ตอน 1

พระเอก (ชื่อ ชิงถิง แต่ใครๆก็เรียก ต้าจื่อ แปลว่า เจ้านิ้วใหญ่)

- เป็นเด็กบ้านนอก ยากจนมาก

- โกรธรุนแรง หึงรุนแรง พูดน้อย ด่าเจ็บ

- ชอบกินเนื้อย่าง

- กล้าได้กล้าเสี่ยง

- เป็นคนหล่อ จนบ้านคนรวยหลายบ้านอยากแต่งเข้าจวน

- มีพี่น้อง 4 คน ชิงถิงเป็นคนโต มีน้องสาวอีก 3 คน

- ตอนเด็กเป็นเด็กอ้วน พอโตมาก็ผอมลง แต่ตัวสูงใหญ่

- ถึงจะบ้านจน แต่เพราะท่านปู่เคยเป็นทหาร จึงมีคนให้ความเคารพอยู่บ้าง แต่ตอนหลังได้รับบาดเจ็บจึงออกจากกองทัพ พ่อของชิงถิงไร้ความสามารถจึงสอบเข้ากองทัพไม่ได้ แม้ตำแหน่งในกองทัพของท่านปู่จะเป็นแค่นายกองเล็กๆ แต่สำหรับบ้านนอกแล้วถือว่ายิ่งใหญ่อยู่บ้าง ตอนหลังท่านปู่ล้มป่วย บ้านชิงถิงจึงยิ่งจนกว่าเดิม

นางเอก (ชื่อ เสี่ยวเหอ แปลว่า ดอกบัวน้อย)

- เป็นสาวน้อยขี้อาย ขี้กลัว ไม่กล้าเถียงใคร พ่อแม่ให้ทำยังไงก็ทำตาม

- ไม่ได้บ้านรวย แต่ก็ไม่ได้ยากจน มีไร่นา สวน และสัตว์เลี้ยง มีวัวมีม้า 3-4 ตัว

-มีเงินจ้างสาวใช้ 2-3 คนในบ้าน มีพ่อบ้านและบ่าวชายอีก 4 คน(ถ้าอยู่บ้านนอกก็คือคนรวยแหละ แต่ถ้าอยู่ในตัวเมือง เทียบเขาไม่ติด)

- มีพี่น้อง 9 คน ลูกสาว 5 คน ลูกชาย 4 คน เสี่ยวเหอเป็นคนที่ 3 พี่สาวและพี่ชายของเสี่ยวเหอเป็นพี่น้องร่วมแม่เดียวกัน แต่แม่ของเสี่ยวเหอตายหลังคลอดเสี่ยวเหอ พ่อเลยแต่งแม่ใหม่ และมีน้องอีก 6 คน

- ถึงแม้แม่ใหม่จะเป็นคนดี แต่ก็มีบางครั้งที่ลำเอียงซื้อของดีๆให้ลูกๆของตัวเอง รักเสี่ยวเหอเหมือนกัน แต่รักลูกๆของตัวเองมากกว่า ไม่เคยปล่อยให้เสี่ยวเหอและพี่ๆต้องหิว หนาว หรือไม่มีความรู้ แต่ก็จะแอบซื้ออะไรดีกว่านิดหน่อยให้ลูกตัวเอง ให้ขนมลูกตัวเองมากกว่าในบางครั้ง

- พี่ชายแต่งงานแยกบ้านไปอยู่ต่างเมืองแล้ว เหลือพี่สาวอยู่ แต่เสี่ยวเหอจะสนิทกับน้องสาวต่างแม่มากกว่า เพราะเป็นลูกคนกลางเหมือนกัน อายุไล่เลี่ยกัน ไม่ต้องแบกอะไรเยอะแยะ มีแค่ต้องทำตามพี่ๆ

- แม่ใหม่มักจะซื้อของดีๆให้น้องมากกว่า แต่เสี่ยวเหอก็เข้าใจ ไม่ได้เกลียดแม่ใหม่ มีน้อยใจบ้าง แต่สุดท้ายน้องต่างแม่ก็เอาเสื้อผ้ามาแบ่งกันใส่อยู่ดี ถือว่าความสัมพันธ์กับพี่น้องต่างแม่รักใคร่กลมเกลียวกันดี

- พี่สาวของเสี่ยวเหอจะรู้สึกแปลกแยกมากกว่า ไม่เป็นที่ต้องการมากกว่า เสี่ยวเหอยังเข้ากับพี่น้องใหม่ได้ ในขณะที่ตัวพี่สาวเหมือนตัวคนเดียวในบ้าน และยังอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีใครมาสู่ขอ เพราะผู้คนต่างเล่าว่าทั้งเสี่ยวเหอและพี่สาวจะนำความเดือดร้อนมาสู่บ้าน เนื่องจากแม่แท้ๆตายหลังคลอด เป็นอัปมงคล แม้ว่าแม่ใหม่จะพยายามหาคนมาดูตัว แต่ก็ไม่มีใครมาสู่ขอพี่สาว ถึงแม้น้องๆต่างแม่จะช่วยกันด่ากลับพวกขี้นินทา แต่พี่สาวก็ยังรู้สึกแปลกแยกอยู่ดี

เกริ่นนำเนื้อเรื่อง

เสี่ยวเหอและชิงถิงเป็นเพื่อนบ้านกัน อายุเท่ากัน เกิดปีเดียวกัน ชิงถิงเกิดกลางปี เสี่ยวเหอเกิดท้ายปี รู้จักกันตั้งแต่เด็ก เสี่ยวเหอเป็นคนสวย แต่ก็ไม่มีใครมาสู่ขอ ชิงถิงแอบชอบเสี่ยวเหอมาตั้งแต่เด็ก เพราะตอนเด็กๆเสี่ยวเหอชอบเอาขนมกับเนื้อย่างมาแบ่งให้ชิงถิงกิน

ตอนชิงถิงอายุ 15 น้องสาวคนกลางก็แต่งงาน (น้องอายุ 14 ) ตอนนั้นชิงถิงยังเด็ก ถึงจะเข้าป่าล่าสัตว์ได้ทุกวันแต่ก็ยังยากจน จึงไม่มีสินเดิมให้น้องสาว ชิงถิงจึงรู้ซึ้งว่าบ้านจนแล้วฝั่งสามีจะดูถูก น้องสาวของชิงถิงชอบกลับมาบ้านและร้องไห้บ่อยๆ พอชิงถิงอายุ 17 จึงเข้ากองทัพตามท่านปู่ เพื่อจะได้มีเงินเก็บไว้เป็นสินเดิมให้น้องสาวอีก 2 คนที่กำลังจะแต่งงาน

ชิงถิงชอบเสี่ยวเหอมานานมาก ชอบมากๆตั้งแต่เด็กและพัฒนาเป็นความรักแบบไม่รู้ตัว ชอบเพราะเสี่ยวเหอชอบแบ่งเนื้อย่างมาให้ชิงถิงกินบ่อยๆ ที่บ้านของชิงถิงยากจนเลยไม่ค่อยได้กินเนื้อ ในขณะที่บ้านของเสี่ยวเหอได้กินบ่อยๆ ถึงชิงถิงจะชอบเสี่ยวเหอมาก แต่มั่นใจว่าจะไม่มีใครขอเสี่ยวเหอแต่งงาน เพราะข่าวลือเรื่อง แม่ของเสี่ยวเหอตายหลังคลอดเสี่ยวเหอได้ไม่กี่ชั่วยาม ข่าวลือที่ว่าถ้าบ้านไหนแต่งกับเสี่ยวเหอหรือพี่สาว บ้านนั้นจะต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น ชิงถิงตั้งใจว่ารอจนน้องๆแต่งงานหมดก่อน ทำงานเก็บเงินอีกสักปี รออายุ 19-20 มีตำแหน่งเล็กๆในกองทัพแล้วค่อยมาสู่ขอเสี่ยวเหอ ตอนนี้แม้จะชอบเสี่ยวเหอมาก แต่ก็ไม่กล้าขอ เพราะตัวเองยากจนมาก เมื่อเทียบกับบ้านของเสี่ยวเหอ

ตัวเสี่ยวเหอเองไม่เคยรู้เลยว่าชิงถิงชอบตัวนาง ถึงแม้จะสนิทสนมกันมาก แต่เสี่ยวเหอก็คิดว่าทั้งคู่เป็นเพียงเพื่อนบ้านกัน และชิงถิงเป็นคนดีมาก แม้จะสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมาอย่างพิเศษตลอด แต่ก็คิดเพียงว่าเพราะชิงถิงเป็นคนมีสายตาเช่นนั้นอยู่แล้ว (อันที่จริงแล้วเสี่ยวเหอก็รักแหละค่ะ แต่เป็นแบบไม่รู้ตัวเพราะบ้านใกล้กันเกินไป)

ตอน 2

(ช่วงแรกๆ เสี่ยวเหอนางเอกของเรื่องจะเป็นผู้หญิงน่ารำคาญมากค่ะ คุณนักอ่านต้องเข้าใจว่าน้องไม่รู้ และคนไม่รู้ก็มักจะดูโง่เง่าน่ารำคาญ ทำอะไรก็ดูขัดข้องไปหมด ไร้หนทางจนน่ารำคาญ แต่ช่วยอย่าเพิ่งรีบเทกันนะคะ)

วันนั้น เป็นวันเกิดของเสี่ยวเหออายุครบ 19 ปีพอดี จู่ๆท่านแม่ก็เรียกเสี่ยวเหอไปพบ และบอกว่ามีคนมาสู่ขอ อีกฝ่ายเป็นพ่อค้าวาณิช ไม่ได้ขายสินค้าอะไรตายตัว เน้นเดินทางเอาสินค้าจากแคว้นหนึ่งไปทำกำไรที่แคว้นอื่นๆ และนำสินค้าจากแคว้นอื่นๆมาทำกำไรในแคว้นนั้นๆ สินค้าอะไรทำเงินได้ก็เอาหมด อายุเกือบ 35 ปีแล้ว มีลูกชาย 3 คน เคยแต่งงานแล้วและเมียตายไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน

ถึงเสี่ยวเหอจะรู้สึกไม่ยินดี แต่ถ้าท่านพ่อท่านเห็นดีด้วยแล้ว อย่างไรก็ต้องแต่ง เพราะอีกฝ่ายส่งแม่สื่อมาแล้ว ไหนจะอายุที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงในใจจะไม่อยากแต่งกับคนรุ่นลุงก็ตาม แต่เสี่ยวเหอก็เลือกจะทำตามที่ท่านพ่อท่านแม่สั่ง

เพียงแต่มีสิ่งหนึ่งที่เสี่ยวเหอห่วงที่สุด คือความรู้สึกของพี่หลันเหมย เหตุจจึงเป็นเสี่ยวเหอที่ได้เป็นคนแต่ง ในเมื่อพี่สาวก็ยังไม่ได้แต่ง และอายุเยอะมากแล้ว ถ้าเสี่ยวเหอแต่งงานแล้วพี่สาวจะเป็นเช่นไร ทุกวันนี้คนในหมู่บ้านไม่ว่าใครก็มองสองพี่น้องแปลกๆ ทำให้เสี่ยวเหอรู้สึกไม่สบายอยู่ลึกๆ

ท่านแม่ยังบอกอีกว่าอีกไม่ถึงเดือนก็จะเป็นเทศกาลซีซี ฝ่ายเจ้าบ่าวอยากจะเจอกับเสี่ยวเหอผู้เป็นเจ้าสาวสักครั้ง ท่านแม่จึงให้เสี่ยวเหอเตรียมตัว เพื่อไปเดินเล่นกับเจ้าบ่าวในเทศกาลซีซีก่อน และค่อยจัดงานแต่งหลังจากนั้น

หลังจากที่ทุกคนในบ้านรู้เรื่องงานแต่งครั้งนี้ เสี่ยวเหอรู้สึกว่าพี่สาวไม่ยอมมองหน้านางตอนกินข้าวเย็นวันนั้น หลายวันจากนั้นก็ไม่ยอมคุยกับนาง พยายามหลบหน้า เสี่ยวเหอรู้ดีถึงความกังวลของพี่สาว แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพี่สาวจึงโกรธตัวเอง เพราะเรื่องนี้นางไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจ ท่านพ่อท่านแม่ต่างหากที่เป็นผู้ตัดสินใจ เสี่ยวเหอทำใจกล้าเข้าไปคุยกับพี่สาวในคืนหนึ่ง

“พี่หลันเหมย ข้าเข้าไปหาได้หรือไม่?” เสี่ยวเหอเรียกอยู่นอกประตูห้องของพี่สาว

“เข้ามาสิ” พี่หลันเหมยตอบ

เสี่ยวเหอเข้าไปนั่งในห้องที่ปลายเตียงของพี่สาว อึกอักอยู่นานกว่าจะรวบรวมความกล้าพูดขึ้น

“ข้าไม่ได้อยากแต่งงาน หากว่าพี่หลันเหมยอยากแต่ง เดี๋ยวข้าจะบอกกับท่านแม่ให้ ถ้ายังไม่ได้จะไปขอร้องท่านพ่ออีกคน”

แต่ไม่มีเสียงตอบจากพี่สาว เสี่ยวเหอจึงหันไปมอง แสงเทียนในห้องส่องให้เห็นว่าพี่หลันเหมยทำหน้าตาโกรธเคืองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

”เจ้า! เจ้าโง่ไปแล้วหรือ เจ้าทำไมโง่เช่นนี้!” พี่สาวตะหวาดใส่เสี่ยวเหอ

“ออกไปจากห้องของข้าเดี๋ยวนี้!!” พี่หลันเหมยไล่เสี่ยวเหออย่างไม่สนใจความรู้สึกของน้องสาว สองมือกำหมัดจนแน่น ริมฝีปากสั่นระริกด้วยโทสะ

เสี่ยวเหอได้แต่ร้องไห้หนีไปนอนกับน้องสาวต่างแม่ ไม่กล้านอนคนเดียว ไม่อยากเชื่อว่าพี่สาวจะพูดรุนแรงเช่นนี้ แม้น้องสาวจะถามแล้วถามอีก แต่เสี่ยวเหอก็เอาแต่ร้องไห้ไม่ปริปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น

วันรุ่งขึ้นถึงได้รู้ว่าพี่สาวหนีออกจากบ้าน

ทุกคนเป็นห่วงกันมาก ท่านพ่อสั่งให้บ่าวในบ้านช่วยกันตามหาทั้งวันก็ยังไม่เจอ เหล่าน้องๆก็ออกไปตามหากันในที่ต่างๆที่พี่หลันเหมยมักจะไปก็ไม่พบ ท่านพ่อแทบจะต้องแบกหน้าไปของให้ลุงเซียงโถวช่วยส่งคนในหมู่บ้านไปตามหา แต่สุดท้ายหลังจากเลยยามเฉิน พี่สาวก็กลับมา แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร ถูกท่านพ่อทั้งดุทั้งตี แต่กลับไม่ร้องสักแอะ ยังคงปิดปากเงียบ

คืนนั้นเสี่ยวเหอแอบไปขอร้องท่านพ่อท่านแม่ให้พี่สาวได้เป็นคนแต่งงาน แต่ท่านพ่อท่านแม่ทำหน้าตาลำบากใจ ก่อนบอกว่าอีกฝ่ายเขาเจาะจงเลือกว่าต้องเป็นเสี่ยวเหอ ทั้งยังเอาวันปีเกิดของเสี่ยวเหอไปตรวจชะตาเรียบร้อยแล้วด้วย

เสี่ยวเหอได้แต่ร้องไห้นอนไม่หลับทั้งคืน

จากนั้นอีกสองสามวันต่อมาเสี่ยวเหอยังไม่ทันทำใจเรื่องพี่สาว ก็ต้องถูกแต่งตัวตั้งแต่เช้า ได้ใส่เสื้อผ้าที่งดงามที่สุดในชีวิต และนั่งรถเทียมวัวเข้าไปในตัวอำเภอพร้อมสาวใช้ชื่อ จื่อรั่ว กับแม่สื่อ เพื่อไปเดินเล่นในเทศกาลซีซีกับว่าที่เจ้าบ่าว

ระหว่างทาง เสี่ยวเหอได้ยินเสียงม้าวิ่ง เลยชะโงกหน้าออกไป เห็นชิงถิงใส่ชุดทหารกำลังควบม้าวิ่งผ่านสวนทางมา เสี่ยวเหอดีใจที่ได้เจอชิงถิงระหว่างทาง หลังจากไม่ได้เจอชิงถิงมาสักพักแล้ว ครั้งล่าสุดก็เมื่อปลายเดือนที่แล้วที่ชิงถิงกลับบ้านมาตอนสิ้นเดือน จึงเผลอตะโกนเรียกไปแบบลืมตัว

“ต้าจื่อ! ต้าจื่อ”

ชิงถิงได้ยินเสียงเรียกของเสี่ยวเหอจึงหยุดม้า เสี่ยวเหอมองเห็นเหมือนชิงถิงตกใจมาก จึงพยายามส่งยิ้มและถามว่า

“เจ้าจะรีบไปไหนหรือ?”

สีหน้าของชิงถิงกลับกลายเป็นโกรธแทน แต่เหมือนพยายามข่มเอาไว้ ลงจากหลังม้าและกำเชือกไว้แน่น ก่อนจะเค้นเสียงต่ำๆออกมาถามเสี่ยวเหอว่า

“แล้วเจ้าจะไปไหน?”

เสี่ยวเหอรู้สึกละอายและเสียใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงไม่ค่อยกล้าบอกชิงถิงเรื่องที่จะแต่งงาน อึกอักอยู่สักพัก สาวใช้จื่อรั่วจึงเป็นฝ่ายพูดเสียเอง

“พวกข้ากำลังจะพาคุณหนูรองไปในตัวเมือง เพื่อไปเดินเล่นกับคู่หมั้นในเทศกาลซีซีน่ะเจ้าค่ะ”

เสี่ยวเหอเห็นว่าชิงถิงหน้าซีดกว่าเดิม ในใจอยากจะถามว่าเป็นอะไรหรือไม่ แต่แม่สื่อกลับเร่งให้รีบเดินทาง

“ต้องรีบออกเดินทาง อย่ามัวแต่โอ้เอ้พูดคุยกับชายอื่นระหว่างทาง กำลังจะไปเจอคู่หมั้น เรื่องเช่นนี้ ไม่ค่อยดีงามนัก”

แล้วรถเทียมวัวก็เริ่มออกเดินทาง

ชิงถิงเหมือนนิ่งไป สักพักกว่าจะวิ่งตามรถเทียมวัวมา ทิ้งม้าไว้ที่เดิม วิ่งมาขวางทางเอาไว้เพื่อถามเสี่ยวเหอตรงๆว่า

“เจ้าจะแต่งงานแน่ใช่หรือไม่ เจ้าอยากแต่งด้วยจริง ๆ หรือ?”

แต่เสี่ยวเหอกลับตอบไม่ได้ จื่อรั่วจึงต้องเป็นฝ่ายพูดอีกครั้ง

“ตอนนี้ คุณหนูรองของข้าเหลือเพียงแค่ทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน ฝ่ายชายเอาสินสอดมาให้แล้ว แม่สื่อก็มาแล้ว ชะตาก็ตรวจแล้วเช่นกันเจ้าค่ะ”

ตอน 3

ชิงถิงเงียบอยู่ราวกับจะรอคำตอบจากเสี่ยวเหอเท่านั้น แต่เสี่ยวเหอกลับเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตา จนแม่สื่อต้องเร่งอีกครั้ง หลังจากนั้นชิงถิงจึงไม่ตื้อถามอีก เดินกลับไปขี่ม้าและจากไปทันที

เสี่ยวเหอเดินทางไปเช่าโรงเตี๊ยมนอนด้วยความรู้สึกหนักหน่วง คล้ายกับมีใครกำลังทุบอกข้างซ้าย แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร รอจนเย็นก็ออกไปพร้อมสาวใช้และแม่สื่อ ไปเดินเล่นในเทศกาลซีซีกับผู้ชายอายุคราวลุง แถมทั้งอ้วนทั้งหัวล้านลงพุง

ตอนพบหน้ากันครั้งแรก เสี่ยวเหอเห็นว่าอีกฝ่ายพอใจในตัวนางมาก แต่เสี่ยวเหอกลับรู้สึกคลื่นไส้จะอาเจียนกับสายตาของเขาที่มองอย่างโลมเลียไม่ปิดบัง เสี่ยวเหอจึงเอาแต่ก้มหน้า จื่อรั่วจับมือให้เดินไปทางใดก็เดินไปทางนั้น จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเดินไปที่ไหนบ้าง

เพราะเป็นการเดินเล่นของคู่ชายหญิงที่ใกล้แต่งงาน พวกคนใช้ แม่สื่อและจื่อรั่วที่ติดตามมา เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งจึงจำเป็นต้องเดินตามหลังห่างๆ เพื่อให้คู่หมั้นได้คุยกันอย่างใกล้ชิด เสี่ยวเหอก็เอาแต่เดินก้มหน้า ไม่สนใจจะคุยกับคู่หมั้นแม้อีกฝ่ายจะพยายามชวนคุยแล้ว แต่สุดท้ายก็เริ่มรู้สึกเบื่อที่ฝ่ายหญิงไม่พูดคุยโต้ตอบ ไม่นานก็ต่างคนต่างเงียบ สักพักเสี่ยวเหอก็พบว่าตัวเองหลงทาง เพราะคนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะมาก

เสี่ยวเหอพยายามมองหาคนรู้จัก แต่ก็ไม่คุ้นหน้าใครเลย สุดท้ายจึงหยุดเดินและตั้งใจจะกลับโรงเตี๊ยม ไปอยู่ที่โรงเตี๊ยมรอน่าจะดีกว่าตามหาคน ถึงอย่างไร คนมากเช่นนี้คงตามหากันไม่เจอ พรุ่งนี้ค่อยขอโทษฝ่ายชายก็น่าจะได้ เสี่ยวเหอจึงเดินกลับทางที่ผ่านมา แต่เพราะผู้คนเยอะมากและไม่แน่ใจว่าตอนนี้อยู่ที่ใดกันแน่ เสี่ยวเหอเป็นคุณหนูบ้านนอกที่ไม่ค่อยได้เข้าตัวอำเภอ ไม่ต้องคิดว่าตอนนี้เป็นกลางคืนอีกด้วย นางเองก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดินตลอดทางจึงหาทางกลับลำบากมาก เดินไปมา ถูกชนหลายครั้ง สุดท้ายเสี่ยวเหอก็รู้ตัวว่าคงหลงทางแล้ว เพราะร้านค้าก็เริ่มน้อยลง แสงไฟก็สว่างน้อยลง

ทันใดก็มีมือผู้ชายใส่ชุดดำลากเสี่ยวเหอ เดินดุ่มๆเข้าซอยมืดๆ เสี่ยวเหอตกใจมากจนร้องไม่ออก มืออีกข้างพยายามทั้งตีทั้งแกะมือแข็งแรงที่ลากตัวเองอยู่ เสี่ยวเหอแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ แต่พอเงยหน้ามอง กลับจำได้ว่าคนตรงหน้าคือชิงถิง แม้เขาจะใส่ชุดดำปิดหน้าเอาไว้ครึ่งหนึ่ง เสี่ยวเหอจึงหยุดเดิน จนชิงถิงต้องหันมามองว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดเสี่ยวเหอไม่เดินต่อ

"เจ้าอยากกลับไปเดินเล่นกับเจ้าหมูตอนนั่นหรือ?" ชิงถิงถามด้วยเสียงโกรธๆ

เสี่ยวเหอส่ายหน้า น้ำตาใกล้จะไหลออกมา ชิงถิงไม่สนใจลากให้นางเดินต่อ

ชิงถิงจับมือเสี่ยวเหอเดินผ่านซอยมืดๆและซุ้มประตูหลายครั้ง จนกระทั่งทั้งสองคนออกมาข้างนอกเมือง แสงสว่างและเสียงเทศกาลเริ่มจางลงจางลง จนในที่สุดก็มืดสนิท แต่ชิงถิงกลับยังคงลากให้เสี่ยวเหอเดินต่อไป ผ่านไปนานเสี่ยวเหอถึงเริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ พยายามเรียกให้ชิงถิงหยุดเดิน แต่ชิงถิงไม่สนใจ เอาแต่ลากนางอยู่นั่นแหละ จนเสี่ยวเหอสะบัดมือแรงๆ ชิงถิงจึงจำเป็นต้องหยุด

“ข้าต้องกลับไปแล้ว” เสี่ยวเหอพูด

เป็นเพราะมืดมากเสี่ยวเหอจึงไม่เห็นว่าชิงถิงทำหน้าโกรธทันที ก่อนจะตะคอกด่านางว่า

"เจ้าโง่หรือไง!"

เสี่ยวเหอตกใจน้ำเสียงที่โกรธจัดของชิงถิง เพราะไม่เคยเห็นเขาโกรธมากเช่นนี้สักครั้ง ปกติเขาไม่ค่อยยิ้มแต่ก็ไม่เคยตะคอกใส่นาง เพราะเขาเป็นคนใจดี มักจะเอาตุ๊กตาดินปั้นมาฝากนางบ่อยๆ

ตอนนั้นหลายสิ่งอย่าง วิ่งเข้าไปในใจของเสี่ยวเหอ ทั้งน้อยใจเรื่องพี่สาว ทั้งความว้าวุ่นใจทั้งหมดที่เจอช่วงนี้ เขายังจะดุใส่นางอีก ทำให้เสี่ยวเหอเริ่มร้องไห้น้ำตาไหล ก่อนจะส่งเสียงร้องไห้ดังๆออกมา เสี่ยวเหอร้องไห้อยู่นาน ไม่มีเสียงปลอบใจจากชิงถิง นางไม่เห็นหน้าชิงถิงเพราะเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ท่ามกลางความมืด แต่ยังคงรู้สึกถึงมือของเขาที่จับมือนางอย่างอ่อนโยนอยู่ตลอดไม่ปล่อย

เสี่ยวเหอร้องไห้จนพอใจ ใช้มืออีกข้างเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆ ถึงแม้จะยังมีเสียงสะอื้นอยู่บ้างแต่ก็ไม่มีน้ำตาแล้ว

“หนีไปด้วยกันเถอะ ข้าจะดูแลเจ้าตลอดชีวิตเอง” เสียงของชิงถิงดังผ่านความมืดและความเงียบของยามค่ำคืน

แม้จะเป็นการขอแต่งงานที่กะทันหันมาก เสี่ยวเหอตกใจ หัวใจเต้นแรงมาก แต่ก็เพียงครู่เดียว เพราะความจริงทุกอย่างก็ทำให้นางไม่กล้าแม้แต่จะคิด กลัวท่านพ่อท่านแม่จะเสียใจ ยิ่งนึกถึงคืนที่พี่สาวหนีออกจากบ้าน นึกถึงหน้าตาของท่านพ่อท่านแม่ที่รอมๆจะร้องไห้เพราะพี่สาวหายไป นางไหนเลยจะกล้าคิดทิ้งงานแต่ง หนีไปกับชายอื่น

สุดท้ายเสี่ยวเหอก็บอกว่า

“ข้าไปไม่ได้”

“ชิ” ชิงถิงอารมณ์เสียชัดเจนแต่ก็ไม่ตะคอกใส่นางอีก มือก็ยังไม่ยอมปล่อย ทั้งสองคนได้แต่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืด ไม่ขยับไปไหน

ยืนอยู่นาน ในที่สุดชิงถิงก็ยอมพาเสี่ยวเหอกลับมาที่โรงเตี๊ยม และเหมือนไม่มีใครสนใจที่นางหายตัวไป

ก่อนกลับชิงถิงบอกนางว่า

“ข้าให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง ข้าจะพาจ้าหนี คิดอีกที คิดให้ดีๆแล้วตอบตกลงกับข้าเถอะ”

เสี่ยวเหอไม่แน่ใจว่าชิงถิงต้องการอะไรกันแน่ บอกให้นางคิด แต่ก็คล้ายๆจะบังคับให้นางตอบตกลง ในน้ำเสียงยังเต็มไปด้วยอารมณ์อ้อนวอนขอร้อง แต่เสี่ยวเหอก็ส่ายหน้า ไม่ยอมพูดอะไร

ชิงถิงคล้ายจะโกรธขึ้นมาอีกครั้ง

“เจ้าอยากแต่งงานกับเจ้าหมูตอนนั่นหรือ!?” เขาถามดุๆ

แต่เสี่ยวเหอก็เอาแต่ส่ายหน้า ชิงถิงโมโหจนไม่รู้จะทำเช่นไรกับเด็กดื้อตรงหน้าดี สุดท้ายเขาเหมือนตัดสินใจบางอย่าง ดึงเสี่ยวเหอมาจูบปากแรงๆ จูบจนเสี่ยวเหอแทบละลายยืนไม่ค่อยอยู่ ก่อนจะปล่อยและบอกว่า

“ข้าไม่สนใจว่าเจ้าคิดอะไร แต่ข้ายอมให้เจ้าแต่งกับเจ้าหมูตอนนั่นไม่ได้”

พูดเสร็จก็หันหลังเดินจากไปทันที ทิ้งให้เสี่ยวเหอสับสนกับชีวิตและความรู้สึก ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ทุกอย่างประเดประดังเข้ามาเร็วมากจนนางตั้งตัวไม่ทัน ทั้งเรื่องแต่งงาน เรื่องพี่สาว เรื่องหนีตามเขา และเรื่องจูบ!

คืนนั้นเสี่ยวเหอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเข้าไปนอนในโรงเตี๊ยมอย่างไร เข้าไปตอนไหน หรือนอนหลับไปเมื่อใด แต่รุ่งขึ้นสาวใช้จื่อรั่วเห็นนางออกมาจากห้องพักก็ตกใจมาก แต่ก็พยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และใช้ข้ออ้างที่เสี่ยวเหอหายตัวไปมาตำหนิ

“คุณหนูหายไปไหนมา ข้าตามหาอยู่ทั้งคืน ต่อไปอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ”

“ข้าขอโทษ” เสี่ยวเหอได้แต่ขอโทษและรู้สึกผิดอย่างมาก โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าที่ผิดปกติของจื่อรั่ว

ถูกจื่อรั่วบ่นอยู่นาน ในที่สุดเสี่ยวเหอ จื่อรัวและแม่สื่อก็เตรียมกลับบ้าน ระหว่างทางเสี่ยวเหอก็ยังคงถูกจื่อรั่วบ่นตลอดทาง

วันต่อมาเสี่ยวเหอเห็นว่าจื่อรั่วมีรอยฟกช้ำเต็มไปหมด พยายามถามแล้ว แต่นางกลับบอกว่าเป็นแค่อุบัติเหตุ ตัวเองล้มระหว่างไปหาฟืน ตกเนินเขาเล็กๆ ไม่เป็นไรมาก เสี่ยวเหอสงสาร จึงลับห้องตัวเองเพื่อเอายาไปให้จื่อรั่ว ระหว่างทางเจอกับพี่หลันเหมยที่กำลังจะออกบ้านพอดี ตั้งแต่ที่พี่สาวหนีออกจากบ้านครั้งนั้น เสี่ยวเหอก็แทบไม่ได้คุยกับพี่สาว เหมือนพี่สาวจะพยายามหลบหน้าเสี่ยวเหอด้วย

“พี่หลันเหมย” เสี่ยวเหอเรียก

พี่สาวเห็นว่านางหอบยามาเยอะหลายขวด จึงถามว่า

“เจ้าจะเอายาไปไหนเยอะแยะ” นางถามโดยพยายามไม่มองหน้าเสี่ยวเหอ คงรู้สึกผิดที่ทำเรื่องเช่นนั้นไป แต่เสี่ยวเหอดีใจมากที่ในที่สุดพี่สาวก็ยอมคุยด้วย

“จื่อรั่วล้มตอนไปเก็บฟืนบนเขาน่ะเจ้าค่ะ ตัวฟกช้ำเต็มไปหมด ข้าเลยจะเอายาไปให้นางเจ้าค่ะ” เสี่ยวเหอตอบพร้อมรอยยิ้ม

แต่พี่สาวกลับโกรธมากแทน

“เหตุใดเจ้าโง่เช่นนี้!” หลันเหมยพูดใส่หน้าเสี่ยวเหอ

ทั้งยังแย่งขวดยาไปทุบทิ้งโยนทิ้งทั้งหมด พร้อมกับบอกว่า

“ข้าไม่อยากสนใจเจ้าอีกแล้ว”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED