บทนำ
สนามบิน…
ภาพความวุ่นวายของสถานที่ที่เต็มไปด้วยความอาลัยจากญาติ คนรัก ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนที่ต่างก็เดินทางมาส่งเพื่อเอ่ยคำร่ำลา หนึ่งในนั้นคือหญิงสาวรูปร่างรูปโปร่ง เจ้าของใบหน้าเศร้าหมองที่ใครได้เห็นเป็นต้องรู้สึกสงสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่รู้เรื่องราวในชีวิตเธอ
“เอาของไปครบแล้วใช่ไหม เสื้อกันหนาว ยาแก้ไข้ รูปครอบครัว…” เสียงเข้มของคนหน้าดุทำให้ ปาลิน สุธิราช มีรอยยิ้มได้ทุกครั้ง เธอจ้องมองเขาก่อนจะมองเลยไปยังคนสองคนที่อยู่ใกล้ๆ กัน
“ลินคงคิดถึงทุกคน…”
“ฉันเองก็คงคิดถึงแกเหมือนกัน แกแน่ใจแล้วใช่ไหมลิน เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ” คำถามของเพื่อนไม่ได้เปลี่ยนใจคนฟังได้เลยแม้แต่น้อย ทุกคนต่างรู้จักนิสัยของเธอดีว่าอะไรก็ตามที่เธอได้ตัดสินใจไปแล้ว จะไม่มีใครหรืออะไรมาเปลี่ยนแปลงมันไปได้ เพราะรู้ถึงได้เคารพการตัดสินใจ แม้ลึกๆ จะไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมา
“อืม เอาไว้แกว่างๆ ค่อยบินไปเยี่ยมฉันนะจี พี่ฝนด้วยนะคะ” เธอตอบก่อนจะหันกลับมาหาพี่ชายต่างมารดาอีกครั้ง พี่ชายที่ไม่เคยแสดงท่าทีรังเกียจกันเลยสักนิด ถึงแม้ว่ามารดาของเธอจะเป็นภรรยาอีกคนของพ่อเขา หรืออาจจะเรียกสั้นๆ ว่า เมียน้อย ก็คงไม่ผิดนัก
การมีอยู่ของเธอและแม่เกิดแดงขึ้นในวันที่แม่แท้ๆ ของเธอพาเธอมาแสดงตัวถึงไร่ภูสิงค์ ไร่ทานตะวันที่มีพ่อเลี้ยงอมรเป็นหัวเรือใหญ่ แน่นอนว่าเหตุการณ์ในวันนั้น สร้างความอื้อฉาวไปนานนับปีๆ ทีเดียว
แม่ของเธอเรียกร้องเงินถึงสิบล้านบาทจากชายผู้ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆของเธอ ก่อนจะทิ้งเธอไว้ที่หน้าไร่ทันทีที่ได้เงินตามที่ขอ และนั่นคือจุดเริ่มต้นสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องที่ได้ถือกำเนิดขึ้น จอมราชกับทุกคนไม่มีเลยสักครั้งที่จะแสดงท่าทีรังเกียจเธอโดยเฉพาะแม่มาลีที่เลี้ยงดูเธอเป็นอย่างดี ซ้ำยังอนุญาตให้เธอเรียกท่านว่าแม่ แม่ที่ถึงแม้จะไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่เธอก็รักท่านมาก รักมากพอๆ กับที่รักแม่ของตัวเอง
“ลินไปก่อนนะคะ” คำลานั้นกัดกินใจคนฟังไม่น้อย เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาจะต้องปล่อยให้น้องไปไกล ไกลจนรู้สึกใจหายไม่เบา
ยิ่งคิดถึงเหตุผลที่น้องต้องไปใจของคนเป็นพี่ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวด..
“รู้ใช่ไหมว่าฉันรักแก”
“ลินก็รักพี่จอมค่ะ” อ้อมกอดของพี่ยังคงอบอุ่นเสมอไม่ว่าจะเมื่อไหร่ มันทำให้เธอคิดถึงใครอีกคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วยกันขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ใครบางคนที่ป่านนี้คงกำลังมีความสุขอยู่ที่ไหนสักแห่ง
ใครบางคนที่แม้จะแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่เขากลับทำให้ผู้หญิงชื่อปาลินคนนี้มีความสุขมากมายเหลือเกิน และเธอจะขอจดจำมันเอาไว้
ให้ตายก็ไม่มีวันลืมว่าครั้งหนึ่งเคยได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับเขาในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย…
ลาก่อนนะคะ…พี่นุ!
ก่อนหน้านั้นสามเดือน
ภาพของสามีที่หมู่นี้มักจะกลับบ้านดึกอยู่เสมอทำให้ปาลิน สุธิราช ไม่อาจทนเก็บความไม่สบายใจเอาไว้ได้อีกต่อไป แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าสาเหตุของการกลับบ้านดึกของเขานั้นมีต้นเหตุมาจากอะไร ถึงจะรู้อยู่เต็มอก แต่เธอก็ยังอยากได้ยินมันจากปากของเขามากกว่าคนอื่นอยู่ดี
“หมู่นี้พี่นุกลับบ้านดึกบ่อยๆ งานยุ่งมากเหรอคะ” แต่กระนั้นเธอก็ยังเลือกที่จะไถ่ถามอย่างห่วงใยพร้อมส่งยิ้มอ่อนหวานไปให้ชายผู้เป็นที่รัก ผู้ชายเพียงคนเดียวที่ทำให้เธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้
ชายเพียงคนเดียว ที่ไม่ว่าจะเมื่อไหร่เขาก็ยังคงเป็นแสงตะวันของเธอเสมอ
“ครับ คราวหลังถ้าพี่กลับดึกอีกลินเข้านอนเลยนะ ไม่ต้องรอพี่” ปรเมศวร์ ตอบกลับภรรยาที่แต่งงานใช้ชีวิตคู่กันมากว่าสองปีด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย มันบอกให้อีกคนได้รู้ว่าเขากำลังมีเรื่องไม่สบายใจอยู่
“ลินนอนไม่หลับหรอกค่ะ จนกว่าพี่นุจะกลับมาถึงบ้าน แล้วนี่พี่นุทานอะไรมารึยังคะ หิวไหมเดี๋ยวลินไปทำอะไรให้ทาน” เมื่อสามีพยักหน้าให้ เธอจึงบอกให้เขาไปอาบน้ำ ส่วนตัวเองก็เดินหายเข้าไปครัวก่อนจะเริ่มต้นทำมื้อดึกง่ายๆเหมือนที่ทำเป็นประจำทุกวันอย่างเคยชิน
ระหว่างรอสามีอาบน้ำก็อดนึกถึงคำพูดของ ‘ศจี’ เพื่อนสนิทที่โทรมาหาเพื่อบอกถึงเรื่องบางอย่างที่ทำให้เธอต้องคิดมากจนข่มตานอนไม่หลับขึ้นมาไม่ได้ สุดท้ายจึงตัดสินใจออกมานั่งรอเพื่อถามความจริงจากปากของสามี และหวังว่าเขาจะมีคำตอบที่ดีมอบให้กับเธอ
“ดึกแล้วทำไมยังไม่เข้านอนอีกครับลิน เดี๋ยวพี่กินเสร็จพี่ล้างเองก็ได้ ดึกแล้วลินไปนอนเถอะ พรุ่งนี้เรามีประชุมเช้าไม่ใช่เหรอ” ปรเมศวร์เอ่ยถามเมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วพบว่าภรรยายังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน แม้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เขากลับบ้านดึก แต่ทว่าหมู่นี้นั้นภาพของภรรยาที่ชอบทำตัวติดเขาแจกลับทำให้รู้สึกแปลกๆ ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาที่คบหาดูใจจนในที่สุดเขาก็ได้เธอมาเป็นภรรยาสมใจนั้น มันไม่เคยมีความรู้สึกบ้าๆ นี้เกิดขึ้นในใจของเขาเลย
ไม่ได้รำคาญ แต่แค่รู้สึกอึดอัด…
“พี่นุ…จำศจีได้ไหมคะ พอดีวันนี้จีเขาโทรมาหาลินค่ะ เขาไปเยี่ยมคุณป้าแล้วบังเอิญเจอพี่นุกับพี่ช่อที่โรงพยาบาล เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ” ทว่าเมื่อเจอเข้ากับคำถามตรงๆ ของภรรยา กลับกลายเป็นปรเมศวร์เสียเองที่พูดอะไรไม่ออก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเขารู้สึกผิดที่โกหก ทั้งๆ ที่ใจไม่ได้อยากปิดบังเลยสักนิด แต่ที่เลือกจะไม่บอกเพราะรู้ว่าเรื่องนี้มันอาจทำให้เธอไม่สบายใจ และก็จริงอย่างที่คิด ภรรยาของเขาไม่เคยวางใจกับเรื่องนี้ ซึ่งเขาเองก็เข้าใจเธอในส่วนหนึ่ง
“พอดีว่าช่อเขาไม่สบาย ลินก็รู้นี่ว่าเขาไม่มีใคร เขาก็เลยโทรหาพี่ พี่ก็แค่พาเขาไปส่งโรงพยาบาลแค่นั้น ไม่มีอะไรหรอก” คำตอบนั้นไม่ได้ช่วยไขข้อสงสัยภายในใจแก่ปาลินเลยแม้แต่น้อย ถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมอดีตคนรักของเขาถึงยังเข้ามาวุ่นวายกับสามีของเธอไม่เลิก ทั้งๆ ที่เธอกับเขาก็แต่งงานกันมานานถึงสองปีแล้ว
ช่อลดา คือรุ่นพี่ในมหาลัยที่เธอมีโอกาสได้รู้จักผ่านพี่ชายอีกที ฝ่ายนั้นไม่เพียงเป็นถึงคนรักของหนุ่มที่ป๊อปที่สุดของรุ่นอย่างปรเมศวร์ แต่ยังเป็นดาวมหาลัยถึงสามปีซ้อน ความรักที่ใครได้เห็นเป็นต้องอิจฉาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอ ที่ตกหลุมรักปรเมศวร์ทันทีที่พี่ชายพาเขามาแนะนำให้ได้รู้จักในฐานะหนึ่งในเพื่อนสนิทของกลุ่ม แม้จะรู้ดีว่าหัวใจของเขามีใครอีกคนอยู่ก่อนแล้ว แต่เธอก็ยังเลือกที่จะเก็บความรักนั้นเอาไว้กับตัวจนกระทั่งเขากับผู้หญิงคนนั้นเลิกกันเพราะฝ่ายหญิงแอบไปมีคนอื่น ระยะทำใจของเขาทำให้เธอมีโอกาสแทรกตัวเข้าไปใกล้จน ในที่สุดก็เป็นเธอเองที่ตัดสินใจสารภาพรักเขาก่อน ซึ่งเขาก็ให้โอกาส
เกือบสองปีคือการแอบคบหาดูใจกันอย่างลับๆ ก่อนที่อีกสองปีต่อมาเขาจะคุกเข่าขอเธอแต่งงาน แน่นอนว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นดีเกินกว่าที่ฝันเอาไว้มาก แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เธอได้เขามาครอบครองแล้วจะไม่มีวันยอมปล่อยให้ใครมาพรากเขาไปจากเธออย่างเด็ดขาด ต่อให้คนที่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่เขาเคยรักมาก หรือไม่ก็อาจจะยังรักอยู่ก็ช่าง
“ที่พี่นุกลับมาบ้านช้า เพราะอยู่เฝ้าพี่ช่อที่โรงพยาบาลเหรอคะ”
ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะเป็นเธอเองที่เจ็บปวด แต่หากไม่ได้รู้คำตอบในคืนนี้เธอคงข่มตาไม่หลับซึ่งปรเมศวร์ก็รู้จักนิสัยขี้ระแวงนี้ของเธอดีกว่าใคร
“พี่ขอโทษลิน แต่ว่าช่อเขาไม่มีใคร…” แล้วลินล่ะคะ ลินมีใคร!
ปาลินได้แต่ตอบกลับภายในใจ ยิ่งคนของเธอแสดงอาการเป็นห่วงเป็นใยผู้หญิงคนนั้นให้เห็นมากเท่าไหร่ หัวใจของเธอก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น ไม่มีใครคนเห็นคนรักของตัวเองไปแสดงความห่วงใยผู้หญิงอื่นได้หรอก เธอมั่นใจ!
“ลินครับ อย่าคิดมากสิ มันไม่มีอะไรจริงๆ ระหว่างพี่กับช่อเราเป็นได้มากสุดแค่เพื่อนกันเท่านั้น” ปรเมศวร์ย้ำชัดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอดีตคนรัก ก่อนจะคว้าตัวภรรยาที่แสนน่ารักมากอดให้ได้มั่นใจ ว่าทั้งชีวิตเขามีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่เป็นหนึ่งเดียวในหัวใจ
“พี่มีเมียที่แสนน่ารักอยู่แล้ว จะไปมองใครที่ไหนได้อีก หืม” ปาลินทำได้เพียงแต่ยิ้มรับในคำพูดนั้น ทว่าภายในใจก็ยังคงรู้สึกเจ็บอยู่ดี
“พี่นุอย่าเบื่อลินนะคะ ลินรักพี่นุมาก ลินไม่อยากเสียพี่นุไป” เธอเลือกที่จะพูดออกไปตรงๆ เพราะอยากให้เขาได้รู้ว่าเธอรักเขามากแค่ไหน ตลอดเวลาทั้งใจเธอมันก็มีแค่เขาคนเดียวมาโดยตลอด ไม่เคยเว้นเผื่อที่ว่างไว้ให้ใคร ส่วนใจเขานั้นจะมีเธออยู่มากแค่ไหนก็ยากที่จะตอบ เพราะบางครั้งก็เหมือนเขามีเรื่องให้คิดอยู่ในใจ เรื่องที่เธอไม่เคยรู้
และไม่กล้าพอที่จะถาม
“ไม่เบื่อหรอกลิน มันไม่มีวันนั้นแน่ พี่รักลินนะ รักมากด้วย ไม่มีวันที่พี่จะเบื่อลิน” คำว่า ‘ รัก’ ของเขายังคงส่งผลทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหวได้ทุกครั้งที่ได้ยินเสมอ มันทำให้หัวใจอันเหี่ยวเฉาราวกับต้นไม้ขาดน้ำของเธอกลับมามีเรี่ยวแรงขึ้นอีกครั้ง ทำให้เธอรู้สึกพร้อมที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าพร้อมกับเขา ไม่ว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าจะเป็นอะไรเธอก็ไม่สนทั้งนั้น ดีร้ายยังไงขอแค่ให้ได้อยู่กับเขาก็พอแล้ว
“ลินก็รักพี่นุค่ะ” ปรเมศวร์ยิ้มรับในคำตอบก่อนจะก้มลงจูบเบาๆ ที่เรียวปากสวยอย่างเชื่องช้า ทว่ามันกับหนักแน่นทุกสัมผัส
ปาลินก็ยังคงเป็นปาลินคนเดิมไม่เปลี่ยน น้องน้อยคนเล็กในกลุ่มที่ใครๆ ต่างก็พากันหวงแหนไม่เว้นแม้แต่ตัวของเขาเอง ที่แม้ตอนแรกเขาจะมองเธอเป็นเพียงแค่น้องสาวเพื่อนสนิท แต่ไม่นานหลังจากเลิกรากับคนรัก ความรู้สึกที่แอบหลบซ่อนอยู่ก็ค่อยๆ เผยออกมาว่าเขารู้สึกดีกับเธอมากกว่านั้น นั่นคือสิ่งแรกที่ชัดเจนในความรู้สึก ก่อนที่มันจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความรัก ความรักที่ผู้ชายคนหนึ่งมีให้กับผู้หญิงอีกคน ไม่ใช่ในรูปแบบพี่ชายกับน้องสาวเหมือนที่เข้าใจผิดมาตลอด
ความรู้สึกนั้นชัดเจนมากขึ้นทุกวันจนในที่สุดเขาก็ยอมสารภาพกับเพื่อนรักที่มีศักดิ์เป็นถึงพี่ชายของเธอ แน่นอนว่ามันไม่มีทางเห็นด้วย แต่ไม่นานมันก็ยอมเปิดใจและยอมยกน้องสาวมันให้เขาในที่สุด
“พี่ไม่ให้ลินกินยาคุมแล้วนะ” เสียงเข้มกระซิบบอกเบาๆ เมื่อตัดสินใจดีแล้ว ว่าเขาอยากจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์กับผู้หญิงคนนี้
“พี่นุ…” บอกไม่ถูกว่าเธอดีใจแค่ไหนกับคำบอกเล่านี้ เพราะตลอดเวลาที่อยู่กับเขาในฐานะภรรยา นี่เป็นสิ่งเดียวที่เขายังไม่มอบให้
สามีให้เหตุผลว่าเขาอยากจะใช้ชีวิตกับเธอสองคนก่อนซึ่งเธอเองก็ไม่คิดขัดใจเขาในเรื่องนี้ แม้ลึกๆในใจอยากจะมีลูกกับเขาก็ตามที
“มีลินน้อยให้พี่สักคนนะครับ พี่อยากมีลูกกับลิน” แม้จะอายแสนอายแค่ไหนแต่ปาลินก็ยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี เพราะว่านั่นมันคือสิ่งที่เธอร้องขอมาโดยตลอด
“งั้นเริ่มจากคืนนี้เลยนะ” หนนี้ปรเมศวร์ไม่พูดเปล่า เขาจัดการช้อนอุ้มร่างของภรรยาขึ้น ก่อนจะก้าวเดินอย่างมั่นคงไปยังห้องนอนกว้างท่ามกลางเสียงร้องห้ามเบาๆ ของอีกคนถึงมื้อดึกที่เขายังไม่ได้กิน
“เดี๋ยวพี่ค่อยออกมากินข้าวทีหลัง แต่ตอนนี้พี่อยากกินลินมากกว่า นะครับ” คำอ้อนวอนนั้นส่งผลตรงต่อหัวใจอีกคนไม่น้อยทีเดียว แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมาเกือบสองปีแล้วที่ได้ใช้ชีวิตในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขา แต่เธอก็ยังเขินทุกครั้งที่เห็นแววตาแบบนี้ของสามี แววตาที่บอกให้ได้รู้ ว่าไม่แน่คืนนี้เธออาจไม่ได้นอน
“คะ…แค่รอบเดียวนะคะ” ปรเมศวร์ได้แต่ยิ้มรับก่อนจะเร่งพาภรรยาตัวน้อย ไปยังห้องนอนที่อยู่ชั้นสองของตัวบ้านอย่างรวดเร็ว
“ลินของพี่…”
ใช่ เธอเป็นของผู้ชายคนนี้ เป็นทั้งตัวและหัวใจ…
ปาลินกำชับในคำนั้นขณะที่ชุดนอนตัวเก่งที่สวมติดกายก็ค่อยๆ ถูกถอดออกไปทีละชิ้นจนเนื้อตัวของเธอเปลือยเปล่า แม้จะผ่านการอยู่กินฉันสามีภรรยามานานแต่ความอายก็เกิดขึ้นทุกครั้งที่ร่วมรักกับเขา ซึ่งท่าทีนั้นของภรรยาทำให้ปรเมศวร์รู้สึกเอ็นดูทุกครั้งที่ได้เห็น
ภรรยาของเขาน่ารักไปหมด ไม่ว่าจะส่วนไหนก็ล้วนแต่ถูกอกถูกใจเขาแทบทั้งสิ้น แม้จะไร้เดียงสา แต่ปาลินก็พร้อมที่จะเรียนรู้ไปด้วยกัน เธอทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่หลายต่อหลายครั้ง และเพราะอย่างนี้เองเขาถึงได้ไปไหนไม่รอด สุดท้ายก็ต้องกลับมาตายรัง
“อ๊ะ! พี่นุขา…” เคยมีเพื่อนคนหนึ่งได้บอกไว้ ‘ชีวิตคู่ที่ดีฝ่ายหญิงควรเป็นภรรยาที่แสนดีและเป็นโสเภณีบนเตียง’ ไปพร้อมๆ กันให้ได้ ครั้งแรกที่ได้ฟังเธอไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไหร่ จนเมื่อได้แต่งงานถึงได้รู้
ว่าประโยคที่ว่านั้นใช้ได้ผลจริงในชีวิตคู่ และเธอก็พร้อมที่จะเป็นทุกอย่าง ขอแค่ทำให้สามีมีความสุขจะต้องแลกกับอะไรก็ยอม
หญิงสาวคิด ก่อนจะแอ่นกายให้ยามเมื่ออุ้งปากร้อนๆ โฉบเข้ามาดูดกลืนปลายถัน มันเสียวกระสันจนทำให้เธอกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น อยากให้เขาทำมากกว่านี้ อยากได้ทุกอย่างที่เป็นของเขาทั้งหมด แม้จะฟังดูโลภ แต่เธอก็ยังอยากจะได้มันอยู่ดี
“อื้ม พร้อมรึยังครับ พี่จะเข้าไปหาลินน้อยแล้วนะ…” เสียงเข้มกระซิบถามราวกับจะแกล้งให้กันอายก่อนที่เขาจะจับปลายเท้าของเธอแยกออกและแทนที่ด้วยบางสิ่งที่ชูชันอวดเบ่ง แสดงให้เห็นว่านุน้อยที่ดูยังไงก็ไม่น้อยเลยสักนิดของเขานั้น พร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อมในนาทีนี้
“อื้อ ยังแน่นเหมือนวันแรก…ถ้าเจ็บบอกพี่นะครับ” ปาลินพยักหน้ารับก่อนจะส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ ยามเมื่อสามีแทรกตัวตนของเขาเข้ามาจนสุดทางในคราเดียว มันไม่ได้เจ็บเหมือนครั้งแรกแต่เพราะขนาดที่ต่างกันเกินไปก็ทำให้รู้สึกอึดอัดอยู่บ่อยๆ
“เจ็บ หรือ เสียวครับ”
“เสียวค่ะ อื้อ…พี่นุขา” คำตอบนั้นทำให้แรงขยับโยกรัวเร็วขึ้น ยิ่งภรรยากรีดร้องดังมากเท่านั้นปรเมศวร์ก็ยิ่งรู้สึกสุขสมมากขึ้นเท่านั้น
“ลิน…ขอทำบ้างได้ไหมคะ” จนกระทั่งประโยคหนึ่งดังขึ้น มันเป็นประโยคที่หยุดทุกอย่างไว้ชั่วขณะ เพราะไม่บ่อยที่ภรรยาจะเป็นฝ่ายเอ่ยปาก ปรเมศวร์จึงรู้สึกอุ่นซ่านในใจอยู่ไม่น้อย เขาตอบรับคำขอนั้นด้วยการจับเธอพลิกให้ขึ้นมาคร่อมอยู่ด้านบน ก่อนจะเอ่ยแนะนำ
“ลองขยับดูครับ คิดว่าพี่เป็นม้าตัวโปรดของลินก็ได้” ปาลินยิ้มรับในคำแนะนำก่อนจะลองขยับตัวอย่างช้าๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรัวเร็วตามแรงอารมณ์ ที่ถูกกระตุ้นด้วยเสียงร้องครางอย่างเป็นสุขของสามี
“อ่าส์ ลินของพี่สุดยอด แรงอีกนิดครับ แบบนั้นแหละดี โอ้วว...” มันดีเหลือเกินที่ทำให้เขามีความสุขได้ คิดเช่นนั้นปาลินจึงขยับโยกไปตามจังหวะ พยายามทุกอย่างที่คิดว่ามันจะสร้างความสุขให้กับสามีได้ ซึ่งก็ดูเหมือนผลที่ออกมานั้นจะดีเกินกว่าที่คิดไว้
“นักเรียนคนนี้หัวไวจัง แต่วันนี้เท่านี้ก่อนนะครับ ไว้วันหลังพี่จะสอนท่าใหม่ที่ยากขึ้น” อาจารย์ผู้ชำนาญการเอ่ยบอกในช่วงจังหวะหนึ่งที่เขาเกือบจะถึงที่หมาย ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนห้องทั้งห้องให้ลุกเป็นไฟท่ามกลางเสียงร้องครวญคราง ที่ไม่รู้แน่ว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร
แต่ที่รู้คือเขารักผู้หญิงคนนี้มากเหลือเกิน และจะทำให้ทุกวันของเธอให้มีแต่ความสุขตามที่เคยสัญญากับพี่ชายเธอไว้ในคืนแต่งงานว่าเขาจะไม่มีวันทำให้ปาลินต้องเสียใจ ให้สมกับที่เธอเลือกฝากชีวิตเอาไว้ในมือของเขา ผู้ชายธรรมดาที่มีแค่หัวใจที่ภักดีต่อเธอ
“พี่รักลินนะ”
คำว่า ‘รัก’ ของเขาหวานล้นเกินกว่าจะมีสิ่งใดมาเทียบได้ มันทำให้หัวใจของเธอตกหลุมรักเขาอีกครั้ง และอีกครั้งวนซ้ำอย่างไม่รู้จบ