ตอน 2

บนรถ

"ยัยพลอยนั้นพี่ซันเลยนะ แกปฏิเสธไปได้ยังไงกันเน่าเสียดายออก" ฉันพูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนะถ้ายัยพลอยจะตอบตกลง

"ฉันไม่อยากให้ความหวังใครนะ"

พลอยไพลินตอบกลับเธอ มันก็จริงนะ การให้ความหวังมันเจ็บกว่าการโดนปฏิเสธมาตรงๆ ซะอีก

"จ้า! แม่คนสวยเลือกได้" ฉันอดหมั่นไส้ยัยพลอยไม่ได้

"แกพูดแบบนี้ ชอบพี่ซันใช่เปล่า" พลอยไพลินสวนกลับ

"เปล๊า...ไม่ได้ชอบเล๊ย....จริ๊งๆ" อยู่ฉันก็หน้าแดงขึ้นมา

"แหม! ตอบเสียงสูงเชียวนะแก" รถเมล์แอบหัวเราะ

"ถึงแล้วค่ะ ลงไปสิคะ"

พลอยไพลินไล่พวกเรารถลงจากรถ เมื่อมาถึงหอพักของพวกเรา

"ขอบคุณที่มาส่งพวกเรานะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้"

"โอเค เจอกันพรุ่งนี้ ฝันดี"

ฉันกับยัยรถเมล์อยู่หอพักเดียวกันและห้องตรงข้ามกัน พวกเรามาจากต่างจังหวัดเหมือนกัน แล้วก็มาเรียนที่นี่กับทำงานไปด้วย พวกเราไม่ได้รวยเหมือนพลอยไพลินแต่พวกเราก็มาเป็นเพื่อนกันได้ไงเหรอ เรื่องมันยาวมากเลยแหละ

"ไหนดูสิว่าพรุ่งนี้สอบวิชาอะไรบ้าง มีสอบภาษาอังกฤษตอนเก้าโมงเช้า บ่ายโมงครึ่งสอบวิชาสถิติเหรอ" 

"อ่านหนังสือทวนหน่อยดีกว่า" หลังอาบน้ำเสร็จฉันก็มาอ่านหนังสือสอบเพื่อเตรียมตัวสอบในวันพรุ่งนี้ ถึงจะอ่านไปแบบเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ดีกว่าไม่อ่านไม่เลย

ผ่านไป 30 นาที มีสายโทรเข้ามาของพลอยไพลินมายังกลุ่มไลน์สามคนของพวกเรา แต่น่าแปลกนี่มันก็ดึกมากแล้วทำไมถึงโทรมาหาพวกเธอดึกขนาดนี้กันนะ ปกติยัยพลอยจะไม่โทรมาดึกขนาดนี้ หรือว่าจะมีเรื่องอะไรที่สำคัญ

"ยัยพลอยโทรมาทำไมน่ะ" ฉันกดรับสาย

"ฮัลโหลยัยพลอย แกจะโทรมาหาพวกเราทำไมเนี่ย นี่มันดึกแล้วนะ" เสียงยัยรถเมล์บ่นมาตามสาย สงสัยยัยนี่คงเข้านอนแล้ว

"นั่นน่ะสิ ฉันก็ง่วงแล้วนะยัยพลอย พรุ่งนี้ฉันมีสอบ"

ฉันลืมบอกไปว่าฉันอายุมากพวกนี้อยู่หนึ่งปี ตอนนี้ฉันอยู่มหาลัยปี 1 แล้ว ส่วนปีหน้ายัยเพื่อนสองคนก็จะสอบเข้ามหาลัยเดียวกันกับเธอ ถึงตอนนั้นพวกเราคงได้อยู่ด้วยกันสักที

"พวกแกคือว่า...อีกสองเดือนฉันจะต้องแต่งงาน"

"อ๊ะ!! อะไรนะ พวกเราไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย" ฉันถามกลับไปอย่างไม่แน่ใจ ก็เพราะว่ายัยพลอยหวงความโสดจะตายไป อยู่ๆ ก็มาบอกว่าจะแต่งงาน

"ใช่ พวกแกได้ยินไม่ผิดหรอก ที่บ้านฉันมีปัญหาเรื่องเงินฉันเลยต้องแต่งงาน"

"เฮ้ย! ได้ไงกันน่ะ แล้วแกจะแต่งกับใคร ลูกเต้าเหล่าใคร"

ฉันรีบยิงคำถามไป บ้านยัยพลอยออกจะรวยจะมีปัญหาเรื่องเงินได้ไงแค่ในวันสองวันกันมันแปลกๆ อยู่นะ แต่ยังไงก็เถอะแต่งงานตอนอายุ 18 ปีเนี่ยนะ

"ฉันจะแต่งเข้าตระกูลรัตนทรัพย์" พลอยไพลินพูดออกมา

"เฮ้ย! จริงดิ ตระกูลที่เป็นเจ้าของห้างกับโรงแรม The M. นั้นน่ะเหรอ เจ๋งว่ะ เป็นตระกูลที่รวยมากเลยนะแก"

ฉันพูดเพราะเท่าที่ฉันรู้มา ตระกูลนี้รวยจริงๆ แต่ก็ฟังดูเป็นตระกูลที่เหมาะสมกับพลอยไพลินเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าฝ่ายชายจะเป็นใครแล้วมีนิสัยใจคอเช่นไร

"แกรู้มั้ยว่าเจ้าบ่าวฉันอายุเท่าไรน่ะ" ยัยพลอยถามพวกเรากลับมา

"ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าตระกูลนี้มีลูกชายกับเขาด้วย เพราะไม่เคยเห็นออกข่าวเลย”

ตอนแรกเธอคิดว่าครอบครัวนี้ไม่มีทายาทด้วยซ้ำไป ไม่คิดว่าจะมีลูกชายจนมารู้จากพลอยไพลินนี่แหละ ที่แท้ก็มีทายาทเพียงแค่ไม่เผยเปิดออกมา

"ใช่ ฉันเองก็ไม่เคยเห็นนะ" รถเมล์เสริม

"จะเห็นได้ไงเหล่า เขาไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่เด็กและทำงานอยู่ที่นั่นไม่เคยกลับมา"

"แกเคยเจอเหรอ หล่อรึเปล่า"

ฉันถามเชิงหยอกล้อ เพื่อไม่ให้เครียดกัน

"ไม่เคยเห็นหรอก ก็อย่างที่บอกเขาไปเรียนที่นั่นตั้งแต่เด็ก เรียนจบก็ทำงานอยู่ที่นั่นเลย" 

"แล้วสรุปเขาอายุเท่าไรกัน แกยังไม่บอกพวกเราเลยนะ" รถเมย์ถาม

"รู้แค่ว่าเขาอายุห่างกับฉันสิบสี่ปีก็พอแล้ว"

"ตอนนี้แกอายุสิบแปดปี มากกว่าแกสิบสี่ปีก็ต้องเป็นสามสิบสองปีสินะ" 

ยัยรถเมล์ลองคำนวณอายุของว่าที่เจ้าบ่าวของพลอยไพลินดูแล้วพูดออกมา

"แกจะบวกทำไมเนี่ยฉันยิ่งเศร้าอยู่ ดีนะไม่สี่สิบกว่ารึห้าสิบกว่าไปแล้ว" 

ยัยพลอยเริ่มหัวเสีย

"ไม่เอาน่าไม่เศร้า แกอาจจะเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกก็ได้นะ พ่อกับแม่แกรักแกจะตายไป ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ดีจริง พวกท่านไม่เอาแกไปแต่งงานกับเขาหรอก" ฉันพยายามพูดปลอบยัยปลอบ 

"ฉันก็คิดแบบนั้นนะ ก็เหมือนกับที่มะมายมันพูดไม่มีใครให้ลูกตัวเองไปแต่งงานกับคนที่ไม่ดีหรอกนะ" รถเมล์พูดเสริม

"โอเคๆ ฉันจะพยายามไม่คิดถึงเรื่องอายุของเขาก็แล้วกัน"

ดูเหมือนสติของยัยพลอยจะเริ่มกลับมาบ้างแล้ว

"ดีมาก แกโอเคแล้วใช่มั้ย งั้นฉันไปนอนก่อนนะ ถ้ามีอะไรก็คุยกันต่อพรุ่งนี้ก็แล้วกัน" ฉันรีบวางสายไป

"ขอโทษนะยัยพลอย ฉันช่วยแกได้ทุกเรื่องยกเว้นอยู่สองเรื่อง หนึ่งเงินกับเรื่องความรัก" 

"ยิ่งความรัก..." ยังเองก็ยังไม่มีกับเขาเลย

มันเศร้าที่เธอไม่เคยมีแฟน แม้แต่คนมาจีบก็ยังไม่มีเลย อาจจะเป็นเพราะดูเธอเป็นสาวห้าวๆ มั้ง ผู้ชายเลยไม่กล้ามาจีบน่ะ ผู้ชายคงชอบผู้หญิงที่สวยและดูมั่นใจอย่างพลอยไพลิน ไม่ก็ผู้หญิงน่ารักและเรียบร้อยแบบยัยรถเมล์

"เฮ้อ..นอนๆ เลิกคิดอะไรสาระได้แล้วยัยมะมาย พรุ่งนี้แกมีสอบจะตื่นสายไม่ได้" มะมายหลับไปในไม่กี่นาทีหลังจากนั้น

ตอน 3

ณ รุ่งเช้า

"อ๊ะ!! สายแล้วๆ"

มะมายรีบวิ่งเข้าห้องสอบ

"คนที่เข้ามาในห้องสอบแล้ว เงียบๆ หน่อยค่ะ แล้วใครมีโพยหรือเศษกระดาษให้เอาออกมาก่อนจะถูกค้นเจอนะคะ โทรศัพท์ปิดเสียงให้เรียบร้อย ห้ามมีเสียงดังในระหว่างสอบนะคะ สำหรับวิชาที่มีคำนวณ สามารถนำเครื่องคิดเลขเข้าสอบได้ค่ะ เช็กข้อสอบและเริ่มทำข้อสอบได้เลยค่ะ"

"ข้อนี้ตอบอะไรเนี่ย อ่านมาแล้วแต่จำไม่ได้น่ะ"

"ข้อนี้ก็ด้วยทั้งที่อ่านมาแล้วนะ คิดสิยัยมะมาย"

"ตอนเกิดมาแกไม่ได้เอาสมองออกมาจากท้องแม่เหรอเนี่ย" มะมายด่าตัวเองเบาๆ

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วกว่าก็หมดเวลาสอบ มะมายออกจากห้องสอบอย่างคนหมดแรง เพราะเธอทำข้อสอบได้เพียงไม่กี่ข้อน่ะสิ หวังว่าจะสอบตกขอแต่คะแนนพอผ่านก็ยังดี

"เอ้อ! เกิดมาจนแถมไม่สวยแล้วยังโง่อีก" มะมายถอนหายใจ

"แค่อังกฤษยังตายแล้วสถิติคำนวณแกจะรอดมั้ยเนี่ย"

"มายด์ทำไมเธอทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ ทำข้อสอบไม่ได้เหรอ"

ไอ้แบงค์เพื่อนร่วมสาขาเข้ามากอดคอเธอซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ เพราะพวกเราคือเพื่อนเพียงสองคนที่มีและคบกันได้ในมหาลัยนี้

"ก็งั้นแหละทำข้อสอบไม่ได้ไง อ่านมาแล้วแต่จำไม่ได้อีกตามเคย"

"เอาเถอะน่าตกก็ตกด้วยกัน ฉันไม่ถึงเธออยู่แล้ว"

"ไปทานข้าวเที่ยงกัน เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง" แบงค์พูด

"ฉันกินเยอะนะ นายเลี้ยงไหวเหรอ" เธอถามไปอย่างนั้นแต่ในใจคือดีใจมากที่จะได้ทานฟรีเพราะมีคนเลี้ยง

"ไหวสิ  เธอตัวนิดเดียวเอง" แบงค์พูดแล้วก็หัวเราะออกมา เพราะเขารู้ดีกว่ามะมายทานเก่งแค่ไหนกัน แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอยู่แล้ว

"ชิ! แล้วอย่ามาบ่นว่าฉันทานก็แล้วกัน" เธอทำหน้างอนใส่แบงค์

"เฮ้ย! พวกมึงหลีกทางให้คู่ผัวเมียหน่อยเร็ว" เสียงของใครบางคนดังขึ้นมา

"เฮ้ย! ใครผัวใครเมีย พูดให้ดีนะโว้ย!!"

คิดว่าเธอเป็นใครกันถึงกล้ามาว่าเธอ คนอย่างมะมายไม่เคยกลัวใคร แม้แต่ผู้ชายเธอก็กล้าต่อยกล้าตี เพราะที่บ้านของเธอเป็นค่ายมวยไงล่ะ 

"ฉันก็ว่าเธอกับไอ้แบงค์มันนั่นไง เธอเป็นผัวส่วนไอ้แบงค์ก็เป็นเมีย ฮ่าๆๆ"

"ไอ้นนท์ โบ๊ก!" มะมายต่อยหน้านนท์

"อ๊ะ! ยัยบ้า ต่อยมาได้ไงวะเนี่ย มันเจ็บนะโว้ย! อยากมีเรื่องใช่มั้ย" เขาไม่ทันได้ตั้งตัวเลยถูกมะมายต่อย

"เออ อยากมีแล้วไงวะ" ใครกันแน่ที่อยากมีเรื่องไม่ใช่เขาเหรอที่มาเรื่องเธอกับเพื่อนของเธอก่อน

"พอเถอะมายด์ อย่าเสียเวลากับพวกมันเลย เราไปหาอะไรทานกันดีกว่า เสร็จแล้วไปอ่านหนังสือสอบกัน" แบงค์รีบห้ามมะมาย

"ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้นนท์" มะมายพูดก่อนที่จะเดินจากไป

"ผู้หญิงไรวะ หมัดหนักชะมัดเลย" นนท์พูดแล้วก็ยิ้มออกมา

"แล้วทำไมมึงชอบไปหาเรื่องยัยมะมายมันนักล่ะ สมควรแล้วที่โดนต่อยน่ะ" ดินถามนนท์พร้อมกับสมน้ำหน้านนท์ไปด้วย

"เรื่องของกู กูแค่ไม่ชอบไอ้แบงค์ก็เท่านั้น" เห็นแบงค์อยู่กับมะมายทีไรเขาหงุดหงิดทุกที

"นี่มึงกำลังหึงไอ้แบงค์ที่อยู่กับยัยมะมายสินะ"

นนท์มองหน้าดิน

"มึงไม่ต้องมองแรงกูขนาดนั้นก็ได้ ถ้าชอบก็บอกไปสิวะ เดียวไอ้แบงค์แม่งก็คาบไปแดกหรอก" ดินตบบ่าของนนท์เบาๆ

"ไม่ใช่เรื่องของมึง"

เรื่องเขากับมะมายใช่ว่าคนอื่นจะเข้าใจได้ แม้แต่มะมายเองก็ไม่ได้รับรู้สิ่งที่เขาคิดและทำอยู่นี่มันคืออะไร เขาแค่เวลาที่จะบอกมันกับเธอก็เท่านั้นเอง ส่วนเรื่องแบงค์เขามั่นใจว่ามะมายไม่ได้คิดกับหมอนั่นเกินเพื่อน

มะมาย Talk.

"ฉันล่ะไม่เข้าใจไอ้นนท์มันเลย ฉันไปทำอะไรให้มันกันมันถึงได้หาเรื่องฉันได้ตลอดเลย" ตั้งที่เป็นเด็กบ้านเดี่ยวกันและยังเป็นลูกศิษย์ของพ่อเธอ

"ฉันว่าไอ้นนท์มันชอบเธอนะ" แบงค์พูด ผู้ชายเหมือนกันดูกันออก

"ชอบบ้าอะไรกัน ทำแบบนี้เท่ากับทำให้ฉันเกลียดมันน่ะสิ" ก็เองเคยได้ยินมาบ้างเหมือนกันว่าพวกผู้ชายมักจะแกล้งผู้หญิงที่ตัวเองชอบ แต่ทำอย่างนี้มันเกินไปหน่อยเหรอ

"มันอาจจะเรียกร้องความสนใจเธอก็ได้ไง"

"ช่างเรื่องนี้มันไปเถอะ ฉันกินดีกว่า...อร่อย" ของกินเยียวยาได้ทุกอย่างจริงๆ ไม่ว่าจะเรื่องสอบหรือเรื่องอื่นๆ 

"อร่อยล่ะสิ ของฟรีน่ะ" แบงค์หัวเราะ ก็เมื่อกี้มะมายยังดูหัวร้อนอยู่เลยแต่ตอนนี้กับทานอาหารอย่างมีความสุขเชียว

"อร่อยที่สุดเลย" เรื่องนี้เธอไม่เถียงของฟรีอร่อยที่สุดอยู่แล้ว

"ไม่ใช่เฉพาะไอ้นนท์หรอกนะที่ชอบแก ฉันก็ชอบแกเหมือนกัน"

แบงค์ได้แต่พูดในใจของเขา เรื่องนี้เขาเองก็ยังไม่กล้าที่จะบอกมะมายออกไปเช่นกัน ก็เพราะว่าคำว่าเพื่อนเนี่ยแหละ ถ้าสุดท้ายไม่เป็นอย่างที่เขาหวังกลัวว่าจะเสียมะมายไปในฐานะเพื่อนเช่นกัน

"อ้าว นั่งมองฉันและยิ้มอยู่นั่นแหละ ยังไม่รีบกินอีกเดี๋ยวต้องไปอ่านหนังสือสอบกันอีกนะ" 

"กินๆ กินแล้ว" แบงค์รีบกิน

"อ้าอิ่มจุงเบย ง่วงอ่ะไม่อ่านได้แล้วมั้ยหนังสือน่ะ" มะมายหัวเราะ

"ไม่ได้! เดี๋ยวก็สอบไม่ได้หรอก แล้วใครกันที่บอกให้ฉันรีบกินจะได้มาอ่านหนังสือกัน" แบงค์ดุมะมายกลับบ้าง

"ก็ตอนนั้นพูดตอนหิวนี่นา พออิ่มแล้วมันขี้เกียจ" มะมายทำหน้าเซ็ง แต่ก็ยอมไปอ่านหนังสือกับแบงค์อย่างว่าง่าย

"จำตรงนี้ไปเลยนะ อาจารย์ออกตรงนี้ชัวร์" แบงค์วงข้อสอบที่คิดว่าจะออกข้อสอบให้มะมาย

"แน่นะว่าออกข้อนี้ ถ้าไม่ออกข้อนี้ละก็นายตายแน่แบงค์" เรียนก็เรียนด้วยกันแต่ทำไมเธอถึงไม่รู้แนวข้อสอบบ้างล่ะ 

"เออ อ่านๆ ไปเถอะน่า" แบงค์รู้ว่าถ้ามะมายตั้งใจอ่านจริงๆ เธอก็ทำข้อสอบได้ เพียงแต่เธอมักขี้เกียจ

"แล้วตรงนี้มันได้คำตอบอย่างนี้ได้ยังไง"

"ไหนๆ อ๋อ มันก็มาจากตัวนี้คูณกับตัวนี้แล้วก็กลายมาเป็นตัวนี้น่ะ"

"อ๋อ เข้าใจแหละ" มะมายลองคิดด้วยตัวเองอีกครั้ง

"ยังมีตรงไหนที่เธอยังไม่เข้าใจอีกมั้ย"

"ทุกตรง ฮ่าๆๆ" มะมายตอบอย่างร่าเริง

"สรุปฉันต้องสอนเธอตั้งแต่ต้นสินะ" แบงค์แอบกุมหมับของตัวเอง

"ถูกต้องนะครับ" มะมายพูดแล้วก็หัวเราะออกมา

"มาๆ เริ่มกันเถอะใกล้จะถึงเวลาแล้วสอบแล้ว" แบงค์ตั้งใจสอนมะมายอย่างเต็มที่จนได้เวลาสอบก็เข้าห้องสอบพร้อมกัน จากนั้นก็หาที่นั่งสองของตัวเองและทำข้อสอบเมื่อเริ่มสอบ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED