หลายวันผ่านไปหญิงสาวขับรถกลับบ้านด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยว เธอไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนมารดาถึงจะหยุดหลงเดินทางผิดสักที ที่สำคัญพอเธอขับรถแล่นเข้ามาจอดภายในบริเวณบ้าน ตรงลานจอดรถนั้น ในเวลานี้ได้มีรถของใครบางคนมาจอดแทนที่เธอก่อนหน้าแล้ว
ยูจินค่อยๆ หลับตาแล้วถอนหายใจออกมาอย่างช้าๆ เพื่อระงับความโกรธที่กำลังจะพุ่งปรี๊ดออกมา เมื่อรู้ว่ามารดาพาชายหนุ่มรุ่นน้องเข้าบ้าน ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน
“อ้าว! มาแล้วเหรอยูจิน นี่คุณภูริเขาจะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ หวังว่าลูกจินคงไม่ติดขัดอะไรหรอกนะ” เธอไม่รู้ว่ามารดาต้องการคำตอบแบบไหน ความเห็นอกเห็นใจ หรือถ้อยคำตรงไปตรงมา
“จินคงไม่มีสิทธิ์ห้ามแม่ไม่ให้พาใครเข้าบ้านได้หรอกค่ะ ถึงแม้จินจะรับไม่ได้ แม่คงไม่แคร์ใช่ไหมคะ” ในที่สุดเธอก็เหลือทน เอ่ยสวนกลับออกไปด้วยประโยคที่ทำให้มารดาของเธอไม่พอใจอย่างมาก
“แกก็เหมือนพ่อของแกนั่นแหละ ทำไมทนเห็นฉันมีความสุขไม่ได้หรือไง ทนไม่ได้ก็ออกไป”
“แม่!” หญิงสาวรู้สึกจุกในอก เมื่อมารดาผู้ให้กำเนิด เห็นผู้ชายอื่นดีกว่าลูกในไส้เสียอีก
“พี่ครับใจเย็นก่อน ถ้าลูกสาวคุณพี่ไม่ชอบหน้าผม ผมยินดีออกไปจากบ้านนี้ เอาไว้ให้เธอใจเย็นก่อนแล้วผมจะมาหาคุณพี่ใหม่ ผมสัญญาว่าจะไม่ไปไหน ที่สำคัญผมจะไม่มีใคร คุณพี่อย่าโกรธเธอเลยนะครับ ผมอยู่ที่ไหนก็ได้” คราวนี้ภูริเริ่มเปิดฉากพูดจาให้ดูน่าสงสาร ขณะที่สายตาคมชำเลืองมองมาที่ยูจินด้วยความเจ้าเล่ห์
“คุณภูหยุดก่อนค่ะ ฉันบอกแล้วไงว่าจะพาคุณมาอยู่ที่นี่ ใครหน้าไหนก็ขวางไม่ได้ทั้งนั้น”
“เชิญคุณแม่ตามสบายเลยนะคะ จินจะย้ายออกไปเอง” พูดจบยูจินก็เดินออกไปจากบ้าน แต่ทว่ามารดาของเธอกลับไม่แยแส คุณนายศจีหันกลับมาสนใจภูริมากกว่าลูกสาวที่กำลังขับรถออกไปจากบ้าน
“ไม่ต้องไปสนใจหรอก เดี๋ยวยัยจินก็กลับ จะไปไหนได้นอกจากร้านเล็กๆ ไม่รู้จะเจ๊งวันไหนก็ไม่รู้ บอกให้หางานอื่นทำก็ไม่ฟังบ้างเลย” ถ้ายูจินได้ยินประโยคนี้จากมารดาเธอคงช้ำใจหนักยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า แม่ที่ไม่เคยสนับสนุนความฝันของลูก เอาแต่ตัวเองเป็นที่ตั้ง หวังแค่ผลาญเงินลูกสาวไปวันๆ
แม่แบบนี้ยังมีอยู่แทบทุกมุมโลก อยู่ที่ว่าใครจะมีจิตสำนึกได้กว่ากัน สักวันคุณนายศจีคงเข้าใจ ลูกไม่ใช่วัตถุหรือกระโถนรองรับอารมณ์ เธอไม่ใช่ธนาคารส่วนตัว ยูจินต้องทำงานเธอผลิตเงินเองไม่ได้ ลูกคือความภาคภูมิใจของบิดามารดา ไม่ใช่ในนิยามของคุณนายศจี ที่มองว่าลูกควรเป็นผู้ให้ให้ หลังจากจากที่ยูจินเคยเป็นผู้รับมานานหลายปี
“ใจเย็นๆ สิครับคุณพี่ ผมว่าเราไปหาอะไรดื่มกันดีกว่าไหม”
“ว่าแต่ภูอยากไปไหนล่ะ”
“ผมตามใจพี่ครับ จุ๊บ!”
“แหม... แบบนี้จะไม่ให้พี่รักพี่หลงได้ยังไง” เมื่อถูกชายหนุ่มเอาใจ มีหรือหญิงวัยกลางคนจะไม่หวั่นไหว ความดุดันของภูริยิ่งทำให้หัวใจของคุณนายศจีเต้นแรง
ซึ่งเขามักทำให้เรื่องบนเตียงกลายเป็นความร้อนแรง ใช่ว่านางจะไม่สวย คุณนายศจีอายุห้าสิบกว่าแต่ก็ยังดูสวย รูปร่างของนางดูเซ็กซี่กว่าผู้หญิงในวัยเดียวกัน ทำเอาภูริชอบทั้งการมีเซ็กซ์และเงินของนาง ที่ปรนเปรอเขาได้อย่างไม่เกรงใจลูกสาวแม้แต่น้อย
เมื่อยูจินขับรถออกมาจากบ้านไกลพอสมควร หญิงสาวยังคงไม่รู้จุดหมายปลายทาง กอหญ้าก็กลับบ้านที่ต่างจังหวัด จึงทำให้เธอไม่รู้จะไปพึ่งใครดี ครั้นจะโทรไประบายกับเพื่อนรักก็เกรงใจ ทุกวันนี้กอหญ้าก็แทบจะกลายเป็นที่รองรับความทุกข์ใจของเธออยู่แล้ว ยูจินจึงตัดสินใจมาที่นี่ เพื่อหลบพายุที่กำลังโหมกระหน่ำถาโถมเข้ามาในชีวิตของเธอ
“นั่นมันคุณยูจินนี่ ปกติแล้วเธอไม่ชอบที่แบบนี้ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมวันนี้ถึงได้มานั่งดื่มคนเดียวได้” นั่นคือเสียงของวิทยา ซึ่งเขาเป็นเพื่อนสนิทของมารุต ชายหนุ่มรู้จักยูจิน เพราะเมื่อก่อนเธอเคยมาที่บ้านของมารุตหลายครั้ง
เนื่องจากว่าบิดาของเธอนั้น เป็นที่นับหน้าถือตาและเป็นที่รู้จักของคนมีระดับ บวกกับที่มารดาของมารุตเชียร์ให้ลูกชายคบกับเธอ แต่สุดท้ายต่างคนต่างก็ค่อยๆ หายไปจากวงจรของชีวิตกันและกัน ทั้งที่ยังไม่เริ่มต้นสานสัมพันธ์ด้วยซ้ำ ตั้งแต่บิดาของยูจินเสียชีวิตลงไป เธอก็ไม่ได้ไปที่บ้านหลังนั้นอีก ที่สำคัญมารุตมีลาเบลอยู่เต็มหัวใจอยู่แล้วทั้งคน
“ผู้หญิงก็แบบนี้แหละ เปลี่ยนใจได้ไวเหมือนกิ้งก่า”
“อะไรวะ” วิทยาถึงกับส่ายหัว เพราะเขาไม่สามารถให้คำปรึกษาด้านความรักกับเพื่อนได้ ตั้งแต่มารุตรู้ว่าลาเบลแอบคบกับพระเอกหน้าใหม่ของวงการ จึงทำให้เขาเริ่มไม่ศรัทธาในรักแท้ แต่กลับยังติดต่อหล่อนไม่เลิกรา ถึงแม้ว่าความรู้สึกที่เคยมีให้ลาเบลอาจไม่เหมือนเดิม แต่ความปรารถนาดีก็ไม่เคยลดลงเลยแม้แต่น้อย
“แต่ฉันชอบคุณหนูยูจินนะ เธอดูไม่มีพิษมีภัยกับใครดี”
“หึ! นายก็มองโลกในแง่บวกเกินไป ผู้หญิงคนนั้นอาจดูใสซื่อความจริงแล้วหล่อนอาจซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ก็ได้ ใครจะไปรู้”
“เฮ้ย! นายเองก็มองเธอในด้านลบจนเกินไป”
“นายเพื่อนฉันนะวิทยา ทำไมชอบเข้าข้างยัยนั่นจัง”
“ฉันก็พูดไปตามเนื้อผ้า เฮ้ยไอ้รุต! นั่นคุณนายศจีนี่ แล้วเธอมากับใคร ดูคล้ายๆ ไอ้ภูริเลยนะนั่น” เมื่อวิทยาเอ่ยถึงชื่อภูริ ทำให้มารุตหันไปมองทันที เพราะเขาไม่คิดว่าคุณนายศจีคิดที่จะเลี้ยงชายหนุ่มจากบาร์โฮส
“ว่าแล้วเชียว ไม่แปลกใจที่ยัยนั่นมานั่งดื่มคนเดียวแบบนี้ ที่แท้ก็ประชดแม่นี่เอง”
คำพูดของมารุต ทำเอาวิทยาถึงกับส่ายหน้า เขาไม่คิดว่าเพื่อนรักจะแล้งน้ำใจ นอกจากจะไม่เข้าไปทักหญิงสาวแล้ว เขายังทำตัวเย็นชาราวกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยพบเจอกันมาก่อน จากนั้นคนทั้งคู่ก็นั่งดื่มต่อ แต่ทว่าต่างคนต่างก็กำลังแอบมองไปที่ยูจิน
“ไหนบอกว่าไม่สนเธอไง ฉันเห็นนะว่านายแอบปรายหางตามองยูจิน” วิทยาพูดแซวมารุต
“ใครบอกว่าฉันสนใจหล่อน แค่สมเพชเด็กไม่รู้จักโต จะมีอะไรก็แค่ชอบทำตัวเรียกร้องความสนใจ”
“คุณพี่นั่นใช่ลูกสาวคุณพี่หรือเปล่าครับ” หลังจากนั่งดื่มไปได้สักพัก ภูริเริ่มแน่ใจว่าหญิงสาวโต๊ะถัดไปไม่ไกลคือยูจิน
“คงมากับกอหญ้า ช่างเถอะพี่ยังไม่อยากทะเลาะให้เสียบรรยากาศ เรามาชนแก้วกันดีกว่า”
“แด่ที่รักของผม” ถ้อยคำแสนหวานจากผู้ชายอย่างภูริ ทำเอาคนฟังยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิง ขณะที่ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่ม พลางปรายหางตามองไปที่ยูริอย่างมีเลศนัยไม่น่าไว้วางใจ
สงสัยเขาคงคิดว่าผู้หญิงร้อยทั้งร้อย เจอเสน่ห์ผู้ชายอย่างเขาเข้าไป จะต้องหลงใหลเสร็จเรียบทุกราย เหมือนกับที่คุณนายศจีกำลังตกอยู่ในภาวะของความลุ่มหลง จนลืมไปว่าสัจธรรมของชีวิตนั้นเป็นเช่นไร ไม่สนแม้แต่ความรู้สึกของลูกในไส้ ทั้งที่ยูจินคือลูกสาวผู้มีแต่ให้ ไม่เคยเอ่ยปากขออะไรจากมารดาเลย นอกจากความสงบสุขในชีวิต
แต่ทว่าคุณนายศจีกำลังจะนำพาหายนะมาสู่ลูกสาว ที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อหาเงินมาให้มารดาเล่นพนันและปรนเปรอผู้ชาย
“พี่ครับผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะครับ”
“ได้สิจ๊ะ”
“จุ๊บ! แล้วผมจะรีบกลับ” ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นรักคุณนายศจีปานจะกลืนกิน แต่ความจริงแล้วเขาเห็นยูจินเดินไปห้องน้ำ และนั่นคือเป้าหมายของภูริ
หญิงสาวรูปร่างเล็กเดินซัดเดินเซเข้าไปในห้องน้ำ เพราะเธอเผลอดื่มเข้าไปหลายแก้ว สาเหคุมาจากความรู้สึกเสียใจเข้าขั้นวิกฤต เธอไม่คิดว่ามารดาจะเห็นผู้ชายดีกว่าลูกแท้ๆ หญิงสาวที่เคยเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของบิดามารดา ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด หลังจากท่านผู้พันจากไป เธอกลายเป็นเสาร์หลักที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น
หญิงสาวในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเข้ม เธอกำลังถูกจับตามองจากคู่ขาของมารดา ท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตา แต่ทว่าเหล่าผีเสื้อราตรีก็ไม่ได้ใส่ใจคนรอบข้าง พอหญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำหญิง เธอถูกลากตัวออกไปยังลานด้านนอกทันที ซึ่งตรงนี้มีไว้สำหรับให้คนที่ต้องการออกจากหมวดเสียงดัง มานั่งสูบบุหรี่หรือคุยโทรศัพท์
“ปล่อยฉันนะ ปล่อย!” ฉันพยายามสะบัดแขนออกให้พ้นจากการคุกคามของภูริ บางทีสิ่งที่ฉันกำลังเผชิญมันอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะสายตาที่เขามองมาที่ฉัน ราวกับเสือเห็นกระต่ายน้อย ผู้ชายคนนี้คงโชกโชนเรื่องผู้หญิงมามาย ก็อย่างว่าแม่ของฉันหิ้วเขาออกมาจากบาร์โฮสนี่นา
“ผมรู้นะว่าคุณเมามากแล้ว ให้ผมไปส่งดีกว่า”
“คุณมากับใครเหรอ อย่าบอกนะว่าทิ้งแม่ฉันไว้ข้างใน” ถึงแม้ฉันจะเมาจนแทบยืนไม่ไหว แต่ก็ยังพอมีสติหลงเหลืออยู่บ้าง
“เดี๋ยวผมกลับมารับแม่คุณก็ได้ ไม่เห็นเป็นไรเลย” ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา บวกกับท่าทีแสนอบอุ่น อาจทำให้ผู้หญิงหลายคนรู้สึกดี แต่ไม่ใช่กับฉันอย่างแน่นอน
“คุณคิดว่าฉันโง่เหรอ ผู้หญิงอย่างฉันมีคุณค่ามากพอ ไม่ลดตัวไปเกลือกกลั้วผู้ชายอย่างคุณ ให้มีมลทินติดตัวหรอกนะจะบอกให้” คราวนี้ฉันได้ขึ้นเสียงใส่เขาทันที เพราะไม่ชอบที่เขาเข้ามาก้าวก่ายในชีวิตของฉัน
“ผมก็แค่เป็นห่วง แล้วผู้ชายอย่างผมมันเป็นยังไง...หืม” ภูริฉายแววตาอำมหิตออกมา จนยูจินต้องเดินถอยหลังอย่างทุลักทุเล เมื่อชายตรงหน้ากำลังจะต้อนให้เธอจนมุม
หมับ!!
“ว้าย!”
“ยังซุ่มซ่ามเหมือนเดิมนะ” เพียงแค่ได้ยินน้ำเสียงทุ้ม ทำเอาฉันหัวใจเต้นแรง ฉันค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นมอง ราวกับนางเอกในละคร ที่กำลังตกอยู่ภายใต้อ้อมแขนของพระเอก
“คุณ...” ฉันไม่อยากเชื่อสายตาว่าภาพตรงหน้าจะเป็นความจริง หรือว่าฉันเมาจนเบลอแล้วเห็นภาพหลอน ความจริงแล้วเขาคือภูริ ที่กำลังตั้งใจแตะอั๋งฉัน
“ไอ้คนบ้า!”
เพี๊ยะ! ฉันลองยกมือขึ้นตบลงไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา จังหวะนั้นเอง ทำให้ฉันถึงกับมือไม้อ่อนระทวย ไม่คิดว่าจะเจอกับคุณมารุตตัวจริงเสียงจริงที่นี่
“นี่คุณมาตบหน้าผมทำไมเนี่ย” มารุตคว้าต้นแขนยูจินกดเอาไว้ จนเธอสัมผัสได้ถึงพละกำลังของเขา แต่ก็ไม่อาจต่อต้าน เพราะแรงที่มีเริ่มหมดลงไป เธอทรงตัวแทบไม่ไหว เหมือนโลกใบนี้มันกำลังหมุน เธอรู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทรา
เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน เมาแล้วไง ให้ผู้ชายอุ้มกลับบ้านเลยดีกว่า ความคิดของฉันเริ่มประสานงานกับร่างกายทันที ในที่สุดฉันก็ตกอยู่ภายใต้อ้อมแขนของผู้ชาย ที่หลงรักเขาข้างเดียวมานานหลายปี
“ปล่อยเธอ! ผมจะพาเธอกลับบ้าน” น้ำเสียงของภูริเกรี้ยวกราด เพื่อแสดงอำนาจให้มารุตปล่อยยูจินมาให้เขา
“มากับแม่ แต่จะพาลูกกลับเนี่ยนะ ฉันว่านายควรไปดูแลเทคแคร์คุณนายศจีดีกว่า เห็นว่ากำลังตามหานายพอดีเลย”
“เรื่องของคนในครอบครัวคนนอกไม่เกี่ยว ส่งเธอมา”
“ภูริ คุณอยู่แถวนี้หรือเปล่า” เสียงของคุณนายศจีดังแว่วมาจากทางเดิน ซึ่งนางกำลังจะตรงมาที่นี่
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!” น้ำเสียงของภูริดูแค้นเคืองมารุตอย่างมาก เพราะเขาตั้งใจจะรวบหัวรวบหางทั้งแม่และลูก ถ้าหากเขาทำแบบนั้นได้จริงๆ ยูจินจะต้องตกเป็นเบี้ยล่าง ทั้งหาเงินทั้งสนองความใคร่ให้กับเขาไปอีกนาน
เนื่องจากผู้ชายอย่างภูริไม่มีอะไรให้เสียหาย ยูจินทั้งสาวทั้งสวย แล้วถ้าเธอตกเป็นของเขา มีหรือที่หญิงสาวจะกล้าต่อปากต่อคำ เธอคงกลัวสังคมตราหน้า ถูกประณามให้อับอายว่าใช้ผู้ชายร่วมกับมารดา ซึ่งหากเป็นไปตามที่ภูริคิดเอาไว้ เขาก็จะเป็นฝ่ายได้ทั้งขึ้นทั้งร่องเลยทีเดียว
“นี่คุณ! เขาไปแล้ว ตื่นสิ” มารุตพยายามเอามือแตะลงไปที่แก้มนุ่มของยูจินเบาๆ แต่ทว่าหญิงสาวกลับไม่มีทีท่าว่าจะตื่น
“ทำไมมาเข้าห้องน้ำนานจังวะ! เฮ้ยไอ้รุต ทำไมคุณยูจินถึงได้หลับเป็นตายแบบนั้น” วิทยาแสร้งถามออกไป ทั้งที่เขารู้ดีว่ามารุตตามคุณหนูยูจินออกมา
ซึ่งภายในใจลึกๆ เขาก็ห่วงใยเธออยู่ไม่น้อย อาจเป็นเพราะว่าเขามีลาเบลอยู่แล้วเต็มหัวใจจึงปฏิเสธผู้ใหญ่ ทั้งที่เกือบได้หมั้นหมายกันแล้ว
“นายมาก็ดีแล้ว พาเธอไปส่งบ้านทีสิ”
“ไม่ว่างวะ! พอดีว่าแม่กูโทรมาให้รีบกลับ ขอตัวนะครับคุณมารุต”
“เฮ้ย! ไอ้วิท! ไอ้วิท! บ้าชะมัดเลย” มารุตสบถออกมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เมื่อเขาจำใจต้องอุ้มยูจินออกไปจากผับ ทั้งที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ โดยเฉพาะกับผู้หญิงอย่างเธอ
ท่าทางของเขาเหมือนสามีกำลังพาภรรยากลับบ้าน หลายคนสะดุดตากับกระเป๋าใบเล็ก ที่มารุตพยายามสะพายไหล่เอาไว้ไม่ให้มันหลุดลง หญิงสาวตัวเล็กยังคงหลับปุ๋ย ไม่สนว่าใครจะมองไม่ดี เพราะผู้ชายอย่างมารุตอบอุ่นดูเป็นผู้ใหญ่ เขาช่างแสนดีและมักจะทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงได้เสมอ
“รถจอดอยู่ไหนล่ะเนี่ย” เขาพยายามมองหารถคันที่คุ้นตา เพราะไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปี หญิงสาวก็ยังคงใช้รถคันเดิมเสมอ
ชายหนุ่มไม่คิดจะวางเธอลง เขาอุ้มยูจินเดินวนอยู่ที่โรงจอดรถ ก่อนจะพบเป้าหมาย ทำให้มารุตเกือบโยนเธอเข้าไปในเบาะ เพราะนอกจากยูจินจะไม่ตื่น เธอยังหลับลึกอีกด้วย
“หึ! เมาจนคอพับยังกล้ามานั่งดื่มคนเดียวอีก เกือบเสร็จไอ้ภูริแล้วไหมล่ะ” มารุตเอ็ดยูจินออกไปเบา พลางโน้มตัวลงไปขัดเข็มขัดนิรภัยให้กับเธอ
จังหวะนั้นเอง ทำให้ชายหนุ่มหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกแบบนี้ไม่น่ามีให้กับยูจิน แต่พอมองไปที่ดวงหน้าของหญิงสาว ซึ่งแก้มของเธอแดงระเรื่อจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ทำเอาเขาถึงกับหวั่นไหน เธอดูสวยใสไร้ที่ติ ปากนิดจมูกหน่อยรับกับใบหน้าสวยหวาน
“บ้าไปแล้ว เธอก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ไม่ตรงเสปกเลยสักนิด” ปากก็บอกว่าไม่ชอบ แต่สายตากลับโฟกัสอยู่ที่ใบหน้าใสซื่อ เธอดูไม่มีพิษภัยกับใคร แต่เขาก็ไม่อยากใช้ชีวิตร่วมกันกับเธออยู่ดี
เมื่อมารุตขับรถออกมาจากผับ ชายหนุ่มเริ่มลังเลใจ เขาไม่รู้ว่าจะไปส่งเธอที่บ้านดีไหม เพราะไม่รูว่าภูริจะตามมารดาของเธอกลับไปที่นั่นหรือเปล่า เมื่อนึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มที่ทำงานบาร์โฮส ทำเอามารุตโกรธขึ้งขึ้นมาทันที เขารู้สึกไม่ชอบใจ เวลาที่ภูริพยายามเข้าใกล้ยูจิน
“พรุ่งนี้ค่อยกลับบ้านนะ ผมขี้เกียจขับรถ” มารุตพูดขึ้นมาลอยๆ ก่อนจะตีไฟเลี้ยวออกนอกเส้นทางหลัก ซึ่งทำเอายูจินที่กำลังแสร้งหลับกล้าๆ กลัว เพราะเธอไม่รู้ว่าเขาจะพาไปค้างที่ไหน ถึงแม้เธอจะเมาแต่ก็พอได้สติอยู่บ้าง หญิงสาวก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะยังแสดงท่าทีห่างเหินเธอได้นานแค่ไหนกัน
ถึงแม้ยูจินจะรู้ว่ามารุตมีแฟนแล้ว แต่ตราบใดที่เขายังไม่ได้แต่งงาน เธอก็ยังคงมีความหวัง แม้ว่าหวังนั้นจะมีพียงแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็ตามที สำหรับคนแอบรัก มันคือน้ำทิพย์ชโลมใจ ให้มีชีวิตอยู่ได้ในแต่ละวัน
“อึบ! ไม่คิดจะตื่นเลยรึไง” มารุตอุ้มยูจินเข้ามาในห้องของเขา ก่อนจะวางหญิงสาวลงที่เตียงนุ่มอย่างเบามือ
ก่อนหน้านี้ทั้งสองถูกมือดีแอบถ่ายภาพเอาไว้ เพราะมารุตเป็นแฟนของลาเบล ซึ่งหล่อนเป็นดาราดัง หลายคนเริ่มจับตาความสัมพันธ์ที่แว่วมาว่ากำลังสั่นคลอน เพราะช่วงนี้แม่ดาราสาวมักจะออกงานอีเว้นท์คู่กับเรนบ่อยๆ จนเป็นข่าวว่าแอบกุ๊กกิ๊กกันนอกจอ