ตอน 2

1

ดวงตาคู่นั้น

ปี 1997

ภาพขาวดำของบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ในชุดนายทหารยศพันเอกแห่งกองทัพของสหราชอาณาจักร ที่ติดอยู่ด้านหน้าทางเข้างานนิทรรศการประวัติศาสตร์ของโรงแรมนั้นดูสะดุดตา จนทำให้บัวบุษบาอดหันกลับไปมองไม่ได้ ดวงตาคู่น้อยของหญิงสาวมองภาพนั้นราวกับต้องมนตร์ คนในภาพช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน เหมือนกับว่าเธอเคยเห็นเขามานานแสนนาน และเธอรู้สึกได้ว่าคนในภาพนั้นก็กำลังจ้องมองเธออยู่ ดวงตาของเขามีอะไรบางอย่างที่สะกดเธอไว้

“เบล มองอะไรอยู่” เสียงหวานที่ดังขึ้นทางด้านหลังทำให้เจ้าของชื่อละสายตาจากภาพ หันกลับมามองคนที่เอ่ยถาม

“มองคนในภาพอยู่ ผู้ชายคนนี้เป็นใครเหรอ” เสียงหวานของหญิงสาววัยยี่สิบห้าปีถามเพื่อนสนิทอย่างสงสัย

“ไม่แน่ใจ แต่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของโรงแรม อืม เหมือนว่าเป็นผู้ก่อตั้งโรงแรมนี้ที่อังกฤษ แต่ต่อมาทายาทรุ่นปัจจุบันขยายสาขาไปหลายที่ หนึ่งในนั้นคือเมืองไทยของเรา แต่น่าเสียดาย ตายตอนอายุสี่สิบเองมั้ง” สายน้ำบอกอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก

“เหรอ” บัวบุษบาพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันกลับมามองภาพของบุรุษผู้นั้นอีกครั้งและไม่ยอมละสายตาไปจากภาพตรงหน้าแต่อย่างใด

“ทำไม ชอบเขาเหรอ” คนเป็นเพื่อนถามล้อๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักยังคงมองภาพนั้นไม่ละสายตา

“ไม่รู้สิ เหมือนว่าเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าที่ไหน”

บัวบุษบาบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เหมือนไม่ใส่ใจ แต่ทว่าเธอรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เธอรู้สึกว่าเคยเจอคนในภาพนี้ที่ไหนสักแห่ง

“เฮ้ย จะไปเคยเจอเขาได้ที่ไหนล่ะ เขาเป็นคนอังกฤษแต่แกเป็นคนไทยและไม่เคยไปเมืองนอกเลยนี่นา” สายน้ำบอกอย่างอารมณ์ดี

“ก็จริง” หญิงสาวหันมาตอบเพื่อน ก่อนจะหันไปมองภาพนั้นอีกครั้งและคิดตามที่เพื่อนพูด

“ไปกันเถอะ เข้าไปด้านในของงานได้แล้ว” สายน้ำบอกเพื่อนอย่างรีบร้อน

“ไปสิ ว่าแต่นึกยังไงพาฉันมางานนี้ ปกติแกไม่ชอบนิทรรศการพวกนี้ไม่ใช่เหรอ” บัวบุษบาถามอย่างแปลกใจที่อยู่ๆ สายน้ำก็ชวนเธอมางานเปิดตัวนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของโรงแรมแกรนด์

“ฉันก็ไม่ได้อยากมาหรอก แต่งานนี้เป็นงานที่แฟนฉันเป็นโต้โผใหญ่ แกก็รู้” สายน้ำบอกอย่างขัดใจ

“แล้วนึกยังไงมาชวนฉันยะ” บัวบุษบาถามทั้งที่รู้เหตุผล

“ถ้าไม่ชวนแกแล้วจะชวนใคร แกชอบอะไรเก่าๆ นี่นา ฉันเลยคิดว่าแกน่าจะชอบ” สายน้ำตอบเพื่อนอย่างขอไปที

“อย่างนั้นเหรอ แต่ก็จริง อีกอย่างถ้าฉันไม่มาแกต้องงอนแน่ๆ” บัวบุษบาบอกเพื่อนเรียบๆ

“เอาน่า มันก็เป็นนิทรรศการโชว์ภาพถ่ายเก่าๆ และข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ อย่างที่แกชอบนั่นแหละ รับรองว่าแกจะไม่ผิดหวัง” สายน้ำตอบพร้อมทั้งจูงมือเพื่อนสนิทให้เดินตามเร็วๆ

บัวบุษบามองเพื่อนสนิทยิ้มๆ ขณะเดินตามไปเร็วๆ ตามแรงดึงของสายน้ำ

บัวบุษบายืนมองภาพถ่ายของบุรุษคนเดียวกับภาพใหญ่ด้านหน้าทางเข้างานอย่างสนใจ แต่ทว่าภาพนี้มีท่าทางที่ต่างกันออกไป การแต่งตัวของคนในภาพอยู่ในชุดทักซิโด้ และมันถูกวางอยู่บนโต๊ะที่ใช้ในการจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ในสมัยเมื่อเกือบร้อยปีที่ผ่านมา

ใบหน้าและดวงตาของคนในภาพช่างคุ้นตาเหลือเกิน แต่ไม่ว่าบัวบุษบาจะพยายามนึกแค่ไหน ก็นึกไม่ออกว่าเธอเคยเห็นใบหน้าและดวงตาคู่นี้ที่ไหนมาก่อน

“ท่าทางแกจะชอบคนในภาพนี้นะเบล” สายน้ำถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนรักมองภาพตรงหน้าเป็นเวลานาน

“ฉันคิดว่าฉันเคยเจอเขาจริงๆ นะ รู้สึกคุ้นๆ ยังไงไม่รู้เหมือนกัน” บัวบุษบาพูดขึ้นเบาๆ อะไรบางอย่างบอกเธอว่าเธอเคยเจอเจ้าของภาพนี้มาแล้ว

“ได้ยินมาว่าถ้านับตามบรรดาศักดิ์แล้วเขาเป็นท่านเอิร์ลเชียวนะ” สายน้ำบอกเพื่อน ก่อนจะหันมาเรียกคนรักของเธอที่กำลังเดินมาทางนี้พอดี

“พี่ชายคะ พี่ชาย” สายน้ำเรียกคนรักยิ้มๆ ไม่นานบุรุษร่างสันทัดก็เดินเข้ามาหาเธอ

“เรียกพี่มีอะไรหรือเปล่าน้ำ” ชาติชายถามคนรักอย่างคนใจดี

“พี่ชายรู้จักประวัติของคนในภาพไหมคะ” สายน้ำถามทันที

“รู้ว่าเป็นคนที่ก่อตั้งโรงแรมนี้ขึ้นมา และพอท่านเสีย ญาติสนิทของท่านก็รับช่วงบริหารต่อพร้อมทั้งทำให้มันมีชื่อเสียง ถ้ายังนับบรรดาศักดิ์ที่สืบทอดต่อกันมา ท่านมีตำแหน่งเป็นเอิร์ล พี่ก็พอจะทราบเรื่องของเขาแค่นี้ แต่ถ้าจะให้รู้จักมักคุ้นถึงขั้นเคยคุยกันนี่ไม่ใช่ เพราะเขาตายก่อนที่พี่จะเกิด” เขาบอกคนรักด้วยท่าทางกวนๆ

“พี่ชายอย่ากวนสิคะ” สายน้ำต่อว่าคนรักแต่ก็ไม่จริงจังนัก

“ถามทำไมเหรอ”

“น้ำว่าเพื่อนน้ำท่าทางจะชอบเขา” สายน้ำพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียน

“จริงเหรอเบล ตาถึงนะนี่ รู้ไหมเขาเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงสมัยนั้นกรี๊ดกร๊าดมากเลยนะ เพราะ ดาร์ก ทอล แฮนซั่ม หล่อรวยนิสัยดีครบสูตร” ชาติชายบอก

“เหรอคะ” บัวบุษบาพยักหน้ารับรู้เงียบๆ สายตายังคงมองที่ภาพนั้นอยู่

“ใช่ เรียกได้ว่าเป็นชายในฝันของผู้หญิงเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายนะ เขาอายุสั้นไปหน่อย สี่สิบเองมั้งตอนที่เขาเสีย นี่ถ้าอยู่ในช่วงสมัยวิกเตอเรีย เขาคงเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงยุคนั้นจ้องจะจับแน่ๆ มีตำแหน่งติดตัวเสียด้วย แต่หลังๆ มาในช่วงยุคสมัยของเขาดูเหมือนว่าตำแหน่งพวกนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่เมื่อเทียบกับความมั่งมีของคน ตัวของท่านเองก็ไม่เคยใช้ชื่อตำแหน่งต่อท้ายเสียด้วย” ชาติชายบอกตามความคิดของเขา

“พี่ชายท่าทางจะรู้ประวัติเขาดีนะคะ” บัวบุษบาเอ่ยถามอย่างสนใจ

“เขาเป็นผู้ก่อตั้งโรงแรมนี่จ๊ะ แล้วโรงแรมนี้ก็เป็นสาขาของเขา” ชาติชายบอกกับเพื่อนสนิทของคนรักอย่างไม่ปิดบัง

“พี่ชายน่ะเขาศึกษาประวัติโรงแรมนี้เสียจนจะกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้อยู่แล้ว” สายน้ำบอกเพื่อนอย่างติดตลก

บัวบุษบามองเพื่อนรักแล้วยิ้มหลังจากฟังเพื่อนพูดจบ

“หิวกันหรือยังสาวๆ พี่ว่าเราไปหาอะไรทานกันดีกว่านะ”

ชาติชายเอ่ยชวน

“หิวค่ะ น้ำหิวมาก ส่วนเบล น้ำก็ว่าต้องหิวเหมือนกัน” สายน้ำบอกเสร็จสรรพ ชาติชายยิ้มเมื่อได้ยินคนรักพูดแบบนั้น

“เราไปหาอะไรทานกัน มื้อนี้พี่เลี้ยงเอง” ชายหนุ่มบอกพร้อมทั้งเดินนำหน้าสองสาว สายน้ำเดินตามคนรักไปอย่างรวดเร็ว

บัวบุษบามองเพื่อนรักยิ้มๆ ก่อนจะเดินตามทั้งคู่ไป แต่สักพักก็หยุดหันกลับไปมองภาพถ่ายที่เธอเห็นครั้งแรก ทำไมเธอถึงอยากจะร้องไห้เมื่อเห็นภาพนี้ ความรู้สึกบางอย่างบอกว่าเธอรู้จักเขาเป็นอย่างดี แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อเธอไม่เคยพบเขามาก่อนเลย และที่สำคัญ เขาเสียชีวิตก่อนที่เธอจะเกิดนานแสนนานด้วยซ้ำ

“เบล เบล...เร็วเข้า” เสียงเรียกนั้นทำให้เธอละสายตาจากคนในภาพ ก่อนจะเดินตามเพื่อนสนิทไปอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเธอหันกลับมามองภาพนั้นอีกครั้ง ก็จะเห็นว่าดวงตาของคนในภาพดูหม่นลงไปกว่าเดิม

ทะนงยิ้มให้กับร่างบอบบางของลูกสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาในบ้าน บัวบุษบาตรงเข้าไปหอมแก้มบิดาเหมือนทุกครั้งที่ทำเวลากลับมาถึงบ้าน

“นิทรรศการสนุกไหมลูก” ทะนงถามลูกสาวอย่างสนใจ

“ก็ดีค่ะ พ่อคะ พ่อเคยรู้สึกเหมือนว่ารู้จักใครคนหนึ่งมาก่อนไหมคะ รู้สึกว่าคุ้นเคยทั้งๆ ที่ไม่เคยเจอเขามาก่อนเลยสักครั้ง” บัวบุษบาถามอย่างอยากรู้

“ความรู้สึกแบบนั้นพ่อไม่เคยมีนะ แต่เพื่อนพ่อบางคนเขาก็บอกว่าเคยเป็นตอนที่พบกับภรรยาพวกเขา แต่ก็อย่างว่า พ่อคิดว่าพวกนั้นคงเวอร์” ทะนงบอกอย่างไม่ใส่ใจ

“อย่างนั้นเหรอคะ”

“ใช่ ว่าแต่ลูกถามทำไมเหรอ หรือว่าไปรู้สึกแบบนั้นกับใครที่ไหนเข้า” ทะนงถามอย่างสนใจ เพราะเขาไม่เคยได้ยินบัวบุษบาถามอะไรแบบนี้มาก่อน

“เปล่าค่ะ ถามไปอย่างนั้น ว่าแต่แม่ไปไหนหรือคะ” หญิงสาวถามเมื่อไม่เห็นมารดา

“แม่ขึ้นข้างบนแล้วจ้ะ พ่อรอลูกกลับมาก่อน”

“แล้วน้องล่ะคะ”

“น้องติดประชุมที่ทำงานคงกลับค่ำ พ่อว่าเบลขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าดีกว่านะลูก” ทะนงบอกลูกสาวคนโตเพราะตอนนี้ดึกมากแล้ว

“ค่ะ พ่อเองก็ขึ้นได้แล้วนะคะ” บัวบุษบาบอกพ่อของเธอพร้อมทั้งลุกขึ้น ก่อนจะดึงทะนงให้ลุกตาม

“จ้ะ เราไปพร้อมกันเลยดีกว่านะ” คนเป็นพ่อบอก ก่อนจะเดินโอบไหล่ลูกสาวขึ้นไปชั้นสองของบ้านด้วยท่าทางสบายใจ

บัวบุษบานั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างตั้งอกตั้งใจพร้อมทั้งทำการเก็บข้อมูลที่ได้มานั้นไว้อย่างรวดเร็ว เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องอยากรู้เรื่องของเขานัก แต่ดวงตาของผู้ชายที่เธอเห็นในภาพมันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธออยากรู้เรื่องราวของเขามากขึ้นกว่าที่ได้ฟังมา แต่ข้อมูลที่ได้มีไม่มากนัก สิ่งที่เธอพบมีเพียงประวัติคร่าวๆ เท่านั้น นอกนั้นก็เป็นพวกภาพวาดสีน้ำมันและภาพถ่ายของเขาอีกสามสี่ภาพ หญิงสาวนั่งมองภาพที่ปรากฏตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะยิ้มให้คนในภาพอย่างเผลอตัว

“คุณกับฉันเคยรู้จักกันมาก่อนใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามขึ้นเบาๆ กับภาพที่ปรากฏตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะตรงหน้า

“แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง คุณตายก่อนที่ฉันจะเกิดเสียอีก แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นเคยกับคุณจัง” หญิงสาวยังคงบ่นพึมพำคนเดียว

สายน้ำมองเพื่อนรักอย่างแปลกใจเมื่อเห็นหนังสือที่เพื่อนสั่งซื้อ ในขณะที่บัวบุษบามองหนังสือเล่มหนาอย่างพอใจในสภาพของมัน เพราะมันไม่เก่าอย่างที่คิดไว้

“เบล แกสั่งหนังสือเล่มนี้มาทำไม อย่าบอกนะว่าปลื้มเขาจนต้องเก็บสะสมของที่เกี่ยวกับเขาน่ะ”

สายน้ำถามเพื่อนล้อๆ เมื่อเห็นหนังสือที่เพื่อนสั่งซื้อ เป็นหนังสือเกี่ยวกับบุคคลสำคัญในอังกฤษ ซึ่งบุคคลหนึ่งที่มีชื่ออยู่ในหนังสือคือคนที่เพื่อนของเธอยืนมองรูปภาพของเขาตาไม่กะพริบในงานนิทรรศการของโรงแรม

“ไม่รู้สิ แต่รู้สึกว่าอยากรู้เรื่องของเขามากกว่านี้ อีกอย่างหนังสือเล่มนี้ก็ไม่ได้มีแค่เรื่องของเขานะ มีเรื่องของคนอื่นด้วย ที่สั่งก็เพราะรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้เขียนเรื่องราวของเขามากที่สุด แล้วก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์หลายเรื่องที่น่าสนใจ ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง”

บัวบุษบาบอกกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงปรกติ

“เป็นเอามากนะนี่เพื่อนฉัน”

“ไม่ได้เป็นเอามากเสียหน่อย ฉันก็คงชอบเขาแบบพวกคนที่แอบชอบดาราในดวงใจนั่นแหละ” หญิงสาวบอกเพื่อนอย่างไม่ใส่ใจนัก ทั้งที่ความจริงแล้วในใจคิดตรงกันข้าม

“เออ ว่าแต่เรื่องที่แกบอกว่าจะไปอังกฤษสักสองปีนี่จริงไหม” สายน้ำถามเพื่อนเพื่อความแน่ใจ

“จริง จะไปช่วยงานป้าที่นั่นสักปีสองปีหาประสบการณ์ แล้วก็ว่าจะไปเรียนภาษาเพิ่มด้วย” บัวบุษบาบอกถึงความตั้งใจของเธอ

“อะไรกัน จะเรียนเพิ่มอีกเหรอ”

“ใช่ ถึงฉันจะจบโทแล้วแต่เรื่องภาษาอังกฤษบอกตรงๆ ว่ายังอ่อนมากเลยนะ” หญิงสาวบอก

“แต่ฉันก็เห็นแกพูดกับฝรั่งรู้เรื่องนี่นา อ่านออกเขียนได้อีกต่างหาก” สายน้ำย้อน

“ถึงจะทำได้แต่มันยังไม่ดีพอ สำเนียงฉันนี่บ้านนอกมากเลย แกก็เห็นว่าบางทีฉันต้องพูดสองครั้งกว่าจะคุยกับเขารู้เรื่อง” บัวบุษบาพูดอย่างปลงๆ

“เอาเถอะ ตามใจแก แต่ว่าไปที่นั่นแล้วช่วยเอาเพื่อนเขยที่เป็นฝรั่งมาฝากด้วยนะ” สายน้ำพูดทีเล่นทีจริง

“แหม เอาเป็นว่าจะหาให้ได้อย่างคนนี้ก็แล้วกัน” บัวบุษบาบอกพร้อมทั้งชี้ไปที่ภาพของเอิร์ลแห่งเดวอน ลอยด์ สก็อต แลมป์ตัน ที่อยู่ในหนังสือ และหัวเราะออกมาเบาๆ

*****

ตอน 3

2

ข้อมูลของเขา

สมสมัยมองลูกสาวคนโตที่กำลังนั่งอ่านเอกสารเงียบๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ร่างบอบบางที่เหมือนว่ากำลังทำความเข้าใจกับหนังสือที่อ่านอยู่

“ป้าน้อมโทรมาบอกแล้วนะว่าให้ลูกไปเดือนหน้าได้เลย”

สมสมัยบอกลูกสาวพร้อมทั้งลูบผมนุ่มของบัวบุษบาเบาๆ อย่างเคยชิน

“ค่ะแม่” หญิงสาวรับคำสั้นๆ

“พี่สาวแม่คนนี้ก็ยังไงนะ เปิดร้านอาหารทั้งทีแทนที่จะจ้างเชฟ กลับดึงลูกสาวแม่ไปซะอย่างนั้น” สมสมัยบ่นไม่จริงจังนัก ด้วยคิดว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นเรื่องดี เพราะผู้เป็นลูกสาวจะได้ประสบการณ์มากขึ้นและยังได้เปิดหูเปิดตาด้วย

“ก็หนูจบทางด้านนี้มานี่คะแม่ อีกอย่างไปที่นั่นก็ดีเหมือนกันนะคะ อย่างน้อยก็ได้ประสบการณ์เพิ่ม หนูกะว่าจะอยู่ที่นั่นสักสองสามปีแล้วก็จะกลับมาอยู่เมืองไทยกับแม่แล้วค่ะ” บัวบุษบาบอกมารดาถึงสิ่งที่เธอวางแผนไว้

“จ้า แล้วทำไมถึงทำหน้านิ่วอย่างนั้น อ่านอะไรไม่เข้าใจเหรอ” คนเป็นแม่ถามเมื่อเห็นสีหน้าเครียดๆ ของลูก

“เปล่าค่ะ แค่งงกับเอกสารนิดหน่อย หนูว่าหนูลืมอะไรบางอย่าง แต่นึกไม่ออกว่าลืมอะไร” บัวบุษบาบอกมารดา พร้อมทั้งสีหน้าครุ่นคิด

“ค่อยๆ คิดก็แล้วกันนะลูก เออ แล้วลูกต้องไปที่ทำงานที่โรงแรมอีกไหม” สมสมัยถามอย่างสงสัย

“ไม่ต้องแล้วค่ะ หนูลาออกแล้ว ความจริงก็น่าเสียดายนะคะ หนูทำงานที่นั่นมาตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ ไต่เต้าจนได้เป็นหัวหน้าเชฟแล้วต้องมาลาออกแบบนี้ แต่ตอนนี้เขามีเชฟใหม่ที่เก่งกว่าหนูมาแทนแล้ว”

บัวบุษบาบอกมารดา เธอรู้สึกผูกพันกับสถานที่ที่เธอทำงานอยู่ และเพื่อนร่วมงานที่นั่นก็ดีมากด้วย

“อย่างนั้นเหรอ หาคนได้เร็วเหมือนกันนะ” คนเป็นแม่เปรยพร้อมทั้งพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“หนูบอกเขาไว้ล่วงหน้าสามเดือนแล้วนี่คะ เขาก็เลยเตรียมหาก่อนหนูจะออก” บัวบุษบาอธิบาย

“ก็จริง เออ แม่ว่าจะถามตั้งนานแล้วแต่ลืม นึกขึ้นได้พอดีเลย เมื่อคืนลูกมานั่งทำอะไรดึกๆ ดื่นๆ”

สมสมัยถามด้วยความสงสัย ปกติลูกสาวของเธอไม่เคยเข้านอนเกินเที่ยงคืน การเข้านอนหลังจากนั้นนับว่าผิดปกติ

บัวบุษบานึก ก่อนจะตอบ

“ก็หาอะไรในอินเทอร์เน็ตอ่านไปตามเรื่องค่ะแม่ ไม่มีอะไรหรอก” บัวบุษบาบอกมารดาและยิ้มให้

สมสมัยพยักหน้ารับยิ้มๆ

“อย่าให้ดึกมากนะลูก เดี๋ยวขอบตาคล้ำเป็นหมีแพนด้านะ”

คนเป็นแม่เอ่ยหยอกล้อ

“ค่ะแม่ แล้ววันนี้แม่ไม่ออกไปหาเพื่อนหรือคะ” บัวบุษบาถามอย่างแปลกใจ เพราะตั้งแต่แม่ของเธอเกษียณดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยอยู่ติดบ้านนัก

“ยังจ้ะ ไปตอนเย็น วันนี้มีนัดทานข้าวกับเพื่อนๆ น่ะ ยังไงเบลก็หาอะไรให้คุณพ่อกับน้องทานด้วยนะ” คนเป็นแม่สั่ง แต่น้ำเสียงเป็นเชิงขอร้องเสียมากกว่า

“ค่ะแม่ แหม ตั้งแต่เกษียณนี่อยู่ไม่ติดบ้านเลยนะคะ ทั้งพ่อทั้งแม่เลย” หญิงสาวบ่น

“อ้าว แม่กับพ่อก็ต้องเที่ยวบ้างสิคะลูกขา” คนเป็นแม่ตอบกลับอย่างอารมณ์ดี

“แม่เที่ยวหนูพอทราบค่ะ แต่พ่อนี่ ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะอยู่ร้านกาแฟคุยกับเพื่อนๆ ชัวร์” บัวบุษบาบอกอย่างรู้ทัน ส่วนสมสมัยก็มองลูกสาวยิ้มๆ และไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก

พันเอกลอยด์ สก็อต แลมป์ตัน เขาเป็นต้นแบบของคำว่า ดาร์ก ทอล แฮนซั่ม เป็นตัวแทนของบุรุษในอุดมคติ เป็นสุภาพบุรุษที่เรียกได้ว่าหญิงสาวในยุคนั้นต่างพากันคลั่งไคล้ เป็นนายทหารยศพันเอกที่หนุ่มที่สุด เป็นเจ้าของกิจการโรงแรมและเจ้าของกิจการโรงเลื่อย อีกทั้งยังเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเด็กชื่อดัง เสียชีวิตเมื่อปี 1925 เนื่องจากดื่มจัดและสูบบุหรี่จัด ฯลฯ

ข้อมูลที่ปรากฏทำให้คนที่กำลังอ่านอยู่นิ่วหน้าอย่างเห็นใจ เขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเนื่องจากดื่มเหล้าและสูบบุหรี่จัด แล้วดวงตาคู่น้อยก็กวาดสายตาไปเรื่อยๆ

“ดื่มหนัก สูบบุหรี่จัดเหรอ อายุคุณยังน้อยอยู่เลยนะ แล้วเรื่องชีวิตส่วนตัวล่ะ คนรักของคุณคือใคร” หญิงสาวบ่นพึมพำอย่างเสียมิได้ เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเพราะอะไร ทำไมถึงอยากรู้เรื่องของเขามากขนาดนี้ ตั้งแต่ที่ได้เห็นภาพถ่ายของเขาครั้งนั้น เธอหาข้อมูลของเขาทุกวันทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อีกทั้งพยายามเสาะหาข้อมูลที่เป็นภาษาอื่นด้วย โดยอาศัยเครื่องช่วยแปลอีกทีหนึ่ง

หญิงสาวพิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา สิ่งที่ได้รับคือเขาโสดและไม่ได้แต่งงานแต่อย่างใด มีข้อมูลเพียงว่าเคยคบหากับหญิงสาวชาวต่างชาติคนหนึ่งเท่านั้น

“คุณไม่ได้แต่งงาน” หญิงสาวพูดขึ้นเบาๆ ในใจรู้สึกดีใจลึกๆ

“บ้าจริงทำไมต้องดีใจด้วยนะ สงสัยจะเป็นเอามากนะเรา”

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์สามารถสะกดสายตาของบัวบุษบาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ภาพถ่ายของเขาในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศทำให้เขาดูน่ามองจนเธอไม่อยากละสายตา ใบหน้าที่ดูเรียบเฉยนั้นราวกับรูปสลักที่ปฏิมากรชั้นเอกจงใจสร้างสรรค์ให้เป็นผลงานชิ้นเยี่ยมของตัวเอง

“ทำอะไรอยู่เบล” เสียงห้าวดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง

บัวบุษบาหันไปมองน้องชายที่ยืนอยู่ด้านหลังพร้อมทั้งยิ้มให้

“หาข้อมูลอะไรนิดหน่อย” บอกน้องชาย

“เสียสายตานะ ทำไมไม่เปิดไฟให้สว่างกว่านี้ นั่งจ้องหน้าจอแบบนี้ไม่ดีกับดวงตานะพี่สาว” คนเป็นน้องบอกอย่างเป็นห่วง ก่อนจะเปิดไฟในห้องให้สว่างขึ้น

“ไม่ขนาดนั้นหรอกนะ” คนเป็นพี่เถียง

“ผู้หญิงในภาพนี่ใคร สวยดีนะ” คนเป็นน้องพูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามายืนด้านหลังพี่สาวและมองเห็นภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ

“ไม่แน่ใจ เหมือนจะเป็นคู่หมั้นของคนที่ยืนข้างๆ มั้ง” คนเป็นพี่บอกพลางอ่านข้อมูลที่อยู่ใต้ภาพนั้นอย่างตั้งใจ

“ผู้ชายก็ดูดีนะ แต่หล่อน้อยกว่าน้องชายของเบลนะ” คนเป็นน้องชายบอกอย่างอารมณ์ดี

“จ้า พ่อคนหน้าตาดี แล้วทำไมวันนี้กลับเร็วล่ะ” บัวบุษบาถาม

ภรตมองพี่สาว ก่อนจะนั่งลงข้างๆ พร้อมทั้งหยิบขนมที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้

“วันนี้ไม่มีประชุม ไม่มีงานอะไรเข้ามาก็เลยได้กลับเร็วน่ะสิ ว่าแต่คุกกี้นี่ทำเองใช่ไหม” ภรตถามก่อนจะกินขนมในมือ

“ใช่”

“ถ้าอย่างนั้นค่อยกินได้อย่างสนิทใจหน่อย” ภรตบอกยิ้มๆ เขาไม่ค่อยรับประทานขนมมากนัก นอกจากจะเป็นขนมที่แม่หรือพี่สาวทำเท่านั้น

“เรื่องมากไปไหมเรา” บัวบุษบาแขวะน้องชาย

“ก็ขนมที่ซื้อเขามามันไม่อร่อยนี่นา ไม่ถึงเครื่องอย่างที่เบลทำ เออ ผัดข้าวให้กินหน่อยสิ” ภรตบอกพี่สาวด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ก่อนจะล้มตัวลงนอนหนุนตักพี่สาวเพื่อให้ดูน่าสงสาร

“ทำไว้ให้แล้ว อยู่ในตู้กับข้าว” บัวบุษบาบอกน้องชายพร้อมกับชี้ไปทางห้องครัว

ภรตอมยิ้มเมื่อได้ยิน บัวบุษบามองน้องชายก่อนจะใช้มือขยี้ผมของเขาเบาๆ

“รู้ใจชะมัด มีพี่น่ารักแบบนี้รักตายเลย” ภรตบอกพร้อมทั้งลุกขึ้นมากอดพี่สาวไว้แน่นอย่างประจบ สักพักก็เอนลงไปนอนตักพี่สาวเหมือนเดิม

“ไม่ต้องมาปากหวานกับฉันเลย แกรักแฟนแกมากกว่าฉันอยู่แล้ว” คนเป็นพี่บอกอย่างหมั่นไส้

“มีที่ไหนล่ะแฟน ไม่มีหรอก” ภรตบอก บัวบุษบามองน้องชายอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง น้องชายเธอเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่ง แต่ก็กะล่อนเหลือทน ผู้หญิงหลายต่อหลายคนพยายามจะจับ แต่ก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทันเสียที

“อย่าพลาดเข้าล่ะ เดี๋ยวนี้ผู้หญิงบางคนน่ากลัวจะตาย”

“เอาน่า ถ้าทำอาหารไม่อร่อยแบบพี่สาวคนนี้ก็ไม่ผ่าน ถ้าไม่สวยและใจดีแบบแม่ก็ไม่ผ่าน ดังนั้นต้องหาแบบเพียบพร้อมทุกอย่างถึงจะผ่าน” ภรตบอก

“ว่าแต่ตัวเองน่ะเมื่อไหร่จะมีแฟน ไม่สนใครเลยหรือไง” คนเป็นน้องย้อนถาม ตั้งแต่พี่สาวของเขาเป็นวัยรุ่นจนเข้าสู่วัยทำงาน เขาก็ยังไม่เคยเห็นพี่สาวสนใจผู้ชายคนไหนสักคน ทั้งที่มีคนมาชอบบัวบุษบาหลายคน แต่สุดท้ายก็ต้องล่าถอยไปเพราะพี่สาวของเขาไม่เล่นด้วย แถมยังเย็นชาใส่จนผู้ชายทั้งหลายพากันท้อ

“ชอบคนนี้” บัวบุษบาบอกทีเล่นทีจริงพร้อมกับชี้ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์

ภรตเงยหน้ามามองบุรุษร่างสูงใหญ่ในจอคอมพิวเตอร์นิ่ง

“โห ฝันแล้ว ป่านนี้เขาตายไปแล้วมั้ง จะแต่งกับคนตายเหรอ” ภรตเอ่ยล้อเลียน

“ใช่ เขาตายแล้ว”

“เบลนี่ชอบพวกคนเก่าๆ นะ” เขายังล้อพี่สาวอย่างคนขี้เล่น

“ฉันชอบเขาจริงๆ นะผู้ชายคนนั้น ถ้าไม่ได้แบบนี้ฉันจะไม่แต่งงาน” บัวบุษบาบอก น้ำเสียงเหมือนจะล้อเล่น แต่แววตากลับมีความจริงจังแฝงอยู่ ภรตมองพี่สาวก่อนจะหัวเราะออกมา

“ถ้าอย่างนั้นเค้าคงต้องเลี้ยงตัวตอนแก่แล้วล่ะ เพราะตัวคงไม่ได้หน้าตาแบบนี้แน่” ภรตตอบปลงๆ

“แหมปากนะ ว่าแต่ไปอาบน้ำแล้วก็ไปทานข้าวได้แล้ว ฉันเมื่อยแล้วนะ” บัวบุษบาบอกเมื่อน้องชายตัวดียังคงนอนหนุนตักของเธออยู่

“ไล่เหรอ ไปก็ได้ แต่ขอนอนต่ออีกหน่อยได้ไหม เหนื่อย” ภรตบอก บัวบุษบามองน้องชายนิ่ง ไม่ได้พูดอะไร

“แล้วเบลจะไปอังกฤษเมื่อไหร่” คนเป็นน้องถามอย่างสนใจ

“เดือนหน้า คุณป้าบอกคุณแม่ว่าให้ไปเดือนหน้า” บัวบุษบาบอกกำหนดการเดินทางของเธอ

“อย่างนั้นเหรอ จะเป็นเด็กนอกแล้วนะนี่”

“ไม่ต้องมาแซวเลย ฉันไม่อยู่แกต้องดูแลพ่อกับแม่ให้ดีล่ะ อย่าเที่ยวกลางคืน” บัวบุษบาบอกน้องชาย แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นคำสั่งเสียมากกว่า

“โห นี่ขนาดยังไม่ได้ไปนะยังสั่งแล้ว” คนเป็นน้องบ่น

“ก็สั่งไว้ก่อนเผื่อลืม”

“ตัวเองก็เถอะ ไปที่นั่นก็อย่าทำงานจนเพลินล่ะ หาสาวฝรั่งให้น้องบ้าง เข้าใจไหม”

“แกนี่เจ้าชู้จริงๆ ฉันว่าแกจัดการสาวๆ ของแกให้เรียบร้อยก่อนจะดีกว่านะ แล้วค่อยหาคนใหม่” บัวบุษบาอดจะแขวะน้องชายเธอเรื่องนี้ไม่ได้

“จะเอายังไงกับผู้ชายลั้ลลา” คนเป็นน้องก็ตอบกลับทันทีเหมือนกัน

“จ้า” บัวบุษบาบอกอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปสนใจข้อมูลตรงหน้าต่อ

ภรตมองพี่สาวยิ้มๆ สักพักก็ลุกขึ้นและเดินเข้าไปในครัวพร้อมทั้งฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

บัวบุษบามองตามหลังน้องชายแล้วยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของเขา ก่อนจะกลับมาสนใจข้อมูลตรงหน้าต่อ

*****

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED