
บทที่ 1 คืนที่เขาจำได้แต่ชื่อเธอไม่มี
แสงสีเทาอ่อนของรุ่งเช้าลอดผ่านม่านหนาหนักเข้ามาเพียงเส้นบางๆ แต่ก็พอทำให้กวิน อัครเดชาธรเห็นความยุ่งเหยิงบนเตียงกว้างกลางห้องสวีตชั้นบนสุดของโรงแรมตัวเองได้ชัดเจนเกินกว่าที่เขาอยากเห็น
ผ้าปูที่นอนยับย่น เสื้อเชิ้ตของเขาตกอยู่ข้างเตียง เข็มขัดหนังราคาแพงกองอยู่ใกล้โซฟา และกลิ่นหอมจางๆ คล้ายแป้งเด็กผสมดอกมะลิยังลอยค้างอยู่ในอากาศเหมือนหลักฐานที่ไม่มีทางปฏิเสธ
กวินนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียง มือหนากุมขมับแน่น ดวงตาคมแดงก่ำจากการนอนน้อยและความคิดที่ตีรวนอยู่ในหัว
เมื่อคืนเขาจำได้ว่าเกิดเรื่องวุ่นวายที่ชั้นล่าง เด็กเสิร์ฟคนหนึ่งถูกแขกเมาลวนลาม เขาเข้าไปช่วยเพราะไม่ชอบให้เรื่องสกปรกเกิดขึ้นในพื้นที่ของตัวเอง จากนั้นมีคนบอกว่าเธอถูกวางยา เขาควรส่งเธอไปโรงพยาบาล ควรเรียกลูกน้องผู้หญิงมาดูแล ควรทำอะไรที่สุภาพบุรุษควรทำ
แต่เขากลับพาเธอขึ้นมาที่ห้องนี้
และหลังจากนั้นทุกอย่างก็เกินควบคุม
“บ้าเอ๊ย...” เสียงทุ้มต่ำหลุดออกจากริมฝีปากอย่างหงุดหงิด “ฉันทำอะไรลงไปวะ”
เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ขาดสติ ไม่ใช่ผู้ชายที่ไม่เคยผ่านผู้หญิง และยิ่งไม่ใช่คนที่ปล่อยให้ความต้องการลากตัวเองไปจนเสียหลักง่ายๆ แต่เมื่อคืนร่างเล็กที่สั่นอยู่ในอ้อมแขน เสียงหอบสะอื้นที่ปนกับการร้องขอให้ช่วย กลิ่นกายหวานนุ่ม และดวงตาฉ่ำน้ำที่มองเขาเหมือนยึดเขาเป็นที่พึ่งสุดท้าย ทำให้เหตุผลทั้งหมดของเขาพังทลาย
เขาหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้เพียงว่าตื่นขึ้นมาแล้วผู้หญิงคนนั้นหายไป เหลือไว้แค่ความว่างเปล่าและร่องรอยบางอย่างบนผ้าปูที่นอนที่ทำให้หัวใจของเขากระตุกแรงอย่างประหลาด
กวินเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่องรอยนั้นอย่างหงุดหงิด ราวกับการไม่มองจะทำให้เรื่องทั้งหมดหายไปได้
แต่แน่นอนว่ามันไม่หาย
“คุณกวินครับ” เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงผู้จัดการเวรที่ยืนรออยู่ด้านนอก “ผมเข้ามาได้ไหมครับ”
“รอข้างนอก” กวินตอบทันที น้ำเสียงเย็นจัด
เขาลุกขึ้น เดินเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำเย็นจัดราดตัวเองอยู่นาน แต่ต่อให้น้ำเย็นแค่ไหน มันก็ล้างความทรงจำเมื่อคืนออกไปไม่ได้ ภาพริมฝีปากซีดที่เรียกเขาเบาๆ ภาพปลายนิ้วเล็กจิกแน่นบนไหล่เขา ภาพดวงตาที่เหมือนจะร้องไห้แต่ก็ยังอดทน
และที่แย่ที่สุดคือเขาไม่รู้ชื่อจริงของเธอ
หลังแต่งตัวเรียบร้อย กวินเปิดประตูออกมา ผู้จัดการเวรก้มหน้ารออยู่พร้อมแฟ้มรายชื่อพนักงานชั่วคราว
“ผู้หญิงเมื่อคืนเป็นใคร” กวินถามโดยไม่เสียเวลาทักทาย
“ผมกำลังตรวจสอบครับ เธอมาทำแทนพนักงานชื่อกี้ที่ป่วยกะทันหัน แต่ในใบลงชื่อเขียนไว้แค่ว่า...มิน”
“มิน?” คิ้วเข้มขมวดทันที
“ครับ ไม่มีนามสกุล ไม่มีเบอร์โทร ที่อยู่ก็ไม่ได้ลงไว้ เพราะเธอมาทำแค่คืนเดียว พนักงานที่พามาเป็นคนรับรองครับ”
“เรียกพนักงานคนนั้นมา”
“เธอลางานตั้งแต่เช้าครับ ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน”
กวินหันขวับ ดวงตาคมกริบทำให้ผู้จัดการหน้าเสีย
“โรงแรมของฉันมีคนเข้ามาทำงานโดยไม่มีข้อมูลครบ แล้วนายยังกล้ามาบอกว่าติดต่อไม่ได้?”
“ขอโทษครับคุณกวิน ผมจะรีบตามเรื่องให้เร็วที่สุดครับ”
“เร็วที่สุดยังไม่พอ ฉันต้องการรู้ว่าเธอเป็นใคร ภายในวันนี้”
“ครับ”
ผู้จัดการรีบก้มศีรษะแล้วถอยออกไป กวินยืนอยู่หน้าประตูห้องสวีตอีกพักหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองเตียงอีกครั้ง สีหน้าของเขาเคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง
เรื่องผู้หญิงไม่ใช่ปัญหา เขาจัดการได้เสมอ เงิน คำขอโทษ ข้อตกลง ทุกอย่างมีทางออก แต่เรื่องเมื่อคืนไม่เหมือนคืนอื่น
เขาไม่ได้ป้องกัน
ความคิดนั้นทำให้กรามแกร่งขบแน่น
“คงไม่ขนาดนั้นหรอก” เขาพึมพำกับตัวเอง “แค่คืนเดียว...”
แต่ทันทีที่พูดออกมา เขาก็นึกถึงจำนวนครั้งที่ทุกอย่างเกิดขึ้นซ้ำๆ จนเกือบรุ่งเช้า และคำปลอบใจนั้นก็ฟังดูน่าขันขึ้นมาทันที
โทรศัพท์บนโต๊ะสั่น กวินเดินไปหยิบขึ้นมา เห็นชื่อมารดาโชว์อยู่บนหน้าจอ เขาหลับตาชั่วครู่ก่อนกดรับ
“ครับแม่”
“วันนี้กลับบ้านเร็วหน่อยนะกวิน แม่มีเรื่องจะคุยด้วย” คุณหญิงรัตนาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น “เรื่องหนูพิชญาภา แม่คุยกับทางนั้นไว้แล้ว เดือนหน้าควรเริ่มเตรียมงานหมั้นให้เป็นทางการเสียที”
กวินเงียบไป
ถ้าเป็นวันอื่น เขาคงตอบรับหรือบ่ายเบี่ยงตามปกติ แต่เช้านี้เพียงได้ยินคำว่าหมั้น ภาพผู้หญิงแปลกหน้าบนเตียงก็แทรกขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
“กวิน ฟังแม่อยู่ไหม”
“ฟังครับ”
“อายุแกไม่ใช่น้อยแล้ว ตระกูลเราต้องการความมั่นคง หนูพิชญาภาเหมาะสมทุกอย่าง แม่ไม่อยากเห็นแกใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยกับผู้หญิงชั่วคราวอีก”
คำว่าผู้หญิงชั่วคราวกระแทกหูเขาอย่างประหลาด
“ผมรู้ครับแม่ เดี๋ยวผมกลับไปคุย”
“ดี อย่าให้แม่ต้องพูดซ้ำ”
สายถูกตัดไป กวินโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างไม่เบามือนัก เขาเดินไปที่หน้าต่างสูงจรดเพดาน มองเมืองที่เพิ่งตื่นจากความมืดด้วยสายตาหนักอึ้ง
เขาควรลืมเรื่องเมื่อคืน
ผู้หญิงคนนั้นอาจแค่ตกใจ อาจไม่อยากมีปัญหา อาจหนีไปเพราะกลัว เขาตามหาเธอ เจรจา ชดเชย แล้วเรื่องก็จบ
แต่ทำไมเขากลับรู้สึกเหมือนเรื่องนี้ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ
ประตูถูกเคาะอีกครั้ง คราวนี้เป็นเลขาส่วนตัวของเขา
“คุณกวินคะ ฉันได้ภาพจากกล้องวงจรปิดบางส่วนแล้วค่ะ”
“เอาเข้ามา”
เลขาสาววางแท็บเล็ตลงตรงหน้า ภาพจากกล้องหน้าลิฟต์ชั้นพนักงานปรากฏขึ้น หญิงสาวร่างบางในชุดพนักงานเสิร์ฟเดินก้มหน้าออกไปตอนตีห้ากว่า ผมยาวยุ่งเล็กน้อย ใบหน้าซีด ขอบตาแดง แต่เธอกอดกระเป๋าผ้าเก่าๆ ไว้แน่นเหมือนมันคือของอย่างเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิต
กวินจ้องภาพนั้นนานกว่าที่ควร
“ซูมหน้า”
เลขาทำตาม ภาพแตกเล็กน้อยแต่ยังเห็นใบหน้าหวานชัดพอ ดวงตาของเธอดูอ่อนล้าและเจ็บปวด แต่สิ่งที่ทำให้เขานิ่งไปคือก่อนเธอจะเดินออกจากประตูหลัง เธอหันกลับมามองขึ้นไปด้านบน เหมือนมองกลับมายังห้องของเขา
เพียงเสี้ยววินาที
แล้วเธอก็เดินหายไป
“ได้ภาพจากกล้องด้านนอกไหม”
“กล้องช่วงนั้นเสียค่ะ ฝนตกหนักเมื่อคืน ระบบบันทึกบางส่วนขาดหาย”
กวินหัวเราะในลำคออย่างเย็นชา
“บังเอิญดีจริงๆ”
“ให้แจ้งตำรวจไหมคะ”
“ไม่ต้อง” เขาตอบทันที “เรื่องนี้ไม่ต้องให้คนนอกรู้ ตามจากพนักงานที่พาเธอมา ตามจากรายชื่อคนเข้าออกเมื่อคืน ตามจากทุกทางที่ทำได้”
“ค่ะ”
เลขาออกไปแล้ว ห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง กวินยังมองภาพนิ่งบนแท็บเล็ต นิ้วหัวแม่มือแตะอยู่ตรงใบหน้าของผู้หญิงที่เขารู้จักแค่ชื่อเล่นสั้นๆ ว่า ‘มิน’
“เธอหนีทำไม” เขาถามภาพนั้นเสียงเบา “หรือเธอกลัวฉัน”
ไม่มีคำตอบ
มีเพียงความเงียบที่ทำให้เขายิ่งหงุดหงิด
เขาไม่ชอบสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ชอบคนที่เข้ามาทิ้งผลกระทบไว้แล้วหายไป และไม่ชอบความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในอกทุกครั้งที่นึกถึงน้ำตาของผู้หญิงคนนั้น
กวินปิดแท็บเล็ตแรงเกินจำเป็น ก่อนคว้ากุญแจรถเดินออกจากห้อง
ระหว่างทางลงลิฟต์ เขาสั่งงานผ่านโทรศัพท์ไม่หยุด ทุกคนในโรงแรมต้องรู้ว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นใคร ร้านกล้องใกล้เคียงต้องส่งภาพมาให้ คนขับแท็กซี่หน้าทางออกต้องถูกสอบถาม พนักงานกะดึกทุกคนต้องให้ข้อมูล
ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับเหมือนเดิม
ไม่มีใครรู้
ไม่มีเบอร์
ไม่มีที่อยู่
มีเพียงชื่อสั้นๆ กับภาพใบหน้าซีดที่ติดอยู่ในหัวเขา
เมื่อรถสปอร์ตสีดำพุ่งออกจากโรงแรม กวินกำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดขึ้นมา เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มตามจากตรงไหน แต่เขารู้ว่าตัวเองต้องตามให้เจอ
เพราะถ้าเรื่องที่เขากังวลเกิดขึ้นจริง ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้หายไปคนเดียว
เธออาจหายไปพร้อมเลือดเนื้อของเขา
และความคิดนั้นทำให้กวินเหยียบคันเร่งแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว





