ตอน 1

“ทำอะไรกันน่ะ เฮ้ย! ตำรวจมา ตำรวจมา!!!”

กล้า ใจซื่อ ชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดปีร้องตะโกนโหวกเหวกเมื่อเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งกำลังทำอะไรสักอย่างลับๆ ล่อๆ ในบริเวณที่เขาวางเบ็ดตกปลา เพราะเป็นกลางคืน เขาจึงเห็นหน้าพวกมันไม่ชัด พอได้ยินเสียงตะโกนว่าตำรวจมา พวกมันก็วิ่งหนีไม่คิดชีวิต แสดงว่าพวกมันคงกำลังทำเรื่องผิดกฎหมายเป็นแน่

“ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย ช่วยฉันที ปวดหัว... ปวดหัวเหลือเกิน”

เสียงครางที่ลอยมากระทบหูทำให้กล้าหยุดกึก เขาส่องไฟมองหาที่มาของเสียง เพราะไม่ใช่คนกลัวผีสางนางไม้ที่ไหน เขาคิดว่าคนดีผีคุ้ม ทำดีซะอย่างไม่ต้องกลัวอะไร

“เฮ้ย! คนนี่หว่า น้องๆ... เป็นยังไงบ้าง” กล้ามองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนอนครางอยู่บนพื้นดินใกล้ๆ กับหนองน้ำ รอบข้างมีจอบวางอยู่และถูกใช้งานโดยการขุดดินไปแล้วบางส่วน

“ไอ้พวกนั้นคิดจะฝังคนเป็นๆ เลยเหรอนี่” กล้าตกใจเมื่อเริ่มลำดับเหตุการณ์ เขามองคนในอ้อมแขนที่ตัวอ่อนปวกเปียก เลือดไหลซึมจนแห้งกรังบนศีรษะ สภาพเหมือนโดนทำร้ายจนสลบ นึกแล้วทั้งเวทนาและสงสารจับใจ

“น้องไม่เป็นอะไรนะ พี่จะพาน้องไปหาหมอ ทำใจดีๆ เอาไว้” กล้าบอกคนในอ้อมแขน ก่อนจะอุ้มพาร่างอ่อนแรงไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด!!!

กล้านั่งมองร่างบอบบางที่สลบไสลไปหลายวันด้วยความรู้สึกเป็นห่วง ใจเขาว้าวุ่นไปหมดเมื่อไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร มีความแค้นอะไรกับใคร ถึงได้ถูกตามฆ่าจนแทบเอาชีวิตไม่รอดแบบนี้ ดูจากรูปร่างหน้าตาและผิวพรรณ เขาคิดว่าเธอต้องเป็นลูกผู้ลากมากดีหรือค่อนข้างจะมีฐานะ กล้าปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก สวยหวานยิ่งกว่านางในวรรณคดีไทยเสียอีก ทุกครั้งที่มองหน้าคนป่วยบนเตียง หัวใจของเขาก็เต้นแรงอย่างประหลาด แม้ใบหน้าของเธอจะซีดเซียว แต่อาการป่วยกลับไม่ได้กลบใบหน้าอันงดงามไปเลยแม้แต่น้อย

“น้ำ... หิวน้ำ ขะ... ขอน้ำหน่อย” เสียงแหบแห้งที่เปล่งออกมาจากเตียงนอนขาวสะอาดของโรงพยาบาลทำให้กล้ารีบถลาเข้าไปหา

“น้ำครับ ค่อยๆ ดื่มนะ ไม่ต้องรีบ” เขารีบหมุนเตียงให้สูง ประคองศีรษะของเธอเอาไว้อย่างอ่อนโยนแล้วจับหลอดไปสัมผัสกับริมฝีปากซีดๆ เพื่อให้เธอดื่มน้ำดับความกระหาย

“แค่กๆๆๆ” แม้จะบอกให้เธอค่อยๆ ดื่ม แต่เพราะความกระหายเธอจึงรีบดื่มจนสำลัก

“อย่ารีบสิ ค่อยๆ ดื่ม” เขารีบบอกอีกครั้ง ลูบหลังลูบไหล่ให้คนป่วยที่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองรอบกาย

“ที่นี่ที่ไหนคะ” เธอเอ่ยถาม มือกุมศีรษะเอาไว้ด้วยความรู้สึกมึนงง แถมยังมีอาการปวดหัวเป็นริ้วๆ เกิดขึ้นอีก

“โรงพยาบาล น้องสลบไปหลายวันเลยนะ” เขาบอกสาวน้อยตรงหน้าที่กำลังขมวดคิ้วมึนงง

“คุณเป็นใครคะ?” สาวน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะเธอไม่คุ้นหน้าเขาสักนิด ถ้าจะพูดให้ถูก เธอจำอะไรไม่ได้เลย

“เอ่อ...” กล้ากำลังจะตอบก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อได้ยินประโยคถัดมา

“แล้วฉันเป็นใครคะ ฉันชื่ออะไร โอ๊ย! ปวดหัวจัง”

“ปวดหัวเหรอ งั้นไม่ต้องคิดอะไรนะ พักผ่อนก่อน เดี๋ยวพี่จะไปตามหมอมาดูอาการ” กล้าตกใจถลาเข้าหาสาวน้อยที่กำลังกุมหัวตัวเองแล้วร้องครางโอดโอย

“ปวดหัวจังเลย โอ๊ย! ปวด!!!”

กล้าตกใจรีบตามหมอมาดูอาการของหญิงสาว ตอนเขาพบเธอ สภาพศีรษะถูกทุบด้วยของแข็ง สมองของเธอคงได้รับการกระทบกระเทือนเลยจำอะไรไม่ได้ หมอเจ้าของไข้บอกว่าเธอมีอาการสมองเสื่อม ทำให้กล้ายิ่งหนักใจ

กล้าไม่รู้จะทำยังไง เขาเลยต้องพาเธอกลับบ้านไปด้วย แต่เพราะสาวน้อยหน้าหวานทำให้เขาตกหลุมรักอย่างมิอาจหักห้ามใจ เขาไม่อยากเสียเธอไป จึงคิดเห็นแก่ตัวแอบอ้างว่าเขาคือสามีของเธอ

กล้าแต่งเรื่องเพิ่มเติมอีกว่าเขาและเธอออกไปหาปลาที่บึงและถูกคนร้ายชิงทรัพย์ ทำร้ายเธอจนบาดเจ็บ ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน เธอเลยความจำเสื่อม แม้สาวน้อยที่จำอะไรไม่ได้จะไม่คุ้นเคยกับสิ่งที่เขาบอก แต่เธอก็รู้สึกอบอุ่นใจที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขา เพราะเขาดีกับเธอมาก และเป็นคนเดียวที่เธอไว้ใจที่สุด เมื่อฟื้นขึ้นมาจากโรงพยาบาลก็ได้เขาคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง

“นี่บ้านของเราเหรอจ๊ะพี่กล้า”

ดารา... สาวน้อยวัยยี่สิบ ที่จำอะไรไม่ได้เอ่ยถามชายหนุ่มที่บอกเธอว่าเขาเป็นสามีของเธอด้วยความไม่คุ้นชิน ยิ่งมองไปรอบกายยิ่งไม่คุ้น เธอขมวดคิ้วพยายามนึก แต่นึกเท่าไหร่กลับนึกไม่ออก

“ใช่จ้ะแก้ว นี่บ้านของเราสองคนไง” กล้าโกหกคำโต เขาบอกว่าเธอชื่อดอกแก้ว ชื่อดอกแก้วเป็นอีกอย่างที่ทำให้สาวน้อยขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่คุ้นหู เธอจำไม่ได้สักนิดว่าตัวเองชื่อนี้

“ทำไมที่นี่ดูไม่คุ้นเลยคะพี่กล้า แล้วชื่อแก้ว ทำไมมันไม่คุ้นหู โอ๊ย! ปวดหัว” สาวน้อยกุมศีรษะเพราะรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีกเมื่อพยายามนึกทบทวน แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ยิ่งนึกก็ยิ่งปวดหัวจนแทบจะระเบิด

“ถ้าปวดหัวก็ไม่ต้องนึกนะแก้ว พักผ่อนกันดีกว่า”

กล้ากุมมือนิ่มกระชับเอาไว้ เขาเองนึกชื่ออะไรไม่ออกเลยเอาชื่อง่ายๆ ว่าดอกแก้ว สีหน้าของกล้ามีแววกังวลจนเห็นได้ชัด เขาเป็นห่วงเรื่องสมองของเธอ เพราะถูกทำร้ายแบบได้รับการกระทบกระเทือนมากจนเบลอ บางครั้งเธอก็ใจลอยจนเขาต้องเรียกซ้ำหลายๆ ครั้ง อีกทั้งเขายังโกหกเธออีก ทำให้เธอไม่ได้นึกทบทวนความทรงจำเก่าๆ เลยสักนิด

คุณหมอบอกว่าต้องพาเธอไปยังสถานที่ที่เธอเคยไปบ่อยๆ เล่าเรื่องที่เธอเคยทำให้ฟังถึงจะจำได้ แต่เขากลับทำตรงกันข้าม กล้ารู้สึกหวงแหนอยากครอบครองหญิงสาวในอ้อมแขน ดังนั้นเขาจึงยัดความคิดใหม่ๆ ให้เธอได้จดจำและลืมเรื่องอดีตทิ้งไปเสีย ในเมื่อในอดีตเธอถูกตามฆ่าจนแทบเอาชีวิตไม่รอด คงไม่ใช่เรื่องดีนักที่ต้องมาจดจำเรื่องราวเลวร้ายพวกนั้น เขาคิดว่าตัวเองสามารถเลี้ยงดูเธอได้โดยไม่ลำบาก เขาจะทำให้เธอมีชีวิตใหม่ที่นี่กับเขา และลืมเรื่องในอดีตไปเสียให้หมด

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวแก้วช่วยพี่กล้าจัดของดีกว่า”

หญิงสาวสะบัดศีรษะไปมา พยายามไม่นึกอะไรให้ปวดหัวอีก เธอมองบ้านไม้หลังขนาดกะทัดรัดแล้วต้องขมวดคิ้ว ทำไมเธอไม่คุ้นชินกับบ้านหลังนี้เลยนะ แถมยังรู้สึกแปลกๆ กับการที่ต้องรับรู้ว่าตัวเองมีสามีแล้วอีกด้วย

“ไหวเหรอแก้ว พี่ว่าพักผ่อนดีกว่า แก้วเพิ่งออกจากโรงพยาบาลนะ ไม่ต้องทำหรอก พี่จะจัดการเอง” กล้ารีบพูด เขาเป็นห่วงไม่อยากให้เธอทำงานอะไร

“ไม่เป็นไรจ้ะพี่กล้า แก้วทำได้” เธอรีบยืนยันด้วยความจริงใจ

ดาราในนามของดอกแก้วช่วยกล้าผู้อ้างตัวว่าเป็นสามีปัดกวาดเช็ดถูบ้านอย่างเรียบร้อย กล้าถึงกับยกมือขึ้นลูบท้ายทอยเมื่อเห็นการกระทำของหญิงสาว เธอเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน แถมยังทำอาหารอร่อยจนเขานึกทึ่ง

“อาหารอร่อยที่สุดเลย พี่ไม่เคยกินอาหารอะไรอร่อยเท่านี้มาก่อน” กล้าเติมข้าวเป็นจานที่สอง ขณะเอ่ยชื่นชมหญิงสาวข้างกาย

“เอ๊ะ! พี่กล้าไม่เคยกินอาหารฝีมือของแก้วเหรอคะ” สาวน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย เธอเองก็ยังแปลกใจตัวเองที่สามารถทำอาหารได้มากมายขนาดนี้ในเวลาอันรวดเร็ว มันเหมือนเป็นความเคยชินว่าเธอทำแบบนี้อยู่บ่อยๆ

“แค่กๆๆ” กล้าถึงกับสำลัก ยกขันน้ำขึ้นดื่มแทบไม่ทัน ชายหนุ่มผินหน้าหนี กลอกตาไปมาเมื่อตัวเองเกือบหลุดปากทำให้สาวน้อยสงสัย ก่อนจะหันมาแก้ตัวเสียงอ่อย

“พี่หมายถึง ตั้งแต่แก้วมาเป็นเมียพี่ พี่ก็กินอาหารอร่อยมาตลอด และไม่เคยกินอาหารใครอร่อยเท่าฝีมือแก้วอีกแล้วล่ะจ้ะ”

กล้ารีบอธิบายเร็วรี่ หญิงสาวจึงพยักหน้ารับยิ้มๆ ก่อนจะทานข้าวกันต่อ หลังจากทานอาหารเสร็จ สาวน้อยก็ทำหน้าที่เก็บกวาดและยกจานชามไปล้าง กล้ารีบห้ามเพราะเห็นมือบางๆ ของอีกฝ่ายแล้วไม่อยากให้ทำอะไร กลัวมือนิ่มๆ จะหยาบกร้านเสียหมด ผิวบางแบบคุณหนูและกิริยามารยาทเรียบร้อยอ่อนหวานนั้น กล้าคิดว่าเธอคงถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ไม่เคยทำอะไรแบบนี้เป็นแน่ แต่ที่ไหนได้ หญิงสาวกลับทำได้ดีเยี่ยมอย่างที่เขานึกทึ่ง จานชามเก็บล้างและจัดเข้าที่เป็นระเบียบ

ตอน 2

พื้นไม้ที่นั่งหันหน้ากินข้าวด้วยกันก็ปัดกวาดเช็ดถูสะอาดเอี่ยมเรียบร้อยอย่างไม่น่าเชื่อ

กล้ามองดูร่างบอบบางที่ทำความสะอาดและจัดเก็บข้าวของต่อหลังจากทานอาหาร เขาคอยเข้าไปช่วยและสังเกตการกระทำของเธออย่างชื่นชม สิ่งที่ทำให้เขาสะดุ้งตกใจคือคำพูดสำนึกผิดของเธอที่เปล่งออกมาขณะจัดของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

“แก้วขอโทษนะคะ ที่ปล่อยให้บ้านรกแบบนี้ สงสัยแก้วคงเป็นภรรยาที่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ ถึงได้ดูแลบ้านให้พี่กล้าไม่ดี” เธอแสดงสีหน้าสำนึกผิดเอามากๆ เมื่อเห็นบ้านช่องดูระเกะระกะไม่ค่อยเป็นระเบียบเรียบร้อย

“เอ่อ... ไม่เลยจ้ะแก้ว คือแก้วป่วยหลายวันไง บ้านก็เลยรกๆ ไปหน่อย อย่าคิดมากสิ” กล้ารีบแก้ความเข้าใจของหญิงสาว จริงๆ เขาเป็นหนุ่มโสด บ้านจึงไม่เป็นระเบียบบ้าง แต่เขาก็รักษาความสะอาดอยู่เสมอๆ ไม่เคยขาด

“เหรอคะ”

“ใช่จ้ะ จริงๆ แล้วแก้วเป็นคนสะอาด เรียบร้อย ดูแลบ้านช่องเป็นอย่างดีเลยนะ”

เขารีบบอกให้เธอคลายใจ เมื่อเห็นสีหน้าของเธอดีขึ้น เขาก็รู้สึกสบายใจ ชายหนุ่มกวาดตามองบ้านไม้หลังขนาดกะทัดรัดที่ถูกปัดกวาดจนสะอาดอย่างทึ่งๆ ปกติเขาเป็นชายโสดก็ไม่ค่อยจะใส่ใจกับอะไรมากมายนัก พอบ้านหลังน้อยถูกทำความสะอาดเรียบร้อย กลับน่าอยู่ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก แถมยังกว้างขวางขึ้นมากๆ ด้วย ทั้งในบ้านนอกบ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ระเกะระกะเหมือนเก่า

กล้ามองหญิงสาวที่ยกมือขึ้นปาดเหงื่ออย่างนึกรักและเอ็นดู เขาใช้ผ้าขาวม้าช่วยเช็ดเหงื่อให้ เธอยิ้มรับกล่าวขอบคุณอย่างอ่อนหวาน เขามองข้าวของที่ถูกจัดวางให้หยิบจับง่ายและสะดวก แถมยังแยกประเภทเพื่อให้หาง่ายอย่างนึกชื่นชม โชคดีที่ในตัวบ้านมีห้องน้ำห้องท่าพร้อมสรรพ มีห้องครัว ห้องนอน และระเบียงบ้าน รวมถึงห้องนั่งเล่นเล็กๆ ที่เขาเป็นคนสร้างเองกับมือบนพื้นที่ที่บิดามารดายกให้เป็นสมบัติติดตัวก่อนท่านจะลาลับจากโลกนี้ไป

เขาเป็นคนรักสงบ ปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษส่งขาย ส่วนที่เหลือก็เก็บกิน รอบบ้านมีพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้นและไม้ล้มลุก ผลหมากรากไม้มากมายให้เก็บกินตามฤดูกาล หน้าบ้านเป็นนาข้าวประมาณห้าไร่ที่เขาใช้ปลูกข้าวกินเอง ดังนั้นบ้านจึงไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อ ขาดแต่ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่เขายังไม่มีเป็นตัวเป็นตน กระทั่งมาพบกับเธอ สาวน้อยความจำเสื่อมที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นคนนี้

แม้กล้าจะมีทรัพย์สินเงินทองที่บิดามารดาทิ้งเอาไว้ให้พอควร แต่เขาก็ไม่เคยโอ้อวดใช้เงินฟุ้งเฟ้อ อยู่อย่างพออยู่พอกิน เขาคิดว่าในชีวิตคนเราความสุขเป็นสิ่งที่สุดยอดที่สุด

กล้าเองกังวลใจอยู่มากเรื่องสาวน้อยที่เขาได้ช่วยชีวิตเอาไว้ เขานึกหวั่นอยู่มาก ดูจากรูปร่างหน้าตาของหญิงสาว เธอคงเป็นลูกผู้ลากมากดี เป็นคนมีฐานะ หากครอบครัวของเธอหาเธอเจอ เขาจะทำอย่างไรดีนะ คนรวยๆ มีฐานะชาติตระกูลมักรังเกียจคนบ้านๆ ทำสวนทำไร่ทำนา เพราะไม่มีหน้ามีตาทางสังคม

กล้ารู้สึกว่าตัวเองโชคดีหน่อยที่บ้านของเขาอยู่ห่างไกลจากบ้านคนอื่นๆ ในหมู่บ้านเดียวกัน จึงไม่ต้องวุ่นวายให้ต้องถามไถ่กันจนเกิดความสงสัย ชีวิตเขาดำเนินไปอย่างเรียบง่าย บ้านหลังน้อยพื้นที่ไกลลึกเข้ามาติดแนวป่า เขาจึงไม่ค่อยสุงสิงกับใครมากนัก นอกจากไปตลาดและซื้อข้าวของที่จำเป็นมาตุนเอาไว้ นอกนั้นกินใช้ของที่ปลูกเอง เลี้ยงเองที่บ้าน

“พี่กล้าคะ เล่าเรื่องของแก้วให้ฟังหน่อยสิคะ แล้วก็เรื่องของเราด้วยค่ะ แก้วอยากรู้ เผื่อแก้วจะจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง แก้วกับพี่กล้ารู้จักกันได้ยังไง เราอยู่กินกันนานหรือยัง”

หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มข้างกายอย่างรอคอย กล้าอ้ำอึ้งเล็กน้อย แต่เขาก็ยอมเล่าในที่สุด เขาเอ่ยขอโทษเธออยู่ในใจเมื่อต้องปั้นแต่งเรื่องโกหกหลอกเธอในที่สุด จริงๆ หญิงสาวรบเร้าถามเขาตั้งแต่อยู่โรงพยาบาล แต่เพราะเขาบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา อ้างว่าไม่อยากให้เธอคิดมาก จะปวดหัวเอาอีก ถ้ากลับถึงบ้านจะเล่าให้ฟัง เธอคอยทวงถามอยู่ตลอดเมื่อมีโอกาส จนครั้งนี้เขาเลี่ยงไม่ได้แล้วจริงๆ

“ได้สิแก้ว” เขาตอบรับ พาสาวน้อยไปนั่งตากลมที่ระเบียงบ้าน

“แก้วมาอยู่ชุมพรได้ยังไงคะ” สาวน้อยถามอย่างไม่คุ้นชิน เพราะเธอกลับรู้สึกว่าเธอไม่คุ้นชินกับที่นี่เลยสักนิด แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเธอเคยอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร

กล้าแต่งเรื่องโกหกหญิงสาวว่าเธอเป็นเด็กกำพร้าแล้วเดินทางมาทำงานที่นี่ และมาพบรักกับเขา กล้าบอกสาวน้อยว่าไม่ค่อยรู้รายละเอียดของเธอมากนัก เพราะตอนที่เธอยังไม่ความจำเสื่อมก็ไม่ค่อยได้เล่าอะไรให้เขาฟังนัก เธอตัดสินใจอยู่กินกับเขาฉันสามีภรรยา หลังจากเพิ่งรู้จักกันไม่ถึงเดือน เรียกว่าเธอกับเขานั้นเป็นรักแรกพบ ซึ่งเป็นความจริงจากหัวใจของกล้า เธอเป็นรักแรกพบของเขาจริง ชายหนุ่มเล่าต่อว่าเธอไม่มีญาติที่ไหน เพราะเธอเคยบอกเอาไว้ และเห็นว่าเขาเป็นคนดีเลยอยากจะฝากชีวิตเอาไว้ที่นี่กับเขาตลอดไป

“จริงๆ เหรอคะพี่กล้า แบบนี้แก้วก็ไม่มีญาติที่ไหนสิคะ” หญิงสาวหน้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อชายหนุ่มเล่าให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ

“ใช่จ้ะ แก้วบอกว่าเป็นเด็กกำพร้าแล้วก็มาหางานทำที่ชุมพร พี่เองก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรแก้วมาก เพราะพี่รักแก้วจริงๆ ไม่ได้สนใจอดีตว่าแก้วจะเคยเป็นใครมาก่อน แก้วบอกว่าไม่มีญาติที่ไหน พี่เลยไม่ติดใจถาม แล้วเราก็ตกลงปลงใจอยู่ด้วยกัน”

คำว่ารักจากปากของกล้า เขาพูดออกมาจากใจจริง และดวงตาที่เป็นประกายแห่งความรักของเขาทำให้แก้วยิ้มรับอย่างเขินอาย รู้สึกอบอุ่นในหัวใจยิ่งนัก ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ เธอก็จะขอฝากชีวิตเอาไว้กับเขาตลอดไป เพราะไม่มีบิดามารดาหรือญาติพี่น้องให้ต้องคอยห่วงเป็นกังวลอีก

ส่วนเรื่องความจำเสื่อม คุณหมอบอกว่าต้องใช้เวลาและต้องทานยาเสมอๆ ต่อเนื่อง เธอคิดว่าสักวันคงจะจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน และมาเป็นภรรยาของกล้าได้อย่างไรกัน

“ขอบคุณพี่กล้ามากๆ นะคะที่ดูแลแก้วเป็นอย่างดี”

เธอยกมือไหว้เขา กล้ารีบรับมือน้อยๆ มากุมเอาไว้ เขาอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจุมพิต เธอรีบดึงมือออกขยับห่างอย่างเขินอาย กิริยาหวงตัวเหมือนไม่เคยให้ชายใดสัมผัสทำให้กล้ายิ้มเอ็นดูมากกว่าจะโกรธเคือง

“แก้วร้อนหรือเหนียวตัวก็อาบน้ำได้ตามสบายนะ หรือถ้าไม่อาบในห้องน้ำ น้ำที่คลองหลังบ้านก็ได้ เย็นสบาย อากาศก็ดีด้วย”

นี่เป็นอีกเรื่องที่กล้านึกขอบคุณบิดามารดา ท่านมีที่ดินติดกับแหล่งแม่น้ำ ทำให้เขาสามารถปลูกข้าว ปลูกพืชผักทานเองได้ แถมยังมีพื้นที่ให้เลี้ยงสัตว์ เขามีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง อยู่กับอากาศบริสุทธิ์ อยู่กับอาหารปลอดสารพิษ แล้วก็อยู่กับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โชคดีอีกอย่างที่เขารีบหาเสื้อผ้าเตรียมเอาไว้รอเธอกลับบ้านตอนอยู่โรงพยาบาล ทำให้เธอไม่คิดสงสัยอะไร เขาหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ หลายตัว ซักรีดเอาไว้อย่างเรียบร้อย และเสื้อผ้าของมารดาที่ยังใหม่อยู่จึงนำมารวมแขวนเข้าตู้ เธอจะได้ไม่สงสัยว่าทำไมมีแต่เสื้อผ้าใหม่ๆ เธอเป็นคนขี้สงสัยอยู่เหมือนกัน อาจเพราะความจำเสื่อม สาวน้อยถามเรื่องรูปถ่ายว่าไม่เห็นรูปเธอถ่ายคู่กับเขาประดับบ้านไว้เลย กล้ารีบออกตัวว่าเธอไม่ชอบถ่ายรูป ไม่ว่าเขาจะชวนยังไง แต่ถ้าอยากมีรูปติดบ้านจะพาไปถ่ายในตัวเมือง เธอเลยไม่ติดใจสงสัยอะไรอีกเช่นเคย

“ดีเหมือนกันค่ะพี่กล้า แก้วรู้สึกร้อนอยากอาบน้ำอยู่พอดี” เธอบอกยิ้มๆ เพราะช่วยเขาเก็บกวาดบ้านจนสะอาดจึงเหนียวตัว โชคดีที่แผลบนศีรษะหายเป็นปกติแล้ว จึงอาบน้ำได้สะดวก ไม่ต้องคอยเช็ดตัวเหมือนอยู่โรงพยาบาล

เพราะห้องน้ำอยู่ภายนอก และต้องใช้ผ้าถุงนุ่งไปอาบน้ำ ทำให้หญิงสาวเคอะเขินเป็นอันมาก เธอรู้สึกไม่คุ้นชินกับการนุ่งผ้าถุงไปอาบน้ำอยู่ดี ทำไมอะไรๆ ที่นี่ไม่คุ้นชินเลยสักอย่างนะ สาวน้อยคิดในใจด้วยความสงสัย คิ้วขมวดเข้าหากันจนวุ่นวาย

ตอน 3

กล้าเห็นอาการเก้ๆ กังๆ ของเธอก็รีบอธิบายวิธีการนุ่งผ้าถุง จนเขายังอยากเข้าไปนุ่งให้เธอเอง แต่ติดตรงเขาไม่อยากล่วงเกินเธอให้ต้องเสื่อมเสีย

“อุ๊ย!” เพราะคนไม่เคยนุ่งผ้าถุงมาก่อน ทำให้พอนุ่งแล้วเดินไปได้นิดเดียวก็เกือบสะดุดล้ม แถมปมผ้าก็หลุดลงมาจนได้

“เฮ้ย!” กล้าหันมามองก่อนจะอ้าปากค้าง เมื่อเห็นเรือนร่างขาวนวลผุดผ่องลออตาของคนตรงหน้า แก้มสาวแดงปลั่ง รีบดึงผ้าถุงขึ้นมาปกปิดเรือนร่างเปลือยเปล่าและวิ่งเข้าห้องน้ำในทันที ชายหนุ่มมองตามไปด้วยใบหน้าแดงก่ำไม่แพ้หญิงสาว เขารู้สึกร้อนรุ่มในกายอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทั้งๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับสาวคนไหนมาก่อน

“บ้าสิไอ้กล้า อย่าเลยนะแก เค้าไม่ใช่เมียแกจริงๆ เสียหน่อย จะไปทำหื่นกามใส่เขาไม่ได้นะ”

กล้าด่าตัวเองที่ดันคิดอะไรทะลึ่งกับสาวน้อยที่วิ่งหนีเข้าห้องน้ำไปแล้ว แม้เขาจะอ้างว่าตัวเองเป็นสามี แต่เช่นไรก็ไม่อยากล่วงเกินเธอ เขาอยากให้เธอยินยอมพร้อมใจและรักเขาเสียก่อน เขาไม่อยากเห็นแก่ตัวซ้ำซ้อน เพราะแค่อ้างว่าเธอเป็นเมีย แทนที่จะตามหาครอบครัวเธอจริงๆ เขาก็ผิดมากพอแล้ว

ชายหนุ่มรีบเดินลงไปสงบสติอารมณ์และหาอะไรทำด้านล่าง นอกจากปลูกผักปลูกหญ้า เขายังเลี้ยงปลาเอาไว้อีกหลายชนิดโดยขุดบ่อเอาไว้หลังบ้าน แถมเขายังมีความสามารถด้านเครื่องจักสานอีกด้วย เพราะได้ถ่ายทอดวิชานี้มาจากบิดาที่ล่วงลับไปแล้ว ในแต่ละเดือนจึงมีร้านค้ามากมายมาสั่งสินค้าจักสานจากเขานำไปวางขายทำให้เขามีรายได้สม่ำเสมอ ไม่เคยขาดมือ อยู่อย่างพอเพียงไม่เป็นหนี้เป็นสิน และเป็นคนค่อนข้างสมถะ

ส่วนหญิงสาวที่ทำผ้าถุงหลุดได้แต่ยืนหายใจหอบอยู่ในห้องน้ำอย่างอายแสนอาย เธอยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเอง มองกระจกบานเล็กที่แขวนเอาไว้ริมผนังห้องน้ำด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“น่าอายที่สุด” หญิงสาวลูบแก้มร้อนผ่าวของตัวเองไปมา เธอไม่คุ้นชินอยู่ดีที่จะต้องแก้ผ้าต่อหน้าเขา ทั้งๆ ที่เขาเองก็บอกว่าเป็นสามีภรรยากัน

หญิงสาวไม่อยากคิดอะไรให้วุ่นวายจึงรีบหันไปทำท่าจะอาบน้ำ โอ่งน้ำใบโตมีหัวก๊อกทองเหลืองจ่อเอาไว้ พร้อมกับขันน้ำสะอาดตา ทำให้เธอขมวดคิ้วเข้าหากัน ทำไมเธอไม่คุ้นชินกับการอาบน้ำแบบนี้เลยนะ แต่ก็ช่างเถอะ สาวน้อยรีบปัดมันทิ้งไป ก่อนจะตักน้ำขึ้นอาบ แล้วต้องสะดุ้งเพราะน้ำในโอ่งเย็นมาก ถ้าอากาศร้อนๆ คงสดชื่นดี แต่ถ้าอากาศเย็นๆ คงไม่ไหว

เอ๊ะ! ทำไมที่นี่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นนะ เธอคิดอย่างว้าวุ่นใจ กวาดตามองหาก็ไม่เจอ เธอมองสบู่ก้อนที่วางบนฐานใกล้ๆ โอ่ง ก่อนจะนำมันมาลูบไล้ผิวกาย อะไรหลายอย่างที่ไม่เคยชินทำให้เธอรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน

สาวน้อยความจำเสื่อมเดินลงมาจากบ้านเพื่อมองหาชายหนุ่มเจ้าของบ้าน เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เธอเห็นเขากำลังรดน้ำพืชผักมากมายอย่างขะมักเขม้น ก่อนจะหน้าแดงก่ำ เขินอายบิดไปบิดมา จะเข้าไปหาเขาก็ยังรู้สึกอายอยู่ แต่พอคิดว่าเธอเป็นภรรยาของเขา ไม่เห็นต้องอาย เขาก็คงต้องเคยเห็นเธอเปลือยเปล่ามาแล้ว จึงรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาเขาในที่สุด บอกตัวเองว่ามีสามีแล้ว ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาเสียหน่อย

“พี่กล้าทำอะไรอยู่คะ ว้าย!!!” สาวน้อยร้องอย่างตกใจเมื่อคนที่กำลังดึงสายยางรดน้ำต้นไม้อยู่หันมาอย่างตกใจไม่แพ้กัน กล้ากำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่จึงไม่ทันระวัง น้ำจากสายยางถูกฉีดรดร่างบางจนเปียกปอน

“แก้ว... พี่ขอโทษ เปียกหมดแล้ว” กล้ารีบวางสายยางที่กำลังรดพืชผักสวนครัวลงทันที เขาถลาเข้ามาหาสาวน้อยที่เปียกปอนไปทั้งตัวอย่างตกใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ แก้วทำให้พี่กล้าตกใจเอง เลยเป็นแบบนี้” เธอบอกยิ้มๆ ไม่ได้นึกโกรธเขา แต่ใบหน้าสาวก็ต้องร้อนเห่อแดงเรื่อเมื่อเห็นสายตาของเขากำลังกวาดมองร่างกายของเธอ ก่อนที่เธอจะมองตามแล้วเห็นว่าเสื้อผ้าของเธอแนบไปกับลำตัวจนเห็นเป็นสัดส่วนชัดเจน

“ว้าย!!!” หญิงสาวรีบหันหลังให้เขา กุมเสื้อยืดสีขาวเอาไว้ ก่อนจะห่อไหล่เข้าหากันด้วยความอาย กล้าเองก็เพิ่งได้สติเมื่อเผลอมองเรือนร่างสะโอดสะองของเธอเข้าอย่างจัง

“พี่ขอโทษ” กล้ารีบหันหลังให้เธอเช่นกัน เขาทำอะไรไม่ถูกก็เดินหนี เพราะไม่อยากล่วงเกินเธอไปมากกว่านี้

อาการเดินหนีของคนที่เธอเข้าใจว่าเป็นสามีทำให้สาวน้อยโล่งใจ แอบกังวลกลัวว่าเขาจะโกรธที่เธอทำท่าทีรังเกียจ แต่เปล่าเลย เขากลับทำให้เธอรู้สึกดีเมื่อได้เจอประโยคในตอนเย็นย่ำขณะที่กำลังจะทำอาหารรับประทาน

“พี่ขอโทษนะแก้ว ที่ทำให้แก้วอาย” เขาเอ่ยขอโทษอีกครั้ง ทำให้เธอยิ้มกว้างในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา

“ไม่เป็นไรค่ะ แก้วเองก็ต้องขอโทษที่ทำท่ารังเกียจพี่กล้า แต่แก้วรู้สึกไม่ชินน่ะจ้ะ”

“ไม่เป็นไร แก้วความจำเสื่อมนี่นา เดี๋ยวพี่จะทำอาหารเย็นให้แก้วทานนะ ไปนั่งรอพี่ก่อนนะ” เขารีบอาสาด้วยรอยยิ้มแสนซื่อ

“เดี๋ยวแก้วช่วยนะคะ แก้วเป็นภรรยาก็ต้องช่วยสามีสิคะ” เธอพูดแล้วก็อดหน้าแดงไม่ได้เมื่อได้สบตาอ่อนหวานของเขา

“เอ่อ... ได้สิ” กล้าสบตาสาวน้อยแล้วยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเอง หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบโลดออกมานอกอก ความสุขเล็กๆ ที่ก่อเกิดขึ้นมาในหัวใจ ทำให้ชายหนุ่มผู้รักสันโดษได้ถูกเติมเต็มในชีวิตที่ขาดหาย

“วันนี้ทำอะไรบ้างคะ แก้วจะได้ช่วยเป็นลูกมือค่ะ” เธออาสาอย่างน่ารัก ถ่อมตนขอเป็นแค่ลูกมือ ไม่คิดข่มให้ชายหนุ่มต้องมาทำตาม ทั้งๆ ที่เขาต่างหากควรจะเป็นลูกมือเธอเสียมากกว่า กล้ารู้สึกชื่นชมความน่ารัก อ่อนน้อมและฉลาดเฉลียวของหญิงสาวยิ่งนัก

“วันนี้พี่จับปลาดุกจากในบ่อมาสองตัว กะว่าจะย่างทำน้ำจิ้ม เก็บพวกผักมาต้มทำน้ำพริก แล้วก็ทำแกงส้มชะอมไข่จ้ะ”

กล้ารีบตอบเมนูน่าทานให้หญิงสาวรับรู้ เธอพยักหน้ารับก่อนจะช่วยเขาเป็นลูกมือทำงานอย่างคล่องแคล่ว กล้าแอบมองหญิงสาวด้วยความเผลอไผล จนต้องสะดุ้งเสียหลายครั้งเมื่อเธอหันมาคุยด้วย ความน่ารักเป็นกันเองของเธอทำให้เขายิ่งรักเธอมากกว่าเดิม แต่แอบแปลกใจเล็กน้อยเมื่อคิดว่าลูกคุณหนูอย่างเธอไม่น่าทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย เพราะลูกคนรวยๆ ส่วนใหญ่จะมีสาวใช้หรือข้าทาสบริวารคอยรับใช้ จึงหยิบจับอะไรไม่ค่อยเป็น แต่เธอกลับทำได้คล่องแคล่วทั้งที่ความจำเสื่อม อาจเป็นเพราะความเคยชินที่เธอทำมาตลอดกระมัง กล้าคิดอย่างกังขา

กล้ามองสาวน้อยตรงหน้าจนเพลิน เธอคล่องแคล่วมาก ตั้งแต่ล้างผัก เด็ดผัก หั่นโน่น หั่นนี่ แล้วก็ช่วยเขาชิมและปรุง จนอาหารมื้อที่แสนธรรมดากลายเป็นมื้อที่อร่อยและพิเศษสุด

กล้ามองข้าวสวยร้อนๆ ที่หญิงสาวตักใส่จานให้ แกงส้มชะอมไข่หอมกรุ่น ปลาดุกย่างกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย น้ำจิ้มรสเด็ด ผักลวกผักสดและน้ำพริก รวมถึงไข่ต้มคู่กัน

“พี่ทานแล้วนะ อืม... อร่อย”

เพียงแค่ได้รับคำชมว่าอร่อย หญิงสาวก็ยิ้มด้วยความดีใจ เธอตักอาหารทานอย่างเรียบร้อย ค่อยๆ บรรจงเคี้ยวจนกล้านึกชื่นชมกิริยามารยาทอันงดงาม พออิ่มเธอก็วางช้อนเพื่อคว่ำเป็นการบอกให้เขารู้ ก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่มอย่างนุ่มนวลจนเขายิ้มตามความน่ารักอ่อนหวานของเธอเสียไม่ได้

“เดี๋ยวพี่ช่วยนะ” กล้ารีบอาสาเก็บจานชามไปล้างตามหญิงสาวเข้าไปในครัว เขาช่วยคว่ำจานเมื่อเธอล้างเสร็จ สายตามีแววชื่นชมหญิงสาวอยู่ตลอดจนเก็บกวาดทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย

“ออกไปเดินรับลมข้างนอกกันไหม อาหารจะได้ย่อย”

เขาบอกหญิงสาวข้างกายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ยื่นมือมาตรงหน้า ก่อนจะก้มศีรษะให้เธอเล็กน้อย สาวน้อยค่อยๆ วางมือบนมือใหญ่อันแสนอบอุ่นอย่างไว้เนื้อเชื่อใจ รู้สึกอุ่นวาบในหัวใจเมื่อสานสบสายตากันในแวบหนึ่ง ก่อนที่จะเสมองไปทางอื่นด้วยความเขินอายทั้งสองคน กล้ากระชับมือนิ่มรั้งให้เธอเดินตาม สาวน้อยเดินตามร่างสูงออกไปที่ศาลาท่าน้ำ เธอเดินรั้งท้ายลอบมองเรือนร่างสูงสมชายชาตรีของเขาอย่างประหม่า

“ที่นี่อากาศดีจังเลยค่ะ ลมก็พัดเย็นสบาย”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

ปา หนัน

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED