ตอน 2

เมคินออกเดินทางตั้งแต่เช้าเขาเลือกใช้เส้นทางสระบุรี -หล่มสัก ระหว่างทางก็แวะทานอาหารที่ปั๊มน้ำมันก่อนจะขับยาวไปถึงตัวอำเภอเขาค้อก็เวลาบ่าย ชายหนุ่มจอดรถที่ร้าน อาหารพื้นเมืองแห่งหนึ่ง ก่อนจะตรงไปยังที่พักทันที

เขาเลือกพักที่รีสอร์ตเล็กๆ แห่งหนึ่งในหมูบ้านชาวม้งเข็กน้อย บรรยากาศที่พักอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เพียงแค่จอดรถก็สัมผัสได้ถึงความร่มรื่น อากาศเย็นจนเขาต้องห่อไหล่

พนักงานต้อนรับในชุดพื้นเมืองรับกระเป๋าจากชายหนุ่มแล้วตรงไปยังเคาน์เตอร์เช็กอิน พอกรอกรายละเอียดเสร็จแล้วก็เดินนำเขาไปยังห้องพักห้องริมสุดทางเดิน ลักษณะเหมือนยื่นออกมาจากพื้นราบ

“อาหารเช้าและเย็นเป็นแบบบุปเฟ่ต์จัดห้องอาหารด้านบนที่ชั้นสามนะคะ แต่ถ้าคุณจะสั่งอาหารมาทานที่ห้องพักก็ตามเบอร์ที่วางไว้ในห้อง ครัวของเราเปิดหกโมงเช้าปิดสามทุ่ม ขอให้มีความสุขกับการพักผ่อนนะคะ

พนักงานหญิงคนหนึ่งอายุไม่น่าจะเกิน 20 ปีแนะนำด้วยภาษากลางติดสำเนียงท้องถิ่นเล็กน้อย ฟังแล้วเพราะจนเขาอดชื่นชมไม่ได้ ชายหนุ่มหยิบธนบัตรใบละหนึ่งร้อยขึ้นมาสองใบส่งให้เด็กทั้งสอง

“ขอบคุณค่ะ” ทั้งสองคนยกมือไหว้ขอบคุณแล้วก็เดินกลับ

เมคินวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้ที่มุมห้อง เขาเดินไปยังระเบียงด้านหน้า พอเปิดออกก็ได้ยินเสียงน้ำตก เขายื่นหน้าออกไปมองก็เห็นน้ำตกสายเล็กๆ อยู่ไม่ไกล

เพราะห้องพักอยู่ลึกและไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวคนมาพักจึงไม่มากเท่าไหร่ ชายหนุ่มรู้สึกชอบที่นี่มากกว่าโรงแรมหรูๆ ที่เขามักเข้าพักเป็นประจำ

ระยะทางจากกรุงเทพมาถึงเข็กน้อยใช่เวลาไปหลายชั่วโมงวันนี้เขาจึงนอนพักก่อนที่จะเข้าไปคุยกับชาวบ้านในวันรุ่งขึ้น

ด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกร้องและเสียงน้ำตก บวกกับอากาศเย็นค่อนข้างเย็นทำให้เมคินหลับลึก พอรู้ตัวอีกทีท้องฟ้าด้านนอกก็มืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากระเบียงที่รอดผ่านมาตรงรอยแยกของผ้าม่านเท่านั้น

เมคินมองเวลาที่หน้าจอสมาร์ทโฟนแล้วรีบลุกไปล้างหน้าล้างตาก่อนจะออกไปทานอาหารเย็นที่ทางรีสอร์ตจัดไว้

เพราะมาช้าจึงไม่มีโต๊ะตัวไหนว่าง เขาหยิบบาร์บีคิวใส่จานแล้วเดินไปยังโต๊ะตัวในสุด ซึ่งยังมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ ชายคนนี้ดูแล้วคงไม่ใช่คนไทย อาจจะเป็นลูกครึ่งเขาจึงทักทายเป็นภาษาอังกฤษออกไป

“Excuse me,Cound you mind if I sit here?” เมคินถามผู้ชายผิวขาวที่นั่งอยู่คนเดียว

“เชิญนั่งครับ” ชายหนุ่มผิวขาวตอบกลับด้วยภาษาไทยที่ชัดแจ๋ว

“ขอโทษนะครับ ผมไม่คิดว่าคุณจะพูดไทยได้แถมยังชัดขนาดนี้” เขาตอบไปตามจริง แม้จะรู้สึกหน้าแตกอยู่บ้างแต่ก็ยังดีที่ผู้ชายคนนี้ไม่ให้เขาปล่อยไก่ไปมากกว่านี้

“ไม่เป็นไรครับ ผมชินแล้ว” คนตอบใบหน้าเรียบเฉย

“มาเที่ยวคนเดียวเหรอครับ” เมคินถามออกไปอย่างไม่รู้ตัว ปกติแล้วเขาเป็นคนพูดน้อยและยิ่งไม่ได้รู้จักกันมาก่อนก็แทบจะไม่ชวนใครคุยก่อนอยู่แล้ว

“ครับ คุณล่ะ” อีกคนถามกลับ

“ผมมาทำธุระครับ”

“อ๋อ”

ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนผมสีน้ำตาลเข้มใบหน้าหล่อราวกับพระเอกเกาหลี ดูจากลักษณะแล้วคงเป็นคนทำงานออฟฟิศหรือไม่ก็อาจจะยังเรียนไม่จบ เขาสวมเสื้อยืดเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาเล็กน้อยกางเกงผ้าขาสั้นแค่เข่าดูสบายๆ เหมาะกับการมาท่องเที่ยว เมคินเผลอสำรวจผู้ชายตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่อีกคนนั่งทานอย่างเงียบๆ ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง พอทานเสร็จเขาก็ยกจานไปเก็บแล้วขอตัวกลับห้องพักโดยเมคินไม่ทันได้ถามชื่อ

ปกติแล้วเมคินไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องคนอื่น แต่กับผู้ชายคนนี้เขาเห็นแววตาเศร้าๆ นั้นแล้วรู้สึกเห็นใจและอยากทำความรู้จักมากว่าปกติ แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ค่อยอยากผูกมิตรกับเขาสักเท่าไหร่

ทานอาหารเสร็จชายหนุ่มก็กลับมาห้องพัก หยิบเบียร์ในตู้เย็นออกมานั่งดื่มที่ริมระเบียง มองออกไปข้างหน้ามีแต่ความมืด บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงถอดหายใจมาจากระเบียงห้องพักที่อยู่ถัดไป

พอหันไปมองผ่านระเบียงซึ่งเป็นเพียงระแนงไม้กั้นอยู่ ก็เห็นผู้ชายนัยน์ตาเศร้านั่งดื่มเบียร์อยู่คนเดียว ไม่รู้ว่ามีความทุกข์อะไรหนักหนาถึงได้เอาแต่นั่งดื่มคนเดียวอย่างนั้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องใส่ใจ พอกระดกเบียร์ในกระป๋องหมดแล้วเขาก็กลับเข้าห้องอาบน้ำเตรียมเข้านอน

พอหัวถึงหมอนก็เผลอคิดไปว่าอีกคนที่อยู่ผนังห้องติดกันยังนั่งดื่มอยู่หรือเปล่า เขาเปิดประตูระเบียงออกไปดูอีกครั้งก็ไม่เห็นชายคนนั้นแล้ว เมคินจึงกลับมานอน

เป็นคืนแรกเลยก็ว่าได้ที่ชายหนุ่มนอนในห้องที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ แต่มันกลับทำให้เขานอนหลับยาวจนรู้ตัวตื่นอีกทีเพราะแสงอาทิตย์ส่องเข้ามาตรงระเบียง

เมคินเริ่มต้นวันใหม่อย่างไม่รีบร้อนเพราะหมู่บ้านที่เขาจะไปห่างจากที่นี่เพียงนิดเดียว

จุดรับประทานอาหารเป็นพื้นที่เปิดโล่งรับลมทุกทิศทาง ชายหนุ่มรินกาแฟในเหยือกใส่แก้ว หยิบขนมปังใส่เครื่อง แล้วยืนจิบกาแฟ ทอดสายตาไปข้างหน้า แม้จะสายมากแล้วแต่ก็ยังมีหมอกจางๆ กระจายอยู่รอบๆ

พอขนมปังได้ที่เขาก็หยิบมาวางบนจานก่อนไปหาที่นั่ง ตอนนี้คนอื่นคงออกไปเที่ยวกันหมดแล้วเพราะมองไปยังลานจอดรถก็เห็นแค่รถของตัวเองจอดอยู่แค่คันเดียวเท่านั้น

เมคินได้พูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านเรื่องที่เขาอยากให้ชาวบ้านส่งผลผลิตให้กับเขาโดยจะให้ราคาดีกว่าท้องตลาด แต่ผู้ใหญ่บ้านยังไม่ตัดสินใจในตอนนี้เพราะยังเหลือสัญญาเดิมอยู่อีกครึ่งปี แต่เพราะปีนี้ผลผลิตออกมากกว่าทุกปีจึงมีบางส่วนที่ชาวบ้านเอาไปขายกันเองในตลาด หรือบางคนก็ขายให้กับพ่อค้าคนกลางซึ่งกดราคาต่ำกว่าท้องตลาดอย่างมาก อีกปัญหาหนึ่งก็คือเรื่องการขนส่งเพราะชาวบ้านไม่มีรถ จึงจำเป็นต้องขายในราคาถูก เมคินรับฟังปัญหา พร้อมกับบอกว่าผลผลิตที่เกินมาเขาจะรับซื้อทั้งหมดในราคาที่ทุกคนรับได้ พร้อมทั้งจะให้รถของบริษัทมารับถึงที่ เมคินกับผู้ใหญ่บ้านแลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์กันแล้วชายหนุ่มก็ขอตัวกลับ

พอจัดการธุระเสร็จเขาก็ถือโอกาสไปไหว้พระที่วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วซึ่งวันนี้มีคนมาเที่ยวสักการะเป็นจำนวนมาก เขาเลยไม่ได้ชื่นชมบรรยากาศอย่างที่คิดไว้ พอไหว้พระเสร็จเมคินเลยตัดสินใจขับรถกลับกรุงเทพเพราะทันที

ชายหนุ่มแวะเติมน้ำมันและเข้าไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ขณะกำลังหาขนมขบเคี้ยวเพื่อนไปทานบนรถก็เจอกับผู้ชายนัยน์ตาเศร้าคนเดิม

“กลับแล้วเหรอครับ” ไม่รู้อะไรดลใจให้ถามออกไปแบบนั้น

“ครับ คุณก็คงเหมือนกัน โชคดีนะครับ”

“ครับ”

เมคินขับรถตามเส้นทางเดิมอย่างไม่เร่งรีบเพราะยังมีเวลาพักพรุ่งนี้อีกหนึ่งวัน เขาขับเลนซ้ายมาตลอดแล้วแล้วก็เห็นรถคันหนึ่งจอดเสียอยู่ที่ไหล่ทาง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจจะจอดช่วยเหลือ แต่พอขับผ่านความคิดก็ต้องเปลี่ยน

ชายหนุ่มขับเลยไปแล้วก็วนรถกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะจอดหลังรถคันเดิม แล้วเดินลงมาหา พอยืนเทียบกันแล้วเมคินรู้สึกเลยว่าตัวโตกว่าอีกคนเยอะพอสมควร วัดจากความสูงคนชายคนนั้นน่าจะสูงไม่เกิน 170 เพราะ ต่างจากเขาที่สูงถึง 185 ซม.แต่ก็นับว่าสูงกว่าผู้ชายอีกหลายคน

“ความร้อนขึ้นคิดว่าน่าจะเป็นหม้อน้ำรั่วครับ”

“ขับต่อไหวไหม” เขาถามอย่างคนไม่มีความรู้

“คงไม่ครับ ผมตามช่างแล้ว”

“อีกนานไหมกว่าช่างจะมา คุณไปรอในรถผมก่อนก็ได้ รอตรงนี้เดี๋ยวได้เป็นลมกันพอดี”

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่รบกวนคุณดีกว่า”

“เอาน่าคุณ ผมไม่ได้รีบไปไหน แล้วถ้าเกิดรถคุณซ่อมไม่เสร็จจะทำยังไง จะโบกรถเข้ากรุงเทพเหรอ คุณคิดว่าคนอื่นจะไว้ใจให้คุณ นั่งรถไปด้วยเหรอ”

“แล้วผมไว้ใจคุณได้ใช่ไหม”

“โธ่คุณ เราเคยเจอกันมาแล้วตั้งหลายครั้ง ถ้าไม่ไว้ใจผมแล้วคุณจะหาคนไว้ใจจากไหนได้” เมคินไม่เคยต้องง้อใครแบบนี้มาก่อน แต่กับผู้ชายคนนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น

“แล้วคุณไว้ใจผมเหรอ”

“อืม ผมคิดว่าคุณไว้ใจได้ ไปนั่งรอในรถเถอะ ผมร้อน”

ตอน 3

ระหว่างรอช่างทั้งสองก็มีโอกาสพูดคุยกันมากขึ้น เขารู้ว่าผู้ชายคนนี้ชื่อทิวาแต่ก่อนเคยทำงานเป็นผู้จัดการบริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่งเชียงใหม่ เขามาเที่ยวและกำลังจะเขากรุงเทพเพื่อไปหาเพื่อนและสมัครงาน

“คุณเป็นลูกครึ่งเหรอ”

“ครับ”

“ผมถามได้ไหม ว่าลูกครึ่งอะไร”

“ผมไม่รู้” แล้วก็เหมือนเดดแอร์ เขานิ่งเงียบแววตาหม่นลงจนเห็นได้ชัด

พอดีกับช่างที่โทรถามมาถึงพอดีทิวาเลยขอตัวลงไปคุยกับช่าง ก่อนจะกลับมาหาเขาที่รถ

“ถ้าคุณไม่ว่าอะไรผมขอติดรถไปได้ไหม”

“ได้สิ ขึ้นมาเลย”

“ผมขับให้ไหม” ทิวาไม่อยากเอาเปรียบ

“ได้สิ”

ทั้งสองสลับที่กัน เมคินไม่ถามเรื่องชาติกำเนิดของเขาเพราะรู้ว่าชายหนุ่มคงไม่สะดวกที่จะตอบ

“น่าจะอีกสักชั่วโมง คุณง่วงก็นอนก่อนได้นะครับ”

“ไม่เป็นไร ผมอยากคุยกับคุณมากกว่า” อยู่ๆ เมคินก็อยากทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้น เพราะเขารู้สึกว่าทิวามีอะไรหลายอย่างที่น่าค้นหา

“จอดทำไมถึงที่พักคุณแล้วเหรอ”

“ยังหรอก ผมนัดเพื่อนไว้ที่นี่”

“ผมขอเบอร์คุณได้ไหม” เป็นครั้งแรกที่เมคินขอเบอร์โทรศัพท์คนอื่น

ทิวาหยิบโทรศัพท์ของเขามากดเบอร์ตัวเองลงไปก่อนจะเดินเข้าไปยังโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง

เพราะไม่เคยมาที่นี่เลยสักครั้งกว่าเขาจะตึกที่เพื่อนนัดพบก็เกือบแย่ โชคดีที่เจอแม่บ้าคนหนึ่งบอกทางให้

“ทิวนั่งก่อน” ชายหนุ่มเจ้าของห้องเลื่อนเก้าอี้ให้เพื่อนรักนั่งที่หน้าโต๊ะทำงานของตัวเอง

ธนาเป็นเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่ทั้งสองยังอยู่ที่ลำพูน พอเรียนจบสอบบรรจุอยู่หลายครั้งกว่าจะได้มาเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนมัธยมแห่งนี้

“เป็นไงบ้างวะ ไม่เจอนานเลย” คนถามเดินไปหยิบน้ำเปล่าดื่มในตู้เย็นออกมาให้เพื่อน

“ก็อย่างที่เล่า”

“เฮ้อ กูล่ะสงสารมึงจริงๆ อุตส่าห์รักมาตั้งนานสุดท้ายเขาก็ทิ้งไปหาคนที่รวยกว่า”

“อย่าพูดถึงมันเลย” ทิวาส่ายหัวไม่อยากนึกถึงเรื่องราวในอดีต

“แล้วมาครั้งนี้กะอยู่ยาวเลยไหม” ธนาเปลี่ยนเรื่อง

“ยังไม่รู้ ว่าจะลองหางานดูก่อน”

“อือ กูว่าหางานตามบริษัทใหญ่ดูก่อน ระดับผู้จัดการอย่างมึงคงหางานไม่ยาก เรื่องไปทำงานในเรืออะไรนั้นกูว่าอย่าพึ่งเลย”

เพราะก่อนมาที่นี่ทิวาเปรยๆ กับเพื่อนไว้ว่าอยากไปทำงานในเรือสำราญเพราะเงินดี

“กูยังไม่ตัดสินใจ ถ้ามีอะไรน่าสนใจกูก็คงยังไม่ลงเรือ”

“ก็ดีเหมือนกันนะ มึงโสดมานานแล้ว หาใครสักคนก็ดี”

“กูไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น กูหมายถึงเรื่องงาน บางทีกูอาจลองหาอะไรที่มันทำแล้วไม่เบื่อ ส่วนเรื่องหัวใจกูขอพักไว้ก่อน”

“มึงจะสนใจอดีตทำไมวะ เดินหน้าสิ หน้าตาดีอย่างมึงคงหาแฟนได้ไม่ยาก”

“สมัยนี้เขาไม่ได้ดูที่หน้าตาเอย่างเดียว หล่อแต่ในกระเป๋าไม่มีเงิน ใครเขาอยากจะคบด้วย” เขาถอนหายใจ

“เออน่า อย่าเพิ่งท้อเดี๋ยวเย็นนี้กูพามึงไปเลี้ยงเหล้า”

ระหว่างรอให้เพื่อนจัดการกับงานเอกสารตรงหน้าทิวาก็นั่งคิดถึงเรื่องราวความรักของตัวเอง ที่ผ่านมาเขาเคยมีแฟนเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น คบกันอยู่หลายปี ตั้งใจทำงานเก็บเงินเพื่อสร้างอนาคต แต่ทุกอย่างกลับไปได้สวยงามอย่างที่คิดไว้เพราะทางบ้านของอีกฝ่ายไม่สามารถยอมรับในตัวตน ทั้งเรื่องฐานะและชาติกำเนิด

จากนั้นทิวาก็ไม่เคยมีใครเข้ามาในชีวิตอีกเลย เขาไม่ได้เข็ดกับความรัก แต่ยังไม่เจอคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรงได้เลยต่างหาก

ธนาพาเพื่อนรักมายังผับแห่งหนึ่ง แสงสียามค่ำคืนของกรุงเทพทำให้ทิวาตื่นเต้นไม่น้อย นานแล้วที่เขาไม่ได้ออกมาในสถานที่แบบนี้กับเพื่อน

ทั้งสองคนเลือกนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ สั่งเครื่องดื่มมาคนละแก้ว ทิวาเป็นคนไม่ชอบดื่มเท่าไหร่ เขาชอบดูบรรยากาศมากกว่า แต่ธนานั้นเป็นนักดื่มตัวยงคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

นั่งดื่มไปได้สักพักธนาก็ขอตัวออกไปโทรศัพท์ ทิวายังนั่งอยู่ที่ดื่ม เขาสั่งเครื่องดื่มมาอีกแก้วระหว่างรอให้ธนากลับมา แต่เพื่อนของเขาส่งข้อความมาบอกสั้นๆ ว่ามีธุระด่วน คืนนี้ให้เขาหาโรงแรมใกล้ๆ นอนไปก่อน

“เฮ้อ” ทิวาถอนหายใจดูเหมือนว่าวันนี้ทุกอย่างจะไม่เป็นไปตามที่คิดเลย ตั้งแต่เรื่องรถเสียกลางทางและไหนจะต้องหาที่นอนในเมืองที่กว้างใหญ่อย่างนี้อีก

แต่เมื่อคิดไปถึงเรื่องราวเมื่อกลางวันเอาก็ยิ้ม เพราะนั่นเป็นเรื่องโชคดีเพียงอย่างเดียวที่เขาได้เจอ นึกแล้วก็ต้องขอบคุณผู้ชายคนนั้นที่ยอมให้เขาติดรถมาด้วย แต่ถ้ามีโอกาสได้เจออีกครั้งเขาจะขอเป็นฝ่ายเลี้ยงข้าวสักมือ

ขณะกำลังคิดเพลินสายตาก็ปะทะกับคนที่กำลังนึกถึง ทิวาเพิ่งได้มองรูปร่างของเขาอย่างชัดเจนก็ครั้งนี้ ชายหนุ่มมีรูปร่างสูง การแต่งกายสะอาดสุภาพ สีผิวไม่ได้ขาวมาก แต่ก็ไม่ถึงกับคล้ำ แต่ดูจากลักษณะแล้วคงเป็นคนชอบออกกำลังกายกลางแจ้ง ทรงผมตัดสั้นจัดทรงเรียบร้อย เขายังคงดูดีเหมือนครั้งแรกที่เจอกันในรีสอร์ต และเหมือนรู้ว่ากำลังมีคนกำลังมองอยู่ ชายหนุ่มเลยหันมา เขาเผลอยิ้มออกไปโดยไม่รู้ตัว แต่อีกคนกลับเดินตรงมาหาทันที

“โลกมันกลมนะครับ” เขาทักทาย

“ครับ”

“ครับ คุณล่ะ ไหนว่าไปหาเพื่อน แล้วทำไมมานั่งดื่มคนเดียว”

“มากับเพื่อนครับ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะกลับไปแล้ว”

“ผมนั่งดื่มด้วยคนนะ”

“ครับ” มีเขานั่งด้วยก็ยังดีว่าต้องนั่งดื่มคนเดียวในสถานที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้

เมคินสั่งเครื่องดื่มจากนั้นก็ชวนเขาคุยเรื่องทั่วๆ ไป การได้ดื่มแล้วมีคนนั่งคุยด้วยทำให้เขาลืมดูเวลาไปเลย

“คุณเมาหรือเปล่า”

“นิดหน่อย คอนโดผมอยู่ใกล้แค่นี้ ไม่มีด่าน”

“ที่ผมถามเพราะกลัวคุณจะเกิดอุบัติเหตุ” ไม่รู้ทำไมทิวาถึงได้เป็นห่วงคนตรงหน้า

“ผมจะระวัง แล้วคุณจะกลับยังไง ให้ผมไปส่งไหม บอกที่อยู่เพื่อนคุณมา”

“ไม่เป็นไร ดึกแล้วคุณกลับเถอะ เดี๋ยวผมเรียกแท็กซี่”

“ใช่ ดึกแล้วและคุณอาจต้องรอแท็กซี่นาน ให้ผมไปส่งเถอะ ผมไม่ได้เมา ปกติดื่มเยอะกว่านี้”

“คุณไปส่งผมโรงแรมที่ใกล้ที่สุดก็ได้”

“อ้าว ไหนว่าจะไปพักกับเพื่อน” คนตัวสูงถามอย่างแปลกใจ

“คงไม่ได้แล้ว เพื่อนผมมีธุระด่วน คืนนี้ผมคงต้องหาโรงแรมใกล้ คุณไปส่งผมโรงแรมไหนก็ได้ แต่อย่าแพงมากนะ ผมกำลังตกงาน”

“อือ”

เมคินเดินนำเขาไปที่รถ จากนั้นก็ขับออกไประหว่างนั้นในหัวก็กำลังคิดถึงโรงแรมที่ใกล้ที่สุด เมคินรู้จักแต่โรงแรมระดับสามดาวขึ้นไปทั้งนั้นแต่ทิวาบอกว่าอยากได้ราคาไม่แพงเพราะกำลังตกงาน เขาจึงตัดสินใจหักพวงมาลัยเลี้ยวเขามาจอที่คอนโดของตัวเอง

“นี่ไม่ใช่โรงแรม” ทิวามองหน้าอย่างสงสัย

“นี่คอนโดผม”

“คุณจะให้ผมพักที่นี่เหรอ”

“ใช่ พักกันผมนี่แหละ ไม่ต้องไปเสียเงินนอนโรงแรมหรอก”

“คุณไว้ใจผมมากไปแล้ว เราเพิ่งรู้จักกันเองจะเรียกว่าคนแปลกหน้าก็ได้”

“แปลกหน้าที่ไหน เจอกันตั้งหลายครั้ง อยู่ในรถอีกตั้งหลายชั่วโมง มาเถอะ ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก” เมคินเดินนำ ทิวาทั้งง่วงทั้งเพลียเลยยอมเดินตามเข้าไปอย่างง่ายดาย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED