ตอน 2

"ชมพูมันไปเกี่ยวอะไรด้วย" เสียงหนึ่งดังขึ้น

"ยายชมพูมันทะเล่อทะล่าอยู่นะคะ หรือจะเป็นคนตกลงไป หรือหายไป แล้วพี่เล็กไปช่วยคะ" มีคนหนึ่งออกความคิดเห็น

"ช่างเหอะ ตอนนี้ต้องให้ฝนหยุดก่อน เดี๋ยวพี่ ๆ จะคุยกับทางผู้ใหญ่บ้านเรื่องตามหาสองคนนั้นเอง"

"ทุกคนแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ หาของกินลงท้องกันก่อน แล้วแยกที่หลับที่นอน หญิงนอนกับหญิง ชายนอนกับชาย"

รุ่นพี่ทำเสียงเข้ม

ทุกคนต่างหุบปากเงียบ ก่อนจะแยกย้ายขยับตัวกันหาที่ซุกหัวนอน แต่ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่องสนุกปากถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

ชมพูเงยหน้ามองคนตัวใหญ่ที่กำลังเหนื่อยล้าและเจ็บปวดที่บาดแผลเต็มที่

"พี่เล็กไหวไหมคะ" เธอถามเขาเพราะเห็นเม็ดเหงื่อพร่างพราวผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า เสียงลมหายใจของเขาหอบถี่เร็วขึ้น แต่เริ่มแผ่วเบาลงไปลมหายใจขาดเป็นช่วง ๆ

"อีกนิดเดียวค่ะ ทนหน่อยนะคะ" เธอยกหน้าส่งยิ้มให้กับเขาเพราะเห็นเพิงหมาแหงนอยู่ไม่ไกลนัก

ภารันย์มองตามมือน้อย ๆ ที่ชี้ไปยังข้างหน้า เขากะพริบตาถี่ ๆ ทุกอย่างในสายตาเริ่มพร่ามัว ชายหนุ่มกัดฟันทนข่มความเจ็บปวดที่ปะทุขึ้นมาเป็นระยะ ๆ แต่ก็ก้าวขายาว ๆ ตามเธอเพื่อจะไปให้ถึงกระท่อมนั้น มันไม่ไกลมาก แต่ความเจ็บปวดตามร่างกายต่างหากที่ทำให้เขาเดินไม่สะดวก

ท้องฟ้าที่สว่างจ้าเริ่มมืดมิดลง ทุกอย่างเริ่มรางเลือน เมื่อสายฝนเริ่มลงเม็ดและเม็ดดูหนาขึ้นเรื่อย ๆ

'ให้ถึงกระท่อมก่อนนะคะพระพิรุณ อย่าเพิ่งหล่นลงมาตอนนี้เลยค่ะ หนูขอร้อง' ชมพูนึกในใจ

หยาดน้ำฝนเย็น ๆ หล่นกระทบใบหน้า และเสียงของมันที่กระทบกับใบไม้เริ่มหนาหนักขึ้น หญิงสาวจับหมับที่เอวของเขา รั้งรัดแรง ๆ เพื่อส่งพลังให้ภารันย์ก้าวเท้าให้เร็วขึ้น ห่าฝนใหญ่ไม่ทานต่อคำขอของเธอ หล่นลงมาเหมือนฟ้ารั่ว ตกกระหน่ำเหมือนจะซ้ำเติมทั้งสองคนให้เปียกปอนหนักไปอีก ร่างกายของทั้งสองคนเปียกโชก

"เร็วเร่งฝีเท้าอีกนิดนะคะพี่เล็ก" เธอเห็นเขากัดฟันแน่นแล้วลงฝีเท้าให้เร็วขึ้น ตามเนื้อตัวแข้งขา ภารันย์รู้สึกเจ็บร้าวไปหมด

จนเมื่อทั้งสองมาถึงกระท่อมนั้น แค่นั่งลงฟ้าก็เหมือนรั่ว ห่าฝนเทลงมาแบบไม่ขาดสาย  หญิงสาวรีบถอดรองเท้าของตัวเองแล้วก้าวขาขึ้นไปปัดกวาดทำความสะอาดเท่าที่จะทำได้ในขณะนั้น โชคดีหน่อยกระท่อมนั้นยังมีฝาผนังที่ทำมาจากไม้ไผ่สานขัดพอกันลมและสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตานั้นได้

ภารันย์ข่มความเจ็บ สำรวจร่างกายของตัวเอง

'กรรม' เขาสบถในใจ ยกมือจับผ้าที่โพกหัว รู้สึกได้ถึงเลือดที่หยุดไหล แต่ผ้าที่เปียกโชกนี้ต่างหากที่ทำให้ใบหน้าของเขาแดงก่ำ สีแดงของเลือดไหลลงมาอีกเป็นทาง แผลเจ้ากรรมก็ร้าวจนเจ้าตัวรู้สึกระบมไปหมด แขนข้างที่หักก็ชาจนเขาไม่รู้สึกเจ็บแล้วตอนนี้ แต่พานจะยกแขนไม่ขึ้นเหมือนกับเขาไม่มีแขนอีกข้างเสียอย่างนั้น

เสียงหญิงสาวที่ปัดกวาดแรง ๆ ทำให้ภารันย์หันไปมอง ตอนนี้ชมพูกำลังเอาเสื้อของเธอตัวหนึ่งออกไปตากฝนก่อนจะบิดหมาด ๆ เช็ดพื้นกระดานของกระท่อมหลังนั้น หญิงสาวหันหน้ามาส่งยิ้มให้ชายหนุ่มเป็นระยะ ๆ ก่อนจะละมือขยับร่างเข้ามาหาเขา เธอถอดรองเท้าของเขาออก รีบบังคับให้ร่างใหญ่ขึ้นไปด้านบน

"พี่เล็กขยับมาข้างบนนี้ดีกว่าค่ะ" เธอบอกเขาแล้วยังเจ้ากี้เจ้าการถอดรองเท้าของเขาออก รื้อกระเป๋าหาผ้าขนหนูออกมาด้วย เธอทำงานอย่างคล่องมือ จัดการแทบจะถอดเสื้อผ้าที่เปียกโชกของชายหนุ่ม เพื่อให้เขาไม่หนาว และตอนนี้ชุดนั้นมันเต็มไปด้วยโคลนมอมแมม

"ต้องถอดค่ะพี่เล็ก" เธอใช้สายตาดุมองเขาเมื่อเห็นว่าเขาขัดขืน

"ไม่งั้นไข้ขึ้นแน่ ๆ" มือทำงานต่อไป ไม่สนกิริยาของชายหนุ่ม เขาได้แต่มองตามมือของชมพู พอฝ่ามือน้อย ๆ ของชมพูโดนในส่วนที่เขาถูกกระแทก เขาก็อุทานออกมาเบา ๆ  บอกให้เธอรู้ว่าเจ็บ

เธอเอาผ้าขนหนูที่โชกเลือดไปตากน้ำฝน สายน้ำที่กระหน่ำลงมาจากฟากฟ้าเหมือนจะลงโทษใครบางคน สองคนมองหน้ากันภายใต้ความมืดที่เริ่มครอบงำ และแสงราง ๆ ของท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหนา แสงแดดที่เหลือน้อยแทบลอดส่องลงมาไม่ได้

เลือดสีแดงสดหายไปกับสายน้ำฝนที่ไหลรดริน ชมพูเอาผ้าผืนนั้นบิดหมาด ๆ เข้ามาเช็ดตัวทำความสะอาดให้เขา คราบฝุ่นดินโคลนถูกเช็ดออกไปจนเกลี้ยง

"ให้ชมพูเป็นพยาบาลนะคะ พี่เล็กเป็นคนไข้ที่น่ารักมาก ๆ ค่ะ ไม่ดื้อเลย" เธอยิ้มกว้าง

โชคดีที่เขาพาถุงนอนแบกใส่หลังมาด้วย เธอกางมันออก แล้วบังคับให้เขาใส่เสื้อผ้าแล้วนอนซุกตัวลงไป โคมไฟน้อย ๆ ที่เขาเตรียมมาถูกเปิดใช้งาน

ร่างเล็ก ๆ ของชมพูเริ่มสั่นสะท้านด้วยความเย็นยะเยือก สายลมพัดกระโชกหอบห่าฝนและลมหนาวกระทบผิวกาย ขนของเธอลุกสั่น ร่างกายแสดงความอ่อนไหว หนาวสะท้านออกมาให้เขาเห็น

"ชมพูเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองออกด้วยนะ มันเปียกอยู่ใช่ไหม" น้ำเสียงที่เป็นห่วงเป็นใย แต่มันก็แหบพร่าเหลือเกิน

"ค่ะ" เธอรับคำ ก่อนจะรีบจัดแจงกับตัวเอง หญิงสาวห่วงเขาจนลืมตัวเองไป

ภารันย์เห็นแค่แผ่นหลัง และเงาตะคุ่ม ๆ เขาปิดเปลือกตาจนสนิท เอนหลังซุกตัวลงไปนอนในถุงนอนอุ่น ๆ โชคยังเข้าข้างที่มันยังกันน้ำได้ แค่สะบัด ๆ เม็ดฝนก็จางหาย ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ริมฝีปากของเขาเริ่มซีด ๆ และสั่นกระทบกันอีกครั้ง

"หิวน้ำ..." เขาบอกเธอทันทีที่เห็นใบหน้า เมื่อได้ยินเสียงของเธอนั่งลงใกล้ ๆ

ชมพูกระวีกระวาดหาแก้วใบเล็ก ๆ ที่เธอพกมาด้วย รองน้ำฝนที่ชายคา ก่อนจะคลานกลับมาหาเขา เธอช่วยเขายกหัว

ภารันย์ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันหนักอึ้งไปหมดแบบนี้ ชายหนุ่มดื่มน้ำนั้นอย่างกระหาย

"หนาวเหรอคะ" ปากน้อย ๆ อ้าถาม เขาพยักหน้านิด ๆ แล้วหลับตาลงอีกครั้ง

เธอจัดแจงเอาผ้าห่มผืนเล็ก ๆ ที่ติดมาสอดเข้าไปห่อหุ้มกายให้ภารันย์อีกชั้น แต่มันจะสู้พิษไข้ที่ถาโถมใส่ภารันย์ได้ยังไง

ตอน 3

แมลงเล็ก ๆ เริ่มมาตอมที่ไฟ แล้วเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ ชมพูรื้อกระเป๋าของตัวเอง เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าป้าเจียมของเธอบังคับให้เอามุ้งเล็ก ๆ ติดมาด้วย

'ขอบคุณค่ะป้าเจียม' หญิงสาวนึกขอบคุณนางภายในใจ เธอกางมันออกมาทันที ทุกอย่างป้าเจียมเตรียมให้พร้อมมีเชือกฟางผูกมาให้เรียบร้อย เธอมองหาที่มัดจนครบสี่ด้าน หญิงสาวนั่งลงใกล้ ๆ อย่างโล่งใจ

สายฝนที่สาดเทไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง มันกระหน่ำลงบนหลังคากระท่อมที่ทำจากหญ้าคาจนแทบทะลุ  พิมพ์เพชรได้แต่ภาวนาในใจให้ฝนหยุดไว ๆ  หญิงสาวคอยสอดสายตามองไปทั่ว ๆ ก่อนเธอคลานเข้าไปในมุ้ง

แสงไฟจากโคมเล็ก ๆ พอที่จะเห็นใบหน้าของกันและกัน ภารันย์ขยับปากเหมือนจะพูด แต่ชมพูชิงพูดก่อน

"ถ้าฝนหยุดตก ชมพูจะรีบตามคนให้มาช่วยพี่เล็กนะคะ" น้ำเสียงของเธอดูสดใสและใจชื้นขึ้น ไม่อยากให้ภารันย์เป็นกังวล

"มันมืดแล้วใช่ไหม" เขาถาม

"ค่ะ หกโมงครึ่ง" เธอยกนาฬิกาขึ้นมาดู

"หิวไหมคะพี่เล็ก" เธอถามเขาด้วยความเป็นห่วง

"พี่ไม่หิว ชมพู... พี่มีขนมในกระเป๋า ชมพูเอาออกมากินนะ ไม่ต้องห่วงพี่" น้ำเสียงที่พูดของเขาก็ขาดหายเป็นช่วง ๆ

ชมพูอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากของเขา แค่เพียงชั่วยามเนื้อตัวปกติก็ร้อนฉ่าด้วยพิษของการบาดเจ็บ

"พี่เล็กมีไข้" เธอรู้สึกตกใจไม่น้อย เธอรีบออกมาจากมุ้ง หาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตามใบหน้าให้

ภารันย์แทบขยับตัวไม่ได้ ได้แต่กะพริบตาถี่ ๆ มองใบหน้าน้อย ๆ ที่ตั้งใจดูแลเขาอย่างจริงจัง

ภารันย์สังเกตเห็นขาแว่นที่ขดโก่งผิดรูปของชมพู และใบหน้าขาว ๆ ของเธอมีรอยขีดข่วนของกิ่งไม้ ชมพูเองก็รู้ตัวว่าเธอก็เจ็บปวดฟกช้ำไม่น้อย เพียงแต่ไม่มีส่วนไหนที่แตกหักเท่านั้น

"ชมพูเจ็บตรงไหนไหม" เขาถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาด้วยความเป็นห่วง

หญิงสาวคลี่ยิ้มให้แล้วส่ายหน้านิด ๆ

"ชมพูไม่เป็นไร แค่เห็นพี่เล็กไม่เป็นไรมากก็โอเคแล้วค่ะ พี่เล็กคะ ชมพูมียาแก้ไข้กินก่อนสักสองเม็ดนะคะ ให้ฝนซาอีกสักหน่อย ชมพูจะเดินตามหาคนให้มาช่วยพี่เล็กค่ะ" เขาเอามือออกมาจากผ้าห่ม จับมือน้อย ๆ ที่เช็ดใบหน้าเขาอย่างเบามือ

"ชมพูอย่าไปไหนนะ มันอันตราย" เขาส่งสายตาด้วยความเป็นห่วง บีบกระชับมือกับชมพู

"กลัวไหม" เขาถามเธออีกครั้ง

"ไม่ค่ะ ถ้าอยู่กับพี่เล็ก ชมพูไม่กลัว" ปากพูดออกไปแบบนั้น แต่ในหัวใจมันเย็นยะเยือกไปหมด

ภารันย์หลับตาข่มความเจ็บปวดที่ปะทุขึ้นมา ยาที่เธอให้กินลงไปนั้นอาจจะช่วยได้ เขาภาวนาให้มันช่วยทุเลาอาการของเขาได้บ้าง

ชมพูหยิบโคมไฟ ออกมาสำรวจข้างนอกอีกครั้ง

เธอเห็นปลายไม้ไผ่โผล่ขึ้นมา จึงลองเอามือจับแล้วดึง หญิงสาวเคยไปบ้านของป้าเจียมบ่อย ๆ เธอเห็นรูของฝาอีกด้าน จึงรีบสาวไม้ไผ่ขึ้นมามันช่างสอดรับพอดี เธอจึงนึกขึ้นได้ว่านี่คงเป็นบ้านพักนายพรานหรือคนที่ชอบเดินป่าแถบนี้ พิมพ์เพชรรีบดึงไม้ไผ่ทั้งสี่อันมาขัดกับฝาไว้ ก่อนจะเอาเสื้อผ้าของภารันย์และของตัวเองที่เปียกผึ่งตากเอาไว้ แค่นี้ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอีกนิดว่า อย่างน้อยสิงสาราสัตว์คงหวั่นไหวกับกลิ่นสาปของคน สัตว์โลกต่างก็เกรงกลัวกันเองเพราะต่างฝ่ายก็กลัวถูกทำร้ายเช่นกัน

ฝนที่หนาเม็ดเริ่มซาลง แต่ความมืดสงัดเริ่มครอบงำ มันมาพร้อมกับความวังเวง สัตว์น้อยใหญ่ต่างส่งเสียงประสานก้องไพร อึ่งอ่าง คางคก กบ เขียด ส่งเสียงประสานเหมือนวงออร์เคสตรา

หญิงสาวถอนหายใจออกมาแบบโล่ง ๆ แต่ในใจก็หวั่น ๆ กลัว ๆ อยู่ไม่น้อย

'ไม่น่าเลยชมพู ทำไมไม่ตามคนก่อนจะลงมา' หญิงสาวต่อว่าตัวเอง

"ชมพู" เสียงเรียกชื่อเธอเบา ๆ

เธอไม่ตอบ แต่รีบคลานกลับเข้าไปหาภารันย์

"พี่เล็กต้องการอะไรคะ" น้ำเสียงของเธออย่างอาทร

"นั่งทำอะไรข้างนอก ยุงเยอะ แมลงเยอะนะ ที่นี่มันเป็นป่า"  เธอส่งยิ้มให้

"ดับไฟเหอะ พี่ว่า... เผื่อเอาไว้ใช้ตอนจำเป็น เดี๋ยวแบตฯ หมด"

"ค่ะ" เธอทำตามแบบว่าง่าย และก็นั่งกอดเข่าอยู่ตรงนั้น

มือหนาใหญ่ของภารันย์เอื้อมมาจับที่ข้อเท้าเล็ก ๆ ของเธอ

"อากาศมันหนาวเย็นนะชมพู ชมพูเข้ามานอนกับพี่....มา" น้ำเสียงแหบพร่าก็จริง แต่มีแววจริงจัง

"ไม่เป็นไรค่ะ"

"ไม่เป็นไรได้ไง ชมพู....เข้ามานอนเดี๋ยวนี้ พี่สั่ง" เขาทำเสียงเขียวดัง

เธอนิ่งอึ้ง แต่ภารันย์กระตุกข้อเท้าของเธออีกที

"อย่าดื้อกับพี่" เขาพูดเสียงเบาลง เธอรู้ว่าเขาอ่อนแรงมาก ๆ เช่นกัน

ชมพูพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้ง

ฟ้าฝนช่างไม่เป็นใจ คำรามลั่น ตอนนี้อึกทึกลั่น มีแสงฟ้าแลบแปล๊บ ๆ ชวนตกใจ ฟ้าผ่าลงมาดังสนั่น

ชมพูผวาเฮือก ใจร่วงไปอยู่ไหนไม่รู้ เอื้อมมือที่สั่นเทาจับยึดมือของภารันย์ก่อนจะสอดตัวแทรกกายเข้าไปนอนลงในถุงนอนกับเขา

ร่างใหญ่สั่นสะท้าน แขนที่หักเริ่มบ่งบอกอาการ พิษไข้สร้างความปั่นป่วนให้กับร่างกายของภารันย์จนเพ้อ

"แม่ครับ...แม่...อย่าไปจากผมนะครับ แม่...แม่..." เขาออกปากเรียกแม่ น้ำตาไหลอาบแก้ม

พิมพ์เพชรสะดุ้งตื่น เธอกอดกระชับเขาเอาไว้แน่น

ภารันย์ซุกหน้าไปในอ้อมอกของเธออย่างโหยหา ตอนนี้ร่างกายของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

"พี่เล็ก พี่เล็กขา ชมพูเองค่ะ" เธอบอกเขาเมื่อเห็นแขนข้างที่ไม่เจ็บกอดรัดร่างของเธอเอาไว้แน่น

เสียงสะอึกสะอื้นเหมือนเพ้อทำให้เธอพยายามเอื้อมมือไปหยิบโคมไฟเล็ก ๆ ก่อนจะเปิดมัน แสงสว่างพอจะทำให้เห็นใบหน้าของภารันย์เริ่มมีสี และน้ำตาซึม

"อย่าทิ้งเล็กนะครับแม่" เขายังเอื้อนเอ่ยออกมาแบบไม่รู้ตัว

"ค่ะ ชมพูจะอยู่กับพี่ เธอกอดปลอบประโลมเขา ภารันย์มีท่าทีสงบลง และลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอ

พิมพ์เพชรถอนหายใจออกมา เธอรีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างแผ่วเบา ๆ ภารันย์ขยับตัวนอนหงาย เม็ดเหงื่อยังเต็มใบหน้า หญิงสาวคว้าผ้าได้ก็เริ่มเช็ดตัวให้เขาอีกครั้ง

"เจ้าป่าเจ้าเขา เจ้าที่เจ้าทาง ลูกเป็นคนดีนะคะ พี่เล็กก็เป็นคนน่ารัก ช่วยปกปักรักษาเราสองคนด้วยนะคะ" เธอพนมมือขึ้นเหนือหัวก่อนจะก้มลงกราบพื้นกระท่อม

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED