บทที่ 1
บรรยากาศภายในห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด หญิงสาววัยกลางคนนั่งอยู่บนโซฟา ใบหน้าซีดเซียวแทบจะเป็นลมจับเมื่อได้อ่านข่าวของ ลูกชายที่ออกหนังสือพิมพ์พาดหัวหน้าหนึ่ง
“ยาดม ๆ อยู่ไหน” นิตยลัภย์พูดเสียงเหนื่อย ๆ ในขณะที่สาวใช้ คนสนิทก็รีบวิ่งไปนำยาดมมาให้ทันที
“ใจเย็น ๆ นะคะ คุณผู้หญิง” แก้วใจพูดปลอบ ซึ่งไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นแม้แต่น้อย แต่ยิ่งทำให้คนฟังเดือดเข้าไปอีก
“ใจเย็น !” นิตยลัภย์ลุกขึ้นพูดมองลูกชายคนโตด้วยสายตาเดือดพล่านแสดงถึงอารมณ์ขุ่นมัว จนคำด่าบรรยายออกมาแทบไม่ถูก
“รู้ไหม แกทำอะไรลงไป !” นิตยลัภย์ตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าสวยที่เริ่มมีริ้วรอยแดงก่ำด้วยความขุ่นเคือง
“ผมไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ครับ”
แทนไทตอบและมองด้วยสีหน้ารู้เครียด เขาไม่ได้ทำอะไรผิดแต่เป็นเพราะพวกนักข่าวชอบทำความวุ่นวายให้ต้องเดือดร้อน ทั้งที่จริงแล้วแทบจะไม่ไปยุ่งกับเรื่องวงการบันเทิงเลยสักนิด
“ไม่ผิด ! นี่แกยังจะมาพูดแบบนี้อีกเหรอ !” นิตยลัภย์ตวาดเสียงเข้ม สีหน้าแสดงถึงการรับไม่ได้ของข่าวที่ออกมา
“พวกนักข่าวชอบเสือก ตีไข่ใส่สี”
ชายหนุ่มสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดใจ
“เสือกนั่นแหละดีแล้ว ฉันจะได้รู้ว่าแกไปทำอะไรไว้บ้าง ลูกชายฉันแต่ละคน งามหน้าทั้งนั้น โอ๊ย ๆ ฉันอยากจะเป็นลม” นิตยลัภย์บ่นพร้อมยกมือขึ้นกุมขมับ ลูกชายคนโต...แทนไทที่เธออุตส่าห์เลี้ยงมาเป็นอย่างดีหวังพึ่งให้ สืบทอดกิจการต่อจากสามี แต่ที่ไหนได้ดันไปมีข่าวกับดาราซะงั้น แถมยังเป็นดาราผู้ชายซะด้วย แล้วแบบนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน !
ส่วนเตชินท์ลูกชายคนเล็กที่อายุห่างจากคนโตเพียงปีกว่าๆ จะให้เธอหวังอะไรได้ แค่เดินออกนอกเส้นทางที่เธอให้เรียนก็มากพอแล้ว แต่นี่วันๆ ไปมั่วอยู่กับผู้หญิงทั้งวันทั้งคืนไม่กลับบ้าน ทั้งมีข่าวหน้าหนึ่งขึ้นควงนางแบบดาราแทบทุกวัน
“คุณแม่ก็อย่าไปเชื่อตามข่าวสิครับ” แทนไทพูดขึ้น
“อย่าไปเชื่อ ! แกพูดออกมาได้ยังไง แล้วในข่าวจะไม่ให้ฉันคิดได้ยังไง”
“เรื่องโกหกครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“โกหก ! ภาพถ่ายชัดเจนแบบนี้แกยังจะเรียกว่าโกหกอีกเหรอ !” นิตยลัภย์ชี้นิ้วลงไปที่หน้าหนังสือพิมพ์ แทนไทลุกขึ้นไปหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมา นัยน์ตาคมจ้องมองข่าวพร้อมรูปข้าง ๆ ข่าวด้วยความโกรธและโมโห
“ภาพนี้ไม่ใช่ผม!” เขาปฏิเสธเสียงแข็ง
“ไม่ใช่ ! จับมือถือแขนนี่หรือว่าไม่ใช่ !”
นิตยลัภย์ตวาดด่าลูกชายด้วยอารมณ์โกรธอย่างหยาบคาย
“ไม่ใช่ ผมมั่นใจว่าไม่ใช่ผม !” แทนไทตอบเหมือนเดิมทั้งที่ภาพนั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจน ชายหนุ่มมองหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ เขากัดฟันกรอด กำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ
เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนคิดข่าวขึ้น !
มือของนิตยลัภย์ยังคงถือยาดมสูดดมเพื่อระบายความเครียดจากอกให้หายไป แต่ก็ไม่ลดลงไปได้ หัวใจแทบวาย ดีไม่พามาแนะนำตัวเธอคงอกแตกตายพอดีเมื่อรู้ว่าลูกชายตัวเองชอบผู้ชายด้วยกัน !
“งามหน้า จับมือถือแขนผู้ชายจนออกเป็นข่าว ฮึ ! อีกคนก็หายไปนอนกับผู้หญิงทั้งวันทั้งคืน ฉันอยากจะบ้าตาย” นิตยลัภย์นั่งลงบนโซฟาก่อนยกแขนขึ้นวางพนักพิงพร้อมกับส่ายหน้าสูดยาดม
แทนไทลุกขึ้นจากโซฟาในขณะที่เตชินท์เดินเข้ามาพอดี ชายหนุ่มมองใบหน้ากะล่อนของน้องชายเจ้าเล่ห์ที่ยิ้มให้เขาแบบขำ ๆ คงจะเห็นข่าวแล้วสินะ
ถึงได้รีบกลับมาที่บ้าน ไม่อย่างนั้นวันนี้คงไม่กลับมาที่บ้านอย่างแน่นอน
“สวัสดีครับพี่ชายสุดแมนของผม” เตชินท์ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเข้มเอ่ยทักพร้อมกับหัวเราะออกมา
“สวัสดีครับคุณแม่สุดสวย วันนี้ผมกลับมาแล้วครับ” ลูกชายคนเล็กเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ พร้อมหอมแก้มของมารดาด้วยความชื่นใจก่อนจะหันไปยิ้มเยาะเย้ยให้กับพี่ชายคนโตที่เหล่ตามองด้วยความขุ่นเคืองก่อนเดินจากไป
“กลับมาได้แล้วเหรอ หรือว่าไปทิ้งไข่ไว้ที่ไหนอีกล่ะ” นิตยลัภย์พูดประชด พลางมองหน้าลูกชายคนเล็กด้วยความไม่พอใจเช่นเดียวกัน
“โธ่ คุณแม่ครับ ผมไม่กล้าอีกแล้วละครับ” เตชินท์พูดคำหวานพร้อมยิ้มแก้มป่องทำท่าออดอ้อน
“ฮึ ! พอกันเลย ฉันไม่น่าภูมิใจที่มีลูกชายเลยสักนิด”
นิตยลัภย์บ่นด้วยเสียงเครียด
ชายหนุ่มมองใบหน้าของมารดาพร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างมีแผน เมื่อปีที่แล้วเขาเกือบจะต้องสละโสดเพราะผู้หญิงคนหนึ่งที่อ้างว่าเขาเป็นพ่อเด็กในท้อง เรื่องวันนั้นทำให้เขาเครียดแทบเป็นแทบตายจนต้องไปขอความช่วยเหลือจากพี่ชายทั้งที่ใจจริงไม่เต็มใจสักนิด
แต่ถ้าไม่ได้พี่ชายช่วยเอาไว้ป่านนี้คงกลายเป็นพ่อคนโดยที่ไม่รู้เรื่องว่าจริง ๆ แล้วผู้หญิงที่ควงอยู่ก็ควงผู้ชายคนอื่นนอกจากเขาเหมือนกัน แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะเรื่องผู้หญิงเขายังเหมือนเดิม ควงด้วย นอนด้วย เที่ยวด้วย แต่ไม่มีใครที่เขามอบหัวใจให้จริงจังสักคน เพราะใช้ชีวิตโสดมีความสุขมากกว่าเยอะ !
นิตยลัภย์มองใบหน้าของลูกชายคนเล็กที่เอาแต่ใจจนเคยตัว ดีที่ไม่ไปทำใครท้องมาจนต้องพากันเดือดร้อนอีก
“อะไรกันครับ ก็พี่ชายสุดที่รักของคุณแม่ไง” เตชินท์เอ่ยขึ้น
“พี่ชายแก ! ฉันจะปวดหัวตายอยู่แล้ว เลี้ยงมาให้เป็นผู้ชาย...”
“พี่แทนก็เป็นผู้ชายนะครับ เพียงแต่เป็นผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกันเท่านั้นเอง” เตชินท์พูดพร้อมหัวเราะขำออกมาอย่างสนุก ไม่น่าเชื่อว่าพี่ชายจะเป็น
ประเภทชอบป่าไม้เดียวกัน ต่อให้ไม่เป็นแบบที่ข่าวลงก็ขอขำให้สนุกหน่อย
“แม่ไม่ยอมเด็ดขาด มีลูกชายทั้งทีจะให้มีคนรักเป็นพวกไม้ป่าเดียวกัน รับไม่ได้ !” นิตยลัภย์ประกาศออกมาลั่นห้อง
“แม่จะทำยังไงเหรอครับ ผมว่าพี่แทนอาจจะไม่กลับบ้านเลยก็ได้นะครับ ถ้าหากติดใจพระเอกดังคนนั้น”
เตชินท์ใส่ไฟเพิ่มจากเดิมที่มีอยู่แล้วให้ลามลุกขึ้นไปอีก
“แกคิดว่าแม่จะยอมให้ตาแทนอยู่กับพ่อพระเอกขวัญใจหรือยังไง ฮะ !” นิตยลัภย์หันมามองลูกชายคนเล็กที่ยิ้มให้ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา
“เปล่าครับ ผมว่าคุณแม่ต้องรีบจัดการหน่อยละครับ เรื่องแบบนี้รอช้าไม่ได้” ยิ่งพูดยิ่งใส่ไฟให้พี่ชาย ถึงไม่ใช่เกย์แต่ก็รู้ว่าพี่ชายเขาไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษเลย
“พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง ?” นิตยลัภย์หันไปมองลูกชาย แววตาของเตชินท์เปล่งประกายแวววาวพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย
“เปล่าครับคุณแม่ ผมหมายถึงว่าถ้าปล่อยเอาไว้นานพี่แทนจะล้ำเส้นจนแก้ไม่ทันนะครับ” เตชินท์เอ่ยขึ้น นิตยลัภย์ฟังที่ลูกชายคนเล็กพูดพร้อมกับคิดตาม ใช่แล้ว ยิ่งปล่อยไว้จะแก้ไขไม่ทัน แล้วเธอจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดีล่ะ
“นี่ตาเต เราว่าแม่ควรจัดการเรื่องนี้ยังไงดี” เสียงเคร่งเครียดของ นิตยลัภย์เอ่ยถาม และน้อยครั้งที่เธอจะถามความคิดเห็นจากเตชินท์ เพราะว่าส่วนใหญ่มีแต่เรื่องมักมากทั้งนั้น เธอจึงไม่ค่อยอยากเอามาใช้สักเท่าไหร่
“คุณแม่แน่ใจเหรอครับว่าอยากฟังความคิดเห็นของผมน่ะครับ”
“รีบ ๆ บอกมาเร็ว แม่จะได้จัดการได้”
“ก็ง่าย ๆ ครับ ไม่มีอะไรมาก” เขาพูดพร้อมยิ้มออกมาจนนิตยลัภย์สังเกตถึงรอยยิ้มที่มุมปากเรียวแสนเจ้าเล่ห์ของลูกชายตัวเอง
“ว่าไง ?”
“แม่ก็หาสะใภ้เข้าบ้านสักคนสิครับ”
นิตยลัภย์เมื่อได้ฟังก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจพลางคิดตาม หาคู่ให้ ลูกชายของเธออย่างนั้นเหรอ ? แต่ว่า...
“จะมีใครยอมรับตาแทนล่ะ ข่าวออกซะขนาดนี้” นิตยลัภย์ท้อใจ
“เรื่องนั้นเดี๋ยวก็มีคนมาแก้ข่าวเองละครับ เพราะยังไงอีกฝ่ายก็เป็นถึง
พระเอกดังคงไม่ปล่อยให้ตัวเองเสียหายหรอก” ชายหนุ่มให้เหตุผล เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองพังลงอย่างแน่นอน
“ก็จริง แล้วแม่จะไปหาผู้หญิงคนไหนมาแต่งงานกับเจ้าแทนด้วยล่ะ”
“เรื่องนั้นผมก็ไม่รู้ครับ” เขายิ้มให้
“งั้นผมไปหาน้องแอนก่อนนะครับ พอดีนัดทานข้าวเย็นไว้”
เมื่อพูดจบเตชินท์ก็ลุกขึ้นจากโซฟาเดินออกไปทันที เขามาเพื่อเรื่องแค่นี้นั่นแหละ เรื่องแค่นี้ก็ทำให้พี่ชายเขาแทบอยากจะอัดเขาให้เละได้เลย
คิดแล้วสนุกชะมัด !
นิตยลัภย์มองลูกชายคนเล็กเดินออกจากห้องไปพร้อมยกมือที่ถือยาดมขึ้นสูดเข้าปอดลึกๆ ใครจะมาแต่งงานกับลูกชายของเธอในเมื่อข่าวนั้นออกประกาศปาวๆ ว่าลูกชายของเธอเป็น... เว้นแต่ว่าสัญญาครั้งก่อนในอดีตของสามีจะสามารถช่วยให้ลูกชายเธอพ้นจากการเป็นเกย์ได้ ! ถ้าฝ่ายนั้นยอมรับปากแต่งงานด้วย...
หญิงสาวนั่งจ้องมองหนังสือพิมพ์เป็นเวลานานเกือบชั่วโมงหลังจากที่เพื่อนสาวนำข่าวเข้ามาบอกในตอนสาย วินาทีนี้หัวใจแทบแตกสลายลง เขาจะไม่เป็นอย่างที่ในข่าวบอกออกมาใช่ไหม ?
ณัฐกฤตาถอนหายใจจนนับครั้งไม่ถ้วน ครั้นเมื่อชำเลืองสายตามองภาพที่ทนรับไม่ได้ แค่ข่าวออกมาก็พอว่าอยู่ แต่นี่เล่นมีภาพหลุดออกมาว่าเขาจับมือกับวศินพระเอกชื่อดังอีก เธออยากจะร้องไห้จริงๆ
“ไม่จริง ! ข่าวที่ออกมาต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ เลย คุณแทนของฉันไม่ได้เป็นเกย์...” ณัฐกฤตาบ่นพร่ำออกมาด้วยความเสียใจ
วรรณรดาปาปารัสซี่สาวมองหน้าตาของเพื่อนที่แสดงถึงความเศร้าเสียใจเมื่อผู้ชายที่แอบปลื้มแอบชอบดันมีข่าวว่าเป็นเกย์ แถมทั้งภาพที่ออกมาก็บอกอยู่เต็มตาว่าคือ แทนไท !
“ยอมรับความจริงซะ ถึงยังไงแกก็ไม่มีทางสู้ผู้ชายได้หรอกนะ”
ดูเหมือนจะเป็นคำปลอบใจที่แทงใจคนฟังน่าดู
“แกพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง แกว่าฉันสวยสู้ผู้ชายไม่ได้หรือไง !” ณัฐกฤตาขึงตามองเพื่อนสาวที่ส่ายหน้าให้อย่างหมดหวัง
“เปล่า ๆ ฉันก็แค่บอกว่าแกจะใช้ความสวยไปสู้กับผู้ชายเนี่ยนะ มันดูไม่แปลกไปหน่อยหรือไง”
“ไม่ ! ฉันเชื่อว่าคุณแทนยังมีจิตใจที่เป็นชายอยู่...บ้าง”
คำว่า บ้าง ช่างแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน วรรณรดาขำกับคำพูดของเพื่อนสาวที่ยังปักใจเชื่ออยู่ว่าแทนไทนั้นไม่ได้เป็นเกย์
“พยายามปลอบใจตัวเองซะจริง แกจะทำยังไง ในเมื่อแกกับเขาน่ะเคยคุยกันแค่ไม่กี่คำ” วรรณรดาพูดขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นจากโซฟาราคาแพง
“ไม่รู้สิ แต่ฉันชอบเขาจริง ๆ นะ” เธอถอนหายใจออกมา มองใบหน้าของเพื่อนสาวที่ก้มลงหยิบกระเป๋าข้างตัวขึ้นมา
“แกจะไปไหน ? อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนสิ ตอนนี้ฉันต้องการกำลังใจ”
“ไปทำงาน ถ้าหาข่าวไม่ได้ฉันตกกระป๋องแน่ ส่วนแกตัดใจกับคุณแทนซะเถอะ ผู้ชายดี ๆ ที่ไม่เป็นเกย์ยังมีให้แกเลือกอยู่เยอะ...ก็แค่นั้นแหละ” เมื่อพูดจบวรรณรดาเดินออกจากห้องไปทิ้งเพียงณัฐกฤตาที่นั่งทำสายตาละห้อยเหล่มองไปที่ภาพในข่าว ยิ่งเห็นยิ่งปวดใจแทงใจไปทุกครั้ง
จะต้องปล่อยเขาไปจริงๆ น่ะเหรอ ไม่เอาด้วยหรอก ! เธอไม่เชื่อว่ามารยาผู้หญิงจะแพ้มารยาของผู้ชาย !
ณัฐกฤตาเกิดมาร่ำรวยด้วยเงินทอง ทั้งยังมีใบหน้าสะสวย จึงเป็นที่หมายปองของผู้ชาย แต่หลายปีนี้เธอไม่คิดจะตอบรับหรือปักใจกับใครที่เข้ามาหาเลยสักนิด เพราะว่าเธอรักงานที่ทำจึงไม่เคยสนใจเรื่องความรักเลยสักนิด
งานออกแบบเสื้อผ้านักแสดง ดาราและนางแบบ นายแบบนิตยสารคืองานของเธอที่ทำอยู่ในตอนนี้ มันเป็นงานอิสระที่เธอชอบทำ ถึงแม้ว่าทางบ้านจะมีธุรกิจอยู่แล้วก็ตาม แต่เธอโชคดีที่มีพี่ชายสุดหล่อและโหดสามารถที่จะรับช่วงต่อแทนได้ ทว่าตอนนี้พี่ชายของเธอนั้นยังทำงานอยู่ประเทศอเมริกาซึ่งเป็นบริษัทหุ้นส่วนของครอบครัวเธอ กว่าจะกลับมาก็คงอีกหลายเดือน
ร้านรับออกแบบเสื้อผ้าและตัดเย็บชุดหรูตั้งอยู่ในย่านแหล่งการค้า ใจกลางเมือง ผู้คนที่เดินผ่านพบเห็นได้เป็นอย่างดี ทางร้านของเธอรับตัดและออกแบบชุดทุกอย่าง ส่วนมากลูกค้าจะเป็นดาราชื่อดังหลายคน และนางแบบนายแบบที่มาใช้บริการบ่อย จะมีบ้างที่เป็นลูกค้าไฮโซ ซึ่งแต่ละชุดนั้นถูกสั่งตัดออกมาพิเศษ แบบเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร เพราะความที่แปลกใหม่ตลอด ทำให้เธอรู้สึกสนุกไปกับงาน
หญิงสาวลุกขึ้นเก็บงานบนโต๊ะให้เรียบร้อย สายตาชำเลืองมองไปที่หนังสือพิมพ์ที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความเจ็บปวดใจพลางถอนหายใจออกมา ก่อน
จะก้าวเท้าออกจากห้องทำงานไป
“ฝากปิดร้านด้วยนะ” ณัฐกฤตายิ้มให้ก่อนที่จะผลักประตูร้านเดินออกไป ก้าวตรงไปที่รถยนต์คันหรูก่อนจะขึ้นรถและขับออกจากร้านทันที
ใช้เวลาไม่นานมากนักเพราะวันนี้รถไม่ติดจึงถึงบ้านเร็วกว่าที่คาดไว้ หญิงสาวจอดรถที่ใต้ชายคาบ้าน ประตูรถถูกเปิดออก เอี้ยวตัวลงไปหยิบงานที่วางอยู่เบาะข้างๆ ขึ้นมาก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว
“คุณหนูกลับมาแล้วหรือคะ คุณท่านกับคุณผู้หญิงกำลังเรียกหาเลยค่ะ รออยู่ที่ห้องทำงานของคุณท่านค่ะ” นมยง แม่บ้านคนเก่าคนแก่ประจำบ้านออกมายืนรอรับเพื่อรายงานตามคำสั่ง
ณัฐกฤตาพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินเข้าไป สีหน้าแสดงถึงความสงสัย
ประตูห้องทำงานบานใหญ่ค่อย ๆ แง้มเปิดออก หญิงสาวส่งสายตามองผู้เป็นพ่อแม่ก่อนจะเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ บรรยากาศภายในห้องดูเงียบจนเธอเริ่มระแวงถึงภัยร้ายที่คืบคลานเข้ามาหาทีละน้อย
ณัฐกฤตาเดินเข้ามานั่งลงที่เก้าอี้ แล้วเอ่ยถามขึ้นอย่างทันทีด้วยความสงสัย “คุณพ่อคุณแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ ถึงมองขวัญด้วยสายตาแบบนี้”
“คุณว่าดีแล้วเหรอฉันว่าปฏิเสธไปก็ได้นะ ไอ้สัญยงสัญญาแรมปีนั่นน่ะ เราค่อยเคลียร์กันก็ได้” ทัสนันทน์พูดด้วยน้ำเสียงซีเรียส
“คุณก็รู้ว่าผมเป็นคนรักษาคำพูด” เทพทัตผู้เป็นสามีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เครียดไม่แพ้ไปกว่าภรรยาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
“ตกลงคุณพ่อกับคุณแม่มีอะไรกันเหรอคะ ถึงดู...”
“ลูกขวัญปีนี้ลูกอายุเท่าไหร่แล้ว” ทัสนันทน์ถาม
หญิงสาวขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ
“ยี่สิบเจ็ดค่ะ คุณแม่ถามทำไมคะ”
“แล้วตอนนี้เราไม่ได้คบกับใครใช่ไหม ?” ผู้เป็นบิดาจ้องเค้นคำตอบ
“ไม่ค่ะ คุณพ่อก็รู้ว่าขวัญทำงานจนไม่มีเวลาให้ใคร อีกอย่างขวัญไม่สนใจเรื่องแต่งงานด้วยค่ะ” หญิงสาวตอบ ความจริงแล้วเธอสน แต่เธอสนเขาเพียงคนเดียวต่างหาก คนอื่นเธอไม่สน !
“งั้นก็ดี พ่อกับแม่จะได้สบายใจไปครึ่งหนึ่ง”
เทพทัตกล่าวด้วยความโล่งอก
“สบายใจเรื่องอะไรกันคะ ?” ณัฐกฤตาถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“แม่จะมาถามความสมัครใจจากลูกก่อน คืออันนี้เป็นสัญญาที่เราพูดกันไว้เล่น ๆ ตอนทำธุรกิจร่วมกับทางครอบครัวโน้นน่ะ ทางเรานำสินค้าเขาส่งออกต่างประเทศบ่อย ๆ จนสนิทกัน ก็เลยพูดขึ้นว่าถ้าหากแม่ได้ลูกสาวให้แต่งงานกับลูกชายบ้านเขาตอนโต แต่นี่แม่เห็นว่านานแล้วฝ่ายโน้นไม่ทวงสัญญาก็เลยคิดว่าลืมกันไป แต่อยู่ ๆ วันนี้โทรมาทวงสัญญาเข้าแม่ก็เลย...”
“ขวัญไม่แต่งเด็ดขาด แม่ไปสัญญากับเขาไว้ ขวัญไม่ได้สัญญานี่คะ” เธอแทรกเถียงขึ้นทันควันทั้งที่ยังฟังไม่จบ
“เห็นไหมฉันบอกแล้วแค่นี้ยังไม่แต่งเลย ถ้าขวัญรู้ว่าเป็นเกย์อีก ลูกคงไม่อกแตกตายหรือไงล่ะคุณ”
ณัฐกฤตาฟังพร้อมกับคิดตามไปด้วย เป็นเกย์ ?
“ใครเป็นเกย์คะ ?”
“ขวัญไม่ได้อ่านข่าวหรือ แทนไทรองประธานบริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางบริษัทเกรท บิวตี้น่ะ เป็นเกย์...” ทัสนันทน์พูดขึ้นพร้อมทำท่าทางขนลุก
“คุณแม่หมายถึงคุณแทนไทเหรอคะ”
เธอถามทั้งที่ในใจก็แอบลุ้นให้เป็นเขาอยู่รอมร่อ
“ใช่แล้วล่ะ” เทพทัตตอบ
แทนที่ณัฐกฤตาจะดูเศร้าเสียใจ แต่กลับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข สวรรค์โปรด ! ใครจะโง่ไม่แต่งงาน ต่อให้เขาเป็นเกย์คิดหรือว่าจะยอมให้เป็น
ไม่มีทาง !
“ขวัญจะแต่งงานค่ะ !”