ตอน 2

แป้งร่ำรู้สึกตัวขึ้นอีกทีก็ตอนเย็นแล้ว เพราะด้านนอกมีเสียงผู้คนมากมาย เธอจึงลุกขึ้นนั่งเพื่อทบทวนสติ และความทรงจำบางอย่างที่เพิ่งได้รับมาอย่างตกใจ ตอนนี้เธอไม่ใช่แป้งร่ำหญิงวัยกลางคนเหมือนเดิมแล้ว เธอคือเฉินเฟิ่นอี้สาวน้อยที่อยู่ในครอบครัวเฉินยุค 70

โชคดีที่บ้านเฉินมีแต่คนขยันจึงสามารถส่งหลานๆ เข้าเรียนในตำบลได้ ร่างของสาวน้อยที่เธออยู่ในตอนนี้มีอาการอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่แต่ก่อนมีร่างกายที่แข็งแรงมาก แต่ก็ไม่ค่อยแปลกใจเพราะช่วงหลังๆ มานี้ เฉินเฟิ่นอี้เหมือนจะจับได้ว่าคนรักของหล่อนเปลี่ยนไป จึงไม่ค่อยรับประทานอาหาร

ซึ่งสาวน้อยคนนี้ก็น่าสงสารมากเพราะถูกคนรักและเพื่อนสนิทที่เป็นญาติผู้พี่หักหลัง ยังดีที่บ้านเฉินรักหลานอย่างเท่าเทียมกัน ไม่อย่างนั้นหล่อนคงถูกตีตาย

‘ชีวิตของฉันไม่มีอะไรให้ห่วง ต่อจากนี้ฉันขอให้เธอไปสู่สุคตินะเฉินเฟิ่นอี้ ฉันสัญญาว่าจะดูแลครอบครัวของเธอให้ดี’ แป้งร่ำในร่างของเฉินเฟิ่นอี้คิดในใจ ต่อจากนี้เธอคือเฉินเฟิ่นอี้ ไม่ใช่แป้งร่ำอีกแล้ว

ถ้าถามว่าทำไมเธอถึงทำใจได้เร็วขนาดนี้ คงเป็นเพราะชีวิตของแป้งร่ำมีแต่การทำงาน แม้แต่การรับประทานอาหารตอนเช้าก็ยังไม่ทันได้แตะ พอได้ลาออกมาพักผ่อนมันก็รู้สึกดี แต่อย่าลืมว่าเธอทำงานมาทั้งชีวิตแล้ว พอรู้ตัวว่าตายจากโลกเดิมและมายังอดีตของคนๆ หนึ่งที่หมดอายุขัยไปแล้ว ก็รู้สึกสงสารและการที่เธอมาที่นี่คงไม่ใช่ความบังเอิญ

เฉินเฟิ่นอี้ตั้งสติก่อนลุกขึ้นเพื่อเดินออกมาดูด้านนอก จากความทรงจำของร่างเดิม ตอนนี้คงเป็นตอนเย็นเพราะหลังเลิกงานทุกคนจะเข้าบ้านมาพูดคุยกันก่อนแยกย้ายไปทำงานบ้าน จริงๆ ก็นั่งพักนั่นแหละ ซึ่งห้องนี้เล็กมาก เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงหน้าประตูแล้ว

“เฟิ่นอี้!” สะใภ้สี่ที่เห็นประตูห้องนอนของลูกสาวคนโตเปิดก็รีบลุกมาดูอาการของลูกสาวทันที วันนี้เป็นวันที่ห้าที่หล่อนหมดสติไป หากหล่อนไม่ฟื้นสะใภ้สี่คงจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต

เพราะเห็นว่าหลานสาวจากบ้านเดิมไม่มีเพื่อน สะใภ้สี่จึงเป็นคนบอกให้หล่อนเข้าหาญาติผู้น้องอย่างเฉินเฟิ่นอี้ แต่ใครจะรู้ว่าหล่อนเป็นงูพิษ แย่งแม้กระทั่งคู่หมั้นของน้องสาวตนเองได้

“คะ…คุณแม่” เฉินเฟิ่นอี้มีสีหน้าตกใจก่อนจะมีน้ำตาไหลออกจากดวงตางดงาม แม่ของเฉินเฟิ่นอี้มีใบหน้าที่เหมือนกับแม่ของเธอที่เสียชีวิตไปแล้วไม่มีผิด

“เฟิ่นอี้ของแม่”

ท่ามกลางความเงียบทุกคนหันมามองสองแม่ลูก ผู้หญิงในบ้านที่เฝ้าหลานสาวต่างพากันถอนหายใจอย่างโล่งอก เฉินเฟิ่นอี้ฟื้นแล้ว พรุ่งนี้ทุกคนจะได้ไปทำงานสักที

“ดีๆ หลานสาวสามฟื้นแล้ว” เฉินอี้หรือก็คือลุงใหญ่ของบ้านเฉินเอ่ย

“ต่อไปนี้สะใภ้สี่ก็ห่างๆ กับบ้านเดิมด้วยก็แล้วกัน ตาเฒ่าอี้กับยายแก่อี้เข้าข้างหลานสาวของพวกเขา เหยียบย่ำหลานสาวอีกคน คนแบบนี้ไม่สมควรเป็นตาเป็นยายใคร!”

ปู่เฉินโพล่งขึ้นมาอย่างโมโห ไม่ได้โมโหลูกสะใภ้แต่โมโหบ้านอี้ต่างหาก จริงอยู่ที่หลานสายในกับหลานสายนอกมันต่างกัน แต่อย่าลืมสิว่าทั้งสองคนก็เป็นหลานเหมือนกัน เพราะความอยากได้โดยไม่สนถูกผิดสนับสนุนหลานสาวแย่งคู่หมั้นคนอื่น

“ค่ะ ฉันรู้แล้ว” สะใภ้สี่ตอบพ่อสามีพร้อมพยุงตัวลูกสาวนั่งลงบนพื้นที่มีโต๊ะรับประทานอาหารอยู่ด้านหน้า

“พี่สาวฟื้นแล้ว! ฉันอยากให้พี่สอนวิชานี้ให้มากๆ เลยค่ะ!” เฉินเหม่ยเย่น้องสาวสี่หรือก็คือหลานสาวคนเล็กของบ้าน ที่มีพ่อแม่คนเดียวกันกับเฉินเฟิ่นอี้รีบบอก

เฉินเฟิ่นอี้เป็นเด็กผู้หญิงที่เรียนเก่งมาก เรียกได้ว่าเธออยู่ในอันดับต้นๆ ของชั้นปีเลยก็ว่าได้ แต่น่าเสียดายที่ล้มป่วยกลางคันซะก่อน ไม่อย่างนั้นคงขึ้นชั้นมัธยมปลายแล้ว ตอนแรกเฉินเฟิ่นอี้ไม่ยอมลาออกจากโรงเรียนเพราะเธอเรียนมาได้ครึ่งหนึ่งแล้ว แต่เพราะยิ่งเรียนอาการยิ่งหนักและเป็นช่วงที่ลุงสามของบ้านกลับมาพอดี เขาจึงยื่นคำขาดว่า หากอยากเรียนเขาจะพาไปที่กองทัพด้วย เฉินเฟิ่นอี้ที่ได้ยินว่ากองทัพก็รีบตกลงลาออกทันที

“เหม่ยเย่จ๊ะ หลานต้องรอพี่สาวสามหายดีก่อนนะ” สะใภ้รองกล่าวยิ้มๆ อย่างเอ็นดูหลานสาว

รุ่นปัจจุบันของบ้านเฉินมีทั้งหมด 9 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 5 คนผู้หญิง 4 คน ซึ่งตอนนี้เฉินจงพี่ชายใหญ่ของบ้านตามผู้เป็นอาไปทำงานในกองทัพทหาร พี่สาวใหญ่เฉินเจียอี๋แต่งงานไปเมื่อสองปีก่อนกับคนในตำบล ตอนนี้มีลูกสาวชื่อเหรินอี้อายุหนึ่งปีแล้ว พี่สาวรองเฉินเยี่ยนฉิงเพิ่งแต่งงานไปปีก่อนกับคนในหมู่บ้านข้างๆ ปัจจุบันยังไม่มีลูก

ส่วนคนที่เหลือในบ้านก็ยังเรียนอยู่ยกเว้นเฉินเฟิ่นอี้พี่สาวสามที่ลาออกจากโรงเรียนไปแล้ว เฉินไห่หลิวน้องชายรองและเฉินตงน้องชายสามตอนนี้กำลังเรียนในระดับมัธยมต้น เฉินเหม่ยเย่น้องสาวสี่และเฉินจางน้องชายสี่ตอนนี้เรียนระดับประถม ส่วนน้องชายคนเล็กของบ้านอย่างเฉินชิงชิงน้องชายห้าเพิ่งสองขวบปี จึงอยู่ในความดูแลของสะใภ้สี่ผู้เป็นแม่ และย่าเฉินที่หลงหลานชายคนเล็ก

“ไม่เป็นไรค่ะป้าสะใภ้รอง ฉันหายดีแล้ว” เฉินเฟิ่นอี้ส่ายหน้าทั้งๆ ที่ใบหน้าของเธอยังซีดเซียวอยู่

“หายดีอะไรกัน! ไปๆ สะใภ้ใหญ่พาเหล่าน้องสะใภ้ไปทำอาหาร” ย่าเฉินว่าหลานสาว ก่อนจะบอกลูกสะใภ้ให้ไปทำอาหารมื้อเย็นของวันนี้ได้แล้ว

“ค่ะ”

เฉินเฟิ่นอี้ได้โอกาสเหลือบมองทุกคนอย่างละเอียด ทุกคนไม่ได้ผอมเหมือนชาวบ้านคนอื่นแต่ก็ไม่ได้อวบอ้วน ง่ายๆ ก็คือได้รับสารอาหารครบถ้วน และเหมือนว่าในแต่ละวันทุกคนจะได้รับประทานไข่ไก่ต้มคนละครึ่งลูก

ประตูในบ้านเยอะมาก บางประตูติดกันก็มี ในความทรงจำก็คือทุกคนมีห้องแยกเป็นของตนเอง แต่มันเป็นเพียงห้องเล็กๆ ที่พอนอนได้เท่านั้น สมาชิกทั้งหมดมีถึงสิบแปดคน แน่นอนว่าบ้านหลังแค่นี้มันไม่พอ ด้านนอกยังมีการต่อเติมยื่นออกไปจากตัวบ้านอีก

“เหม่ยเย่จ๊ะ พาพี่ชายน้องชายหลานไปเก็บผักหลังบ้านให้ที” สะใภ้รองที่ตามพี่สะใภ้ออกไปไม่นานกลับเข้ามาบอกหลานสาว

“ได้ค่ะ”

เฉินเหม่ยเย่พยักหน้า รีบเก็บการบ้านที่กำลังทำใส่กระเป๋า เมื่อถึงเวลาทำงานบ้าน ต่อให้เป็นการบ้านที่สำคัญหล่อนก็ต้องทำงานบ้านก่อน พอลุกขึ้นหล่อนก็ชะงักเล็กน้อยเพราะถูกกระตุกแขนเสื้อ

“คะ?” เฉินเหม่ยเย่เอียงศีรษะมองพี่สาวอย่างไม่เข้าใจ

“พี่ไปด้วย”

“ได้ค่ะ”

เฉินเฟิ่นอี้มองบรรดาน้องชายน้องสาวที่ช่วยกันเก็บผักในสวนผักหลังบ้าน เธอได้รับอนุญาตให้ตามมาด้วยแต่ไม่ให้ช่วยน้องๆ เก็บเพราะเพิ่งฟื้น มือเล็กยกขึ้นไพล่หลังมองบ้านเฉินที่หลังไม่เล็ก คงเป็นเพราะมีการต่อเติมตลอด จากบ้านหลังเล็กจึงดูใหญ่เมื่อเทียบกับบ้านใกล้ๆ

บ้านเฉินมีเนื้อที่ทั้งหมดสามหมู่ แบ่งเป็นตัวบ้านสองหมู่ และการทำสวนผักรวมถึงเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด และเลี้ยงหมู่อีกหนึ่งหมู่ ซึ่งมากกว่าหลายบ้านด้วยซ้ำ ส่วนมากจะมีแค่หนึ่งถึงสองหมู่ เท่านั้น ที่สำคัญยังเป็นบ้านดินผสมฟางอีก

ปี 1970 ยังมีการจำกัดจำนวนการเลี้ยงไก่คนสองคน สามารถเลี้ยงไก่ได้หนึ่งตัว ที่บ้านมีทั้งหมดสิบแปดคน จึงเลี้ยงไก่ได้ทั้งหมดเก้าตัว และพวกมันก็ออกไข่ทุกวัน บ้านหลังอื่นจะนำไข่ไปขายแต่ไม่ใช่บ้านเฉินที่เก็บไว้ให้ทุกคนในบ้านรับประทาน

ติ้ง!

[ระบบเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว ผู้เชื่อมต่อโปรดกดตกลง]

เฉินเฟิ่นอี้รีบมองไปยังสวนผักที่น้องๆ กำลังเก็บอยู่ ทุกคนไม่ได้หันมามองทางนี้ และด้านหน้าของเธอก็ปรากฏแผ่นใสๆ บางอย่างที่มีตัวหนังสือ มุมซ้ายล่างมีคำว่ายกเลิก ส่วนมุมขวาล่างมีคำว่าตกลง

“นี่คืออะไร” เฉินเฟิ่นอี้พึมพำและไม่มีท่าทีว่าจะกดเลย ไม่มีคำอธิบายใดๆ เธอจะกดทำไม

‘นายหญิงรีบๆ กดตกลงนะ! ข้าต้องทำงานต่อ’

อยู่ๆ ก็มีเสียงที่ดังขึ้นมาภายในหัว เฉินเฟิ่นอี้ตกใจจนเดินถอยหลัง แต่ยิ่งเดินเจ้ากระดานใสก็ลอยตามมา เหมือนกับว่ามันติดตัวเธออยู่ จนกระทั่งมาหยุดในที่ไม่มีคน เฉินเฟิ่นอี้จึงตัดสินใจถามเสียงในหัว

“ตกลงจะไม่บอกใช่ไหมว่าคืออะไร” เฉินเฟิ่นอี้กระตุกยิ้ม นี่คงเป็นสุดยอดการโกงเหมือนกับนิยายที่เธออ่านล่าสุดสินะ เธอโชคดีจริงๆ อย่างน้อยก็คงไม่ลำบาก

‘ข้าคือระบบสุดแกร่งที่มาเพื่อช่วยนายหญิงยังไงล่ะ’

น้ำเสียงยียวนทำให้เฉินเฟิ่นอี้ขมวดคิ้ว นี่คือระบบของเธออย่างนั้นเหรอ! ไม่เอาแล้วได้ไหม ท่าทางจะไม่ถูกชะตากับเธอเลย แต่เหมือนมันจะรู้ทันจึงบอกวิธีใช้ตัวมันเอง

‘ก็ได้ๆ ข้าเป็นระบบที่มีภารกิจให้นายหญิงทำ หากทำภารกิจสำเร็จก็จะได้รับรางวัลตอบแทน แน่นอนว่านายหญิงไม่มีทางรู้ว่ารางวัลคืออะไร ในหนึ่งวันจะได้รับหนึ่งภารกิจ ครบหนึ่งร้อยภารกิจนายหญิงจะได้วันละสองภารกิจ อีกอย่างคือภารกิจแต่ละอย่างก็มีแต้มสะสมแล้วแต่ความยากง่าย มันสามารถนำมาเแลกกับของในระบบได้หลายอย่าง ซึ่งระบบแลกแต้มของนายหญิงที่สามารถเปิดได้ก็ต่อเมื่อมีคะแนนถึงหนึ่งพันแต้ม’

เฉินเฟิ่นอี้ประมวลคำอธิบายอยู่ครู่หนึ่ง จึงสามารถเข้าใจได้ หมายความว่าหากเธอทำภารกิจทุกวันจนครบหนึ่งร้อยภารกิจ เธอจะสามารถเพิ่มภารกิจในแต่ละวันได้ และยังสามารถแลกแต้มสะสมได้อีก นี่มันโชคหล่นทับชัดๆ

“แล้วแต่ละภารกิจจะได้กี่แต้ม”

‘ภารกิจระดับต่ำ หนึ่งถึงสิบแต้ม’

“หะ หาาา”

เธอต้องทำภารกิจอีกกี่ชาติกันถึงจะเปิดระบบแลกของได้! สิบแต้มคูณหนึ่งร้อยวันก็ได้หนึ่งพันแต้มพอดี แต่อย่าลืมสิว่าภารกิจไม่ได้สิบแต้มตลอด

‘รีบๆ กดปุ่มเร็ว ใกล้หมดเวลาแล้ว”

เร็วเท่าความคิด มือขวาส่งไปกดปุ่มตกลงทันที แผ่นกระดานใสที่ลอยอยู่ตรงหน้ากระพริบหลายครั้งจนมีข้อความบางอย่างขึ้นมา ซึ่งมันเป็นภารกิจแรกที่ทำให้เธอต้องท้อ

[ภารกิจที่ 1 : ช่วยน้องชายน้องสาวเก็บผักเพื่อรับ 1 แต้ม]

ภารกิจแรกก็หนึ่งแต้มเลยเหรอ! นี่คือระบบที่มาช่วยเธอหรือมาแกล้งเธอกันแน่ ทุกคนยังไม่ยอมให้เธอทำงาน แต่ระบบสั่งให้เธอไปช่วยเก็บผักที่เด็กๆ เก็บกันใกล้เสร็จแล้ว แต่ยังไงก็เก็บไม่นานหรอกหรอกมั้ง

เฉินเฟิ่นอี้ชั่งใจก่อนจะเดินไปหาเด็กๆ ในสวนผัก เอาล่ะ ถึงภารกิจจะสะสมเพียงหนึ่งแต้ม แต่มันยังมีรางวัลพิเศษให้อยู่ ซึ่งเธอหวังว่ามันจะเป็นของดี

ตอน 3

ซะเมื่อไหร่ล่ะ!

เฉินเฟิ่นอี้มองไข่ไก่ในมือของเธอหนึ่งฟองอย่างอึ้งๆ นี่คือรางวัลภารกิจแรกที่เธอไปช่วยน้องสาวเก็บผัก อุตส่าห์ลงทุนช่วยขุดหัวมันแต่เธอได้ไข่ไก่ตอบแทนนี่นะ ระบบเส็งเคร็งนี่เอาเปรียบเธอมาก!

[ภารกิจและการรับรางวัลพิเศษเสร็จสิ้นแล้ว กดตกลง]

เสียงในหัวยังดังต่อเนื่องเมื่อเฉินเฟิ่นอี้ยังมองไข่ไก่ในมือนิ่งๆ หากหญิงสาวไม่กดตกลงภารกิจก็จะถือว่ายังไม่เสร็จสิ้น เฉินเฟิ่นอี้ถอนหายใจก่อนจะวางไข่ไก่ลงในตะกร้าไข่ที่เธอไปเก็บมา รวมกันแล้วอย่างน้อยก็มีสิบสองฟองแหละ

ร่างบอบบางหิ้วตะกร้าไข่ไก่เข้าไปในห้องครัวที่มีบรรดาป้าสะใภ้และแม่ของเธอกำลังทำอาหารอยู่ เฉินเฟิ่นอี้หยุดอยู่หน้าเตาทำอาหาร ที่มีสะใภ้รองกำลังย่างแผ่นแป้งอยู่

“ป้าสะใภ้รองฉันช่วยค่ะ”

ไม่ว่าเปล่าเฉินเฟิ่นอี้รีบนำตะกร้าไข่ไก่ไปวางบนโต๊ะ ก่อนที่จะมาช่วยผู้เป็นป้าสะใภ้ย่างแผ่นแป้ง มันเป็นอาหารมื้อเช้าของคนที่จะไปลงแปลงนาพรุ่งนี้ เพื่อย่นเวลาทำอาหารจึงต้องทำตอนนี้ พรุ่งนี้เช้าก็แค่อุ่น

“อั๊ยย่ะ เฟิ่นอี้ไม่ต้องๆ หลานเพิ่งฟื้นก็ควรที่จะพักผ่อนให้มาก แค่นี้ป้าทำเองคนเดียวได้” เพราะพี่สะใภ้ น้องสะใภ้ต่างแบ่งงานกันอย่างยุติธรรม นี่คืองานของหล่อน หล่อนจึงกลัวว่าจะถูกแม่สามีต่อว่าที่ให้หลานสาวมาช่วย

ปกติเฉินเฟิ่นอี้จะช่วยป้าสะใภ้หรือแม่ของเธอทำอาหารมื้อกลางวัน แต่พอมีอาการป่วยเข้ามาแทรก งานในครัวก็แทบจะไม่ได้แตะ หน้าที่นี้จึงตกไปเป็นของน้องสาวสี่ของเธอแทน เพียงแต่วันนี้หล่อนมีการบ้านที่ต้องทำ จึงไม่ได้เข้ามาช่วย

“ป้าสะใภ้รองถ้าไม่ให้ฉันช่วย ฉันคงไม่หายป่วยง่ายแน่ๆ ค่ะ” เฉินเฟิ่นอี้กล่าวยิ้มๆ

พอล้มป่วย ทุกคนก็ไม่ให้เธอช่วยทำงานในแปลงนา งานในบ้านก็แทบจะไม่ได้แตะเพราะอาการป่วยและถูกห้าม เมื่อไม่ได้ออกแรงอาการป่วยของเธอจึงทรุดตัวลงเพราะไม่แข็งแรง เนื่องจากบ้านของเฉินเฟิ่นอี้อยู่ในชนบทและไม่มีรถ ทำให้การเดินทางไปโรงพยาบาลในอำเภอเป็นเรื่องที่ยากมาก

ลุงสามเคยปรึกษาเรื่องนี้กับคนที่บ้านว่าจะพาเฉินเฟิ่นอี้ไปรักษาในเมือง เพราะการรักษาในเมืองพัฒนามากกว่าในแถบชนบทแบบนี้ อีกอย่างเขาก็มีสวัสดิการทหาร ลุงสามไม่มีภรรยาและลูกจึงเอ็นดูหลานสาวในบ้านเป็นที่สุด

“เฟิ่นอี้ทุกคนเป็นห่วงลูกมากนะ” สะใภ้สี่ที่เห็นว่าลูกสาวคนโตของหล่อนขัดพี่สะใภ้ก็รีบเอ่ยท้วงทันที

“แม่คะ แม่ไม่ต้องห่วงฉันค่ะ ฉันอาการดีขึ้นมาก” เฉินเฟิ่นอี้พูดจริงๆ อาการปวดตามร่างกายตอนนี้เริ่มหายไปแล้ว แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามใคร

“เอาน่าสะใภ้สี่ เฟิ่นอี้อยากช่วยเราก็ปล่อยให้หลานช่วย” สะใภ้ใหญ่ส่ายหน้าพร้อมกับหั่นผักที่หลานสาวเก็บมาให้

“เฮ้อ พวกพี่ก็เข้าข้างหล่อน”

เด็กสาวบ้านเฉินช่างโชคดีจริงๆ ที่ได้เกิดมาในบ้านหลังนี้ หากเป็นบ้านหลังอื่น ต่อให้ป่วยหรือใกล้ตายก็ต้องทำงานให้เสร็จ เปรียบเทียบได้กับบ้านข้างๆ ที่ตอนนี้มีเสียงด่าทอออกมาให้ได้ยิน และไม่ใช่แค่หลังเดียว ยังมีหลังอื่นอีก ซึ่งที่นี่มันเป็นเรื่องปกติมากยกเว้นบ้านเฉิน

“น่าสงสารหลานสาวบ้านหลี่จริงๆ” สะใภ้ใหญ่พึมพำ

บ้านหลี่ที่ว่าก็เป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันนี่เอง บ้านหลี่มีสมาชิกพอๆ กันกับบ้านเฉิน แต่ทุกคนทำงานแค่ในแปลงนาและมีเพียงหลานชายที่ถูกส่งเข้าเรียน จะว่าหลานชายก็ไม่ถูก เป็นหลานชายจากลูกชายคนโตของบ้านที่บ้านหลี่ส่งเรียน

ทุกคนส่ายหน้าเพราะนี่คือเรื่องปกติของหลายๆ บ้าน แม้แต่บ้านเดิมของเหล่าสะใภ้ก็เป็นเช่นนี้ พอแต่งเข้าบ้านเฉินที่ยอมกัดฟันส่งลูกชายคนที่สามเข้าเรียนและได้เป็นถึงทหาร ความคิดของสะใภ้ก็เปลี่ยนไปมากจากคำสอนของแม่สามี แรกๆ พวกหล่อนไม่ถูกกันเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะมีพ่อสามี แม่สามีที่ดี เหล่าสามีที่เป็นพี่น้องกันก็รักใคร่กลมเกลียว พวกหล่อนก็สามัคคีกันขึ้นมา

“เราก็ช่วยหล่อนไม่ได้หรอก”

เฉินเฟิ่นอี้นั่งย่างแผ่นแป้งพร้อมเก็บข้อมูลไปด้วย เธอมีความทรงจำจากเจ้าของร่างเดิมก็จริง แต่เหมือนหล่อนจะไม่คบค้าสมาคมกับใคร จึงทำให้ไม่ค่อยได้รู้จักคนอื่นๆ มากนัก

[ภารกิจพิเศษ : สอนน้องสาวทำการบ้านเพื่อรับเจ็ดแต้ม]

อยู่ๆ เสียงระบบเส็งเคร็งที่เธออาสาตั้งชื่อให้ใหม่ก็ดังขึ้นในหัวพร้อมแผ่นกระดานใสที่ลอยอยู่ตรงหน้า เธอสะดุ้งจนป้าสะใภ้รองทักขึ้นมา เฉินเฟิ่นอี้ส่ายหน้าเพราะอีกฝ่ายคงไม่เห็นแผ่นกระดานใสด้วย

เฉินเฟิ่นอี้รีบย่างแผ่นแป้งที่เหลือเพื่อไปให้ทันน้องสาวที่ทำการบ้านอยู่ ภารกิจพิเศษหรือ ทำไมระบบไม่ได้บอกเธอก่อน ขอให้มีเวลาทำใจก่อนก็ไม่ได้หรือยังไง อีกอย่างแผ่นแป้งต้องย่างถึงยี่สิบแผ่น เฉินเฟิ่นอี้จึงไม่กล้าขอตัวหยุดทำ ก็เมื่อกี้เธอเป็นคนอาสาทำเอง หากขอตัวออกไปคงโดนแม่เธอดุแน่

แผ่นแป้งถูกพลิกไปมาอย่างคล่องแคล่ว ยังดีที่เธอมีสกิลการทำอาหารติดตัว และเฉินเฟิ่นอี้ทำอาหารเป็นอยู่แล้ว แผ่นแป้งยี่สิบแผ่นจึงใช้เวลาไม่นาน

เฉินเฟิ่นอี้รีบล้างมือให้สะอาด แล้วจึงเดินเข้าไปในบ้าน ยังดีที่เฉินเหม่ยเย่ยังทำการบ้านไม่เสร็จ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะไม่ได้เจ็ดแต้มแน่ ซึ่งต่อให้เป็นคะแนนเดียวเธอก็จะทำอยู่ดี

“พี่มาสอนฉันใช่ไหมคะ!” เฉินเหม่ยเย่เอ่ยอย่างตื่นเต้น หล่อนทำการบ้านวิชานี้ไม่เป็นจริงๆ จะถามพี่ชายก็ยังไม่ได้ เพราะทุกคนกำลังทำการบ้านตนเองให้เสร็จก่อนรับประทานอาหาร

“อืม”

เฉินเฟิ่นอี้นั่งลงตรงข้ามน้องสาวที่ดวงตาเป็นประกาย เธอรับสมุดวิชาคณิตศาสตร์มาพลิกดู ในความทรงจำของเธอเฉินเหม่ยเย่ไม่ชอบวิชานี้เอามากๆ จึงไม่แปลกใจที่จะเรียนไม่เข้าใจ ซึ่งจะโทษหล่อนฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เพราะจากการอ่านคร่าวๆ มันเป็นวิชาที่เลยวัยของหล่อน!

“ตัวนี้คือตัวอะไร เธอต้องรู้จักตัวนี้ก่อน ค่อยนำมาบวกกับตัวนี้และลบตัวนี้” เฉินเฟิ่นอี้ที่ทำความเข้าใจคร่าวๆ ชี้ให้น้องสาวดู ชีวิตก่อนเธอเป็นพนักงานบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องตัวเลขมากมายก่อนขึ้นเป็นเลขา ไหนจะเป็นวิชาที่ถนัดของเฉินเฟิ่นอี้อีก จึงไม่แปลกที่เธอจะเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว

“อ้อ ฉันนึกว่าต้องลบตัวนี้ก่อนค่ะ” เฉินเหม่ยเย่ยกมือขึ้นเกาหัว แอบมองน้องชายสี่หรือก็คือเฉินจางที่แอบทำตาม

“ลบได้เหมือนกันแต่มันค่อนข้างจะยุ่งยาก”

ต่อให้เธอสามารถบอกอีกฝ่ายได้ว่าต้องทำยังไงแต่เฉินเฟิ่นอี้ก็ไม่ได้เฉลยให้หล่อนทราบ หากหล่อนทำผิดก็แค่สอนใหม่ แต่ถ้าเฉลยไปแล้วครั้งหน้าหล่อนก็จะทำไม่ได้อีก จริงๆ การบ้านแบบนี้จะมีไม่บ่อยนักเพราะทางโรงเรียนรู้สถานการณ์ทางบ้านของเด็กที่เลิกเรียนแล้วก็ต้องมาทำงานเก็บแต้ม

แต่ส่วนมากการบ้านที่ได้รับจะเป็นเด็กที่ไม่เข้าใจในวิชานี้หรือไม่ก็มีคะแนนเก็บที่น้อยและสอบไม่ผ่านบ้าง ซึ่งหากคะแนนยังน้อยอยู่ซ้ำๆ ทางโรงเรียนก็จะโดนต่อว่า

“เสร็จแล้ว!” เฉินเหม่ยเย่วางดินสอพร้อมทั้งถอนหายใจ หล่อนได้รับการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ทุกวัน เพราะคุณครูบอกว่าคะแนนวิชานี้ของเธอน้อย จึงต้องเพิ่มคะแนนด้วยการส่งงานให้ครบ

“อาหารเสร็จพอดี”

เป็นเวลาเดียวกับผู้หญิงในบ้านยกอาหารเข้ามาในห้องโถง เด็กๆ ที่ทำการบ้านรีบเก็บอุปกรณ์ทันที หากทำไม่เสร็จก็ค่อยทำหลังรับประทานอาหาร หรือหากมันมืดแล้วก็รอทำพรุ่งนี้เช้า แต่ตอนนี้ทุกคนทำการบ้านเสร็จพอดี หลังรับประทานอาหารเสร็จจะได้อาบน้ำและเข้านอน

เช้าวันใหม่เฉินเฟิ่นอี้กำลังเก็บผักในสวนหลังบ้าน ผู้ใหญ่ออกไปทำงานเก็บแต้มกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ส่วนเด็กๆ ก็ไปเรียนตั้งแต่เช้า ในบ้านจึงเหลือเพียงเฉินเฟิ่นอี้ ย่าเฉิน และเฉินชิงชิงน้องชายตัวน้อยของเธอ

ภารกิจในวันนี้คือการทำอาหารมื้อกลางวันไปส่งที่แปลงนา ซึ่งที่บ้านจะรับประทานแผ่นแป้งเป็นอาหารเช้าเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ส่วนอาหารมื้อกลางวันเหล่าสะใภ้จะกลับมาทำอาหารเพื่อนำไปรับประทานที่แปลงนาและสลับกัน อย่างเมื่อวานเป็นสะใภ้ใหญ่ วันก่อนหน้าคือสะใภ้สี่ วันนี้จึงเป็นสะใภ้รอง

เฉินเฟิ่นอี้ทำการขออนุญาตย่าเฉินแล้วเรื่องการทำอาหารไปส่งที่แปลงนา จริงๆ ต่อไปนี้เธออาจได้ทำอาหารไปส่งตลอดเพราะไม่อยากให้ทุกคนเหนื่อยมากขึ้น อีกอย่างที่ต้องขออนุญาตเพราะวันนี้เธอไม่ได้บอกใครว่าจะทำอาหารไปส่งเอง

ย่าเฉินไม่ได้ลงแปลงนาแล้วเนื่องจากอายุที่มากขึ้น ทั้งยังต้องการเลี้ยงหลานชายคนเล็กเอง คนในบ้านต่างเห็นด้วยและบอกให้ปู่เฉินหยุดทำงานในแปลงนาเหมือนกัน แต่ปู่เฉินไม่ยอมเพราะค่าใช้จ่ายต่างๆ ในบ้านมันมีมาก ทุกคนจึงให้ปู่เฉินรับแต้มที่น้อยลงแทน อย่างน้อยก็คงไม่ได้เหนื่อยมาก

“เฟิ่นอี้หลานจะทำอะไรน่ะ”

มือที่กำลังตอกไข่ใส่ถ้วยชะงัก เฉินเฟิ่นอี้มองคนที่เข้ามาใหม่เป็นย่าเฉินและเฉินชิงชิง เธอจะทำไข่เจียวน้ำ ก่อนจะตอบผู้เป็นย่าด้วยรอยยิ้ม

“ฉันจะทำไข่เจียวน้ำค่ะ ได้ซดน้ำซุปร้อนๆ คงดีไม่น้อย” เพราะเมื่อเช้าทุกคนได้รับประทานเพียงแผ่นแป้งที่ฝืดคอ และดูเหมือนว่าทุกคนจะชินกันยกเว้นเธอ!

“ไข่เจียวน้ำ? ไข่เหรอ เฟิ่นอี้มันสิ้นเปลืองนะ!” ย่าเฉินว่าอย่างไม่เห็นด้วย นางไม่ได้งกเรื่องอาหารแต่ส่วนมากไข่จะทำเป็นอาหารมื้อเย็น

“คุณย่าคะ ตอนนี้ทุกคนกำลังทำงานในแปลงนาต้องการพลังงานเป็นอย่างมาก ฉันคงทำผักต้มไปส่งไม่ได้จริงๆ เมื่อเช้าทุกคนก็รับประทานเพียงแผ่นแป้งแข็งๆ” เฉินเฟิ่นอี้อธิบาย ถึงไข่น้ำจะเป็นอาหารที่ไม่เหมาะเท่าไรแต่มันก็ไม่มีเมนูให้เลือกแล้ว ในบ้านมีเพียงผักและไข่

จะผัดผักใส่ไข่ก็จะสิ้นเปลืองน้ำมันมากไหนจะปรุงรสอีก เฉินเฟิ่นอี้จึงตัดสินใจเจียวไข่และทำไข่น้ำที่ใส่ผักมีประโยชน์แทน คงต้องหาเงินและซื้อของเข้าบ้านแล้ว ถึงที่บ้านจะไม่ได้ขัดสนและไม่ได้ขี้เหนียวแต่ก็ไม่ได้ใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย อีกอย่างปีหน้าเฉินไห่หลิวและเฉินตง ต้องเข้าไปเรียนมัธยมปลายในอำเภอจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก

“มันก็จริง” ย่าเฉินพยักหน้า ผักต้มแม้จะรับประทานมาตลอดแต่มันก็ช่วยเพียงอิ่มท้อง ส่วนเรี่ยวแรงหรือก็เหมือนเดิม

เฉินเฟิ่นอี้ยิ้มเมื่อย่าเฉินเห็นด้วย เธอแบ่งไข่สองฟองทำไข่ตุ๋นยอดตำลึงให้น้องชายและย่าเฉินรับประทาน ส่วนไข่เจียวน้ำนั้นใช้ไข่สิบฟองและเธอจะไปรับประทานอาหารพร้อมคนอื่นในแปลงนาเลย จะได้รอเก็บหม้อกลับมาด้วย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED