ตอน 1

ณ ผับแห่งหนึ่งกลางเมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกามนสิชาสาวไทยเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มกำลังออกไปเต้นกับเพื่อนร่วมงานอย่างสนุกสนาน วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้สนุกสุดเหวี่ยงแบบนี้เพราะเธอเพิ่งลาออกจากบริษัทและกำลังจะกลับประเทศไทย

หญิงสาววัย 26 มาทำงานที่นี่ได้ 4 ปีแล้ว เธอเรียนจบการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศและได้เข้าทำงานเป็นเลขานุการของผู้จัดการใหญ่ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สาขาประเทศไทย พอถึงคราวที่เขาต้องย้ายกลับมาประจำที่สาขานิวยอร์กเขาเลยชวนเธอมาทำงานที่นี่ด้วย

“แพทต้องคิดถึงมอลลี่มากแน่ๆ” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งพูดกับมนสิชาด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันระหว่างที่หญิงสาวเดินกลับเข้ามานั่งพักเหนื่อย

“เอาไว้มอลลี่จะวิดีโอคอลมาหาบ่อยๆ นะ” เธอตอบด้วยภาษาเดียวกัน

“แพทว่ามอลลี่น่าจะพาแกรนด์มาย้ายมาอยู่ที่นี่นะ”

“มอลลี่ชวนตั้งหลายครั้งแล้วแต่ท่านไม่ยอมมา” มนสิชาเคยชวนยายของเธออยู่ด้วยกันที่นี่หลายครั้งแล้วแต่คุณยายก็ไม่ยอมมาอยู่ด้วย และที่มนสิชาต้องลาออกแล้วกลับไปอยู่ที่บ้านก็เพราะคุณยายของเธอไม่ค่อยสบายและคนที่เธอจ้างให้ดูแลก็ทนกับความดื้อของยายเธอไม่ได้

“แล้วกลับไปจะไปทำงานอะไรล่ะ สาขาที่ไทยตอนนี้ก็ตำแหน่งไม่ว่างเลย”

“ยังไม่รู้เหมือนกัน” มนสิชายังไม่ได้วางแผนอะไรเลยสักอย่างเพราะยังสนุกกับงานและไม่เคยคิดว่าจะต้องกลับประเทศบ้านเกิดเร็วแบบนี้

“มอลลี่ต้องกลับไปอยู่ที่เมืองไทยอย่างนี้อลันเขาว่ายังไงบ้าง”

อลันที่แพทริเซียพูดถึงคือแฟนหนุ่มของมนสิชาทั้งสองคบกันหลังจากที่หญิงสาวย้ายมาทำงานที่นี่ได้สองปีเขากับเธอคบหากันในฐานะคนรักแต่ยังไม่เคยพูดถึงเรื่องอนาคตเพราะต่างก็ยังอายุน้อยด้วยกันทั้งคู่

“แล้วมอลลี่บอกเขาหรือยังว่าจะเดินทางพรุ่งนี้”

“บอกแล้ว”

“เขาว่ายังไงบ้าง”

“ก็มีบ่นๆ บ้าง” เธอรู้สึกเห็นใจแฟนหนุ่มอยู่บ้างเพราะจู่ๆ ตนเองก็ต้องกลับเมืองไทยอย่างกะทันหัน ซึ่งก่อนหน้านี้เธอไม่เคยพูดถึงการกลับไปอยู่ที่บ้านเลย

“แต่ถ้ากลับไปอยู่เมืองไทยแล้วก็อาจจะลองดูว่ามีงานอะไรที่อลันพอจะทำได้บ้าง”

“มอลลี่พูดเหมือนจะไม่กลับมาที่นี่อีกเลย อย่าลืมนะว่าหัวหน้ายังไม่เซ็นใบลาออก”

หัวหน้าของมนสิชาอนุญาตให้เธอกลับบ้านได้ตามที่เธอต้องการโดยยังไม่ต้องลาออกเพราะคิดว่าเธอคงไปไม่นานและก็กลับมาทำงานอีกครั้งถ้าทุกอย่างเรียบร้อย

“ก็พูดเผื่อไว้ก่อน ตอนนี้ยายของมอลลี่ก็อายุมากแล้ว ท่านไม่มีลูกหลานคนอื่นดูแล”

“แล้วทำไมงานเลี้ยงวันนี้อลันถึงไม่มาด้วยล่ะ”

“เขายังติดงานอยู่นะ แต่ตอนกลับเดี๋ยวอลันจะมารับ”

“แพทขออวยพรให้มอลลี่โชคดีนะ ไปถึงที่นั่นแล้วก็ส่งข่าวคราวมาบ้าง บางทีแพทกับเพื่อนๆ ที่นี่อาจจะไปเที่ยวหา”

“ได้เลยมอลลี่ยินดีต้อนรับทุกคน บ้านของมอลลี่อยู่ทางภาคเหนืออากาศไม่ได้ร้อนมาก”

“ดีเหมือนกันพวกเรา พวกเราก็ไม่เคยไปเที่ยวเมืองไทยสักทีสงสัยจะได้ไปกันก็คราวนี้แหละ”

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราความจริงข้อนี้คงไม่มีใครปฏิเสธ เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังอวยพรให้กับมนสิชาหรือเพื่อนๆ ที่นี่จะเรียกเธอว่ามอลลี่เพราะง่ายต่อการออกเสียง

หญิงสาวรู้สึกใจหายที่จะต้องจากทุกคน แต่เทคโนโลยีสมัยนี้ก็ทำให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้และมันคงทำให้เธอคลายความคิดถึงลงได้บ้าง ขนาดเพื่อร่วมงานยังรู้สึกขนาดนี้แล้วกับอลันล่ะ เธอไม่รู้เลยว่าถึงนาทีที่ต้องจากเขาจะรู้สึกใจหายมาแค่ไหน

มนสิชาเดินแยกจากเพื่อนแล้วก็เดินมายืนรอแฟนหนุ่มซึ่งเขาโทรมาบอกว่ากำลังลงจากรถไฟและจะเดินมารับเธอที่หน้าผับ

“มอลลี่รอนานไหม” อลันมาถึงหลังจากผ่านไปสิบนาทีตามที่เขาบอก ชายหนุ่มเป็นชาวอเมริกันแท้ที่มีรูปร่างสูงโปร่งผิวขาวจมูกโด่งคิ้วเข้มมีไรหนวดสีเขียวครึ้มบริเวณสันกรามเสริมให้ใบหน้านั้นดูหล่อเหล่าจนบางครั้งก็เคยมีคนมาเสนอให้เขาไปเป็นนายแบบถ่ายภาพนิ่งซึ่งก็มีหลายงานที่อลันรับเพราะค่าจ้างที่ได้ค่อนข้างจะมากอยู่พอสมควร

“ไม่นานเลย อลันมาตรงเวลา”

“หิวไหมเมื่อกี้ได้กินอะไรหรือเปล่า ผมเอาเบอร์เกอร์มาด้วย”

“ขอบใจนะ” มนสิชารับแฮมเบอร์เกอร์ที่เขาแกะกระดาษออกให้เรียบร้อยแล้วเข้าปากด้วยท่าทางอย่างเอร็ดอร่อย

“เราจะเดินกลับหรือเรียกรถดีละมอลลี่” อลันและมนสิชาไม่มีรถขับเพราะการเดินทางที่นี่สะดวกสบายจนไม่คิดจะซื้อรถ

“เดินไปดีกว่า มอลลี่อยากเดินคุยกับอลันไปเรื่อยๆ”

“ได้สิ ผมก็อยากเดินจับมอลลี่ไปแบบนี้เหมือนกัน”

หญิงสาวมองหน้าเขาแล้วยิ้มก่อนจะหันมาสนใจแฮมเบอร์เกอร์เจ้าดังที่เธอชอบทาน แต่วันนี้กลับรู้สึกว่ารสชาติของมันช่างฝืดคอจนแทบกลืนไม่ลง

“ไม่อร่อยเหรอ” อลันเห็นว่าคนรักกัดไปเพียงไม่กี่คำขณะที่เขานั้นกำลังจะกัดคำสุดท้ายเข้าปาก

“อร่อย แต่เมื่อหัวค่ำมอลลี่กินข้าวไปเยอะ อลันเอาของมอลลี่ไปกินนะ”

“ได้สิ” ชายหนุ่มรับแฮมเบอเกอร์ในมือของแฟนสาวมากัดอย่างไม่รังเกียจ กัดเพียงไม่กี่คำแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นโตก็หมด เขาทิ้งกระดาษลงถังขยะแล้วรับน้ำในมือของหญิงสาวมาดื่มก่อนจะทิ้งขวดลงในถังขยะแล้วจับมือกันเดินไปตามถนนที่ทอดยาวที่ดูเหมือนว่าบรรยากาศมันจะดูเหงาๆ กว่าทุกครั้ง

ตอน 2

ขณะที่เดินจับมือกันมนสิชาก็หันหน้าไปมองอลันเป็นระยะๆ ความรู้สึกของเธอตอนนี้คือไม่อยากจากชายหนุ่มคนนี้ไปเลยสักนิด แต่ความจำเป็นมันก็ทำให้เธอต้องเลือกทำตรงกันข้ามกับสิ่งที่ตนเองต้อง

เพราะก่อนหน้านี้สองสัปดาห์ยายของเธอมีอาการอืดแน่นท้อง น้าสายหยุดคนที่เธอจ้างให้มาช่วยดูแลจึงพายายไปที่คลินิกจากนั้นหมอก็ให้ยาลดกรด ยาช่วยย่อยและยาเคลือบกระเพาะมาทาน แต่ทานจนหมดอาการก็ยังไม่ดีขึ้น

หญิงสาวจึงบอกให้น้าสายหยุดพาไปที่โรงพยาบาลเอกชนและให้ตรวจร่างกายอย่างละเอียดซึ่งผลการตรวจก็พบว่าท่านมีอาการของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบและต้องทำการฉีดสีเพื่อดูว่ามีเส้นเลือดเส้นไหนบ้างที่ตีบเพื่อจะทำการรักษา แต่ที่น่าหนักใจมากไปกว่าไม่ใช่อาการของโรค แต่เพราะคุณยายของเธอยังไม่ยอมไปรักษาตามนัดที่โรงพยาบาลเอกชน

แต่ท่านจะรอไปตรวจที่โรงพยาบาลของรัฐบาลซึ่งท่านสามารถรักษาได้ฟรีเพราะใช้สิทธิ์เบิกของข้าราชการบำนาญ แต่คิวที่โรงพยาบาลรัฐบาลนั้นค่อนข้างจะยาวเพราะต้องทำตามความเร่งด่วนซึ่งมีคนอีกมากที่อาการแย่กว่าคุณยายของเธอ

เรื่องนี้มนสิชาก็ร้อนใจเป็นอย่างมากหญิงสาวใช้เวลาตัดสินใจเพียง 1 ชั่วโมงก็ยื่นใบลาออกกับหัวหน้าเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับยายเธอคงจะเสียใจมากถ้าไม่รีบกลับไปดูแลท่านในขณะที่ทุกอย่างมันยังไม่แย่

“แกรนด์มาของมอลลี่อาการเป็นยังไงบ้าง” อลันถามขึ้นเมื่อเห็นว่าวันนี้แฟนสาวของเขานั้นเงียบผิดปกติ

“วันนี้มอลลี่คุยกับคุณยายท่านบอกว่าอาการปกติหลังจากหมอให้ยาขับปัสสาวะมาแล้วก็เหมือนว่าเท้าที่บวมอยู่จะหายไปอาการอืดท้องก็ไม่ค่อยมีแล้ว”

“ถ้าอาการของยายดีแล้วทำไมมอลลี่ยังจะต้องกลับด้วยล่ะผมไม่อยากให้มอลลี่กลับเลย”

“มอลลี่ต้องกลับสิคะอลัน ยายต้องฉีดสีดูว่ามีเส้นเลือดที่ไหนอุดตันหรือตีบลงบ้างเพื่อจะได้รักษาได้ทันเวลา”

“แต่การฉีดสีมันไม่อันตรายนะ”

“ไม่อันตรายแต่ที่หนักใจก็คือยายไม่ยอมไปโรงพยาบาลที่มอลลี่บอกไงละ” เธอไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงให้กับแฟนหนุ่มเข้าใจถึงสิทธิ์การรักษาของคุณยาย

“ถ้าคุณยายรักษาหายแล้วมอลลี่จะกลับมาทำงานที่นี่อีกไหม” เขาถามอย่างมีความหวัง

“เรื่องนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน” หญิงสาวให้คำตอบกับเขาไม่ได้ แม้อยากจะกลับมาแต่เธอก็ไม่อยากทิ้งให้ยายไว้กับคนอื่น

“ถ้าคุณต้องกลับไปอยู่เมืองไทยถาวรแล้วผมล่ะ คุณจะทิ้งผมเหรอ”

“มอลลี่ไม่ได้ทิ้งคุณนะคะ อลันเพียงแต่ช่วงนี้มอลลี่ต้องกลับไปดูแลยายส่วนเรื่องของอนาคตก็อาจจะกลับมาทำงานที่นี่อีกหรือเปล่าก็ยังไม่แน่เลยค่ะ”

“เรื่องนั้นเราค่อยคุยกันอีกทีดีไหม ผมเกิดที่นี่โตที่นี่ถ้าผมต้องไปอยู่เมืองไทยผมก็ไม่รู้จะทำงานอะไร” แม้จะรักหญิงสาวมากแต่อลันก็ยังไม่กล้าจะทิ้งทุกอย่างที่นี่เพื่อตามเธอไปอยู่ที่ประเทศไทย

“มอลลี่เข้าใจ”

“ผมรักคุณนะมอลลี่ ไม่อยากให้คุณจากไปเลย”

“มอลลี่ก็รักคุณอลัน มอลลี่สัญญาจะโทรหาคุณให้ได้บ่อยที่สุด” แม้เวลาจะต่างกันถึง 12 ชั่วโมงแต่มนสิชาคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย

“เป็นไปได้ไหมถ้ามอลลี่จะพาแกรนด์มาย้ายมาอยู่ด้วยกัน”

“มอลลี่จะพยายามคุยกับคุณยายอีกครั้งนะ” เธอก็อยากให้คุณยายย้ายมาอยู่ที่นี่ แต่พูดไปหลายครั้งท่านก็ไม่ยอม มนสิชาได้แต่หวังว่าการที่ยายป่วยในครั้งนี้ท่านจะยอมใจอ่อนย้ายมาอยู่ที่นี่กับเธอ เหตุผลหนึ่งที่มนสิชาอยากให้ยายย้ายมาอยู่ที่นี่ก็เพราะที่นี่เธอสามารถหาเงินได้มากกว่าที่เมืองไทย ถ้ากลับไปอยู่ที่บ้านหญิงสาวก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะทำงานอะไรถึงจะได้เงินมากเท่าที่นี่

“อีกไม่กี่ชั่วโมงเราก็จะจากกันแล้วนะมอลลี่” อลันมองไปยังตึกข้างหน้าซึ่งเป็นอพาร์ทเม้นท์ของมนสิชา เขากับเธอคบกันมาเกือบจะสองปีแต่ทั้งสองก็ยังไม่เคยมีอะไรเกินเลยไปมากกว่าการจูบด้วยเหตุผลที่ว่าหญิงสาวยังไม่พร้อม

เรื่องนี้ทั้งสองเคยทะเลาะกันอย่างหนักถึงขั้นเลิกกันไปเกือบเดือนแต่อลันก็กลับมาง้อเธอและเมื่อได้ฟังเหตุผลของหญิงสาวเขาก็เข้าใจดี และรอคอยให้ถึงวันที่เหมาะสมซึ่งอลันไม่มีทางรู้เลยว่าวันนั้นมันจะมาถึงไหม ในเมื่ออีกไม่กี่ชั่วโมงมนสิชาก็จะต้องกลับไปเมืองไทยแล้ว

“ขึ้นไปดื่มกาแฟก่อนไหมคะ” หญิงสาวถามหลังจากที่เดินมาถึงหน้าอพาร์ทเม้นท์

“ได้สิ ผมอยากอยู่คุยกับมอลลี่จนถึงตอนเช้า แล้วเราจะได้ไปสนามบินพร้อมกัน” น้อยครั้งมากที่มนสิชาจะชวนเข้าขึ้นไปบนห้องแบบนี้ และเมื่อคิดว่าอีกนานกว่าจะได้เจอกันอีกอลันก็ไม่อยากปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป

“พรุ่งนี้ไม่ไปทำงานเหรอคะ”

“ไปสิครับ แต่ผมบอกหัวหน้าไว้แล้วว่าอาจจะเข้าสายหน่อย”

“ขอบคุณนะคะอลัน” ไม่มีคำพูดใดที่เธอจะพูดกับเขาในเวลานี้เพราะความรู้สึกมันอัดแน่นจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมานอกจากขอบคุณที่เขาเข้าใจถึงความจำเป็นของเธอ

อพาร์ทเม้นท์ที่มนสิชาพักอยู่นั้นบริษัทจ่ายค่าเช่าให้ ของใช้จำเป็นเธอเก็บลงกระเป๋าแล้ว แต่มีบางอย่างที่เก็บใส่กล่องและขอฝากไว้ที่นี่ก่อนเพราะหญิงสาวยังไม่แน่ใจว่าตนเองจะอยู่ที่เมืองไทยตลอดหรือจะกลับมาที่นี่อีก ถ้าหากเป็นอย่างแรกเธอก็จะให้คนที่นี่ส่งของทั้งหมดตามไปอีกที

มนสิชาเดินนำชายหนุ่มเข้ามาในห้องที่เก็บกวาดไว้อย่างเรียบร้อย

“อลันคะ มอลลี่ขอโทษที่ชวนคุณมาดื่มกาแฟแต่ไม่มีกาแฟให้ดื่ม มอลลี่ลืมนึกไปว่าเก็บของลงกล่องหมดแล้ว”

“ไม่เป็นไร” เขาไม่ได้อยากขึ้นมาดื่มกาแฟตั้งแต่เรก เขาแค่อยากขึ้นมาทำอะไรบางอย่างเพื่อให้เธอกลับมาหาตนเองอีก

ตอน 3

ทั้งสองนั่งพิงไหล่กันอยู่บนโซฟาตัวโตกลางห้องมนสิชารู้สึกใจหายที่จะต้องจากรักแรกเพื่อกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง

“อลันคะ มอลลี่อยากให้คุณรอ ได้ไหมคะ” เธอถามออกไปอย่างคนเห็นแก่ตัว มนสิชาอยากให้เขารอและคิดว่าตนเองอาจจะโน้มน้าวจิตใจของยายให้ย้ายมาอยู่ที่นี่กับเธอได้ หญิงสาวรักทั้งสองคนเท่าๆ กัน แต่ถ้ามันจำเป็นจะต้องเลือกคนใดคนหนึ่งเธอก็ไม่ลังเลที่จะเลือกยายเพราะท่านเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เกิดซึ่งเรื่องนี้เธอก็รู้สึกผิดกับอลันอยู่มาก

“แน่นอน ผมรอคุณได้เสมอ แต่ก่อนที่เราจะจากกัน คุณจะไม่ทำอะไรให้ผมมั่นใจหน่อยเหรอว่าระหว่างเราจะไม่เปลี่ยนแปลง”

“หมายถึงอะไรคะ”

“ผมว่าคุณเองก็น่าจะรู้นะ ว่าผมต้องการอะไร คุณให้ผมรอผมก็รอ และผมก็รอมานานแล้ว” อลันจุมพิตไปบนหลังมือของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา เขาเฝ้าทะนุถนอมเธอมานานแต่ยังไม่เคยทำอะไรในแบบที่คนรักทำกันเลยสักครั้ง

“แต่...”

“มอลลี่ เราจะต้องจากกันแล้วนะ” อลันพยายามหว่านล้อมอย่างเต็มที่

“มอลลี่รู้ค่ะ ว่าการคบกันของเรามันไม่เหมือนกับคู่รักคู่อื่นๆ แต่มอลลี่ก็ยืนยันว่ามอลนี่รักคุณนะคะ แต่ถ้าจะนอนกับคุณมันเป็นอีกเรื่อง”

“ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคุณจะหวงตัวไปถึงไหน” ชายหนุ่มกล่าวอย่างหัวเสีย

“มอลลี่ไม่อยากทะเลาะกับคุณเรื่องนี้อีกแล้วนะคะ ถ้าคุณจะโกรธหรือไม่พอใจมอลลี่ก็ขอโทษด้วย” มนสิชามีปมในใจเพราะเธอเกิดจากความผิดพลาด เธอจึงไม่คิดจะมีความสัมพันธ์กับใครถ้าหากยังไม่ถึงขั้นที่จะแต่งงาน และที่ผ่านมาอลันก็ยังไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลยสักครั้ง

มันเลยทำให้เธอยังไม่มั่นใจว่าการคบกันของเธอและเขาจะไปกันได้นานแค่ไหน

“ผมไม่อยากทะเลาะกับคุณหรอกนะ เอาเป็นว่าผมขอกลับก่อนแล้วกันเพราะถ้าผมอยู่กับคุณที่นี่ต่อ ผมก็ไม่รู้ว่าจะห้ามใจตัวเองได้ไหม ผมขอให้คุณเดินทางปลอดภัยนะมอลลี่ ถึงแล้วก็โทรหาผมด้วยนะ” พูดจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนโดยมนสิชาเองก็ลุกขึ้นตามเขา ทั้งสองสวมกอดกันอีกครั้งมนสิชาน้ำตาคลอเพราะไม่รู้ว่านี่จะเป็นกอดครั้งสุดท้ายของเธอและอลันหรือเปล่า

“ถ้าถึงแล้วมอลลี่จะรีบโทรหาคุณนะคะ”

พอชายหนุ่มเดินออกจากห้องไปแล้วหญิงสาวก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง เธอรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้นมันไม่ค่อยยุติธรรมสำหรับอลันเลย แต่เธอก็ไม่อยากจะเป็นเหมือนมารดาที่ท้องแล้วโดนคนรักทิ้งจนต้องหอบท้องโย้มาหายาย พอคลอดเธอออกมาได้ไม่กี่วันมารดาก็ฆ่าตัวตายแล้วทิ้งให้เธออยู่กับยายมาตั้งแต่ยังแบเบาะ

มนสิชามองนั่งอยู่ท่ามกลางความมืดรอจนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องเดินทาง หญิงสาวหวังว่าจะเห็นอลันที่สนามบินแต่ก็ผิดคาดเพราะรอจนกระทั่งถึงเวลาต้องขึ้นเครื่องเขาก็ไม่โผล่มา

การเดินทางจากคนรักครั้งนี้มันต่างจากครั้งก่อนๆ เธอเคยกลับไปเยี่ยมยายที่เมืองไทยมาก็หลายครั้งแต่ละครั้งที่ผ่านมาเธอจะจองตั๋วเครื่องบินขากลับไว้เรียบร้อย แต่ครั้งนี้มันมีเพียงแค่ตั๋วโดยสารไปที่เมืองไทยเพียงอย่างเดียว

ขณะที่เธอขึ้นไปนั่งบนเครื่องและปิดเครื่องและยังไม่ทันได้ปิดเครื่องมือสื่อสารก็มีวิดีโอคอลมาจากอลัน หญิงสาวยิ้มอย่างดีใจที่เขาโทรหา เธอกดรับสายนั้นอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเมื่อครู่ต้องหุบยิ้มเมื่อกล้องจับภาพไปบนเตียงซึ่งบนนั้นมีอลันและซาร่าเพื่อนที่ทำงานของเขานอนเคียงข้างกันอยู่

“ซาร่า...”

“เครื่องยังไม่ออกใช่ไหม มอลลี่”

“กำลังจะออก แล้วทำไมเธอถึงไปอยู่กับอลันได้”

“ไม่ต้องแปลกใจหรอก เราสองคนก็อยู่กันแบบนี้มาได้สักพักแล้ว ที่ซาร่าโทรมาหาก็เพราะอยากจะโทรมาอวยพรให้มอลลี่เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย หวังว่าจะไม่กลับมาที่นี่อีก ซาร่าไม่อยากให้อลันต้องไขว้เขว”

“หมายความว่ายังไง”

“เห็นแบบนี้ยังต้องอธิบายอีกเหรอ ซาร่าก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจมอลลี่หรอกละ แต่ไหนๆ ก็จะกลับเมืองไทยแล้วก็เลยอยากจะบอกว่าจริงๆ แล้วซาร่ากับอลันเราไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดา ก็อย่างว่าแหละ มอลลี่ผิดเองที่ไม่ยอมเขา ผู้ชายนะเขาก็ย่อมมีความต้องการเป็นธรรมดา หวังว่าจะไม่โกรธกันนะ”

มนสิชาตัวแข็งทื่อ ที่ผ่านมาเธอรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของคนรักและทั้งสองมักไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เธอเคยถามถึงความสัมพันธ์แต่อลันก็ยืนยันว่าเขากับซาร่าเป็นแค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้น แต่จากภาพที่เห็นมันก็คงไม่ใช่อย่างที่เขาบอกกับเธอแน่ๆ

“ขอบใจนะซาร่า” เป็นคำพูดเดียวที่มนสิชานึกออกตอนนี้ การรับรู้เรื่องของซาร่าและอลันทำให้มนสิชาตัดสินใจได้แล้วว่าเธอจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกอย่างแน่นอน

หญิงสาวปิดโทรศัพท์และนั่งร้องไห้ราวกับคนเสียสติโดยไม่สนใจว่าใครจะมองยังไง มันจะเป็นการร้องไห้ให้กับความรักเป็นครั้งสุดท้าย พอถึงเมืองไทยเธอจะลืมเรื่องราวทุกอย่างที่นี่ให้หมด ซึ่งไม่รู้ว่าตัวเองจะทำได้อย่างที่คิดไว้ไหม

ระยะเวลาสิบกว่าชั่วโมงบนเครื่องบินมันช่างยาวนานมากสำหรับหญิงสาวความกังวลเริ่มมีมากขึ้นเมื่อกำลังจะถึงเป้าหมาย เธอลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิจากนั้นก็ต่อเครื่องไปลงยังจังหวัดลำพูนซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของตน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED