ตอน 1

เสียงกรีดร้องของโทรศัพท์ดังขึ้นก่อนที่พลอยชมพูจะทิ้งตัวลงนอน เธอเดินไปรับโทรศัพท์ซึ่งวางไว้ตรงโต๊ะเครื่องแป้ง

“สวัสดีค่ะแม่”

“พลอยจะนอนรึยังลูก แม่รบกวนรึเปล่า”

“พลอยยังไม่นอนค่ะแม่ แม่มีอะไรรึเปล่าคะ”

“คือพรุ่งนี้พลอยมาทานข้าวที่บ้านนะลูก พี่เขาจะกลับมาแล้วนะน่าจะมาถึงดึก ๆ คืนนี้แหละ พลอยมาทานข้าวด้วยกันนะลูกแม่จะทำของโปรดของพลอยกับปีย์ไว้นะ พลอยทำไมเงียบไปล่ะ ได้ยินแม่รึเปล่าลูก”

“อ้อ พลอยได้ยินค่ะแม่ พรุ่งนี้เลิกงานแล้วพลอยจะแวะเข้าไปนะคะ”

“ได้จ้า แล้วไว้พรุ่งนี้เจอกันนะจ๊ะ ฝันดีจ๊ะ”

“พรุ่งนี้เจอกันค่ะแม่ ฝันดีเช่นกันนะคะ พลอยรักแม่นะคะ”

“แม่ก็รักพลอยจ๊ะ”

@ ห้าปีที่แล้ว

งานแต่งงานเล็กๆ ถูกจัดขึ้นที่บ้านของชื่นฤทัยผู้เป็นมารดาของปวีย์ พลอยชมพูในวัยสิบเจ็ดย่างสิบแปดเป็นเจ้าสาววัยละอ่อนที่สวยหมดจด เธอใช้มารยาเท่าที่เด็กวัยนี้จะทำได้ เธอทำให้ปวีย์หลงรักและตกลงแต่งงานกับเธออย่างง่ายดาย ทั้งที่ผ่านมามีสาว ๆ มากมายตามติดปวีย์ไม่เลิก บางคนถึงกับร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายมาหาชื่นฤทัยให้ช่วยเหลือ แต่ปวีย์ก็สลัดทิ้งทุกคน ด้วยเหตุผลว่าเขาไม่ได้รัก

เธอเลือกปวีย์และครอบครัว เพราะทั้งปวีย์และชื่นฤทัยมารดาของเขารักและเอ็นดูเธอมาก เธอหวังให้พวกเขาเป็นที่พักพิงและจะเป็นร่มเงาปกป้องเธอจากภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้น มันเป็นความคิดแบบเด็ก ๆ ในตอนนั้น เธอแค่อยากได้พวกเขามาปกป้อง คุ้มภัย แต่สาบานว่าตอนนั้นนอกจากเหตุผลนี้แล้ว ปวีย์ก็เป็นคนที่เธอรู้สึกดีด้วยมาก ๆ

ในคืนส่งตัวปวีย์ก็ออกจากห้องหอไป พลอยชมพูเสียใจมาก เธอนอนร้องไห้ และยิ่งรู้สึกผิดกับสิ่งที่เธอกระทำต่อเขามากขึ้น แม้เขาจะยังใจดีและดูแลเธออย่างดี แต่ก็เหมือนมีเส้นบางๆมากั้นระหว่างเราไว้ตลอดเวลา หลังจากแต่งงานกันปวีย์ไม่เคยแตะต้องเธอเหมือนดั่งเช่นสามีภรรยาเลย

กระทั่งเธอต้องเตรียมตัวเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย เธอและปวีย์จึงย้ายมาอยู่คอนโดด้วยกัน เหตุเพราะเธอจะเดินทางไปเรียนได้สะดวก เธอและน้องสาวผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของปวีย์เรียนคณะเดียวกัน อาศัยอยู่ในคอนโดเดียวกัน ห้องตรงข้ามกัน ปิ๊งน้องสาวของปวีย์รู้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ปิ๊งปลอบเธอเสมอว่าปวีย์คงจะเสียใจเดี๋ยวก็หายให้เธอง้อเขามากๆ เธอก็พยายามทำดีมาโดยตลอด แต่ปวีย์ก็ยังเว้นระยะห่างกับเธออยู่ดี

หลังจากแต่งงานเพียงสามเดือน ปวีย์ก็ได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ เขาผู้ซึ่งเป็นสามีตกลงตอบรับที่จะเดินทางไปเรียนต่อ แต่ไม่เคยบอกให้เธอรู้เลยว่าเดินทางไปวันไหน คืนหนึ่งเธอจึงตัดสินใจถามเรื่องที่คาใจกับเขา

“พี่ปีย์คะ พี่ปีย์จะเดินทางวันไหนเหรอคะ”

“รอยืนยันอยู่ครับ”

ยิ่งได้ฟังเธอก็ยิ่งคิดมาก

“พี่ปีย์ไปเพราะพลอยเหรอคะ พี่ปีย์เลือกแต่งกับพลอยเพราะสงสารแต่ไม่อยากอยู่กับพลอยใช่ไหมคะ พลอยขอโทษนะคะพี่ปีย์ พลอยคิดว่าถ้าพลอยเป็นภรรยาพี่ปีย์ จะไม่มีใครกล้ายุ่งกับพลอย ทุกอย่างที่ผ่านมาพลอยไม่ได้ตั้งใจที่จะหลอกพี่ปีย์เลยนะคะ พี่ปีย์ไม่ไปได้ไหมคะ”

“คนเราทุกคนต้องมีอนาคต ที่พี่เลือกเรียนก็เพื่ออนาคตของพี่ ที่พี่เฝ้าบอกให้พลอยตั้งใจเรียนก็เพื่ออนาคตของพลอย พลอยเข้าใจรึเปล่า”

“แล้วพลอยจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีพี่ปีย์”

“พี่เชื่อว่าพลอยจะเข้มแข็ง และพลอยต้องทำให้ได้”

พลอยชมพูได้ยินดังนั้น ก็เข้าใจทันทีว่าปวีย์ต้องการที่จะไปจริงๆ เธอร้องไห้น้ำตาไหลพราก จริงๆ แล้วเธอหลอกเขาไม่สำเร็จ เขารู้ตั้งแต่แรกว่าที่ผ่านมาเธอวางแผนอ่อยเขา เธอจัดฉากวางยาให้เหมือนเขาและเธอมีอะไรกัน จนกระทั่งเธอแต่งงานกับเขา แม้ปวีย์จะเป็นคนเจ้าชู้ แต่สำหรับเธอที่เขาเห็นมาตั้งแต่เด็ก เขาคงสารสารและอยากช่วยเหลือเธอ แม้จะเสียความรู้สึกกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก แต่เพราะสงสารเขาเลยเลือกจะยังแต่งงานด้วยเพื่อให้เธอหลุดพ้นจากพ่อเลี้ยงหื่น ทั้งๆที่สิ่งที่เธอทำมันร้ายกาย เธอวางยา เธอหลอกลวง แต่มีสิ่งหนึ่งที่จริงเสมอคือเราแต่งงานกันแล้ว และเธอก็ชอบเขามากจริงๆ

เมื่อเห็นน้ำตาของพลอยชมพูปวีย์ก็ประคองใบหน้าเธอมาเช็ดน้ำตาให้ ความอ่อนโยนของเขาทำให้พลอยชมพูยิ่งร้องไห้อย่างหนัก

“ไม่ร้องแล้วนะครับ ตอนที่พี่ไปแล้ว พลอยแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตของตัวเองรู้ไหม ที่นี่ยังมีแม่พี่อยู่พลอยมีอะไรก็ปรึกษาแม่ได้ หรือถ้าเกิดตอนนั้นพลอยโตขึ้นแล้วเจอใครที่พลอยถูกใจและรักเขาจริงๆ พลอยก็คบเขาได้นะ พี่ไม่ว่า”

“ทำไมพี่ปีย์พูดแบบนี้ล่ะคะ พลอยจะเจอคบใครได้ยังไง พลอยแต่งงานกับพี่ปีย์แล้วนะคะ พลอยสัญญาว่าจะเป็นภรรยาที่ดีของพี่ปีย์ พลอยจะซื่อสัตย์กับพี่ปีย์ค่ะ”

คำพูดของภรรยาทำให้ปวีย์อดเอ็นดูเธอไม่ได้ เขาจ้องเข้าไปในตาของเธอแล้วค่อยๆ ก้มหน้าไปหา ใช้ริมฝีปากจุมพิตที่หน้าผาก ไล่มายังเหลือตาทั้งสองข้าง ก่อนจะถอยห่างออกมา

พลอยชมพูรู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างมากกับจุมพิตของสามี วันนี้เขาอ่อนโยนน่ารัก เมื่อเขาถอยห่าง พลอยชมพูเลยตัดสินใจใช้มือสองข้างคล้องลำคอเขาเอาไว้แน่น ค่อยๆ เขย่งเท้าขึ้นใช้ริมฝีปากสีชมพูจิ้มลิ้มจุมพิตกับริมฝีปากของผู้เป็นสามีเบาๆ แล้วจ้องมองในตาเขาเปิดเผยความจริงใจ และความต้องการที่มีต่อเขาออกไปอยู่เพียงครู่ โดยไม่คาดคิดสามีผู้เคยเฉยชากลับอุ้มเธอในท่าเจ้าสาว และพาเธอเข้าห้องนอนไปของเขาเสียดื้อๆ ห้องนอนที่เธอไม่เคยได้เข้ามานอนแต่วันนี้กลับเป็นคนอุ้มเธอเข้ามาเสียเอง

ปวีย์ค่อยๆ วางพลอยชมพูลงบนเตียงอย่างเบามือ พร้อมทิ้งกายทาบทับลงมา มือประคองใบหน้าของเธอ เพียงสบตากันก็รู้ความต้องการที่ไม่อาจซ่อนไว้ได้อีกแล้ว เขาใช้ริมฝีปากจุมพิตลงบนหน้าผาก เปลือกตา และไล่ลงมายังริมฝีปากของเธอ หยอกเย้า อ้อยอิ่งดูดดึงอยู่ที่ริมฝีปากบางเป็นนานสองนาน รสจุมพิตหวานละมุนทำให้พลอยชมพูเคลิบเคลิ้ม เธอไร้เรี่ยวแรง อ่อนระทวย ช่องท้องหวามหวิว ทำได้เพียงปล่อยให้เขาเป็นผู้นำทางตามจังหวะที่เขากำหนด เมื่อเธอเริ่มหอบและหายใจไม่ทัน เขาจึงผละริมฝีปากออกห่าง แล้วใช้ริมฝีปากไล่จุมพิตลงมายังซอกคอ และซุกไซร้ดอกอมกลิ่นกายสาวอยู่ตรงนั้นเป็นนานสองนาน จนคนอ่อนประสบการณ์อ่อนระทวยราวขี้ผึ้งถูกลนไฟ แต่ปวีย์ไม่คิดหยุด เขาค่อยๆ เอามือสอดเข้าใต้ชายเสื้อนอนลายการ์ตูนของเธอแล้วค่อยไปไต่ขึ้นมาถึงเต้าอวบ ใช้มือบีบเบาๆ เล็กน้อย แล้วค่อยๆเอื้อมมือไปปลดตะขอเสื้อในด้านหลัง พลอยชมพูไม่รู้ว่าจริงๆ ว่าเขามีกี่มือเขาทำทุกอย่างได้เร็วมาก เผลอเคลิ้มไปแป็บเดียว รู้ตัวอีกทีตอนนี้เธอนอนตัวเปล่าเปลือยอยู่บนเตียง ในขณะที่เขายังมีเสื้อผ้าอยู่ครบ

พลอยชมพูเอามือข้างหนึ่งปิดหน้าอก อีกข้างหนึ่งปิดส่วนล่าง และส่งสายตามองเขา ที่ตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่ามองเธออยู่ที่ปลายเตียง เขาเป็นผู้ชายคนแรกที่เห็นเธอเปลือยเปล่า

“พีปีย์พลอยอาย”

สิ้นคำของพลอยชมพูปวีย์ก็ทิ้งตัวลงมาทาบทับเธออีกครั้ง คราวนี้เขาจูบเธออย่างดูดดื่มจนเธอแทบขาดอากาศหายใจ ปากเธอบวมเจ่อ ปากเขาก็จูบ มือก็ปัดป่ายไปทั่วร่างของเธอ เขาค่อยๆ ใช้มือลูบต้นขาจนมาถึงขาด้านใน เขาค่อยอ้าขาเธอออกแล้วแทรกตัวเข้ามายังหว่างขาของเธอ หลังจากนั้นเขาใช้มือทั้งสองข้างกลับมาขยำหน้าอกของเธอทั้งสองข้างพร้อมๆ กัน ปากก็ยังคงจูบเธออย่างดูดดื่ม จนหนำใจ เขาก็ผละริมฝีปากออก แล้วไล่จูบลงมายังซอกคอ ผ่านมายังหน้าอกเขาใช้สองข้างประคองหน้าอกด้านซ้ายของเธอใช้ปากค่อยๆ จุมพิตที่ยอดประทุมถันสีชมพูอ่อน อย่างเบาๆ และค่อยๆดูดแรงขึ้นจนเธอส่งเสียงร้องเบาๆ จากนั้นเขาจึงใช้ปลายลิ้นเลียมันอีก ทำแบบนั้นวนไปจนเธอหัวหมุนไปหมด หน้าอกของเธอตอนนี้แดงและเปียกไปหมด แต่เขาก็ยังไม่ยอมหยุดจนเธอร้องขอ

“พี่ปีย์พอก่อนค่ะ พลอยไม่ไหว”

“พี่ทำพลอยเจ็บเหรอคะ”

“เปล่าค่ะ พลอยแค่ เอ่อ คือพลอยพลอยบอกไม่ถูกค่ะพี่ปีย์”

“ให้พี่ทำต่อนะคะ”

ปวีย์ขอ พลอยชมพูได้แต่พยักหน้าและเคลิ้มไปกับการนำพาของเขาอีกครั้ง

ตอนนี้พลอยชมพูรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่บริเวณหว่างขาของตนเอง ปวีย์ค่อยๆ ใช้มือปัดป่ายไปบริเวณนั้นของเธอ เขาผละริมฝีปากออกจากหน้าอกลงไปยังหน้าท้อง จูบเธอไล่ลงไปยังหน้าท้อง และท้องน้อย แล้วก็จุ๊บเบา ๆ ตรงนั้นอย่างไม่คิดรังเกียจ

“พี่ปีย์อย่าค่ะ พลอยอาย”

พลอยชมพูใช้สองมือปิดหน้า ปวีย์เงยหน้ามองเธอแล้วหัวเราะเบา ๆ จากนั้นใช้มือทั้งสองข้างจังเข่าทั้งสองของเธอและดันมันขึ้นมาให้ตั้งชันขึ้นพร้อมกับก้มลงไปดูดดื่มกับน้ำหวานที่ไหลเยิ้มออกมารออยู่แล้ว เขาใช้ปลายลิ้นสีแดงสด ค่อยๆละเลียดชิมน้ำหวานครั้งแล้วครั้งเล่า สร้างความเสียวซ่านให้กับพลอยชมพูเป็นอย่างยิ่ง เธอค่อยๆ แอ่นสะโพกขยับตามลิ้นแสนร้ายของเขา เขาใช้มือดันสะโพกกลมกลึงขึ้นมาเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ห่อลิ้น และสอดลิ้นเข้าไปในช่องทางรักของเธอแล้วสลับขึ้นมาเลียจุดเสียวซ่าน ทำอยู่อย่างนั้นหลายรอบ จนพลอยชมพูทนความเสียวซ่านต่อไปไม่ไหวอีกต่อไปแล้วเธอกรีดร้อง ตัวอ่อนระทวย และค่อยๆ ปล่อยน้ำหวานออกมามากมาย ปวีย์ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเธอ ก่อนจะลุกลงจากเตียง แต่ไม่ลืมที่จะจุมพิตริมฝีปากบาง แล้วเดินหายเข้าไปในเข้าห้องน้ำ สักพักเธอก็ได้ยินเสียงเขาร้องเสียงดังออกมา เธอตกใจมากรีบคว้าผ้าห่มคลุมกายไปยืนหน้าห้องน้ำแถวเคาะเรียกหาเขา

“พี่ปีย์ เป็นอะไรรึเปล่าคะพลอยได้ยินเสียงพี่ปีย์ร้อง”

“ไม่มีอะไรครับ เดี๋ยวพี่ออกไปนะขออาบน้ำก่อน”

ผ่านไปราวยี่สิบนาที ปวีย์ก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับผ้าขนหนูเพียงผืนเดียว เขาถือผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำมาพร้อมกับกะละมังใบเล็ก

“พี่เช็ดตัวให้นะครับ”

โดยไม่ต้องรอคำตอบเขาค่อยๆ ใช้ผ้าขนหนูหมาดๆ เช็ดตัวให้เธอทุกซอกทุกมุม รวมถึงตรงนั้นด้วย ทำราวกับว่าเธอเป็นเด็กทารกอย่างนั้น

“พลอยรอพี่แต่งตัวแป๊บนึงนะ”

ว่าแล้วเขาเดินไปแต่งตัวและกลับมาในชุดนอนของเขา แล้วค่อยๆอุ้มเธอที่ตอนนี้ห่อตัวอยู่ในผ้าห่ม เสียเรียบร้อย ก่อนที่จะเดินไปยังห้องนอนของเธอ

ตอน 2

ปวีย์ค่อยๆ วางพลอยชมพูลงบนเตียงของเธอ เขาเอนกายนอนลงบนเตียงข้างๆ กัน ก่อนจะกระชับผ้าห่มขึ้นห่มด้วยกัน เธอหันไปสบตาเขา เขายิ้มเบาๆ

“นอนได้แล้วนะครับ พรุ่งนี้พลอยมีเรียนแต่เช้านะ”

“ค่ะ พี่ปีย์อยู่ที่นี่กับพลอยนะคะ”

พลอยชมพูขยับใช้มือโอบรอบกอดเอวสอบของปวีย์ไว้อย่างหวงแหน เธอไม่อยากให้เขาจากไป ถ้าเป็นไปได้อยากอยู่ด้วยกันแบบนี้ในทุก ๆ วัน

“ถ้าพี่ไม่อยู่พลอยต้องตั้งใจเรียนรู้ไหม พลอยต้องมีชีวิตที่ดี ประสบความสำเร็จ พี่เชื่อแบบนั้น”

“พลอยไม่อยากให้พี่ปีย์ไป แต่พลอยเข้าใจค่ะว่าพี่ปีย์ต้องไป พลอยจะตั้งใจเรียน จะมีชีวิตที่ดี จะรอพี่ปีย์กลับมานะคะ พี่ปีย์ต้องกลับมาหาพลอยบ่อย ๆ นะคะ และถ้าทางโน้นเขายืนยันวันเดินทางแล้วพี่ปีย์ต้องรีบบอกพลอยเลยนะคะ ถึงมันจะน่าเศร้าที่เราต้องจากกันไปไกล แต่พลอยจะติดต่อพี่ปีย์ให้บ่อยที่สุดเลยค่ะ”

เธอว่าพลางซุกหน้าลงกลางอกของเขา ปวีย์ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่มองเธอ แล้วจุมพิตหน้าผากบอกฝันดี แล้วกอดเธอไว้ในอ้อมกอด อ้อมกอดที่แสนจะอบอุ่นที่เธอโหยหามานานแสนนาน

“ฝันดีครับ คนดีของพี่”

เช้าวันต่อมาแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้า ส่องแสงลอดผ่านม่านโปร่งเข้ามายังห้องนอน ทำให้พลอยชมพูเริ่มรู้สึกตัว เมื่อคืนเธอหลับสบายมาก อาจเป็นเพราะได้นอนในอ้อมแขนที่แสนจะอบอุ่นของผู้เป็นสามีและเมื่อคืนก็เป็นครั้งแรกที่เธอและเขาได้ใกล้ชิดกันขนาดนั้น

หญิงสาวค่อย ๆ ขยับตัวและลุกขึ้นมาด้วยความสดชื่น ข้างๆ กันไม่เจอปวีย์แล้ว เขาคงตื่นก่อนเธอ เธอรีบจัดการอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปรับประทานอาหารเช้ากับสามี แต่เมื่อออกมายังโซนห้องครัวก็ไม่เจอเขาจิบกาแฟอยู่เหมือนทุก ๆ วัน เธอจึงเดินไปเคาะประตูหน้าห้องนอนก็ไม่มีเสียงตอบรับ

“พี่ปีย์ พี่ปีย์คะ ไปไหนของเขานะ เดี๋ยวค่อยโทรหาก็ได้ สายแล้ว”

พลอยชมพูตามหาเขาจนทั่วก็ไร้วี่แวว เธอต้องรีบไปเรียนด้วย เธอสะพายกระเป๋าเตรียมตัวจะออกไปจากห้องเพื่อไปเรียน แต่ก่อนที่จะเปิดประตู กลับเจอกระดาษแผ่นน้อยแปะไว้เด่นหราบริเวณหน้าประตูห้อง

“ขอให้พลอยใช้ชีวิตในแบบที่พลอยต้องการ พี่เองก็จะใช้ชีวิตในแบบของพี่เหมือนกัน และเมื่อถึงเวลาพี่จะกลับมาจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย รักไม่ได้ถ้าไม่ได้รัก / ปวีย์”

พลอยชมพูค่อยๆ เอื้อมมือที่สั่นเทาไปแกะกระดาษแผ่นนั้นออกพร้อมอ่านข้อความด้วยหัวใจแตกสลาย ดวงตาแดงคลอหน่วยไปด้วยน้ำตา ซึ่งค่อย ๆ เอ่อล้นออกมาอย่างมากมาย นี่หมายความว่ายังไงกัน เขาไปแล้วอย่างนั้นเหรอ ไปโดยไม่บอกลากันสักคำอย่างนั้นเหรอ

“คนใจร้ายไปโดยไม่บอกพลอยสักคำ ฮือ ฮือ ฮือ”

พลอยชมพูร้องไห้อยู่เพียงครู่ก็รีบต่อสายโทรหาปวีย์ทันที แต่โทรแล้วโทรเล่าปลายสายก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ เธอจึงรีบเปิดประตูไปเคาะห้องยายปิ๊งเพื่อนสนิทซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของปวีย์ และอาศัยอยู่ห้องตรงข้ามกัน

“ก๊อก ๆ ๆ ปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊งอยู่ไหม”

เธอพยายามเคาะเรียกอยู่นานก็ไม่การตอบรับ เลยตัดสินใจต่อโทรศัพท์หาปิ๊งทันที

“ฮัลโหลพลอย ฟื้นแล้วเหรอ ไม่สบายเป็นไงบ้าง ดีขึ้นรึยัง แกไม่น่าจะมาป่วยวันนี้เลยนะ เลยอดมาส่งพี่ปีย์เลย แกรู้ไหมวันนี้นะมีสาว ๆ มาส่งพี่ปีย์เพียบ ฉันล่ะเป็นไม้กันหมาให้แกแทบไม่หวาดไม่ไหวเลยรู้ไหม”

“ฮัลโหล พลอยทำไมเงียบไปล่ะ พลอย”

พลอยชมพูที่ได้รู้ว่าปวีย์ไปแล้ว เขาไปโดยไม่มีคำร่ำลาสักคำ เธอหมดเรี่ยวแรง เอนตัวพิงผนังประตูห้องของปิ๊ง แล้วปล่อยน้ำตาไหลลงมาเป็นสาย เธอทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นหน้าห้องของเพื่อนรัก ปล่อยน้ำตาไหลพรากลงมาอย่างคนพ่ายแพ้สิ้นหวัง เขาไปไม่ลาสักคำ แค่คำลายังให้กันไม่ได้เลย

"จริง ๆ แล้วพี่ปีย์ไม่เคยรักพลอย ฮือ ฮือ ฮือ"

หลังจากปวีย์จากไป พลอยชมพูก็พยายามติดต่อเขาแต่เขาตัดการติดต่อกับเธอทุกช่องทาง คนเดียวที่เขาจะติดต่อด้วยคือชื่นฤทัยมารดาของเขาเท่านั้น ในเมื่อทุกอย่างมันชัดเจนอย่างนี้แล้วพลอยชมพูจึงตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีที่สุดอย่างที่เขาได้บอกไว้ เป็นการตอบแทนที่เขาอุตส่าห์เสียสละอิสรภาพของเขามาปกป้องเธอ และเมื่อถึงวันที่เขากลับมาเธอสัญญาว่าจะคืนอิสรภาพให้เขาทันทีโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ

“พลอยจะตั้งใจเรียน จะมีชีวิตที่ดีให้ได้ พลอยจะดีกว่าที่พี่ปีย์คิด”

หลังจากวางสายแม่ของสามีไปแล้ว พลอยชมพูเหม่อคิดถึงเรื่องที่ผ่านของเขาและเธอ ตอนนี้เธอเข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น เธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขา ห้าปีมันนานเกินไปสำหรับพวกเรา เขาเสียสละเพื่อเธอมามากเกินพอแล้ว เธอจะเป็นคนคืนอิสรภาพให้เขาด้วยตัวของเธอเอง

@ห้องเสื้อ

วันรุ่งขึ้นพลอยชมพูเดินทางมาทำงานตามปกติ เธอเรียนจบแฟชั่นดีไซน์มาแล้ว 1 ปี ทันทีที่เรียนจบก็ตัดสินใจร่วมหุ้นกับปิ๊งและเมเปิ้ล ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเปิดห้องเสื้อ ตอนนี้กิจการเป็นไปได้ด้วยดี ห้องเสื้อของพวกเธอมีการออกแบบเสื้อผ้าให้ลูกค้าเฉพาะบุคคล อีกทั้งแนะนำเรื่อง Personal Color และแฟชั่นต่างๆ เรียกว่าเป็นที่ปรึกษาด้านการแต่งกายครบวงจรเลยทีเดียว นอกจากดีไซน์ถูกใจแล้ว ฝีมือทีมช่างตัดเย็บก็เนี้ยบ ทำให้ได้ลูกค้าติดใจ แนะนำบอกต่อกันมาเรื่อย ๆ

วันนี้พลอยชมพูไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงานเลย ในหัวตื้อไปหมดออกแบบอะไรมาก็ไม่ถูกใจ เธอจึงหยุดพักงานไว้เพียงเท่านั้น เพราะถ้าฝืนทำงานออกไปคงออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจเป็นแน่ จากนั้นเธอก็เข้าห้องน้ำเพื่อสำรวจตัวเองให้พร้อมสำหรับการต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไม่ได้เจอกันมานานถึงห้าปีเต็ม

พลอยชมพูเป็นหญิงสาวตัวเล็ก สมส่วน ผิวขาวอมชมพู ผมเธอยาวเป็นสีน้ำตาลธรรมชาติ ด้วยเธอเป็นคนผิวดีอยู่แล้ว วันนี้เธอจึงเลือกใส่เดรสแบบเรียบ ๆ เป็นเดรสแขนกุดเข้ารูปสีชมพูอ่อน คัตติ้งสวยงาม ทำให้ดูหุ่นเพรียวสวย และสีชมพูทำให้เธอดูหน้าตาสดใส ขับผิวหน้าให้ผ่องขึ้น ไม่เหมือนคนอดหลับอดนอนมาทั้งคืน เธอแต่งหน้าอ่อน ๆ กลบรอยดำใต้ตาเล็กน้อย แต่งแต้มริมฝีปากด้วยลิปติกสีชมพูกุหลาบ เคลือบกลอสเล็กน้อย ทำให้ดูสุขภาพดี

พลอยชมพูส่งยิ้มให้ตัวเองในกระจกแล้วบอกตัวเองว่าเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งแล้ว ทุกอย่างใกล้จะจบลงแล้ว เขาและเธอจะเป็นอิสระจากกันเสียที

ตอน 3

พลอยชมพูกำลังจะออกจากห้องทำงานก็มีคนมาเคาะประตูพร้อมเปิดเข้ามา หุ้นส่วนของเธอเอง เมเปิ้ล

“พลอยจะออกไปแล้วเหรอ”

“อือ มีอะไรรึเปล่า”

“คือวันนี้พี่เอม ญาติเมที่บอกว่าเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศมาวัดตัวตัดสูทเพื่อร่วมงานของสมาคมนักเรียนเก่าเขาน่ะ แล้วปิ๊งไม่อยู่ด้วย ถ้าจะรบกวนพลอยช่วยวัดตัวให้แฟนของพี่เอมด้วยได้ไหม พอดีฝ่ายผู้หญิงมากันหลายคนเมวัดตัวเองได้ทุกคน แต่มีแฟนพี่เอมที่เป็นผู้ชายคนนึงจะรบกวนพลอยช่วยวัดให้คนเดียวได้ไหม เมไม่ถนัดงานผู้ชายพลอยก็รู้”

“ได้สิ งั้นไปกันเลยนะ เสร็จแล้วพลอยจะได้รีบกลับบ้านไปหาแม่”

“ขอบใจนะพลอย พลอยนี่น่ารักเสมอ”

ว่าแล้วสองสาวก็เดินจูงมือกันลงไปยังชั้นว่างซึ่งเป็นโชว์รูมไว้รับรองลูกค้า

“พี่เอมคะ นี่พลอยเพื่อนเอมค่ะ เมจะให้พลอยวัดตัวให้หนุ่มหล่อของพี่เอมน่ะค่ะ”

“สวัสดีค่ะพี่เอม ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” พลอยชมพูประนมมือไหว้พี่สาวของเพื่อน

“สวัสดีจ๊ะพลอย ยังไงช่วยดูแลพี่เขาด้วยนะจ๊ะ”

“ด้วยความยินดีค่ะ งั้นพลอยขอตัวไปวัดตัวให้พี่เขาเลยนะคะ”

ว่าแล้วพลอยชมพูก็เดินไปยังห้องวัดตัวอีกห้องซึ่งมีพนักงานจดรายการวัดตัวรออยู่ในห้องพร้อมกับลูกค้าซึ่งเพื่อนบอกว่าเป็นแฟนของพี่สาวนั่งหันหลังอยู่

“สวัสดีค่ะ ขออนุญาตวัดตัวคุณลูกค้านะคะ”

เสียงหวานกล่าวทักทายออกแบบ ก่อนที่คนเบื้องหน้าจะหันหลังมามอง เพียงได้สบตากับเขาพลอยชมพูก็ดวงตาไหววูบ ทำไมเขามาอยู่ตรงนี้ได้ เขาเป็นแฟนของพี่สาวเพื่อนเธอย่างนั้นเหรอ เขาไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย ไม่สิ เขาดูภูมิฐานขึ้น ก็แน่สิเขาอายุมากกว่าเธอตั้งแปดปีปีนี้อายุปาเข้าไปสามสิบแล้วจะไม่ให้ดูภูมิฐานได้ยังไง ถึงใจกระตุก สั่นไหว แต่ก็ต้องนิ่งให้ถึงที่สุด เขาจะไม่มีผลกับเธออีก เธอต้องเรียกสติคืนมา เธอค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าปอดแล้วเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับเขาใกล้ ๆ ยิ้มทักทายเขาอีกครั้ง เขาก็ยิ้มกลับมาแต่ไร้ซึ่งคำทักทายใด ๆ เพียงแค่ก้มหัวทักทายเล็กน้อยเท่านั้น

“งั้นเชิญทางนี้ค่ะ”

เธอผายมือให้เขาเดินตามไป พร้อมพนักงานจดบันทึกรายการวัดตัวเดินตามไปด้วย

“เอ่อ รบกวนถอดเสื้อสูทออกนะคะ เหลือไว้เพียงเสื้อตัวในก็พอค่ะ จะได้วัดตัวได้สัดส่วนที่ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ”

เธอบอกเขากลับไม่ทำตาม แค่ยื่นมือสองข้างออกมาข้างหน้ารอคอยให้เธอมาถอดสูทให้ เธอเห็นดังนั้นก็เลยต้องขยับไปถอดสูทให้เขาใกล้ ๆ เธอค่อย ๆ เขย่งเท้าถอดสูทให้เขา ความใกล้ชิดทำให้เธออดใจสั่นไหวไม่ได้ ถึงแม้มือเธอจะเย็นและสั่นแต่ก็พยายามถอดสูทให้เขาจนเสร็จเรียบร้อย

ส่วนปวีย์ได้แต่ยิ้มอ่อน ตอนเธอเขย่งเท้าขยับมาใกล้เขาได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ มาจากเส้นผมสลวยของเธอ เมื่ออยู่ใกล้ชิดกันเขาก็กระซิบถามเบา ๆ พอให้ได้ยินกันสองคน

“สบายดีใช่ไหม”

“ค่ะ”

เธอตอบกลับไปอย่างประหยัดคำเพื่อไม่ให้เสียมารยาท ก่อนเอาเสื้อสูทไปพาดไว้ตรงพนักเก้าอี้อย่างเรียบร้อย พร้อมกลับไปเริ่มวัดตัว

ตลอดการวัดตัวไร้การสนทนาอะไรอีก เขายืนให้เธอวัดตัวและทำตามที่เธอบอกทุกอย่าง สายตาก็คอยจ้องเธอทุกการเคลื่อนไหว “โตขึ้นแล้วสินะพลอยชมพู”

“เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ยังไงเมื่อเสื้อเสร็จจะติดต่อกลับไปเพื่อให้มาลองอีกครั้งนะคะ”

พลอยชมพูว่าพลางเดินไปหยิบสูทของเขาเอามาคืนให้ แต่เมื่อเธอยื่นมันคืนกลับไป เขากลับหันหลังยื่นแขนออกมาเตรียมจะใส่สูท พลอยชมพูได้แต่ค่อนขอดเขาในใจ เชอะ ดูทำเข้า เธอไม่กระโดดขยุ้มหัวเขาให้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว ทิ้งไปไม่ลา ไม่รักกันเธอก็ไม่ว่าแต่ทิ้งไปไม่ลาเธอโกรธและเสียใจมาก ยังมีหน้ากลับมาพร้อมแฟน หึ แต่เธอจะทำอะไรได้ ก็เขาเป็นพี่ผู้มีพระคุณ ช่วยเหลือเธอทุกอย่าง เขาไม่ได้ผิดอะไรนี่ แค่ไม่บอกลาและไม่ได้รักแค่นั้นเองจริง ๆ

“เสร็จแล้วค่ะ เชิญค่ะ เดี๋ยวพลอยไปส่งที่ห้องโน้นนะคะ”

ว่าแล้วพลอยชมพูก็เดินนำเขาออกไปยังอีกห้องโดยไร้บทสนทนา กระทั่งมาถึงห้องนั้น

“ปีย์คะ เรียบร้อยแล้วเหรอคะ”

เอมทักถาม

“เรียบร้อยแล้วครับ”

“ส่วนของพลอยเรียบร้อยแล้ว งั้นพลอยขอตัวก่อนนะคะทุกคน ขอบคุณพี่เอมและเพื่อน ๆ พี่เอมมาก ๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ แล้วไว้เจอกันนะคะ”

เธอกล่าวลาและออกมาจากตรงนั้นทันที่ที่หน้าที่เธอเสร็จเรียบร้อย

พลอยชมพูเร่งฝีเท้ามายังลานจอดรถ ใช้มืออันสั่นเทากดรีโมทเปิดประตูรถและก้าวไปนั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนสตาร์ทรถและฟุบหน้าลงกับพวงมาลัย แม้จะบอกให้ตัวเองเข้มแข็งขนาดไหนก็ยังอ่อนแออยู่ดี น้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมาอย่างสุดจะกลั้น แม้แต่ตอนกลับมาเขาก็ยังเฉยชาขนาดนี้ ถ้าทำได้เธอคงจะวิ่งเข้าไปตีอกชกตัวเขาแล้วถามว่าทิ้งเธอไปทำไม แต่เธอก็ทำไม่ได้ มิหนำซ้ำวันนี้เขาก็กลับมาพร้อมกับหญิงสาวสวยที่บอกว่าเป็นแฟนของเขาอีก พอร้องไห้จนพอใจแล้วเธอก็เช็ดน้ำตา และแต่งหน้าอีกรอบ ก่อนขับรถออกไปยังบ้านชื่นฤทัยทันที

“แม่คะ พลอยกลับมาแล้วค่ะ”

เธอเข้าไปโอบกอดชื่นฤทัยมารดาของปวีย์จากด้านหลัง หอมแก้มซ้ายขวาอย่างที่เคยทำเป็นประจำ

“ทำอะไรคะ กลิ่นหอมออกไปถึงหน้าบ้านเลย”

“ก็ทำของโปรดของพวกเรานั่นแหละทั้งของโปรดของพลอยแล้วก็ของปีย์ด้วย”

“เดี๋ยวพลอยช่วยนะคะจะได้เสร็จไวไว”

“ไม่ต้องหรอกจ๊ะ เดี๋ยวตัวเหม็นกันพอดี นี่แม่ก็ทำจะเสร็จแล้ว เนี่ยปิดแก๊สแล้ว ขอแม่ล้างมือก่อนนะแล้วเราไปนั่งคุยกันระหว่างรอพี่เขามานะลูก”

“ค่ะแม่”

พลอยชมพูนั่งรอในห้องนั่งเล่นไม่นาน ชื่นฤทัยก็ตามออกมา นางมานั่งใกล้ ๆ เธอ นางจ้องมองเข้าไปในตาเธอ แล้วใช้มือลูบผมของเธออย่างรักใคร่เอ็นดู

“พลอยของแม่โตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ทั้งสวยแถมยังเก่งมาก ๆ แม่ภูมิใจในตัวพลอยนะจ๊ะ ถ้าแม่พิมพ์ของหนูยังอยู่คงภูมิใจในตัวหนูมากแน่ ๆ”

พลอยชมพูยิ้มรับเธอโอบกอดเอวนางชื่นฤทัยไว้ ใช่ใบหน้าหวานละมุนค่อยๆ ซบลงที่อกของท่านอย่างโหยหา

“ขอบคุณนะคะแม่ พลอยจะมีวันนี้ไม่ได้เลยถ้าไม่มีแม่กับพี่ปีย์ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”

ว่าแล้วพลอยชมพูก็ขยับลงมานั่งที่พื้นและกราบลงไปที่ตักของชื่นฤทัย เธอซึ้งใจนักที่ท่านทั้งรักและเอ็นดูเธอเหมือนเธอเป็นลูกสาวของท่านจริง ๆ

“เพราะพลอยเป็นเด็กดี พลอยเลยมีวันนี้แม่ก็แค่คอยสนับสนุนในสิ่งที่พลอยอยากทำเท่านั้นเอง”

“พลอยรักแม่ค่ะ รักมากเลย ไม่รู้จะขอบคุณแม่ยังไง ไม่รู้จะตอบแทนแม่ยังไงคะ”

เธอน้ำตารื้นด้วยความซาบซึ้งใจนัก

“พลอยไม่ต้องทำอะไรเลย ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ดีที่สุดแล้วจ๊ะ แม่มีความสุขมากรู้มั้ย”

“ค่ะ”

“ลุกขึ้นมานั่งใกล้ ๆ แม่มา เดี๋ยวชุดยับหมด”

เมื่อพลอยชมพูลุกขึ้นไปนั่งข้าง ๆ ชื่นฤทัยจึงสบตาเธออีกครั้ง

“พลอยลูก พี่เขากลับมาอยู่บ้านแล้ว แล้วพลอยล่ะลูกเมื่อไหร่จะกลับมาอยู่บ้านกับแม่เสียที แม่คิดถึงพลอยนะ อยากให้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ครอบครัวเรามีกันแค่สามคน แม่ ปีย์ แล้วก็พลอยนะลูก”

พลอยชมพูน้ำตารื้น เธอเป็นครอบครัวของชื่นฤทัย แต่เธอคงไม่ได้เป็นครอบครัวของปวีย์ วันนี้เขากลับมาพร้อมผู้หญิงอีกคน ชัดเจนเสียเหลือเกิน เธอต้องยอมรับและต้องผ่านมันไปให้ได้

“ขอบคุณนะคะแม่ที่ให้พลอยเป็นคนในครอบครัวของแม่ แต่พลอยคิดว่าพลอยคงไม่ได้เป็นครอบครัวของพี่ปีย์หรอกค่ะ”

“ทำไมพลอยถึงคิดแบบนั้นล่ะลูก”

พลอยชมพูยิ้ม แล้วถอนหายใจ เธอจะอธิบายให้ชื่นฤทัยเข้าใจได้อย่างไรดี

“คืออย่างนี้ค่ะแม่ พลอยกับพี่ปีย์ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบสามีภรรยากัน พี่ปีย์ไม่ได้รักพลอยค่ะ ตลอดห้าปีที่ผ่านมาเราไม่ได้ติดต่อกัน ไม่เคยติดต่อค่ะ แล้ววันนี้พลอยเจอพี่ปีย์ค่ะ”

“ห๊า วันนี้พลอยเจอปีย์แล้วเหรอลูก แล้วเจอที่ไหน พี่เขาเพิ่งกลับมาเองนะ เมื่อคืนก็นอนพักที่โรงแรมในสนามบิน เพราะกว่าจะลงจากเครื่องก็ดึกมากแล้ว เลยไม่กลับบ้านเพราะไม่อยากให้แม่คอย วันนี้คงนอนพักทั้งวัน แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปเจอพลอยล่ะลูก”

“แม่คะ วันนี้พี่ปีย์มาที่ห้องเสื้อพลอยค่ะ มาวัดตัวตัดสูทกับแฟนเขาค่ะแม่”

“ห๊า พลอยว่าอะไรนะ มากับแฟนเหรอ”

“ใช่ค่ะแม่ แฟนพี่ปีย์สวยมากเลยนะคะแม่ เป็นพี่สาวของเพื่อนพลอยเองค่ะ ชื่อพี่เอม พลอยตั้งใจเอาไว้แล้วว่าเมื่อพี่ปีย์กลับมาพลอยจะหย่าให้ค่ะแม่”

“พลอย ไม่มีใครสวยกว่าเมียตัวเองหรอกนะ แม่เชื่อว่าปีย์เขาไม่มีวันเห็นใครสวยไปกว่าพลอย ยังไงพลอยก็ต้องคุยกับปีย์ก่อน แม่อยากให้ได้ใช้ชีวิตร่วมกันนะลูก”

“แม่ก็รู้ว่าพลอยกับพี่ปีย์คงไปต่อด้วยกันไม่ได้ เราห่างกันมานานเกินไปค่ะแม่ พลอยจะให้อิสระกับพี่ปีย์ค่ะ”

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงพลอยก็ยังเป็นคนในครอบครัว ไปคุยกับปีย์ให้รู้เรื่องนะพลอย แล้วก็ย้ายกลับมาอยู่บ้านด้วย แม่สั่ง พลอยก็รู้ว่าแม่แก่แล้ว แม่เหงา ปีย์เป็นผู้ชายไม่เข้าใจแม่เท่าพลอยหรอก เวลามีอะไรคนแก่ ๆ อย่างแม่ก็อยากคุยกับลูกสาวมากกว่า พลอยเข้าใจใช่ไหมจ๊ะ”

พลอยชมพูได้แต่ยิ้มอ่อน บทจะเอาแต่ใจชื่นฤทัยก็มักจะเป็นแบบนี้ แต่เธอเข้าใจทุกอย่าง ในโลกนี้ไม่มีใครรักและหวังดีกับเธอเท่าชื่นฤทัยอีกแล้ว

ระหว่างที่พลอยชมพูกับชื่นฤทัยกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ปวีย์ก็เดินทางมาถึงพอดี เขาเข้ามาในห้องรับแขกเห็นแม่กับพลอยชมพูนั่งรออยู่

“คุยอะไรกันเหรอครับ”

“ตาปีย์ ลูก กลับมาแล้วเหรอ”

ชื่นฤทัยลุกขึ้นและเดินเข้าไปในอ้อมกอดของลูกชาย ปวีย์กอดมารดาไว้แน่น เขาส่งสายตามองมายังพลอยชมพูที่นั่งนิ่งอยู่ที่เดิม

“คิดถึงแม่จังครับ”

“แม่ก็คิดถึงปีย์”

เมื่อเห็นว่าชื่นฤทัยและปวีย์ทักทายกันแล้ว พลอยชมพูก็ลุกเดินมาทักทายเขาบ้าง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท แม้ว่าวันนี้จะเจอกันแล้วก็ตาม

“สวัสดีค่ะพี่ปีย์”

“อืม”

สั้น ๆ แค่นั้น สำหรับคำทักทายของเขา

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED