บรรณาการความเศร้า บทที่ ๑
"เครื่องสี"
เสียงเครื่องสีกระทบเป็นสังคีตศิลป์
เหล่าคนเยาว์ต่างมาเริงระบำหน้ากองเพลิงยามค่ำคืน
อมรสตรีผันตัวมาเกลือกกลิ้งในกองเถ้า
เฝ้าถวิลถึงมนุษาที่มิอาจครอบครอง
เท้าก้าวเหยียบหินแหลมจนโลหิตอาบย้อมตามเส้นทาง
กระนั้นแล้วเธอก็ยังย่ำลงไปเพื่อเรียกบางสิ่งให้ตระหนักตื่น
ลมสวรรค์หวนพัดมาหักปีกงามทิ้งให้สิ้นหวังร่วงลงสู่ธุลีดิน
เหงื่อไคลที่หยดย้อยเรียกมาราฟื้นจากมรณานับอสงไขย
ปีศาจยักหน้าหลอกให้สักการะเพื่อแลกชีวิตผู้เป็นที่รัก
มอบสิทธิ์ของคืนวันโง่ๆ ให้นารีแย้มสรวลเพียงชั่วขณะ
ยามราตรีหวนคืนอีกครา เหล่าศวะถูกปลุกให้พ้นผืนธรณี
ตื่นจากการหลับใหล
ความตายเข้ากระซิบเธออย่างแผ่วเบา
“ก่อนอาทิตย์จะพ้นเส้นขอบนภา เจ้าจะได้นอนอย่างสงบแทนข้าเสีย”
นมัสการความรัก บทที่ ๒
"ซ่อนกลิ่น"
สองเท้าเหยียบบนพื้นไม้สู่ผืนดินจนเปรอะเปื้อนด้วยสีดำ
ความเหงาคลุ้งทั่วระคนความรักที่ยังอยู่ ณ ที่แห่งนี้
แต่บัดนี้ข้าได้เก็บซ่อนเจ้าไว้
สุดลึกของรากแก้วพฤกษชาติ
ดอกซ่อนกลิ่นผุดขึ้นเหนือกายงาม หอมยิ่งกว่าดอกใดในพันลี้
ข้าจะทำให้เจ้าได้อยู่นานนับกัปกัลป์
กลิ่นบุปผาคงไว้ไม่เลือนราง หอมหวานแต่น่าเวทนา
เพราะมิอาจหวนพาเจ้ากลับจากขบวนกาล
สรรเสริญข้าเถิด เพราะข้ายังซ่อนเจ้าไว้
มิให้ผู้ใดรบกวนยามหลับใหลตราบนิรันดร์