เล่ห์ลวงบ่วงซาตาน
บทที่ 2
หลานสาวกำนัน
“ฉันเปล่านะ ฉันจะไปบอกพ่อแม่เธอว่าปู่ของเธอได้รับบาดเจ็บ ให้พวกท่านไปช่วยเร็วๆ”
“แกอย่ามาโกหก แกจะเข้าไปในบ้านแล้วหยิบโน่นหยิบนี่ออกไปจากบ้านฉันใช่ไหม นังหัวขโมย บ้านเก่าซอมซ่อของแกคงไม่มีอะไรน่ามอง”
“ฉันไม่ได้ขโมยนะ”
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย นังดาวเหนือกำลังจะเข้าไปขโมยของในบ้านค่ะ” ธนิดาตะโกนเรียกคนรับใช้ สาวใช้จึงออกมาไล่ตะเพิดดาวเหนือเหมือนไม่ใช่คน อาจเพราะว่าดาวเหนือไม่เคยมีสิทธิ์จะได้เข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหญ่ นอกจากจะถูกเจ้านายในบ้านเรียกใช้ให้เข้าไปทำงานไม่ต่างจากสาวใช้คนอื่น
“มันจะขโมยของ เอาไม้ตีมันเลย” ธนิดาได้ทีใส่ไฟอย่างเต็มที่ เพราะรู้ดีว่าคนบ้านนี้ไม่มีใครชอบดาวเหนือเลยสักคนเดียว
“ฉันเปล่านะจ๊ะ”
“แบบนี้ต้องตีให้ตาย” สุรีไปหยิบไม้กวาดมาฟาดเข้าให้เต็มแรง
“โอ๊ย! เจ็บนะ ตีฉันทำไม” ดาวเหนือร้องด้วยความเจ็บ ที่โดนสาวใช้ของธนิดาเอาไม้กวาดตีแรงๆ หลายที
“ก็แกจะเข้ามาขโมยของยังไงล่ะ ไป๊! ไสหัวออกไปซะ บ้านแกอยู่หลังโน้น นังโสโครก นังขอทาน นังยาจก”
ธนิดาเห็นแล้วเหยียดยิ้มหัวเราะสะใจที่เห็นดาวเหนือโดนสาวใช้ของตนตีจนแขนขาเขียวช้ำไปหมด ตีให้เลือดไหลได้ยิ่งดี
“ฉันไม่ได้เป็นขอทาน ไม่ได้เป็นยาจก” ดาวเหนือกระโจนเข้าหากัดแขนของสุรีเต็มแรง สุรีสะบัดมือหนีร้องด้วยความเจ็บ
“เกิดอะไรขึ้นฮะ เสียงดังเอะอะโวยวายเข้าไปถึงในบ้าน” พิมพ์จันทร์เดินออกมากับยอดชายผู้เป็นสามี กระชากเสียงเอ่ยถาม
“นังดาวเหนือค่ะคุณแม่ จะเข้าไปขโมยของในบ้าน ดีที่หนูเห็นเข้าเสียก่อน เลยให้พี่สุรีมาไล่ บ้านมันอยู่ข้างหลังโน่น ไม่ใช่ตรงนี้”
“หน็อย! นังสถุนชั้นต่ำ แกคิดจะขโมยของในบ้านอย่างนั้นเหรอ วันนี้กูจะเอาเลือดหัวมึงออก กูเคยบอกมึงแล้วไงว่าถ้าไม่ได้เรียกใช้อะไร ไม่ต้องเดินเฉียดมาแถวนี้ให้เป็นเสนียดบ้านกู”
“จัดการมันเลยค่ะคุณแม่” ธนิดารีบยุส่ง สะใจยิ่งนักที่เห็นว่าดาวเหนือกำลังจะถูกตบสั่งสอนสักทีสองที
“หนูดาของแม่อย่างเป็นเด็กน่ารักเสียจริง รู้จักเป็นหูเป็นตาให้พ่อแม่ ไม่อย่างนั้นนังขอทานนี่คงเข้าไปขโมยของในบ้าน”
“หนูเปล่านะ หนูไม่ได้ขโมยของ ธนิดาโกหก หนูแค่อยากจะมาบอกว่า...”
เพี้ยะ!!! พูดยังไม่ทันจบประโยค ดาวเหนือก็หน้าหันไปตามแรงตบของพิมพ์จันทร์ เลือดไหลซึมออกมาตรงมุมปากแทบจะทันที
“วันนี้กูจะฆ่ามึงซะ นังลูกเมียน้อย นังชั้นต่ำ ทำไมมึงไม่ตายตามยายกับแม่สำส่อนของมึงไปฮะ”
“พอแล้วพิมพ์ เดี๋ยวเด็กก็ตายหรอก” ยอดชายรีบห้ามเอาไว้
“ทำไม คุณจะปกป้องมันอย่างนั้นเหรอ เพราะคุณได้แม่มันเป็นเมียแล้วติดใจใช่ไหม” ถึงแม้ว่าอนงค์นางมารดาของดาวเหนือจะเป็นแค่หญิงชาวบ้านยากจน แต่อีกฝ่ายก็สวยหวานจับจิตจับใจ แถมยังหน้าตาดีกว่าสาวๆ ในหมู่บ้านเสียอีก เขาทำเธอท้อง กลับมาที่บ้านเพื่อจะพูดคุยเรื่องพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอ แต่กลับมาติดสาวบ้านป่าอย่างอนงค์นางอยู่นานนับเดือน ดีที่มารดาของเธอเป็นถึงคุณหญิง พูดคุยเจรจากันแล้ว ทำนันยศจึงรีบจัดการไปสู่ขอตบแต่งเป็นเมีย ไม่ให้ท้องโย้อับอายว่าท้องไม่มีพ่อ
เธอเองก็รู้ว่ายอดชายเพลย์บอยแค่ไหน เขารับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับเธอก็ถือว่าดีมากแล้ว เพราะผู้หญิงคนอื่นเขาฟันแล้วทิ้ง ไม่รับผิดชอบใครสักคน ก็มีแต่นังอนงค์นางนี่แหละ ที่ถึงจะไม่ยกย่องแต่ก็ยังพาเข้ามาอยู่ในบ้าน เพราะติดใจในความสวยของมัน
“คุณนี่เลอะเทอะไปกันใหญ่แล้ว”
“เลอะเทอะอย่างนั้นเหรอ” พิมพ์จันทร์ทุบตีสามี เจ็บใจไม่หายเรื่องนังลูกเมียน้อย ถ้าไม่เพราะเธอท้อง คงอาละวาดมากกว่านี้ แต่เป็นเบี้ยล่างเพราะท้อง ขืนด่าทอไม่พอใจยอดชายมากๆ เข้า เขาอาจจะบ้าหนีงานแต่งไปก็ได้ เธอเลยต้องกัดฟันยอม จำประโยคของเขาวันนั้นได้ดีไม่เคยลืม
“ทำไมพี่ชายทำแบบนี้ ทำไมทำแบบนี้” พิมพ์จันทร์เข้าทุบตีคนรักด้วยความโมโห เมื่อรู้ว่าที่เขาหายกลับบ้านมา ไม่ใช่มาเร่งให้บิดาไปสู่ขอเธอเพื่อจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด แต่มาติดพันธุ์หญิงบ้านป่าหน้าตาสะสวยอย่างอนงค์นางต่างหาก
“ใจเย็นๆ ก่อนพิมพ์ พี่ก็แค่เล่นๆ ไม่ได้จริงจังอะไร” ยอดชายพยายามใจเย็นที่สุด ถ้าไม่เพราะบิดายื่นคำขาดว่าให้แต่งงานกับพิมพ์จันทร์ จะไม่ยกทรัพย์สมบัติอะไรให้เขา จริงๆ เขาก็ก็แค่สนุกๆ กับพิมพ์จันทร์เหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าเธอจะปล่อยให้ตัวเองท้อง
“เล่นๆ แล้วพี่ชายจะเลิกกับมันใช่ไหม”
“เลิกแน่นอน” ประโยคนั้นของยอดชายไม่ใช่เรื่องจริง พอแต่งงานไม่ทันไร ยอดชายยังติดใจอนงค์นางจนไปพาอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในบ้าน แถมยังท้องอีกด้วย
“เขาไม่มีใคร ให้เขาอยู่ด้วยเถอะ” ประโยคของยอดชาย ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวที่สุดทำให้พิมพ์จันทร์ช้ำใจเป็นอันมาก กำนันยศผู้เป็นพ่อสามีบอกว่าคนกำลังรักกำลังหลง ปล่อย ๆ ไปก่อน แล้วค่อยไล่มันไปอยู่กระท่อมเก่าๆ ด้านหลัง
ชาวบ้านวิ่งหน้าตั้งผ่านบ้านของกำนันยศ ไป นั่นทำให้ทุกคนสงสัยเป็นอันมาก
“แย่แล้วครับคุณยอดคุณพิมพ์ กำนันยศได้รับบาดเจ็บตอนเดินไปดูที่ นอนอยู่ตรงชายป่าครับ ตอนนี้มีคนนำส่งโรงพยาบาลแล้วครับ” เกรียงรีบมารายงานเจ้านาย เพราะตัวเองก็วิ่งไปดูเหตุการณ์ตอนที่คนมาแจ้งว่าเจอกำนันยศ นอนบาดเจ็บอยู่ตรงชายป่า
ธนิดากัดปาก หน้าซีดเผือด แสดงว่าดาวเหนือพูดจริง แต่เธอก็ปิดปากเงียบ ไม่ยอมบอกว่าตัวเองใส่ร้ายดาวเหนือ แล้วก็ปล่อยให้ผู้เป็นปู่นอนบาดเจ็บอยู่ตรงชายป่า
“มึงพากูไปโรงพยาบาลเร็วๆ ทำไมพวกมึงไม่ไปกับพ่อกูฮะ” ยอดชายตวาดลั่น บิดาคือตัวเงินตัวทองของเขา ที่กินดีอยู่ดีจนถึงทุกวันนี้เพราะเงินจากมรดกของท่านทั้งนั้น เขาจึงต้องดูแลท่านให้ดี ไม่เช่นนั้นได้ถูกตัดออกจากกองมรดกเป็นแน่
“กำนันไม่ได้เรียกหาพวกผมครับ แล้วก็ไปดูที่ตอนไหนไม่รู้ด้วยครับ” เกรียงรีบรายงานก่อนจะเอารถออกพาเจ้านายทั้งสามไปโรงพยาบาล
ทางด้านกำนันยศ หมอได้จัดการทำแผล ให้ยาระงับปวด ยาฆ่าเชื้อและน้ำเกลืออีกขวดใหญ่ ทำให้อาการดีขึ้น
“คุณพ่อเป็นยังไงบ้างครับ” ยอดชายเอ่ยถามบิดา
“พ่อไม่เป็นอะไรแล้ว แค่เจ็บแผลนิดหน่อย”
“คุณพ่อตกลงไปได้ยังไงครับ”
“พ่อเดินไปดูที่ เห็นว่าเขาจะขาย ก็เดินเล่นๆ เลียบไปทางชายป่า เจองูเห่าเข้า เลยตกใจถอยหลังไปตกลงในหลุมที่มีคนขุดดักสัตว์เอาไว้”
“ผมจะไปจัดการคนที่มันขุดหลุมเอาไว้นะครับ” ยอดชายพูดอย่างโมโห ดีที่บิดาโดนไม้ไผ่เสียบเข้าที่ขาและแขนเท่านั้น ตรงกลางลำตัวไม่โดนเพราะว่าคนทำไม่ได้ทำไม้ไผ่แหลมๆ เอาไว้ทุกจุดในหลุม ทำแค่บางจุดเท่านั้น จึงไม่ได้โดนจุดอันตราย แถมหลุมก็ยังมีน้ำมีโคลน บิดาเลยปีนขึ้นมาไม่ได้เพราะลื่น
“มันคงเอาไว้ดักหมูป่าน่ะ พ่อผิดเองที่พลาดตกลงไป อย่าไปโทษคนอื่นเลย” กำนันยศเอ่ยปรามลูกชาย
“คุณพ่อบอกว่ามีคนช่วยขึ้นมาจากหลุม ใครเหรอครับ” ยอดชายเอ่ยถาม
“ดาวเหนือไง ดาวเหนือช่วยพ่อเอาไว้” ประโยคของบิดาทำให้ทุกคนนิ่งเงียบไป
“ดาวเหนือช่วยพ่อขึ้นจากหลุม โยงเถาวัลย์เส้นใหญ่ลงไป พอขึ้นมาได้ก็บอกว่าจะไปตามคนมาช่วย แล้วก็เงียบหายไปเลย”
“ดาวเหนือเหรอครับช่วยพ่อเอาไว้ ดาวเหนือจะเข้าไปในบ้าน แต่...” ยอดชายนึกย้อนไปถึงก่อนหน้านี้
เล่ห์ลวงบ่วงซาตาน
บทที่ 3
เด็กเลี้ยงแกะ
“แต่อะไรเหรอลูก ดาวเหนือบอกว่าจะไปตามคนมาช่วยพ่อ” กำนันยศเอ่ยถาม
“ไม่ได้ไปตามค่ะคุณพ่อ แต่ไปอาละวาดกัดคนงานจนจมเขี้ยว แถมยังจะเข้าไปขโมยของในบ้านอีกด้วย” พิมพ์จันทร์รีบบอกพ่อสามี ไม่อยากให้นังเด็กนั่นดูดีในสายตาของใคร
“อ้าว... ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ” เหิมครางออกมา ไม่คิดว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นแบบนั้น
เด็กนั่นก็มีน้ำใจช่วยเหลือชีวิตของตนเอาไว้ กำนันยศเลยรู้สึกสงสารปนเวทนา รู้ดีว่าดาวเหนือลำบากแค่ไหน ปากกัดตีนถีบหาเช้ากินค่ำ ทำงานสายตัวแทบขาด แตกต่างจากหลาย ๆ ครอบครัวที่เกิดมาก็ร่ำรวยมีทรัพย์สินเงินทองมากมายให้ลูกหลานกินใช้ไม่ขาดมือ
“เบื่อจริงเชียว ทั้งแม่และยายของมันตายห่าไปแล้ว ยังทิ้งลูกมันเอาไว้เป็นภาระคนอื่นอีก รังเกียจพวกคนจนจริงเชียว เกิดมายังไงถึงได้ไม่มีเงินกันเลย ขนาดทำงานงกๆ ยังรวยสู้เราไม่ได้” พิมพ์จันทร์พูดอย่างดูถูกดูแคลน
“นังดาวเหนือก็ไม่รู้ว่าเป็นลูกของนังอนงค์นางจริงไหม แม่มันมีผู้ชายมาชอบพอเยอะแยะไปหมด พี่ชายมั่นใจจริงๆ เหรอคะว่านังเด็กนั่นเป็นลูกสาวของพี่ชายจริงๆ ” ประโยคนี้ของภรรยาทำให้ยอดชายเงียบกริบ เขาเองก็สงสัยเหมือนกันว่าดาวเหนือจะไม่ใช่ลูกของตน เพราะด้วยว่าอนงค์นางนั้นเป็นคนสวย มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มาติดพันมากมาย เขาก็แอบระแวงว่าเธอจะไปมีสัมพันธ์สวาทกับชายคนอื่น พอท้องขึ้นมาก็คิดจะมาจับเขา เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนเอาจริง แต่ที่ต้องรับเลี้ยงดาวเหนือเอาไว้ เพราะเด็กนั่นไม่มีใคร หลังจากที่แม่กับยายตาย เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าเลี้ยงหมาแมวตัวหนึ่งเอาไว้ในบ้านเท่านั้น กับข้าวกับปลาก็ไม่ได้สิ้นเปลืองอะไร แถมยังช่วยทำงานให้ที่บ้านอีกด้วย
“อย่าทะเลาะกันต่อหน้าลูกเลย” กำนันยศเอ่ยขึ้น
“พ่อยังไม่ออกจากโรงพยาบาล เราสองคนก็ไปงานศพของแม่ทับทิมด้วย เอาเงินไปช่วยด้วย จัดการงานศพให้จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี” ทับทิมคือญาติของดาวเหนือที่เหลืออยู่ในหมู่บ้าน
“ทำไมเราสองคนต้องทำแบบนั้นด้วยคะคุณพ่อ” พิมพ์จันทร์เริ่มไม่พอใจเพราะเกลียดญาติพี่น้องของนังเด็กดาวเหนือนั่นจับใจ
“ดาวเหนือช่วยพ่อเอาไว้ เราเองก็ต้องตอบแทนบุญคุณ ถ้าไม่มีเด็กนั่นพ่อคงตายไปแล้ว เรียกใครก็ไม่ได้ยิน ญาติเขาตายทั้งคนก็ควรจะไปร่วมแสดงความเสียใจ มีน้ำใจตอบแทนเขาบ้าง”
“แต่...” พิมพ์จันทร์ทำท่าจะเถียงพ่อสามีต่อ แต่สามีรีบปรามเอาไว้เสียก่อน
“ได้ครับพ่อ เอาน่าคุณ ดาวเหนือช่วยคุณพ่อเอาไว้ ญาติเขาเสียเราก็ควรที่จะไปร่วมงาน”
ยอดชายไม่อยากให้ภรรยาเถียงบิดามากๆ เพราะนับวันท่านจะยิ่งเอ็นดูพิมพ์จันทร์น้อยลงกว่าแต่ก่อน แล้วทรัพย์สมบัติที่ควรจะเป็นของเขาอาจจะสั่นคลอนได้ คนแก่เห็นลูกหลานทำตัวไม่น่ารัก อาจจะยกทรัพย์สมบัติให้คนนอกหรือบริจาคไปก็ได้ใครจะไปรู้ เพื่อนต่างหมู่บ้านของเขาเพิ่งโดนไปสดๆ ร้อนๆ คิดว่าตนเองเป็นลูกคนเดียว ยังไงพ่อแม่ก็ต้องยกทรัพย์สมบัติให้ ทำตัวไม่ดีกับพ่อแม่ที่ไหนได้ ก่อนตายพวกท่านเขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติให้การกุศลและวัดจนหมด จะไปเรียกร้องโวยวายเอากับใครก็ไม่ได้ เพราะเอกสารได้ลงลายมือชื่อของบิดาเอาไว้อย่างชัดเจน ไม่มีการปลอมแปลงแต่อย่างใด
พิมพ์จันทร์ทำท่าฮึดฮัดขัดใจ ก่อนจะพาลูกน้อยออกมาจากห้องพักฟื้นของพ่อสามี
“คุณแม่ขา...” ธนิดาเอ่ยเรียกมารดา รู้ตัวว่าผิดเลยทำเสียงอ่อยๆ แล้วก็ทำท่าทีประจบประแจง
“หนูจะดูแลคุณปู่ให้ดีเองค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง”
“นังดาวเหนือมันพูดกับลูกว่าไงบ้าง” พิมพ์จันทร์เอ่ยถามบุตรสาว
“คุณแม่อย่าดุหนูนะจ๊ะ มันบอกว่าคุณปู่บาดเจ็บให้เราไปช่วยน่ะค่ะ”
“ไม่ดุหรอกจ้ะ” พิมพ์จันทร์นั่งลงตรงหน้าของบุตรสาว พลางลูบผมนุ่มสลวยไปมาเบาๆ
“ทำไมเหรอคะ”
“เพราะแม่เกลียดมันยังไงล่ะ ไม่ว่ามันจะทำดีแค่ไหน เราก็ไม่ควรสนับสนุนให้มันได้หน้าเด็ดขาด เข้าใจไหมลูก”
“เข้าใจค่ะคุณแม่ แล้วเอ่อ... คุณแม่จะบอกเรื่องนี้กับทุกคนไหมคะ” ธนิดากลัวโดนดุ เลยรีบเขย่าแขนของมารดาไปมา ออดอ้อนประจบประแจงอย่างที่ทำบ่อยๆ
“ไม่บอกหรอกจ้ะ ใครจะยอมให้ลูกสาวคนสวยของแม่โดนดุกันล่ะจ้ะ หนูทำดีมากเลยจ้ะ ถ้าเป็นแม่ก็ไม่บอกหรอก” ใจของเธออยากให้พ่อสามีตายๆ ไปซะได้ก็ดี เพราะทรัพย์สมบัติจะได้ตกเป็นของสามีคนเดียว แล้วเธอก็จะได้ส่วนแบ่งนั้นด้วยครึ่งหนึ่งในฐานะภรรยา ถ้าเธออยู่ที่นี่ไม่ได้อีกต่อไป เธอก็จะพาลูกกลับไปอยู่เมืองกรุงให้สบาย ไปใช้เงินเสพสุขอยู่ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่จมปลักอยู่บ้านป่าเมืองติณห์เช่นนี้หรอก ที่เธอทนอยู่เพราะว่ายอดชายกับกำนันยศผู้เป็นบิดานั้นร่ำรวยเงินทองและที่ดิน แม้จะอยู่บ้านไร่ชายป่าเธอก็มีชีวิตสุขสบาย มีข้าทาสบริวารมากมาย ไม่ได้ลำบากลำบนอะไร อยากได้ของอะไรก็สั่งซื้อหรือให้คนขับรถพาเข้าเมืองก็แค่นั้น
“หนูทำดีเหรอคะคุณแม่” เด็กน้อยเอ่ยถาม
“ใช่จ้ะ” พิมพ์จันทร์ลูบศีรษะของบุตรสาวไปมาเบาๆ ทำให้ธนิดายิ้มออก กลัวจะโดนดุก็เลยไม่กลัวอีกต่อไป แถมยังโล่งใจอีกด้วย
ยอดชายและพิมพ์จันทร์มางานศพของทับทิม ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของดาวเหนืออย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่เพราะบิดาสั่งจึงต้องมา ยอดชายนำเงินมาช่วยงานศพ ทำให้ชาวบ้านชื่นชมเป็นอันมาก ยอดชายกับพิมพ์จันทร์ยิ้มหน้าบานได้หน้าไปเต็มๆ ทั้งที่ในคราแรกไม่ได้เต็มใจที่จะมางานเลยสักนิด
“เบื่อต้องฉีกยิ้มตอแหลให้ชาวบ้านพวกนี้ดูเต็มทน คนจนนี่น่ารังเกียจจริงๆ เลยนะคะพี่ชาย พอเราให้เงินนิดหน่อยก็มาประจบสอพลอเลียแข้งเลียขาจะเอาอีก ทำไมคนรวยอย่างเราต้องเอาเงินไปให้คนจนด้วย มันจนก็ให้มันจนต่อไปสิ ถ้าอยากรวยอยากได้เงินก็ควรให้มันทำงานเอาเอง ถ้าคนรวยต้องเอาเงินไปให้พวกคนจน พวกมันก็ไม่ต้องทำมาหากินอะไรกันแล้วชาตินี้ ขี้เกียจสันหลังยาว มันเกิดมาจนเอง ก็ต้องคอยทำหน้าที่รับใช้คนรวยอย่างพวกเรา” เพราะทางบ้านของพิมพ์จันทร์ร่ำรวย เธอเกิดมาก็คาบช้อนเงินช้อนทองออกมาจากท้องแม่ มารดาสอนให้คบคนในระดับเดียวกัน อย่าไปเกลือกลั้วกับพวกคนจน เธอจึงรังเกียจคนจนเป็นที่สุด
“คุณพ่อสั่งให้เรามา ไม่มาก็ไม่ได้นะพิมพ์” ยอดชายหันไปพูดกับภรรยา ก็เห็นว่าพิมพ์จันทร์กำลังสั่งสอนลูกอยู่
“เราสูงส่ง เรารวยเรามีเงิน อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับพวกคนจนๆ ต่ำ ๆ สถุลพวกนั้นนะลูก หนูจะต้องหัดคบคนที่รวยกว่าหรือฐานะเท่าเทียมกัน จะได้มีสังคมที่ดี”
“ค่ะคุณแม่” ธนิดารับคำมารดา
“ไหนลองบอกแม่สิว่าหนูต้องเลือกคบคนยังไง”
“เลือกคนกับคนที่ฐานะเท่าเทียมกันกับเรา รวยเหมือนกัน หรือรวยกว่าเราค่ะคุณแม่” ธนิดาตอบอย่างฉะฉาน
“ดีมากลูก ลูกรักของแม่น่ารักจริงเชียว ทำไมหนูฉลาดแบบนี้ ไม่เสียแรงที่เกิดมาเป็นลูกสาวแม่” พิมพ์จันทร์กุมแก้มของลูกน้อยเอาไว้ ยิ้มหน้าบานที่ลูกสาวว่านอนสอนง่าย
“โตขึ้น ลูกสาวคนสวยของแม่ก็ต้องเลือกสามีดีๆ มีเงินมีทอง หนูจะได้เป็นคุณหญิงคุณนาย นั่งสบายชี้นิ้วสั่ง ไม่ต้องทำงานให้ลำบากตรากตรำอะไรนะลูกนะ อย่าไปเอาผัวจนเด็ดขาด ต้องทำงานงกๆ หน้าดำคร่ำเครียด กัดก้อนเกลือกิน ลำบากยากเข็น ชีวิตเหนื่อยหนัก ต้องเลือกดีๆ เพราะเลือกผัวผิดคิดจนตัวตาย” ท้ายประโยคเป็นเสียงสะบัดๆ คล้ายจะประชดประชันคนเป็นสามี
“พอเถอะคุณ ลูกยังเด็ก จะสั่งสอนให้มีผัวแล้วหรือไง” ยอดชายเอ่ยเตือนภรรยา ไม่ชอบประโยคประชดประชันนั้นสักนิด