ตอน 2

ของโบราณในวิลล่าที่ถูกขนออกไปมีจำนวนมากจนต้องใช้รถบรรทุกถึงสิบกว่าคันเลยทีเดียว

ซ่งชิงอวี่มองวิลล่าที่เกือบจะว่างเปล่า แล้วก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองก็ถูกเก็บกวาดออกไปเช่นกัน

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กปฏิทิน ถึงได้พบว่าหนึ่งวันก่อนที่จะไปจากที่นี่คือวันเกิดของเธอเอง

เพราะทุกครั้งที่เป็นวันสำคัญ หลินชิ่นเสวี่ยจะต้องโทรหาลู่เหยี่ยนจือเสมอ จนซ่งชิงอวี่มักจะ ptsd กับวันสำคัญต่าง ๆ ไปเลย

และก็ลืมวันเกิดนี้เช่นกัน

แต่ขอแค่ไปจากลู่เหยี่ยนจือ เธอก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตแบบคนปกติได้แล้ว

ซ่งชิงอวี่เข้านอนด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยม พอตื่นเช้ามาเธอก็ตรงไปยังเรือนหอของเธอและลู่เหยี่ยนจือ

บ้านหลังนี้นั้น เดิมทีเป็นลู่เหยี่ยนจือออกเงินซื้อทั้งหมด

แต่เธอยืนกรานที่จะขอแชร์ค่าบ้านกับเขาเอง

เพราะเธอคิดว่านี่คือบ้านของพวกเขา ทั้งคู่ต้องทุ่มเทดูแลร่วมกันถึงจะเรียกว่าบ้านได้อย่างเต็มปาก

ดังนั้นต่อให้ตอนนั้นเธอจะไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในมือ เธอก็ยังยอมตัดใจขายเครื่องเคลือบสามสีสมัยราชวงศ์ถังคู่โปรดไป

นั่นมันของหายากที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกเชียวนะ!

ซ่งชิงอวี่กดรหัสผ่าน แต่ตัวล็อกกลับแจ้งว่ารหัสผิด

เธอขมวดคิ้วเบา ๆ

รหัสผ่านนี้เธอเป็นคนตั้งเองกับมือ

ซึ่งมันคือวันเกิดของเธอกับลู่เหยี่ยนจือ

ไม่มีทางผิดแน่นอน

“ใครน่ะ?” จู่ ๆ ก็มีเสียงของผู้หญิงวัยกลางคนดังมาจากในบ้าน จากนั้นอีกฝ่ายก็ยื่นหน้าออกมาจากหลังประตูด้วยความสงสัย

ซ่งชิงอวี่ถามอย่างระแวดระวังว่า “คุณเป็นใคร?”

หญิงวัยกลางคนพูดว่า “แล้วคุณเป็นใครล่ะ?”

ซ่งชิงอวี่ผลักผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้นออกไป จากนั้นเธอก็เห็นหลินชิ่นเสวี่ยในชุดนอนเดินออกมาจากห้องนอน

หลินชิ่นเสวี่ยมาอยู่ในเรือนหอของเธองั้นเหรอ!

เธอโกรธจนแทบอยากจะหัวเราะออกมา จากนั้นก็พูดว่า “ใครอนุญาตให้เธอย้ายเข้ามา?”

แม้จะเห็นว่าเป็นซ่งชิงอวี่ หลินชิ่นเสวี่ยก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจเลยสักนิด

ที่เธอจงใจย้ายมาที่นี่ก็เพราะรู้ว่าบ้านหลังนี้คือเรือนหอของซ่งชิงอวี่กับลู่เหยี่ยนจือ

“พี่เหยี่ยนจือเป็นคนให้ฉันมาอยู่ ซ่งชิงอวี่ นี่คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ในใจพี่เหยี่ยนจือมีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นแหละ!”

หลังจากพูดจบ หลินชิ่นเสวี่ยก็รอให้ซ่งชิงอวี่อาละวาดโวยวาย

ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจก็คือ ซ่งชิงอวี่หยิบโทรศัพท์มือถือมาโทรหานิติบุคคลทันทีและพูดว่า “นิติใช่ไหมคะ มีคนแปลกหน้าบุกรุกเข้ามาในบ้านฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต นี่พวกคุณทำงานกันยังไง?”

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ในที่สุดก็มีคนปรากฏตัว

ทว่าไม่ใช่คนจากนิติบุคคล

แต่เป็นลู่เหยี่ยนจือ

ชายหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมกับไอเย็นที่แผ่ซ่านออกมา ใบหน้าที่หล่อเหลานั้นเยือกเย็นราวกับน้ำค้างแข็ง เมื่อเห็นซ่งชิงอวี่ เขาก็พูดด้วยแววตาที่มีแต่ความรำคาญอย่างเห็นได้ชัดว่า “คุณเอะอะโวยวายอะไรอีก?”

ซ่งชิงอวี่เจ็บจี๊ดราวกับถูกบีบที่หัวใจ ลมหายใจเหมือนจะไม่สามารถพ่นออกมาได้

เธอคิดว่าตัวเองจะไม่แคร์แล้วแท้ ๆ

“ที่นี่คือเรือนหอของพวกเรา คุณมีสิทธิ์อะไรถือวิสาสะให้เธอย้ายเข้ามา? !”

บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดจนถึงขีดสุด!

หลินชิ่นเสวี่ยพอใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างมาก

เธอแสร้งสะอึกสะอื้นและเติมเชื้อไฟเข้าไปอีกด้วยการพูดว่า “พี่เหยี่ยนจือ ขอโทษด้วยนะคะ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่รู้ว่าที่นี่คือเรือนหอของพวกพี่ ฉันจะย้ายออกเดี๋ยวนี้แหละค่ะ..... แค่ก ๆ ...... แค่ก ๆ ......”

เธอพูดพลางกุมหน้าอกไออย่างรุนแรง

ราวกับจะสิ้นใจได้ทุกเมื่อ

ลู่เหยี่ยนจือรีบเข้าไปประคองหลินชิ่นเสวี่ยและพูดว่า “ซ่งชิงอวี่ คุณช่วยมีเหตุผลหน่อยได้ไหม?”

เมื่อเห็นมือของชายหนุ่มวางอยู่บนตัวหลินชิ่นเสวี่ย หัวใจของซ่งชิงอวี่ก็ถูกทิ่มแทงซ้ำอีกครั้ง เธอพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า “ฉันไม่ได้จะให้เธอย้ายออกหรอก ตอนนั้นฉันออกเงินซื้อบ้านหลังนี้ไปครึ่งหนึ่ง

คุณแค่คืนเงินส่วนนั้นเป็นเงินสดให้ฉันก็พอ”

ก่อนหน้านี้เธอยังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะจัดการเรือนหอหลังนี้ยังไงดี

ตอนนี้ดีเลย...... ไม่ต้องกลุ้มใจแล้ว

การที่จู่ ๆ ซ่งชิงอวี่กลายเป็นคนพูดง่ายขึ้นมาคือสิ่งที่ลู่เหยี่ยนจือต้องการอยู่พอดี

แต่ไม่รู้ทำไม เขากลับรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย เขาพูดว่า “ไม่มีปัญหา หลังจากกลับไปแล้วผมจะให้เสิ่นโจวโอนเงินให้คุณแล้วกัน”

“ได้”

ซ่งชิงอวี่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

ขณะที่มองตามหลังซ่งชิงอวี่ไป ในใจของลู่เหยี่ยนจือพลันเกิดความรู้สึกโหวง ๆ ขึ้นมาวูบหนึ่ง

แต่ไม่นานเขาก็สลัดมันทิ้งไป

ซ่งชิงอวี่รักเขามากขนาดนั้น หากจะมีความรู้สึกน้อยใจบ้างก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

เดี๋ยวเธอก็จัดการตัวเองได้เอง

ในบ่ายวันเดียวกันนั้น

ซ่งชิงอวี่ได้รับเงินที่ถูกโอนมาจากลู่เหยี่ยนจือ

เป็นเงินทั้งหมดห้าสิบล้าน

ซึ่งมากกว่าเงินที่เธอเคยจ่ายไปตอนซื้อบ้านถึงสองเท่า

ลู่เหยี่ยนจือไม่มีอะไรดีเลย

ยกเว้นอยู่เรื่องเดียวคือความใจสปอร์ต

จากนั้นก็มีข้อความจากลู่เหยี่ยนจือส่งตามมาติด ๆ ......

พรุ่งนี้ผมไปรับนะ

ไม่ใช่การขอความเห็น แต่คือการแจ้งให้ทราบ

ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้ตลอด

มีแค่ประโยคสั้น ๆ ประโยคเดียว ไม่บอกว่าจะไปทำอะไร หรือไปกับใคร

ลู่เหยี่ยนจือทำราวกับว่าหากพูดกับเธอมากกว่านี้อีกสักคำ ดอกพิกุลจะร่วงออกจากปากเขาอย่างไรอย่างนั้น

ซ่งชิงอวี่ไม่ได้ใส่ใจข้อความนั้น แล้วก็โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งไปและวุ่นกับการเตรียมตัวย้ายออกต่อ

สิบโมงเช้าวันต่อมา รถของลู่เหยี่ยนจือก็มาจอดที่หน้าวิลล่าตรงเวลาเป๊ะ

เมื่อเห็นว่าซ่งชิงอวี่พักอยู่ที่วิลล่าของตัวเอง เขาก็พูดด้วยความแปลกใจว่า “คุณไม่ได้อยู่ที่เชียนเย่ วิลล่าหรอกเหรอ?”

เชียนเย่ วิลล่าคือวิลล่าของลู่เหยี่ยนจือนั่นเอง

เธอคบกับเขาถึงสามปี ถึงจะได้รับสิทธิ์ให้ย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่น

แต่ได้ข่าวว่าคืนแรกที่ลู่เหยี่ยนจือรู้จักกับหลินชิ่นเสวี่ย เขาก็พาเธอเข้าบ้านแล้ว

ความแตกต่างระหว่างรักกับไม่รักมันชัดเจนขนาดนี้เลยสินะ

“อยู่มานานแล้ว เบื่อ” ซ่งชิงอวี่ตอบแบบขอไปที

ลู่เหยี่ยนจือไม่ได้พูดอะไรอีก ภายในรถจึงตกอยู่ในความเงียบ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถก็มาจอดนิ่งอยู่ที่หน้าโชว์รูมรถปอร์เช่

แววตาของซ่งชิงอวี่มีความสั่นไหวเล็กน้อย

เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ทางปอร์เช่เพิ่งเปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นใหม่ชื่อว่า......รถปอร์เช่ มิชชั่น เอ็กซ์

ซึ่งเธอชอบมันมาก

ถึงขั้นพูดกรอกหูลู่เหยี่ยนจือทุกวันเลยด้วย!

แต่รถรุ่นนี้ยังไม่มีการผลิตออกมาขายทั่วไป ตอนนี้ทั่วโลกจึงมีเพียงสามคันเท่านั้น

เมื่อสัปดาห์ก่อน โชว์รูมรถแห่งนี้ได้มาหนึ่งคันและก็เป็นข่าวด้วย

หัวใจของซ่งชิงอวี่เต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ

เธอลงจากรถเดินตามลู่เหยี่ยนจือเข้าไปในโชว์รูมรถ

ทันทีที่ก้าวเข้าไปเห็นหลินชิ่นเสวี่ยถูกพนักงานรุมล้อมราวกับดวงดาวโอบล้อมดวงจันทร์ อารมณ์ดี ๆ ของซ่งชิงอวี่ก็มลายหายไปทันที

เธอจึงหันหลังเตรียมจะเดินออกไป

แต่หลินชิ่นเสวี่ยกลับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงว่า “พี่เหยี่ยนจือ พี่ชิงอวี่ พวกพี่มาแล้วเหรอคะ!”

“พี่เหยี่ยนจือ ฉันเลือกรถเสร็จแล้วค่ะ เอาคันนี้แหละ ได้ไหมคะ?” หลินชิ่นเสวี่ยชี้นิ้วไปที่รถปอร์เช่ มิชชั่น เอ็กซ์

ลู่เหยี่ยนจือพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเป็นอย่างมากว่า “ถ้าคุณชอบก็ได้หมดนั่นแหละ”

แต่พอหันมาหาซ่งชิงอวี่ เขากลับพูดด้วยแววตาเย็นชาว่า “คุณก็เลือกสักคันสิ”

ซ่งชิงอวี่มองหลินชิ่นเสวี่ยสีหน้าเต็มไปด้วยความได้ใจและยั่วยุ ก่อนจะยกมือชี้ไปที่รถคันเดียวกันพร้อมกับพูดว่า “ฉันก็เอาคันนี้เหมือนกัน”

ลู่เหยี่ยนจือขมวดคิ้วพลางพูดว่า “คุณเลือกคันอื่นเถอะ”

“ฉันจะเอาคันนี้” ซ่งชิงอวี่พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดอย่างไม่ยอมให้อีกฝ่ายโต้แย้ง

เมื่อเห็นเธอกลับไปเป็นซ่งชิงอวี่ที่ไร้เหตุผลคนเดิม หลินชิ่นเสวี่ยก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย

เธอหันไปมองลู่เหยี่ยนจือ

ซึ่งมันเป็นไปตามที่เธอคาดเลย ลู่เหยี่ยนจือขมวดคิ้วเป็นปมแน่นพลางพูดว่า “ซ่งชิงอวี่ อย่าทำตัวไร้เหตุผลสิ เห็น ๆ กันอยู่ว่าที่นี่มีรถตั้งเยอะแยะ ทำไมคุณถึงไม่เลือกคันอื่นล่ะ?”

ซ่งชิงอวี่พึมพำเบา ๆ ว่า “นั่นสินะ ทำไมฉันถึงไม่เลือกคันใหม่?”

หลังจากพูดจบ เธอก็เงยหน้ายิ้มอย่างสดใสพร้อมกับพูดว่า “ฉันล้อคุณเล่นน่ะ ฉันจะไปแย่งรถกับสุดที่รักของคุณได้ยังไงล่ะ ฉันเอาคันนี้แล้วกัน......”

เมื่อมองไปทางที่ซ่งชิงอวี่ชี้นิ้วไป หลินชิ่นเสวี่ยก็หน้าซีดเผือดทันที

ปอร์เช่ เก้าหนึ่งเก้า!

ราคาเริ่มต้นก็ห้าร้อยล้านแล้ว!!!

ตอน 3

“คุณนาย!” เมื่อเห็นหลินชิ่นเสวี่ยเป็นลมล้มพับไป ผู้จัดการก็อุทานเสียงหลง

วินาทีต่อมา มีคนคนหนึ่งพุ่งเข้าไปหาหลินชิ่นเสวี่ยเร็วกว่าผู้จัดการ แล้วก็ช้อนตัวเธออุ้มขึ้นมาและรีบออกไปอย่างรวดเร็ว

คนที่รูปร่างสูงใหญ่ผึ่งผายคนนั้น หากไม่ใช่ลู่เหยี่ยนจือแล้วจะเป็นใครได้อีก

ซ่งชิงอวี่กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน

ลู่เหยี่ยนจือขับรถออกไปแล้ว เธอจึงต้องเรียกแท็กซี่กลับเอง

แต่ละแวกโชว์รูมรถนั้นหาแท็กซี่ยากมาก

ซ่งชิงอวี่ต้องเดินบนรองเท้าส้นสูงอยู่นานร่วมชั่วโมง กว่าจะมีคนขับยอมกดรับงาน

พอขึ้นรถมาเธอก็มองดูเท้าที่ขึ้นตุ่มพอง

พลางถอนหายใจออกมา

โชคดีที่คราวนี้เจ็บแค่เท้า ไม่ได้เจ็บใจไปด้วย

......

หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่โชว์รูมรถไป ซ่งชิงอวี่ก็ไม่ได้เจอหน้าลู่เหยี่ยนจืออีกหลายวัน

แต่เธอไม่จำเป็นต้องไปสืบหาหรอก

เพราะหลินชิ่นเสวี่ยเป็นฝ่ายมารายงานด้วยตัวเอง

【09:05 วันนี้พี่เหยี่ยนจือป้อนโจ๊กให้ฉันเองกับมือเลยนะ 】

【18:23 นี่คือส้มโอที่พี่เหยี่ยนจือแกะให้ฉัน ดูน่ากินมากเลยเนอะ อยากลองชิมดูไหม คิกคิก แต่ชาตินี้เธอคงไม่มีวันได้กินหรอก 】

ภาพประกอบด้านล่างคือส้มโอที่แกะเสร็จเรียบร้อยแล้ว

【22:35 พี่เหยี่ยนจือนอนอยู่ข้าง ๆ ฉันด้วยแหละ คิกคิก~】

ภาพประกอบด้านล่างคือรูปที่ลู่เหยี่ยนจือเท้าแขนนอนอยู่ข้างเตียงของหลินชิ่นเสวี่ย

“……”

ซ่งชิงอวี่ปรายตามองเพียงแวบเดียว ก่อนจะโยนโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าไป

บางทีคงเป็นเพราะความรู้สึกมันตายด้านไปแล้ว หลายวันมานี้ได้เห็นหลินชิ่นเสวี่ยคอยรายงานกิจวัตรต่าง ๆ ของลู่เหยี่ยนจือให้เธอทราบ เธอจึงแค่รู้สึกเหมือนเห็นตัวตลกกำลังแสดงโชว์ห่วย ๆ ให้ดู

เธอเปิดประตูรถก้าวลงไป แล้วก็เดินเข้าไปในแอลเอส มีเดีย กรุ๊ป

บริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทที่เธอร่วมหุ้นทำกับลู่เหยี่ยนจือ

ตอนแรกที่ทำก็เพื่อให้ตัวเองผูกมัดกับลู่เหยี่ยนจือให้แน่นหนาขึ้น

ลู่เหยี่ยนจือจะได้ไม่บอกเลิกเธอง่าย ๆ

แต่คาดไม่ถึงว่าสุดท้ายมันกลับกลายเป็นพันธนาการที่ผูดมัดเธอไว้ซะเอง

“เธอจะไปจากเมืองอังนา กลับไปจิงตูคนเดียวเหรอ?” รองประธานบริษัทที่ชื่อว่าหลิวอี้หยางมองซ่งชิงอวี่ด้วยความตกใจพลางถามว่า “ลู่เหยี่ยนจือรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?”

ซ่งชิงอวี่ตอบว่า “ฉันยังไม่ได้บอกเขาหรอก รบกวนคุณช่วยเก็บเป็นความลับให้ทีนะคะ”

“ได้สิ ได้สิ” หลิวอี้หยางพยักหน้า แต่ก็ยังพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “เธอรักลู่เหยี่ยนจือมากไม่ใช่เหรอ เธอทำใจไปจากเขาได้จริง ๆ เหรอ?”

ซ่งชิงอวี่ตามตื๊อลู่เหยี่ยนจือมาตลอดเจ็ดปีเต็มเชียวนะ!

เรียกได้ว่าเธออุทิศช่วงเวลาวัยสาวที่สวยงามที่สุดให้กับเขาไปหมดแล้ว

“ค่ะ ฉันไม่ต้องการเขาแล้วล่ะ” ซ่งชิงอวี่พูดอย่างนิ่งเฉย “เดี๋ยวพอฉันไปแล้ว ฝากรุ่นพี่จัดการเรื่องการแบ่งหุ้นของบริษัทตามขั้นตอนที่เหลือด้วยนะคะ รบกวนด้วยค่ะ”

“เธอไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก” หลิวอี้หยางก้มหน้าซ่อนความดีอกดีใจในแววตา จากนั้นก็พูดว่า “เธอคือรุ่นน้องของฉัน ที่ฉันเข้าทำงานที่ LS ได้ก็เพราะเธอเป็นคนแนะนำนะ”

ซ่งชิงอวี่มองหลิวอี้หยางด้วยความซาบซึ้ง

แม้บริษัทนี้จะเป็นของเธอ แต่คนที่ลงมือทำงานจริง ๆ คือหลิวอี้หยางมาโดยตลอด

หากไม่มีหลิวอี้หยาง บริษัทก็คงจะเจ๊งไปนานแล้ว

หลังจากเดินสำรวจบริษัทเป็นรอบสุดท้าย ซ่งชิงอวี่ก็ตัดสินใจจากไปในที่สุด

หลิวอี้หยางเดินลงมาส่งเธอที่ใต้ตึกด้วยตัวเอง จนกระทั่งรถของเธอลับตาไป ถึงได้เก็บสายตาอาลัยอาวรณ์และเดินขึ้นตึกไป

......

ระหว่างทาง

ซ่งชิงอวี่เปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมาขีดฆ่ารายการรองสุดท้ายออกจากแอปโน้ต......แบ่งหุ้นบริษัท

จากนั้นเธอก็เลื่อนสายตาไปที่รายการสุดท้าย

......ย้ายออกจากเชียนเย่ วิลล่า

หลังจากย้ายออกจากเชียนเย่ วิลล่าแล้ว เธอกับลู่เหยี่ยนจือก็จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก

ซ่งชิงอวี่ขับรถไปอย่างเงียบ ๆ

จนบรรยากาศระหว่างทางเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อถึงเชียนเย่ วิลล่า เธอก็เดินตรงขึ้นไปชั้นสองทันที

พอคนรับใช้ในบ้านเห็นซ่งชิงอวี่เดินเข้ามา พวกเขาก็ทำเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ ไม่มีใครเข้ามาทักทายเธอเลยสักคน

เพราะพวกเขารู้ดีว่าลู่เหยี่ยนจือไม่ได้รักเธอเลยแม้แต่น้อย

ตั้งแต่เธอย้ายเข้ามา ลู่เหยี่ยนจือก็แทบไม่กลับบ้านอีก

ซ่งชิงอวี่เข้าไปในห้องนอนแขก

เธอและลู่เหยี่ยนจือนอนแยกห้องกัน

ในตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์ดังต่าง ๆ

ซึ่งทั้งหมดนี้ลู่เหยี่ยนจือเป็นคนให้

แต่ซ่งชิงอวี่ไม่ได้สนใจเลย

เธอก้มไปหยิบกระเป๋าเดินทางออกมา

ขณะที่เธอกำลังจัดของอยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียงแตรรถดังมาจากชั้นล่าง

“คุณลู่......”

“คุณลู่......”

“คุณลู่......”

เสียงทักทายด้วยความเคารพดังต่อ ๆ กันมาตั้งแต่หน้าประตู

ลู่เหยี่ยนจือกลับมาแล้ว

ซ่งชิงอวี่รีบยัดกระเป๋าเดินทางกลับเข้าไปที่เดิม

เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอกำลังจะไป

ทันทีที่ยัดกระเป๋าเข้าที่เสร็จ เธอก็เงยหน้าขึ้นมาและเห็นคนตัวสูงใหญ่ยืนอยู่ที่หน้าประตูพอดี

แม้แววตาของชายหนุ่มจะดูอ่อนล้า แต่ใบหน้าที่หล่อเหลาภายใต้แสงไฟสีนวลตรงทางเดินกลับดูมีมิติและสมบูรณ์แบบราวกับผลงานศิลปะ

ซ่งชิงอวี่หายใจติดขัดไปชั่วขณะ

“คุณทำอะไรอยู่เหรอ?” ลู่เหยี่ยนจือจ้องเขม็งราวกับจะมองเธอให้ทะลุ

ซ่งชิงอวี่เอาตัวบังกระเป๋าเดินทางเอาไว้ แล้วก็พูดว่า “หาของน่ะ”

ลู่เหยี่ยนจือไม่ได้สงสัยอะไรและเดินเข้ามาข้างใน

“สองวันมานี้ผมยุ่งมากเลย เมื่อกี้เช็กกับเสิ่นโจวมาว่าวันที่สิบเก้าไม่มีงานอะไร วันนั้นเราไปจดทะเบียนสมรสกันนะ!”

เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นเชิงแจ้งให้ทราบเหมือนเดิม

ซ่งชิงอวี่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นและพูดว่า “วันที่สิบเก้าคือวันเกิดฉัน”

เธอจับสังเกตได้ว่าในแววตาของลู่เหยี่ยนจือมีความตกตะลึงฉายออกมาแวบหนึ่ง

“วันนั้นฉันมีนัดแล้ว”

“คุณไม่เคยฉลองวันเกิดเลยไม่ใช่เหรอ?”

แค่ไม่ได้ฉลองกับคุณต่างหาก

แต่ซ่งชิงอวี่ไม่ได้พูดประโยคดังกล่าวออกมา

“งั้นก็เปลี่ยนเป็นวันอื่นแล้วกัน” ลู่เหยี่ยนจือดึงเนกไทออกและเดินเข้าห้องน้ำไป

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับไอน้ำที่เกาะอยู่ตามตัว

บนตัวของเขามีผ้าเช็ดตัวพันไว้อยู่แค่ผืนเดียว

หยดน้ำไหลผ่านกล้ามหน้าอกลงไปยังกล้ามหน้าท้องทั้งแปดมัด

ลอนกล้ามเหล่านั้นเคยทำให้ซ่งชิงอวี่กรีดร้องแทบคลั่ง ทว่าตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่ามันจืดชืดไร้รสชาติ

เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นซ่งชิงอวี่เอาแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือ

คิ้วสวย ๆ ของเขาก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

เมื่อก่อนแค่เขาโชว์กล้าม ซ่งชิงอวี่ก็รีบวิ่งเข้ามาคลอเคลียแล้ว

“นอน” ลู่เหยี่ยนจือปิดไฟ

ซ่งชิงอวี่ยืนขึ้นในความมืดและพูดว่า “ฉันควรจะกลับห้องแล้ว”

ลู่เหยี่ยนจือขมวดคิ้วพลางมองประตูที่ถูกเปิดออกและปิดลง

จากนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความมืดอีกครั้ง

ในใจของเขารู้สึกโหวง ๆ อย่างบอกไม่ถูก

แต่ไม่นานเขาก็สลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป

ไม่หรอก

ไม่มีเรื่องอะไรหรอก

......

วันเวลาที่เหลือหลังจากนั้น ซ่งชิงอวี่ก็ไม่ได้เจอลู่เหยี่ยนจืออีกเลย

เธอได้ยินหลิวอี้หยางบอกว่าเหมือนเขาจะไปทำงานนอกสถานที่

เพราะหลิวอี้หยางก็ติดต่อเขาไม่ได้เช่นกัน

เมื่อก่อนสำหรับซ่งชิงอวี่แล้ว เรื่องนี้นับว่าเป็นข่าวร้ายสุด ๆ

แต่ตอนนี้มันกลับเป็นข่าวดีระดับฟ้าประทานเลยทีเดียว

เพราะเธอจะได้ถือโอกาสตอนที่เขาไม่อยู่ เข้าไปเก็บของที่เชียนเย่ วิลล่า

ของของเธอที่อยู่ที่นั่นมีไม่มากเท่าไหร่

ส่วนใหญ่จะเป็นของที่เธอซื้อให้ลู่เหยี่ยนจือซะมากกว่า

ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาคู่ เสื้อผ้า ตุ๊กตาหมี......

แต่เพราะลู่เหยี่ยนจือมองว่ามันดูเหมือนเด็กน้อยเกินไป ของพวกนี้จึงถูกยัดไว้ตรงมุมที่ลึกที่สุดของตู้เสื้อผ้า

เธอหยิบของขวัญออกมาทีละชิ้นยัดใส่ลงในกระเป๋าเดินทาง

แล้วก็ลากกระเป๋าที่มีของอัดแน่นอยู่ในนั้นออกจากเชียนเย่ วิลล่าไป

แม้จะมีคนรับใช้มาเห็นเข้า แต่อีกฝ่ายก็นึกว่าเธอแค่ไปทำงานนอกสถานที่จึงไม่ได้ถามอะไร

พริบตาเดียวเวลาก็ล่วงเลยผ่านมาจนถึงวันที่สิบเก้า

ซ่งชิงอวี่จัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

เหลือเพียงรอให้ถึงวันที่ยี่สิบและไปจากเมืองนี้

ตกกลางคืน

ซ่งชิงอวี่ไปร้านเค้กใจกลางเมืองเพียงลำพัง จากนั้นก็หาที่นั่งในสวนสาธารณะและค่อย ๆ กินเค้กก้อนเล็ก ๆ นั่นคนเดียว

เค้กหวานมาก

แถมเธอก็ไม่ต้องมานั่งกังวลแล้วว่าลู่เหยี่ยนจือจะทิ้งเธอไปกลางคัน

เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิดพลางยิ้มมุมปากเล็กน้อย

ทันใดนั้นเอง......

ได้มีเสียงพลุระเบิดดังปังขึ้นมา

พลุหลากสีสันระเบิดกระจายเต็มท้องฟ้า ส่องแสงแข่งกันจนท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างไสวราวกับตอนกลางวัน

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนจนซ่งชิงอวี่เริ่มปวดคอ การแสดงพลุถึงได้จบลงในที่สุด

จากนั้นโทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นเตือนขึ้นมา

ซ่งชิงอวี่หยิบโทรศัพท์มือถือมาดู

มันเป็นข้อความจากลู่เหยี่ยนจือ

【คุณชอบการแสดงพลุหรือเปล่า สุขสันต์วันเกิดนะ! 】

สายตาของซ่งชิงอวี่พร่ามัวในทันที เธอไม่เคยได้รับคำว่าสุขสันต์วันเกิดจากลู่เหยี่ยนจือมาก่อนเลย!

คาดไม่ถึงว่าจะได้รับมันในวันสุดท้ายแบบนี้!

ขณะที่เธอเปิดข้อความและกำลังพิมพ์คำว่าขอบคุณได้สองพยางค์ ก็มีข้อความหนึ่งเด้งแทรกขึ้นมา

มันคือรูปถ่ายรูปหนึ่ง

ที่หลินชิ่นเสวี่ยส่งมา

เมื่อซ่งชิงอวี่กดเปิดดู ก็เห็นว่ามันคือบะหมี่ชามหนึ่ง

【นี่คือบะหมี่ที่พี่เหยี่ยนจือทำให้ฉันเองเลยนะ ได้ยินว่าวันนี้เป็นวันเกิดคุณ ฉันเลยแกล้งขอให้เขาต้มบะหมี่อายุยืนให้ฉันกินน่ะ คิกคิก ฉันมีบะหมี่อายุยืนกิน แต่คุณกลับไม่มี เจ้าของวันเกิดอย่างคุณนี่น่าสงสารจังเลยนะ! 】

น้ำที่คลอเบ้าอยู่ในดวงตาของซ่งชิงอวี่เหือดแห้งไปทันที

เธอกดที่รูปโปรไฟล์วีแชทของลู่เหยี่ยนจือและพิมพ์ลงไปว่า【ฉันอยากกินบะหมี่อายุยืนของคุณน่ะ 】

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED