ตอน 1

‘... วันประชุมของสถานีโทรทัศน์...’

‘...เช้าตรู่...ณ ห้องชุดคอนโด ชั้นสูงสุด ย่านริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร’

ร่างเปลือยเปล่าของชายและหญิงที่ร่วมมือรวมร่างดั่งเสมือนเป็นคนคนเดียวกัน ของกิจกรรมสร้างความหวาบหวามให้กันและกัน

“อ้า...อ้า...” เสียงครางของริต้าดังออกมาไม่ขาด เมื่อเธอเป็นฝ่ายรับอารมณ์ความรุนแรงของคริสต์ที่ทุ่มแรงไม่มีกักเก็บไว้ให้กับริต้า ที่ปล่อยเสียงครางออกมาบ่งบอกถึงความสุขกายที่ได้รับอย่างล้นเหลือ ริต้าปฎิเสธไม่ได้ว่า เธอหลงใหลการเสพเซ็กส์ของชายผู้นี้เหลือเกิน

คริสต์ยังคงมอบพลังความต้องการของตนเองให้กับเธอผู้นี้ ตอบสนองให้กับเธอต้องการอย่างถึงใจ เป็นการหยุดและปิดฉากความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอเป็นการถาวร เพราะนี้จะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของผู้หญิงคนนี้ คนในอดีตที่ผู้ชายแบบเขาคิดว่า เขา‘รัก’เธอ...

“คริสต์ ถ้าคุณรักฉันจริง! คุณก็ควรจะปล่อยฉันไป ให้ฉันไปมีชีวิตที่ดีกว่า” คำพูดสุดท้ายของริต้า ที่ทิ้งเขาไปตอนที่เขายังเรียนปริญญาโทที่อเมริกา

“อืมมมม....” เสียงครางในคอของคริสต์ที่ดังออกมาในที่สุด เมื่อถึงจุดปลดปล่อย คริสต์ถอดถอนแก่นกายที่ยังคงความแข็งแรงสมชายด้วยวัยเพียงสามสิบหมาดๆ มือใหญ่ดึงเครื่องป้องกันออกจากความแข็งแรงทิ้งลงถังขยะ และเดินเข้าห้องน้ำไปทันที โดยที่ไม่หันมามองริต้าที่นอนหอบหายใจหมดแรงอยู่บนเตียงใหญ่ของเขา...

ยี่สิบนาทีต่อมา คริสต์เดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่เขาชำระร่างกายของตัวเองแล้ว เขาสวมเพียงเสื้อคลุมที่ห่อหุ้มร่างกายไว้ และเดินไปเปิดลิ้นชักเล็กที่หัวเตียงและหยิบบางอย่างออกมา...

“รับเงินนี้ไป...และไม่ต้องกลับมาทีนี้อีก” คริสต์โยนเงินสดที่เป็นแบ้งค์พันจำนวนสองปึกให้กับริต้าที่ยังคงนอนหอบหายใจบนเตียงใหญ่ที่มีผ้าห่มคลุมร่างเปลือยเปล่าอยู่

“อะ...อะไรคะ...คริสต์...ริต้าไม่เข้าใจ” ริต้าที่สายตามองเงินสดบนเตียงกับชายตรงหน้าสลับกัน

“เวลาของเธอหมดแล้ว...มันถึงเวลาที่เธอต้องออกไปจากชีวิตฉัน...อย่างถาวร...” คริสต์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ

“คริสต์!...”

“ออ!...เธอมีเวลาหนึ่งชั่วโมง...เพราะเดี๋ยวแม่บ้านจะมาทำความสะอาดและรื้อเตียงเซตนี้ออกจากที่นี่”

“คริสต์!....ไม่จริงใช่มั้ย...ก็เราสองคนเข้าใจกันแล้วไม่ใช่เหรอคะ?...” ริต้าที่ช็อคกับสถานการณ์ปัจจุบัน พูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ของเธอไม่ได้แตกต่างกับหญิงสาวที่ผ่านๆมาของชายตรงหน้าเลย

“ถูก!...ฉันเข้าใจเธอเป็นอย่างดี...แต่เราสองคนก็จบกันเพียงเท่านี้...ฉันก็ทำตามข้อเสนอของเธอไงว่า ‘ลอง’ ให้โอกาสเธอ...และฉันก็ให้แล้ว...แต่สุดท้ายเราสองคนก็ไปต่อกันไม่ได้...”

“ไม่จริง!!!...คุณแก้แค้นริต้าใช่มั้ยคะ...ที่ริต้าเคยทิ้งคุณไป” ริต้าพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ถึงแม้เธอจะรับรู้ได้ว่าชายตรงหน้าเปลี่ยนไป จาก ‘ผม’ เป็น ‘ฉัน’ จาก ‘คุณ’ เป็น ‘เธอ’ สรรพนามที่ใช้ก็ห่างเหินและไม่มีให้เกียรติเธอเลย เพียงแค่ช่วงเวลายี่สิบนาทีที่เขาเข้าห้องน้ำและกลับมาเขากลายเป็น คริสต์อีกคนที่เธอไม่เคยรู้จัก

“ฉันไม่ได้แก้แค้นอะไรทั้งนั้น...อย่าสำคัญตัวเองมากไป...ผู้หญิงหิวเงินอย่างเธอไม่มีความหมายกับฉันเลยสักนิด” คริสต์โกหกคำโตกับหญิงสาวตรงหน้า เพราะตลอดเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เขา ‘ลอง’ ให้โอกาสเธอนั้น ก็เพราะว่าเขาต้องการเอาคืนเธอที่’ทิ้ง’เขาไปหาผู้ชายคนอื่นที่เธอคิดว่ามีมากกว่าเขา สุดท้ายธาตุแท้ของผู้ชายคนนั้นก็ออกมา....ทำให้ริต้าต้องกลับเมืองไทยและพบกับความจริงว่า แท้จริงแล้วเขาเป็นใคร เพราะตลอดเวลาที่เขาได้รู้จักและคบเธอเขาไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นใคร

“คริสต์!!!...คุณเลวมาก!!...สักวันหนึ่งคุณจะต้องเสียใจที่วันนี้คุณทำกับ ริต้าแบบนี้...” ริต้าเสียใจและคาดไม่ถึงว่าชายตรงหน้าจะใช้วาจาหยามเธอได้ถึงเพียงนี้

“เสียใจ!...ฮึม!...เธอคงลืมไปว่าฉันผ่านและมาไกลความรู้สึกนั้นแล้ว...กับผู้หญิงแบบเธอฉันไม่มีทางให้มันเกิดขึ้นกับฉันแน่ๆ...” คริสต์พูดพร้อมด้วยรอยยิ้ม สายตามองริต้าอย่างที่เขาไม่เคยให้มันกับใครมาก่อน ผู้หญิงคนนี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาไม่ไว้วางใจผู้หญิงคนไหนอีกเลย ยกเว้นแม่เขาเพียงคนเดียว

“ฮือ ฮือ ฮือ....” ริต้าได้แต่ร้องไห้ฟูมฟาย เพราะสำหรับเธอทำได้เพียงเท่านี้ เธอเป็นใคร แล้วเขาเป็นใคร ตอนนี้ก็ชัดเจนแล้ว

คริสต์แสยะยิ้มมองหญิงสาวที่ก้มหน้าร้องไห้กับหมอนที่เธอหนุนนอน ก่อนที่จะเดินไปเพื่อแต่งตัว เพราะวันนี้เขามีประชุมกับทีมงานที่เกี่ยวข้องที่ทางช่องของแม่เขาจะนำนวนิยายที่กำลังเป็นที่ต้องการของช่องต่างๆที่จะนำไปทำเป็นละคร รวมถึงเจ้าของบทประพันธ์ที่ยินยอมเพียงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่ช่องของแม่เขาจะได้บทประพันธ์เรื่อง ‘พ่ายกลซาตาน’ มาร่วมเข้าประชุม เพื่อขอดูตัวนักแสดงและรับฟังแนวทางของผู้กำกับ

ตอน 2

‘...เช้าตรู่...ณ ห้องชุดคอนโด ชั้นที่25 ย่านริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร’

กอหญ้า ดาร์เมี่ยน ที่ลืมตาเปิดรับแสงรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ เธอค่อยๆลุกจากนอนมานั่งพร้อมบิดกายเล็กน้อย วันนี้เธอต้องไปประชุมกับทีมงานของสถานีชื่อดังเพื่อดูตัวนักแสดงของทีมงานที่ต้องการนำบทประพันธ์เรื่อง ‘พ่ายกลซาตาน’ งานเขียนเรื่องแรกของเธอนำไปทำเป็นละคร ทั้งๆที่ช่วงนี้เธอไม่ค่อยอยากจะไปไหนเลย เพราะอีกสามวันข้างหน้าเป็นช่วงสอบปลายภาคของภาคเรียนสุดท้ายของเธอ แต่เธอจะให้เหตุผลแบบนี้กับสถานีไม่ได้ เพราะไม่มีใครรู้จักตัวจริงของเธอ ว่าเจ้าของบทประพันธ์ ‘พ่ายกลซาตาน’ เป็นเพียงนักศึกษาปีสี่ของมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย

กอหญ้า เดินเข้าห้องน้ำหลังจากที่เก็บเตียงเรียบร้อย และอีกสามสิบนาทีต่อมาเธอก็ออกมาโดยการสวมเสื้อคลุมอาบน้ำ และแน่นอนเธอจะต้องเสียเวลาจัดการตัวเองอีกหนึ่งชั่วโมง

กอหญ้าหยิบคอนเทคเลนส์สีดำขึ้นมาเพื่อปิดบังดวงตาที่แท้จริงของเธอที่เป็นสีน้ำตาล และต่อด้วยการจัดการทรงผมที่ยาวให้หยิกเป็นลอน เธอแต่งแต้มแก้มใสเนียนให้มีกระ บ้างเล็กน้อย ส่วนปากได้รูปเธอใช้ลิปกลอสแต่งแต้มเพียงเล็กน้อย และเดินไปยังตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อเชิ้ตลายสก็อตมาสวมทับเสื้อกล้ามด้านในตามลำดับ และชิ้นสุดท้ายกระโปรงยีนส์ที่ยาวจนถึงตาตุ่มเพื่อปิดบังเรียวขายาวสวยงามของเธอตามสัญชาติลูกเสี้ยวไทย-อิตาเลี่ยน และก่อนออกจากห้องนอนเธอไม่ลืมที่หยิบแว่นตากรอบดำอันใหญ่พร้อมกับกระเป๋าสะพายใบเล็กที่ย้ายของจำเป็นที่ต้องใช้ยัดใส่ไว้ข้างใน

กอหญ้าเดินมายังโซนครัวขนาดพอเหมาะ เธอหยิบโจ๊กในช่องฟรีสในตู้เย็นที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ย้ายไปใส่ในไมโครเวฟ...

“ปี๊ด ปี๊ด...” เสียงเตือนของไมโครเวฟ เมื่อโจ๊กพร้อมทาน กอหญ้าผละออกจากเก้าอี้ตัวสูงหน้าท๊อป ที่ตอนนี้มีน้ำส้มที่เหลือครึ่งแก้วกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว

“…อันโต...หญ้าคิดถึงอันโตจัง!...” กอหญ้าพึมพำออกมา เมื่อมือเล็กกำลังคนโจ๊กไปมาอย่างเบื่อๆ เพราะเธอต้องฝากท้องกับอาหารพวกนี้เป็นประจำ หากเธอไม่ได้ออกไปกินนอกบ้านกับเพื่อนๆ ของเธอ

Grrrrr Grrrr กอหญ้าขมวดคิ้ว เมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพาย และเมื่อเธอหยิบออกมาก็ไม่เกินคาดที่เธอคิดไว้

“กิ๊ก!...”

“หญ้า...แกไปคนเดียวได้จริงๆนะ...” เสียงปลายสาย เอ่ยออกมาทันที โดยไม่ต้องมีการทักทายอย่างมีพิธีรีตอง

“เออ...ไปได้ กิ๊กไม่ต้องห่วง นอนพักรักษาตัวให้หายเร็วๆ อีกสามวันก็เป็นวันสอบแล้วนะ...ไปนอน กินยา และอาหารที่เป็นประโยชน์ ซะ...” กอหญ้าตอบกลับเพื่อนสาวที่สนิทที่สุด กิ๊ก โสภิตา ที่เป็นหนึ่งในสามคนที่รู้ว่าตัวจริงของนักเขียนที่ใช้นามปากกาว่า ‘กอหญ้า’ ซึ่งวันนี้เพื่อนสาวคนนี้จะต้องไปกับเธอในฐานะผู้จัดการส่วนตัวของเธอ แต่กิ๊ก ป่วยเป็นไข้หวัด

“คุณกอหญ้า...” กอหญ้าหันไปตามเสียงเรียก เมื่อเธอเดินออกจากลิฟท์ที่มาจอดชั้นจอดรถ

“ลุงหวัง...สวัสดีค่ะ...กลับมาทำงานแล้วเหรอคะ?” กอหญ้าเอ่ยทักทาย ลุงหวังที่เป็น รปภ.ของอาคาร

“ครับ...เจ้าบีฝากขอบคุณของที่คุณกอหญ้าฝากไปให้ด้วยนะครับ...”

“ไม่เป็นไรค่ะเล็กน้อย...แล้วน้องบีอาการดีขึ้นมั้ยคะ?” กอหญ้าถามกลับ บี คือหลานสาวของลุงหวังที่เธอมีโอกาสได้ช่วยเหลือเมื่ออาทิตย์ก่อน...

“ดีขึ้นมาก...พวกเราเป็นหนี้บุญคุณ คุณกอหญ้า...ถ้าวันนั้นไม่ได้คุณกอหญ้าช่วยไว้...เจ้าบีคงแย่แน่ๆ”

“อย่าคิดอะไรมากเลยค่ะ...น้องบีแข็งแรงขึ้นก็ดีแล้ว...” กอหญ้าเอ่ยกับลุงหวัง ครั้งนั้นที่เธอช่วยพาน้องบี ส่งโรงพยาบาลเนื่องจากน้องบีมีอาการปวดท้องด้านขวาอย่างรุนแรง และโชคดีมากที่วันนั้นเธอกลับมาจากเรียนพอดี จึงสามารถช่วยเหลือได้ทัน

“…โชคดีมากครับที่มาทันเวลา...คนไข้ใส้ติ่งอักเสบครับ” คำของแพทย์หนุ่มที่แจ้งให้เธอและลุงหวังทราบ

“แล้วต้องทำยังไงคะ?...” กอหญ้าถามแพทย์หนุ่ม

“ตอนนี้เตรียมห้องผ่าตัดแล้วครับ...” กอหญ้าพยักหน้าทันที และบอกให้ลุงหวังเซ็นเอกสารที่พยาบาลนำมา

“ลุงค่ะ...เซ็นสิค่ะ...คุณหมอจะได้กลับไปทำหน้าที่ค่ะ...” กอหญ้าหันไปทางลุงหวังที่ยืนฟังอยู่ด้วย แต่ลุงแกมีท่าทางลังเล กอหญ้าจึงต้องย้ำ

“เออ...คุณกอหญ้า...คือว่าลุงไม่มีเงินเยอะมากพอที่จะจ่ายค่าผ่าตัด...” กอหญ้าคลายความสงสัยทันที

“ลุงเซ็นเถอะค่ะ...เดี๋ยวค่าใช้จ่ายทั้งหมด หญ้ารับผิดชอบเอง...” สิ้นเสียงของกอหญ้าลุงหวังหันไปมองหญิงสาวตรงหน้าที่มองอยู่ก่อนแล้ว และพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มให้ลุงหวัง... “...ลุงอย่าพึ่งคิดมาก...ตอนนี้ชีวิตของน้องบีสำคัญกว่า...ถือว่าเงินก้อนนี้หญ้าให้ลุงยืมก่อนก็ได้...นะคะ”

แพทย์หนุ่มที่ยืนอยู่ด้วย มองหญิงสาวที่สวยทั้งภายนอกและภายใน

“นี่ค่ะ...” กอหญ้าส่งแฟ้มที่ลุงหวังเซ็นแล้วให้กับพยาบาล

“คุณกอหญ้าจะเข้าสำนักพิมพ์เหรอครับ?” ลุงหวังเอ่ยถาม เมื่อเห็นการแปลงโฉมของเธอ ที่เขาจะเห็นไม่ค่อยบ่อย และแน่นอนเรื่องนี้ลุงหวังก็ต้องปิดเป็นความลับเช่นกัน

“เปล่าค่ะ...หญ้ามีประชุมที่ช่องสถานี...แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับงานเขียนค่ะ” กอหญ้าตอบออกไปอย่างใจดี และขอตัวไปยังรถคันเล็กซูซูกิ Swift สีเหลืองที่เธอจะนานๆใช้ที เพราะนี้คือรถของนักเขียนนามปากกา ‘กอหญ้า’

ลุงหวังยืนมองพร้อมรอยยิ้ม และกำลังจะกลับไปทำหน้าที่ต่อ...

“สวัสดีครับคุณคริสต์...” ลุงหวังทักทายผู้อาศัยชั้นบนสุดของอาคาร

“สวัสดีครับลุง...สามสี่วันมานี้ผมไม่เห็นลุงเลยนะครับ...” คริสต์ทักทายและพูดคุยกับลุงหวังอย่างเป็นกันเอง

“ลุงลากลับบ้านที่หัวหิน...พึ่งกลับมาทำงานวันนี้ครับ” คริสต์พยักหน้ารับรู้และขอตัวเดินไปยังรถ Land Rover Discovery Sport สีดำ และเคลื่อนออกจากที่จอดไปยังอาคารของช่องสถานีที่คุณหญิงศศิธรเป็นประธานบริหาร และอีกตำแหน่งคือแม่ผู้กำเนิดเขานั้นเอง

ตอน 3

“สวัสดีครับ...ติดต่อชั้นไหนครับ” เจ้าหน้าที่ทางเข้าอาคารจอดรถของอาคารสถานีสอบถามกอหญ้า ที่เปิดกระจกรับใบจอดรถ

“เอ่อ...ไม่ทราบชั้นค่ะ...แต่ดิฉันมีประชุมกับคุณเขมิกาค่ะ...”

“คุณนักเขียน!...เชิญชั้นสองเลยครับ” กอหญ้ายิ้มและกล่าวขอบคุณ เคลื่อนรถมายังชั้นสองตามที่ได้รับแจ้ง แต่เอ้!...แล้วเธอต้องจอดตรงไหนกันละ ถึงที่นี่จะเป็นลานจอดรถสำหรับผู้บริหารแต่เธอก็ไม่รู้ว่าที่ตรงไหนเป็นที่ถูกเตรียมไว้ให้เธอ....

“…ตรงนี้แล้วกัน ใกล้ทางเข้า” กอหญ้าเข้าจอดช่องที่ว่างที่ไม่มีกรวยกั้น และเธอก็มองไม่เห็น รปภ. ที่ชั้นนี้ด้วย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ก่อนลงจากรถเธอไม่ลืมที่จะต้องสวมแว่นตาหนาเตอะ เพื่อช่วยในการปิดบังใบหน้าและลงจากรถไป

“สวัสดีค่ะ...ติดต่อชั้นไหนคะ” เสียงเจ้าหน้าที่ประจำเค้าเตอร์ชั้นสอง สอบถามกอหญ้า เมื่อเธอเดินเข้ามา

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ...แต่ดิฉันมีนัดประชุมกับคุณเขมิกา เวลาสิบโมงค่ะ”

“คุณคือเจ้าของผลงาน ‘พ่ายกลซาตาน’...ขออนุญาตเรียกคุณกอหญ้านะคะ...” กอหญ้ายิ้มและพยักหน้าให้กับเจ้าหน้าที่ ที่ดูตื่นเต้นมากขึ้น “...ขออนุญาตนะคะ...ขอลายเซ็นหน่อยได้มั้ยคะ?...ชอบมากเลยค่ะ...คือดิฉันเป็นแฟนผลงานของคุณกอหญ้าค่ะ...ไม่คิดว่าคุณกอหญ้าดูอายุยังน้อยอยู่เลย...ขอถ่ายรูปด้วยได้มั้ยคะ?” กอหญ้าได้แต่ยิ้มตลอดการตื่นเต้นของเจ้าหน้าที่ตรงหน้า

“เอ่อ...หญ้าขออนุญาตเป็นการให้เพียงลายเซ็นอย่างเดียวนะคะ...เรื่องถ่ายภาพต้องขอโทษด้วยนะคะ...ไม่สะดวกจริงๆค่ะ” กอหญ้าตอบออกไปอย่างสุภาพ เมื่อเธอหาช่องในการพูดกับเจ้าหน้าที่ตรงหน้าได้ “...ขอบคุณนะคะ...” กอหญ้ากล่าวขอบคุณพร้อมกับส่งคืนเล่ม ‘พ่ายกลซาตาน’ ที่เจ้าหน้าที่ตรงหน้ายื่นมาให้

“ขอบคุณค่ะ...ไม่เป็นไรค่ะ...ลายเซ็นก็ดีใจแล้วค่ะ...เดี๋ยวรบกวนคุณกอหญ้ารอสักหน่อยนะคะ คุณเขมิกายังไม่เข้ามาค่ะ...”

“อ๋อ!...ได้ค่ะ...ไม่เป็นไรเพราะนี้ก็ยังไม่ถึงเวลานัดเลย...งั้นเดี๋ยวขอไปรอที่ร้านคอฟฟี่ช็อปตรงนั้นแล้วกันนะคะ...” กอหญ้าบอกอย่างสุภาพและขอตัว

“สวัสดีครับ...รับอะไรดีครับ” พนักงานร้านคอฟฟี่ช็อป กล่าวทักทายลูกค้าที่เดินมาถึงตรงหน้าเค้าเตอร์

“ขอเป็นลาเต้เย็น หวานน้อยค่ะ”

“เจ็ดสิบบาทครับ...เดี๋ยวคุณลูกค้านั่งรอที่โต๊ะได้เลยครับ...เดี๋ยวพนักงานนำไปเสิร์ฟครับ...” กอหญ้าชำระเงินเรียบร้อย ก็เดินไปยังโต๊ะตัวเล็กที่สำหรับนั่งได้เพียงสองคน ตอนนี้เก้าโมงครึ่ง เธอมาถึงก่อนเวลา นั้นก็เพราะเธอเผื่อเวลาเดินทางและออกมาเช้ากว่าปกติเพื่อเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วนของคนทำงาน

“ขอบคุณค่ะ...” กอหญ้ากล่าวกับพนักเสิร์ฟ ที่นำลาเต้เย็นมาให้เธอ พร้อมหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันนี้ กอหญ้าจึงอ่านเพื่อฆ่าเวลา

“ทายาทช่องดัง...กับสาวคนใหม่อีกแล้ว...” กอหญ้าเปิดมาถึงหน้าบันเทิง ก็ต้องพบการพาดหัวข่าวถึง คริสต์ ทายาทของคุณหญิงศศิธร เจ้าของสถานีที่เธอกำลังจะเซ็นสัญญามอบบทประพันธ์ ‘พ่ายกลซาตาน’ ให้กับทางช่องไปสร้างเป็นละคร ซึ่งกอหญ้าแค่มองผ่านๆ เธอไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่

‘ในเวลาเดียวกัน ณ ลานจอดรถชั้นสอง ที่สถานี’

“ลุงชัด!...ปี๊ด ปี๊ด...” คริสต์กดแตรรถ เรียก รปภ. ที่ประจำชั้นสอง เมื่อตอนนี้ที่จอดรถประจำของเขาไม่ว่างเหมือนทุกครั้ง...

“คุณคริสต์...”

“ลุงชัด!...หมายความว่าไงครับ” คริสต์ถามกลับทันที ด้วยใบหน้าที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ และสายตาย้ายไปยังรถสีเหลือง สลับกับการมองลุงชัด

“ขะ...ขอโทษครับคุณคริสต์...พอดีลุงไปเข้าห้องน้ำมาครับ...ไม่ทราบว่าเป็นรถใคร...เดี๋ยวคุณคริสต์รอสักครู่นะครับ...”

“ไม่เป็นไร...เดี๋ยวผมไปจอดช่องฝั่งโน้นก่อน...ผมมีประชุมและนี้ก็ใกล้เวลาแล้วครับ” คริสต์ตัดบทและเคลื่อนรถไปยังช่องจอดที่ว่างอยู่

“เอ่อ!...ขอโทษนะคะ...ห้องน้ำไปทางไหนคะ?” กอหญ้าลุกจากโต๊ะและเดินกลับไปยังเค้าเตอร์อีกครั้ง

“ตรงประตูทางเข้าค่ะ...เลี้ยวขวา” กอหญ้ากล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่และเดินไปทิศทางที่เจ้าหน้าที่บอก พร้อมกับในมือที่ถือแก้วกาแฟที่พึ่งทานไปได้เพียงนิดเดียว...ห้านาทีต่อมา...กอหญ้าก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เมื่อเธอจัดการทุกอย่างพร้อมสำรวจตัวเองอีกครั้ง

Grrrrr Grrrrr กอหญ้าก้มหน้าทันทีเมื่อเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังขึ้น โดยที่เธอยังคงก้าวเดินต่อไป พร้อมกับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายใบเล็กด้วยมือเดียวที่ว่างอยู่

และในจังหวะเดียวกันที่คริสต์ผลักประตูเข้ามาจากทางเข้าที่มาจาก ลานจอดรถ...

“โอ้ยยยย!!!!!..../....เฮ้ยยยยยย!!!!!...” สองเสียงดังพร้อมกันทันที เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ที่เรียกว่า ‘อุบัติเหตุ’

กอหญ้าตาโตมอง ‘อุบัติเหตุ’ ตรงหน้าที่ตัวเองร่วมสถานการณ์นี้ด้วย แก้วกาแฟในมือที่ตอนนี้กลิ้งบนพื้นตรงหน้า และผลของมันก็อยู่ตรงหน้าเธอ คือ ชายหนุ่มที่เสื้อและกางเกงเปียกเลอะน้ำกาแฟ

คริสต์กางแขนออก เมื่อตอนนี้เขาก้มมองดูตัวเองที่เลอะเทอะไปด้วยน้ำกาแฟเย็น วันนี้มันวันอะไร! ทำไมถึงมีเรื่องแย่ๆได้ตลอดเช้านี้ คริสต์ถอนหายใจออกมาพยายามจะระงับอารมณ์ขุ่นมัวของตัวเอง และสายตาค่อยๆมองคนตรงหน้า ไล่มาตั้งแต่ปลายเท้า จนถึงใบหน้าที่มองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้างพร้อมกับปากที่เปิดค้างไว้

“ยายเด็กแว่นหน้าโง่ เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ สถานที่นี่ ไม่ใช่ที่ของเด็กหน้าตาอย่างเธอจะเที่ยวมาเดินเพ่นพ่าน” คริสต์ปล่อยคำที่ส่อถึงความไม่พอใจเมื่อหญิงสาวตรงหน้าเดินชนเขา จนกาแฟเย็นในมือของหญิงสาวหกเลอะเทอะใส่เสื้อผ้าเขา

“ถ้าฉันรู้ว่าเข้ามาสถานที่นี่แล้วต้องมาเจอผู้ชายที่เลี้ยงหมาไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนไว้ในปากมากมายขนาดนี้ ฉันก็ไม่เข้ามาให้เสนียดติดรองเท้าฉันเป็นเด็ดขาด” กอหญ้้าที่ไม่พอใจคำพูดของผู้ชายที่มีดีแต่หน้าตา

“ปากดีนักนะ ยายเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เธอคงไม่รู้สินะว่าฉันเป็นใคร” คริสต์จ้องมองคนตรงหน้าสบตากับดวงตาผ่านแว่นหนาที่มองกลับเขาอย่างไม่เกรงกลัวเช่นกัน คริสต์ละสายตามองหญิงสาวตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าอีกครั้งและในความคิดเขา ผู้หญิงคนนี้มีรสนิยมการแต่งตัว เอ้าท์สุดๆ (out) ในสายตาเขา

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED