ตอน 1

1.สมัครงาน

มิราพึ่งเรียนจบปริญญาตรีมาหมาดๆ เธอเป็นเด็กทุนเพราะเรียนเก่ง และกำลังหางานทำเพราะมีน้องสาวที่กำลังเรียนหนังสืออีก ซึ่งเธอและน้องสาวมีกันอยู่แค่สองคน งานก็หายากขึ้นทุกวัน เธอเป็นเด็กจบใหม่ประสบการณ์ก็ยังไม่มี วันนี้ทั้งวันเธอก็ยังไม่ได้งานที่ไหนเลยสักที่ ซึ่งเธอก็ออกหางานทำมาเกือบเดือนแล้ว

"พี่มิราได้งานมั้ย" เป็นเสียงของลิลินที่กำลังตั้งใจทำการบ้านอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แต่ก็อบอุ่น ลิลินเอ่ยถามพี่สาว ขณะที่มิรากำลังเปิดประตูห้องเข้า มิราส่ายหัวให้กับน้องสาวเบาๆ วันนี้เธอรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินอากาศก็ร้อน งานก็หาไม่ได้

"ไม่เป็นไรนะพี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้" ลิลินให้กำลังใจพี่สาวแบบนี้เสมอ ก็เธอมีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง ก็ต้องรักกันเป็นธรรมดา สำหรับลิลิน มิราคือทุกอย่าง เป็นพี่เป็นเพื่อน ถ้าไม่มีมิราพี่สาวคนนี้คอยดูแล ลิลินคงไม่ได้เรียนหนังสือ และลิลินก็รักพี่มิราของเธอมาก อายุของทั้งสองคน ค่อนข้างห่างกันมากพอสมควร ตอนพ่อกับแม่เสียไป ลิลินยังเล็กมาก มิราเป็นพี่ต้องรับภาระเลี้ยงและดูแลน้องเพียงคนเดียวมาตลอด ตอนที่เธอเรียนอยู่เธอก็หางานพาร์ทไทม์ทำ เธอเรียนไปทำงานไป และก็มีน้องเล็กให้ต้องดูแลอีกด้วย ช่วงที่เธอทำงานตอนกลางคืน เธอก็มักจะฝาก น้องสาวไว้กับเพื่อนบ้าน ซึ่งเพื่อนบ้านของเธอก็ใจดี ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเธอโชคดีมาก

"หิวมั้ย พี่ซื้อข้าวมาฝากลินด้วยนะ" บ้านที่ทั้งสองคนอยู่ เป็นบ้านเช่า เดือนละถูกๆ อยู่ในสังคมแออัดที่คนจนๆ ส่วนมากที่ไม่มีที่ไปมักจะมาอยู่กัน

"เดี๋ยวลินหยิบน้ำให้นะ พี่มาเหนื่อยๆ" มิราเธอมีน้องสาวที่น่ารัก ทำให้เธอมีกำลังใจที่จะสู้ต่อ เพราะอย่างน้อยเธอก็รู้ว่าควรทำไปเพื่อใคร ลิลินอายุสิบห้าปี เธอกำลังเรียนอยู่มัธยมต้นปีสุดท้าย เป็นเด็กน่ารักร่าเริงพูดเก่งยิ้มก็เก่ง ความสวยไม่น้อยไปกว่าคนเป็นพี่เลย

"ลิน พี่ว่างานอะไรถ้าทำแล้วได้เงิน ของให้เป็นงานสุจริตพี่ว่าพี่จะทำ" มิราเริ่มคิดแล้ว ถ้าขืนจะใช้วุฒิการศึกษาคงต้องอดตายกันแน่ๆ น้องเธอก็ต้องเรียน ต้องกิน ต้องใช้ เธอเองก็ด้วย

"ลินก็เห็นด้วยกับพี่นะ" เพราะที่ผ่านมามิราเธอก็ทำงานหนักมาตลอด เรียนก็หนัก แถมช่วงเย็นมิราก็ต้องทำงาน ที่มีกินมีใช้ได้ก็เพราะงานนี่แหละ เพราะฉะนั้น ไม่ว่างานอะไร เธอก็จะทำแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปนั่งโต๊ะหรืออยู่ในห้องแอร์ เธอก็ทำได้หมดอยู่แล้ว

"อืองั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ พี่จะออกหางานใหม่" สองพี่น้องถึงอายุจะห่างกันมาก แต่ก็เป็นเพื่อนคุยกันได้เสมอ มีอะไรก็มักจะปรึกษากันแบบนี้เป็นประจำ

"ลินเอาใจช่วยนะคะ" ลิลินยิ้มให้พี่สาวของเธอเหมือนอย่างเช่นเคย ทำให้มิรามีกำลังใจสู่ต่อไปเพื่อน้องสาวสุดที่รักของเธอคนนี้

ทางด้านอาทิตย์

"คุณดา มีพี่เลี้ยงมาสมัครกันอีกมั้ย คนล่าสุดออกอีกแล้ว ผมละปวดหัวจริงๆ หรือว่าเงินเดือนมันจะน้อยไป" อาทิตย์ปวดหัวกับเรื่องนี้มาก น้องเกียร์ลูกชายเพียงคนเดียวของเขา ก็กำลังซน แกอายุสามขวบ เป็นเด็กฉลาด น่ารัก พูดและคุยเก่ง แต่ที่ทำให้พี่เลี้ยงต้องลาออกบ่อยๆ ปัจจัยสำคัญจริงๆ ก็คือเงื่อนไข เพราะพี่เลี้ยงที่มาทำงานนี้ จะต้องมาประจำอยู่ที่บ้านตลอด ซึ่งแต่ละคนมีความจำเป็นหลากหลายกันไป จึงทำให้ไม่มีคนอยู่ได้ แต่ที่บ้านของคุณอาทิตย์ ก็มีแม่บ้าน ซึ่งแม่บ้านพวกนี้ก็มีแต่อายุมากๆ กันแล้วจะให้มาเลี้ยงเด็กด้วยคงจะไม่ไหว

"ไม่มีเลยค่ะ มีแต่มาสมัครงานเป็นพนักงานค่ะ" คุณดา เลขาอายุเกือบเข้าเลขสี่แล้ว เธอทำงานเป็นเลขาให้อาทิตย์มานาน กำลังรายงานตามที่เจ้านายถาม

"คุณเอาใบสมัครงานพวกนั้นมาให้ผมสิ" อาทิตย์ต้องการจะคัดเลือกพี่เลี้ยง เขาจะเอาจากใบสมัครที่มีคนมาสมัครงานนี่แหละ เผื่อจะมีคนสนใจที่จะมาทำงานนี้ ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่า จะมีคนสนใจหรือเปล่า เพราะคนพวกนี้มาสมัครงานบริษัท ไม่ได้มาสมัครงานเลี้ยงเด็ก แต่อาทิตย์ก็หวังว่า ต้องมีสักคนแหละน่า

"ค่ะ" อาทิตย์เอาใบสมัครงาน ที่คุณดาเลขาของเขาเอามาให้ เปิดดูและกำลังที่จะคัดเลือก หลังจากที่เขาคัดเลือกคุณสมบัติตามที่เขาต้องการแล้ว เขาก็ให้เลขาไปจัดการต่อ โทรไปสอบถามว่ามีใครอยากจะทำงานนี้บ้าง

คนที่มาเป็นพี่เลี้ยงน้องเกียร์ มักจะออกกันบ่อย มีหลายสาเหตุจากที่ผ่านๆ มาเพราะคนที่จะมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับน้องเกียร์ได้ จะต้องมาประจำอยู่ที่บ้านทุกวัน มีวันหยุดให้หนึ่งวันคือวันอาทิตย์ วันที่คุณอาทิตย์หยุดงาน เพราะเขาจะเลี้ยงลูกเอง แต่ถ้ามีงานด่วนเข้ามา พี่เลี้ยงคนนั้นก็จะต้องอยู่ เพื่อที่จะต้องเลี้ยงลูกให้เขา แล้วได้เป็นค่าโอทีเป็นค่าตอบแทน ซึ่งเรียกได้ว่า แทบจะไม่มีวันหยุดเลย และคนที่จะมาทำงานนี้ได้ก็จะต้อง โสดเท่านั้น เพราะจะได้ไม่มีภาระให้เจ้านายอย่างเขาต้องปวดหัว แลกกับค่าแรงที่มากกว่าเลขาของเขาเสียอีก

"คุณดาครับ คุณช่วยโทรหาคนที่ผมเลือกให้หน่อย บอกพวกเขาว่าเป็นงานพี่เลี้ยงเด็ก เงินเดือนสามเท่าของค่าแรงขั้นต่ำ ถ้าใครอยากทำ มาหาผมพรุ่งนี้เช้าได้เลย" เลขารับเอาใบสมัครงานไปดำเนินงานตามที่เจ้านายหนุ่มสั่งทันที

"สวัสดีค่ะ มิรารับสายค่ะ" มิราเมื่อเห็นเบอร์แปลกเธอก็รีบรับทันที เพราะเธอคิดว่าน่าจะเป็นเบอร์ของบริษัทไหนสักที่ โทรมาให้เธอไปสัมภาษณ์หรือไม่ก็ไปทำงานเลยก็ได้ ตอนนี้ความหวังและการรอคอยของเธอทำให้เธอตื่นเต้นกับสายที่กำลังรับสายอยู่

"สวัสดีค่ะ พี่โทรมาจากบริษัท...ที่คุณได้ยื่นใบสมัครไว้นะคะ" และมันก็เป็นสายของบริษัทใด บริษัทหนึ่งจริงๆ ด้วย

"จริงเหรอคะ ดิฉันจะได้งานทำแล้วใช่มั้ยคะ" น้ำเสียงดีใจออกไป ทำให้คู่สนทนา ที่กำลังพูดสายอยู่ในขณะนี้ รู้สึกมีความหวังว่าเธอคนนี้จะต้องยอมไปทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เพราะใบนี้เป็นใบสมัครใบสุดท้ายที่คุณดาโทรหา และทุกคนที่ผ่านมาก็ปฏิเสธหมด เพราะงานที่เรียกให้ไปทำ ไม่ตรงตามความต้องการของพวกเขา

"ค่ะแต่...งานที่คุณจะได้ทำ คืองานเลี้ยงลูกเจ้านาย ถ้าคุณสนใจ คุณก็ได้งานนี้เลย สนใจมั้ยคะ" คุณดากำลังตั้งใจฟังคู่สายที่กำลังจะตอบกลับมา

"สนใจค่ะ งานอะไรก็ได้ ดิฉันไม่เกี่ยง ขอแค่ให้เป็นงานที่สุจริตก็พอค่ะ" ตามที่เธอตั้งใจไว้แล้ว งานอะไรเธอก็จะทำ จะได้มีเงินมากินมาใช้ และคำพูดของเด็กคนนี้ทำให้คุณดานึกเอ็นดูเข้าไปอีก ที่พูดว่าขอแค่ให้เป็นงานที่สุจริตก็พอ

"งานนี้ค่าแรงสามเท่าด้วยนะคะ พรุ่งนี้เชิญที่บริษัทมาให้ได้นะคะ" คุณดาไม่ลืมที่จะพูด ถึงแรงจูงใจที่จะทำให้เธอคนนี้มาทำงานให้ได้ คุณดากลัวว่าเธออาจจะเปลี่ยนใจ เธอขี้เกียจหาคนใหม่แล้ว

"ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ" เมื่อสายถูกตัดไป คุณดาพ่นลมหายใจออกมา เพราะใบสมัครใบนี้เป็นใบสุดท้าย ที่มีเกือบยี่สิบใบที่โทรไปก็ถูกปฏิเสธหมด เหลือใบนี้ใบสุดท้ายโชคดีที่เธอตกลง ค่อยยังชั่ว

"ลิน พี่ได้งานทำแล้วนะ" น้ำเสียงดีใจเอ่ยบอกน้องสาว

"จริงเหรอพี่ ลินดีใจด้วยนะ"

"แต่งานที่เขาให้พี่ไปทำ เป็นงานเลี้ยงเด็ก เงินเดือนสามเท่า" เธอรู้สึกว่าที่เขาให้เงินเดือนเยอะขนาดนี้ มันต้องมีอะไรแน่ๆ แต่เธอก็จะลองเสี่ยงดู

"ทำไมเขาให้เงินเดือนสูงจัง แค่เลี้ยงเด็กเนี่ยนะพี่" ลิลินสงสัย มิราก็เช่นกัน

"พี่ก็ไม่รู้แต่ยังไงพี่ก็จะต้องทำงานนี้ให้ได้" มิรา ตอบน้องสาวอย่างมั่นใจ ไม่ว่างานจะยากขนาดไหน หรือเด็กอาจจะดื้อ เธอก็ต้องทำงานนี้ให้ได้

"ถ้างั้นลิลินเอาใจช่วยนะคะ" ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ ต่อไปนี้เธอก็จะมีเงินส่งน้องสาวของเธอเรียน ไม่ต้องกินอดกินอยากอีกต่อไปแล้ว ปีหน้าขึ้นชั้นใหม่ต้องใช้เงินอีกมาก นี่ก็ใกล้จะปิดเทอมแล้ว ไหนจะชุดนักเรียน กระเป๋า รองเท้า และอุปกรณ์การเรียนอีก

ตอน 2

2.เจอกัน

"สวัสดีค่ะ นันทิชาค่ะ" เธอแนะนำตัวทันทีที่มาถึงภายในบริษัท

"เชิญนั่งรอสักครู่นะคะ คุณอาทิตย์กำลังเดินทางมาค่ะ" คุณดาเลขาหน้าห้องของอาทิตย์ เธอมาทำงานแต่เช้าทุกวัน บอกให้มิรานั่งรอ พร้อมกับสังเกตว่าเด็กคนนี้หน้าตาน่ารักกว่าในใบสมัครเสียอีก

"คุณอาทิตย์ค่ะ คุณนันทิชามารอแล้วนะคะ" คุณดา รายงานเจ้านายทันทีเมื่อเขามาถึง

"ครับ บอกให้เธอตามผมเข้าไปได้เลย" อาทิตย์มองไปที่หญิงสาว ที่นั่งรออยู่ที่โซฟารับแขกที่ถัดออกไป แล้วก็เอ่ยบอกให้เลขาพาเธอเข้าไปได้ แล้วเขาก็เดินเข้าห้องทำงานไป

"คุณนันทิชาคะ ไปค่ะคุณอาทิตย์มาแล้ว"

"ก๊อกๆ ๆ ๆ "

"เชิญครับ" เสียงอนุญาตดังขึ้น มิราก็เข้าไปด้านใน ส่วนคุณเลขาหมดหน้าที่ของเธอ กลับออกไปทำงานของเธอต่อ

"สวัสดีค่ะ นันทิชาค่ะ" เธอแนะนำตัว ขณะที่มายืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเขา แต่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเขา อาทิตย์นั่งอยู่บนเก้าอี้ ตัวเก่งของเขามองมาที่เธอ ผู้หญิงตัวเล็กผิวขาว ผมยาวหน้าตาน่ารักดี เขารู้สึกว่าเธอน่ารักมากก็จริง แต่เธอจะทนกับลูกชายตัวแสบของเขาได้มั้ยนี่

"เงยหน้า" เขาสั่งเสียงเรียบหลังจากที่แอบพิจารณารูปร่างและหน้าตาของเธอเรียบร้อยแล้ว มิราค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองเจ้านายหนุ่ม ที่กำลังจับจ้องมองมาที่เธอ สายตาของเขาทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก ก็เธอทั้งตื่นเต้นและดีใจที่จะได้งานทำสักที

"เงินเดือนสามเท่า แต่ผมมีเงื่อนไข" เรื่องนี้มิราเธอเตรียมใจมาบ้างอยู่แล้ว เขาคงไม่ได้จะจ่ายเงินเธอง่ายๆ หรอก แล้วเธอก็กำลังฟังในเงื่อนไขของเขาที่กำลังจะบอกเธอตอนนี้

"คุณจะต้องไปประจำอยู่ที่บ้านผมทุกวัน" มิราตาโต เพราะเธอมีน้องที่จะต้องดูแล แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรรอฟังเขาพูดให้จบก่อน

"มีวันหยุดให้อาทิตย์ละหนึ่งวัน คือวันอาทิตย์ซึ่งวันนั้นผมจะเลี้ยงลูกเอง แต่ถ้าอาทิตย์ไหนผมไม่ว่าง คุณก็ต้องอยู่ แล้วผมจะให้เป็นค่าโอที" มิราแม้มปากแน่น งานก็อยากได้ เงินก็อยากได้ แล้วน้องสาวคนเดียวของเธอล่ะ

"เงื่อนไขของผมมีแค่นี้ ตกลงคุณยังสนใจอยู่มั้ย" มิราเริ่มคิดหนัก แต่สถานการณ์ตอนนี้ของเธอ มันทำให้เธอไม่สามารถเลือกอะไรได้มากนัก ยังไงเธอก็ต้องทำไปก่อน

"ค่ะ" ลองดูสักตั้งถ้าไม่ไหวก็ค่อยว่ากันอีกที ไม่ลองไม่รู้ เงินเดือนสามเท่าท่องไว้...เธอบอกกับตัวเองในใจ ส่วนน้องสาวพอมีคนช่วยดูแลอยู่ ถึงจะเป็นห่วงแต่ยังไงงานนี้เธอก็ต้องทำ

"ดีครับ งั้นคุณลองเล่าประวัติของคุณคร่าวๆ ให้ผมฟังหน่อย" นี่คือการสัมภาษณ์ เขาจำเป็นที่จะต้องรู้จักเธอด้วย เพราะเธอจะต้องเข้าไปอยู่ในบ้าน แล้วก็ยังต้องไปเลี้ยงลูกชายของเขาอีกด้วย

"มิรา เอ่อ ดิฉันพึ่ง…"

"แทนตัวเองด้วยชื่อเล่นก็ได้" เธอชื่อมิราสินะ หน้าตายังเด็กมากอยู่เลยแต่ในประวัติบอกว่าเรียนจบแล้วอายุ 23 ปี

"ค่ะ มิราพึ่งเรียนจบมายังไม่มีงานทำ..." เธอกำลังจะเล่าในสิ่งที่เขาถาม แต่เขาก็ตั้งคำถาม จนในสิ่งที่เธอกำลังจะเล่าเกิดสะดุด

"มีแฟนมั้ย" คำถามนี้ออกจากปากคนที่กำลังจะเป็นเจ้านายของเธอ มิรามองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ เพราะมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับงานที่เธอจะทำเสียหน่อย

"ที่ผมถาม เพราะคุณต้องมาอยู่ที่บ้านของผมทุกวัน ผมไม่อยากให้คุณมีปัญหากัน" อาทิตย์รีบบอกเหตุผล เขาเห็นสายตาของเธอกลัวว่าเธอจะคิดเป็นแบบอื่น

"อ่อค่ะ มิราไม่มีแฟนค่ะ มีแค่น้องสาวหนึ่งคนค่ะ" เธอตอบออกไปตามความจริง แต่ก็ไม่ได้เล่าถึงในรายละเอียดเรื่องนี้ต่อ เพราะเธอคิดว่าเขาคงไม่ได้อยากจะรู้นักหรอก

"ดีครับ งั้นพรุ่งนี้คุณเริ่มงานได้ วันนี้ไปเก็บกระเป๋าแล้วพรุ่งนี้ ไปเจอผมที่บ้าน นี่แผนที่บ้านผม กับเบอร์โทรเผื่อคุณมาไม่ถูก" อาทิตย์ยื่นแผนที่พร้อมกับเบอร์โทรให้เธอ มิรารับแผนที่จากอาทิตย์แล้วหยิบขึ้นมาดู นี่มันบ้านหลังใหญ่ๆ ที่อยู่หน้าปากซอยที่เธอเดินผ่านเวลากลับบ้านทุกวันนี่นา… เธอคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

"เชิญครับ" เมื่อมิราเดินออกจากห้องไป อาทิตย์ก็นั่งทำงานของเขาต่อ

มิรากลับบ้านมาเก็บเสื้อผ้า เพื่อที่จะเริ่มงานใหม่ในวันพรุ่งนี้ แล้วเธอก็อดคิดถึงบ้านที่เธอกำลังจะเข้าไปทำงานไม่ได้ เพราะบ้านหลังนั้นกับตรงที่เธออาศัยอยู่ ไม่ได้อยู่ห่างกันมาก ก็ดีเธอจะได้อยู่ใกล้ๆ กับน้องสาวของเธอด้วย

ขณะที่อาทิตย์ นั่งทำงานก็นึกถึงหน้าคนที่จะมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับลูกชายของเขา หน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวขาวเอวบาง อาทิตย์รีบสะบัดหัวออกอย่างไวทันทีที่นึกขึ้นมาได้ นี่เขาคิดอะไรอยู่นี่ เพราะอาทิตย์มีแฟนที่คบหาดูใจกันมาหลายปีอยู่แล้ว คนนั้นเธอชื่อพิมพ์ เป็นนางแบบอยู่ในวงการบันเทิง แต่ไม่ได้ดังมากนัก เขาเคยขอเธอแต่งงานอยู่หลายครั้ง ก็แต่ถูกเธอปฏิเสธ เธออ้างว่าอยากจะดังให้มากกว่านี้ก่อน เพราะถ้าเธอแต่งงานไป เธอก็ต้องออกจากวงการ ซึ่งอาทิตย์ก็เข้าใจ เพราะเธออายุยังน้อย อาจจะยังอยากใช้ชีวิตก่อน แต่ตอนนี้อายุเขาก็ยิ่งมากขึ้นทุกวัน เขาเริ่มที่จะรอเธอไม่ไหว อยากจะลองขอเธอแต่งงานอีกสักครั้ง ปีนี้เขาก็อายุเข้าสามสิบห้าแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็โทรนัดแฟนสาวของเขาทันที

"ทิตย์...คิดยังไงโทรหาพิมพ์ตอนนี้คะนี่" เสียงแฟนสาวของอาทิตย์ดังขึ้นในสาย ทำให้อาทิตย์ยิ้มออกมา

"คิดถึงน่ะสิครับ" เขาหยอดคำหวานทันที

"อือ...ต้องมีอะไรแน่ๆ เลย" เธอรู้สึกได้ เพราะชายหนุ่มไม่ค่อยที่จะเป็นฝ่ายโทรหาเธอก่อน มีแต่เธอที่คอยโทรหาแต่เขา แล้วตอนนี้เธอก็เริ่มเบื่อๆ เขาแล้วซะด้วยสิ วันๆ ไม่เคยคิดจะเอาใจเธอบ้างเลย วันๆ ทำแต่งาน

"ผมอยากจะชวนพิมพ์ไปดินเนอร์คืนนี้พิมพ์ว่างมั้ยครับ" เขาบอกความต้องการที่โทรหาเธอออกไป

"ขอเป็นอาทิตย์หน้าได้มั้ยคะ ตอนนี้พิมพ์มาทำงานที่ต่างจังหวัดค่ะ"

"ครับ อาทิตย์หน้าก็อาทิตย์หน้า ก็พิมพ์ไม่อยู่นี่เนอะ" เธอมักจะเดินทางแบบนี้เป็นประจำซึ่งอาทิตย์ก็พอเข้าใจได้ อีกอย่างเวลาเธอไปทำงานที่ไหนเธอก็ไม่ได้บอก และเขาก็ยุ่งๆ อยู่กับงานที่มากมายก่ายกอง แต่เขาก็มีส่งข้อความไปคุยกับเธออยู่บ้าง ซึ่งคนเป็นแฟนกัน อาทิตย์คิดว่าเท่านี้ก็น่าจะโอเคแล้ว เพราะเธอก็ทำงานเหมือนกัน คงจะเข้าใจเขา แต่เปล่าเลยพิมพ์ไม่เคยเข้าใจ และแอบเบื่อๆ ที่บางครั้งเธอก็อยากที่จะมีเวลาดีๆ กับแฟนของเธอบ้าง

"ค่ะ งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ พิมพ์ต้องทำงานต่อแล้ว" สาเหตุที่เธอไม่ยอมตกลงแต่งงานกับอาทิตย์ง่ายๆ เป็นเพราะว่าเธอรังเกียจน้องเกียร์ ที่เป็นลูกติดเมียตาย เธอเป็นคนรักสวยรักงาม และไม่รักเด็กเลย เธอไม่อยากจะมารับภาระเลี้ยงลูก ให้กับแฟนหนุ่ม แต่ที่ยังทนอยู่ เป็นเพราะชอบเงินของเขานั่นเอง อาทิตย์เป็นผู้ชายรูปหล่อ หน้าที่การงานดี เป็นถึงนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง และยังร่ำรวยมากอีกด้วย

เขามีกิจการห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่กลางใจเมือง กับมีธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์หรือทางด้านเกม ที่เจาะเข้าหากลุ่มลูกค้าวัยรุ่น หรือคนทำงานที่ต้องการผ่อนคลาย แต่เขาก็มีข้อเสีย คือมีคุณแม่ที่ป่วยท่านไม่ค่อยชอบออกจากบ้าน แต่ท่านก็ช่วยเหลือตัวเองได้ กับมีลูกติดที่น่ารัก และฉลาดเป็นกรดอย่างน้องเกียร์ แต่ถึงอย่างนั้น อาทิตย์ก็ยังเป็นหนุ่มหล่อที่สาวๆ ต่างหมายปอง แต่เขาก็ไม่เคยมองใครนอกจากแฟนที่เขาคบอยู่ เพราะชีวิตก่อนที่จะมีน้องเกียร์มันสอนให้เขาต้องใช้ชีวิตใหม่ เป็นบทเรียนราคาแพง ชีวิตก่อนที่จะมีน้องเกียร์ อาทิตย์ก็ไม่ได้แตกต่างจากหนุ่มๆ ทั่วไปที่รักสนุก จนทำผู้หญิงคนหนึ่งท้องด้วยความเมา ทำให้อาทิตย์ต้องรับผิดชอบเธอ จัดงานแต่งงานเล็กๆ แค่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้เท่านั้น เมื่อเธอคลอดท้องเกียร์ออกมาได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เธอก็เกิดอาการตกเลือดเสียชีวิตทันที คุณหมอไม่สามารถช่วยชีวิตเธอได้ทัน ทำให้อาทิตย์ต้องเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่นั้นมา

ตอน 3

3.เข้ากันได้

"ติ้งต่อง ๆ ๆ" เสียงกดออดดังขึ้นหน้าบ้านอาทิตย์ยามเช้า อาทิตย์เป็นคนชอบออกกำลังกาย วิ่งเรียกเหงื่อยามเช้า ไม่ค่อยได้ใช้เครื่องออกกำลังกายที่ฟิตเนสสักเท่าไหร่ เพราะมีคุณแม่กับลูกชายให้ดูแล จึงไม่ค่อยมีเวลาไปที่นั่น แต่ก็มีซื้อไว้ใช้ที่บ้านบ้าง แต่เช้านี้เขามาวิ่งออกกำลังกายอยู่หน้าบ้าน ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติสำหรับเขา เขาจึงเดินไปเปิดประตูให้ เพราะเขารู้ว่าใครมา ถ้าให้คนอื่นมาเปิด มีหวังต้องวิ่งกลับมาถามเขาอีกเป็นแน่ กว่าเธอจะได้เข้าบ้านต้องหลายเรื่องแน่ๆ

"มาแต่เช้าดีนี่" เขาทักเธอ แล้วก็ไม่ได้อะไรนัก

"สวัสดีค่ะ" มิราไม่ได้มีอะไรมามากนักมีแค่กระเป๋าเป้มาใบเดียว

"เข้ามาสิ" อาทิตย์พาเธอเข้ามาในบ้าน แล้วเรียกให้คนในบ้านมารวมตัวกันพร้อมหน้า

"ทุกคนครับ ผมมีสมาชิกใหม่มาแนะนำ เธอชื่อมิรา เธอจะมาดูแลน้องเกียร์ ทำความรู้จักกันไว้นะ" อาทิตย์บอกคนในบ้าน พร้อมกับแนะนำหญิงสาวให้ทุกคนรู้จัก

"สวัสดีทุกคนนะคะ" เธอยิ้มอย่างเป็นมิตรให้ทุกคนอย่างน่ารัก อาทิตย์มองรอยยิ้มนั้นของเธอ เธอดูน่ารักสดใส เขาภาวนาขอให้เธออยู่ได้นานๆ ก็แล้วกัน

"พี่เลี้ยงคนนี้น่ารักจังเลยนะป้า" เสียงปานเอ่ยชมเสียงดัง กับป้าอุ่นแม่ครัวของที่นี่ มิราที่ได้ยินชัดเต็มสองหูก็ยิ้มๆ ให้

"มิราตามผมมา" อาทิตย์เดินนำขึ้นไปชั้นบน เขาเปิดห้องที่อยู่ติดกับห้องนอนของน้องเกียร์ เขาให้เธออยู่ห้องนี้ ห้องตรงข้ามเป็นห้องของเขา ส่วนห้องคุณแม่ของเขาอยู่โซนตะวันออก ท่านต้องการความสงบ จึงแยกออกไป อาทิตย์ไม่เคยให้พี่เลี้ยงคนไหนได้ขึ้นมาอยู่ที่ชั้นบนเพราะต้องการความเป็นส่วนตัว แต่สำหรับมิราไม่รู้เขาคิดอะไรถึงให้เธอขึ้นมาอยู่ชั้นบน อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้ลูกชายคนเก่งของเขาเริ่มโต จึงต้องดูแลมากเป็นพิเศษเพราะค่อนข้างดื้อด้วย อีกอย่าง ช่วงนี้เขาก็งานเยอะ แล้วก็กำลังจะขอแฟนแต่งงานด้วย อาจจะมีเวลาให้ลูกน้อยลง เขาจึงให้พี่เลี้ยงขึ้นมาอยู่ที่ห้องติดกับน้องเกียร์

"ห้องมิราเหรอคะ" เธอถามเพราะ ไม่คิดว่าจะได้มาอยู่ห้องที่ทั้งใหญ่ทั้งสวยขนาดนี้ ใหญ่กว่าห้องที่เธออยู่หลายเท่าเลย

"ครับ ปกติผมจะไม่ให้พี่เลี้ยงขึ้นมาอยู่ข้างบนหรอกนะ แต่เห็นว่าพักนี้น้องเกียร์แกซนมาก เลยอยากจะให้เธอดูแลเป็นพิเศษหน่อย" นี่คือเหตุผลของเขา

"ค่ะ" ห้องที่มิราได้พัก เป็นห้องขนาดใหญ่ แล้วชั้นบนก็มีหลายห้อง เลยแบ่งให้เธอพักห้องนึง

"ห้ามทำห้องสกปรก ต้องเก็บกวาดให้สะอาดอยู่เสมอเข้าใจมั้ย"

"เข้าใจค่ะ" เธอก้มหน้าตอบคำถาม เธอไม่กล้าทำห้องเขาเลอะหรอก มันดูดีมากจนเธอไม่กล้าที่จะนอนเลย แถมยังมีโซฟาตัวใหญ่อยู่ในห้องนี้ด้วย

"ห้องข้างๆ เป็นห้องน้องเกียร์” ลูกชายของเขาคงชื่อน้องเกียร์สินะ

“ไม่รู้ป่านนี้แกจะตื่นหรือยัง เธอเริ่มงานเลยแล้วกัน ปลุกแกอาบน้ำแล้วพาลงไปทานข้าว ผมจะออกไปทำงานกลับมาหวังว่าคุณจะยังอยู่" อาทิตย์พูดทิ้งท้ายไว้ให้มิราตงิดใจเล่นๆ แล้วเขาก็เข้าห้องอีกห้องไป น่าจะเป็นห้องของเขา มิราค่อยๆ เปิดเข้ามาอีกห้องหนึ่ง ที่คุณอาทิตย์บอกว่าเป็นห้องของน้องเกียร์

"อุ๊ย น่ารักจัง" มิราเห็นเด็กผู้ชายตัวน้อยนอนหลับอยู่บนที่นอน ในผ้าห่มผืนหนา ภายในห้องเปิดแอร์เย็นอากาศกำลังดี หน้าตาเด็กน้อยดูจิ้มลิ้มปากนิดจมูกหน่อย มิราเธอเป็นคนรักเด็กอยู่แล้ว ทำให้เธอตกหลุมรักเด็กคนนี้ได้โดยไม่ยาก งานนี้เลยไม่ใช่งานยากสำหรับเธอสักเท่าไหร่

"น้องเกียร์คะตื่นค่ะ ได้เวลาอาบน้ำแปรงฟันแล้วนะคะ" มิราจับตัวน้องเกียร์เขย่าเบาๆ แต่น้องเกียร์ก็แค่บิดตัวนิดหน่อยแล้วนอนต่อ

“น้องเกียร์คะตื่นนะคะ” เธอก็ปลุกอีก แต่น้องเกียร์ก็ไม่ยอมตื่น น้องเกียร์เป็นเด็กขี้เซา กว่าจะตื่นก็ต้องปลุกกันแบบนี้ทุกครั้งไป

"จะทำยังไงให้เด็กตื่นดีนะ..." มิรากำลังใช้ความคิดแล้วเธอก็คิดขึ้นมาได้

"น้องเกียร์ มิราเป็นพี่เลี้ยงคนใหม่ของน้องเกียร์นะคะ ถ้าน้องเกียร์เป็นเด็กดี เลี้ยงง่าย มิราจะเล่นด้วยทั้งวันเลย แล้วจะพาไปกินไอติมด้วย" พอมิราพูดจบเท่านั้นแหละ น้องเกียร์ก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมามองหน้าพี่เลี้ยงคนใหม่ ที่จริงน้องเกียร์รู้สึกตัวแล้ว แต่แค่ไม่อยากตื่นเท่านั้น เขาก็เหมือนเด็กขี้เซาทั่วๆ ไป

"จริงนะ" เด็กชายตัวน้อยรีบถามทันที เพราะกลัวโดนหลอกเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

"จริงแน่นอนค่ะ" มิราเธอให้สัญญา

"ห้ามโกหกเกียร์นะครับ" สงสัยเด็กคนนี้จะโดนหลอกบ่อยแน่ๆ ถ้าไม่อย่างนั้นเด็กไม่น่าถามคำถามแบบนี้

"มิราพูดคำไหนคำนั้นค่ะ" เด็กชายตัวน้อยค่อยๆ ลุกออกจากเตียงแล้วให้พี่เลี้ยงอาบน้ำให้อย่างว่าง่าย ทำให้มิราอดนึกสงสัยไม่ได้ว่า เด็กก็ดูน่ารักเลี้ยงง่ายแล้วทำไม คุณอาทิตย์ถึงให้เงินเดือนเธอตั้งสามเท่า หรือว่าอาจจะอยากให้เธอดูแลเด็กคนนี้ดีดี

"ไปทานอาหารเช้าก่อนนะคะ แล้วค่อยเล่นกัน" เมื่อมิราแต่งตัวให้น้องเกียร์เสร็จแล้ว ก็พากันไปทานอาหารเช้า มิราป้อนข้าวเช้าให้น้องเกียร์ แล้วพาไปวิ่งเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน จนแดดเริ่มร้อนเลยชวนกันเข้าบ้านกลัวว่าจะไม่สบาย

"แดดร้อนแล้วเข้าบ้านกันดีกว่าค่ะเดี๋ยวไม่สบาย"

"ไม่เอาเกียร์จะเล่นต่อ มิราบอกว่าจะเล่นกับเกียร์จะโกหกเหรอ" มิราเริ่มแน่ใจว่าเด็กคนนี้ต้องโดนหลอกบ่อยแน่ๆ และดูจากสายตา เหมือนต้องการอยากจะเล่นต่อ น่าสงสารจัง พ่อก็คงจะไม่ค่อยมีเวลาให้ ได้...ต่อไปนี้เธอจะดูแลเด็กคนนี้ให้แกมีความสุขเอง

"ไม่ได้โกหกค่ะ แต่เข้าไปเล่นในบ้านแทน แดดมันร้อนเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะคะ" เธอให้เหตุผล แล้วจูงมือพากันเดินเข้าบ้านไป

วันทั้งวันมิราเริ่มเข้ากับน้องเกียร์ได้ ปกติน้องเกียร์จะแสดงอิทธิฤทธิ์จนพี่เลี้ยงเข้าออกเป็นว่าเล่น ก็คงเป็นเพราะไม่มีใครตามใจไง แต่มิราตามใจ มิราสัมผัสได้ว่าเด็กน้อยคนนี้แค่อยากให้มีคนเล่นด้วย อยากให้มีคนเอาใจ สนใจแก ก็เท่านั้น เด็กตัวแค่นี้แค่ตามใจหน่อยก็ไม่ได้มีอะไรมาก แล้วแม่น้องเกียร์ล่ะไปไหนนะ ทำไมทิ้งลูกให้พี่เลี้ยงดูแล พ่อก็ต้องทำงานคงไม่ค่อยมีเวลามาดูแลเท่าที่ควร

"น้องเกียร์คะหิวหรือยังคะ อยากกินขนมมั้ย" เป็นเด็กก็ต้องชอบกินขนม เธอคิดว่าแบบนั้นนะ

"ครับ"

"งั้นไปในครัวกันดีมั้ยคะ" มิราพาน้องเกียร์มาทานของว่างในครัวแล้วเจอกับป้าอุ่นแม่ครัวของที่นี่พอดี

"ป้าจ๊ะมิราขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ" เธอไม่แน่ใจว่าคำถามที่เธอจะถามมันจะผิดมั้ย

"หนูจะถามอะไรลูก" ป้าอุ่นแกดูใจดี แล้วแกก็น่าจะรู้ น่าจะอยู่ที่นี่มานาน

"แม่น้องเกียร์ไปไหนคะ" ในที่สุด เธอก็ตัดใจถามคำถามที่เธออยากรู้ทันที

"แม่คุณหนูเสียตั้งแต่คลอดแล้วล่ะ แกกำพร้าแม่ตั้งแต่เกิดแต่อย่าพูดไปนะคะ" เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความลับอะไร แต่แค่ไม่อยากให้น้องเกียร์ได้ยินเฉยๆ เพราะมันอาจจะทำให้น้องเกียร์รู้สึกไม่ดี อีกอย่างอายุของแกก็สามารถเข้าโรงเรียนได้แล้ว แต่น้องเกียร์ไม่ยอมไป บอกว่าไม่มีแม่ไปส่งเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ แล้วก็มีเพื่อนที่โรงเรียนล้อด้วย อาทิตย์เห็นว่าน้องเกียร์พึ่งจะสามขวบก็เลยปล่อยๆ ไปก่อน เพราะไม่อยากจะบังคับลูก

"น่าสงสารจังค่ะ"

"ใช่ คุณอาทิตย์ก็ทำแต่งาน อย่างว่าผู้ชายดูแลดีไม่เท่าผู้หญิงหรอก" มิรารู้สึกสงสารเด็กน้อยคนนี้จับใจ เพราะเธอก็กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็กเหมือนกัน แต่เด็กคนนี้นี่สิแกไม่เคยเห็นหน้าแม่เลยด้วยซ้ำ เธอเดินกลับไปหาน้องเกียร์ ไปเป็นเพื่อนเล่น เพื่อนคุย เธอรู้สึกสงสารเด็กคนนี้มาก เธอเข้าใจเด็กที่ขาดแม่ ตลอดเวลาเธอพยายามเป็นแม่ให้กับน้องสาวของเธอด้วย เพราะตอนนั้นที่พ่อกับแม่เสียไปลิลินยังเล็กอยู่เลย ก็คงไม่ได้แตกต่างจากเด็กคนนี้ที่มีพ่อก็เหมือนไม่มี

"กินนมแล้วไปนอนกลางวันกันดีกว่านะคะ มิราจะเล่านิทานให้ฟัง อยากฟังมั้ยคะ" มิราเธอจำได้ว่าน้องสาวของเธอก็ชอบฟังนิทานก่อนนอนตอนเล็กๆ แล้วเธอก็คิดว่าน้องเกียร์ก็น่าจะชอบฟังเหมือนๆ กันและเมื่อเช้าที่เธอเข้าไปปลุกน้องเกียร์ที่ห้องนอน เธอก็เห็นว่ามีหนังสือนิทานวางอยู่ข้างเตียงด้วย

"เย้ๆ เกียร์อยากฟังนิทาน" มิราพาน้องเกียร์มานอนกลางวันตามที่เด็กทุกคนควรจะนอน เธอเล่านิทานให้เด็กน้อยฟังจนแกหลับไป ระหว่างที่น้องเกียร์หลับมิราก็ปัดกวาดเช็ดถู ห้องน้องเกียร์และห้องของเธอ อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เธอเป็นคนสะอาดและเรียบร้อยอยู่แล้ว งานแบบนี้เธอทำได้สบายมาก ตกเย็นมิราก็อาบน้ำป้อนข้าว แล้วพากันขึ้นห้องนอน เล่านิทานให้น้องเกียร์ฟัง

วันนี้อาทิตย์กลับมืด เพราะมีงานด่วนเข้ามา ทำให้เขากลับมาถึงบ้านมืด เขายกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว เขาแอบเข้าไปที่ห้องของลูกชายก่อนที่จะเดินเข้าห้องตัวเอง เห็นว่าห้องสะอาดสะอ้าน ข้าวของจัดเป็นระเบียบเรียบร้อย แล้วลูกชายของเขาก็ได้หลับไปแล้ว แล้วพี่เลี้ยงก็นั่งหลับอยู่ข้างเตียงมีหนังสือนิทานอยู่ที่มือของเธอเล่มหนึ่ง

อาทิตย์เดินเข้าไปแล้วหยิบหนังสือนิทานออกจากมือของเธอ แล้วจัดที่นอนให้มิราได้นอนด้วยได้ เขาอุ้มเธอขึ้นไปนอนข้างๆ กับน้องเกียร์ แล้วมองดูหน้าตาของเธอตอนหลับเขาแอบอมยิ้ม ในความน่ารักของเธอ ผู้หญิงอะไรหลับไม่รู้เรื่อง สงสัยจะเหนื่อยเพราะเลี้ยงลูกให้เขา เขาจ้องมองหน้าเธอขนาดหลับยังน่ารักเลย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED