"แกต้องไปเมืองไทย" มาโคเอ่ยบอกลูกชายคนเดียวที่ตอนนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะตอนนี้เขากำลังล้มแก้งค์แบล๊คดาก้อนให้หมดไปเพื่อจะได้เป็นหนึ่งเดียวในมาเก๊าและฮ่องกง เขาจึงต้องส่งลูกชายคนเดียวไปหลบที่เมืองไทยเพื่อความปลอดภัย
"ผมไม่อยากไป ผมอยากช่วยแด๊ด" ลีโอเอ่ยบอกบิดาถึงแม้เขาจะอายุแค่ยี่สิบเอ็ดแต่เขาก็เรียนการต่อสู้มาอย่างดี
"ไม่ได้ แด็ดเหลือแกแค่คนเดียวแด๊ดไม่มีทางให้แกตายแบบอาเหมยเด็ดขาด" มาโคพูดถึงภรรยาที่ล่วงลับไปเพราะถูกเจมส์ เอโรนิกส์ฆ่าตายเมื่อสิบปีก่อน จนตอนนี้ถึงเวลาที่เขาจะได้แก้แค้นให้ภรรยาของเขาแล้ว
"ผมก็เหลือแค่แด๊ดคนเดียวเหมือนกัน" ลิโอยังเอ่ยโต้กลับบิดา
"แกต้องไปนี่คือคำสั่งของฉันลีโอ" มาโคเอ่ยเสียงดังอย่างทรงอำนาจ
"แต่" ลีโอเอ่ยออกไปก็ทำหน้าเศร้าๆ
"แกโตแล้วนะลีโอ ต่อไปแกต้องมาสานต่อธุรกิจทั้งหมดของพ่อแกจะอ่อนแอไม่ได้" มาโคพูดออกมาจริงจัง
"ก็ได้ครับแด๊ด แล้วผมต้องไปเมื่อไหร่" ลีโอเอ่ยถามบิดา
"พรุ่งนี้ แด๊ดจะให้โทนี่ไปกับแกด้วย แล้วอีกอย่าง แด๊ดยกธุรกิจที่ไทยให้แกดูแล แต่แกห้ามเปิดเผยตัวเองกับใครทั้งนั้นจนกว่าเรื่องทางนี้จะจบ" มาโคเอ่ยบอกลูกชายเพราะเป็นห่วง จึงให้โทนี่ตามไปคอยดูแลลูกของเขา
"ครับแด๊ด" ลีโอเอ่ยออกไปก็เข้าไปกอดบิดา
ด้านแพรนลินที่กลับบ้านดึกจากการสังสรรค์กับเพื่อนๆก็ไม่ตื่นนอน จนผู้เป็นแม่ต้องขึ้นมาหาถึงที่เพราะให้ใครมาปลุกยัยลูกสาวตัวแสบก็ไม่ยอมลุก
"ตื่นได้แล้วยัยแพร เราจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน นี่มันสามโมงแล้วนะ ลุกขึ้นมาแต่งตัวได้แล้ว เดี๋ยวต้องไปงานเลี้ยงกับแม่อีกนะยัยแพร" พรพรรณเอ่ยบอกลูกสาวก็เขย่าตัวลูกสาวไป
"โอ้ยคุณแม่ แพรขอนอนอีกแปปนึงไม่ได้เหรอคะ" แพรนลินเอ่ยบอกก็งัวเงียเอ่ยบอกมารดาไปแบบง่วงๆ
"ไม่ได้ ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นแม่จะตัดเงินบัตรเคดิตเราทั้งหมด" พรพรรณเอ่ยขู่ลูกสาวไป
"ตื่นก็ได้ค่ะ อย่าตัดวงเงินแพรเลยนะคะ จุ๊บ" แพรนลินบอกไป ก็ลุกขึ้นไปอ้อนมารดาก่อนจะหอมแก้มไปหนึ่งที
"เรานี่นะ ไปอาบน้ำได้แล้วไป " พรพรรณเอ่ยออกไปเพราะกลิ่นเหล้าจากตัวลูกสาวฟุ้งกระจายเข้าจมูกจนน่าเวียนหัว
"ค่ะคุณแม่ " แพรนลินพูดออกไปก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำ พรพรรณมองตามอย่างเหนื่อยใจกับลูกสาวคนนี้
"ชุดมาแล้วค่ะคุณพรรณ" ชื่นเอ่ยบอกแล้วถือชุดราตรีไว้ในมือ
"เดี๋ยวชื่นดูยัยแพรนะ ฉันไม่ไหวแล้ว" พรพรรณเอ่ยบอกก็เดินออกไป จากนั้นชื่นก็จัดการช่วยคุณหนูที่เธอรักดังลูกสาวคนหนึ่งแต่งตัวทันที
"ป้าชื่นคะ แพรไม่อยากไปเลยงานเลี้ยงอะไรนี่เลยเลยค่ะ" แพรนลินเอ่ยออกมาอย่างไม่ชอบใจที่เธอต้องไปงานเลี้ยงพวกนี้
"ทำไมล่ะคะ เป็นงานของคุณสิตา คุณหนูยิ่งต้องไป" ชื่นเอ่ยบอกแพรนลิน
"ก็เพราะเป็นงานของพี่สิตาเนี่ยแหละค่ะ แพรเลยไม่อยากไป ป้าชื่นก็รู้นิคะว่าพี่สิตาชอบกัดแพรจะตาย ถ้าไม่ใช่ญาติกันล่ะก็ แพรจะจัดการให้เข็ด " แพรนลินเอ่ยออกไปทำหน้ามุ้ย
"ไม่พูดแบบนั้นสิคะ เดี๋ยวคุณพรรณได้ยินจะดุเอานะคะคุณหนู" ชื่นเอ่ยเตือนแพรนลินไป
"ช่างเถอะค่ะ ยังไงแพรก็ไม่เคยดีในสายตาใครอยู่แล้ว" แพรนลินเอ่ยออกมาอย่างน้อยใจเพราะพ่อกับแม่ของเธอมักจะทำงานจนลืมสนใจเธอ
"ไม่จริงนะคะ คุณหนูยังมีคุณพ่อคุณแม่แล้วก็ป้าไงคะที่รักคุณหนู" ชื่นเอ่ยบอกออกไปด้วยรอยยิ้ม
"ก็คงมีแต่ป้าชื่นแหละค่ะที่ใส่ใจแพร" แพรนลินเอ่ยออกไปแบบน้อยอกน้อยใจ
"ทุกวันนี้ท่านทั้งสองทำทุกอย่างก็เพื่อคุณหนูนะคะ อย่าคิดน้อยใจท่านเลยค่ะมันบาปนะคะ"ชื่นเอ่ยออกไปก็จับมือของแพรนลินไว้
"แพรแค่น้อยใจเท่านั้นแหละค่ะ ยังไงแพรก็รักพ่อกับแม่อยู่ดี แล้วก็รักป้าชื่นด้วย" แพรนลินเอ่ยออกไปก็เข้าไปกอดแม่นมที่ดูแลเธอมาตั้งแต่เล็กๆ
"งั้นก็ลงไปข้างล่างได้แล้วค่ะ เดี๋ยวจะไปงานไม่ทัน" ชื่นเอ่ยบอกแพรนลินก็จูงมือเธอลงไปข้างล่าง
"อ้าว พี่พิทจะไปไหนคะนั่น" แพรนลินเอ่ยถามพาทิศ หลานของป้าชื่นที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ ที่ถือกระเป๋าใบใหญ่อยู่ห้องนั่งเล่น
"เราเที่ยวจนไม่สนใจพี่เลยสินะ ถึงไม่รู้ว่าพี่จะไปต่อโทที่อเมริกา" พาทิศเอ่ยออกไปก็ทำหน้างอนๆอย่างล้อเล่น
"สนใจสิคะ แล้วจะไปวันนี้เลยเหรอคะ" แพรนลินเอ่ยถามออกไปก็เข้าไปเกาะแขนพี่ชายที่เธอรักเหมือนพี่ชายแท้ๆ
"อืม เราอยู่ที่นี่ก็อย่าทำให้คุณท่านเสียใจนะ แล้วก็ตั้งใจเรียนอย่าเที่ยวให้มาก ต่อไปพี่คงดูแลเราตลอดไม่ได้แล้ว" พาทิศพูดออกไปก็ใช้มือลูบผมของแพรนลินอย่างรักใคร่
"แล้วแบบนี้เวลาแพรเมา ใครจะไปรับแพรละคะเนี่ย" แพรนลินเอ่ยออกไปก็ทำหน้าเศร้าๆ เพราะเวลาเธอไปเที่ยวพี่ชายคนนี้จะคอยไปรับเธอเสมอ
"เราก็ไม่ต้องไปเที่ยวสิ" กำพลเอ่ยออกมาเมื่อเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพอดี
"สวัสดีครับคุณท่าน" พาทิศเอ่ยออกไปก็ยกมือไหว้กำพลและพรพรรณที่เดินเข้ามาอย่างเคารพรัก เพราะทั้งสองส่งเสียเขาเรียนจนจบปริญญาเป็นหมอดังที่เขาฝัน แถมยังพ่วงด้วยยศผู้หมวดอีกต่างหาก
"จะไปวันนี้แล้วเหรอตาพิท" พรพรรณเอ่ยถามออกไปแบบสงสัย
"ครับคุณท่าน ทางมหาลัยที่นั่นเขาเรียกตัวแล้วครับ" พาทิศเอ่ยบอกแล้วก็ยิ้มออกไป
"ฉันล่ะภูมิใจแทนชื่นจริงๆ ดูสิตาพิททั้งเก่งทั้งฉลาดจนได้ทุนไปเรียนต่อถึงต่างประเทศ " พรพรรณเอ่ยออกมาแล้ว หันมามองลูกสาวของตัวเองแบบเหนื่อยใจ ที่ไม่เอาไหนซะเลย
"คุณพรกับคุณพลต่างหากค่ะ ที่ทำให้ตาพิทมีทุกวันนี้ได้ " ชื่นเอ่ยออกมาก็ยิ้มอย่างมีความสุข
"อ่ะเอานี่ไป" กำพลพูดออกไปก็ยื่นเช็คเงินจำนวนห้าล้านบาทให้กับพาทิศไป
"ผมขอไม่รับนะครับ ที่ผ่านมาผมก็ได้จากท่านมาเยอะแล้ว" พาทิศเอ่ยออกไป
"ถือซะว่าเป็นเงินของป้ากับลุงที่ให้เราเป็นรางวัลนะลูก กว่าเราจะกลับมาก็อีกตั้งนานเงินทุนจะไปพอใช้อะไร เอานี่ไปนะลูกไม่งั้นป้าโกธรเราจริงๆด้วย" พรพรรณเอ่ยเสริมออกไป
"ถ้าพี่พิทไม่เอา แพรเอานะคะ" แพรนลินแซวออกมา
"ก็ได้ครับคุณท่าน ขอบคุณครับ ชีวิตนี้ผมไม่รู้จะตอบแทนท่านทั้งสองยังไงแล้วครับ" พาทิศรับเช็คมาแล้วไหว้ขอบคุณผู้มีพระคุณทั้งสอง
"ไม่ต้องตอบแทนลุงกับป้าหรอก แค่เราช่วยดูแลยัยแพรแค่นี้ลุงก็พอใจแล้ว" กำพลเอ่ยออกไปเพราะเขาก็รักพาทิศไม่ต่างจากลูกชายแท้ๆ เพราะเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ
"ครับคุณท่าน ต่อไปผมจะดูแลน้องแพรเองครับ" พาทิศเอ่ยบอกออกไป จากนั้นพาทิศก็กล่าวลาทุกคนก่อนจะเดินทางไปสนามบิน
"ร้องไห้ทำไมยัยแสบ พี่เขาไปแค่สองปีเองดูสิหน้าสวยๆเลอะหมดแล้ว" กำพลเอ่ยบอกเมื่อเห็นลูกสาวร้องไห้
"แพรเปล่าสักหน่อย " แพรนลินพูดไปก็ปาดน้ำตา จนพ่อแม่และป้าชื่นหัวเราะใส่เธอที่เป็นเด็กขี้แย
หลังจากพาทิศมาลาไปเรียนต่อ กำพลก็พาภรรยาและลูกสาวไปงานเลี้ยงวันเกิดของหลานสาวต่อทันที
"กำพล พี่กำลังรอแกอยู่พอดี" กอบพลเอ่ยทักเมื่อเห็นน้องชายตัวเองเดินเข้ามา
"สวัสดีค่ะคุณอา" วาสิตาเอ่ยไหว้ผู้เป็นอาก่อนจะหันไปไหว้พรพรรณอีกคน
"ไว้พระเถอะลูก นี่จ้ะของขวัญวันเกิด" พรพรรณพูดไปก็ยื่นกล่องของขวัญให้หลานสาว
"ยัยแพร สวัสดีคุณลุงกอบสิต้องให้พ่อบอกรึไง" กำพลเอ่ยกระซิบลูกสาว
"สวัสดีค่ะคุณลุง พี่สิตา" แพรนลินไหว้อย่างไม่เต็มใจนัก เพราะแท้จริงแล้วสองพ่อลูกนี่ก็ไม่ได้อยากนับญาติกับเธอนักหรอก อีกอย่างเธอเคยได้ยินพ่อกับแม่คุยกันว่าลุงกอบพลโกงคุณพ่อของเธอไปหลายล้าน แต่คุณพ่อก็ให้อภัยเพราะเป็นพี่น้องกันจึงไม่ว่าอะไร แต่สำหรับเธอมันไม่ใช่
"ไม่มีของขวัญให้พี่เหรอจ้ะน้องแพร" วาสิตาเอ่ยถามแล้วยิ้มให้พร้อมสายตาท้าทาย
"ได้ไปก็เยอะแล้วนี่คะ จะเอาอะไรอีก" แพรนลินเอ่ยออกไป
"ยัยแพร" กำพลดูลุกสาวเสียงเข้ม
"ไม่เป็นไรหรอกน่า หลานแพรคงแค่ล้อเล่นอย่าไปดุเลย"กอบพลเอ่ยออกไปทั้งที่ในใจเกลียดแพรนลินมาก
"แพรขอตัวไปเดินเล่นก่อนนะคะ"แพรนลินไม่อยากพูดคุยต่อจึงขอตัวออกมา
"เดี๋ยวสิตาไปดูน้องเองค่ะ" วาสิตาเอ่ยออกมาก็เดินตามแพรนลินไปอย่างแค้นเคือง
"แกคิดว่าแกเป็นใคร ถึงมาว่าให้ฉันแบบนั้น" วาสิตาเอ่ยออกมา เมื่ออยู่กับแพรนลินที่สวนสองคน
"หึ ก็เป็นคนที่ทำให้พี่สิตากับลุงกอบมีเงินใช้มือเติบขนาดนี้ไงคะ เงินที่แอบโกงพ่อแพรไปคงใช้สนุกเลยสิท่า" แพรนลินพูดออกไปก็แสยะยิ้มใส่
"ยัยแพร แก" วาสิตาเอ่ยออกไปอย่างโกธรแค้น
"ทำไมคะ ที่ไม่เถียงเพราะมันเรื่องจริงสินะ" แพรนลินเอ่ยออกไปอย่างไม่กลัวแล้วเดินเฉิดออกไปทันที
"สักวันฉันจะเหยียบแกให้จมดินยัยแพร" วาสิตาเอ่ยออกมาแล้วกำมัดแน่นอย่างโกธรเคือง
พอแพรนลินออกมาจากสวนหลังจากที่ต่อปากต่อคำกับวาสิตาแล้ว เธอจึงโทรให้ปาริตาเพื่อนสาวคนสนิทให้มารับออกไปจากงานนี้
"ยัยแพรกลับมารึยังชื่น" พรพรรณเอ่ยถามเมื่อเข้ามาในบ้าน เพราะลูกสาวตัวแสบเล่นออกจากงานโดยไม่บอกไม่กล่าว
"กลับมาแล้วค่ะ แล้วก็กลับกรุงเทพไปแล้วค่ะ" ชื่นเอ่ยบอกพรพรรณ เพราะแพรนลินเรียนที่กรุงเทพ จึงเดินทางไปมาระหว่างพัทยากับกรุงเทพเสมอ
" ก่อเรื่องแล้วก็หนีกลับกรุงเทพตลอด" พรพรรณเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยใจ
"เอาน่า ลูกคงกลับไปเรียนเดี๋ยวเงินหมดยัยแพรก็กลับมาเองแหละน่า" กำพลเอ่ยออกไปเพราะลูกสาวมักจะทำแบบนี้เสมอ
"รอบนี้ใครมารับล่ะ ยัยริต้าหรือว่ายัยแพท" พรพรรณหันไปถามชื่น
"คุณริต้าค่ะ" ชื่นตอบออกไปก็ยิ้มแห้งๆให้พรพรรณ
จากนั้นพรพรรณก็โทรหาริต้าเพื่อนของลูกสาวทันที เพราะติดต่อลูกสาวตัวเองไม่ได้ และเธอก็ติดต่อปาริตาไม่ได้เช่นกัน
ด้านแพรนลินก็มาถึงคอนโดที่บิดาซื้อให้ก็บอกให้เพื่อนสาวไปเที่ยวต่อ วันนี้เธอไม่มีอารมณ์จะไปไหนทั้งสิ้น
เช้าอีกวัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ลีโอเดินออกมาอย่างสง่าพร้อมกับการ์ดที่ตามมาดูแลเขาอีกนับสิบคน จนเป็นที่สนใจของผู้คนที่เดินผ่านไปมา
"โทนี่ ไม่ต้องให้คนตามฉันแบบนี้อีกแล้ว แล้วก็ไม่ต้องใส่สูทกันแบบนี้ ให้แต่งตัวให้กลมกลืนกับคนที่นี่ซะ" ลีโอเอ่ยบอกโทนี่ที่เป็นทั้งเพื่อนและพี่ในเวลาเดียวกัน
"ครับ นายน้อย" โทนี่เอ่ยบอกก็สั่งลูกน้องทันที ก่อนจะเดินทางไปยังที่พักที่เตรียมไว้ให้นายน้อย จนกระทั่งเดินทางมาถึงที่คอนโดหรูก็มีอาเทอร์เพื่อนของลีโอมารอต้อนรับถึงห้อง
"เป็นไงไอ้เพื่อนยาก ทำไมแกถึงมาไทยกะทันหันแบบนี้วะ" อาเทอร์เอ่ยถามเพื่อนที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆถึงแม้จะอยู่คนละประเทศแต่เขาก็สนิทกันมาก
"ก็เรื่องแก้งค์นั่นแหละว่ะ ฉันถึงต้องมากบดานอยู่ที่นี่ อ่อ แล้วแกห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าฉันเป็นใคร ให้บอกแค่ว่าฉันเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแกก็พอ" ลีโอเอ่ยออกไปเพราะพรุ่งนี้เขาต้องไปมหาวิทยาลัย เขาไม่อยากเป็นที่สนใจของใคร
"เออๆ แล้วหน้าตาแบบแกเนี่ย แกคิดว่าจะรอดสาวๆรึไงวะ ยังไงแกก็เป็นที่สนใจอยู่ดีแหละวะ" อาเทอร์เอ่ยบอกไปแบบนั้น เพราะหน้าตาเพื่อนเขาดีขนาดนี้คงเป็นที่สนใจแน่ๆ
"ใครบอกว่าฉันจะไปเรียนลุคนี้ล่ะ" ลีโอพูดออกมาก็ยิ้มด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
"ครับไอ้เพื่อน แกจะทำอะไรก็ช่วยไว้หน้าฉันด้วยละกัน" อาเทอร์เอ่ยบอก เพราะยังไงเขาก็เป็นถึงลูกเจ้าของมหาลัย จึงไม่อยากมีเรื่องเสียหาย
"เออน่า แกกลับไปได้แล้วไปพรุ่งนี้ค่อยมารับฉัน" ลีโอเอ่ยบอกเพื่อน
"อะไรวะ คืนนี้ว่าจะชวนไปหาสาวๆสักหน่อยมาไล่กันแบบนี้เลยเหรอวะ" อาเทอร์เอ่ยบ่นออกไปแล้วทำหน้าเซ็งๆ
"วันอื่นเถอะว่ะ วันนี้ฉันเหนื่อยแล้ว ไปเอาสาวก็คงไม่มันส์" ลีโอเอ่ยบอกแบบขำๆ
"เออๆ งั้นพรุ่งนี้เจอกัน" อาเทอร์เอ่ยออกไปก็ออกจากห้องไป เพราะเขามีที่ที่ต้องไปต่ออีก
"นายน้อย คุณอาเทอร์มาแล้วครับ" โทนี่เอ่ยบอกเจ้านายหนุ่มไป
"เห้ย ไอ้ลีโอแกแต่งตัวอะไรวะเนี่ย" อาเทอร์ถามออกไปเมื่อเห็นเพื่อนรักใส่แว่นตาหนาๆแล้วไหนจะเสื้อนักศึกษาตัวใหญ่ๆนั่นอีก
"ก็ปกปิดความหล่อของฉันไงวะ รับรองไม่มีสาวคนไหนกล้ามาจีบฉันแน่นอน เฉิ่มๆแบบนี้" ลีโอเอ่ยออกไปแล้วยิ้มอย่างตลกกับลุคใหม่ของตัวเอง
"ใครกล้าจีบแกก็บ้าแล้ว แล้วไอ้ดำๆนี่อะไร" อาเทอร์เอ่ยถามก็เข้าไปดูใกล้ๆที่่หน้าของเพื่อน
"ไฝไง เหมือนจริงไหมวะฉันสั่งทำโดยเฉพาะเลยนะโว้ย" ลีโอเอ่ยออกมาแล้วลูบไฝที่ข้างจมูก
"แกไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้เปล่าวะ " อาเทอร์ถามออกไปเพราะเมื่อเทียบกับหน้าจริงๆของเพื่อนเขาแล้ว มันต่างกันราวกับสวรรค์กับนรกเลย
"เออน่า ฉันอยากเล่นอะไรสนุกๆ ไปกันได้แล้ว ฉันอยากจะไปเจอสาวๆไทยจะแย่แล้ว" ลีโอเอ่ยบอกก็ชวนเพื่อนออกไป
ด้านแพรนลินก็มาเรียนในตอนบ่ายตามปกติโดยนั่งอยู่กับเพื่อนสาวอย่างปาริตาหรือริต้า และเปรมสุดาหรือแพทที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัย
"นี่แกพี่อาเทอร์พาใครมาด้วยก็ไม่รู้อะ แต่งตัวเฉิ่มเป็นบ้าเลย" แพทเอ่ยออกไปตามประสาคนชั่งเม้าส์ เมื่อเห็นอาเทอร์เดินเข้ามากับชายฝรั่งคนหนึ่ง
"ถ้าคบกับพี่อาเทอร์ได้ฉันว่าเขาก็คงมีดีอะไรสักอย่างแหละ" แพรนลินเอ่ยออกไปก่อนจะกินข้าวต่อแบบไม่ได้สนใจ
"แต่ฉันว่าเขาก็ดูดีอยู่นะ ดูสิหุ่นก็ดีเสียดายหน้าเนิร์ดไปหน่อย" ริต้าเอ่ยออกไป ก็มองไปที่รุ่นพี่ปีสี่อย่างอาเทอร์ที่ใครๆต่างก็รู้จัก เพราะเป็นลูกเจ้าของมหาวิทยาลัยแห่งนี้
"น้องแพรครับ เย็นนี้ไปทานข้าวกับพี่ไหมครับ" มาวินรุ่นพี่ปีสี่เดินเข้ามาชวนแพรนลินไปทานข้าวกับเขาเย็นนี้
"ขอโทษนะครับพี่วิน พอดีเย็นนี้แพรมีนัดกับผมแล้ว" สารัสเดินเข้ามา ก็เอ่ยบอกรุ่นพี่อย่างมาวิน พร้อมสายตาที่มองอย่างไม่ยอมเพราะเขามาก่อน
"เอาไว้วันอื่นนะคะ วันนี้แพรนัดกับทันแล้วน่ะค่ะ" แพรนลินเอ่ยบอกออกไปก็ยิ้มแห้งๆ ผู้ชายที่เข้ามาจีบเธอก็ล้วนแต่หวังจะได้เธอทั้งนั้น แถมหลายๆคนยังตั้งฉายาให้เธอว่า “น้องแพรร้อยศพ” ทั้งๆที่ไม่มีใครเคยได้เธอเลยด้วยซ้ำแต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะยังไงเธอก็ไม่ใส่ใจคนอื่นอยู่แล้ว
"งั้นวันอื่นก็ได้ครับ เดี๋ยวพี่โทรหานะครับ" มาวินเอ่ยออกไปก็เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะข้างๆอาเทอร์และลีโอ
"คงกินแห้วมาล่ะสิ" อาเทอร์เอ่ยพูดออกมาเบาๆ เมื่อเห็นเพื่อนเข้าไปหาแพรนลินมาแล้ว เจอรุ่นน้องอย่างสารัสเข้ามาขวาง
"ยัยนั่นเด็ดมากรึไงพวกแกถึงอยากได้นัก" ลีโอเอ่ยถามออกมาเบาๆ เพราะเขาเห็นเหตุการณ์เมื่อกี้แล้วผู้หญิงคนนี้ก็ร้ายใช่เล่น
"เด็ดสิวะ ใครๆก็อยากควงน้องแพรกันทั้งนั้น แกรู้ไหมน้องเขาได้ฉายาน้องแพรร้อยศพเลยนะโว้ย กูเลยไม่กล้าจีบว่ะกลัว" พีระเอ่ยพูดออกมาแล้วทำท่าสยองๆ
"ใครบอกนั่นมันข่าวลือโว้ย ฉันตามจีบมาเป็นเดือนยังไม่ได้จับมือด้วยซ้ำ ฉันว่าที่ว่าร้อยศพนี่คงเป็นไอ้พวกที่จีบไม่ติด แล้วว่าน้องแพรมากกว่า" มาวินเอ่ยออกไปแบบไม่เชื่อ เขาจีบมาตั้งนานยังไม่ได้เธอเลย
"แกจีบน้องเขาอยู่ก็เข้าข้างเขาสิวะ " อาเทอร์เอ่ยบอก ส่วนลีโอที่ฟังเพื่อนๆในกลุ่มพูดเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เพราะแค่คบผู้ชายหลายๆคนพร้อมกัน เขาก็ไม่ชอบผู้หญิงแบบนี้แล้ว ถึงจะสวยแค่ไหนก็เถอะ
"ลีโอ นายไม่ลองจีบดูเหรอวะ สวยนะโว้ย" พีระเอ่ยบอกเพื่อนใหม่ที่พึ่งได้รู้จักกัน
"ฉันหล่อกว่าไอ้ลีโอตั้งเยอะน้องแพรยังเมิน แกคิดว่าไอ้ลีโอมันจะจีบติดหรือไง"มาวินพูดออกไปแบบขำๆ
"ไม่เอาหรอก พวกนายชอบก็จีบไปเถอะ ฉันไม่ชอบผู้หญิงแรดๆเท่าไหร่" ลีโอพูดออกไปแบบจริงจัง
"อย่ามาชอบทีหลังก็แล้วกัน" อาเทอร์เอ่ยออกไป จากนั้นทุกคนก็คุยกันเรื่องอื่นต่อ แต่ลีโอกลับแอบมองแพรนลินอยู่บ่อยครั้ง เพราะเธอก็เหมือนจะมองมาที่เขาอยู่เช่นกัน
หลังจากที่เรียนเสร็จแพรนลินก็ไปทานข้าวกับสารัส โดยไม่ลืมที่จะพาเพื่อนๆของเธอไปด้วยเพราะเธอไม่อยากมากับสารัสสองคน ตลอดเวลาที่ทานข้าวแพรนลินก็พูดจาต่างๆนาๆเพื่อให้สารัสล้มเลิกความตั้งใจที่จะจีบเธอ จนกระทั่งทานเสร็จพวกเธอจึงพากันไปช็อบปิ้งต่อโดยมีสารัสเป็นป๋าจ่ายเงินให้
"ขอคุณนะทัน วันนี้แพรสนุกมากเลยไว้เจอกันใหม่นะ" แพรนลินพูดออกไป
"ขอบคุณสำหรับกระเป๋านะ" แพทและริต้าพูดออกมาพร้อมกัน เพราะไม่ใช่แค่เพื่อนสาวเท่านั้นที่สารัสซื้อของให้แต่พวกเธอก็ได้ตามไปด้วย
"ครับ คราวหน้าเจอกันใหม่ครับ" สารัสพูดออกไปก็ขอตัวทันที ก็วันนี้สามสาวเล่นเอาเขาแทบจะหมดเงินไปเกือบสามแสนเลยทีเดียว เขาจึงต้องรีบหนีไปก่อน
"อยากอวดดีหนัก สมน้ำหน้า" แพรนลินพูดออกมา เพราะเธอไม่ชอบใจเท่าไหร่ที่สารัสชอบพูดจาโอ้อวดว่าตัวเองรวยแบบนั้นรวย ตัวเองรวยแบบนี้ เธอจึงจัดให้เขาแบบจัดเต็มเลย
"ต่อไปคงไม่กล้ามาจีบแกอีกแล้วมั้ง ฮ่าๆ" แพทเอ่ยหัวเราะอย่างสะใจ
"วันนี้เราไปฉลองกันหน่อยไหมแก ได้กระเป๋ามาใช้ฟรีๆเลยอ่ะวันนี้ " ริต้าก็เอ่ยออกมาเช่นกัน
"ไปดิ งั้นก่อนจะไป ฉันเอากระเป๋านี่ไปคืนก่อนนะ " แพรนลินเอ่ยบอกไป ก็กลับไปที่ร้านกระเป๋าที่เธอซื้อเมื่อกี้ เพราะเธอแอบตกลงกับพนักงานเมื่อกี้ไว้แล้ว
"แกจะเอาคืนทำไมห้ะยัยแพร" ริต้าเอ่ยถามก็เดินตามเพื่อนไป
"ฉันแค่แกล้งเขาเล่นเฉยๆ พวกแกก็เอากระเป๋านี่ไปเถอะถือว่ามาเป็นเพื่อนฉัน ส่วนของฉันจะเอาคืนเอง จะได้เอาเงินไปทำอย่างอื่น" แพรนลินพูดออกไปเพราะเธอจะเอาเงินไปทำบุญต่อ ไม่อยากจะใช้ของของคนอื่นฟรีๆ
"อย่างแกคงไม่พ้นบ้านเด็กกำพร้าล่ะสิ" แพทเอ่ยออกมา เพราะเพื่อนสาวชอบไปบริจาคเงินให้มูลนิธิเด็กกำพร้าตลอด
"งั้นก็เอาของฉันคืนด้วยเลย จะได้ทำบุญกับแก" ริต้าเอ่ยบอกก็ยื่นกระเป๋าให้เพื่อนสาว
"ไม่เอาน่า แกสองคนเอาไปเลยแค่ของฉันก็พอแล้ว" แพรนลินเอ่ยบอกเพราะกระเป๋าที่สารัสซื้อให้เธอราคาเกือบจะสองแสนเลยก็ว่าได้
"เออๆ แล้วแต่แกละกัน งั้นเดี๋ยวเสร็จแล้วก็แวะไปบริจาคเลยละกัน แล้วเราค่อยไปแต่งตัวไปปาร์ตี้ต่อ" ริต้าเอ่ยบอกแล้วทำท่าดีใจที่จะได้ไปเที่ยว
"จะดีใจทำไมริต้า แกก็ไปทุกคืนอยู่แล้วนิ" แพทเอ่ยแซวเพื่อนสาว
"แกก็ไปกับฉันยัยแพท อย่ามาว่ากันหน่อยเลย" ริต้าเอ่ยตอบกลับเพื่อนสาว
"พวกแกนี่แขวะกันได้ตลอดเลยนะ เดี๋ยวฉันไปจัดการก่อน แกสองสองรอนี่ก่อนละกัน" แพรนลินเอ่ยบอกอย่างระอา ก็เดินไปหาพนักงานในร้าน จากนั้นพวกเธอก็ไปบริจาคเงินให้มูลนิธิเด็กกำพร้าก่อนจะกลับมาที่คอนโดของริต้าเพื่อเตรียมตัวไปเที่ยว
ด้านลีโอก็มาท่องราตรีกับอาเทอร์ในคาบเทพบุตรสุดหล่อไม่ใช่หนุ่มเนิร์ดแบบกลางวัน
"เห็นแบบนี้แล้วชื่นใจว่ะ ขาวๆหมวยๆทั้งนั้น" อาเทอร์พูดออกไปขณะเดินเข้ามาในผับของลีโอ ที่ตอนนี้มันได้มาบริหารอย่างเต็มตัวเพราะพ่อมันยกให้เพื่อแก้ทำอะไรเซ็งเล่นๆ
"จะเปิดห้องก็ได้นะ เดี๋ยวฉันให้คนจัดการให้" ลีโอเอ่ยออกไปก็เดินไปยังห้องทำงานที่อยู่ชั้นสอง
"แน่นอนอยู่แล้ว เปิดรอฉันเลยคืนนี้ฉันได้กินเหยื่อแน่นอน" อาเทอร์พูดออกไปก็ตบไหล่เพื่อนแล้วหัวเราะ
"วันนี้มีปัญหาอะไรไหมโทนี่ แล้วแด๊ดโทรมารึเปล่า" ลีโอเอ่ยถามแล้วนั่งลงบนโต๊ะทำงาน
"นายบอกให้นายสนใจแค่ทางนี้ก็พอครับ ตอนนี้นายกำลังจัดการเจสันอยู่ครับ" โทนี่เอ่ยบอกออกไป
"อืม เข้าใจแล้ว นายไปจัดการข้างล่างต่อเถอะ" ลีโอเอ่ยบอกเพราะเขาให้โทนี่จัดการแทนทุกอย่าง
"เห้ย วันนี้เจอของเล่นชิ้นใหม่แล้วว่ะ ไปก่อนนะมึงแล้วเจอกัน" อาเทอร์พูดออกไปเมื่อมองลงไปแล้วเจอเข้ากับสาวสวยคนหนึ่งจึงไม่รอช้าที่จะเข้าไปขย้ำเหยื่อ ลีโอหันไปมองตามก็รู้สึกเฉยๆ แต่สายตาไปสะดุดกับสาวเมื่อตอนกลางวันที่เพื่อนๆเขาพูดถึง ก่อนจะมองอย่างเอือมระอากับการกระทำของเธอที่เต้นยั่วน้ำลายหนุ่มๆ
"ยัยแพท เดี๋ยวฉันมานะแก ไปโทรหาแม่แปปนึง" แพรนลินที่เต้นอยู่เอ่ยบอกเพื่อนสาวแล้วเดินขึ้นมาที่ชั้นสอง เพราะมันมีห้องน้ำที่ไม่เสียงดังอยู่ จากนั้นแพรนลินก็คุยกับมารดาสักพักก่อนจะเดินกลับลงไปข้างล่าง แต่ต้องสะดุดเมื่อชนเข้ากับร่างสูงใหญ่จนเธอล้มลงพื้นอย่างแรง
"ขอโทษครับ ผมไม่ทันระวัง" ลีโอเอ่ยด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษชัดแจ๋วก่อนจะช่วยพยุงให้ผู้หญิงตรงหน้าลุกขึ้น
"เดินไม่ดูรึไงไอ้บ้า ไม่เห็นคนรึไง" แพรนลินเอ่ยบอกด้วยภาษาอังกฤษเช่นกันก็เงยหน้าขึ้นมองคนที่ชนเธอ แต่ก็ต้องสะดุดเมื่อเจอกับหนุ่มฝรั่งที่หน้าตาหล่อคมเข้มอย่างน่ามอง ลีโอก็มองเธออย่างคาดโทษ เขาอุตส่าห์ขอโทษเธอแล้ว แต่วาจาที่เธอพ้นออกมากลับไม่น่ารักแบบหน้าตาของเธอเลยสักนิด
"ปล่อย" แพรนลินพูดออกมาเมื่อมองเขาแล้วเจอสายตาที่มองเธออย่างไม่ชอบใจนัก
"ก็ไม่ได้อยากจับนักหรอก" ลีโอพูดออกไปก็ปล่อยมือจากแขนเรียว
"ใครๆเขาก็อยากจับฉันทั้งนั้นแหละย่ะ" แพรนลินเอ่ยออกไปก็มองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง
"ผมก็ไม่แปลกใจหรอก ก็แต่งตัวมายั่วขนาดนี้" ลีโอพูดออกมาอย่างไม่ยอมแพ้
"ฉันก็ไม่ได้แต่งมายั่วผู้ชายปากหมาแบบนายละกัน " แพรนลินเอ่ยออกไปอย่างสุดทน
"นี่คุณว่าผมเหรอ ได้งั้นลองชิมปากหมาหน่อยเป็นไง" ลีโอพูดจบก็ดึงร่างบางเขาไปปะทะกับหน้าอกของเขาอย่างแรง ก่อนจะโน้มหน้าลงไปจูบเธออย่างรุนแรง แล้วบดขยี้ริมฝีปากบางๆก่อนจะแทรกเรียวลิ้นหยอกล้อกับเธอ
"อือ " แพรนลินได้แต่อึ้ง แล้วตีหน้าอกเขาแรงๆแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยเธอไป กลับจูบเธอแรงขึ้นราวกับสูบเลือดสูบเนื้อของเธอไป
ลีโอเริ่มหลงไปกับความหวานของสาวตรงหน้า ก่อนจะผลักเธอไปชิดกำแพงข้างๆห้องน้ำแล้วระดมจูบใส่เธอแบบไม่ยั้งปาก แพรนลินก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปกับสัมผัสแปลกใหม่ที่เขาทำ
"เป็นไงปากหมาสะใจไหมล่ะ" ลีโอถอนจูบออกมาแล้วพูดกับเธอ
"คนเลว" แพรนลินพูดออกมาแล้วหายใจหอบๆ พร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า ก่อนจะตบหน้าชายหนุ่มตรงหน้าอย่างแรง แล้วผลักเขาออกไปให้ห่างตัวเองก่อนจะวิ่งลงไปข้างล่าง ลีโอก็มองตามก่อนจะเอานิ้วปาดริมฝีปากของตัวเองแล้วมองตามร่างบางไป
"อ้าวแพรเป็นอะไรวะ" แพทเอ่ยถามเพื่อนที่เดินเข้ามา
"ไม่เป็นไรแก ฉันกลับก่อนนะ แล้วเจอกัน" แพรนลินพูดจบก็หยิบกระเป๋าสะพายแล้วเดินออกไปจากผับแห่งนี้ทันที เธอเกลียดผู้ชายแบบนี้ที่สุดขออย่าให้ได้เจอกันอีกเลย แพรนลินคิดในใจก็ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
ลีโอก็เข้ามาในห้องทำงานอีกครั้งหลังจากที่แกล้งแพรนลินจนถูกตบหน้าหัน ก็มันน่าจูบไหมล่ะผู้หญิงอะไรปากจัด ไม่มีความเป็นผู้หญิงสักนิด ลีโอคิดในใจ
เช้าของอีกวัน
แพรนลินก็มามหาวิทยาลัยแต่เช้า เพราะถูกอาจารย์ในชมรมอาสาสมัครเรียกมาประชุม เพราะเธอเป็นตัวแทนของปีสองนั่นเอง แต่พอเข้ามาเธอก็เจอกับอาเทอร์และเพื่อนใหม่หน้าฝรั่งของเขา แต่หน้านายฝรั่งนี่มันคุ้นๆจนเธอนึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน
"อ่าวแพรมาพอดี อาจารย์ไม่เข้านะเขาให้พี่มาประชุมแทนเลย" อาเทอร์เอ่ยบอก ส่วนลีโอที่เห็นแพรนลินเดินเข้ามาก็แปลกใจว่าเธอทำอะไรแบบนี้เป็นด้วยเหรอ นึกว่าจะทำตัวสวยไปวันๆ ก่อนจะมองสำรวจชุดนักศึกษาที่เธอใส่รัดตัว จนโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้ง แถมมองกระโปรงที่เธอใส่ยังสั้นแค่คืบเดียว เขามองแล้วกลับไม่ชอบใจนักโดยไม่รู้เหตุผล
"อ่อค่ะ งั้นมาประชุมกันเลยไหมคะ" แพรนลินเอ่ยออกไปก็นั่งลงตรงข้ามกับเพื่อนของอาเทอร์
"เดี๋ยวรอตัวแทนน้องปีหนึ่งแปปนึงนะครับน้องแพร" อาเทอร์เอ่ยออกไปก็หันไปมองลีโอก่อนจะเอ่ยต่อ
"นี่เพื่อนของพี่เอง มันพึ่งย้ายมาใหม่ชื่อลีโอ" อาเทอร์เอ่ยแนะนำออกไป
"อ่อค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะชื่อแพรนลินค่ะ เรียกแพรเฉยๆก็ได้ค่ะ" แพรนลินเอ่ยออกไปก็ยื่นมือไปทักทายโดยไม่รู้ว่า เขาคือคนที่จูบกับเธอเมื่อคืน
"อ่อ ยินดีที่ได้รู้จักครับน้องแพร" ลีโอพูดออกไปด้วยสำเนียงไทยอย่างชัดเจน ก่อนจะยื่นมือไปจับมือของแพรนลินอย่างทักทาย ถ้ารู้ว่าเขาคือคนเมื่อคืนเธอคงจะตกใจแน่ๆ
"ชื่อน่ากินมากเลยนะคะเนี่ย ฮ่าๆ" แพรนลินพูดออกไปแบบขำๆก็นั่งลง
"อ่อครับ" ลีโอพูดออกไปก็แกล้งยิ้มเขิลๆ เพราะตอนนี้เขายังเป็นไอ้เนิร์ดอยู่ จะทำอะไรรุ่มล่ามไม่ได้
จากนั้นน้องปีหนึ่งก็มา ทั้งหมดก็ร่วมประชุมกันอย่างจริงจัง มีแต่ลีโอที่ต้องหายใจติดขัดเพราะดันนั่งตรงข้ามแพรนลิน ที่ตอนนี้นั่งสับขาจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน แต่เหมือนกับว่าเธอจงใจจะยั่วเขามากกว่า เพราะเวลาไอ้อาเทอร์เดินมาเธอก็หุบขานั่งชิวๆไป แต่พอไอ้อาเทอร์ลุกไปอธิบายเธอก็นั่งสับขาไปมายั่วเขา ลีโอคิดในใจแบบงงๆ แพรนลินที่แกล้งลีโอก็รู้สึกตลก สงสัยจะเนิร์ดจนไม่รู้เรื่องอะไรละมั้ง แพรนลินคิดในใจ