ตอน 1

ตอนที่1.อดีตหวนคืน

ภายในอณาเขตบ้านพินิจดำรง ประกอบไปด้วยคฤหาสน์หลังใหญ่ บ้านขนาดกลาง และบ้านหลังเล็ก ตามฐานะของผู้อาศัย คฤหาสน์หลังใหญ่ผู้อาศัยคือครอบครัวของโอภาส ซึ่งเป็นพี่ชายคนโต เขามีครอบครัวอบอุ่น ลูกสาวคนโตชื่อพริมา ภรรยาของเขาชื่อคะนึงนิจ และสมาชิกอีกคนที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง...บุหลัน เด็กสาวหน้าตาหมดจด กิริยาเรียบร้อย บุหลันค่อนข้างเก็บตัว เธอแทบไม่มีปากเสียงในบ้านหลังนี้ ใครๆ ก็รู้ บุหลันเป็นลูกนอกสมรสของโอภาส เธอเป็นสมาชิกคนหนึ่งซึ่งคนในพินิจดำรงรู้ดี แต่คนภายนอกรู้แค่ว่า บุหลันเป็นผู้อาศัย

วันนี้มีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้นที่นี่ ท่ามกลางบรรยากาศที่รื่นรมย์นัก จู่ๆ ความยินดีที่เกิดขึ้นในใจของบุหลันก็ค่อยๆ ลดลงจนน่าตกใจ เงาร่างของชายผู้หนึ่งทำให้ความร้อนในร่างกายของเธอผุดซึมขึ้นมาเหนือหน้าผากโค้งมน ไรผมของเธอเปียกชุ่มประหนึ่งเพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ บุหลันรู้สึกหน้ามืดจนต้องค่อยๆ ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ ไม่เช่นนั้นเธออาจจะล้มหน้าคมำลงตรงนี้ จนสร้างความอับอายให้ตัวเองอีกครั้ง

เรียวปากสีกุหลาบอ่อนเม้มจนเป็นเส้นตรง เผลอตัวกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ เพื่อให้ลำคอที่จู่ๆ แห้งผากชุ่มชื้นขึ้นมาบ้าง

“เป็นอะไรไปหลัน?” เพรียวเป็นคนเดียวที่สังเกตเห็นความผิดปกติของบุหลัน

“ปะ เปล่า!!” บุหลันรีบแก้ตัวแล้วก็รีบก้มหน้าหลบสายตาคาดคั้นนั่น

เพรียวเงยหน้า กวาดตามองไปทั่วบริเวณลานบ้าน มุมปากได้รูปปรากฏรอยยิ้มหยันขึ้นมา “ยังลืมหมอนั่นไม่ได้อีกเหรอ?” คำถามกระแทกใจตามมาติดๆ

บุหลันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วก็ส่ายหน้าจนพวงผมด้านหลังส่ายไปมา “ไม่เกี่ยวกับ ‘หมอนั่น’ สักหน่อย” คำแก้ตัวที่ดังผ่านปากมาแผ่วๆ ไม่มีทางทำให้เพรียวเชื่อถือได้เลย

อดีตเรื่องเดียวที่บุหลันไม่มีทางลืม แม้เรื่องที่เกิดขึ้นจะผ่านเลยไปเกือบเจ็ดปีเต็ม

“ผู้ชายคนนั้นไม่เห็นมีอะไรดี” เพรียวพึมพำ

ภาม วิวัฒน์วงศ์ ทางยาทคนเดียวของภาค เจ้าพ่ออสังหา ครอบครัวเขามีกิจการครอบคลุมเกือบครบทุกวงการ เขาเป็นผู้ชายทรงแบดที่หากไม่มีเงินในบัญชีเกินกว่าสิบหลัก ไม่มีทางที่ผู้หญิงคนไหนจะเดินเข้าหาเลย เขาปากจัด แถมนิสัยค่อนไปทางร้ายๆ มากกว่าสุภาพอ่อนโยนด้วย

สิ่งเดียวที่ภามมีดี คือเขาหน้าตาดีแถมฉลาดทันคน

ถ้าเขาคิดใช้มันสมองที่ติดตัวมาในการทำงาน รับรองได้ กิจการของวิวัฒน์วงศ์คงไปได้ไกลกว่านี้อีกหลายเท่า

แต่ทว่า...คงเพราะเขาเป็นทายาทตระกูลมั่งคั่งไง เขาคาบช้อนทองมาเกิดตั้งแต่นาทีแรกที่ลืมตา แถมยังเป็นลูกชายคนเดียวด้วย นิสัยของภามเลยออกมาอย่างที่เห็น

“หลันเองก็งงเหมือนกันเพรียว ตอนนั้นหลันเห็นอะไรในตัวเขา ถึงทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้นออกมาได้” บุหลันก้มหน้าพึมพำเสียงแผ่วๆ

“เธอควรลืมหมอนั่นได้แล้วหลัน คนอย่างหมอนั่นเอาไปทำปุ๋ย ต้นไม้คงแห้งตาย” เพรียวตอบเสียงแข็ง ลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งใกล้ๆ แล้วก็วางมือทับหลังมือบุหลันที่วางไว้บนหน้าขา

บุหลันเงยหน้ายิ้มเซียวๆ ให้

“หิวแล้ว ไปหาอะไรกินในครัวกันเถอะ” บรรยากาศดีๆ กร่อยลงเพราะการปรากฏตัวของภาม บุหลันเองก็ยังไม่ทันได้เตรียมใจไว้ตั้งรับ ดังนั้นการเลี่ยงการเผชิญหน้ากันตอนนี้ น่าจะเป็นทางเดียวที่เพรียวนึกออก

“แต่...” บุหลันพยายามท้วง

งานวันนี้บุหลันเป็นแม่งาน เธอไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดอะไรขึ้น เพราะหากมีเรื่องที่ทำให้ ‘พริมา’ อารมณ์เสียขึ้นมา เธอคงไม่วายถูกเรียกไปด่าจนหูชา

“นี่ เธอไม่ใช่เบ้แม่นั่นนะหลัน คนงานก็มีตั้งเยอะ แม่นั่นมาจิกใช้เธอ เหมือนเป็นคนใช้ไม่มากไปหน่อยเรอะ” เพรียวตอบเสียงแข็ง พริมาคือลูกสาวคนโตของตระกูล พินิจดำรง เป็นลูกสาวที่เกิดกับคะนึงนิจที่เป็นศรีสะใภ้ ในขณะที่บุหลันเป็นลูกสาวที่เกิดกับสาวรับใช้คนสนิทของ คะนึงนิจเอง เป็นบุตรสาวที่มีอายุไล่เรี่ยกันกับพริมา คะนึงนิจกัดฟันทนรับอุปการะบุหลัน ทั้งที่ชิงชังสุดจิต

“เพรียว...” บุหลันพยายามแย้ง

“ไม่รู้แล้ว ฉันหิว ไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะ เธอเองก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่บ่ายสามแล้วนะหลัน” เพรียวดื้อเพ่ง รั้งข้อมือบุหลันแรงๆ แล้วก็ตัดสินใจลากเพื่อนสนิทเดินไปทางด้านหลังคฤหาสน์พินิจดำรง ซึ่งเป็นโรงครัวขนาดใหญ่

ตอน 2

บุหลันหันไปชำเลืองมอง ‘เขา’ แล้วก็รีบชักสายตากลับมา

“เห้ย!! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะไอ้คุณภาม” อเนกร้องทัก ทันทีที่ภามเดินเข้าไปใกล้ตัว

ภามทรุดนั่ง รับแก้วบรั่นดีที่เพื่อนส่งให้มาจิบแก้กระหาย “ร้อนฉิบหายเลย นี่ขนาดตอนกลางคืนแล้วนะ” เขาอดไม่ได้ที่จะบ่น อากาศที่ประเทศบ้านเกิดร้อนใกล้เคียงกับทวีปแอฟริกาเข้าไปทุกทีๆ

“มึงยังไม่ได้ตอบกูนะคุณเพื่อน” อเนกทวงคำตอบยิกๆ ภามหายหน้าไปเกือบเจ็ดปี แต่ข่าวคาวๆ ไม่เคยซา เขาใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาที่ต่างประเทศเต็มที่ แต่สมัยนี้ โลกไร้พรมแดน ข่าวคาวๆ ของภามเลยไม่เคยจางหายไปจากสื่อในประเทศเลยสักปี เขาสร้างเรื่องร้อนอก ร้อนใจให้กับบิดา มารดาตลอด

“เพิ่งกลับมา ทำไม มึงอยากถามกูเรื่องอะไรกันแน่วะ?” ภามย้อนถาม วางแก้วบรั่นดีที่ว่างเปล่าลงบนโต๊ะ

“แหม...อย่าใจน้อยไปสิวะ กูคิดว่ามึงจะไม่กลับมาเสียแล้ว” อเนกแซวต่อ

เรื่องซุบซิบของภามลอยมาเข้าหูเขาตั้งแต่เมื่อสามอาทิตย์ก่อน เขาเลยคิดว่าเพื่อนหัวแข็งคนนี้ไม่มีทางกลับมาเหยียบที่นี่อีกเป็นแน่ ในเมื่อคำขาดของบิดา มารดาเขา คือการ ‘แต่งงาน’ เชิงธุรกิจ ระหว่างตระกูลวิวัฒน์วงศ์ กับพินิจดำรง

“บ้านกูอยู่นี่ ทำไมมึงคิดแบบนั้น หรือ...” ภามหยุดพูด ลากขวดบรั่นดีมาเทใส่แก้วว่างๆ ให้ตัวเอง

“กูรู้ มึงเกลียดการถูกคลุมถุงชน แต่ คุณพริมาก็ไม่ได้แย่นี่หว่า” อเนกท้วง

“ไอ้เนก หากกูต้องแต่งงาน กูอยากได้ ‘เมีย’ ไม่ได้อยากได้แม่เพิ่ม” ภามกระแทกเสียงตอบ เสียงโห่ฮาดังคลืน จนเจ้าของงานเหลียวมอง พริมาขมวดคิ้ว จากนั้นดวงตาก็ค่อยๆ เบิกโตขึ้น หลังจำได้ว่า หนุ่มรูปงามคนนั้นเป็นใคร

คะนึงนิจที่เห็นเหมือนที่บุตรสาวเห็นเดินเข้ามาสะกิดแขน “อย่าเพิ่งเข้าไปแสดงตัวละ เล่นตัวหน่อย เชื่อแม่!!” คำปรามนั่นใช้ไม่ได้ผลกับพริมา เธอมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองและเชื่อว่าจะทำให้ชายผู้นั้นสยบให้เธอเหมือนหนุ่มๆ รายอื่น

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก จากนั้นพริมาก็เดินเชิดหน้าตรงไปยังจุดที่หมายตา

“ลูกคนนี้นี่!” คะนึงนิจจิปากบ่นพึมพำ นางกวาดตามองหาบุหลัน หวังใช้ลูกนอกไส้สกัดพริมาไว้ แต่ทว่า... กลับมองไม่เห็นบุหลันในสายตาเลย

“สวัสดีค่ะ พริดีใจที่ได้เจอคุณวันนี้ที่นี่นะคะ”

ภามเหลือบมองด้วยหางตา เขาถอนใจแรงๆ ผุดลุกขึ้นยืนช้าๆ “ไม่ได้คิดจะมาแสดงความยินดีกับคุณหรอกพริมา ผมแค่แวะมาหาเพื่อนเก่า”

“ยังไงพริก็ดีใจที่ได้เจอคุณวันนี้” พริมาพูดพร้อมกับยิ้มจางๆ เธอพยายามใจเย็น ทั้งที่ภายในใจกำลังเดือดปุดๆ

“อย่าเสแสร้งเลย ผมไม่ชอบการปั้นหน้าของคุณสักเท่าไหร่หรอกพริมา” ภามพูดตัดบท ปากขวานผ่าซากของเขาทำให้พริมาหน้าเสียไปหนึ่งอึดใจ ครั้นเมื่อตั้งสติได้เธอก็รีบฝืนยิ้ม

“พริคงเข้ามาไม่ถูกจังหวะเอง ตามสบายนะคะ วันหลังค่อยทำความรู้จักกันก็ได้” พริมายอมถอย เธอคงต้องกลับไปทบทวนเรื่องที่บิดา มารดากึ่งขอร้องกึ่งบังคับนี่ใหม่ ผู้ชายอย่างภามอันตรายเกินไป เขาควบคุมได้ยาก พริมาพยายามทบทวนผลได้ผลเสีย ซึ่งอาจจะไม่เป็นผลดีกับเธอในอนาคต

พอพริมาเดินจากไป “ว่าที่ ‘เมีย’ มึงคนนี้น่าจะเจ้ากี้เจ้าการพอๆ กับแม่มึงแน่ๆ ไอ้ภาม” อเนกออกความเห็น แม้จะเพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรก แต่ก็พอเดานิสัยออก “คนน้องน่าคบกว่าเยอะ สวยกว่าด้วย” ภามขมวดคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินว่าคนตระกูลพินิจดำรงมีบุตรสาวสองคน เท่าที่มารดาสารทยายให้ฟัง มีแค่ชื่อพริมาคนเดียวผ่านปากของท่าน กรอกหูเข้าทั้งเช้า ทั้งสาย

“คนน้อง ยัยนั่นเป็นลูกสาวคนเดียวไม่ใช่เหรอวะ”

ภามแย้ง อเนกมองสบตาภามแล้วก็จิปาก “เขาลือกันให้แซ่ด ว่าแต่ มึงจำหล่อนไม่ได้จริงๆ เหรอวะ”

ภามขมวดคิ้วกระดกแก้วบรั่นดีกลั้วคอ “ใครอีกละ ตั้งแต่ตูดกูแตะเก้าอี้ มึงขยันซักนั่นซักนี่ไม่หยุดเลยนะไอ้เนก”

“แหมๆ มึงลืม ‘เด็กสาว’ ที่คลั่งรักมึงสมัยก่อนแล้วเหรอวะ” อเนกพูดกลั้วหัวเราะ

“อ้อ...เด็กนั่นเอง กูลืมไปแล้ว” ภามลากหางเสียงยาวเหยียด เด็กสาวตัวดำๆ ผมกระเซอะกระเซิงที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาสารภาพรักเขาเมื่อเจ็ดปีก่อน แววตากึ่งกลัวกึ่งกล้านั่น ทำให้เขาอดสมเพชไม่ได้

“คนนั้นแหละ น้องสาวยัยคุณพริมานั่นแหละ”

ภามยกหัวคิ้วขึ้นสูง “หมายความว่าไงวะ” มือที่ถือแก้วบรั่นดีชะงักอยู่กลางอากาศ

“ตามหลักแล้ว ยัยคุณพริมาของมึงเป็นลูกสาวคนเดียวนั่นแหละ แต่ลึกๆ แล้ว บ้านนี้เขามีลูกสาวสองคน อีกคนน่าจะเป็นลูกนอกสมรส”

ภามพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะลุกขึ้นยืน “เห้ย!! เพิ่งมา จะกลับแล้วเหรอวะ” อเนกท้วง

“ไปก่อนดีกว่าว่ะ ว่างๆ จะแวะไปหานะ” ภามไหวไหล่แล้วก็เดินออกจากงานไป

พริมามองตาม เธอเม้มปาก ครุ่นคิดเงียบๆ

ตอน 3

ตอนที่2.เรื่องบังเอิญ

บุหลันถอนใจแรงๆ จากนั้นก็เงยหน้ามองพระจันทร์เสี้ยวที่ส่องแสงสีนวลลอยอยู่เหนือยอดไม้ เธอคิดอะไรเพลินๆ จนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคน ที่เดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆ จนกระทั่ง...

“อะแห้ม!!” เสียงกระแอมฉุดบุหลันออกมาจากภวังค์ เธอเหลือบมองด้วยหางตา ก่อนจะกระโจนไปหลบอยู่ด้านหลังเก้าอี้เหล็กตัวที่ตัวเองนั่งอยู่

ภามรู้สึกแปลกใจกับท่าทางตระหนกของหญิงตรงหน้า เขาแอบสำรวจหล่อนคร่าวๆ ท่ามกลางแสงสลัวของพระจันทร์ ‘สวย’ ขนาดหญิงตรงหน้าไม่ได้ประทินโฉมอะไรเลย ความงามของหล่อนก็ยังกระแทกตาเขา จนไม่อาจละสายตาได้ ผมดำขลับที่ถูกมัดเป็นพวงด้านหลังท้ายทอยนั่นดำแข่งกับความมืด กลิ่นอาหารที่แทรกอยู่ตามเนื้อผ้าก็ไม่ได้ทำให้เขานึกรำคาญเหมือนเคย

คงเพราะตัวเองอยู่กับความสมบูรณ์แบบของหญิงที่เคยคบหา

พอได้เจอกับหญิงที่สวยจากเนื้อแท้ ภามเลยอดไม่ได้ที่จะสนใจ

เขาหลุบเปลือกตาลง ปิดบังแววตาวาววาม

“เธอกลัวฉันเหรอ” ภามถามคำถามแรก

บุหลันชั่งใจระหว่างหนีไปดื้อๆ กับการตอบคำถามของชายตรงหน้า

“เป็นใบ้หรือไง หรือว่าเป็นกฎของคนบ้านนี้” ภามถามต่อ

บุหลันผ่อนลมหายใจ รู้สึกผ่อนคลายลง ชายตรงหน้าไม่มีอะไรที่ทำให้เธอกลัวได้อีกแล้ว ความคลั่งไคล้เขาเหมือนสมัยก่อน ก็ไม่ได้ท่วมท้นเหมือนเก่า เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วก็ตอบด้วยเสียงเรียบเรื่อย “ฉันไม่ได้เป็นใบ้ค่ะ แค่ไม่รู้ว่าจะต้องตอบคุณยังไงดี”

ภามยิ้มกวนโทสะ รอยยิ้มนั่นกระตุกต่อมโมโหของบุหลันได้เป็นอย่างดี “ก็ตอบ ตามที่ฉันถามนั่นไง”

“คงเพราะคำถามของคุณกว้างเกินไป ฉันเลยไม่รู้ว่าจะตอบแบบไหน ถึงทำให้คุณพอใจได้ค่ะ” ปลายคางบุหลันเผลอยกเชิดขึ้น

ภามหรี่เปลือกตาลง “ฉันอาจจะใช้ภาษาที่เธอฟังแล้วไม่เข้าใจก็ได้” เขาหมดความสนใจหญิงตรงหน้า คำตอบของหล่อนทำให้ภามเอือมระอา ผู้หญิงสวยไร้สมอง ไม่ควรค่าให้เขาสนใจสักนิด

“ค่ะ อาจจะเป็นอย่างนั้น” บุหลันแค่นตอบ เธอรู้ดีว่าชายผู้นี้เข้าใจตนเองแบบไหน

แต่การอยู่ห่างๆ เขา น่าจะปลอดภัยกับตัวเองมากกว่า เขาอยากเข้าใจแบบไหน ก็แล้วแต่เลย...

ก่อนที่ภามจะเดินจากไป เขาเหลียวกับมามองบุหลันซ้ำ ปลายเท้าที่กำลังจะขยับเดินชะงักค้าง “เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า?” เป็นคำถามที่ทำเอาบุหลันสะดุ้ง!! เธอเก็บอาการแทบแย่ กลัวว่าตัวเองจะเผลอเผยพิรุธออกไปจนชายตรงหน้าจับได้

เธอส่ายหน้า ไม่กล้าปริปาก กลัวว่าเสียงเธอจะสั่น และเป็นพิรุธให้เขาสังเกตเห็น

“เหรอ...หน้าเธอคุ้นตาฉันพิกล ช่างเถอะ!!” ภามพูดเอง แล้วก็ตัดบทเอง เขาเดินจ้ำอ้าว พยายามสลัดแววตาจัดจ้าที่เปล่งแสงแข่งกับแสงสีนวลของจันทราออกไปจากใจ

“ไม่หรอก!!” เขาพึมพำ หลังภาพใครบางคนวิ่งมาซ้อนทับวงหน้าลออตานั่น

“นังหลัน ฉันสั่งให้แกคอยดูแลยัยพริไม่ใช่เหรอไง!!” คะนึงนิจตะเบ็งเสียงแหลม ตอนที่บุหลันเดินผ่านเงาไม้ด้านข้างตัวตึกเข้ามาใต้ชายคาบ้านพินิจดำรง

“คุณท่านมีเรื่องจะใช้หลันเหรอคะ” บุหลันพยายามไม่สนใจน้ำเสียงกระด้างนั่น

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องพูด หล่อนหายหัวไปไหนมายะ” คะนึงนิจยังตะคอกต่อ

“หลันรู้สึกตื้อๆ เลยออกไปสูดอากาศในสวนค่ะ”

“คนอย่างหล่อนทึกเหมือนควาย งานเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้อย่ามาแสร้งทำสำออยหน่อยเลยยะ”

คะนึงนิจกระแทกเสียงใส่ “คุณ มาทำอะไรแถวนี้ อ้าวยัยหลันนั่นเอง ทำไมมาอยู่ที่มืดๆ ตรงนี้ละ ออกไปสนุกกับพี่เขาสิ”

โอภาสเดินมาสมทบ คะนึงนิจรีบปรับสีหน้า “คุณนั่นแหละค่ะ มาทำอะไรแถวนี้คะ คุณน่ะควรออกไปรับแขก ฉันเห็นตาภามแว๊บๆ คุณควรไปเกริ่นกับเขาสักหน่อยนะคะ”

“คนเยอะจนตาลาย ผมเลยหลบมาพักตาสักหน่อยน่ะ” โอภาสตอบภรรยา และก็ผินมองบุตรสาวคนเล็ก ใบหน้ามันย่องนั่นทำให้เขารู้สึกผิดเพิ่มขึ้น “ใช้งานยัยหลันให้มันน้อยๆ หน่อยสิคุณ ใช่ว่าเราไม่มีเงินเสียหน่อย” เขาปรามคะนึงนิจเสียงเรียบ หลายครั้งที่โอภาสเห็นว่าบุหลันถูกกดขี่ แต่เขาก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่ง ยังไงบุหลันก็ปลอดภัยใต้ชายคาคฤหาสน์พินิจดำรง เขาวางใจไม่ลงที่จะปล่อยบุหลันออกไปเผชิญชะตากรรมที่โลกภายนอก

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED