ณ คอนโดมิเนียมสุดหรูย่านกลางเมือง ภายในห้องห้องหนึ่งมีสองร่างเปล่าเปลือยตระกองกอดแนบชิดผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างถึงพริกถึงขิง อุณหภูมิภายในห้องร้อนผ่าวประหนึ่งอยู่ในกองเพลิงทั้งที่แอร์ดิชันเนอร์เปิดอยู่ที่ 23 องศา เสียงครวญครางสุขสมคละเคล้าเสียงหอบเหนื่อยดังก้องห้อง ก่อนที่หญิงสาวจะเป็นฝ่ายยกธงขาวยอมแพ้ไป
“อื้อ พอแล้วค่ะ พริมเหนื่อย” ไม่พูดเปล่า เจ้าของเรือนร่างอวบอิ่มงดงามยกมือผลักยันแผงอกคนตัวสูงไว้พร้อมส่งสายตาออดอ้อน ทว่าไหนเลยเรือนร่างสูงที่คร่อมกายงามอยู่ตอนนี้จะเชื่อฟัง
“อีกครั้งเดียวนะครับคนดี พี่ยังไม่อิ่มเลย นะครับ” เสียงทุ้มนุ่มลึกชวนเสน่หากล่าวออดอ้อนโน้มใบหน้าคลอเคลียดวงหน้างามใต้ร่างตนไม่ผละหนี
“แต่ครั้งเดียวของพี่พีมันสี่ครั้งแล้วนะคะ ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง ตายอดตายอยากมาจากไหนคะ” เสียงหวานเอ่ยอย่างกระเง้ากระงอดจนคู่สนทนาอดไม่ได้ต้องกดจูบหนัก ๆ ที่ริมฝีปากบางช่างเจรจาหนึ่งที
“อดอยากมาจากพริมไงครับ ก็ใครใช้ให้พริมทิ้งพี่ไปทำงานต่างจังหวัดนานนับอาทิตย์เล่า รู้ไหมเจ็ดวันที่เราไม่ได้เจอหน้ากันพี่ทรมานขนาดไหน ปกติเวลาอยู่ด้วยกันก็ไม่ค่อยมีอยู่แล้ว”
“แล้วทำไมไม่ช่วยตัวเองล่ะคะ ทำอย่างกับไม่เคยขาดงั้นแหละ”
“มันไม่เหมือนกันนี่ครับ ช่วยตัวเองกับให้พริมช่วยความรู้สึกมันต่างกันนะครับ”
“แต่นี่มันเกินไปหน่อยไหมคะ พักหน่อยไม่ได้เหรอ พริมจะตายอยู่แล้วนะ!”
“ขออีกครั้งเดียวนะครับ ครั้งเดียวจริง ๆ ขอพี่ตักตวงหน่อยนะ เสร็จแล้วพี่จะให้พริมนอนพักนะครับ ดูสิ พริมไม่สงสารลูกชายพี่หน่อยเหรอ มันอยากทักทายลูกสาวพริมจะแย่แล้วนะ” ว่าพลางกดช่วงล่างแนบชิดกับร่างบางมากยิ่งขึ้น ทำให้คนหน้าสวยลอบกลอกตาตั้งท่าว่าจะปฏิเสธ แต่พอเห็นสายตาเว้าวอนที่มองมาแล้วก็อดจะสงสารไม่ได้
สุดท้ายก็ใจอ่อน... ยอมให้เขาตักตวงตามต้องการ
“ก็ได้ค่ะ แต่ครั้งนี้รอบสุดท้ายแล้วนะคะ พริมเหนื่อยมากจริง ๆ”
“ครับผม อื้ม”
ชายหนุ่มไม่รีรอวกหน้าจูบปิดปากร่างเล็กทันที รสจูบเรียกร้องชักนำให้หญิงสาวเคลิบเคลิ้มไปกับตนได้ไม่ยาก ครั้นอารมณ์เสน่หาของสาวใต้ร่างลุกโชน ชายหนุ่มก็เร่งปรนเปรอสวาท ตักตวงความสุขแสนหฤหรรษ์ที่ตนต้องว่างเว้นไปถึงเจ็ดวัน อย่างถึงอกถึงใจ
เขาส่งร่างบางให้ถึงปลายทางขอบฟ้าก่อนจะเร่งทะยานตามติดปลดปล่อยน้ำรักออกมาอย่างรุนแรงเต็มถุงยางอนามัยกลิ่นสตอร์เบอร์รี่ที่ซื้อมาจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นยี่ห้อที่สาวเจ้าชื่นชอบมากที่สุด
แฮก แฮก!
เสียงหอบหายใจของสองหนุ่มสาวดังสอดประสานอยู่นานนับหลายนาทีก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลง ชายหนุ่มพลิกตัวลงจากร่างบางแล้วถอดถุงยางอนามัยทิ้งลงถังขยะข้างเตียง ที่เจ้าตัวนำมาวางไว้ตั้งแต่เข้ามาในห้องพร้อมหญิงสาวแล้ว
รพีพัฒน์มองลูก ๆ ที่อยู่ในถุงยางอนามัยอย่างแสนเสียดาย ใจอยากให้มันเข้าไปเติมเต็มคนที่นอนเปลือยอยู่บนเตียงจะแย่ ทว่าไม่อาจเห็นแก่ตัว เพราะหากพลาดพลั้งขึ้นมาพวกตนจะมีชีวิตเล็ก ๆ อีกหนึ่งชีวิตที่ต้องรับผิดชอบดูแล แม้ว่าเขาจะพร้อมมากก็ตาม แต่ของแบบนี้ใช่ว่าเขาพร้อมแล้วฝ่ายหญิงจะพร้อมด้วย อีกทั้งตอนนี้ทั้งตนและคนรักยังไม่ได้แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามประเพณี ดังนั้นชายหนุ่มจึงได้แต่อดทนอดกลั้นสวมถุงยางอนามัยต่อไป
“เลิกมองได้แล้วค่ะ มองทุกครั้งไม่เบื่อหรือไงคะ” หญิงสาวพูดแกมขำ
ชายหนุ่มปรายตามองคนบนเตียงที่ตอนนี้สวมผ้าขนหนูปิดนวลเนื้อขาวผ่องชวนลิ้มลองเรียบร้อยแล้วก็ทอดถอนใจออกมากล่าวว่า “จะให้เบื่อได้ยังไงครับ ก็นี่มันลูก ๆ ของพี่ทั้งนั้นเลยนะ พี่ฆ่าลูกตัวเองนะครับ มันก็ต้องยืนไว้อาลัยกันหน่อยสิครับ”
จบคำพูดของชายหนุ่มหญิงสาวก็หัวเราะร่าออกมาอย่างไม่เก็บอาการ เล่นเอาเจ้าของคำพูดถลึงตาใส่เป็นยกใหญ่
“ไม่ตลกเลยนะครับ ถ้าพริมยังไม่หยุดขำรอบหน้าพี่ไม่ใส่ถุงยางนะบอกเลย พี่จะปล่อยลูก ๆ ของพี่เข้าไปในท้องพริมทุกหยาดหยดเลย ดีไหมครับ” ใบหน้าหล่อเหลาทำสีหน้าขึงขังจริงจังกอปรกับเสียงเข้ม ๆ แต่กลับไม่ได้ทำให้หญิงสาวกลัวเลยสักนิด
“แหม... พูดอย่างกับพี่พีไม่เคยปล่อยในพริมอย่างนั้นแหละ”
“มันไม่เหมือนกัน! ทุกทีที่พี่ปล่อยใน พริมอยู่ในระยะปลอดภัยตลอด แต่คราวนี้ถ้าพริมไม่หยุดขำหรือล้อเลียนพี่อีก พี่จะปล่อยในพริมทุกรอบทุกวันเอาให้ท้องไปเลย เป็นไง ดีไหมครับ ว่าไปพี่ก็อยากมีลูกอยู่พอดี อายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้วด้วย”
รพีพัฒน์พูดออกไปตามความจริง ด้วยตอนนี้ตนอายุ 29 ปีแล้ว ปีหน้าก็จะ 30 เป็นธรรมดาที่จะคิดเรื่องการมีครอบครัว เพราะไม่ว่าจะรูปร่าง ฐานะ หน้าตา ตนก็พร้อมสรรพ
“เป็นอะไรไปครับ เงียบเลย” ชายหนุ่มถามด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นระลอกคลื่นสั่นไหวในแววตาคนรัก
“พี่พีคะ พริม..”
“ไม่เป็นไรครับคนดี อย่าคิดมาก พี่รอได้” ชายหนุ่มพูดอย่างเข้าใจพร้อมยิ้มทรงเสน่ห์ให้อย่างไม่นึกหวง สายตาที่ทอดมองไปมีแต่ความห่วงใยหาได้มีแววโกรธหรือไม่พอใจอย่างที่ควรเป็น คบกันมาหลายปีเขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าคนรักของเขากำลังคิดอะไรอยู่
“พริมขอโทษนะคะ พริมแค่” ใบหน้าของหญิงสาวหม่นหมองพูดด้วยน้ำเสียงเจือความรู้สึกผิด มองสบตาชายคนรักแล้วสะท้อนใจ ไม่ใช่ว่าไม่รัก ไม่ใช่ว่าไม่อยากแต่งงาน แต่อะไรหลาย ๆ อย่างเบื้องหลังความสัมพันธ์ของครอบครัวฉุดรั้งเธอไว้ ทำให้ไม่สามารถทำตามที่ใจปรารถนาได้ในตอนนี้
“อย่าคิดมากสิครับ พี่รอได้ ขอแค่วันนี้พริมยังอยู่กับพี่ก็พอ ขอแค่พริมไม่ทิ้งพี่ไปไหนพี่ก็มีความสุขแล้วครับ” ชายหนุ่มว่าพลางส่งยิ้มอบอุ่นให้หญิงสาวคนรักที่ตอนนี้รู้สึกผิดน้ำตาคลอเบ้าจวนจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ จึงเร่งรีบตัดบทสนทนาไปด้วยไม่อยากให้หญิงสาวรู้สึกไม่ดีไปมากกว่านี้
“เหนื่อยไม่ใช่เหรอครับ ไปอาบน้ำเถอะนะคนดี เดี๋ยวพี่ทำความสะอาดเตียงรอ เสร็จแล้วจะได้มานอนพักผ่อนกันนะครับ”
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำอย่างว่าง่ายแล้วเดินหายไปในห้องน้ำ โดยมีรพีพัฒน์มองตามสุดสายตา
ภายในห้องอาบน้ำ
เรือนร่างระหงเปลือยเปล่าเผยผิวขาวนวลของหญิงสาวนอนทอดกายอยู่ภายในอ่างอาบน้ำจากุชชี่ หญิงสาวหลับตาพริ้มพอใจกับอุณหภูมิที่พอเหมาะของน้ำ ปล่อยให้ความอุ่นของน้ำชำระล้างความคิด ความเหนื่อย ความเมื่อยล้าไป
เมื่อน้ำที่อุ่นในตอนแรกเริ่มมีอุณหภูมิต่ำลง เปลือกตาของหญิงสาวก็เปิดขึ้น เธอมองไปด้านหน้าด้วยสายตาเฉยเมย
‘อย่าคิดมากสิครับ พี่รอได้ ขอแค่วันนี้พริมยังอยู่กับพี่ก็พอ ขอแค่พริมไม่ทิ้งพี่ไปไหนพี่ก็มีความสุขแล้วครับ’
จู่ ๆ ใบหน้าและคำพูดของชายคนรักก็ค่อย ๆ แทรกเข้ามาในห้วงความคิด ราวกับตระหนักได้ถึงเรื่องราวบางอย่างที่ถ่วงรั้งเธอมานาน แปรเปลี่ยนสายตาเฉยเมยของหญิงสาวกลายเป็นสายตาแห่งความมุ่งมั่นทันที
มัวรีรอกังวลอะไรอยู่พริมา มีคนที่รักเธอมากขนาดนี้อยู่เคียงข้าง ยังจะกลัวอะไรอีก?
นั่นคือความคิดแรกที่แวบเข้ามา ภาพความรักความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มมีให้ตั้งแต่รู้จักกันวันแรกในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง จนความสัมพันธ์ค่อย ๆ พัฒนา ผลิบานกลายเป็นความรักฉันหนุ่มสาว ยิ่งคิดรอยยิ้มของเธอก็กว้างขึ้นเรื่อย ๆ
พริม พริมา ย้อนคิดถึงวันวานอย่างมีความสุข หญิงสาวรู้จักกับรพีพัฒน์มา 6 ปีแล้ว ตั้งแต่ที่เธอไปศึกษาระดับปริญญาแห่งหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ประเทศอเมริกาตอนอายุ 19 ปี ซึ่งรพีพัฒน์เป็นหนุ่มรุ่นพี่ที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน
พริมายังจำวันแรกที่เธอก้าวเท้าเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัยได้ดี ตอนนั้นเธอค่อนข้างสับสนและกังวล เพราะไม่รู้ว่าควรจะใช้ชีวิตแบบไหน ห้องเรียนอยู่ตรงไหนก็ยังไม่รู้ เพื่อนก็ยังไม่มี เธอยืนละล้าละลังมองคนเดินขวักไขว่อย่างทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่เธอได้รู้จักกับรพีพัฒน์ด้วยเหตุบังเอิญ ทำให้อะไร ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยง่ายขึ้น
หลังจากทำความรู้จักกันและทราบว่าต่างคนต่างมาจากประเทศเดียวกัน รพีพัฒน์ก็ทำตัวเป็นรุ่นพี่ที่ดี คอยให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาเธอหลายอย่าง พร้อมทั้งแลกเบอร์แลกไลน์ไว้ติดต่อสื่อสาร เพราะเขาบอกว่า หากมีปัญหาอะไรให้ติดต่อหาเขาได้ทุกเมื่อ ตอนแรกพริมาก็เกรงใจ แต่พอรู้ว่าเขาเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่ง จนตอนนี้กำลังเรียนปริญญาโทปีสุดท้าย พริมาจึงกลืนก้อนความเกรงใจเอาไว้ แล้วขอความช่วยเหลือและคำแนะนำต่าง ๆ จากเขาตั้งแต่นั้นมา
รพีพัฒน์เป็นผู้ชายอบอุ่นทั้งยังดูแลเอาใจเก่ง เป็นธรรมดาที่หัวใจสาวน้อยอย่างเธอจะหวั่นไหว กอปรกับหน้าตาหล่อเหลาและสายตาอ่อนโยนของชายหนุ่ม ทั้งลักษณะนิสัยที่ดี เป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะไม่ชอบ
พริมาหลงใหลได้ปลื้มหนุ่มรุ่นพี่เสียจนแอบเอาไปฝันหวานอยู่คนเดียวบ่อยครั้ง แต่ก็เท่านั้นแหละ เธอทำได้แค่แอบชอบและต้องเก็บความรู้สึกที่มีเอาไว้ให้อยู่ลึกที่สุด ด้วยไม่อยากให้ความสัมพันธ์ที่ดีนี้พังทลาย พร้อมทั้งพร่ำบอกตัวเองว่าที่เขาทำดีด้วยก็เพราะเห็นใจที่เธอมาอยู่ต่างประเทศคนเดียว จึงใจดีดูแลในฐานะรุ่นพี่ที่มีต่อรุ่นน้องร่วมมหาวิทยาลัยเท่านั้น
ที่ย้ำตัวเองเเบบนี้ก็เพื่อว่า เธอจะได้ไม่รู้สึกกับเขามากเกินไปจนถลำลึกแล้วทำให้เธอตัดใจลำบาก ยิ่งหากวันใดวันหนึ่งเขามีคนรัก คนที่เจ็บก็จะเป็นเธอ ดังนั้นเก็บความรู้สึกดี ๆ นี้เอาไว้กับตัวเองจะดีกว่า ทว่าไหนเลยจะคาดคิด เรื่องไม่นึกฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเขาขอเธอเป็นแฟน!