ทำไมโชคชะตาถึงได้เล่นตลกกับเธอเช่นนี้หนอ...
วีรนุช ถอนใจออกมาอย่างกลัดกลุ้มเมื่อชีวิตของตนต้องมาถูกผูกติดกับชายหนุ่มจอมโหดที่ทำเหมือนโกรธเธอมาสักสิบชาติ อย่าง ธีธัช ลูเซียโน่ เฉิน ลูกชายคนรองของ คุณนรา ผู้เป็นแม่สามีของ วาสิฏฐี เพื่อนรักของเธอที่เพิ่งแต่งงานกับ ธีรดล ลูกชายคนเล็ก ของตระกูล ลูเซียโน่ เฉิน เมื่อหลายเดือนก่อน
และในงานฉลองสมรสของวาสิฏฐีกับธีรดล แม่เลี้ยงของเธอก็ไปป่วนงานจนทำให้เธอต้อง ตกกระไดพลอยโจน จู่ๆ ก็กลายเป็นคู่หมั้นของธีธัช
จากความช่วยเหลือของคุณนราทำให้เธอต้องกลายเป็นคู่หมั้นของธีธัช แต่นั่นคือสิ่งที่ผู้สูงวัยคิดและวางแผนไว้ แต่เมื่อเธอกับธีธัชอยู่กันตามลำพังและได้ทำข้อตกลงระหว่างกัน เธอก็คือ สาวใช้ ของเขาดีๆ นี่เอง ทำไมคุณหนูผู้เลอเลิศอย่างเธอจะต้องยินยอมทำตามข้อเสนอของเขาน่ะเหรอ นี่ล่ะที่มันน่าเจ็บใจ
ใช่ล่ะสิ.. เพราะตอนนี้เธอไม่มีทางเลือก และไม่อยากเสียหน้า ตอนนี้เธอคือหญิงสาวแสนธรรมดาและเข้าขั้นตกยาก ไม่มีงานและไม่มีเงิน อย่าได้พูดถึงฐานะอันสูงส่งก่อนหน้าที่เคยมีเคยเป็นเลย เพราะตอนนี้เธอยิ่งกว่ายาจกเสียอีก แต่สิ่งที่เธอจะไม่ยอมแน่ๆ เลยก็คือ เสียหน้า ยอมให้สามแม่ลูกนั่นดูถูกเหยียดหยาม ตั้งแต่ที่ เจ้าสัววีระ โชคสุขเกษม บิดาของเธอแต่งงานใหม่กับนางรตี พร้อมทั้งได้นำพานางรตีกับลูกสาวทั้งสองคือ รสา กับ ราศี เข้ามาในบ้าน ชีวิตคุณหนูที่แสนเพียบพร้อมของเธอก็มีอันสิ้นสุดลง เธอถูกสามแม่ลูกนั่นรังแก กลั่นแกล้งใส่ความต่างๆ นานา จนในที่สุดเธอกับบิดาก็ทะเลาะกันอย่างรุนแรง และเธอถูกไล่ออกจากบ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิด นั่นคือจุดพลิกผันหันเหของชีวิต
เธอต้องออกมาเผชิญชะตากรรมด้วยความยากลำบาก โดยไม่ได้มีใครมาช่วยเหลือเหมือนเช่นแต่ก่อนที่ทุกอย่างเสกได้ราวกับมีเวทย์มนต์ จากที่อยู่เฉยๆ ก็มีเงินใช้ไม่เคยขาด เฉิดฉายไปวันๆ ประสาผู้เกิดมาบนกองเงินกองทอง เธอจำต้องหางานทำเอง เลี้ยงดูตัวเอง และต้องยืนให้ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง เธอไม่อาจจะหวนกลับไปอย่างคนสิ้นไร้ศักดิ์ศรี ให้สามแม่ลูกนั่นดูถูกเหยียดหยามเธอได้ และก็ไม่อาจจะยอมพ่ายแพ้แก่โชคชะตาในครั้งนี้ ดังนั้นการที่มีคนของตระกูลลูเซียโน่ เฉิน หนุนหลัง ย่อมดีกว่า และการได้เป็นคู่หมั้นของธีธัช ก็ทำให้สองพี่น้องจอมริษยานั่นดีดดิ้นได้ มันก็คุ้มค่า แม้ว่าเบื้องหลังเธอจะต้องเป็นสาวใช้ที่ถูกเขาใช้งานเยี่ยงทาสก็ไม่ปานก็ตาม
“อย่าให้ถึงทีข้าบ้างนะเว้ย ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวยน้า..” วีรนุชตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ
“ตอนนี้ถึงทีที่เธอจะต้องไปล้างห้องน้ำแล้วไม่ใช่หรือไง รีบไปทำงาน อย่ามัวมานั่งฝันกลางวันอยู่แบบนี้”
เสียงห้าวทุ้มน่าฟัง แต่เธอกลับรู้สึกได้ยินได้ฟังแล้วขัดหูขัดใจเสียนัก หญิงสาวหันขวับไปมองร่างสูงตระหง่านของ คู่หมั้น แต่เพียงในนาม ที่ยืนอิงกรอบประตูกอดอกมองเธอด้วยแววตาของเจ้านาย ผู้อยู่เหนือทุกสรรพสิ่งบนโลกอย่างเดือดดาล แต่ต้องพยายามเก็บซ่อนความไม่พอใจเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
“ได้ ได้ค่ะ ได้เสมอ”
“ได้เสมอก็ไปทำ แล้วอย่าลืมทำความสะอาดห้องครัวที่เธอแทบจะพังมันด้วย หวังว่าวันนี้ฉันคงได้กินข้าวสักที หากฉันโมโหหิวขึ้นมา ระวังตัวไว้ให้ดีๆ”
ชายหนุ่มมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือเรือนหรูแล้วถอนใจ เมื่อตอนนี้เขายังไม่ได้กินอาหารเที่ยงเลยทั้งที่จะบ่ายสองเข้าไปแล้ว นั่นก็เพราะสาวใช้ตัวดีของเขาแทบจะพังห้องครัวขณะทำอาหารให้เขากินน่ะสิ
“สั่งได้สั่งดี ถ้าหิวมากนักทำไมไม่ทำกินเองเล่า”
หญิงสาวบ่นตามหลังคนที่มาสั่งงานเสร็จก็เดินออกไปอย่างฉุนเฉียว ดวงตากลมโตวาววับริมฝีปากจิ้มลิ้มขบเม้มแน่นอย่างขัดใจ
“รีบทำ อย่ามัวบ่น”
ไม่วายที่เสียงห้าวนั้นจะเอ่ยลอยมา หญิงสาวแลบลิ้นปลิ้นตาให้ลมให้ฟ้า แล้วเดินกระแทกเท้าไปล้างห้องน้ำและมาจัดเก็บห้องครัว ที่ข้าวของกระจัดกระจายและเลอะไปด้วยคราบสกปรกต่างๆ ที่ล้วนมาจากฝีมือของเธอ
“เฮ้อออ.. นี่อย่าบอกนะว่าคุณหนูวีวี่อย่างฉันกำลังเผชิญชะตากรรมในช่วงวัยเบญเพสอยู่ เทวดาฟ้าดินช่างโหดร้ายกับวีวี่เหลือเกินนนนน..” หญิงสาวโวยวายนั่งลงอย่างหมดแรง...
ธีธัชนอนอาบแดดบนชายหาดสวยอย่างอารมณ์ดี เขาหยุดพักร้อนสามเดือน และตระเวนล่องเรือยอร์ชลำหรูไปเรื่อยๆ แล้วแต่จะพอใจว่าจะขึ้นฝั่งที่ไหน โดยมีสาวใช้ส่วนตัวอย่างวีรนุชคอยรับใช้ และตอนนี้เขาขึ้นฝั่งมาพักบนเกาะส่วนตัว
เมื่อนึกถึงใบหน้าแดงก่ำด้วยโทสะของหญิงสาวแล้วชายหนุ่มก็ระบายยิ้มออกมาอย่างเสียไม่ได้ ไม่นึกเลยว่าโชคจะเข้าข้างเขาขนาดนี้ จู่ๆ ก็โยนแม่สาวตัวแสบที่ทำให้เขารู้สึกอับอายขายหน้าในคืนวันนั้นมาตกอยู่ในอาณัติ
“ยายแมงหวี่ตัวแสบ คอยดูเถอะฉันจะคิดบัญชีทบต้นทบดอกเลยทีเดียว”
เมื่อปีก่อนเขาไปเที่ยวคลับไฮโซสุดหรูแห่งหนึ่งกับเพื่อนนักธุรกิจ และที่นั่นเขาก็ได้เจอกับแม่สาวตัวเล็กแสนแสบนั่นมากับกลุ่มหญิงสาวสวยที่มารับ งานพิเศษ แน่นอนว่า งานพิเศษนี้เป็นอันรู้กันว่าเจ้าหล่อนต้องทำอะไรบ้าง เพื่อนๆ ของเขาต่างก็ควงคู่หญิงสาวสวยไปหาความสุขกันตามที่ปรารถนา แต่เขากลับได้ยายสาวตัวเล็กที่เมาแอ๋ตั้งแต่งานเริ่มมาแทน
ตอนนั้นเขาคิดว่านี่คงเป็นมิติใหม่ในการเอนเตอร์เทนลูกค้า แม่สาวสวยค่าตัวแพงหูดับกับสภาพที่เมาเละเทะ หน้าตาที่โบกเครื่องสำอางมาเสียหนาเตอะนั่นเลอะเทอะ จนมองไม่เห็นว่าใบหน้าที่แท้จริงของเธอนั้นเป็นอย่างไร นั่นไม่เท่าไหร่ แต่พอเขาพาเจ้าหล่อนขึ้นห้องที่จ่ายแพงแสนแพง เพื่อจะได้ระเริงสวาทให้หนำใจ จำต้องกลายเป็นช่วยแม่สาวที่เมาหัวราน้ำไม่ให้โดนพวกมารสังคมพาไปปู้ยี่ปู้ยำ เพราะคิดว่าเธออาจจะยังไม่บรรลุนิติภาวะ เพราะตัวเล็กเหมือนเด็กสาวเพิ่งโต
และนั่นล่ะ.. ด้วยความหวังดีของสุภาพบุรุษผู้ผดุงคุณธรรม วีรบุรุษช่วยสาวงาม แต่เหมือนทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป เจ้าหล่อนเมาและอาเจียนใส่เขาจนเปื้อนเปรอะไปหมด
เขาเรียกแม่บ้านของโรงแรมมาช่วยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ เพราะเขาเองก็ไม่ได้มีเสื้อผ้ามาเปลี่ยนจึงให้แม่บ้านใส่เสื้อคลุมอาบน้ำให้เธอไปก่อน ซึ่งเขาก็เห็นดีด้วยเพราะตอนนั้นเขาเองก็คิดอะไรไม่ออกเช่นกัน เมื่อจัดการแม่ตัวปัญหาเสร็จแล้วเขาก็ปล่อยให้เจ้าหล่อนได้ครอบครองเตียงกว้างเพียงลำพัง และเขาก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะเสื้อผ้าของเขานั้นเปื้อนเปรอะจนไม่สามารถจะนำกลับมาใส่ได้อีก เขาเองก็สวมใส่เพียงเสื้อคลุมอาบน้ำของโรงแรมเช่นกันและคิดว่าจะโทร. ไปสั่งการให้เลขาส่วนตัวนำเสื้อผ้ามาให้หลังจากนี้ แต่ไม่นึกว่าพอเปิดประตูห้องน้ำออกมาเขาก็เจอเจ้าหล่อนจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวและเขาก็เสียท่าให้กับเธอ
วีรนุช แม่สาวแสบตัวเล็กนิดเดียว แต่จับเขามัดไว้กับเตียงอย่างแน่นหนา ด้วยข้อหาที่เจ้าหล่อนยัดเยียดให้เขา เธอกล่าวหาว่าเขาเป็นพวกชายโฉดล่อลวงเธอมาทำมิดีมิร้าย เขาพยายามจะอธิบายว่าเขาคือคนที่ช่วยเธอขึ้นมาจากคลับนั้น เพื่อไม่ให้เธอถูกคนไม่ดีพาไปปู้ยี่ปู้ยำ และเธอเมาแล้วอ้วกใส่เขาจนต้องอยู่ในสภาพนี้ แต่ดูเหมือนคนที่เพิ่งสร่างเมาจะคุยไม่รู้เรื่องทั้งยังไม่ยอมฟัง และยังใช้ลิปสติกทาตามหน้าตาเนื้อตัวของเขาเป็นข้อความว่า
ผมเป็นผู้ร้ายโรคจิต ผมมันคนเลว
แล้วก็ถ่ายคลิปไว้เพื่อเป็นหลักฐานอีกต่างหาก หลังจากฝากความอัปยศให้เขาแล้ว เจ้าหล่อนก็หนีไปพร้อมกับทรัพย์สินของเขา ที่เธออ้างว่าเป็นค่าเสียหายที่เขาได้ล่วงเกินเจ้าหล่อนไปเสียอีก
ใบหน้าเรียวนวลใสยามไร้เครื่องสำอางดูน่ารัก ราวกับเด็กสาวแรกรุ่น ตาโตๆ ใสๆ กับปากจิ้มลิ้ม ช่างเจรจาต่อว่าเขาฉอดๆ นั่นๆ ธีธัชจำได้ดีทีเดียว เสียทรัพย์ไม่เท่าไหร่ แต่เสียหน้า เสียเหลี่ยมให้สาวหน้าใสขี้เมา ที่ไม่ต่างจากงูเห่าที่เขาผู้เป็นชาวนาช่วยไว้นี่สิ มันเจ็บใจเสียนัก...
หลังจากวันนั้นเขาก็ตามสืบเรื่องราวของเจ้าหล่อนแต่ก็ไม่พบเบาะแสอะไรเลย และเธอก็ไม่ได้เป็นสาวๆ ในกลุ่มที่เพื่อนของเขาได้จ้างมาด้วย แค่หลงเข้ากลุ่มมาและเมาไม่รู้เรื่อง สาวๆ พวกนั้นก็จึงเลยตามเลย เพราะบังเอิญว่าคนขาดไปหนึ่งคน ก็เลยเนียนๆ ให้เจ้าหล่อนเข้ากลุ่มมาด้วย และกรรมมันก็มาตกอยู่ที่เขานี่เอง...
แต่ในที่สุด หลังจากที่เขาเลิกสนใจที่จะตามข่าวคราวของเจ้าหล่อน วีรนุชก็กลับมาปรากฏตัวที่บ้านของเขาเสียเอง
ธีธัชหัวเราะชอบใจอยู่คนเดียวเมื่อคิดแผนจะเอาคืนแม่ แมงหวี่ตัวแสบ ฉายาที่เขาตั้งให้วีรนุช ในใจ
“ฉันจะทำให้เธอร้องไห้ขี้มูกโป่งเลยล่ะ แม่ตัวแสบ”
“อาหารพร้อมแล้วค่ะคุณชาย” เสียงใสๆ ของคนที่เขากำลังนึกแผนกลั่นแกล้งดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มปรายตามองถาดอาหารที่เจ้าหล่อนนำมาให้ ก่อนจะกลั้นขำจนปวดแก้มแต่แสร้งทำหน้าตาดุดัน
“นี่เธอยังกล้าเรียกมันว่าอาหารอีกเหรอ..”
ธีธัชมองสิ่งที่อยู่ในจานที่มองออกนิดหน่อยว่ามันคือเม็ดข้าวสวยที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะกินได้ เพราะดูเม็ดข้าวเหมือนจะสุกบ้างไม่สุกบ้าง และสิ่งที่วางอยู่บนข้าวที่เคยสวยคือท่อนไม้หรืออะไรสักอย่างดำปี๋ ที่เรียกได้ว่าไหม้เกรียม
“ทำไมมันจะเรียกว่าอาหารไม่ได้ นี่คือข้าวหมูทอด”
คราวนี้เขาเงยหน้ามองใบหน้าของคนที่บอกว่ามันคือข้าวหมูทอดแล้วก็ต้องหัวเราะก๊ากออกมา อย่างไม่สามารถกลั้นความขบขันเอาไว้อีกต่อไป เพราะใบหน้านวลนั้นกระดำกระด่างเปรอะเปื้อนด้วยคราบฝุ่นดำ มันย่อง ทั้งมีคราบแป้งที่น่าจะเป็นแป้งทอดกรอบ และผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าก็มอมแมม ตอนนี้ไม่เหลือคราบแม่สาวตัวร้ายที่เคยอวดดีกับเขาเลยแม้แต่น้อย
“นี่คุณ อย่ามาดูถูกอาหารฝีมือฉันนะ นี่คืออาหารชนิดแรกที่คุณหนูวีวี่อย่างฉันทำด้วยตัวเอง เป็นบุญวาสนาท่วมหัวของคุณแล้วที่ได้กินมันน่ะ” หญิงสาวหน้าตึงเมื่อเขาเอาแต่หัวเราะ ดูถูกอาหารฝีมือของเธอ
“ถ้าเธอว่ามันคืออาหารอย่างแรกที่เธอทำด้วยตัวเอง งั้นเธอกินให้ฉันดูก่อนสิ ถ้าเธอกินได้ฉันก็กินได้”
คราวนี้วีรนุชอึกอักเพราะมองๆ แล้ว ไอ้สิ่งที่เธอเรียกมันว่าข้าวหมูทอดในจานนี่ เธอเองก็คงกินไม่ลงเหมือนกัน
“ใครจะไปกินลง ขืนกินเข้าไป มะเร็งถามหากันพอดี”
“แล้วเธอก็ยังยกมันมาให้ฉันกิน แผนสูงนะเธอนี่”
“ฉันก็ไม่คิดว่าคุณจะโง่กินมันหรอก”
หญิงสาวกอดอกเชิดหน้า ไม่ได้คำนึงถึงสถานะสาวใช้อันต่ำต้อยของตนแม้แต่น้อย ธีธัชไหวไหล่น้อยๆ แล้วลุกขึ้นเต็มความสูงเดินไปหยุดตรงหน้าสาวเจ้า ที่ก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวเงยหน้ามองเขาจนคอตั้ง
“ใช่.. ฉันไม่โง่ และคิดว่าเธอคงไม่โง่จนคิดแผนจะแกล้งฉันให้กินอะไรแบบนี้ใช่มั้ย”
“แน่นอน.. ใครจะกล้า” หญิงสาวเสียงสูงพลางหลบตาคมดูมีพิรุธ ธีธัชซ่อนยิ้มในหน้าแล้วบอกเธอเรียบๆ
“ฉันหิวมาก เธอรู้ใช่ไหม” วีรนุชพยักหน้าหงึกๆ ไม่สบตา จึงไม่ได้เห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของเขา
“ดังนั้นเมื่อเธอบังอาจทำให้ฉันหิว เธอต้องรับผิดชอบ”
“อะไรกัน.. ท้องคุณกับท้องฉันก็คนละท้อง คุณหิวฉันต้องรับผิดชอบน้ำย่อยในกระเพาะคุณด้วยเหรอ”
“แน่นอนสิ.. เพราะเธอเป็นสาวใช้ประจำตัวของฉัน จะต้องรับผิดชอบอาหารการกินความเป็นอยู่ฉันทุกอย่าง ดังนั้นในเมื่อเธอบกพร่องในหน้าที่ เธอจะต้องรับผิดชอบ ฉันจะหักเงินเธอพันนึง หนึ่งพันต่อการทำให้ฉันไม่พอใจหนึ่งครั้ง นี่ถือว่าเมตตามากๆ เลยนะ เพราะปกติฉันไม่มีเมตตาให้พนักงานตัวเล็กๆ แบบเธอหรอก” วีรนุชอ้าปากค้างมองเขาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
นอกจากสัญญาทาสแล้ว เธอก็ยังมีเงินเดือนระหว่างที่เป็นสาวใช้กิตติมศักดิ์นี้ด้วย เดือนละห้าหมื่น ถือว่าเยอะพอสมควรสำหรับคนตกทุกข์ได้ยากแบบเธอ และเธอจำเป็นต้องมีเงินและต้องเก็บเงินเพื่อไถ่ถอนตัวเองจากสัญญาทาส จากอีตาธีธัชจอมมารร้าย แต่นับตั้งแต่เริ่มงานได้หนึ่งสัปดาห์ เธอถูกหักไปแล้วเกือบหมื่น แล้วแบบนี้กว่าจะสิ้นเดือน เงินเดือนของเธอจะเหลือถึงพันรึเปล่า เพราะพ่อเจ้าประคุณ เอะอะๆ หักเงินๆๆ หน้าเลือด โหดร้ายใจทมิฬอย่างที่สุด หญิงสาวคิดอย่างเดือดดาลในใจ
“หน้าเลือด โหดร้าย คุณมันไม่ใช่คน..”
“ฉันไม่ใช่คนอยู่แล้ว เพราะฉันเป็นเทพบุตรสุดหล่อ”
เขาพูดอย่างมั่นหน้า แต่วีรนุชนั้นจำต้องระงับโทสะเอาไว้อย่างสุดความสามารถ ตอนนี้เธอไม่อาจจะต่อกรกับเขาได้จริงๆ
เย็นไว้ยัยวีวี่ วันพระไม่ได้มีหนเดียว เข้าพรรษา ไม่ได้มีหนเดียว หนึ่งสัปดาห์มีเจ็ดวัน หนึ่งเดือนมีสามสิบวัน หนึ่งปีมี 365 วัน ต้องมีสักวันที่เป็นวันของเธอ.. หญิงสาวแก้มยุบแก้มพองพยายามระงับจิตระงับใจ...
“เอาล่ะๆ เอาเป็นว่า วันนี้เห็นแก่ว่าอากาศดี ฉันไม่หักเงินเธอก็ได้ แต่ตอนนี้ฉันหิวมาก ตามมานี่”
ธีธัชปรายตามองคนที่กำมือแน่น แก้มยุบแก้มพองตรงหน้ายิ้มๆ แล้วถอนใจออกมาเบาๆ ก่อนจะถือวิสาสะคว้าข้อมือเล็กให้เดินตามเขาไปหน้าตาเฉย และเจ้าหล่อนก็ขัดขืนไม่ได้ ต้องรีบสาวเท้าตามเขาไปอย่างไม่มีทางเลี่ยง
“จะพาฉันไปไหนเนี่ย”
“ไปหาอะไรกินน่ะสิ ไม่หิวรึไง”
“หิวสิ ถามได้ ทั้งหิวทั้งเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดแล้วเนี่ย”
หญิงสาวบ่นปอดแปดขณะเดินตามเขามาติดๆ จนมาหยุดที่ห้องครัวที่เธอเพิ่งจะทำความสะอาดไปเมื่อครู่ก่อน ธีธัชกวาดตามองห้องครัวที่ถูกเก็บกวาดแล้ว แต่ก็ยังมีร่องรอยวีรกรรมเหมือนโดนโจมตีด้วยขีปนาวุธจนยับเยินอยู่ก็ตาม...
“ไหนดูสิว่ามีอะไรในตู้เย็นบ้าง”
เขาปล่อยมือเล็กแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นขนาดใหญ่ที่บรรจุทั้งอาหารสดอาหารแห้ง ที่เขาให้คนซื้อของมาติดไว้ระหว่างที่พักอยู่ที่นี่ราวหนึ่งอาทิตย์ คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อย แล้วค่อยๆ หยิบข้าวของออกมาจากตู้เย็น
“ทำบะหมี่ก็แล้วกัน ไป าผักกวางตุ้งนี่ไปล้าง แล้วก็นี่”
ชายหนุ่มยื่นของให้ วีรนุชรับไปล้างโดยดีไม่อิดออด เดินไปที่อ่างล้างผักแต่ก็ไม่วายจะหันมาปรายตามองเขาเงียบๆ ร่างสูงใหญ่ทำให้ห้องครัวที่กว้างแสนกว้างดูเล็กและคับแคบไปถนัดตาทีเดียว ใบหน้าหล่อเหลาชนิดหนึ่งไม่มีสองที่ผสานความลงตัวระหว่างเอเชียกับยุโรปได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่ว่าจะเป็นรูปหน้าเรียวเหลี่ยมคมได้องศาที่รับกับดวงตาคมใหญ่สีเทาอมเขียว ภายใต้คิ้วเข้มดกหนานั่น จมูกโด่งเป็นสันสวยงาม รับกับริมฝีปากสีชมพูระเรื่อราวริมฝีปากอิสตรีของเขานั้น สวยงามกว่าหญิงสาวบางคนเสียอีก เธอยอมรับว่าเขาเป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าที่สวยมากทีเดียว หากว่าเขาแต่งตัวเป็นผู้หญิงก็คงจะสวยกว่าเธอเป็นแน่
และพลันเธอก็นึกถึงคืนที่เธอจับเขามัดไว้กับเตียง และเอาลิปสติกของตนทาปากให้เขาก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ธีธัชหน้าสวยจริงๆ นั่นล่ะ ยิ่งทาปากแดงๆ ยิ่งสวย.. และท่าทางแอบหัวเราะคิกคักของเธอ ทำให้ชายหนุ่มอดหมั่นไส้ไม่ได้ และคิดว่าเจ้าหล่อนคงคิดอะไรไม่ดีกับเขาเป็นแน่ แต่ก็ทำเป็นไม่ใส่ใจ ขณะต้มน้ำลวกเส้นบะหมี่และทำน้ำซุปสำหรับอาหารมื้อนี้ที่เกือบจะเย็นย่ำแล้ว
“หั่นผักเป็นรึเปล่า” เขาหันมาถาม หญิงสาวพยักหน้าหงึกๆ หั่นผัก หั่นหมูเธอทำได้ เพราะเคยได้ไปช่วยเป็นลูกมือวาสิฏฐีตอนอยู่ที่บ้านของเขาระยะหนึ่ง
“งั้นก็หั่นมา หั่นหมูด้วย” วีรนุชไม่รอให้เขาบอกซ้ำ เมื่อได้กลิ่นน้ำซุปหอมๆ ชวนน้ำลายไหลจากหม้อน้ำซุปที่กำลังเดือด ตอนนี้ขออิ่มท้องก่อนอย่างอื่นค่อยว่ากัน หญิงสาวบอกตัวเอง
“แล้วเธอมานี่ มาดูว่าต้มบะหมี่แบบมืออาชีพน่ะต้องทำไง”
หญิงสาวยกจานผักกับหมูที่หั่นเป็นชิ้นสวยงามมายืนข้างๆ เขาแล้วจับจ้องการทำบะหมี่ของเขาไม่วางตา
และในที่สุด บะหมี่เส้นเหลืองเหนียวนุ่มน่าประทานก็อยู่ในชามเรียบร้อย พร้อมกับเสียงท้องของเธอร้องโครกครากโดยไม่รักษาหน้าตาของเธอแม้แต่น้อย วีรนุชยิ้มแหยๆ ให้เขาแล้วรีบนั่งลงสูดกลิ่นหอมยั่วน้ำย่อยของบะหมี่ชามโตตรงหน้า
“หอมจริงๆ เลย เจ้านายของวีวี่นี่เก่งจังเลยเนอะ ทำอาหารก็เป็น หล่อก็หล่อ แถมใจดีอีกด้วย ทำอาหารให้สาวใช้ตัวน้อยๆ กินด้วย ข้าน้อยซาบซึ้งใจเสียนัก”
หญิงสาวทำท่าเลียนแบบท่าทางในภาพยนตร์จีน แล้วรีบหยิบตะเกียบมาจัดการบะหมี่ตรงหน้าอย่างหิวโหย ไม่รอให้เขาพูดอะไร ธีธัชเหลือบตามองเพดานกับความประจบประแจงของเธอ ที่ดูก็รู้ว่าหาความจริงใจไม่ได้สักนิด แล้วนั่งลงจัดการบะหมี่ตรงหน้าโดยไม่พูดอะไร เพราะตอนนี้เขาก็หิวจนตาลายแล้วเช่นกัน