ตอน 1

รัสตินยืนมองตนเองในกระจก ดวงตาหรี่ลง ดูท่าเขาคงแก่ไปมาก เวลาอันน้อยนิดที่เหลือ ต้องทำเป้าหมายของตนให้สำเร็จ เสียงฝีเท้าก้าวแผ่วทำให้เขาหยุดชะงัก แล้วหันมอง เห็นบุตรชายกำลังก้าวเข้ามาในห้อง รีออนนั่งลงบนโซฟา คนเป็นพ่อก้าวเข้ามาทรุดกายตรงข้ามเพื่อร่วมวงสนทนา

“ผมเตรียมเอกสารสำคัญ ที่ใช้ในการร่วมหุ้นกับสายการบินแฮปปี้ฟลายแล้วครับ”

“ดีมาก แกรีบไปเมืองไทยให้เร็วที่สุดอย่าให้พวกอัลเล็นโซ่ทำสำเร็จเด็ดขาด!”

“ถ้าหากว่าแฮปปี้ฟลายได้ร่วมหุ้นกับอัลเล็นโซ่แล้วล่ะครับ เราจะทำยังไง” รีออนย้อนถามบิดา

“แกก็หาทางทำให้มันยกเลิกสัญญาสิ บอกพวกมันว่าฉันจะจ่ายให้สำหรับเงินค่าเสียหายในการยกเลิกสัญญา” รัสตินบอกบุตรชาย

“ครับพ่อ”

เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า รีออนตีหน้าเครียด หากงานนี้ไม่สำเร็จพ่อจะต้องอาละวาดเขาแน่ๆ หลายชั่วโมงผันผ่าน เมื่อถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เขาเดินออกมาพร้อมลูกน้อง

“ไปโรงแรมก่อนใช่ไหมครับ” ลูกน้องเอ่ยถาม ขณะเคลื่อนรถออกจากสนามบิน

“ไม่ ไปบริษัทแฮปปี้ฟลายก่อนเลย”

“ได้ครับ”

เสียงโทรศัพท์ในห้องทำงานดังขึ้น รณเทพดำรงตำแหน่งประธานรับสาย ปลายสายบอกว่ามีแขกขอพบ ความจริงในบันทึกวันนี้เขาไม่ได้นัดหมายลูกค้าในเวลานี้เลย รณเทพรับคำให้เลขาเชิญเข้ามา พอเห็นใบหน้าของแขกกลับแปลกใจ ร่างสูงใหญ่ ผิวขาว ดวงตาสีฟ้าเข้ม ดูท่าเรื่องนี้คงไม่ธรรมดาเสียแล้ว

“ผมชื่อรีออนครับ ผมเป็นตัวแทนของบริษัทมัสสิโม่อินเตอร์กรุ๊ปที่อิตาลีครับ” เขาแนะนำตัวพร้อมยื่นมือออกมา เพื่อให้จับทักทาย

“ครับ มีอะไรให้รับใช้หรือเปล่าครับ” รณเทพถาม แล้วผายมือเชิญแขกนั่ง

“พอดีผมมีเรื่องอยากจะเสนอกับ คุณพอมีเวลาคุยกันสักครู่ไหมครับ”

“อีกสักพักผมต้องประชุมแล้ว เป็นพรุ่งนี้ได้ไหมครับ ผมจะให้เลขาจดเวลานัดเอาไว้”

“ก็ได้ครับ แต่ผมอยากจะบอกคุณไว้อย่างหนึ่ง... ผมเป็นคนใจร้อนรอไม่ค่อยเป็นหากคุณไม่รีบระวังจะเสียโอกาสนะครับ” กระตุกยิ้มมุมปากแล้วลุกยืน เดินออกนอกห้องทำงาน

รณเทพหนักใจ ดูเหมือนทางอัลเล็นโซ่เดาถูก เพียงแค่ไม่กี่วันทางมัสสิโม่ติดต่อมา แถมยังส่งคนมาหาถึงเมืองไทยอีกด้วย คงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว

ตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน มาถึงทรุดลงกายลงบนโซฟา ภรรยารีบนำน้ำเย็นมาเสริฟ์ ทางด้านรณวิทย์รีบรุดมาร่วมวงสนทนาด้วย

“เอลี่ไปไหนเหรอคุณวิ” รณเทพถามภรรยา สีหน้าเครียด

“วันนี้ลูกเราติดถ่ายหนังค่ะ”

“แล้วคุณไม่ไปดูลูกหน่อยเหรอ”

“วันนี้เห็นว่าจะกลับเร็วค่ะ เลยไม่ได้ไปดู” เธอตอบแล้วนำน้ำผลไม้มาให้บุตรชายคนโต

เสียงกริ่งหน้าบ้านดังเป็นระยะ ทำให้รณเทพมองด้วยความแปลกใจ จนกระทั่งสาวใช้เข้ามาในบ้านหน้าตาตื่น

“มีอะไรเหรอ”

“มีคนมาขอพบคุณท่านค่ะ”

“ใครเหรอ”

“ไม่ทราบค่ะ เห็นรถหลายคันมาจอดรออยู่ค่ะ”

เจ้าของบ้านตีหน้าเครียด ถ้าเดาไม่ผิดคงเป็นรีออนแน่นอน มัสสิโม่รอไม่ไหวเลยหรือไง ทั้งที่นัดหมายไว้พรุ่งนี้ ช่างทำตัวไร้มารยาทสิ้นดี

“ไปเชิญเขาเข้ามา”

“ได้ค่ะ” สาวใช้รับคำแล้วรีบออกไปเปิดประตูรั้ว

รอเบนซ์สีดำจอดเทียบหน้าบ้าน รีออนก้าวลงมาพร้อมลูกน้องนับสิบ รณเทพเดินมารับแขก

“สวัสดีครับคุณรณเทพ พอดีผมรอไม่ไหวเลยต้องมาก่อนคงไม่ว่าอะไรนะครับ”รีออนบอก แล้วทิ้งกายลงบนโซฟาราวกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง

วิอาภาได้แต่มองแขกของสามีด้วยความสับสนในขณะที่รณวิทย์เองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน ทำไมแขกบิดาถึงได้ไร้มารยาทเช่นนี้ รณเทพนั่งลงตรงข้ามกับเขาในขณะที่รีออนโยนเอกสารลงตรงหน้า

“นี่คือเอกสารข้อเสนอในการร่วมหุ้นของเรา ลองอ่านดูคุณได้ประโยชน์จากเรามากมายเลยทีเดียว”

รณเทพเปิดเอกสารออกอ่านในขณะที่บุตรชายคนโตช่วยพิจารณา ในเอกสารบอกรายละเอียดเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าโดยใช้สายการบินของเขา ชายกลางคนวางเอกสารลงตรงหน้า

“เป็นไงครับ”

“ผมขอตัดสินใจหน่อยนะครับ”รณเทพบอก

ร่างสูงกำยำลุกยืนเต็มความสูง หยิบบางอย่างโยนลงบนโต๊ะกระจกสีดำ รณเทพมองดูด้วยความแปลกใจ ห่อพลาสติกใสมีผงสีขาวอยู่ด้านในลักษณะคล้ายแป้งมัน

“อีกขอเสนอที่ผมอยากจะให้คุณ หากคุณยอมขนส่งสิ่งนี้ผมจะให้คุณสี่สิบเปอร์เซ็นต์”

รณเทพเอื้อมหยิบมาพิจารณา ดวงตาเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ สีหน้าเครียดขึ้นกว่าเดิม ช้อนสายตามองอีกฝ่ายด้วยความหนักใจ

“นี่มันหมายความว่ายังไงครับ?”

“ก็ตามที่เห็น หากคุณยอมช่วยเราขนสิ่งนี้เข้าประเทศ ผมจะแบ่งกำไรให้คุณสี่สิบเปอร์เซ็นต์”

รณเทพนิ่งไปพักใหญ่ แบบนี้มันไม่ใช่แล้ว เขาไม่ละโมบโลภมากพอที่จะทำลายประเทศตนเองหรอก แต่ไม่อาจปฏิเสธตอนนี้ได้ ดูคนของรีออนแล้วอาจทำให้ครอบครัวเกิดอันตราย คงต้องหาทางผ่อนผันไปก่อน

“ผมขอเวลาคิดสักหน่อยนะครับ” เขาตอบเลี่ยง

“ได้ครับ ผมจะให้เวลา แล้วพรุ่งนี้ผมจะมาเอาคำตอบ”

“ตกลงครับคุณรีออน”

เขาลุกยืนอีกครั้ง “ผมหวังว่าคงจะได้ร่วมหุ้นกันกับคุณนะครับ คุณรณเทพ”

“ครับ”

“ถ้าเช่นนั้นผมขอตัวก่อน” รีออนบอกแล้วเดินออกนอกห้องรับแขก รณเทพเดินมาส่งด้านหน้า จนกระทั่งรถเคลื่อนหายลับจากสายตา สีหน้าเจ้าบ้านเครียดมากขึ้น ครอบครัวเขาไม่ปลอดภัยแน่หากไม่ยอมรับปากรีออนเรื่องการร่วมหุ้น

ตอน 2

ยาในมือคือสิ่งที่อันตราย ดูท่าเขาคงต้องหาคนช่วยแล้ว

“พ่อ เราจะทำยังไงดีครับ” รณวิทย์ถาม แววตาสับสน

“พ่อจะทำเรื่องผิดกฎหมายได้ยังไงกัน”

“ถ้าพรุ่งนี้พวกมันมาเอาคำตอบ พวกเราไม่แย่เหรอครับ” บุตรชายย้อน

“พ่อคงต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยภายในวันนี้”

“เอลี่ยังไม่กลับบ้านเลยครับพ่อ น้องไม่รู้เรื่องนี้ เราควรทำยังไง”

คนเป็นพ่อแสดงอาการหนักใจ วิอาภากัดริมฝีปากเพื่อกลั้นสะอื้น ไม่อยากให้ลูกหรือสามีเป็นห่วง ในเวลาแบบนี้

“ตามยัยพีมาหาผมหน่อย แล้วคุณไปหยิบพาสปอร์ตของเอลี่กับยัยพีมาด้วย” รณเทพบอกภรรยา

“ได้ค่ะ” วิอาภารับคำรีบเดินไปตามบุตรสาวบุญธรรมที่กำลังง่วนทำอาหารอยู่ในครัว

พีรดาถอดผ้ากันเปื้อนออก แล้วเดินตรงมาหาบิดา ยังไม่ทันได้พูดจา รณเทพรีบยัดเมมโมรี่การ์ดกับเอกสาร และผงสีขาวในมือไว้ในซองเอกสารสีน้ำตาลยื่นให้กับพีรดา

“ยัยพี พ่อฝากไปให้เอลี่ที”

“หมายความว่ายังไงคะพ่อ” พีรดาย้อนถามสีหน้าสับสน มันเกิดอะไรขึ้นกัน

“รีบไปหาน้องเร็วเข้าเถอะ อย่าถามพ่อตอนนี้เลย เวลาไม่มีแล้ว บอกน้องด้วยว่าให้เดินทางไปอิตาลี ตามหาผู้ชายที่ชื่อซาฟ เขาอยู่ที่บริษัทอัลเล็นโซ่เอ็นเตอร์ไพรส์ แล้วมอบสิ่งนี้ให้กับเขา บอกเอลี่ว่าอย่าไว้ใจใครเด็ดขาด ต้องส่งสิ่งนี้ให้กับซาฟหรือน้องชายเขาอีกสามคนเท่านั้น!”

“หนูไม่เข้าใจเลยค่ะพ่อมันเกิดอะไรขึ้น!” คนถูกไหว้วานเริ่มรู้สึกกลัว

“รีบไปเร็วลูก นี่เงินแล้วก็บัตรเครดิตดูแลน้องด้วยนะยัยพี!” วิอาภาเร่งบุตรสาวบุญธรรม

พีรดาน้ำตาคลอด้วยความหวาดกลัว

“ฝากเอลี่ด้วยนะ” รณวิทย์บอกน้องสาวแล้วสบตา เธอพยักหน้าช้าๆ รับคำเขา แล้วก้าวออกนอกบ้าน

พีรดารีบขับรถออกมา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เธอต้องรีบไปหาน้องสาวแล้วพาไปอิตาลีโดยด่วน เห็นสีหน้าของพ่อแล้วก็รู้ว่าต้องมีเรื่องอันตรายเกิดขึ้นแน่นอน ขอให้ทุกอย่างราบรื่นดีด้วยเถอะ

ร่างสมส่วนในชุดสูทสีเทาเข้มกำลังเดินอยู่ในโรงแรมหรูระดับห้าดาว จังหวะเดียวกันนั้นสาวสวยก้าวเข้ามาพอดี สองร่างเลยเกิดการปะทะกันอย่างไม่ทันได้ระวัง

“อุ้ย!” เธอร้องแล้วเซเหมือนล้ม เจ้าของร่างสมส่วนเลยประคองไว้

ดวงตาสองคู่สบกันเข้าอย่างจัง สาวสวยตกหลุมรักชายตรงหน้า สองสายตายังคงผสานไม่กระพริบ

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เสียงห้าวถามขึ้น

“ปะ...เปล่าค่ะ” สาวสวยบอกตะกุกตะกัก

ร่างสาวสวยถูกประคองให้ยืน เธอยืนบิดกายเขินอายอยู่ตรงนั้น

“ขอบคุณมากนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

เธอมองเขาสื่อความนัย แล้วสาวเท้าห่างออกไป หนุ่มคนนั้นมองแผ่นหลังลับหายจากสายตา พอหันกายกลับ ดันเจอนามบัตรตกอยู่ที่พื้น ริมฝีปากเขากระตุกยิ้มออกมา

“เสร็จผมล่ะ!” เขาเอ่ยก่อนจะดีดนามบัตรเล่นเบาๆ

“คัท!”เสียงของผู้กำกับดังขึ้น

เอลี่ถึงกับถอนใจออกมาเมื่องานในวันนี้เสร็จเรียบร้อย หญิงสาวเดินหมดแรงไปยังม้านั่งที่ทีมงานจัดเตรียมไว้ให้ เสียงรถยนต์แล่นฝ่าเข้ามาด้านในเล่นเอาทุกคนตกใจกันเป็นแถบ พีรยารีบสาวเท้าเดินมาหาน้องสาวหน้าตาตื่น

“เอลี่ไปกับพี่!”

ดาราสาวถึงกับพูดไม่ออกเมื่อถูกพี่สาวอายุห่างกันแค่ปีเดียวดึงรั้งไปเช่นนี้ ร่างบางก้าวตามสีหน้ามึนงงสับสนกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ปกติพี่พีไม่เคยมีกิริยาแบบนี้มาก่อน

“พี่พีมีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมมาลากเอลี่ไปแบบนี้!”

“เอลี่เราต้องไปอิตาลีเดี๋ยวนี้!”

“ทำไมคะ ทำไมเราต้องไป เอลี่ไม่ไปนะคะ!” หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็ง

“พ่อสั่งมาเอลี่ อย่าดื้อได้ไหมพี่ไม่มีเวลาอธิบาย!”

เธอถูกพี่สาวยัดใส่รถ รถเคลื่อนที่เพื่อเดินทางไปยังสนามบิน พาสปอร์ตเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว เงิน และบัตรเครดิตอีก

“พี่พีจะให้เอลี่ไปชุดนี้เหรอคะ เอลี่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลย”เธอบอกพี่สาว เวลานี้เธออยู่ในชุดสูทที่เล่นละครเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา

“เราไปหาซื้อเอาก็ได้เชื่อพี่เถอะเอลี่!”

เอลี่มองพี่สาวด้วยความไม่เข้าใจ มีเหตุอะไรต้องรีบร้อนมากขนาดนี้

ทันทีที่ถึงสนามบิน เธอถูกลากไปจองตั๋ว เมื่อได้รับมาแล้วมันถูกยัดใส่มือเธอ เอลี่มองพี่หลากหลายคำถามในแววตา

“ทำไมมีแค่ใบเดียวพี่ไม่ไปด้วยเหรอคะพี่พี”

“เอลี่ฟังพี่นะ ฟังพี่ดีๆ”

พีรยาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมา แล้วยื่นให้น้องสาว

“พ่อสั่งให้เอลี่ไปหาผู้ชายที่ชื่อซาฟ เขาเป็นประธานบริษัทอัลเล็นโซ่เอ็นเตอร์ไพรส์ หากเอลี่หาเขาพบ จงเอาเอกสารพวกนี้ให้กับเขา พ่อบอกว่าอย่าไว้ใจใครเด็ดขาดเอกสารนี้ต้องส่งถึงมือซาฟเท่านั้น หากไม่ใช่ซาฟก็เป็นน้องชายเขาอีกสามคน” พีรยาพยายามอธิบาย

“พี่พีเอลี่ไม่เข้าใจ ที่บ้านเราเกิดอะไรขึ้น!” เธอถามพี่สาวน้ำตารื้น

“ไม่ต้องเป็นห่วงเอลี่ พี่จะดูแลพ่อกับแม่ให้เองเอลี่ทำตามที่พ่อบอกเถอะนะ หากเอกสารพวกนี้ถึงมือของซาฟเมื่อไหร่พวกเราจะปลอดภัย พี่เชื่อว่าเอลี่ต้องทำได้”

พีรยาให้กำลังใจน้องสาว ตอนแรกเธออยากไปด้วยแต่เพราะเหตุการณ์ที่บ้านไม่สู้ดี ยังไงเธอก็เป็นคนเดียวที่ออกมาจากที่นั้น หากเกิดอะไรขึ้นยังแจ้งตำรวจได้ หรือคอยช่วยเหลือทุกคนได้อยู่ คงจำเป็นต้องให้น้องเดินทางคนเดียวก่อน เอลี่เป็นคนเก่งเอาตัวรอดได้กับทุกเรื่อง เธอเคยเห็นมานักต่อนักแล้ว

เสียงประกาศถึงเที่ยวบินไปอิตาลีดังขึ้น พีรยารีบหยิบเงินและบัตรเครดิตให้กับน้องสาว เอลี่มองพี่สาวน้ำตานอง ใจเป็นห่วงพ่อกับแม่มากเหลือเกิน เกิดอะไรขึ้นที่บ้านกันแน่เธอไม่รู้เลย

“รีบไปเอลี่ พี่จะดูแลพ่อกับแม่ให้เองไม่ต้องเป็นห่วงนะ” คนเป็นพี่ทิ้งท้าย

หญิงสาวเดินไปตามช่องทางผู้โดยสาร หันมามองพี่สาวอีกครั้ง หนทางข้างหน้าเป็นยังไงเธอไม่รู้ รู้แต่ว่าต้องทำหน้าที่ที่บิดามอบหมายมาให้สำเร็จ เรื่องนี้คงเป็นเรื่องใหญ่ ไม่อย่างนั้นพ่อคงไม่ให้พี่สาวเธอมาส่งข่าวเช่นนี้ ขอแค่ทุกคนที่บ้านปลอดภัย ต่อให้บุกป่าฝ่าดงแค่ไหนเธอจะทำ

ตอน 3

เครื่องลงจอด ณ สนามบิน ลีโอนาโด ดาวินชี หญิงสาวเดินออกมาจากช่องทางผู้โดยสารอย่างคนไร้จุดหมาย ดวงตาเรียวสวยเหม่อลอย เธอไม่รู้จะไปตามหาที่ไหนบริษัทอัลเล็นโซ่ เอ็นเตอร์ไพรส์ ต้องเดินไปทางไหน ชายชื่อซาฟหาเขาพบได้ที่ไหนบ้าง ป้ายมากมายตรงสนามบินถูกชูขึ้นเธอมองผ่านป้ายพวกนั้นไป แต่แล้วกลับหันมามองอีกครั้งเมื่อสะดุดตากับป้ายที่เขียนชื่อเธอเป็นภาษาไทย หญิงสาวรีบเดินเข้าไปหา

“คุณเอลี่หรือเปล่าครับ?” เขาถามทันทีที่เธอเดินเข้าไปใกล้ ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพื่อเปรียบเทียบใบหน้า

“ใช่ค่ะ ว่าแต่คุณคือใคร”

ชายคนนั้นตวัดสายตามองแล้วยิ้มให้ “คุณรณเทพโทรติดต่อผม บอกว่าคุณจะเดินทางมาอิตาลี ให้ผมคอยดูแลไปส่งคุณ แต่ในภาพคุณเป็นผู้หญิงใช่ไหม”

เธอยกมือลูบผมตนเองแผ่วเบา แล้วยิ้มบางๆ

“อ๋อ พอดีต้องถ่ายละครเลยต้องตัดผมน่ะค่ะ” เธอตอบเสียงเบา

“แสดงเป็นผู้ชายเหรอครับ”

“เปล่าหรอกค่ะ แสดงเป็นผู้หญิงแต่ปลอมตัวเป็นผู้ชายค่ะ” เธอตอบเขา

“เราเสียเวลานานแล้วครับ ผมว่าไปกันดีกว่า” เขาบอกแล้วเดินนำ

เอลี่รู้สึกกังวลบางอย่าง คำพี่สาวดังก้องสะท้อนในโสตประสาท อย่าไว้ใจใครเด็ดขาด แล้วเขามายืนรอรับแบบนี้คงต้องมีอะไรแน่ ต้องหาทางหนีออกไปก่อน

จังหวะคนพลุกพล่าน เอลี่เดินหนีออกมา ชายคนนั้นหันมามอง รีบเบียดผู้คนเข้าหาไม่ให้เป้าหมายทำอย่างใจต้องการ

“หยุดเดี๋ยวนี้!” เขาตะโกนลั่นวิ่งไล่หลังเธอมา

คนถูกเรียกวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ไม่คิดเลยจะมาตกระกำลำบากมากมายขนาดนี้ แค่วันแรกที่เดินทางมาถึงก็เจอกับเรื่องเลวร้ายเสียแล้ว

ผลั่ก!

“โอ้ย!”

เธอชนเข้ากับใครคนหนึ่งจนล้มลงก้นจ้ำเบ้ากับพื้น ไซน์รีบพยุงกายขึ้นมา จ้องมองไปยังหนุ่มร่างเล็กที่ล้มอยู่ตรงหน้า เอลี่คลำก้นตนเองแล้วลุกยืนอย่างรวดเร็ว หันมองคนตามแต่กลับเห็นหมอนั่นรออยู่ไม่เดินเข้ามาหา

“เดินภาษาอะไรไม่ทราบคุณ!” เขาดุ

เอลี่ไม่ตอบ ความกลัวทำให้เธอระแวง ไซน์ลอบพิจารณาใบหน้าของหนุ่มน้อย เหตุใดจึงมีความละม้ายคล้ายกับหญิงสาวในห้วงคำนึง

คนสวยกัดริมฝีปากแน่น ต้องหาทางหนีให้ได้ก่อน คำถามของคนถูกชนไม่ได้เข้าหูเลยสักนิด เพราะเธอกังวลเรื่องอื่นมากกว่า

“นี่คุณชนแล้วจะไม่ขอโทษสักคำหรือไง!”

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้น ไซน์กระจากร่างเล็กให้หมอบ เสียงผู้คนกรีดร้องแตกตื่นกัน บอดี้การ์ดของไซน์ชักปืนออกมาเพื่อคุ้มครองเจ้านาย

“ไอ้บ้าเอ้ย!” ไซน์สบถอย่างหัวเสีย รั้งให้หนุ่มน้อยแปลกหน้าเดินตาม

เอลี่วิ่งตามเขาอย่างไม่คิดชีวิต จนกระทั่งถึงรถยนต์ส่วนตัว สองคนยืนหอบหายใจหนัก บอดี้การ์ดคอยระแวดระวังไม่ห่าง ไซน์หงุดหงิดเพราะปกติไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้มาก่อน อาจหาญหาเรื่องตระกูลอัลเล็นโซ่

ร่างบางถูกดันเข้าในรถอย่างทุลักทุเล เอลี่อกสั่นขวัญแขวนกัดริมฝีปากกลั้นน้ำตาอย่างสุดกำลัง ต้องเข้มแข็งทำตามคำสั่งพ่อให้สำเร็จ เหตุการณ์เมื่อครู่บ่งบอกถึงสถานการณ์ทางบ้านได้อย่างดีทีเดียว

หันมองคนช่วยชีวิตคิดกล่าวขอบคุณ แต่ทว่าใบหน้าเขากลับเด่นชัดในสายตา ยกนิ้วชี้สีหน้าตื่นตระหนกตกใจราวกับเจอผี

“คะ...คุณ!” เธอร้องลั่นออกมาเป็นภาษาไทย

ไซน์ขมวดคิ้วจ้องมองด้วยความไม่เข้าใจ ดูเหมือนหนุ่มคนนี้พูดอะไรบางอย่างซึ่งตนไม่เข้าใจ

“มีอะไรหรือเปล่า?” เขาถาม

“เปล่าครับ” เธอรีบตอบเป็นภาษาอังกฤษเพราะรู้ว่าเขาเข้าใจ

ไอ้หมอนี่! ให้ตายเถอะนรกชังหรือสวรรค์แกล้งกันแน่ มาเจอกับเขาอีกจนได้ โอ้ย! เธออยากจะบ้าตาย เมืองไทย จำได้ดีว่าเขาทำอะไรไว้

“แล้วคุณจะไปไหน?” เขาหันมาถามอีกครั้ง

“เอ่อ...” หญิงสาวอ้ำอึ้ง

“ว่าไงครับ”

“คุณพอจะรู้จักบริษัทอัลเล็นโซ่เอ็นเตอร์ไพรส์ไหม ผมอยากจะไปหาผู้ชายที่ชื่อซาฟ” เอลี่ตอบเสียงแผ่ว

ไซน์ขมวดคิ้วเข้าหากันสภาพแบบนี้เนี่ยนะจะไปหาพี่ชายของเขา เป็นไปไม่ได้หรือจะมาขายประกัน ท่าทางก็ไม่น่าจะใช่ หรือมาขายอย่างอื่น

“นายขายตัวเหรอ?” ไซน์ถามตรงประเด็น

“บ้าหรือไงใครขายตัว!” เธอตวาดแว๊ดออกมา เล่นเอาคนฟังถึงกับหันมามอง เพราะเสียงที่เปล่งมันหวานแปลกๆ

“ถ้าอย่างนั้นจะไปหาเขาทำไม ผู้ชายที่ชื่อซาฟ”

“ผมมีธุระกับเขา”

“ธุระอะไร?”

ไอ้หมอนี่เป็นตำรวจหรือไง สอบอยู่ได้ไม่รู้จะถามอะไรนักหนา ทำอย่างกับว่าตัวเองกับผู้ชายที่ชื่อซาฟมีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างนั้นแหละ

“จะถามทำไมนักหนา ผมแค่ต้องการพบกับเขาเพราะมีธุระก็แค่นั้น!”

“ถ้าไม่บอกผมก็ไม่ไปส่งคุณที่นั้นหรอกนะ ผมยิ่งยุ่งๆ อยู่” ไซน์แสร้งตัดบท

“คุณรู้จักเหรอว่าเขาเป็นใคร บริษัทอยู่ที่ไหน!” หญิงสาวยิ้มกว้างสีหน้ายินดี

“ใช่ผมรู้”

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ช่วยพาผมไปส่งหน่อยเถอะ ผมขอร้องล่ะ!” เธอร้องบอก

“ไม่มีทาง จนกว่าจะยอมบอก ไปหาผู้ชายคนนั้นทำไม” ปกติพี่ซาฟไม่ใช่ให้ใครพบง่ายๆ หากไม่มีเรื่องสำคัญจริง แล้วหนุ่มหน้าตาหวานอย่างกับผู้หญิงแบบนี้นะเหรอ จะมีธุระกับพี่ชายมันเป็นไปไม่ได้ พักหลังศัตรูยิ่งจ้องเล่นงานอยู่ คงต้องระแวดระวังกันสักหน่อย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED