ตอน 2

บทที่ 1

 เกือบหกโมงเช้าของอีกวัน แต่วาหรือแวววิวาห์ สาวน้อยวัยยี่สิบเจ็ด จริงๆ แล้วก็ไม่น้อยหรอก ไอ้ที่น้อยน่าจะเป็นความสาวของเธอมากกว่าที่มันเหลือน้องลงทุกปี และนี่แหละคือสาเหตุของเรื่องวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอตื่นขึ้นมาในที่ที่ไม่คุ้นตา อีกทั้งยังรู้สึกร้าวระบมไปทั้งตัว เธอมองไปรอบๆ ห้องด้วยความรู้สึกหลากหลาย ใช่! เธอเต็มใจมาที่นี่ เรียกว่าเต็มใจมาพลีกายให้เจ้าของห้องโดยเฉพาะเลยแหละ จะเรียกว่าพลีกายก็คงไม่ถูกนัก เรียกว่าแล้วแต่สถานการณ์จะพาไปน่าจะเหมาะกว่า

“นี่เรากับคุณภากร…” เธอครางเบาๆ พลางเปิดผ้าห่มเพื่อจะพบกับเนื้อตัวเปลือยเปล่าภายใต้ผ้านวมผืนหนา ครั้นพอหันไปเห็นเสื้อผ้าตัวเองที่วางเกลื่อนพื้นก็รีบดึงผ้านวมขึ้นมาปิดหน้าด้วยความกระดากอีก

“พระเจ้า! เรากับเขามีอะไรกัน เรากับคุณภากรมีอะไรกัน” จากสภาพร่างกาย อีกทั้งความรู้สึกที่ร้าวระบมไปหมดทั้งตัว ทำให้เธอคิดเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากเธอเพิ่งเสียตัวให้กับผู้ชายที่ตัวเองหมายตา

“แล้วเขาจะมองว่าเราเป็นผู้หญิงแบบไหน เฮ้ย! แต่เขาก็น่าจะสนใจเราบ้างแหละ ไม่งั้นจะยอมมีอะไรกับเราได้ยังไง” เธอคิดสะระตะไปไกล แต่จริงๆ น่าจะเรียกว่าคิดเองเออเองมากกว่า

“แล้วนี่เขาหายไปไหน” พลันคำถามนี้ก็ได้คำตอบเป็นเสียงน้ำกระทบพื้นจากในห้องน้ำ เธอเดาว่าอีกฝ่ายน่าจะกำลังอาบน้ำ 

“แล้วถ้าเขาออกมา ฉันต้องทำหน้ายังไง ไม่ๆๆ ฉันยังไม่พร้อมเจอเขาตอนนี้” ว่าแล้วเธอก็ดีดตัวลุกขึ้น เก็บเสื้อผ้าที่ตกอยู่ตามพื้นขึ้นมาสวม ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายแล้วเผ่นแน่บออกไปโดยไม่คิดจะร่ำลาเจ้าของห้องสักคำ

กระทั่งเจ้าของห้องออกมาจากห้องน้ำแล้วไม่เจอหญิงสาวที่ตนนอนกอดมาทั้งคืน ให้ตายสิ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วยังโมโหไม่หาย นอกจากเธอจะยึดครองเตียงเขาแล้ว เธอยังทำให้เขาเผลอนอนกอดเธอทั้งคืนเลยด้วย ก่อนหน้านี้เคยมีสักครั้งไหมที่เขาจะปล่อยให้ผู้หญิงมานอนค้างอ้างแรมด้วย ปกติเสร็จกิจก็แทบจะไล่ตะเพิดแล้ว แต่ผู้หญิงคนนี้ เธอกำลังทำให้กฎที่เขาตั้งไว้ต้องสั่นคลอน และกำลังทำให้เขาโมโหมากๆ ด้วย

“บัดซบ!” เขาสบถแรงๆ หลังพบว่าในห้องมีแต่ความว่างเปล่า ไร้ซึ่งเงาคนที่ควรจะเจอ

ภาคิน จงวิสุทธิ์รังสรรค์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงมากความสามารถ ความเก่งของเขามีมากพอๆ กับความหน้าตาดี ที่สาวๆ เห็นแล้วต่างดาหน้ากันเข้ามาทอดสะพานให้ แต่เพราะเขายังไม่คิดสานต่อและจริงจังกับใคร อีกทั้งหน้าดุๆ กับเสียงเข้มๆ ของเขาก็ทำให้สาวๆ พวกนั้นพากันล่าถอยกลับไปในที่สุด ไม่ใช่เพราะขาดแคลนผู้หญิง แต่เพราะยังไม่อยากให้ใครมาผูกมัด ซื้อกินจึงเป็นวิธีที่สะดวกและวุ่นวายน้อยที่สุด เขาก็ผู้ชายทั้งแท่ง มันก็ต้องมีอารมณ์อยากปลดปล่อยกันบ้างเป็นธรรมดา แต่ให้ตายเถอะ ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อผู้หญิงที่เขาเพิ่งนอนด้วยไม่ใช้สาวไซด์ไลน์อย่างที่ผ่านๆ มา แต่เป็นยัยขี้เมาที่พลัดหลงมาจากไหนไม่รู้

ชายหนุ่มเดินมาทิ้งสะโพกลงบนที่นอนที่ตอนนี้ว่างเปล่า อดคิดไม่ได้ว่ามันก็ดีเหมือนกันที่เธอไปซะได้ เรื่องวุ่นวายที่กลัวจะได้ไม่เกิดขึ้น แต่อีกใจก็กำลังหงุดหงิดงุ่นง่านเต็มกำลัง ที่อีกฝ่ายทำเหมือนไม่แยแส ทั้งๆ ที่เขาคือภาคิน หนุ่มฮอตแห่งปีที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างก็ฝันจะได้ร่วมเตียงด้วย แต่เธอกลับหนีหายไม่มีแม้แต่ข้อความร่ำลา

“อย่างน้อยก็ควรบอกสิวะว่าจะเอายังไง” นั่นสินะ ถ้าเพียงแต่เธอจะเรียกร้องหรือโวยวาย เขาคงไม่รู้สึกหัวเสียขนาดนี้ แบบนี้มันหักหน้ากันชัดๆ หรือว่าลีลาเขาไม่เด็ดจนเธอเข็ดขยาดไม่อยากสานสัมพันธ์ต่อ ให้ตายสิ! ยิ่งคิดก็ยิ่งอารมณ์เสีย จะมีสักครั้งไหมที่เขาจะต้องเป็นบ้าเป็นหลังเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียว 

“โธ่เว้ย!” ความหงุดหงิดงุ่นง่านของเขามีเพิ่มมากขึ้น เมื่อไม่รู้ว่าจะเจอหรือติดต่อเธอได้ยังไง ในเมื่อเขาไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อของเธอด้วยซ้ำ ทันใดนั้นเองทุกอย่างก็ไม่ได้มืดแปดด้านอย่างที่เขาเข้าใจ

“แกร๊ก!” ทันทีที่เขาลุกขึ้นด้วยความโมโห เท้าเขาก็เหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างจนต้องก้มลงมอง

“หึๆ” ชายหนุ่มหยักยิ้มร้ายกาจ หลังหยิบป้ายชื่อที่ตัวเองเหยียบขึ้นมาดู แน่นอนว่าเขาจำได้ดีเชียวแหละว่าผู้หญิงที่อยู่ในรูปเป็นเธอไม่ผิดเพี้ยนแน่ แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือชื่อบริษัทที่โชว์หราอยู่ มันดันเป็นชื่อบริษัทเขา

“แวววิวาห์ เกื้อสกุล พนักงานฝ่ายการตลาด หึๆ เธอหนีฉันไม่พ้นแน่” เขาอ่านชื่อเธออย่างอารณ์ดี ผิดกับตอนก่อนหน้าลิบลับ 

“ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะมาไม้ไหน” นัยน์ตาเขาหมายมาดขณะมองรูปเธอที่อยู่ในมือ การได้รู้ว่าเธอต้องมาอยู่ใต้อาณัติ มันทำให้ความคิดบางอย่างของเขาพลุ่งพล่านไปหมด จนต้องรีบลุกไปแต่งตัวเพื่อเข้าบริษัทแต่เช้า

ตัดมาที่นางสาวแวววิวาห์ เกื้อสกุล หลังจากกลับมาถึงห้องเธอก็อาบน้ำอาบท่าอย่างอารมณ์ดี เพราะในที่สุดทุกอย่างก็ลงตัวตามที่เธอหวัง เหลือก็แค่ทำให้ทุกอย่างถูกต้องหลังจากนี้ 

“ใช่! เหลือก็แค่พาเขาไปหาแม่กับยาย ให้มันรู้ไปสิว่ารูปหล่อโปรไฟล์ดีขนาดนี้ แม่กับยายยังจะปฏิเสธได้ลงคอ ทีนี้แม่กับยายจะได้เลิกบังคับให้เราแต่งงานกับคนอื่นสักที” นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้เธอต้องจำใจทำเรื่องน่าอาย เพราะไม่อยากแต่งงานกับคนที่แม่กับยายหาไว้ให้ 

“นี่เราควรจะเป็นฝ่ายเดินไปหาเขา หรือรอให้เขาเป็นฝ่ายเดินมาหาเราเอง แต่ถ้าเราเป็นฝ่ายไปหาเขา มันก็จะดูไม่งามน่ะสิ (มันไม่งามตั้งแต่เมื่อคืนที่เธอเร่ไปหาเขาถึงห้องแล้ว) โอ๊ย! แล้วฉันจะทำหน้ายังไงถ้าต้องเจอเขา บ้าบอ! เขินไปหมดแล้วเนี่ย” เธอจับแก้มสองข้าอย่างเขินอาย ขณะกำลังหมุนไปหมุนมาอยู่หน้ากระจกในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ทันใดนั้นเองเหมือนเธอจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

ตอน 3

บทที่ 2

“มือถือๆๆ” เธอนึกถึงโทรศัพท์มือถือที่เมื่อคืนแบตหมด จึงตั้งใจจะรีบวิ่งไปชาร์ต แต่ด้วยความรีบร้อนทำให้เธอไม่ทันระวังผ้าผ่อนที่นุ่งกระโจมอกไว้คลายออก กระทั่งร่วงหลุดลงไปกองที่ปลายเท้า

“อุ๊ย!” ที่ต้องร้องอุทาน ไม่ใช่เพราะผ้าหลุด เพราะปกติมันก็หลุดอยู่เป็นนิจอยู่แล้ว ก็อยู่คนเดียวจะต้องกลัวใครมาเห็น แต่ที่ต้องร้องเพราะร่องรอยที่ผู้ชายทิ้งไว้บนเนื้อตัวเธอต่างหาก

“บ้าบอ! ทำไมหื่นขนาดนี้เนี่ยคุณภากร” เธอเขินแทบบิดตัวเป็นเกลียวกับรอยแดงเป็นจ้ำๆ ใต้ร่มผ้า คิดไม่ถึงว่าคนที่มีประสบการณ์เรื่องอย่างว่าเป็นศูนย์ จะทำให้ผู้ชายหลงใหลได้

“ป่านนี้เขาจะคิดถึงเราบ้างไหมนะ บางทีเขาก็จะกำลังตามหาเราอยู่ก็ได้ ก็เราเล่นออกมาโดยไม่บอกเขาสักคำนี่นา ตอนนี้คงกำลังพยายามโทรหาเรา เออ…จริงด้วย! โทรศัพท์ ตายๆๆ ป่านนี้ไม่โทรจนสายไหม้ไปแล้วรึไง” เธอรีบเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือมาชาร์ต แต่ทันทีที่เครื่องเปิดขึ้นมา เสียงเตือนข้อความจากสายโทรเข้าก็ดังขึ้น แต่มันกลับไม่ใช่เบอร์ของคนที่คิด

“ไม่เห็นมีสายคุณภากรเลย มีแต่สายยัยศิ แล้วนี่ยัยศิจะโทรมาทำไมนักหนาเนี่ย” ข้อความจากเบอร์ที่พยายามโทรหากลับเป็นเบอร์ของเพื่อนรักอย่างศิศิรา กระทั่งข้อความจากไลน์ก็เด้งตามมาอีกรัวๆ

(วา แกรีบออกมาจากห้องคุณภากรด่วนเลย ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น ไว้ฉันจะอธิบายให้ฟังทีหลัง) ศิศิราที่รู้เห็นในทุกๆ เรื่องของเพื่อน จะเรียกว่ากองหนุนก็คงไม่ผิดนัก ก็คีย์การ์ดที่เธอได้มาก็มาจากเพื่อนรักคนนี้แหละ ดูเหมือนข้อความของศิศิราจะทำให้แวววิวาห์สงสัยอยู่ไม่น้อย กระทั่งได้อ่านข้อความถัดมา ซึ่งดูจากเวลาน่าจะห่างกันประมาณยี่สิบนาที

(ฉันหวังว่าแกจะทันได้อ่านข้อความนี้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป คุณภากรเขาไม่ได้เป็นอย่างที่แกคิด เขาไม่ได้ชอบผู้หญิง เขาเป็นเกย์) ข้อความนี้ของเพื่อนทำให้เธอเผลอเถียงออกมาทันที

“บ้าแล้ว แกนั่นแหละที่ต้องตั้งสติ เขาจะเป็นเกย์ได้ยังไงในเมื่อเขาเพิ่งนอนกับฉันเมื่อคืน เป็นอะไรของแกเนี่ยยัยศิ หรือว่าเมา” เธอส่ายหน้าน้อยๆ ไม่เชื่อที่เพื่อนบอกเลยสักนิด กระทั่งข้อความถัดมา แต่คราวนี้ฝั่งนั้นกลับส่งมาเป็นเสียงแทนการพิมพ์

(วา ตอนนี้แกอยู่ไหน ออกมารึยัง ฉันรู้ว่าเรื่องที่คุณภากรเป็นเกย์มันเป็นเรื่องที่เชื่อยาก แต่แกเชื่อฉันเถอะ เพราะฉันเห็นมากับตา) คลิปเสียงแรกทำเอาคนอ่านถึงกับขมวดคิ้ว ก่อนจะกดฟังคลิปเสียงต่อไป

(ฉันเจอเขาในงาน แล้วเขาก็มากับคู่ขาของเขาด้วย ทีแรกฉันก็คิดว่าเขาจะพากันไปต่อที่ห้อง เลยให้แกรีบออกมา แต่ตอนนี้ฉันว่ายาว เพราะเขาเปิดห้องที่นี่กันแล้ว) ใช่! เพื่อนเธอไปงานแต่งงานของญาติ และเท่าที่จับใจความได้ เธอไปเจอเขาที่นั่น แต่ที่ไม่เข้าใจเลยคือ มันจะเป็นอย่างที่เพื่อนเธอว่าได้ยังไง ในเมื่อเธอกับเขาเพิ่งจะมีอะไรกันเมื่อคืน

ข้อมูลที่ได้มาทำเธออึ้ง รอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนหน้าไม่มีอีกแล้ว มีเพียงความรู้สึกราวกับถูกค้อนหนักๆ มาทุบลงบนหัว จนเธอแทบล้มทั้งยืน ถ้าเรื่องมันเป็นอย่างที่เพื่อนว่า แล้วเมื่อคืนมันคืออะไร ถ้านั่นไม่ใช่ภากร แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ตอนนี้เธอรู้สึกว่ามือไม้สั่นไปหมด แต่ก็ยังพยายามคิดในแง่ดีว่าเพื่อนอาจจะกำลังเข้าใจอะไรผิด พลันนิ้วเธอก็ดันเผลอจิ้มโทรออกไป

“วา…วา…ฮัลโหลวา แกเป็นอะไรรึเปล่า” เสียงปลายสายจากศิศิราทำให้เธอตื่นจากภวังค์ ก้มมองโทรศัพท์ที่อยู่ในมือด้วยความตกใจ

“อื้อ! ว่าไง” 

(ว่าไงอะไรล่ะ ฉันต่างหากที่ต้องถามแก แกเป็นฝ่ายโทรหาฉันนะ นี่แกเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย หรือเป็นเพราะผิดหวังเรื่องเมื่อคืน เอาน่า! ไม่ต้องคิดมาก ผู้ชายไม่สิ้นไร้เท่าใบพุทรา ผิดหวังตอนนี้ยังดีกว่าต้องมาเสียใจภายหลัง เกย์นะแก ยังไงเขาก็ไม่เอาผู้หญิงอย่างเราๆ หรอก อีกอย่างรูปหล่อ โปรไฟล์ดีไม่ได้มีแค่คุณภากรซะหน่อย อีกอย่างผู้หญิงหน้าตาดีมีพรหมจรรย์เป็นของแถมอย่างเราๆ ไม่เห็นต้องเดือดร้อนอะไร เชื่อฉัน! มั่นหน้าเข้าไว้ เดี๋ยวผู้ชายก็เข้ามาให้เลือกเองนั่นแหละ) เอ่อ…ดูเหมือนศิศิราจะพูดแบบนี้มาตั้งแต่ห้าหกปีที่แล้ว จนตอนนี้อีกไม่กี่ปีก็สามสิบแล้ว เฮ้อ! เห็นคานทองรออยู่รำไร แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันอยู่ที่ว่า…เธอนอนกับใครก็ไม่รู้ ที่สำคัญพรหมจรรย์ที่เคยหวงแหนก็ถูกพรากไปแล้วด้วย

“ฮือๆๆ” คำว่าพรหมจรรย์จากปลายสายทำให้เธอปล่อยโฮอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ จนปลายสายพลอยตกใจไปด้วย

(เฮ้ย! วาแกเป็นอะไรไป เสียใจเรื่องคุณภากรขนาดนี้เลยเหรอ) เสียงปลายสายดูร้อนรนด้วยความเป็นห่วง แต่มันกลับทำให้แวววิวาห์ยิ่งร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม เพียงเพราะชื่อของคุณภากร

“ฮือๆๆ หมดแล้ว ฉันไม่เหลืออะไรแล้วแก” แวววิวาห์ฟูมฟายจนปลายสายตกใจอีก

(อะไร? ไม่เหลืออะไร มันเกิดอะไรขึ้น ฉันงงไปหมดแล้ว หรือว่าเมื่อคืนมันมีเรื่องอะไรที่ฉันยังไม่รู้ ให้ตายสิ! เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกับแกวา) น้ำเสียงศิศิราเริ่มเครียดจัด ด้วยทั้งคู่เป็นเพื่อนรักกันมาหลายปี ไม่สิไม่ใช่แค่เธอสองคน แต่ยังมีสาวเนิร์ดอย่างพริมรตาด้วยอีกคน ทั้งสามคนเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมจนจบปริญญา กระทั่งมาทำงานก็ยังได้ทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน ถึงแม้เธอจะเป็นคนเดียวที่เพิ่งย้ายตามมาทีหลังก็ตามเถอะ

“ฮือๆๆ เมื่อคืนฉัน…ฉัน…ฮึกๆๆ เมื่อคืน…ฮือๆๆ” ความเครียด ความกลัว ความสับสนผสมปนเปกันจนเธอพูดไม่ออก และไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี

(เอาล่ะ! ไหนแกลองตั้งสติ แล้วค่อยๆ เล่าให้ฉันฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าแกยังไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า แต่แกจงจำไว้ไม่ว่ายังไงฉันก็จะอยู่ข้างแกเสมอ) คำปลอบประโลมของเพื่อนทำให้เธอตัดสินใจพูดออกมาในที่สุด

“ฉันเสียตัวไปแล้ว ฮือๆๆ”

(ฮะ! เสียตัว! เสียให้ใคร) เสียงของศิศิราแทบเป็นเสียงตะโกน จนคนฟังร้องหนักยิ่งกว่าเดิม

“ไม่รู้…ฉันไม่รู้ ฮือๆๆ” แวววิวาห์ยังคงฟูมฟาย

(ไม่รู้? แกไม่รู้ว่าแกนอนกับใครเนี่ยนะ วา!) น้ำเสียงของศิศิราก็ฟังดูร้อนรนไม่แพ้กัน

“ฉัน…ฉันเมา ฮือๆๆ” 

(เมา! โอเค! เอาล่ะ ไหนแกลองเล่าเรื่องทั้งหมดมาตั้งแต่ต้นซิ ไม่ๆๆ แกเมา งั้นเอาที่จำได้แล้วกัน) ดูเหมือนศิศิราเองก็พยายามตั้งสติอย่างยิ่งยวดอยู่เหมือนกัน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED