจบป.6ที่โรงเรียนที่ผมเรียนไปแล้วใจผมเหลวเปลว แต่เอ๊ะผมยังมีตัวประกันที่ชื่อหนูอิงผมคิดว่าต้องตีสนิทกับเธอ แต่มันคือความคิดของผมในวัยเก้าขวบแต่จนแล้วจนรอด สามปีในรั้วโรงเรียนผมก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับหนูอิง..
คือว่านางไม่สนใจใครเลยสนแค่เพื่อนที่เดินตามนางต้อยๆเพียงคนเดียวจริงๆหนูอิงไม่คุยกะใครนอกจากเพื่อนคนนั้นผมก็ว่าแปลกนะไหมว่า..
แต่ทว่าโชคชาตะนำพาหรือเปล่าในวันที่ต้องเลือกที่เรียนผมกับบาสเดินผ่านมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งเห็นรูปพี่เจ้าคุณติดหน้าบอร์ด
อ่า...ความมุ่งมันเกิดขึ้นนะบัดนั้นผมชวนไอ้บาสมาสมัครเรียนที่นี้ให้ได้...
และในวันที่เช็คห้องเรียนก็ดันเจอนางฟ้าเข้าจังๆนางฟ้าของผมและยัยเด็กชื่ออิง แถมยังได้เรียนห้องเดียวกับผมอีก และภาระกิจดึงหนูอิงมาเป็นพวกก็เริ่มในวันเปิดเทอม..
แต่ว่าเธอฉลาดชิบหายคนอะไรสวยไม่พอฉลาดเป็นกรดผมต้องยอมรับละสาระภาพเลยว่าผมชอบพี่สาวเธอ แต่ว่าหนูอิงบอกให้ช่วยตัวเองล้วนๆเธอไม่สามารถช่วยได้...
พาร์ทหนูจ๋า
วันแรกของม.สี่ปีนี้น้องสาวคนสวยเข้ามาเรียนด้วยอยู่ม.หนึ่งห้องคิงค่ะ เธอจะฉลาดไปไหนค่ะอิงธารา พี่สาวคนสวยแบบเธอตั้งแต่ม.หนึ่งอยู่ห้อง3-4ตลอดมีแต่พี่ชายปากดีนั้นแระก็ฉลาดเกิ๊นคนนั้น..
ตอนเย็นของวันเปิดเทอม ฉันกับเพื่อนสาวปลายและผึ้งมานั่งรอน้องเพราะวันแรกแระเนอะเลยใส่ใจนิดนึง กำลังคิดอะไรเพลิน ปลายฟ้าสะกิด “จ๋า..เห็นเด็กคนนั้นคนที่เราจองเป็นน้องชายนี้้”
ฉันที่ก้มดูอะไรในโทรศัพท์จำต้องเงยหน้าดูพอเห็นปุ๊ป “เอ๊ะ..เด็กแฝดนั้น...(ภาพจำเด็กป.สามแอบเอาขนมมาให้ฉันใต้โต๊ะทุกวันฉันกินไหมก็ไม่นะแค่เอาให้เพื่อนๆไม่ก็ให้หนูอิง เพราะตัวเธอไม่ชอบทานขนมขบเคี้ยวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว )
“รู้จักหรือ” ปลายถาม
“อืม..เด็กที่โรงเรียนเก่านะ เห็นเป็นแฝดก็เลยสนใจ”
“หีอ..ตัวเองก็แฝดปะ” ผึ้งเอ่ย
“แฝดอะใช่..แต่เป็นแฝดต่างเพศอะไม่เหมือนกันซักอย่างถ้าไม่บอกเธอจะรู้ใหม” หนูจ๋าพูดถึงความเป็นแฝดของเธอกับพี่ชาย
“อืม..เท่าที่เราศึกษามามันมีแฝดแท้แฝดเทียมนะ” ผึ้งก็เอ่ยขึ้นและเนื้อหาเรื่องแฝดแท้แฝดเทียมให้ฟัง
“เราก็เคยค้นดูแต่มาเจอสองคนเราก็ทึ้งจริงๆป๊ากับอาเจ็กเบ้าเดียวกันพี่คุณอะก๊อปป๊ามาทุกระเบียดนิ้วเลยนะส่วนวาคิมถึงจะเป็นลูกครึ่งลูกลูกเสี้ยวก็ได้หน้าอาเจ็กคิณมาเช่นกัน น้องสาวของนางก็สวยเด็กฝรั่งจ๋าได้น้าลิซ่ามา ส่วนฉันสวยได้แม่.” ความภูมิใจของเธอเลย
“เบื่อคนยกหางแล้วหนึ่ง” ผึ้งทำหน้ามองบน
“จ้าแม่คนสวย” ปลายแอบจิก
“พี่หนูจ๋า พี่ผึ้ง พี่ปลายหวัดดีค่ะ ” คือเสียงมาตัวยังห่างเป็นกิโลเลยนั้น
“แม้ๆวันแรกก็มีหนุ่มตามเลย”
“เหอะ..เพื่อนๆโรงเรียนเก่าค่ะ”
“งั้นก็แปลว่าเป็นเพื่อนกันแต่ประถมอะดิ”
( - _ -) ( _ _ )( - _ - ) ( _ _ ) หนูอิงส่ายหน้าไปมา “เหอะๆพึ่งเป็นเพื่อนวันนี้ค่ะ” ยกมือปิดปากหัวเราจะเบาๆ
“โห้..แม่คนมารยา..เอ้ยมารยาทงาม” ปลายฟ้าแซวน้องสาวเพื่อน
“ชมอิงซะเขิลเลย” ==
“คิดได้แบบนั้นก็ดี” ผึ้งแอบขำน้องสาวเพื่อน
ดูเหมือนพึ่งคิดได้ว่าเธอลืมสองหนุ่มไปเลยหันไปทางเพื่อน “ลืมฮาๆพี่ๆขานี้ค่ะเพื่อนอิงค่ะ ชื่อบาสกับบอสเป็นแฝดกันค่ะ” ^_^
“โห้..ดีนะที่ยังคิดถึงพวกเราอยู่”
“ม่ายต้องเกรงใจอิงสวยอิงฉลาด อิอิ”
“เรื่องยกหางยกให้พี่น้องคู่นี้เลย” ปลายแอบจิก
พาร์ทบอย
เมื่อเพื่อนสาวเปิดทางแล้วผมก็ติดชิงเลย “ดีครับพี่ๆ ดีครับพี่หนูจ๋า...ผมยังคิดเหมือนเดิมนะครับ”
ฉันที่ทำเป็นจิ้มจอทำเป็นไม่สนใจจำต้องเงยหน้ามองสบสายตาคมที่มีลูกเล่นในตัว เลิกคิ้วสูง “พี่ก็ยืนยันเหมือนเดิม” “__”..!!
การพูดคุยของเราสองหยุดชะงักเมื่อพี่คุณ พี่นโม พี่พายุเดินมาสบทบ...
@3ปีผ่านมา
ตั้งแต่วันนั้นจนผ่านสามปีผมได้แค่ตามติดหนูอิงไปทุกที่ผมไม่ใช่ซาแซงนะครับก็แค่ทุกที่ ที่หนูอิงไปหาพี่หนูจ๋าเท่านั้นแระ ตามมานั่งข้างๆหรือโต๊ะถัดเพราะบางครั้งแฟนพี่ปลายพี่ผึ้งก็มานั่งด้วย แฟนพี่ปลายกับพี่ผึ้งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแฟนพีี่ปลายก็พี่พายุ,แฟนพี่ผึ้งก็พี่นโมส่วนพี่คุณก็ชอบกัดจิกหนูอิงตลอดส่วนผมก็มาแค่มองพี่หนูจ๋าถามว่ากล้วใหมก็ไม่นะชอบมอง..
เหมือนสายฟ้าฟาด...เช้าวันหนึ่ง
“ห๊ะ..พี่หนูจ๋าสอบติดม.xหรืออิง “ แค่พี่จ๋าจบม.หกแล้วไม่ได้เจอหน้าบ่อยๆก็รู้สึกเฟลแระ นี้ไปไกลเลยที่นี้
“ช่าย..มีไรหรือ”
“โห้..ความรักระยะไกลเลย”
“ห๊ะ..ความรักใครกัน” 0_0
“เอ้าเรากับพี่หนูจ๋าไง”
“เหอะๆ..เรานึกว่านายตัดใจแล้วเพราะสามปีทีผ่านมานายมาแค่นั่งมองไม่เห็นทำไรเลย”
“อืม..วันรับใบเราจะสารภาพรักอิงข่วยหน่อย”
“อะไรก็อิงเนอะคนสวยเบื่อ” การพูดคุยของเราสองคนหยุดลงเมื่อเสียงของเจ้าเวฬา แทรกเข้ามาปีนี้นางมาเรียนที่เด็กม.หนึ่ง
“โห้ เจ้หาตั้งนาน”
“เป็นลูกแง่หรือไง เจ้าเว”
“ ว่าน้องอีกและ..มีเรื่องปรึกษาอะ” หนูอิงหันไปมองหน้าน้องชายสบสายตามองเห็นแววตาเธอรู้เลยน้องคิดอะไรอยู่
“บอกพี่จ๋าดิ แกจะได้บอกเพื่อนว่าเวรับถ่ายรูปราคาประหยัด”
“รู้ได้ไงนี้” ตัวของเวฬแอบทึ้ง
“คนมันสวยและฉลาดมาก..” ความมั่นหน้าไม่เป็นรองใครด้วย..
“เจ้อิงสูงเท่าแล้วนี้ “ ต้วเขาเองพึ่งสังเกตุว่าพี่สาวสูงขึ้น
“165..ทำไม” เธอตอบไปด้วยความมั่นใจอีกและคิดว่าคงสูงได้อีกนิด 170 จงมา....
“เปล่าเแค่คิดว่ามื่อไหรเวจะสูงมั้งนี้”
“ผู้ชายก็ม.สามแระมั้ง ใช่ไหมบาส”
“ก็ประมาณเทอมสองม.สองอะบางคนนะ บางคนก็ม.สามเลย”
ตอนเย็นเวฬาเดินมาอ้อนวานพี่สาวพี่หนูจ๋าช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องที่เขารับถ่ายรูปให้กับรุ่นพี่ม.หก ในวันปัจฉิมนิเทศ.... “นะพี่หนูจ๋าเวฬาอยากได้เงิน”
“อืม...คุยอะคุยได้แต่แพงใหมเจ้เวอย่าลืมว่าพวกพี่ยังเด็กมัธยมกันอยู่นะก็ยังขอเงินทางบ้านอยู่เช่นกัน”
“จะเอาแพงทำไม..ไม่แพง เวอยากฝึกมือเฉยๆครับ” อ้อนวอนขอร้องในท่าลูกหมา
“อืม..งั้นก็ได้เดี๋ยวบอกให้ ว่าแต่อย่าลืมเอากล้องมาหล่ะวันศุกร์อะ”
“ไม่ลืมหรอกครับ”
ถึงเขาอยู่ม.หนึ่งก็ยังคงเป็นน้องของเธออยู่ยกมือลูบหัวเบา.. “โด้..พี่จ๋าผมเสียทรงหมดเลยนี้..
“เดี๋ยวจะโดนห่วงตัวกะพี่ได้ไง หวงอีกจะเล่าวีรกรรมสมัยเด็กๆฟัง”
“ขู่น้อง..” ตัวเขาแกล้งงอนแล้วเดินออกมาไม่ได้กลัวแต่ไม่ต้องพูดก็ได้ 🤭
พาร์ทที่บ้าน
เจ้าเอยหลังจากที่รู้ว่าเด็กน้อยของเธอสอบติดม.x ตอนแรกก็ทำใจไม่ได้แต่เธอก็ไม่ชิน 18ปีที่กันเจอหน้าทุกวัน นี้กว่าจะเจอต้องบินไปหาเธอได้แอบบ่นกับเพื่อนรักแบบเจ้าขากับนารา..
“อะไรกันค่ะคุณแม่ขาทีตัวเองไม่กลับเลย เจ็ดปี ยังทำได้เลย”
“ไม่ปลอบก็ไม่ต้องพูดเลย ขาอ่ะ”
“เราคิดถึงก็แค่บินไปหาเองหนูเอย กรุงเทพ-เชียงใหม่ ไม่ไกลเลยชั่วโมงเศษๆแถมลิซ่าก็อยู่ด้วยทางโน้น” นาราที่นั่งอ่านรายงานของบริษัทคบเพื่อนอยู่เงยหน้าขึ้นมา..
“พูดเหมือนพี่คีย์หมดเลย ไม่มีใครเข้าใจหัวอกแม่แบบเอย”
( - _ - )
เรื่องนี้เธอคุยกับสามีพ่อของลูกเธอจะใครได้หล่ะ พี่คีย์นั้นแระคุยแบบเพื่อนเธอทุกคำพูดเลย ตัวเธอเลยต้องเงียบ..
@วันปัจฉิมเทศ
วันนี้ที่ม. 6 เข้าปัจฉิมอยู่ในอาคารประชุมหนูอิงกับเจ้เวพากันนั่งทำช่อดอกไม้จำนวน 6 ช่อพยายามทำให้เสร็จก่อนที่พวกพี่จะเดินออกมา..
“เว..เจ้าเวมาช่วยห่อก่อนสิจะเช็ดกล้องทำไมเนี่ย”เธอเริ่มโวยวายน้องชาย
“โห..เจ๊แป๊บนึงดิ” ไอ้คนที่ยุ่งกับกล้องก็ร้องขอ
บาสและบอยเดินมาจากทางไหนก็ไม่รู้เดินมาสมทบเห็นเพื่อนสาวกำลังวุ่นวายกับช่อดอกก็เลยอาสา
“ให้เราช่วยไหมหนูอิง” บอยเอ่ย
“ทำเป็นหรอถ้าเป็นก็นั่งลงไม่ต้องเสนอหน้าช่วยเลย” ก็เธอยิ่งไม่สบอารมณ์กับน้องชายพอเพื่อนพูดก็แค่รวน
“ปากคอเราะร้ายไปใหญ่เลยนะเราเนี่ย” บาสเอ่ย
“ขอแค่สวยพอจบ” ยืนหนึ่งเรื่องยกหางเลย
“จ้าคนสวยคนสวยแห่งห้องคิง” พร้อมกันสองยคน
“แน่นอนอยู่แล้ว” ก็ยังไม่สำนึก
แล้วเธอกับเพื่อนช่วยกันช่อดอกไม้ทั้ง 6 แต่ดอกไม้ยังเหลือบอยเลยคิดว่าเขาควรทำช่อนึงเพื่อนางในดวงใจของเขา “หนูอิงดอกไม้ได้หลือเราขอนะ” จริงๆเธอไม่ได้ขี้หวงแต่หมั่นใส้เพื่อนมันว่าให้เธอเมื่อกี้
“ของซื้อของขายขอฟรีได้ไง”
“งั้นเราจ่ายไปเลย 500 บาทพอไหม”
“ป๋าอะแต่ให้เอาจะให้เอาไว้กินไอติม” ^_^
บอยเขาเป็นพวกที่ว่าฆ่าได้หยามไม่ได้ล้วงเงินจากกระเป๋ามาวางตรงหน้าเพื่อนสาวทันที
“นี้ครับคุณอิงธารา”
“thank you คุณอนาคิณ”
เด็กหนุ่มวัย 15 ปีอย่างบอยอนาคิณยื่นเงินให้เพื่อนสาวเสร็จแล้วก็นั่งมองกองดอกไม้ เอ่อ...เขาทำไม่เป็นเลยว่าเขาก็เลยนั่งมองเพื่อนสาวจนเจอหันมา..
“หนูอิงทำให้หน่อยสิ”
“ได้สิไม่มีปัญหาเอากี่ช่อล่ะ”
“ช่อเดียวพอ” ตัวเขาเองก็ไม่รู้จะทำให้ใครเพราะจริงๆก็สนิทหมดแต่อิงก็ทำเผื่อไว้แล้วสำหรับพี่ๆทุกคน
เมื่อรุ่นพี่ม. 6 พากันทยอยออกมาพวกเราก็พากันหอบช่อดอกไม้ยืนให้ทุกคนทยอยให้คนแรกคือพี่นะโมพี่ปลายพี่ผึ้งและพี่พายุ
ส่วนอีก 2 ช่อเธอเดินเอาไปให้พี่สาวคนสวยของเธอแล้วเธอก็บอกพี่สาวคนสวยว่ามีคนอยากคุยด้วย
“พี่หนูจ๋ามีคนเขาอยากคุยด้วย”
“ใครอ่ะพี่รู้จักป่ะ”
“จะใครได้ล่ะก็เจ้าบอยยังไงไปคุยกันให้รู้เรื่องก็ดีนะพี่”
“แต่ว่าเรารู้เรื่องที่บอยชอบพี่หรอ”
“รู้ตั้งแต่มันมาขอเป็นเพื่อนตอนม.หนึ่งเลยมั้ง มันตั้งใจเดินมาเพื่อจะขอเป็นเพื่อนกับอิง มันก็เป็นเพื่อนที่ดีนะเชื่ออิงไปคุยเถอะ”
หลังจากที่ทำช่อดอกไม้เสร็จก็สะกิดหนูอิง ผมก็วานเพื่อนบอกไปนางฟ้าของผมว่าอยากคุยด้วยแรกก็ลีลาจัง
“ได้สิเดี๋ยวบอกให้เดี๋ยวรอที่ไหนล่ะ”
“ต้องสนามฟุตบอลเดี๋ยวเราไปรอเลยนะ”
“OK ไม่มีปัญหาค่ะ”
พาร์ทหนูจ๋า
เดินออกจากห้องประชุมเดินมาไม่กี่ก้าว เพื่อนๆก็เอาแต่ถามว่าทำไมถึงไปเรียนต่อที่ม.x จริงๆตอนแรกที่สอบไม่ดูด้วยซ้ำว่าพี่คุณสอบลงที่นั่นเหมือนกัน เธอคุยกับเพื่อนได้แป๊บนึงอิงธาราน้องสาวคนสวยก็เรียก..
“ยินดีด้วยค่ะพี่หนูจ๋า” ช่อดอกไม้ทำเองให้พี่สาวคนสวยและกระซิบว่ามีคนอยากคุยด้วย
“ขอบคุณนะคะคนสวยของพี่”
เธอคิดว่าไหนๆก็ไหนๆแล้วเดี๋ยวเธอก็ต้องไปเรียนที่เชียงใหม่เด็กคนนี้ก็คงตัดใจเองแหละก็เลยไปคุยซะมันจะได้ไม่คาราคาซัง
@สนามบอล..
หลังจากผมวานหนูอิงแล้วผมก็เดินมานั่งรอที่หนูอย่างใจจดใจจ่อนั่งคิดว่าจะพูดอะไรดีจะคุยยังไงดีนั่งอยู่ตรงนั้นราว ห้านาทีผมก็ได้ยินเสียงคนเดินมา..
หนูจ๋าตั้งใจว่าจะมาคุยกับน้องให้มันจบๆพอเห็นเขานั่งอยู่ตรงฟุตบาทรู้สึกแปลกใจว่าเด็กคนนี้โตขึ้นมากเขาสูงกว่าฉันแล้วมั้งเนี่ย..
“อ่ะแห่ม..ว่าไงบอยเห็นหนูอิงบอกว่าต้องมีอะไรจะคุยกับพี่” เธอเอียงน่ามองมา
เด็กชายวัย 15 ปีเงยหน้าขึ้นมาเห็นนางฟ้าและเห็นเธอคุยกับเขา ก็ยิ้มส่งไปให้ “ก่อนอื่นเลยนี่ครับช่อดอกไม้ที่ผมตั้งใจทำให้” พร้อมยื่นช่อดอกไม้ส่งให้นางฟ้าของเขา
“ขอบคุณนะที่ตั้งใจทำให้ว่าไงมีอะไรหรือเปล่า” รับมาตามมารยาท
ผมก็ยังเป็นผมที่ยังคิดว่าชอบพี่หนูจ๋ามากๆ ผมยืนขึ้นตามความสูงของตัวเองแต่ตอนนี้ผมสูงกว่าพี่หนูจ๋าไปมากแล้วจากที่เคยมองดู (เงยหน้ามองกลายเป็นก้มหน้ามอง) “พ่ะ..พี่จ๋าผมยืนยันคำเดิมครับผมชอบพี่”
“อืม..พี่ขอบคุณนะที่มีความรู้สึกดีๆให้พี่แต่พี่ก็ยังยืนยันคำเดิมว่าพี่ไม่ชอบเด็ก” จากที่คิดไว้แล้วแต่ก็อึ้ง
ผมนี่โคตรปวดใจเลยครับแต่ยังไงยังไงผมก็ยังไม่ท้อเพราะว่าท้อมีไว้ให้ลิงถือไม่ใช่มีไว้ให้ผมแต่นาทีนั้นผมแอบน้ำตาซึม “ผมถามพี่นิดนึงนะครับ”
“พูดมาค่ะพูดที่อยากพูดมาเลย” อย่างที่บอกไหนๆก็จะเคลียร์แล้วก็พูดให้จบ..
“ที่อยากพูดก็พูดไปแล้วครับแต่ผมแค่จะถามว่าสเปคขอพี่หนูจ๋าเป็นแบบไหน” เธอได้ยินคำถามเลิกคิ้วส่งทันทีพร้อมหันไปยิ้ม..
รุ่นพี่สุดสวยยืนยิ้มให้กับเด็กน้อยที่ยังเด็กน้อยอยู่แหละก็พึ่ง 15ปีอยู่เนี่ย “พี่ no specครับแต่พี่ไม่ชอบเด็ก understand” มันโคตรชัดเจนมาก
คำพูดของพี่หนูจ๋ายิ่งกว่าน้ำกรดราดกลางใจผม
แต่ผม don’t care บอกเลยผมยืนยิ้มส่งไปให้คนสวยแบบที่คิดว่าหล่อที่สุด
“ครับ ขอบคุณครับ”
“มีเรื่องคุยกับพี่แค่นี้ใช่ไหม ถ้าหมดแล้วเข้าร่มเถอะยืนทำมิวสิคกลางแดดเดี๋ยวก็ดำหรอก”
“พี่เป็นห่วงผมหรอครับ” มันจะดีนะถ้าบอกเป็นห่วงแต่...
“เปล่าพี่เป็นห่วงตัวพี่เองครับพี่ไม่อยากดำ” ตอบได้ชัดเจนสุดๆ
เธอเดินหันหลังให้กับเด็กชายวัย 15 ปีเดินกลับมาหาเพื่อนๆที่นั่งม้าหินอ่อนรอยังจะจดจะจ่ออยากรู้แต่เธอไม่บอก...
“ไม่ยุ่งดิครับ”...
พาร์ทอิง
หลังจากที่เธอเดินไปบอกพี่สาวแล้ว เธอก็เหลือดอกไม้อีกช่อนึงต้องเอามาให้คู่ปรับของเธอตอนแรกเรียกเจ้าเวเอาไปให้แต่มันก็กวนโอ๊ยบอกว่ากำลังเก็บเงินอยู่ก็ช่างเถอะไม่กลัวหรอกเดินตรงไปหาร่างสูงที่คุ้นตาและเคยคุ้นเคยสนิทที่ว่าเจอหน้ากันกับกัดทุกรอบ
ยืนพ่นลมหายใจออก “นี้ค่ะพี่คุณหนูทำให้” เธอยื่นช่อดอกไม้ให้คู่ปรับและส่งยิ้มให้
เจ้าคุณที่ยืนคุยกับเพื่อนเรื่องที่เรียนจำต้องหันมาตามเสียงเล็กๆ “ขอบคุณนะ”
ผมยังพูดไม่ทันจบน้องทำท่าชิ่งหนีอีกแล้วผมเลยเรียก”เดี๋ยวดิยังไม่ได้คุยเลย”
คนอุตส่าห์จะชิงหนีแต่ทำไงได้ล่ะหันกลับมา “มีอะไรอีกอ่ะ” มองกลับมาแบบตาขวาง
“ไม่มีอะไรหรอกแค่จะบอกว่าเก่งมากที่สอบติดห้องคิง”
ตัวเธอแทบจะแคะขี้หูในรอบ 15 ปีที่พี่ชายคนดีของเธอพูดชมเธอแบบนี้ “ขอบคุณนะคะอิงขอตัวนะ” ตัวเธอหันหลังก็จะเดินกลับไปหาเพื่อนๆแต่ฉุกใจคิดได้ว่า
“พี่คุณคะรอดูผลงานของอิงได้เลยอิงจะสอบคณะแพทย์ให้ได้”
พูดจบเธอก็เดินหันหลังจากไปทิ้งให้เจ้าคุณยืนยิ้ม
ในช่วงเย็นของวันนั้นมีการจัดเลี้ยงปาร์ตี้หมูกระทะให้กับเด็กที่จบใหม่และสอบติดทุกที่ ที่เพนท์เฮ้าส์ของเจ้าคุณเองมีแค่ไม่กี่คนรวมทั้งเพื่อนสนิทก่อนเจ้าคุณและหนูจ๋า
@เกิดเหตุ
วันเวลาผ่านก่อนที่เจ้าคุณแล้วหนูจ๋าจะเดินทางไปเชียงใหม่ทาง ภาคินัยบินมาเยี่ยมพ่อแม่พร้อมคู่ชีวิตอย่างลิซ่าและลูกสาวลูกชายวาคิมรสา
ทางด้านคีตะพัฒน์ตั้งใจจะชวนภรรยาและลูกสาวลูกชายไปเยี่ยมอากงอาม่าเช่นกันเพราะเดินออกมาเจอเด็กน้อยตาใสอย่างหนูอิงไอ้เจ้าเวกำลังปาร์ตี้พิซซ่ากันก็เลยพากันไปบ้านสวนเมืองนนท์ทั้งหมดเลย
ในระหว่างพูดคุยกันก็มีเหตุการณ์ที่น่าตกใจเกิดขึ้นหนูอิงเข้าไปช่วยน้องชายจนตัวเองบาดเจ็บร้องไห้กับบาดแผลที่เกิดขึ้นและเสียใจที่ตัวเองต้องเจ็บนั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญไม่ได้เจตนาอากงที่เป็นเจ้าของกระจกบานนั้นไม่โกรธใครเลยแต่แอบสงสารเด็กน้อยที่เจ็บตัว
เจ้าคุณยืนมองน้องและแอบสงสารแต่เขาเพิ่งสอบติดแพทย์เขาไม่รู้ไม่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการทำแผลเลยเขาก็ได้แค่ยืนมองและส่งกำลังใจให้”
เหตุการณ์วันนี้ทำให้รู้ว่าเขารู้สึกดีกับเด็กคนนี้นะและวันนี้ทำให้ทุกคนรู้ว่าหนูจ๋าทำขนมไทยเป็นเป็นอะไรที่ amazing มากสำหรับทุกคนในครอบครัว
@เชียงใหม่
แล้วเราก็ถึงวันที่ สองสีพี่น้องเดินทางสู่เชียงใหม่โดยการมารับของอาเจ็กสุดหล่อของเขาและเขาทั้งคู่ก็อาศัยที่บ้านพักที่นิมมานซอย 5 บ้านหลังที่พ่อเขาแอบซื้อและแอบเฝ้ามองคุณแม่คนสวยผ่านมา 25 ปีแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้นเจ้าคุณตั้งใจว่าจะไปเซอร์เวย์มหาวิทยาลัยปลุกน้องสาว “จะไปก็ไปจะมาเรียกทำไมเนี่ย” ตัวเธอนอนไม่หลับเพราะคิดถึงแม่
“ทำไมตาคล้ำอย่างนี้หนูจ๋า
“หนูคิดถึงม้าอ่ะพี่คุณนอนไม่หลับเลยอ่ะ”
ผมรู้ว่าน้องติดแม่แล้วผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงมาเรียนที่นี่ผมเลยจำเป็นต้องพูด “รู้จักตัวเองดีไหมเนี่ยติดม้ายิ่งกว่าอะไรดีแล้วมาทำไมด๊รอปเรียนไหม”
“พูดงี้ได้ไงอ่ะบ้าดิยังไม่ทันเปิดเทอมจะให้ดร๊อปละเป็นพี่ภาษาอะไรเนี่ยฟ้องม๊าเลยชิ”
พี่จะไปเซอร์เวย์จะไปได้ไหมให้เวลาอาบน้ำ 10 นาที
“โห..10 นาทีวิ่งผ่านน้ำน่ะสิ”
“มหาลัยเปิดมัวแต่อาบน้ำแร่แช่น้ำนมไม่รอนะบอกเลย”
“บะ..บ้าใครจะทำแบบนั้นล่ะ 10 นาทีก็ 10 นาที”
ระหว่างรอน้องสาวเขาก็เปิดแผนผังมหาลัยดูว่าคณะของเขาและคณะของน้องห่างกันไหมก็ห่างพอสมควรเขาต้องคำนวณเวลากันออกจากบ้านแต่ระยะทางและการติดขัดจราจรในช่วงที่เดินทางด้วย
“หิวข้าวจังเลย”
“ ตื่นสายแล้วยังเรื่องมากเนอะเรานี้”
“เอ้าก็หนูนอนไม่หลับไงพูดแล้วนะบ่นเก่งไอ้คนแก่หรือไงเราเนี่ย”
ในระหว่างที่ตกเถียงกันก็มีเสียงคนมากดกริ่ง “ใครอ่ะ”
“นั่งอยู่ด้วยกันจะรู้ไหมล่ะไปเปิดดิ”
หนูจ๋าเดินออกมาเปิดพร้อมเปิดประตูทั้งนั้นแหละกรี๊ดลั่นเลยกระโดดกอดคุณแม่สุดสวยทันที “หือ..ม่ามี๊ขาคิดถึงจังเลย”
“น้อยใจจังเลยคิดถึงแต่มามี้ป๊าไม่คิดถึงหรอครับ” คีตะพัฒน์แอบแซวลูกสาว
“พวกป๊ามากันได้ไงครับ” ชายหนุ่มเองไม่ได้แปลกใจหรอกแต่ว่าเพิ่งจากมาเมื่อวานเองนะ
“มีคนแถวนี้ร้องไห้หาลูกสาวลูกชายครับป๊าก็เลยจำเป็นต้องพามาครับ”
“พี่คีย์อย่าว่าเอยพี่ต้องบอกว่ามีธุระที่มีงานที่สาขาแบบนี้สิคะ”
“อ้าวพูดผิดใช่ไหมครับพูดใหม่ได้ไหมเนี่ย”
“ไม่น่าจะทันแล้วนะคะแต่ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์มาหาหนู”
“ยินดีครับเจ้าหญิงของป๊า ป๊าฝากม้าด้วยนะเย็นๆเจอกันนะครับตามไปประชุมก่อน”
“ยินดีค่ะขอบคุณนะคะรักป๊าที่สุดเลย” หนูจ๋าเดินเข้าไปกอดคุณพ่อสุดที่รักแบบขอบคุณมากๆที่พาคุณแม่มาหาเธอแบบเซอร์ไพรส์ที่สุด
สามแม่ลูกพากันเซอร์เวย์มหาวิทยาลัยที่ลูกอยู่จริงๆลูกๆถามเธอก็ได้เพราะเธอก็เป็นศิษย์เก่าที่นี่ในระหว่างทางที่จะไปบ้านพี่คิณกับลิซ่าเธอก็สั่งสอนลูกชายลูกสาวให้ดูแลกันดีๆเพราะตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเพียงแค่สองพี่น้องมีอะไรให้โทรหาม๊าเลยมาจะรอสแตนบายทุกเรื่องคอย support เสมอ
@3 ปีผ่านไป
ช่วงจังหวะชีวิตผ่านไวมากปีนึงเธอกลับซัมเมอร์แต่ปีนั้นเธอไม่เจอหนูอิงเพราะน้องไปเยี่ยมอากงที่ฮ่องกง อีก 2 ปี 3 เธอตั้งใจที่จะไม่กลับเพราะเธออยากฝึกงานที่อลิสไดมอนด์ เลยพลาดเรื่องบางเรื่องมารู้อีกทีก็วันก่อนที่น้องจะเดินทางมา หนูอิงสอบติดคณะแพทย์ที่ม.xเช่นกัน
ทำให้เธอรู้ว่าสองแฝด บาส&บอยสอบติดมอ .x คณะเดียวกับเธอเช่นกัน คณะบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์ ไม่มีเดือนมหาลัยมานานแล้ว
ปีนี้เมื่อเธอรู้ว่ามีคู่แฝดถือว่าเป็นคนที่หน้าตาดีมากเธอในฐานะประธานรุ่นต้องออกตัวและตัวเธอคิดว่าวันเปิดเทอมเธอต้องเข้าคุยกับสองแฝดนี้ให้จงได้