ตอน 1

เสียงตะหลิวผัดข้าวในกระทะเหล็กดังเป็นระยะๆ พร้อมกับกลิ่นอาหารที่ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณร้านทำให้ลูกค้าสาวๆ ในร้านน้ำลายสอไปตามๆ กัน เพราะรสมือพ่อครัวสุดหล่อนั้นอร่อยยิ่งกว่าเชฟในโรงแรมหรูๆ เสียอีก

เพิงเล็กๆ ใช้ผ้ายางกันฝนและฝาสังกะสีตีกั้นเอาไว้พอทำกับข้าวได้ มีโต๊ะตัวเล็กๆ เก้าอี้พลาสติกสีแดงแบบไม่มีพนักพิง เหยือกน้ำพลาสติกถูกจัดวางไว้พร้อมกระดาษทิชชูสีชมพูและไม้จิ้มฟันบนโต๊ะแบบพับเก็บได้และกล่องใส่ช้อน ส้อมและตะเกียบวางใกล้กัน

พ่อครัวหนุ่มนามว่ากันภัย พัทธนพงศ์ อายุ 27 ปี เขาเป็นคนผิวสีแทนใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม

สาวๆ ที่มาอุดหนุนอาหารตามสั่งของร้านเล็กๆ แห่งนี้หรือจะเรียกว่าเพิงข้างทางก็ได้ นอกจากติดใจในรสมือแล้ว ยังติดใจพ่อครัวหนุ่มที่หล่อยิ่งกว่าพระเอกละครทีวีเสียอีก สาวๆ ในซอยเรียกเขาว่า “พี่กันสุดหล่อ” หล่อที่สุดในซอย

อีกฉายาก็คือ “พี่กันหล่อสุดซอย”

กันภัยเป็นคนขยันขันแข็ง สู้งาน แม้ฐานะครอบครัวจะยากจนก็ไม่เคยงอมืองอเท้า เขาทำงานทุกอย่างที่ทำได้ แต่ใจนั้นรักการทำอาหาร เลยหันมาลองเปิดร้านขายอาหารตามสั่งดู ลูกค้าแน่นร้านตั้งแต่เปิดร้านยันปิดร้าน

ความฝันของกันภัยมีอยู่มากมายเต็มหัว เขาอยากจะทำอะไรตั้งหลายอย่าง ไม่อยากเอาความยากจนของครอบครัวที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดมาเป็นปมด้อย หรือเรียกร้องความเห็นใจจากคนอื่น เพราะเขาคิดว่าคนเราจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องลงมือทำ ต้องขยัน มีวินัย อดออมและรู้จักลงทุน ไม่ใช่รอแค่โชคชะตา

“ได้แล้วครับ ข้าวผัดกะเพราสิบกล่อง”กันภัยยื่นกล่องข้าวผัดกะเพราให้ลูกค้าสาวที่ชม้ายชายตามองเขาไม่วาง เธอทำงานอยู่แถวนี้ ทุกวันก็จะอาสามาซื้อกับข้าวไปให้พนักงานคนอื่นๆ

“ขายแค่กล่องละยี่สิบห้าบาท ถูกแบบนี้จะได้กำไรสักกี่บาทกันคะ” คนเอ่ยถามยิ้มหวานหยด ยื่นมือไปรับกล่องข้าวไม่พอ ยังไล้มือขึ้นไปหา ทอดสะพานให้อย่างออกนอกหน้า

กันภัยรับเงินอย่างสุภาพ เขายิ้มรับก่อนตอบเสียงนุ่ม

“ยี่สิบห้าบาทก็ได้กำไรแล้วครับ กะเพรากับพริกผมปลูกเองครับ”

“แหม... หล่อแล้วยังขยันอีกด้วย ไม่อยากหาคนมาช่วยปรนนิบัติพัดวีหลังเลิกงานบ้างเหรอคะ” คนถามยิ้มหวานหยดส่งไปให้

“จนๆ แบบผมคงไม่มีใครเอาหรอกครับ” กันภัยพูดจริงๆ จากใจ

เขารู้ว่ามีผู้หญิงทอดสะพานให้มากมายเพราะหน้าตาของเขา แต่ความจริงใจนั้นเขายังไม่แน่ใจ คนเราต่อให้หล่อให้หน้าตาดีขนาดไหนแต่จะมีใครรักจริงยอมกัดก้อนเกลือกินในยุคสมัยนี้นั้นหายากยิ่ง

เขาเองก็เป็นผู้ชาย หากมีครอบครัวแล้วคงทนให้ครอบครัวลำบากไม่ได้ อยากดูแลลูกเมียให้ดีที่สุด เขาจึงอยากเก็บเงินสักก้อน ขยับขยายกิจการของตัวเองให้มั่นคง แล้วค่อยคิดเรื่องแต่งงาน หัวใจของเขาในเวลานี้กระหวัดไปถึงใครคนหนึ่ง คนที่ทำให้เขามีแรงกายแรงใจที่จะมุ่งมั่นกับการทำงานเพื่อสร้างฐานะให้เป็นปึกแผ่น เขาเชื่อเสมอว่าหากมุ่งมั่นสักวันต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

“แหม... ขยันอย่างพี่กัน ใครได้เป็นแฟน โชคดีมากเลยค่ะ ถ้ามีแฟน แฟนคงรักมากๆ นะคะนี่” คนพูดยิ้มหวานส่งมาให้อีก ก่อนจะตัดใจเดินกลับไปยังที่ทำงานของตัวเอง เป็นร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ประจำจังหวัดที่มีพนักงานจำนวนมากและใครๆ ก็มักพาคอมพิวเตอร์มาซ่อมที่นี่ โรงเรียนและหน่วยงานของรัฐก็มาใช้บริการเป็นประจำ

“กะเพราไก่จานนึงค่ะ” เสียงหวานที่ดังอยู่ด้านหลังทำให้กันภัยหันไปมอง เขาจำเสียงของเธอได้ รันนรินทร์ วรกานต์ หญิงสาววัย 23 ปี

เธอเป็นผู้หญิงที่ยิ้มหวานที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา อีกฝ่ายเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี ในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ การเงินและการธนาคารจากกรุงเทพฯ บิดามารดาของเธอเป็นเศรษฐีร่ำรวยที่สุดในจังหวัด มีบ้านเช่าหลายหลัง พร้อมด้วยที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อีกมากมาย และยังปล่อยเงินกู้อีกด้วย

“ไข่ดาวไหมครับ” กันภัยเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม คนตอบยิ้มแก้มปริก่อนพยักหน้า

“ค่ะ เอาแบบข้างนอกกรอบ ไข่แดงเยิ้มนะคะ”

“ครับ”

“พี่กันทำอาหารอร่อยกว่าเชฟที่โรงแรมดังๆ ในกรุงเทพฯ อีกนะคะ” เธอเอ่ยชมจากใจ

“ยอกันเกินไปแล้ว พี่พอทำได้ ขายไปวันๆ น่ะครับ”

“ที่ไหนกันล่ะ นี่ถ้าไปทำขายที่กรุงเทพฯ รับรองว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเชียวค่ะ” รันนรินทร์มองร่างสูงแข็งแรงของพ่อครัวหนุ่มแล้วอมยิ้ม กันภัยเป็นคนตัวสูง เขาสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ใบหน้าของเขาหล่อเหลา คางผ่า หน้าเรียวคมเข้ม ร่างสูงเพรียว แข็งแรง มีกล้ามให้เห็นเป็นมัดๆ ไร้ไขมันส่วนเกิน เขามีผมดกหนา ดำสนิท คิ้วเข้ม ริมฝีปากกว้างรับกับจมูกโด่งเป็นสัน

เธอไล่มองไปตามเรือนร่างแล้วเผลอกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเผยอ ริมฝีปากยั่วยวน สายตามองสัดส่วนบนใบหน้าอย่างอ้อยอิ่ง ปลายครางมีรอยเคราเขียวครึ้มที่เพิ่งผ่านการโกนมา

“เสร็จแล้วครับ กะเพราไก่ไข่ดาว”

“ไข่ดาวของพี่กันเป็นรูปหัวใจ” คนถามหน้าแดง

“ก็ใจดวงนี้ยกให้น้องรันคนเดียว” ไม่เกรงใจว่าจะมีลูกค้าเข้ามาอีก เขาจะร้องเพลงจีบเธอเสียเลย

“สาวๆ ติดตรึม รันเห็นนะ”

“แค่ลูกค้าเองครับ พี่รักเดียวใจเดียว” กันภัยมีความสุขเสมอที่ได้พูดคุยกับคนตรงหน้า เขากับเธอตัดสินใจคบกันเป็นแฟนหลายเดือนแล้ว แต่อาภัพหน่อย ตรงที่ต้องเป็นแฟนกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ บิดามารดาของเธอนั่นแหละคือปัญหาใหญ่ แต่เขาไม่เคยย่อท้อ จะเพียรสร้างเนื้อสร้างตัวให้ เขารักเธอจริงๆ จะไม่ยอมให้เธอน้อยหน้าหรืออับอายใครเด็ดขาดหากต้องแต่งงานกับคนอย่างเขา

รันนรินทร์เป็นผู้หญิงผิวขาวจัด ขาวเนียนผุดผ่องอมชมพูไม่ได้ขาวซีดอย่างสาวเมืองกรุงฯ บางคน ใบหน้าของเธอเรียวรูปไข่ มีลักยิ้ม เธอยิ้มหวานเหลือเกินในความรู้สึกของเขา ดวงตาสวยใสเป็นประกาย ผมนุ่มสลวยสีดำขลับเป็นลอน เงางามสุขภาพดี

“ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยค่ะ” เธอว่ายิ้มๆ แต่เขารู้ว่าเธอแหย่เล่นไม่ได้จริงจังอะไร

“วันนี้จะชวนไปดูอะไร”

“อะไรคะ?”

“ข้าวผัดพริกไข่ดาวสองจานค่ะ” เสียงลูกค้าที่สั่งอาหารก่อนจะทรุดนั่งลงที่โต๊ะ ทำให้กันภัยต้องละสายตาจากแฟนสาวไปเร่งทำอาหารให้ลูกค้าทั้งสองโดยเร็ว

“ขายดีจริงๆ เลยนะคะพี่กัน ไม่คิดจะหาคนช่วยบ้างเหรอคะ” ลูกค้าสาวเอ่ยถาม กันภัยเพียงแค่ยิ้มรับ รันนรินทร์หน้างอเล็กน้อย กันภัยหันมามองเพื่อบอกเธอทางสายตาว่าเขาไม่สนใจใครนอกจากเธอคนเดียวเท่านั้น

กันภัยไม่มีโอกาสได้คุยกับแฟนสาวเลยเมื่อลูกค้าทยอยเข้ามาในร้านเยอะขึ้น รันนรินทร์นั่งมองแฟนหนุ่มแล้วอมยิ้ม กันภัยปาดเหงื่อเบาๆ เมื่อรับเงินจากลูกค้าหลายคนเก็บเข้าในลิ้นชัก วันนี้เขาขายดีและคิดว่าจะปิดร้านเร็วกว่าปกติ

“พี่กันจะชวนรันไปไหนคะ” หญิงสาวแอบกระซิบถาม เธอนัดเจอกับเขาก็ต้องแอบไปกันคนละครั้ง ไปพร้อมกันไม่ได้ เพราะกลัวโดนบิดามารดาจับได้

“จะชวนไปบ้านหน่อยครับ” เขายกมือขึ้นลูบท้ายทอยไปมาอย่างเก้อเขิน

“แน่ะ! ชวนสาวไปบ้าน แล้วหน้าแดงทำไมคะ”

“กลัวสาวไม่ไป” คนตอบพาซื่อ ทำเธอยิ้มขำ

“จะไปดีไหมนะ” รันนรินทร์แกล้งพูดเหมือนตัดสินใจ

“พี่สัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินรัน แค่จะพาไปดูอะไรเท่านั้นเอง”

“ไปก็ได้ค่ะ รันรู้หรอกค่ะว่าพี่กันไม่ทำอะไรรันหรอก” รันนรินทร์ยิ้มให้เขา รู้ดีว่ากันภัยไม่ทำอะไรตนแน่นอน แถมไปกับเขาไม่มีอันตรายอะไร นอกจากความปลอดภัยเพราะชายหนุ่มเป็นสุภาพบุรุษเอามากๆ

ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนเกือบครึ่งปีแล้ว เขาไม่เคยกล้าแตะเธอเลย เธอเป็นคนเริ่มกุมมือเขาก่อนในครั้งแรก

“ไปกันเถอะครับ” เขาบอกหลังจากที่เก็บร้านเรียบร้อยแล้ว

เขายิ้มกว้างอย่างดีใจ กันภัยเป็นคนซื่อๆ ขยัน เธอชอบที่เขาไม่เจ้าชู้ ไม่หลงตัวเอง ไม่ขี้เกียจ สะอาดสะอ้าน แม้เขาไม่ได้มีฐานะร่ำรวยแต่ตัดเล็บมือเล็บเท้าสะอาดเรียบร้อย เสื้อผ้าซักรีดหอมกรุ่น ผมเผ้าไม่ยุ่งเหยิง ตัดแต่งเข้าทรง หล่อเหลาเรียบร้อย สระผมเสียหอมกรุ่นในทุกๆ วัน เขาไม่มีกลิ่นตัว แต่กลับมีกลิ่นผู้ชายที่น่าหลงใหล

ตอน 2

กันภัยเป็นคนเรียบร้อย เธอเคยแอบไปบ้านของเขามาแล้วหลายครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าบ้านของเขาสะอาดสะอ้านยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก บ้านช่องถึงแม้จะไม่สุขสบายเท่าคฤหาสน์หรือบ้านหลังใหญ่อันแสนร่ำรวย แต่ถ้าสะอาดก็น่าอยู่ไม่แพ้กัน

บ้านของกันภัยเป็นบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากทะเลมากนัก รอบบ้านเลี้ยงไก่ซึ่งออกไข่ให้เก็บได้ทุกวัน หลังบ้านมีพืชผักสวนครัวเป็นพริก กะเพรา ใบมะกรูด โหระพา ผักชีฝรั่ง ใบยี่หร่า ขิง ข่า ขมิ้น ตะไคร้และผักปลอดสารพิษพวกผักบุ้ง ผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง ผักคะน้า ซึ่งเขานำไปประกอบอาหารขายทุกวัน เขาเป็นคนขยัน พอกลับจากขายอาหารก็มาปลูกพืชผักรอบบ้านอีก

“รันหิวไหมจ๊ะ” เขาเอ่ยถาม

“ยังอิ่มอยู่เลยจ้ะ กินไข่ดาวของพี่กันแล้วอิ่มอกอิ่มใจจริงๆ” คนฟังยิ้มกว้างขวาง กันภัยมีลักยิ้มข้างแก้มทั้งสองข้างไม่ต่างจากเธอ แถมยังมีเขี้ยวอีกด้วย ดูสิยิ้มทีใจเธอละลาย ผู้ชายอะไรยิ้มโคตรหวานน่ามองจับจิตจับใจ

“ดอกดาวเรืองของพี่กันออกดอกเยอะจังเลยค่ะ”

“พี่ตัดเอาไปถวายพระ แล้วก็ตัดไปขายช่อละห้าบาท ใส่ใบเตยสักสองสามใบ แม่ค้าที่ตลาดรับซื้อ เอาไปเท่าไหร่ก็เหมาหมด”

“ขยันแบบนี้น่ารักจังเลยค่ะ” เธอชื่นชมในความขยันขันแข็งของเขาอย่างที่สุด ผู้ชายขยันและเป็นสุภาพบุรุษแบบกันภัยหายากยิ่งในสังคมปัจจุบัน แต่ถึงมีก็ไม่เหลือมาถึงเธอหรอก เพราะผู้ชายดีๆ แบบนี้มีผู้หญิงอยากเป็นเจ้าของกันทั้งนั้น

“รันมานี่สิ” กันภัยกวักมือเรียกแฟนสาวให้มาหา เธอเดินขึ้นเรือนตามเขาไป บ้านไม้ของเขาเป็นใต้ถุนสูงเหมือนบ้านไม้ทางภาคใต้ทั่วไป ด้านล่างสามารถนอนเล่นบนแคร่รับลมได้

“อะไรเหรอคะ” เธอเอ่ยถาม ขณะนั่งลงบนพื้นบ้าน ด้านหน้าเป็นที่โล่งๆ สำหรับรับแขก บ้านไม้ของกันภัยถูจนขึ้นเงา จนผู้หญิงหลายคนยังอาย แต่เธอชอบผู้ชายสะอาดเรียบร้อย กันภัยไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่และเป็นคนชอบทำบุญ กลิ่นตัวของเขาหอมสะอาด ปราศจากกลิ่นอบายมุข

“ดูสิ พี่เก็บเงินได้เยอะแล้วนะ” กันภัยหยิบกระป๋องเหล็กที่เคยเป็นกระป๋องใส่คุกกี้มาเปิดฝาให้เธอดู ด้านในมีบัญชีเงินฝาก สลาก ธ.ก.ส. สลากออมสินหลายใบ และเงินกองทุนที่เขาเก็บสะสมเอาไว้

“พี่กันเก่งจัง” เธอชื่นชมเขาจากใจ กันภัยเก็บเงินเก่ง เขามีสีหน้าตื่นเต้นตอนเปิดกล่องเหล็กให้เธอดู

“พี่จะมีเงินไปสู่ขอรันแล้วนะ พ่อกับแม่ของรันคงไม่ขัดขวางเราอีก” เขาพูดอย่างมีความหวัง

“รออีกสักหน่อยนะจ๊ะพี่กัน รันจะค่อยๆ คุยกับพวกท่านเอง” เธอไม่ได้บอกกันภัยว่าบิดามารดาอยากให้คบหาดูใจกับลูกชายท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเพราะกลัวกันภัยไม่สบายใจ เธอเองก็พยายามหาทางออกเพราะไม่อยากให้บิดามารดาบังคับ จึงคิดว่าต้องค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากับพวกท่าน เนื่องจากรู้ว่าหากพูดเรื่องที่เธอแอบคบหากับกันภัยอยู่ คงโดนกีดกันแน่ๆ จึงต้องรอเวลาอีกสักหน่อย

“พี่อยากทำให้ถูกต้อง อยากให้เกียรติรันและอยากพิสูจน์ให้พ่อแม่ของรันรู้ว่าพี่รักรันจริงๆ ไม่อยากแอบลักลอบคบกันแบบนี้อีก”

“พี่กันเชื่อใจรันนะคะ พี่กันก็รู้ว่าคุณพ่อกับคุณแม่ของรันเป็นคนยังไง มันไม่ง่ายเลยจริงๆ” เธอถอนใจเฮือกใหญ่ บิดามารดาของเธอรังเกียจคนจน ท่านชอบคนร่ำรวยมีฐานะเท่าเทียม ซึ่งในความคิดของเธอนั้นคนขยันและเป็นคนดี รักเราจริง สำคัญกว่าเงินทองความร่ำรวย ผู้ชายบางคนรวยเพราะพ่อแม่รวย แต่พอพ่อแม่จากไปก็เก็บรักษาทรัพย์สมบัติเอาไว้ไม่ได้ คนที่สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตนเองต่างหากถึงเป็นคนที่น่านับถือและยกย่องมากกว่าคนไม่เอาไหนบางคนที่ครอบครัวร่ำรวยมาตั้งแต่บรรพบุรุษก็เลยรวยด้วย แต่นิสัยใจคอไม่เอาไหนเสียเลย

“เพราะพี่เรียนหนังสือน้อย เพราะพี่จนใช่ไหม” เขาถามเสียงเศร้า เขารักจริงหวังแต่ง แต่ดูเหมือนบิดามารดาของเธอจะรังเกียจเขาเป็นที่สุด

“ไม่ว่าใครจะพูดยังไง ขอให้พี่กันเชื่อใจรันนะคะ” เธอจับมือเขามาบีบเอาไว้เพื่อให้กำลังใจ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธออยากให้เขาเชื่อมั่นในตัวเธอและเชื่อมั่นในตัวเองว่าสักวันต้องเอาชนะใจบิดามารดาของเธอได้ในที่สุด

“พี่เชื่อใจรัน จะขยันเก็บเงินสร้างเนื้อสร้างตัว ไม่ย่อท้อเด็ดขาด” เขาเป็นคนมุ่งมั่นและหมั่นเพียร ทำตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในทุกวัน คิดเสมอว่าหากเราทำมันทุกวัน สักวันมันต้องสำเร็จ มันต้องเป็นวันของเรา

“รันเชื่อว่าพี่กันทำได้ค่ะ” เธอจับมือของเขามากุมเอาไว้ บีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ

“พี่จะทำเพื่อรัน”

“เพื่อเราต่างหากล่ะคะ รันเป็นกำลังใจให้พี่กันเสมอนะคะ สิ่งไหนที่รันจะช่วยให้ความรักของเราสมหวังได้ รันจะทำทุกอย่าง” เธอกล้ามากที่หอมแก้มเขาเสียฟอดใหญ่ กันภัยหน้าแดง เขาอายม้วนยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก

“พี่กันเขินน่ารักจัง”

“ไม่เคยถูกหอมแก้ม” เขาลูบท้ายทอยไปมา แก้มแดงลามไปถึงใบหู

“โดนเปิดซิงแก้มเสียแล้ว” เธอมองเขาอย่างรักใคร่ ชอบเขาเพราะเขาเป็นคนแบบนี้ เธอเชื่อว่ากันภัยเป็นคนดี เธอเสียอีกใจกล้าหน้าด้านและขี้หึงในบางครั้ง ก็เขาเนื้อหอมขนาดนี้ ไม่ให้หึงได้อย่างไรกัน

กันภัยเป็นคนขี้เกรงใจ เขาอัธยาศัยดี เธอไม่อยากให้เขาถูกผู้หญิงคนไหนงาบไปน่ะสิ ผู้หญิงเดี๋ยวนี้น่ากลัวเสียยิ่งกว่าอะไร เธอเป็นผู้หญิงยังกลัวใจด้วยกันเองเลย

“ไม่เคยโดนหอมแก้มมาก่อน รันหอมแก้มพี่คนแรกเลยนะ”

“คุณพ่อคุณแม่ ญาติพี่น้องไม่เคยหอมแก้มพี่กันเหรอคะ” เธอนึกถึงตัวเอง ตอนเด็กๆ บิดามารดาบอกว่าใครๆ ก็แย่งกันหอมแก้มเธอเพราะเธอน่ารักน่าเอ็นดู อาจเพราะครอบครัวของเธอร่ำรวย ญาติสนิทมิตรสหายจึงหมั่นมาเยี่ยมเยียนไม่เคยขาด บิดามารดาเองก็เป็นคนหน้าใหญ่ใจโต กับคนระดับเดียวกันเท่าไหร่เท่ากัน แต่ถ้าคนระดับล่างพวกท่านค่อนข้างจะดูถูกดูแคลน ซึ่งเธอไม่เห็นด้วยเลยสักนิด อาจเพราะเด็กๆ ไม่ได้อยู่กับพวกท่านจนโต แต่ไปอยู่กับยายที่กรุงเทพฯ เธอจึงไม่ได้รับนิสัยส่วนนั้นของพวกท่านมาด้วย แต่พี่ชายนี่สิ ลูกไม้หล่นใต้ต้น ติดนิสัยดูถูกคนอื่นไม่ต่างจากบิดามารดาเหมือนพิมพ์เดียวกัน

“พี่กำพร้าครับ ตอนเด็กๆ อยู่กับยาย ครอบครัวพี่ลำบากมากๆ” เขานึกถึงวัยเด็กอันแสนยากแค้น ปากกัดตีนถีบ คนที่ไม่เคยลำบาก ไม่เคยยากจนและไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกิน ย่อมไม่เข้าใจความรู้สึกนี้

กันภัยคิดเสมอว่าการที่เขาผ่านชีวิตที่แสนจะลำบากในวัยเยาว์ ทำให้เขาเป็นคนเข้มแข็งและอดทน นั่นเป็นข้อดีของการสู้ชีวิต ทุกชีวิตบนโลกใบนี้ต้องต่อสู้ดิ้นรนด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้า สิ่งมีชีวิตชนิดไหนที่แข็งแรงและแข็งแกร่งก็จะดำรงชีวิตอยู่ได้ ดำรงเผ่าพันธุ์ผลิตลูกหลานสืบไป สิ่งมีชีวิตไหนที่อ่อนแอก็จะพ่ายแพ้และตายไปในที่สุด

“ขอโทษนะคะ” รันนรินทร์ไม่ได้เติบโตอยู่ที่นี่ จึงไม่ใคร่จะรู้เรื่องราวของคนที่นี่นัก รู้แค่กันภัยเป็นคนขยัน แต่เธอไม่เคยถามภูมิหลังครอบครัวของเขา คิดจะคบกันก็คบกันเลย เพราะมีจิตพิศวาสต่อกันเพียงแค่แรกพบสบตา คนเราก็แปลก อยู่ห่างกันสุดหล้าฟ้าเขียว พอมาเจอกันยังชอบกัน รักกัน ถูกชะตากันได้

“ไม่ต้องขอโทษพี่หรอกครับ พี่คิดว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะทำอะไรก็ได้ ทุกคนมีความสามารถที่จะสร้างความฝันของตัวเอง แม้แต่คนพิกลพิการยังมีความสามารถที่จะทำฝันของตัวเองให้เป็นจริงเลยครับ”

“พี่กันเป็นคนมองโลกในแง่บวกจังเลยนะคะ ดีจัง แบบนี้เวลามีปัญหาพี่กันก็ไม่เครียด”

“มีเครียดบ้างละครับ เป็นธรรมดาของมนุษย์ แต่พี่คิดว่าปัญหาและความทุกข์ของคนเรามันเหมือนเพื่อนที่เข้ามาเยือนเราแล้วจากไป เราแค่ต้อนรับมันให้ดี ต้อนรับปัญหาที่เกิดขึ้นและค่อยๆ แก้มันไป สุขทุกข์มันเป็นของคู่กัน แม้แต่คนที่ร่ำรวยมีเงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน ก็ยังทุกข์เลยครับ”

ตอน 3

“ดูอย่างพ่อกับแม่ของรันสิคะ มีเงินมากมายยังเป็นทุกข์ อันนี้รันคิดว่าจริงค่ะ”

“แต่คนรวยก็สุขไปอย่าง เพราะมีเงินเยอะๆ อยากจะทำอะไรก็ทำ อยากจะซื้ออะไรก็ซื้อ อยากจะกินอะไรก็กิน”

“กินแบบพี่กันดีออกค่ะ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ กินดีอยู่ดีเกินไป โรคภัยถามหาค่ะ อาหารเดี๋ยวนี้เป็นอาหารสำเร็จรูป กินง่ายโรคก็เกิดง่ายด้วยค่ะ”

“พี่อยากจะทำอาหารให้รันกินทุกวันเลย” มันเป็นความฝันของผู้ชายคนหนึ่งที่อยากทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่รัก แค่ตื่นมาเห็นหน้าเธอ เข้านอนพร้อมกัน ทำอาหารอร่อยๆ ให้เธอกิน หัวเราะด้วยกัน มีความสุขด้วยกัน เป็นกำลังใจให้แก่กัน อยู่เป็นเพื่อนกันยามแก่ชรา

“รันทำอาหารไม่เป็นเลยค่ะ น่าอายจังเลย” เธออยู่กรุงเทพฯ มีคนรับใช้ล้อมหน้าล้อมหลัง ไม่เคยต้องหยิบจับอะไรเองเลย แตกต่างจากกันภัย

เธอเห็นเขาหยิบจับอะไรคล่องแคล่วไปหมด อยากทำอะไรเป็นแบบเขาบ้างจัง

“ทำไม่เป็นก็ไม่เป็นไรหรอก มีพี่อยู่ทั้งคน พี่ทำให้กินเองครับ พี่แค่กลัวรันจะเบื่อกับข้าวฝีมือพี่เสียก่อนน่ะสิ”

“ไม่เบื่อหรอกค่ะ อร่อยกว่าโรงแรมห้าดาวเสียอีก” เธอยกนิ้วโป้งให้เขา บอกว่าอร่อยจริงๆ เขายิ้มกว้างให้เธอ

“ยอกันเกินไปแล้ว”

“พี่กันทำอาหารเก่งแบบนี้น่าจะเปิดร้านใหญ่ๆ ไปเลยนะคะ”

“พี่ขอเก็บเงินอีกนิด เพราะพี่ก็อยากมีร้านเป็นของตัวเองเหมือนกัน” การมีร้านอาหารเป็นของตัวเองนั่นคือความฝันของเขา มันคืออาชีพที่รัก คือชีวิต คือสิ่งที่เขาทำแล้วมีความสุข

“เอาเงินรันก่อนไหมคะ รันขอคุณพ่อคุณแม่ให้”

“อย่าเลยครับ พี่อยากสร้างเนื้อสร้างตัวเอง ไม่อยากรบกวนรัน” เขาไม่อยากได้ชื่อว่าเกาะชายกระโปรงผู้หญิง ความฝันของเขาต้องมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขาเอง มันคือความภูมิใจและพิสูจน์ตัวเองให้บิดามารดาของเธอได้เห็น

“แต่มันช้านะคะ”

“ช้าแต่เป็นน้ำพักน้ำแรงของพี่เองนะครับ รันไปขอเงินคุณพ่อคุณแม่มาให้พี่ พวกท่านจะยิ่งไม่ยอมรับในตัวพี่” นั่นคือสิ่งที่เขากังวล แค่เธออยู่ข้างๆ เป็นกำลังใจให้กัน แค่นี้มันก็ดีที่สุดแล้ว

“รันจะบอกพวกท่านว่าขอมาใช้เอง คุณพ่อกับคุณแม่ไม่รู้หรอกค่ะ” เธอยังไม่ละความพยายาม

“ไม่เอาหรอกครับ พี่อยากหาเงินด้วยตัวเอง แค่รันเป็นกำลังใจให้พี่แค่นี้ก็ดีที่สุดแล้วครับ อย่ารบกวนถึงเงินทองคุณพ่อคุณแม่รันเลยครับ”

“รันให้ยืมนะคะ ไม่ได้ให้ฟรีๆ พี่กันคิดมากจัง”

“เอาไว้ถ้าพี่ไม่มีจริงๆ แล้วจะยืมรันนะครับ” กันภัยพูดถนอมน้ำใจแฟนสาว เมื่อเห็นเธอหน้างอ แต่จริงๆ แล้วเขาไม่คิดจะเอาเงินเธอเลย

รันนรินทร์มีสีหน้าดีขึ้น เธอคิดว่าความสามารถอย่างกันภัย ถ้ามีคนช่วยสนับสนุนรับรองว่าชีวิตต้องเจริญก้าวหน้ามากๆ แน่ อยากให้บิดามารดาของเธอเห็นแบบนี้และช่วยสนับสนุนว่าที่ลูกเขยในอนาคต แล้วพวกท่านจะไม่เสียใจแน่นอน

“รันทำให้พี่กันอึดอัดเหรอคะ” เธอลอบสังเกตสีหน้าแววตาของเขา

“เปล่าครับ”

“รันรู้นะคะว่าพี่กันคิดมาก แต่รันไม่ได้คิดว่าพี่กันจะมาเกาะรันกินเสียหน่อย พี่กันเก่งออกอย่างนี้ ถ้าค้าขายร่ำรวยขึ้นมา คุณพ่อกับคุณแม่ต้องยอมรับพี่กันแน่ๆ เลยค่ะ”

“พี่เข้าใจความหวังดีของรันนะ แต่...”

“พี่กันไม่ต้องพูดแล้วค่ะ รันเข้าใจ แต่พี่กันจำเอาไว้นะคะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น รันจะอยู่เคียงข้างพี่กันตลอดไป” เธอจับมือของเขามากุมเอาไว้ ยิ้มให้เขาด้วยความรักสุดหัวใจ

“พี่โชคดีที่เจอรัน ไม่เคยคิดว่าดอกฟ้าจะโน้มลงมาหาหมาวัดอย่างพี่”

“ดูเปรียบเทียบเข้าสิคะ โบร๊าณโบราณ” เธอหัวเราะคิกๆ กับประโยคช่างเปรียบเปรยของเขา

“วันนี้พี่คิดเมนูเด็ดได้เมนูหนึ่งน่ะครับ รันจะชิมไหม”

“เมนูอะไรคะ”

“ยังไม่ได้คิดชื่อเลยครับ หิวหรือยัง พี่จะทำให้กิน”

“กินสิคะ” รันนรินทร์นั่งมองพ่อครัวคนเก่งเข้าครัว เมนูของเขาวันนี้เป็นปลาสามชนิดนำมาทอดกรอบ ราดด้วยน้ำยำ น้ำยำของเขาใส่ผักและผลไม้ รสชาติแซ่บจัดจ้านกินกับข้าวผัดลำไย เธอเคยกินข้าวผัดลิ้นจี่ แต่ไม่เคยกินข้าวผัดลำไยเลย

ลำไยหน้าบ้านของเขาดกเชียว ปกติเธอจะเห็นเขาปลูกลำไยกันที่ภาคเหนือหรือจังหวัดที่อากาศหนาวๆ ที่นี่เป็นทางภาคใต้แถมยังติดทะเลด้วย แต่กันภัยปลูกแล้วลูกดกเหลือเกิน

เธอเคยถาม เขาบอกว่าเอาปุ๋ยที่ใส่ต้นไผ่มาโรยรอบต้น มันเลยมีลูก ได้เคล็ดลับมาจากลุงคนหนึ่ง คิดอยู่ว่า ถ้าคนอื่นใส่มันจะมีลูกดกเหมือนกันไหมหนอ

กลิ่นอาหารหอมกรุ่นที่ลอยมาเตะจมูกทำให้เธอละสายตาจากต้นลำไยหน้าบ้านในทันที อาหารง่ายๆ แต่ทรงคุณค่า แถมวัตถุดิบก็ปลอดสารพิษ น้ำหนักเธอขึ้นเพราะกินอาหารฝีมือของกันภัย

อาหารที่กันภัยทำ อร่อยกว่าแม่ครัวที่บ้านเธอทำเสียอีก ใครกินจะต้องติดใจ นั่นเป็นประโยคที่เธอมักพูดกับเขาหลังจากชิมอาหารแปลกๆ ฝีมือของเขาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

สิ่งที่รันนรินทร์เห็นจนชินตาเมื่อแอบมาหากันภัยคือเขากำลังปลูกโน่นปลูกนี่อยู่บริเวณบ้าน ส่วนใหญ่เป็นพืชผักสวนครัว นอกจากนำไปประกอบอาหารขายแล้ว เขายังแบ่งขายให้พ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้ออีกด้วย กันภัยหัวใส เขาฉลาดที่จะไม่ไปทุ่มเวลากับการเก็บพืชผักไปขายที่ตลาดให้แม่ค้ามารับซื้อที่บ้าน เหมือนพวกตะไคร้ก็ให้มาตัดเอง เหมาไปเลยว่าขายกิโลกรัมละเท่าไหร่ เธอเคยเห็นแม่ค้าที่มาตัดตะไคร้แล้วเหนื่อยแทน อากาศก็ร้อน ไหนจะถูกใบตะไคร้บาดและยังคันด้วย ตัดแล้วต้องมานั่งตกแต่งให้สวยงาม มัดให้ครบกำ กำละหนึ่งร้อยต้นเพื่อส่งขาย กันภัยเลยประหยัดเวลา เขาปลูกและดูแลรักษาอย่างเดียว ซึ่งการปลูกตะไคร้นั้น หลุมหนึ่งใช้แค่ 2 ต้น ผ่านไปสักระยะก็ได้กอใหญ่ให้ตัดขายได้กำไรเอาการเชียว

กันภัยบอกว่าการปลูกพืชผักทำให้ได้ออกกำลังกาย ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้กินผักปลอดสารพิษ มีรายได้และประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

เธอคิดว่าปลูกอะไรก็ปลูกได้ขอแค่ให้มีตลาด เท่านั้นก็สบายแล้วละ เพราะถ้าปลูกจำนวนมาก แต่ไม่มีตลาดไว้ส่งขายก็กินไม่ทันเหมือนกัน

“เหนื่อยไหมจ๊ะพี่กัน” เธอเอ่ยถามก่อนจะยื่นน้ำเย็นๆ ให้เขา

“ไม่เหนื่อยจ้ะ สนุกดี ได้ออกกำลังกาย” กันภัยจะเปิดร้านตั้งแต่เช้าจนเย็นในวันจันทร์ถึงศุกร์ แต่วันเสาร์-อาทิตย์ เขาจะปิดร้านมาทำงานบ้านและทำการเกษตร

วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ผู้คนไปทำงานและนักเรียนก็ไปโรงเรียน จึงทำให้เขาเปิดร้านขายอาหารในช่วงเวลานั้นและขายดีเป็นเทน้ำเทท่า อาจเพราะเขาทำอร่อย ขายไม่แพง วัตถุดิบก็ปลอดสารพิษ จึงเป็นจุดขายให้กับคนที่รักสุขภาพและคนที่เร่งรีบไม่มีเวลาทำอาหารรับประทานเอง แต่วันเสาร์กับวันอาทิตย์คนส่วนใหญ่อยู่บ้าน ทำอาหารกินเอง เนื่องจากประหยัดและอาจจะขี้เกียจออกไปนอกบ้าน กันภัยจึงใช้ช่วงเวลานั้นมาทำงานที่บ้านบ้าง ที่นี่ไม่ใช่เมืองหลวงแต่เป็นต่างจังหวัด ความเร่งรีบก็น้อยกว่าด้วย อะไรที่ประหยัดได้ ทุกคนอยากจะประหยัดให้มากที่สุด

“ให้รันช่วยไหมจ๊ะ”

“ไม่ต้องหรอก รันไปนั่งใต้ร่มไม้ดีกว่า พี่ไม่อยากให้รันเหนื่อย” เขาบอกเธอด้วยรอยยิ้ม

“แต่รันอยากช่วยจริงๆ นะคะ นะ... พี่กันนะ” เธอออดอ้อน อยากช่วยเขาทำโน่นทำนี่บ้าง มันดูสนุกและได้ออกกำลัง ดีกว่านั่งๆ นอนๆ ไปวันๆ

“เอาสิ แต่...” เขาเดินไปหยิบหมวกมาครอบศีรษะให้เธอ เพราะกลัวเธอร้อน กันภัยมองคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู ก่อนจะโยกศีรษะของเธอไปมาอย่างแสนรัก เธอยิ้มหวานขอบคุณในความใส่ใจของเขาที่มีให้เธอเสมอมา

รันนรินทร์นึกสนุกแค่อยากจะช่วยเขาขึ้นมาเท่านั้น อยู่บ้านเธอเองก็ไม่เคยหยิบจับหรือทำอะไรแบบนี้หรอก เงยหน้ามองคนที่เป็นห่วงเป็นใยเอาหมวกมาครอบให้เธอแล้วอมยิ้ม มีความสุขเสมอที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขา

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED