ตอน 2

สุชาติเปิดกระจกฝั่งคนขับเรียกให้คนที่ยืนอยู่ตรงป้ายรถเมล์ขึ้นมาบนรถ

“สวัสดีค่ะน้าชาติ ไหนคะเสื้อที่ขาด” หญิงสาวขึ้นมาบนรถก็ถามพร้อมทั้งรีบหยิบกล่องอุปกรณ์ออกมาจากกระเป๋าผ้าใบเก่ง

“ไม่ใช่เสื้อน้า แต่เป็นเสื้อเจ้านายน้า” พอได้ยินแบบนั้นเธอก็รีบหันไปยกมือไหว้คนที่อยู่ด้านหลัง

“คุณภูครับนี่ใบตอง เธอจะช่วยเย็บกระดุมให้นะครับ”

“สวัสดีค่ะ ไหนคะเสื้อที่จะให้ใบตองเย็บ”

ภูเมฆายกมือรับไหว้แทบไม่ทัน เขาไม่คิดว่าคนที่จะมาเย็บกระดุมให้ตัวเองยังเป็นเด็กนักศึกษาอยู่

“เย็บได้แน่นะ” เขาถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจเพราะไม่คิดว่าวัยรุ่นจะทำงานแบบนี้เป็น

“แน่สิคะ คุณถอดเสื้อมาเลยเดี๋ยวใบตองเย็บให้”

“มาข้างหลังดีกว่าไหม ตรงนั้นมันแคบ” ภูเมฆาจับแฟ้มที่วางอยู่ไปไว้อีกทาง

“คุณภูครับ ผมหาจังหวะจอดไม่ได้เลย”

“ไม่เป็นไรค่ะน้าชาติ ใบตองปีนข้ามไปได้ใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามเจ้านายของน้าสุชาติเชิงขออนุญาต

“ได้สิ”

พอเขาอนุญาตกัญญ์วราหรือใบตองก็รีบปีนข้ามมาทางด้านหลัง เพราะเธอสวมกระโปรงค่อนข้างสั้นการก้าวข้ามมาจึงค่อนข้างลำบากอีกทั้งรถก็ยังโยกไปมา หญิงสาวจึงเสียหลักเซไปชนกับหน้าอกของภูเมฆาอย่างไม่ตั้งใจ

“ขอโทษค่ะ” พอตั้งตัวได้เธอก็รีบขอโทษและนั่งลงบนเบาะด้วยใจที่เต้นแรง

ภูเมฆาเองก็ไม่ต่างกัน จังหวะเมื่อครู่มันใกล้ชิดมากจนเขาได้กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ออกมาจากตัวของหญิงสาว

“กระดุมตรงไหนที่ขาดคะ”

ชายหนุ่มรีบถอดสูทออกพร้อมทั้งเปิดไฟด้านบนเพดานเพื่อให้เธอเห็นได้ชัดขึ้น ระหว่างที่เธอกำลังตั้งใจเย็บเขาก็มองใบหน้าเธอไปด้วย

เธอเป็นผู้หญิงที่สวยเป็นธรรมชาติมาก ใบหน้าเนียนนั้นแทบไม่ได้แต่งเติมอะไรเลย ดวงตากลมโต ขนตาเป็นแพสวยคิ้วเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบผิวเธอขาวเนียนจนแทบจะเป็นสีชมพู

“เสร็จแล้วค่ะ” เสียงของเธอทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์

“ขอบใจมาก”

“คุณภูคะ ใบตองว่าเย็บอีกข้างด้วยดีไหม”

“มันขาดแค่ข้างเดียวนะ”

“ใบตองว่าเย็บทั้งสองข้างเถอะค่ะ เผื่อมันจะขาดอีก”

“อือ” เขายอมให้เธอเย็บกระดุมอีกข้างเพราะอยากมองเธอให้นานขึ้นอีกนิด

กัญญ์วราจัดการเย็บกระดุมเสื้ออีกข้างพอเสร็จเรียบร้อยเธอก็เก็บทุกอย่างลงกระเป๋าผ้าก่อนจะหันมาชวนภูเมฆาคุย

“ธุระที่คุณจะไปคงสำคัญมากนะคะ ถึงต้องให้มาเย็บกันบนรถเลย”

“ก็ประมาณนั้น แล้วเธอคิดค่าจ้างเท่าไหร่” ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์เปิดแอปพลิเคชันธนาคารเตรียมจะโอนเงินให้

“ไม่คิดหรอกค่ะ”

“ได้ยังไงล่ะ เธอเสียเวลานะ”

“ไม่เสียเวลาเลยใบตองถือว่าวันนี้มีคนขับรถมาส่ง เพราะเดี๋ยวก็จะถึงมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ”

“ขอบใจมากนะที่มาช่วย”

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้เอง น้าชาติคะ อย่าลืมจอดหน้ามหาลัยให้ใบตองด้วยนะคะ”

“ได้สิ”

พอบอกน้าสุชาติเสร็จกัญญ์วราก็เอามือล้วงกระเป๋าอยู่พักใหญ่ก่อนจะหยิบเหรียญสีทองเล็กๆ ขึ้นมา เธอมองเหรียญในมือสลับกับหน้าของภูเมฆาอย่างใช้ความคิด

“มีอะไรเหรอใบตอง ทำไมมองหน้าผมแบบนั้นล่ะ”

“คุณกำลังจะไปคุยงานสำคัญใบตองก็เลยคิดว่าจะให้เหรียญนำโชคกับคุณ แบมือมาสิคะ”

ภูเมฆาแบบมืออย่างที่เธอบอกเพราะไม่อยากเธอเสียน้ำใจถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเชื่อเรื่องแบบนี้เท่าไหร่

“ขอบใจนะ”

“คุณมองเหมือนไม่เชื่อเลย แต่มันนำโชคจริงๆ นะคะ” เธอยืนยันอีกครั้งด้วยท่าทางที่จริงจังกว่าเดิม

“แล้วใบตองไม่ต้องใช้เหรอ”

“ใบตองมีสองเหรียญค่ะ” เธอหยิบอีกเหรียญที่คล้ายกันแต่เล็กว่าหาเขาดู เธอพูดพลางส่งยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ ทำให้คนที่ไม่ค่อยยิ้มอย่างภูเมฆายิ้มตามโดยไม่รู้ตัว

“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” หญิงสาวกล่าวขอบคุณก่อนจะรีบลงไปจากรถแล้วเดินเข้ามาหาวิทยาลัยไป

“น้าชาติสนิทกับใบตองเหรอครับ” ภูเมฆาทางหลังจากที่เธอลงจากรถไปแล้ว

“ครับ เธอเช่าบ้านอยู่ในซอยเดียวกับผมก็เลยเจอกันบ่อย เด็กคนนี้เป็นเด็กดีแล้วก็ขยันครับ ตอนเช้าเธอจะไปรับจ้างขายของในตลาด พอตอนเย็นก็ไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารครับ”

“ตัวแค่นี้แต่ทำงานเยอะเหมือนกันนะ”

“ทำไงได้ละครับ เธอต้องส่งตัวเองเรียน”

“แล้วพ่อแม่เธอล่ะ”

“เธออยู่กับแม่เลี้ยงครับพ่อเพิ่งตายไปเมื่อต้นปี แต่แม่เลี้ยงก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เธอทำงานรับจ้างทั่วไปรายได้ก็คงมีไม่มาก ใบตองก็เลยต้องทำงานทุกอย่างเพื่อส่งตัวเองเรียน”

ภูเมฆาฟังแล้วก็นึกถึงตัวเองเพราะแต่ก่อนเขาก็เลยลำบากมาก่อนและกว่าจะมีวันนี้ได้เขาก็เหนื่อยจนท้อมาหลายครั้ง

ในอดีตภูเมฆาอาศัยอยู่กับบิดามารดาแต่ทั้งสองก็ทะเลาะกันทุกวันจนกระทั่งตัดสินใจแยกทางกันตอนเขาอายุได้เพียง 5 ขวบ ทั้งบิดาและมารดาไม่มีใครต้องการเขา เขาเลยไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า เขาอยู่ที่นั่นจนเรียนจบชั้น ม.3 จากนั้นเขาก็ออกมาอาศัยอยู่ที่วัดแล้วหลวงตาก็ใจดีส่งเขาเรียน ระหว่างนั้นเขาก็ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ภูเมฆาทำงานทุกอย่างที่ได้เงินจนส่งตัวเองเรียนจบปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์

จากนั้นเขาก็สอบชิงทุนของบริษัทที่ทำงานอยู่จนได้ไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ ระหว่างเรียนก็ทำงานให้บริษัทสาขาที่นั่นไปด้วยจนเรียนจบก็ทำงานที่นั่นต่อ พอครบสัญญาห้าปีเอาก็ลาออกและกลับมาเปิดบริษัทของตนเองที่ประเทศไทย

ตอน 3

ภูเมฆามาถึงคฤหาสน์ของเจ้าสัวเรวัฒน์ก่อนเวลานัดเกือบยี่สิบนาทีแต่ก็ไม่ใช่คนแรกเพราะก่อนหน้าเขาก็มีคนจากบริษัทอื่นมานั่งรออยู่ห้องประชุมซึ่งอยู่ติดกับคฤหาสน์หลังใหญ่

ชายหนุ่มกล่าวทักทายผู้ชายสองคนที่มาถึงไปตามมารยาทจากนั้นก็มีคนจากอีกสองบริษัทเดินเข้ามา พอทุกคนมาครบได้ไม่นานเจ้าสัวเรวัฒน์ก็เข้ามาพร้อมกับชายสูงวัยคนหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้กันดีกว่าเขามักจะตามเจ้าสัวไปทุกที่

“ผมดูขอเสนอที่พวกคุณส่งมาแล้วผมดุอย่างละเอียดแล้ว บอกตามตรงเลยมันเป็นอะไรที่ตัดสินใจยากมาก”

“ผมเชื่อว่าเจ้าสัวจะตัดสินอย่างยุติธรรม” คุณสาโรจน์ผู้บริหารจากบริษัทใหญ่ติดอันดับหนึ่งในห้าของประเทศพูดกับเจ้าสัวด้วยท่าทางมั่นใจ เพราะคิดว่ายังไงเจ้าสัวก็ต้องเลือกบริษัทของตนอยู่แล้ว

“มันอาจจะยุติธรรมสำหรับผม แต่กับหลายๆ คนคงไม่คิดแบบนั้น ผมหวังว่าคนที่ไม่ถูกเลือกจะไม่เสียใจนะครับ เพราะยังมีอีกหลายโครงการที่ผมกำลังจะเริ่ม” เจ้าสัวกวาดตามองทุกคนอีกครั้ง พร้อมทั้งหันไปปรึกษากับซินแสที่ตนเองไว้ใจ

“พวกเราในที่นี้ก็หวังว่าจะได้ทำงานกับเจ้าสัวนะครับ” ชายอีกคนพูดขึ้นอย่างประจบ

ภูเมฆาได้แน่นั่งฟังทุกคนคุยกับเจ้าสัว ส่วนตัวเขาเองไม่ได้รู้สึกเจ้าสัวเป็นการส่วนตัวมาก่อนงานนี้ก็เป็นงานแรกที่สนใจเสนอโครงการ

“ผมล่ะตัดสินใจยากจริงๆ เอาล่ะ พวกคุณคงพอรู้มาบ้างว่าผมเป็นคนนับถือเรื่องโชคลางมากจนเรียกได้ว่าเข้าขั้นงมงายเลยก็ได้ ผมก็เลยอยากจะถามพวกคุณหน่อยว่าการมาคุยกับผมครั้งนี้ได้พกพวกเครื่องรางของขลังมาด้วยไหม”

จากนั้นเจ้าสัวก็ถามทีละคนว่าได้พกอะไรมาบ้างไหม คนที่เคยได้ยินกิตติศัพท์ของเจ้าสัวมาก่อนจากพากันเอาเครื่องรางของตนเองขึ้นมาอวดอย่างไม่มีใครยอมใคร

“แล้วคุณล่ะ ไม่เชื่อเรื่องแบบนี้เหรอ” เจ้าสัวหันมาถามภูเมฆาที่เอาแต่นั่งนิ่ง

“ผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้เท่าไหร่ครับ” ภูเมฆาตอบไปตามตรง

“แสดงว่าวันนี้ไม่ได้พกอะไรมาเลย หรือจะบอกว่าพกความมั่นใจมากันล่ะพ่อหนุ่ม” เจ้าสัวถามพลางยิ้มอย่างผู้ใหญ่ใจดี เขาไม่โกรธที่ภูเมฆาตอบแบบนั้นแต่กลับรู้สึกชอบที่ชายหนุ่มเป็นคนพูดตรงๆ

“ตอนออกจากบ้านผมไม่ได้พกอะไรมาเลย แต่พอออกมาได้ครึ่งทางกระดุมเสื้อผมก็เกี่ยวกับแฟ้มจนหลุด คนขับรถก็เลยเรียกให้คนรู้จักมาช่วยเย็บให้ครับ แล้วพอเธอรู้ว่าผมจะมาคุยงานสำคัญเธอก็เลยให้เหรียญนำโชคมาเหรียญหนึ่งครับ” เขาควักเหรียญที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาส่งให้เจ้าสัวเรวัฒน์

“เหรียญนี่แปลกดีเหมือนเคยเห็นที่ไหน ผมขอได้ไหม”

“ถ้าเหรียญนี่เป็นของผม ผมคงยินดีให้แต่เพราะคนอื่นให้ผมมาอีกทีถ้าผมให้เจ้าสัวไปก็เกรงว่าจะไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าเจ้าสัวอยากได้จริงๆ ผมจะลองถามเธอก่อนว่าได้ไหม”

“ผมคิดว่าคุณจะตอบว่าได้เพื่อเอาใจผม”

“ไม่หรอกครับ ถ้าผมทำแบบนั้นก็เหมือนไม่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง”

“นับว่าเป็นคนตรงเลยทีเดียวนะ” เจ้าสัวเอ่ยชม

จากนั้นเจ้าสัวก็ขอตัวไปปรึกษากับซินแสก่อนจะกลับออกมาอีกครั้ง

“พวกคุณคงอยากรู้ว่าใครจะได้งานนี้”

“ครับ” ทั้งห้าคนที่อยู่ในห้องขานรับแทบจะพร้อมกัน

“ผมขอถามอีกคำถามแล้วกัน ถ้าได้งานนี้พวกคุณจะเริ่มงานได้ตอนไหน เริ่มจากคุณสาโรจน์ก่อนก็แล้วกัน”

“ผมคิดว่าคงเริ่มได้ทันทีครับ”

“อือ ดีๆ ผมเองก็อยากให้ทุกอย่างเสร็จเร็วๆ เหมือนกัน แล้วคนต่อไปล่ะ”

“เริ่มได้ทันทีเหมือนกันครับ”

สี่คนแรกตอบว่าเริ่มงานได้ทันทีนั่นก็แสดงให้เห็นว่าบริษัทของพวกเขามีความพร้อมในการทำงานอย่างเต็มที่จนมาถึงคนสุดท้ายซึ่งก็คือภูเมฆา

“น่าจะเดือนหน้าครับเจ้าสัว” ภูเมฆาตอบไปตามความจริง

“คุณมาคุยงานทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อมเหรอครับ แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ บริษัทเพิ่งเปิดมาไม่ถึงสิบปีอะไรๆ ก็คงยังไม่เข้าที่” ชายคนหนึ่งพูดขึ้นและทำให้สายตาอีกหลายคู่มองเขาอย่างดูแคลน

“ไหนลองบอกเหตุผลมาหน่อยสิว่าทำไมถึงเริ่มงานได้ช้า” เจ้าสัวเรวัฒน์อยากฟังเหตุผลที่แท้จริงจากชายหนุ่ม

“ผมพร้อมครับ แต่ที่ผมบอกว่าเริ่มเดือนหน้าเพราะผมอยากให้ผ่านฤดูฝนไปก่อนครับ พวกคุณก็คงรู้ว่าการก่อสร้างในฤดูฝนมีเรื่องต้องระวังหลายอย่างทั้งการขนส่ง การเก็บวัสดุที่จะเอามาก่อสร้างไหนจะเรื่องดินที่ยุบตัวอีก แล้วตึกสูงขนาดนั้นก็ย่อมต้องการโครงสร้างที่แข็งแรง ดินในฤดูฝนจะอุ้มน้ำไว้มาก ผมว่ามันคงไม่ดีเท่าไหร่ครับ จากที่คิดว่าเริ่มเร็วอาจต้องตามแก้ปัญหาทีหลัง”

คำตอบของชายหนุ่มทำให้คนอื่นได้แต่เงียบ พวกเขาเป็นผู้บริหารที่ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ต่างจากภูเมฆาที่ทั้งเรียนและทำงานในโครงการใหญ่มาก่อนจึงตอบไปตามประสบการณ์ เขาไม่อยากจะตามแก้งานทีหลังให้เสียเวลา

“นี่แหละคือคำตอบที่ผมต้องการ ก่อนที่ผมจะร่ำรวยขนาดนี้แต่ก่อนผมก็เคยทำงานในไซต์งานมาก่อน พวกคุณไม่ผิดหรอก ก็แค่ใจร้อนไปหน่อยที่อยากจะเริ่มงานเร็วๆ” เจ้าสัวบอกชายอีกสี่คนเหลือ

“หมายความว่าคนที่ได้งานนี้คือเขาเหรอครับ” คุณสาโรจน์ถามเพราะไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าเขาจะเป็นคนได้รับเลือก

“เจ้าสัวคิดดีๆ นะครับ บริษัทที่เปิดใหม่แบบนั้นจะสู้บริษัทที่เปิดมานานแล้วได้ยังไง” ชายอีกคนท้วง

“ผมอยากให้โอกาสคนรุ่นใหม่ดู แล้วจากคำตอบเมื่อครู่มันก็ยืนยันแล้วว่าเขาก็คงมีประสบการณ์ประมาณหนึ่ง”

“ขอบคุณครับเจ้าสัว” ภูเมฆายกมือของคุณเจ้าสัวเรวัฒน์

“หวังว่าคงไม่ทำให้ผมผิดหวังนะ”

“ผมจะทำอย่างเต็มที่ครับ”

เจ้าสัวคุยกับทุกคนอีกสักพักพอทุกคนกลับเขาก็เอาสัญญามาให้กับภูเมฆา

“เจ้าสัวครับ ผมอยากรู้ว่านอกจากคำตอบข้อสุดท้ายแล้วมีเหตุผลอื่นไหมครับ”

“เอาจริงๆ นะ ผมชอบความคิดของคุณตั้งแต่คุณตอบเรื่องเหรียญแล้วและยิ่งได้ฟังคำตอบสุดท้ายผมก็เลยตัดสินใจเลือกคุณ”

“แต่ผมได้ยินมาว่าเจ้าสัวจะดูโหงวเฮ้งด้วย”

“ใช่นะ สิก่อนจะเชิญพวกคุณมาคุยผมก็ให้ซินแสดูเรื่องนี้มาก่อนแล้ว คุณเป็นคนรุ่นใหม่ไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ก็ไม่ผิดหรอก”

“มันก็ไม่เชิงนะครับ ผมยังไม่เจอกับตัวเองเลยไม่เชื่อเท่าไหร่ อย่างเมื่อเช้าตอนที่เด็กสาวคนนั้นเอาเหรียญให้ผม ผมก็ไม่เชื่อ แต่เธอก็ยืนยันที่จะให้”

“อย่าลืมไปขอบคุณเธอล่ะ”

“ครับเจ้าสัว”

“ถ้าเธอเดือดร้อนก็ช่วยเหลือเธอ อย่าทิ้งให้เธอลำบาก” ซินแสบอกปิดท้าย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED