ตอน 1

บทที่ 1 คืนที่เขาจำได้แต่ชื่อเธอไม่มี

แสงสีเทาอ่อนของรุ่งเช้าลอดผ่านม่านหนาหนักเข้ามาเพียงเส้นบางๆ แต่ก็พอทำให้กวิน อัครเดชาธรเห็นความยุ่งเหยิงบนเตียงกว้างกลางห้องสวีตชั้นบนสุดของโรงแรมตัวเองได้ชัดเจนเกินกว่าที่เขาอยากเห็น

ผ้าปูที่นอนยับย่น เสื้อเชิ้ตของเขาตกอยู่ข้างเตียง เข็มขัดหนังราคาแพงกองอยู่ใกล้โซฟา และกลิ่นหอมจางๆ คล้ายแป้งเด็กผสมดอกมะลิยังลอยค้างอยู่ในอากาศเหมือนหลักฐานที่ไม่มีทางปฏิเสธ

กวินนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียง มือหนากุมขมับแน่น ดวงตาคมแดงก่ำจากการนอนน้อยและความคิดที่ตีรวนอยู่ในหัว

เมื่อคืนเขาจำได้ว่าเกิดเรื่องวุ่นวายที่ชั้นล่าง เด็กเสิร์ฟคนหนึ่งถูกแขกเมาลวนลาม เขาเข้าไปช่วยเพราะไม่ชอบให้เรื่องสกปรกเกิดขึ้นในพื้นที่ของตัวเอง จากนั้นมีคนบอกว่าเธอถูกวางยา เขาควรส่งเธอไปโรงพยาบาล ควรเรียกลูกน้องผู้หญิงมาดูแล ควรทำอะไรที่สุภาพบุรุษควรทำ

แต่เขากลับพาเธอขึ้นมาที่ห้องนี้

และหลังจากนั้นทุกอย่างก็เกินควบคุม

“บ้าเอ๊ย...” เสียงทุ้มต่ำหลุดออกจากริมฝีปากอย่างหงุดหงิด “ฉันทำอะไรลงไปวะ”

เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ขาดสติ ไม่ใช่ผู้ชายที่ไม่เคยผ่านผู้หญิง และยิ่งไม่ใช่คนที่ปล่อยให้ความต้องการลากตัวเองไปจนเสียหลักง่ายๆ แต่เมื่อคืนร่างเล็กที่สั่นอยู่ในอ้อมแขน เสียงหอบสะอื้นที่ปนกับการร้องขอให้ช่วย กลิ่นกายหวานนุ่ม และดวงตาฉ่ำน้ำที่มองเขาเหมือนยึดเขาเป็นที่พึ่งสุดท้าย ทำให้เหตุผลทั้งหมดของเขาพังทลาย

เขาหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้เพียงว่าตื่นขึ้นมาแล้วผู้หญิงคนนั้นหายไป เหลือไว้แค่ความว่างเปล่าและร่องรอยบางอย่างบนผ้าปูที่นอนที่ทำให้หัวใจของเขากระตุกแรงอย่างประหลาด

กวินเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่องรอยนั้นอย่างหงุดหงิด ราวกับการไม่มองจะทำให้เรื่องทั้งหมดหายไปได้

แต่แน่นอนว่ามันไม่หาย

“คุณกวินครับ” เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงผู้จัดการเวรที่ยืนรออยู่ด้านนอก “ผมเข้ามาได้ไหมครับ”

“รอข้างนอก” กวินตอบทันที น้ำเสียงเย็นจัด

เขาลุกขึ้น เดินเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำเย็นจัดราดตัวเองอยู่นาน แต่ต่อให้น้ำเย็นแค่ไหน มันก็ล้างความทรงจำเมื่อคืนออกไปไม่ได้ ภาพริมฝีปากซีดที่เรียกเขาเบาๆ ภาพปลายนิ้วเล็กจิกแน่นบนไหล่เขา ภาพดวงตาที่เหมือนจะร้องไห้แต่ก็ยังอดทน

และที่แย่ที่สุดคือเขาไม่รู้ชื่อจริงของเธอ

หลังแต่งตัวเรียบร้อย กวินเปิดประตูออกมา ผู้จัดการเวรก้มหน้ารออยู่พร้อมแฟ้มรายชื่อพนักงานชั่วคราว

“ผู้หญิงเมื่อคืนเป็นใคร” กวินถามโดยไม่เสียเวลาทักทาย

“ผมกำลังตรวจสอบครับ เธอมาทำแทนพนักงานชื่อกี้ที่ป่วยกะทันหัน แต่ในใบลงชื่อเขียนไว้แค่ว่า...มิน”

“มิน?” คิ้วเข้มขมวดทันที

“ครับ ไม่มีนามสกุล ไม่มีเบอร์โทร ที่อยู่ก็ไม่ได้ลงไว้ เพราะเธอมาทำแค่คืนเดียว พนักงานที่พามาเป็นคนรับรองครับ”

“เรียกพนักงานคนนั้นมา”

“เธอลางานตั้งแต่เช้าครับ ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน”

กวินหันขวับ ดวงตาคมกริบทำให้ผู้จัดการหน้าเสีย

“โรงแรมของฉันมีคนเข้ามาทำงานโดยไม่มีข้อมูลครบ แล้วนายยังกล้ามาบอกว่าติดต่อไม่ได้?”

“ขอโทษครับคุณกวิน ผมจะรีบตามเรื่องให้เร็วที่สุดครับ”

“เร็วที่สุดยังไม่พอ ฉันต้องการรู้ว่าเธอเป็นใคร ภายในวันนี้”

“ครับ”

ผู้จัดการรีบก้มศีรษะแล้วถอยออกไป กวินยืนอยู่หน้าประตูห้องสวีตอีกพักหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองเตียงอีกครั้ง สีหน้าของเขาเคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง

เรื่องผู้หญิงไม่ใช่ปัญหา เขาจัดการได้เสมอ เงิน คำขอโทษ ข้อตกลง ทุกอย่างมีทางออก แต่เรื่องเมื่อคืนไม่เหมือนคืนอื่น

เขาไม่ได้ป้องกัน

ความคิดนั้นทำให้กรามแกร่งขบแน่น

“คงไม่ขนาดนั้นหรอก” เขาพึมพำกับตัวเอง “แค่คืนเดียว...”

แต่ทันทีที่พูดออกมา เขาก็นึกถึงจำนวนครั้งที่ทุกอย่างเกิดขึ้นซ้ำๆ จนเกือบรุ่งเช้า และคำปลอบใจนั้นก็ฟังดูน่าขันขึ้นมาทันที

โทรศัพท์บนโต๊ะสั่น กวินเดินไปหยิบขึ้นมา เห็นชื่อมารดาโชว์อยู่บนหน้าจอ เขาหลับตาชั่วครู่ก่อนกดรับ

“ครับแม่”

“วันนี้กลับบ้านเร็วหน่อยนะกวิน แม่มีเรื่องจะคุยด้วย” คุณหญิงรัตนาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น “เรื่องหนูพิชญาภา แม่คุยกับทางนั้นไว้แล้ว เดือนหน้าควรเริ่มเตรียมงานหมั้นให้เป็นทางการเสียที”

กวินเงียบไป

ถ้าเป็นวันอื่น เขาคงตอบรับหรือบ่ายเบี่ยงตามปกติ แต่เช้านี้เพียงได้ยินคำว่าหมั้น ภาพผู้หญิงแปลกหน้าบนเตียงก็แทรกขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล

“กวิน ฟังแม่อยู่ไหม”

“ฟังครับ”

“อายุแกไม่ใช่น้อยแล้ว ตระกูลเราต้องการความมั่นคง หนูพิชญาภาเหมาะสมทุกอย่าง แม่ไม่อยากเห็นแกใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยกับผู้หญิงชั่วคราวอีก”

คำว่าผู้หญิงชั่วคราวกระแทกหูเขาอย่างประหลาด

“ผมรู้ครับแม่ เดี๋ยวผมกลับไปคุย”

“ดี อย่าให้แม่ต้องพูดซ้ำ”

สายถูกตัดไป กวินโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างไม่เบามือนัก เขาเดินไปที่หน้าต่างสูงจรดเพดาน มองเมืองที่เพิ่งตื่นจากความมืดด้วยสายตาหนักอึ้ง

เขาควรลืมเรื่องเมื่อคืน

ผู้หญิงคนนั้นอาจแค่ตกใจ อาจไม่อยากมีปัญหา อาจหนีไปเพราะกลัว เขาตามหาเธอ เจรจา ชดเชย แล้วเรื่องก็จบ

แต่ทำไมเขากลับรู้สึกเหมือนเรื่องนี้ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ

ประตูถูกเคาะอีกครั้ง คราวนี้เป็นเลขาส่วนตัวของเขา

“คุณกวินคะ ฉันได้ภาพจากกล้องวงจรปิดบางส่วนแล้วค่ะ”

“เอาเข้ามา”

เลขาสาววางแท็บเล็ตลงตรงหน้า ภาพจากกล้องหน้าลิฟต์ชั้นพนักงานปรากฏขึ้น หญิงสาวร่างบางในชุดพนักงานเสิร์ฟเดินก้มหน้าออกไปตอนตีห้ากว่า ผมยาวยุ่งเล็กน้อย ใบหน้าซีด ขอบตาแดง แต่เธอกอดกระเป๋าผ้าเก่าๆ ไว้แน่นเหมือนมันคือของอย่างเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิต

กวินจ้องภาพนั้นนานกว่าที่ควร

“ซูมหน้า”

เลขาทำตาม ภาพแตกเล็กน้อยแต่ยังเห็นใบหน้าหวานชัดพอ ดวงตาของเธอดูอ่อนล้าและเจ็บปวด แต่สิ่งที่ทำให้เขานิ่งไปคือก่อนเธอจะเดินออกจากประตูหลัง เธอหันกลับมามองขึ้นไปด้านบน เหมือนมองกลับมายังห้องของเขา

เพียงเสี้ยววินาที

แล้วเธอก็เดินหายไป

“ได้ภาพจากกล้องด้านนอกไหม”

“กล้องช่วงนั้นเสียค่ะ ฝนตกหนักเมื่อคืน ระบบบันทึกบางส่วนขาดหาย”

กวินหัวเราะในลำคออย่างเย็นชา

“บังเอิญดีจริงๆ”

“ให้แจ้งตำรวจไหมคะ”

“ไม่ต้อง” เขาตอบทันที “เรื่องนี้ไม่ต้องให้คนนอกรู้ ตามจากพนักงานที่พาเธอมา ตามจากรายชื่อคนเข้าออกเมื่อคืน ตามจากทุกทางที่ทำได้”

“ค่ะ”

เลขาออกไปแล้ว ห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง กวินยังมองภาพนิ่งบนแท็บเล็ต นิ้วหัวแม่มือแตะอยู่ตรงใบหน้าของผู้หญิงที่เขารู้จักแค่ชื่อเล่นสั้นๆ ว่า ‘มิน’

“เธอหนีทำไม” เขาถามภาพนั้นเสียงเบา “หรือเธอกลัวฉัน”

ไม่มีคำตอบ

มีเพียงความเงียบที่ทำให้เขายิ่งหงุดหงิด

เขาไม่ชอบสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ชอบคนที่เข้ามาทิ้งผลกระทบไว้แล้วหายไป และไม่ชอบความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในอกทุกครั้งที่นึกถึงน้ำตาของผู้หญิงคนนั้น

กวินปิดแท็บเล็ตแรงเกินจำเป็น ก่อนคว้ากุญแจรถเดินออกจากห้อง

ระหว่างทางลงลิฟต์ เขาสั่งงานผ่านโทรศัพท์ไม่หยุด ทุกคนในโรงแรมต้องรู้ว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นใคร ร้านกล้องใกล้เคียงต้องส่งภาพมาให้ คนขับแท็กซี่หน้าทางออกต้องถูกสอบถาม พนักงานกะดึกทุกคนต้องให้ข้อมูล

ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับเหมือนเดิม

ไม่มีใครรู้

ไม่มีเบอร์

ไม่มีที่อยู่

มีเพียงชื่อสั้นๆ กับภาพใบหน้าซีดที่ติดอยู่ในหัวเขา

เมื่อรถสปอร์ตสีดำพุ่งออกจากโรงแรม กวินกำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดขึ้นมา เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มตามจากตรงไหน แต่เขารู้ว่าตัวเองต้องตามให้เจอ

เพราะถ้าเรื่องที่เขากังวลเกิดขึ้นจริง ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้หายไปคนเดียว

เธออาจหายไปพร้อมเลือดเนื้อของเขา

และความคิดนั้นทำให้กวินเหยียบคันเร่งแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ตอน 2

บทที่ 2 ผู้หญิงที่กลับมาพร้อมหัวใจอีกดวง

สี่เดือนผ่านไปเร็วกว่าที่กวินคิด และช้ากว่าที่เขาอยากยอมรับ

ชีวิตของเขากลับเข้าสู่จังหวะเดิม ธุรกิจโรงแรม สถานบันเทิง การประชุม ผู้บริหาร หุ้นส่วน งานเลี้ยง และเสียงของคุณหญิงรัตนาที่คอยย้ำเรื่องพิชญาภาแทบทุกสัปดาห์ ทุกอย่างควรดำเนินไปตามเส้นทางที่ถูกวางไว้ ผู้ชายอย่างเขาควรจัดการความผิดพลาดคืนหนึ่งให้จบไปนานแล้ว

แต่เขากลับยังจำกลิ่นแป้งเด็กจางๆ ได้

จำใบหน้าซีดของผู้หญิงที่เดินออกจากกล้องวงจรปิดได้

จำชื่อสั้นๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นชื่อจริงหรือไม่

มิน

กวินเคยสั่งให้คนตามหาอยู่หลายสัปดาห์ แต่ร่องรอยของเธอหายไปเหมือนหยดน้ำที่ตกลงในทะเล พนักงานที่พาเธอมาทำงานคืนนั้นลาออกและย้ายที่อยู่ โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ ที่อยู่เดิมเป็นห้องเช่าถูกคืนไปแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเธอไปไหน

สุดท้ายเขาก็สั่งให้หยุดตาม

หรืออย่างน้อยก็สั่งด้วยปาก

เพราะในใจเขาไม่เคยหยุดจริงๆ

บ่ายวันนั้น กวินนั่งอยู่ในห้องทำงานชั้นบนของโรงแรม แฟ้มเอกสารวางเรียงอยู่ตรงหน้า แต่สายตาคมกลับไม่ได้อ่านตัวเลขสักบรรทัด เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง เลขาของเขาเปิดเข้ามาด้วยสีหน้าลำบากใจ

“คุณกวินคะ มีผู้หญิงคนหนึ่งมาขอพบค่ะ”

“วันนี้ฉันไม่มีนัด”

“ฉันแจ้งไปแล้วค่ะ แต่เธอยืนยันว่าต้องพบคุณให้ได้ เธอบอกว่า...เป็นเรื่องสำคัญมาก”

กวินถอนหายใจอย่างรำคาญ “ชื่ออะไร”

เลขาสาวลังเลเสี้ยววินาที ก่อนตอบเสียงเบา

“เธอบอกว่าชื่อมินตราค่ะ”

ปลายปากกาที่อยู่ในมือกวินหยุดนิ่งทันที

อากาศในห้องเหมือนถูกดึงออกไปชั่วขณะ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมเข้มขึ้นจนเลขารู้สึกเย็นสันหลัง

“ให้เธอเข้ามา”

“ค่ะ”

ประตูปิดลง กวินวางปากกาลงอย่างช้าๆ ทั้งที่หัวใจกลับเต้นแรงผิดจังหวะ เขาบอกตัวเองว่าไม่มีอะไร เธออาจมาเรียกร้องเงิน อาจต้องการข้อตกลง อาจเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นใครและกลับมาเพราะเห็นประโยชน์

ใช่ ต้องเป็นอย่างนั้น

คนเราไม่หายไปสี่เดือนแล้วกลับมาโดยไม่มีเหตุผล

ไม่กี่นาทีต่อมา ประตูเปิดอีกครั้ง

หญิงสาวที่เดินเข้ามาทำให้กวินนิ่งไปโดยไม่รู้ตัว

เธอผอมกว่าภาพในความทรงจำเล็กน้อย ใบหน้าหวานซีดลง แต่ดวงตาคู่นั้นยังเหมือนเดิม เศร้า อดทน และเหมือนพยายามยืนให้ตรงทั้งที่โลกทั้งใบกดทับอยู่บนไหล่ ชุดกระโปรงเรียบๆ ของเธอเก่าแต่สะอาด มือทั้งสองกอดซองเอกสารไว้แน่น

และหน้าท้องที่นูนขึ้นชัดเจนทำให้ทุกเสียงในหัวกวินเงียบสนิท

“คุณ...” เขาเอ่ยได้เพียงเท่านั้น

มินตราหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงาน เธอก้มศีรษะเล็กน้อย ไม่กล้าแม้แต่จะนั่ง

“ขอโทษที่มารบกวนนะคะ คุณกวิน”

น้ำเสียงเธอสั่น แต่พยายามควบคุมไว้

กวินลุกขึ้นช้าๆ สายตาไม่อาจละจากหน้าท้องของเธอ

“เธอหายไปไหนมา”

คำถามแรกที่หลุดออกไปไม่ใช่คำถามที่เขาคิดไว้ เขาควรถามว่าเธอต้องการอะไร ควรถามว่าทำไมถึงกลับมา ควรถามให้ตรงเรื่องที่อยู่ตรงหน้า แต่กลับถามเหมือนคนที่รอคำตอบมานาน

มินตราเม้มปาก

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะกลับมาค่ะ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ฉันคงไม่มาพบคุณ”

“จำเป็น?” กวินหัวเราะเบาๆ แต่ไม่มีความขบขัน “หลังจากหายไปสี่เดือน เธอเดินเข้ามาพร้อมท้อง แล้วบอกว่าจำเป็น?”

ใบหน้าของมินตราซีดลงกว่าเดิม แต่เธอยังค่อยๆ ยื่นซองเอกสารไปตรงหน้า

“ฉันท้องค่ะ”

กวินไม่รับเอกสารทันที เขามองหน้าเธอ ดวงตาเย็นลงทีละน้อยเหมือนเกราะที่ถูกสวมกลับเข้าที่

“แล้ว?”

คำสั้นๆ นั้นเจ็บกว่าที่มินตราคิด เธอกำซองเอกสารแน่นขึ้น ก่อนวางมันลงบนโต๊ะอย่างสุภาพ

“เด็กในท้องเป็นลูกของคุณ”

ความเงียบกดทับทั้งห้อง

กวินมองเอกสารบนโต๊ะ จากนั้นมองเธออีกครั้ง ริมฝีปากได้รูปเหยียดขึ้นนิดๆ

“แน่ใจ?”

มินตราสะอึกเบาๆ

“ค่ะ”

“เธอแน่ใจได้ยังไง”

“เพราะคืนนั้น...” เธอหลบตา ความอับอายวาบผ่านใบหน้า “ฉันมีแค่คุณคนเดียว”

กวินหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดดู ใบฝากครรภ์ ผลอัลตราซาวนด์เบื้องต้น อายุครรภ์สิบหกสัปดาห์ ทุกอย่างตรงกับเวลาคืนนั้นมากเกินกว่าจะบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญ

แต่ความจริงบนกระดาษไม่ได้ทำให้เขาอ่อนโยนขึ้น

ตรงกันข้าม มันทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกบีบให้ยอมรับบางอย่างที่เขาไม่พร้อม

“ทำไมไม่มาบอกตั้งแต่แรก”

“ฉันเพิ่งรู้ตอนเกือบสองเดือนค่ะ ตอนแรกฉันคิดว่าจะจัดการเองได้”

“จัดการเอง?” น้ำเสียงเขาเย็นเฉียบ “แล้วตอนนี้จัดการไม่ได้ เลยกลับมาหาฉัน?”

มินตราเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาแดงก่ำแต่ยังไม่ร้องไห้

“ใช่ค่ะ ฉันจัดการไม่ได้ ฉันไม่มีเงินพอ ไม่มีครอบครัว ไม่มีงานประจำ และฉันกำลังจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เกิดมาในโลกนี้ ฉันอาจจะยอมลำบากเองได้ แต่ฉันไม่อยากให้ลูกต้องลำบากเพราะฉัน”

“ลูก?” กวินวางเอกสารลง “เธอเรียกเขาว่าลูกของเราแล้วหรือไง ทั้งที่ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใช่ลูกฉันจริงไหม”

คำพูดนั้นเหมือนฝ่ามือตบลงกลางใจ

มินตรานิ่งไปนาน ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

“ฉันเข้าใจค่ะว่าคุณไม่เชื่อ”

“ดีที่เข้าใจ”

“แต่ฉันไม่ได้มาขอให้คุณเชื่อด้วยคำพูด ฉันยอมตรวจทุกอย่างที่ตรวจได้ ยอมรอจนคลอดแล้วตรวจดีเอ็นเอก็ได้ แต่ระหว่างนี้...” เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ “ฉันอยากให้ลูกปลอดภัย”

กวินเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาใกล้ เธอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แต่ก็หยุดเมื่อหลังชนขอบโซฟา

“พูดมาตรงๆ เธอต้องการเงินเท่าไหร่”

มินตรามองเขาเหมือนไม่อยากเชื่อว่าคำถามนั้นออกมาจากปากเขา

“ฉันไม่ได้มาขายลูกค่ะ”

“แต่เธอมาหาผู้ชายที่เธอหายไปจากชีวิตเขาสี่เดือน แล้วบอกว่าท้องลูกเขา ในเวลาที่เขากำลังจะหมั้น เธอคิดว่าฉันควรมองเธอยังไง”

“คุณจะมองฉันแย่แค่ไหนก็ได้ค่ะ” น้ำเสียงเธอสั่น แต่มั่นคงขึ้น “แต่อย่ามองลูกแบบนั้น เขาไม่ผิด”

คำว่าเขาทำให้กวินชะงัก

“รู้เพศแล้ว?”

มินตราก้มมือลงแตะหน้าท้องเบาๆ แววตาอ่อนลงทันที

“หมอบอกว่าน่าจะเป็นผู้ชายค่ะ แต่ยังไม่ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์”

กวินมองมือนั้น ภาพบางอย่างไหลผ่านใจโดยไม่ทันตั้งตัว เด็กผู้ชาย เลือดของเขา ทายาทของเขา

แต่ทันทีที่ความอ่อนแอจะโผล่ขึ้นมา เขาก็กดมันลงด้วยความระแวง

“ถ้าเด็กเป็นลูกฉันจริง เขาต้องอยู่กับฉัน”

มินตราเงยหน้าขึ้น สีหน้าเธอซีดเผือด

“หมายความว่ายังไงคะ”

“หมายความตามที่พูด” กวินตอบเรียบ “ฉันจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด เธอจะได้รับการดูแลอย่างดีจนกว่าจะคลอด แต่หลังจากตรวจยืนยันว่าเด็กเป็นลูกฉัน เขาจะอยู่ในตระกูลอัครเดชาธร”

ริมฝีปากของมินตราสั่น

“แล้วฉันล่ะคะ”

กวินเงียบไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนมีดคม

“เธอจะได้รับเงินก้อนหนึ่ง แล้วออกไปจากชีวิตเขา”

โลกของมินตราเหมือนหยุดหมุน

เธอจ้องหน้าเขา พยายามหาสัญญาณว่าตัวเองฟังผิด แต่ดวงตาของกวินนิ่งเกินไป เย็นเกินไป และโหดร้ายเกินไป

“คุณจะให้ฉันคลอดลูก แล้วพรากเขาไปจากฉันเหรอคะ”

“ฉันไม่ได้พราก ถ้าเขาเป็นลูกฉัน เขาควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด”

“สิ่งที่ดีที่สุดไม่มีแม่อยู่ด้วยเหรอคะ”

คำถามนั้นทำให้กวินเงียบ แต่เพียงครู่เดียว

“แม่ที่ไม่มีปัญญาดูแลเขา อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด”

น้ำตาหยดแรกของมินตราร่วงลงโดยไร้เสียง

กวินเห็น แต่นิ่งไว้

เขาเกลียดน้ำตาผู้หญิง เพราะน้ำตาทำให้คนอ่อนแอ และเขาไม่ยอมอ่อนแอกับคนที่อาจกำลังใช้ลูกเป็นข้ออ้าง

“ฉันจะให้ทนายร่างสัญญา” เขาพูดต่อ “ระหว่างนี้เธอต้องอยู่ในที่ที่ฉันควบคุมได้ กินตามที่หมอสั่ง ตรวจครรภ์ตามนัด ห้ามหายไปอีก และห้ามติดต่อสื่อหรือใครก็ตามเกี่ยวกับเรื่องนี้”

“ถ้าฉันไม่เซ็นล่ะคะ”

“เธอก็เดินออกไปได้” กวินตอบทันที “แต่ฉันจะไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้น จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเด็กเป็นลูกฉันจริง”

มินตรายืนนิ่ง มือเล็กกุมหน้าท้องแน่นขึ้น

เธออยากเกลียดเขา

อยากตบหน้าเขา

อยากบอกว่าเธอไม่ต้องการอะไรจากผู้ชายใจร้ายคนนี้

แต่เมื่อนึกถึงค่าเช่าห้องที่ค้างอยู่ นึกถึงงานที่ไม่มีใครรับหญิงตั้งครรภ์ นึกถึงวันที่เธอแทบไม่มีเงินซื้อข้าว และนึกถึงหัวใจดวงเล็กๆ ในท้องที่เต้นอยู่ทุกวัน ความโกรธทั้งหมดก็กลายเป็นความเจ็บที่ต้องกลืนลงไป

“ถ้าฉันเซ็น...” เธอพูดเสียงเบา “ลูกจะมีชีวิตที่ดีใช่ไหมคะ”

กวินมองเธอ

“ถ้าเป็นลูกฉัน เขาจะไม่มีวันลำบาก”

“คุณจะรักเขาไหม”

คำถามนั้นทำให้เขานิ่งไปอีกครั้ง

รัก?

คำนี้ไม่เคยอยู่ในเงื่อนไขที่เขาใช้จัดการปัญหา

“ฉันจะรับผิดชอบเขา”

มินตราหัวเราะเบาๆ ทั้งน้ำตา เสียงนั้นเจ็บจนคนฟังรู้สึกแปลบในอกโดยไม่เข้าใจ

“รับผิดชอบไม่เหมือนรักนะคะ”

“สำหรับเด็กคนหนึ่ง ความมั่นคงสำคัญกว่าคำหวาน”

“ค่ะ” เธอพยักหน้าอย่างช้าๆ “ถ้าอย่างนั้นฉันจะเซ็น”

กวินควรโล่งใจ

แต่เขากลับไม่โล่ง

“ฉันมีเงื่อนไขเดียวค่ะ” มินตราพูดต่อ

“เธอไม่มีสิทธิ์ตั้งเงื่อนไข”

“ฉันรู้ค่ะ” เธอสบตาเขา น้ำตายังเกาะอยู่ปลายขนตา แต่แววตากลับนิ่งจนน่าประหลาด “แต่ฉันขอแค่ข้อเดียว หลังคลอด...ขอให้ฉันได้อุ้มลูก ได้ให้นมเขา ได้อยู่กับเขาสักพักก่อนที่ฉันจะไป ได้ไหมคะ”

กวินไม่ตอบทันที

ในห้องเงียบมาก เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของทั้งคู่

มินตรารอคำตอบเหมือนคนที่กำลังรอคำตัดสินชีวิต

สุดท้ายกวินก็หันหน้าหนี

“ค่อยคุยกันตอนนั้น”

เธอยิ้มจางๆ ราวกับรู้ว่าคำตอบนั้นไม่ใช่คำสัญญา แต่เป็นสิ่งเดียวที่เขายอมให้ในตอนนี้

“ค่ะ”

กวินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเลขา น้ำเสียงกลับมาเป็นทางการและเย็นชา

“ติดต่อทนายสิงห์ ให้มาพบฉันภายในหนึ่งชั่วโมง บอกว่าเรื่องด่วนมาก”

เขาวางสาย แล้วหันมาหาเธออีกครั้ง

“ตั้งแต่วันนี้ เธอจะอยู่ภายใต้การดูแลของฉัน จนกว่าสัญญาจะสิ้นสุด”

มินตราก้มหน้าลง มือยังวางอยู่บนหน้าท้อง

“ค่ะ คุณกวิน”

คำตอบสั้นๆ นั้นควรทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น

แต่เมื่อกวินเห็นน้ำตาของเธอหยดลงบนหลังมือที่กำลังประคองลูกของเขาไว้ เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งลงนามในบางอย่างที่ไม่ใช่แค่สัญญา

แต่เป็นบาดแผล

บาดแผลที่วันหนึ่งอาจย้อนกลับมาทวงคืนจากเขาอย่างสาสม

ตอน 3

บทที่ 3 สัญญาที่ตัดคำว่าแม่

ทนายสิงห์มาถึงห้องทำงานของกวินภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงตามคำสั่ง

ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้มเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเอกสาร ใบหน้าสุขุมของเขาแสดงความแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวร่างบางนั่งอยู่บนโซฟามุมห้อง มือทั้งสองกุมหน้าท้องนูนไว้เงียบๆ ราวกับพยายามปกป้องสิ่งเดียวที่ทำให้เธอยังมีแรงหายใจ

กวินยืนอยู่ริมหน้าต่าง หันหลังให้ทั้งคู่ เขาไม่ได้พูดทันที แต่ความเงียบของเขาก็หนักพอจะทำให้มินตราก้มหน้าต่ำลงกว่าเดิม

“คุณกวินครับ” ทนายสิงห์เอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องด่วนที่ให้ผมมาพบ คือเรื่องคุณผู้หญิงท่านนี้ใช่ไหมครับ”

กวินหันกลับมา สายตาคมกวาดมองมินตราเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะวางเอกสารฝากครรภ์ลงบนโต๊ะ

“เธอตั้งครรภ์ เด็กอาจเป็นลูกของผม”

คำว่า ‘อาจ’ ทำให้มินตรารู้สึกเหมือนถูกเข็มเล็กๆ แทงซ้ำตรงแผลเดิม แต่เธอไม่ได้เถียง เธอไม่มีแรงเถียงกับคำไม่เชื่อใจของเขาอีกแล้ว

ทนายสิงห์หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านคร่าวๆ คิ้วขมวดเล็กน้อยแต่ไม่แสดงความเห็นเกินหน้าที่

“คุณกวินต้องการให้ผมทำอะไรครับ”

“ร่างสัญญา” กวินตอบทันที “เธอจะอยู่ภายใต้การดูแลของผมจนกว่าจะคลอด ค่าใช้จ่ายทั้งหมดผมรับผิดชอบ เธอต้องเข้าตรวจตามแพทย์สั่ง ห้ามหลบหนี ห้ามติดต่อสื่อ ห้ามเปิดเผยเรื่องนี้กับบุคคลภายนอก”

มินตราฟังทุกคำอย่างสงบเกินกว่าคนที่กำลังถูกเขียนชะตาชีวิต

“และหลังคลอด?” ทนายสิงห์ถามต่อ

กวินมองหน้ามินตรา คราวนี้เขาเห็นว่าเธอกลั้นหายใจ

“หลังคลอด ตรวจดีเอ็นเอ ถ้าเด็กเป็นลูกของผม เด็กจะอยู่ในการดูแลของตระกูลอัครเดชาธรโดยสมบูรณ์ มินตราจะได้รับเงินก้อนหนึ่งสำหรับเริ่มต้นชีวิตใหม่ และต้องออกจากชีวิตเด็กทันที”

ห้องทั้งห้องเงียบลง

เงียบจนเสียงเครื่องปรับอากาศดังชัดราวกับเสียงตัดสิน

ทนายสิงห์เงยหน้าขึ้นช้าๆ แม้เขาจะทำงานให้กวินมานานและรู้ดีว่าเจ้านายเป็นคนเด็ดขาด แต่สัญญาฉบับนี้ก็เย็นชาจนแม้แต่คนทำกฎหมายยังอดมองหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้

“คุณมินตราเข้าใจเงื่อนไขนี้แล้วใช่ไหมครับ”

มินตราเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงแต่แห้ง ไม่มีน้ำตาไหลออกมาอีก

“เข้าใจค่ะ”

กวินรู้สึกไม่พอใจอย่างประหลาดกับคำตอบนั้น

เธอควรโวยวาย ควรร้องไห้ ควรต่อรอง ควรทำให้เขาเชื่อว่าเธอมาเพราะต้องการผลประโยชน์ แต่เธอกลับนั่งนิ่งเหมือนคนที่เตรียมใจให้ถูกทำร้ายมาแล้ว

“ถ้าเข้าใจก็ดี” เขาพูดเสียงแข็ง “จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง”

“ฉันมีปัญหาไม่ได้อยู่แล้วค่ะ” มินตราตอบเบาๆ

กวินชะงัก

คำพูดนั้นไม่ได้ประชด แต่กลับทำให้เขาหงุดหงิดกว่าการประชดเสียอีก

“สิงห์ ร่างให้เรียบร้อย ใช้ภาษาที่ชัดเจนที่สุด”

“ครับ”

ทนายสิงห์เปิดแล็ปท็อปขนาดเล็ก เริ่มพิมพ์รายละเอียดตามคำสั่ง ข้อความทางกฎหมายถูกสร้างขึ้นทีละบรรทัด ขณะเดียวกันมินตราก็นั่งฟังเงียบๆ เหมือนทุกถ้อยคำค่อยๆ กรีดคำว่าแม่ออกจากชีวิตเธอทีละเส้น

ระหว่างรอ กวินเดินกลับไปนั่งหลังโต๊ะทำงาน เขาหยิบปากกาขึ้นมา หมุนมันไปมาระหว่างนิ้วเพื่อระงับความว้าวุ่น

“เธอมีที่อยู่ไหม”

มินตราเงยหน้าขึ้น “ตอนนี้ไม่มีค่ะ”

“หมายความว่ายังไง ไม่มี”

“ห้องเช่าที่เคยอยู่ ฉันคืนไปแล้วค่ะ ช่วงนี้ขออาศัยห้องเพื่อนอยู่ แต่คงอยู่ได้นานไม่ได้”

“แล้วงาน?”

“ไม่ได้ทำแล้วค่ะ ไม่มีใครรับคนท้องทำงานง่ายๆ”

กวินนิ่งไปชั่วครู่

เขาไม่รู้มาก่อน และไม่เคยคิดจะรู้ด้วยซ้ำว่าเธอใช้ชีวิตอย่างไรในสี่เดือนที่ผ่านมา ภาพมินตราเดินถือกระเป๋าผ้าออกจากโรงแรมในกล้องวงจรปิดย้อนขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันมีน้ำหนักมากกว่าเดิม

“ทำไมไม่มาหาฉันตั้งแต่รู้ว่าท้อง”

“เพราะฉันกลัวค่ะ”

คำตอบตรงไปตรงมาทำให้เขาเงียบ

“กลัวอะไร”

มินตรามองมือของตัวเอง “กลัวคุณไม่เชื่อ กลัวคุณคิดว่าฉันเข้าหาคุณเพราะเงิน กลัวถูกดูถูก...เหมือนตอนนี้”

กวินวางปากกาลงเสียงดังเล็กน้อย

“ถ้าเธอไม่ทำตัวให้น่าสงสัย ฉันก็คงไม่ต้องสงสัย”

“ค่ะ”

อีกแล้ว

คำว่า ‘ค่ะ’ สั้นๆ ของเธอทำให้เขาหงุดหงิดจนแทบอยากให้เธอเถียง

“เลิกตอบเหมือนยอมรับทุกอย่างได้ไหม”

มินตรามองเขาด้วยแววตาอ่อนล้า “แล้วฉันควรตอบยังไงคะ ในเมื่อไม่ว่าฉันพูดอะไร คุณก็ตัดสินฉันไปแล้ว”

กวินนิ่งไป

ทนายสิงห์แสร้งก้มหน้าพิมพ์ต่อ ไม่ยุ่งกับบรรยากาศอึดอัดที่หนักขึ้นเรื่อยๆ

มินตราสูดหายใจลึก เธอไม่อยากร้องไห้อีก ไม่อยากให้เขาเห็นว่าทุกคำของเขามีอำนาจทำให้เธอเจ็บมากแค่ไหน

“ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณเชื่อใจฉันค่ะ คุณกวิน ฉันแค่ต้องการให้ลูกปลอดภัย ถ้าการเซ็นสัญญาทำให้เขามีที่อยู่ มีหมอดูแล มีอนาคต ฉันก็จะเซ็น”

“แม้ต้องเสียเขาไป?”

คำถามนั้นหลุดจากปากกวินโดยไม่ทันคิด

มินตรากะพริบตาช้าๆ น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นเริ่มเอ่อขึ้นอีกครั้ง

“เสียเหรอคะ” เธอทวนเบาๆ “ฉันเสียเขาตั้งแต่คุณพูดว่า หลังคลอดฉันต้องออกไปจากชีวิตเขาแล้วค่ะ”

หัวใจของกวินกระตุกแปลกๆ

เขาเบือนหน้าไปทางอื่นทันที

“เด็กควรได้สิ่งที่ดีที่สุด”

“ฉันรู้ค่ะ”

“เธอเลี้ยงเขาไม่ได้”

“ฉันรู้ค่ะ”

“ฉันไม่ได้ทำร้ายเธอ ฉันแค่เลือกทางที่ดีกว่าสำหรับเด็ก”

มินตรายิ้มจางๆ ทั้งที่ดวงตาเปียกน้ำ

“คุณไม่ต้องอธิบายก็ได้ค่ะ ฉันรู้ว่าคนไม่มีอะไรอย่างฉัน สู้คนที่มีทุกอย่างอย่างคุณไม่ได้อยู่แล้ว”

กวินกำมือแน่นใต้โต๊ะ

ก่อนที่เขาจะพูดอะไร ทนายสิงห์ก็เอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง

“ร่างเบื้องต้นเสร็จแล้วครับ คุณกวิน ผมขออ่านให้ทั้งสองฝ่ายฟังก่อน”

กวินพยักหน้า

ทนายสิงห์เริ่มอ่านสัญญาทีละข้อ น้ำเสียงเป็นกลางแต่เนื้อหาทุกบรรทัดกลับบาดลึกในใจมินตรา

เธอต้องอาศัยอยู่ในสถานที่ที่กวินจัดให้จนกว่าจะคลอด

เธอต้องเข้ารับการตรวจครรภ์ตามกำหนด

เธอห้ามกระทำการใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อเด็ก

เธอห้ามเปิดเผยเรื่องการตั้งครรภ์ต่อสื่อหรือบุคคลภายนอก

เมื่อเด็กคลอด จะตรวจดีเอ็นเอทันที

หากเด็กเป็นบุตรของกวิน เด็กจะอยู่ภายใต้สิทธิ์ดูแลของกวินแต่เพียงผู้เดียว

มินตราจะได้รับเงินจำนวนหนึ่งและต้องยุติบทบาทในชีวิตเด็ก

คำว่า ‘ยุติบทบาท’ ทำให้เธอเกือบหลุดสะอื้น

บทบาทของแม่ยุติได้ด้วยกระดาษแผ่นเดียวหรือ

เธอวางมือบนท้อง ลูกยังอยู่กับเธอ ยังอยู่ใต้หัวใจเธอ ยังขยับเบาๆ ในบางคืนราวกับบอกว่าแม่ไม่ได้อยู่คนเดียว แต่กระดาษตรงหน้ากำลังบอกว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เธอจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่ยืนข้างเปลลูก

“คุณมินตรามีข้อสงสัยตรงไหนไหมครับ” ทนายสิงห์ถามอย่างสุภาพ

มินตราส่ายหน้า

“ไม่มีค่ะ”

“อ่านให้ละเอียดก่อน” กวินพูดเสียงเข้ม

“ไม่ต้องอ่านก็ได้ค่ะ”

“มินตรา” เขากดเสียงต่ำ “นี่ไม่ใช่กระดาษธรรมดา เธอควรรู้ว่ากำลังเซ็นอะไร”

เธอเงยหน้ามองเขา

“ฉันรู้ค่ะ ฉันกำลังเซ็นยกลูกให้คุณ”

คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ

แม้แต่ทนายสิงห์ยังหยุดมือ

กวินสบตาเธอนานหลายวินาที เขาอยากแก้คำพูดนั้น อยากบอกว่าไม่ใช่แบบนั้น แต่ความจริงในสัญญาก็อยู่ตรงหน้า แก้ด้วยคำพูดไม่ได้

“เธอจะได้เงินมากพอสำหรับเริ่มต้นใหม่” เขาพูดในที่สุด

“เงินซื้อชีวิตใหม่ได้ค่ะ” มินตราตอบเบาๆ “แต่ซื้อวันที่ฉันพลาดจากลูกไม่ได้”

กวินลุกขึ้นทันที ราวกับนั่งต่อไม่ไหว

“ถ้าไม่เซ็น ก็ไม่ต้องเซ็น”

“ฉันจะเซ็นค่ะ”

คำตอบของเธอเร็วเกินไปจนเขาหันกลับมามอง

มินตราหยิบปากกาที่ทนายสิงห์ยื่นให้ เธอจับมันแน่น นิ้วสั่นเล็กน้อยจนหัวปากกาแตะกระดาษเป็นรอยจุดเล็กๆ

เธอจ้องช่องลายเซ็นของตัวเองนานมาก

นานพอให้ความทรงจำในสี่เดือนที่ผ่านมาไหลย้อนมา ทั้งวันที่เธอตรวจพบว่าตั้งครรภ์ในห้องน้ำคลินิกเล็กๆ วันที่เธอนั่งนับเงินเหรียญเพื่อซื้อข้าว วันที่เธอนอนกอดท้องแล้วขอโทษลูกซ้ำๆ ที่แม่ไม่มีอะไรให้ และวันที่เธอตัดสินใจเดินเข้ามาหาผู้ชายใจร้ายตรงหน้าเพราะอย่างน้อยเขาก็ให้สิ่งที่ลูกต้องการได้

ไม่ใช่เธอไม่รักลูก

เพราะรักต่างหาก เธอถึงยอมเซ็น

หยดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงใกล้ลายเซ็น มินตรารีบใช้หลังมือเช็ดออก ก่อนเขียนชื่อของตัวเองลงไปอย่างช้าๆ

มินตรา วงศ์วาริน

เมื่อเซ็นเสร็จ เธอยื่นเอกสารคืนให้ทนายสิงห์ มือยังสั่นอยู่

กวินมองลายเซ็นนั้น ก่อนหยิบปากกามาเซ็นในส่วนของตัวเองอย่างรวดเร็ว เส้นปากกาของเขาคม หนักแน่น ไม่สั่นแม้แต่น้อย

แต่ในอกกลับไม่สงบอย่างที่ควร

ทนายสิงห์ตรวจเอกสาร ประทับตรา และจัดสัญญาเป็นสองชุด

“เรียบร้อยครับ ทั้งสองฝ่ายถือคนละฉบับ”

มินตรารับสัญญาของตัวเองมา เธอมองกระดาษในมือเหมือนมันหนักกว่าที่ควรจะเป็น

กวินหันไปสั่งเลขาให้เตรียมรถและแจ้งคนที่บ้านว่าเขาจะกลับพร้อมแขกคนหนึ่ง แต่ยังไม่ต้องบอกรายละเอียด

“เธอมีของต้องไปเก็บไหม” เขาถาม

“มีแค่กระเป๋าใบเดียวค่ะ อยู่ที่ห้องเพื่อน”

“ให้คนไปเอา”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปเอาเองได้”

“ตั้งแต่เธอเซ็นสัญญา เธอไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะตัดสินใจเองทุกเรื่องแล้ว”

มินตรากอดสัญญาแน่นขึ้น

“แม้แต่เรื่องกระเป๋าของตัวเองเหรอคะ”

กวินชะงัก แต่ยังตอบเสียงเรียบ

“ฉันไม่อยากเสียเวลา”

“ค่ะ”

เขาหงุดหงิดกับคำตอบนั้นอีกครั้ง แต่ไม่พูดอะไร

มินตราค่อยๆ ลุกขึ้น เธออาจลุกเร็วไปเล็กน้อยจึงเซ กวินก้าวเข้ามาโดยสัญชาตญาณ มือหนาคว้าข้อศอกเธอไว้ก่อนที่เธอจะล้ม

ทั้งสองชะงักพร้อมกัน

สัมผัสของเขาร้อนเกินไปสำหรับคนที่พูดจาเย็นชา

มินตรารีบดึงแขนกลับ

“ขอบคุณค่ะ ฉันไม่เป็นไร”

กวินมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเอง เสี้ยวหนึ่งเขาเหมือนอยากพูดอะไร แต่สุดท้ายก็เพียงหันหน้าหนี

“ถ้าไม่เป็นไรก็ไป”

มินตราพยักหน้า เธอเดินตามเขาไปถึงประตู แต่ก่อนออกจากห้อง เธอหยุดฝีเท้า

“คุณกวินคะ”

เขาหันกลับมา

เธอเงยหน้ามองเขา ดวงตาแดงช้ำแต่แฝงความกล้าบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็น

“เรื่องที่ฉันขอเมื่อกี้...หลังคลอด ขอให้ฉันได้อุ้มลูกสักครั้ง ได้ไหมคะ”

กวินนิ่งไป

มินตรากลั้นหายใจ ราวกับคำตอบของเขาจะเป็นเศษเสี้ยวเดียวที่เธอเหลืออยู่

“ฉันไม่ได้ขอพาเขาหนี ไม่ได้ขออยู่ในชีวิตเขาตลอดไป” เสียงเธอสั่นขึ้นเรื่อยๆ “ฉันขอแค่ได้กอดเขา ได้บอกเขาว่าแม่รักเขา ก่อนที่ฉันจะต้องไปจากเขา เท่านี้ได้ไหมคะ”

กวินมองเธออยู่นานมาก

นานจนมินตราคิดว่าเขาจะปฏิเสธ

แต่เขากลับตอบเสียงต่ำ

“ถ้าเธอทำตามสัญญาทุกข้อ ฉันจะพิจารณา”

มันไม่ใช่คำสัญญา

ไม่ใช่แม้แต่คำปลอบโยน

แต่สำหรับมินตรา มันคือสิ่งเดียวที่เธอยึดไว้ได้ในตอนนี้

เธอพยักหน้าช้าๆ

“ขอบคุณค่ะ”

กวินเปิดประตูออกไปก่อน ไม่หันกลับมามองใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนกอดสัญญาไว้แนบอก

เพราะถ้าเขาหันกลับมา เขาอาจเห็นว่ามินตรากำลังร้องไห้เงียบๆ

และถ้าเขาเห็น เขาอาจต้องยอมรับว่าสัญญาที่เขาคิดว่าใช้ปกป้องทุกอย่าง กำลังทำลายบางอย่างในตัวเขาไปพร้อมกัน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Mr-thelunanovel
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED