ผมเป็นคนหน้าตาดี ผมรู้เรื่องนี้มานานแล้ว และเพราะหน้าตาที่แหละที่ทำให้ผมเติบโตบนเส้นทางอาชีพหนุ่มเช่าไปพร้อมๆ กับเรียนในมหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องขอเงินแม่สักดอลลาร์ หลังจบและทำอาชีพนี้มาเกือบปี ก็คิดว่าตัวเองเข้าใจและรู้จักอาชีพนี้มากพอ กำลังคิดตั้งกิจการของตัวเอง
เพราะอะไรนะเหรอ
เพราะผมชอบมันจริงจังน่ะสิ ถ้าเราเจอสิ่งที่เราชอบ และรู้ตัวดีว่าทำได้ดี (มากกกก) เราจะไม่ยึดมันเป็นงานที่มั่นคงถาวรเหรอ
ผมกำลังคิดจะตั้งบริษัทตอนที่ได้รับโทรศัพท์จากพีท หรือปีเตอร์ พ่อเลี้ยง
เราไม่ได้พบกันเกือบปีแล้ว นับแต่แม่ตายผมก็ไม่ได้ติดต่อเขาอีก ถึงแม้แม่จะฝากฝังให้เขาดูแลผผม ปีเตอร์เองก็พยายามส่งเงินมาให้ใช้ แต่ผมก็ปฏิเสธ แค่เงินทุนประกันที่แม่ทำไว้ให้ กับเงินลงทุนเล็กๆ น้อยๆ ของแม่ รวมกับงานพิเศษที่ผมทำอยู่ ก็ดูแลตัวเองได้สบายๆ
แถมพีทก็รวยเป็นบ้า ผมไม่อยากให้ญาติๆ (ซึ่งมีไม่กี่คนนัก) ของพีทเห็นว่าลูกเลี้ยงคนนี้จ้องจะจับเอาสมบัติของเขา ผมก็เลยถอยห่างออกมาดีกว่า
"นิค ฉันต้องการให้นายไปดูแลบริษัทให้หน่อย ระหว่างที่ฉันรักษาตัว" พีทบอกผมสั้นๆ อย่างนั้น หลังจากเขาโทรมาบอกว่าเขาป่วยเพราะอะไร และเขาต้องการความช่วยเหลือมากแค่ไหน
"ทำไมต้องเป็นผมล่ะ" ผมถาม "คุณให้..ใครดูแลให้ก็ได้ ผมไม่มีความรู้ทางธุรกิจคุณก็รู้"
ให้ตายเถอะ..ผมไม่อยากยุ่งกับธุรกิจและทรัพย์สมบัติของเขาเลย
"ฉันไม่ไว้ใจใคร และฉันไม่มีญาติใกล้ชิดที่ไหนแล้ว มันคงใช้เวลาไม่นานหรอก ประมาณเดือนเดียวเอง"
"แต่...ผมไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจของคุณเลยนะ" ผมย้ำอีกครั้ง
"ไม่มีใครยากเกินจะเรียนหรอกเจ้าหนู" พีทบอก "ถ้าฉันตายไปนายก็ต้องทำอยู่ดี เพราะฉันยกบริษัทนี้ให้นาย" พีทบอกสั้นๆ "แต่ฉันยังไม่ตายง่ายๆ หรอก น่า มาช่วยฉันดีกว่าเดือนเดียวเอง นายเรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ"
"ครับจบแล้ว กำลังจะทำงานเป็นเรื่องเป็นราว"
"งั้นก็พับแผนนั้นไว้ก่อนได้ไหม ฉันต้องการนายจริงๆ นะ"
ผมตกลงรับปากพีท เพราะเขาป่วยหนักและป่วยกะทันหัน ผมเองก็ยังไม่ได้เริ่มธุรกิจ มาทำงานคั่นเวลาสักเดือนก็คงได้ แถมจะได้เรียนรู้เรื่องการทำธุรกิจไปด้วยในตัว เผื่อจะเอาไปปรับใช้กับตัวเองในอนาคต
ก่อนมาทำงาน ผมหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของพีทมาเล็กน้อย แต่พอมาเจอมันจริงๆ มันมากกว่าที่คิด
"คุณนิคคะ เย็นมากแล้ว ยังไม่กลับเหรอคะ" ลินดา เลขาฯ ของพีทเยี่ยมหน้าเข้ามามองผม วันนี้เธอวนเวียนเดินเข้าเดินออกห้องผมหลายรอบ ทุกรอบผมจะได้เห็นก้นงอนๆ ของเธอส่ายไปส่ายมาชวนเร้าใจ เธอเป็นคนหุ่นดี หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ แค่ไม่รู้จักแต่งตัวแบบที่ผู้ชายสนใจ แถมสวมแว่นกรอบหนาแบบเฉิ่มนิดๆ อยากรู้นักว่าพีทเคยนอนกับเธอบ้างหรือเปล่า
ไม่น่าหรอก...เพราะพีทชอบผู้หญิงผอมแห้งหน่อยๆ อย่างแม่ของผม และดูท่าทางเขาเป็นคนตรงไปตรงมา แม่เคยเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นผู้ชายที่ซื่อสัตย์มาก ไม่เหมือนพ่อของผม รายนั้นเจ้าชู้สุดๆ จนแม่ทนอยู่ด้วยไม่ได้ต้องเลิกราจากกันในที่สุด
"อยากอ่านตรงนี้ให้จบก่อนครับ" ตอบแล้วลุกขึ้นบิดตัวไล่ความเมื่อย
ผมสังเกตเห็นว่าเลขาของพ่อเลี้ยงมองชายเสื้อที่เปิดขึ้นให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องของผมไม่วางตา...อาจเป็นเพราะตอนนี้ผมถอดเสื้อสูทออก ปล่อยเสื้อออกนอกกางเกง พับแขนเสื้อไว้ที่ศอก และปลดกระดุมลงสองเม็ด
เธอมีครอบครัวหรือยังนะ ผมคิด...อายุก็ไม่น้อย หุ่นดี อกเป็นอก เอวเป็นเอวแบบนี้ไม่น่าจะรอดโสดมาจนบัดนี้หรอก
ผู้หญิงอายุมากกว่า มีเจ้าของแล้ว สเปคเลย อย่างนี้ต้องทดสอบเสียหน่อยว่าเธอชอบผมไหม
"คุณต้องรีบกลับไหมครับ" ผมถาม
"ไม่ค่ะ ฉันไม่มีใครรออยู่ที่บ้าน" คนตอบยิ้มหวานพร้อมกับเดินเข้ามาในห้อง
ตอบแบบนี้ ...อ่อยหรือเปล่านะ
คนพูดเดินมายืนเท้าแขนที่ข้างโต๊ะ ก่อนจะก้มลง ผมไม่ได้มองที่เอกสารแต่มองที่คอเสื้อที่เว้าลึกของอีกฝ่าย เนินอกอวบอิ่มแม้ไม่ได้เต่งตึงแบบสาวรุ่นแต่ก็ไม่หย่อนคล้อย
"ตรงไหนคะที่สงสัย" กลิ่นน้ำหอมกรุ่นๆ ของหญิงสูงวัยลอยเข้าจมูก "ฉันอยู่ช่วยได้ค่ะ"
"ตรงนี้" ผมลากมือไปที่เอกสารที่อยู่เลยหน้าของลินดาไปนิด นั่นทำให้มือของตัวเองปัดผ่านหน้าอกของเธออย่างจงใจ "ขอโทษครับ"
ลินดาหน้าแดง สีชมพูที่ข้างแก้มทำให้แก้มของเธอเปล่งปลั่งราวกับสาวรุ่น เชื่อได้เลยว่า ถ้าหล่อนมีสามีแล้ว คงไม่ได้มีอะไรกับสามีมาหลายวันแล้ว...สายตาแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ผมเห็นบ่อย แววตาลึกๆ ของเธอบอกว่ากำลัง...อดอยากเรื่องอย่างว่า แต่ก็กล้าๆ กลัวๆ
ถ้าเป็นผมคนเดิมที่กำลังทำงานอยู่ เห็นแววตาแบบนี้ผมคงไม่รอช้าที่จะดึงเอวคอด สะโพกผายนั่นเข้าหาตัว กดเธอลงกับพื้นโต๊ะระหว่างแยกหว่างขาของเธออกก็จะแลกลิ้นกันให้ตายไปข้างหนึ่ง แล้วก็ไล่ลงมาที่อกอวบนั่นเอาจมูกลงไปซุกสูดกลิ่น victoria secret bomshell น้ำหอมกลิ่นเซ็กซี่นั่นจนหมด จากนั้นค่อยลอกเสื้อผ้าของเธอออกให้หมด
เจ้าน้องชายของผมแข็งปั๋งเมื่อนึกถึงเรื่องนั้น ... ผมห่างเรื่องนี้มาหลายวันแล้วเหมือนกัน ตอนนี้มันคงอยากหาร่องเข้าไปซุกแล้วบดขยี้ให้อีกฝ่ายสั่นไปทุกหยาดหยดเต็มที
"เอิ่ม..." เสียงลินดาปลุกภวังค์ของผม แล้วก็พบว่าเธอมองผมอยู่ ตาแป๋วเลยล่ะ
"ครับ" ผมยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วแกล้งเบียดตัวเข้าใกล้เธออีกนิดอย่างจงใจให้ต้นขาของเราเบียดกัน อีกนิดเดียวเธอจะได้สัมผัสส่วนที่แข็งขึงที่สุดของผม แต่...ยังก่อน ผมรู้ว่าการรอคอย สนุกกว่าเสมอ
เธอสนใจผมแน่ๆ ดูจากอาการแล้ว
ไม่วันนี้พรุ่งนี้...ผมต้องได้ยัด เอ้ยยยย จัดยัยรุ่นพี่อกอวบนี่แน่นอน
ขอปั่นหัวหล่อนเล่นสักวันสองวัน หลังจากนั้นจะได้เอากันมันๆ หน่อย ผมคิด
ผมยืนรอกาแฟอยู่ที่เคาน์เตอร์สตาร์บัคเมื่อมีมือเล็กๆ มาสะกิด พอหันไปด้านหลังแล้วก็ต้องอุทานออกมา
"เอริกา"
ร่างบางสมส่วน ผมยาวหยิกนิดๆ กางแขนออกกว้าง ผวาเข้าหาผมแบบไม่สนใจใครในร้าน
"มาทำอะไรที่นี่! " ผมถามอย่างงงๆ เพราะเอริกาเป็นเพื่อนมหาวิทยาลัยเดียวกับผม เธอเป็นเชียร์ลีดเดอร์ให้ทีมบาสของมหาวิทยาลัย ผมละชอบมองขาเรียวๆ ของเธอตอนที่เธอกำลังเต้นเรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมนัก
"เราสิน่าจะถามนาย มาทำอะไรที่นี่ บ้านฉันอยู่แถวนี้ หมายถึงเมืองนี้น่ะ"
ผมไม่รู้เลยว่าเอริกาเป็นคนที่นี่ ... จริงๆ แล้วผมก็รู้จักเธอในเรื่องส่วนตัวไม่มากนัก เพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยมักคิดว่าผมจีบเอริกา และเราอาจเป็นแฟนกัน แต่จริงๆ แล้วมันเป็นฉากหน้าที่เราสร้างขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจมากกว่า
'นายช่วยเป็นแฟนฉันหน่อยได้ไหม' เธอเดินมาทักผมเมื่อหกเดือนที่แล้ว ระหว่างที่ผมเดินกัดแซนด์วิชและกำลังจะเข้าห้องเรียน ผมไม่รู้จักเธอเป็นการส่วนตัว แต่พอรู้ว่าเธอเป็นใคร ฮอตแค่ไหน ก็เลยแปลกใจนิดหน่อย
'ทำไมล่ะ' ผมถามตรง
'ฉันดันไปมีอะไรกับคนที่มีเมียแล้ว และเมียเขามาตามราวีฉันถึงที่มหาวิทยาลัย แถมฉันเริ่มรู้สึกเบื่อตาแก่นั่นมากแล้ว ก็เลยอยากจะเลิก' เธอบอกผมตรงไปตรงมาราวกับว่าเรารู้จักกันมาหลายปี ทั้งๆ ที่ไม่เคยคุยกัน 'ฉันเอริกา นายคือนิโคลัสใช่ไหม'
'ทำไมรู้จักชื่อเรา'
'นายป๊อปในหมู่นักศึกษานะ สาวๆ อยากได้นายเป็นแฟน หรือแค่นอนกับนายกันทั้งนั้น เพราะนายหล่อ หน้าใส และไม่สนใจใคร จนฉันแอบคิดไม่ได้ว่านายสนใจผู้หญิงหรือเปล่า หรือถ้านายสนใจผู้ชาย ฉันก็ไม่เห็นว่านายควงใคร'
ผมหัวเราะ ชอบใจกับประโยคตรงไปตรงมาของเอริกา ไม่รู้ทำไมผมถูกชะตากับเธอเอาจริงจัง ไม่ได้ถูกชะตาแบบคนที่อยากจะเห็นเธอตอนเปลือยเปล่า เห็นตอนเธออ้าปากร้องขอการสอดใส่ แต่...ถูกชะตาแบบเพื่อน
'ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย' ผมตอบตรงไปตรงมา และจากนั้น ก็นั่งคุยกับเธออยู่อีกพักใหญ่ จนในที่สุด ก็ตกลงใจเป็นแฟนกำมะลอของเธอจนจบการศึกษาและแยกย้ายจากกันมา
"เราทำงานอยู่ตึกโน้นแน่ะ" ผมชี้ไปที่ตึกที่เป็นออฟฟิศของปีเตอร์
"นายได้งานทำแล้ว? ทำอะไรล่ะ"
"ทำงานบริษัทของพ่อเลี้ยงน่ะ ท่านไม่สบายกะทันหันเลยมาช่วย น่าจะพักเดียว" ผมตอบ "ริก้าสั่งกาแฟหรือยัง มาผมเลี้ยง"
เราสั่งกาแฟ แล้วก็นั่งคุยกันอีกพักใหญ่ กว่าจะแยกย้ายกันโดยเอริกาให้เบอร์โทรใหม่ของเธอกับผม เดินจากกันแล้วผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมถามไปเลยว่าเธอทำอะไรอยู่ ได้งานหรือยัง มัวแต่ตอบคำถามแม่สาวช่างพูดจนเพลินไปเลย
จบจากพูดคุยกับเพื่อนเก่า ผมถือกาแฟที่ออกจะชืดแล้วเล็กน้อยเดินขึ้นตึก สำนักงานของปีเตอร์กินพื้นที่ชั้นสามทั้งชั้น การเดินขึ้นบันไดทำให้ได้ออกกำลังกายดีเหมือนกัน
"สวัสดีค่ะ" เสียงหวานของเลขาสาวใหญ่ทักขึ้น วันนี้เธอแต่งตัวสวยด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวที่จงใจปลดกระดุมหน้าลงมาสองเม็ดเผยให้เห็นขอบลูกไม้บราข้างในรำไร กระโปรงทรงสอบรัดรูปส่งให้เห็นเอวคอดและสะโพกผาย ผู้หญิงคนนี้เป็นคนหุ่นดีจริงๆ "อ้อเอกสารที่คุณขอเมื่อวานฉันทำเสร็จแล้วนะคะ ให้คุณพักแป๊บนึงเดี๋ยวเอาเข้าไปให้ดูค่ะ"
ผมพยักหน้าเดินเข้าห้อง ถอดสูท พับแขนเสื้อแล้วเปิดคอมพิวเตอร์
มีอีเมลเข้ามาใหม่ใน inbox ของปีเตอร์ วันละหลายสิบฉบับ ในนั้นล้วนแต่เป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยเข้าใจทั้งสิ้น ลินดาเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสาร
"เมลเยอะมากเลย ผมไม่รู้จะจัดการอันไหนก่อน คุณมีคำแนะนำไหม" ผมยิ้มให้
เธอชะโงกหน้าข้ามโต๊ะมาที่จอ หน้าอกแทบจะปะทะเข้ากับจมูกของผม เธออาจไม่ได้ตั้งใจ แต่ผมใจสั่นนิดๆ อยากจะลองเอานิ้วเขี่ยกระดุมอีกเม็ดที่ปริ่มๆ จะหลุดจากรังดุมเสื้อของเธอ
...วันนี้เปลี่ยนน้ำหอมใหม่ กลิ่นเซ็กซี่กว่าเดิมอีกแน่ะ...
"ดูเร็วๆ ไม่มีอันไหนสำคัญค่ะ ฉันเข้าไปจัดการให้ได้"
"คุณเข้าอีเมลของพีทได้"
"ค่ะคุณปีเตอร์ให้ฉันเช็กเมลให้บ่อยๆ อันไหนที่ซีเรียจถึงจะตอบเอง อันทั่วๆ ไป ฉันตอบให้ได้ค่ะ"
"ขอบคุณครับ"
"ยินดีค่ะ อ้อคุณนิคคะ วันนี้มีประชุมกับทีมตลาด เป็นประชุมประจำเดือน อีกครึ่งชั่วโมงค่ะ"
เมื่อวานลินดาบอกผมเรื่องนี้แล้ว และผมศึกษาเอกสารมาบ้างแล้ว "ไม่รู้จะรู้เรื่องไหม" ผมบ่น
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันช่วยได้" เธอตอบยิ้มๆ “สรุปไว้ให้คุณแล้วในแฟ้มบนสุด”
ลินดาสรุปงานเกี่ยวกับการตลาดให้ผมฟังแบบเร็วๆ ผมพบว่า นอกจากหุ่นดีมากๆแล้ว เลขาของพ่อเลี้ยงยังเป็นคนที่สมองดีมากๆ อีกด้วย เธอสรุปงานได้กระชับ ได้ใจความ แถมมีข้อคิดเห็นอื่นๆ ให้สำหรับเตรียมประชุมอีกด้วย
"จริงๆแล้ว คุณก็ทำหน้าที่แทนพีทได้นะ" ผมเอ่ย "คุณเป็นเลขาฯ ที่เพอร์เฟ็กมากครับ"
หญิงสาวสูงวัยกว่าขยับแว่นกรอบหนา ยิ้มรับคำชมนั้นแบบเขินๆ แต่ก็ซ่อนความภูมิใจไว้ไม่มิด เธอทำงานกับปีเตอร์มาหลายปี จึงได้ประสบการณ์ดีๆ จากเจ้านายมาเยอะ แต่ปีเตอร์เป็นคนเก่ง ฉับไวในหลายๆ เรื่อง ถ้าเทียบกันแล้ว เธอคงยังห่างชั้นจากนักธุรกิจเก๋าเกมคนนั้นมากนัก
แต่การได้รับคำชมเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำให้หัวใจของคนที่แห้งแล้ง ต้องการความสุขความภูมิใจเล็กๆ พองฟูขึ้นมา
นอกจากเจ้านายใหม่ของเธอจะหน้าตาดีแล้ว เขายังจิตใจดี เปิดรับความเห็นของเธอซึ่งเป็นเพียงเลขาอีกต่างหาก อย่างนี้ จะไม่ให้หลงรักเขาจะได้ยังไง
หลงรัก! ลินดาย้ำกับตัวเอง เพิ่งเจอกันแค่สองวัน เธอกล้าคิดถึงคำนี้แล้วเหรอนี่