ตอน 1

"ริท ผู้หญิงคนนั้นสวยดีนะ" เสียงชายหนุ่มต่างชาติที่ได้รับการเชิญจาก คุณริท หงส์สกุลเกียรติ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ให้มาร่วมงานการกุศลที่ทางกลุ่มอสังหาริมทรัพย์รวมตัวกันจัดขึ้นในห้างดังใจกลางเมือง เพื่อรวบรวมเงินบริจาคบำรุงและรักษาชายหาดและป่าโกงกางในจังหวัดภูเก็ต

หญิงสาวผมยาวสลวยสีดำขลับ ผิวสีน้ำผึ้ง หุ่นและเรือนร่างที่ได้สัดส่วน เดินออกมาจากด้านหลังเวที รอยยิ้มที่พิมพ์ใจ และท่วงท่าที่สง่างาม สะดุดตาชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-สเปน นามว่า เบน อีเกียริเก้ เป็นอย่างมาก

ริทหันมายิ้มให้หุ้นส่วนใหญ่ในอนาคต ที่เขากำลังจีบและหว่านล้อมด้วยเหตุผลทั้งปวง และรอคอยคำตอบจากหนุ่มเบนในเร็ววันที่จะถึงนี้ และริทเองก็คาดหวังว่า เขาจะได้รับคำตอบที่พึงพอใจ

"ตาถึงเหมือนกันนี่ครับคุณเบน ลูกสาวของคหบดีใหญ่ในจังหวัดภูเก็ตเลยนะครับคนนี้ ลูกสาวของน้าชายของผมเองครับและเป็นประธานการจัดงานในครั้งนี้ด้วย" ริทบอก ชี้ชวนให้เขาดูชายสูงวัยที่ดูอย่างไรก็ไม่แก่และท่าทางภูมิฐานที่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจในตัวลูกสาว ส่งยิ้มกว้างให้หญิงสาวที่กำลังเดินแบบอยู่บนเวทีอยู่ตลอดเวลา

"คุณราชันย์ หงส์สกุลเกียรติ หรือเสี่ยยักษ์ครับ ยังไงเดี๋ยวในงานเลี้ยง ผมจะแนะนำคุณเบนให้รู้จักกับท่านครับ" ริทเท้าความ แต่สายตาของเบนกับไม่ได้สนใจชายสูงวัยผู้นั้นเท่าไรนัก แต่สายตาคมของเขายังจับจ้องใบหน้าและท่วงท่าของหญิงสาวที่กำลังเดินแบบอยู่บนเวทีนั้นมากกว่า เธอช่างสะดุดใจของเขามากกว่า ริทยิ้มพราวมองเห็นทางและความน่าจะเป็นไปได้จากสายตาที่เบนมองลูกสาวของน้าชายอย่างไม่ลดละ เขาจึงรีบแนะนำเธอให้เบนรู้จักในทันที

"คุณเกว หรือจะเรียกเธอว่า เกรท ก็ได้นะครับ คุณรวิกานต์ หงส์สกุลเกียรติ ครับ เธออายุอ่อนกว่าผมและคุณสักสิบปีเห็นจะได้" ริทเอ่ยแนะนำ

"เกรท" เขาอมยิ้มพึงพอใจ ส่งสายตาหวานแสดงออกถึงความชื่นชมไปยังเธอ หญิงสาวมองลงมาตอนที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ความหล่อเหลาและหน้าตาที่คมเข้มของเบนก็สะดุดตาของเธออยู่ไม่ใช่น้อย หญิงสาวยิ้มให้เบนอย่างเป็นมิตร

การเดินแฟชั่นโชว์ได้จบไป พิธีกรแจ้งยอดบริจาคอยู่เป็นเนืองๆ เบนสะกิดริทเอ่ยเตือนให้ริทให้ช่วยแนะนำตัวเองกับคุณราชันย์ หนุ่มไทยรีบก้าวนำก่อนจะหยุดอยู่ใกล้ๆ ท่านประธานการจัดงาน

"อายักษ์ครับ" ริทเรียกชื่อน้องชายของพ่อ เขาและเกรทก็มีนามสกุลเดียวกัน คุณราชันย์ที่ยืนคุยอยู่กับลูกสาวคนโตที่เกิดกับภรรยาคนแรกที่เสียชีวิตไปแล้ว หันมาตามเสียงเรียก

"อ้าวมาด้วยรึ ตาริท ไปนั่งกันตรงไหนไม่เห็น" ท่านยกมือรับไหว้ ยิ้มให้อย่างเอ็นดู

"ครับ" เขาก้มหน้าแสดงความนอบน้อม สองพ่อลูกสะดุดตากับฝรั่งหน้าเข้มที่เดินมาพร้อมๆ กันกับหลานชาย

"อายักษ์ครับ นี่คุณเบน อีเกียริเก้ คุณเบนนี่ คุณราชันย์ เจ้าของบริษัทหงส์ทรัพย์พรอปเพอร์ตี" ริทเอ่ยแนะนำ

"คุณเบนสนใจโรงแรมพันวา ลอร์ด เรสสิเด้นท์ ของคุณอาที่ประกาศขายไว้นะครับ วันนี้มีโอกาสพามาให้คุณเบนได้รู้จักกับคุณอา" ริทให้ข้อมูลต่อ

ชายสูงวัยถึงกลับยิ้มกว้างให้ทันใด รีบทักทายก่อนจะจับไม้จับมือตามธรรมเนียมแบบฝรั่ง หลังจากนั้นก็พูดคุยอย่างเป็นกันเอง แล้วก็จบลงด้วยการนัดเจรจาต่อรองราคาที่ดินพร้อมโรงแรมในวันรุ่งขึ้น

หญิงสาวที่ยืนอย่างเรียบร้อยสงบปากสงบคำอยู่ข้างๆ บิดาส่งยิ้มสดใสมาให้เบนอยู่ตลอดเวลา ผู้สูงวัยสังเกตเห็นสายตาของเบนที่จ้องมองบุตรของตนเป็นระยะ เอ่ยขึ้น

"คุยกันเสียยืดยาว เกวมาใกล้ๆ พ่อสิลูก" ท่านหันไปหาบุตรสาวคนสวย เธอขยับเข้ามาใกล้ๆ พวกท่าน หญิงสาวจ้องสบตาคนตัวสูงที่ดูดีติดขั้นว่าหล่อ ทำเอาหัวใจสาวอย่างเธอหวั่นไหวได้เช่นกัน และอีกอย่างหญิงสาวคนอื่นๆ ที่พบเจอกับเบนในระยะประชิดแบบนี้ต้องใจสั่นเป็นแน่

"รู้จักกันไว้ คุณเบน นี่ลูกสาวผม เกว หรือจะเรียกตามกลุ่มเพื่อนฝรั่งของเขาก็ได้ว่า เกรท" เบนยกมือและยื่นไปตรงหน้าของหญิงสาว เธอส่งมือนุ่มขึ้นไปจับตอบกับเขาก่อนจะกระชับทักทายกัน ชายหนุ่มเผลอตัวบีบมือของเกรทแน่นๆ อยู่หลายครั้ง

"ไว้มีโอกาส ผมอยากจะขออนุญาตท่าน พาคุณเกรทไปดินเนอร์สักมื้อนะครับ" เขาเอ่ยรุกขอเสี่ยยักษ์เสียดื้อๆ คุณราชันย์หัวเราะปากกว้าง

"ได้สิ คุยกับเจ้าตัวเขาเองก็แล้วกัน ฮาฮาฮา" เสี่ยยักษ์เอ่ยอนุญาตด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ก่อนจะหัวเราะออกมาเฮฮา พอดีเลขาส่วนตัวของท่านเดินมาหาแล้วแจ้งให้คุณราชันย์ทราบว่ามีนักธุรกิจอีกกลุ่มหนึ่งรออยู่ คุณราชันย์เลยขอตัว

ริทเห็นสายตาของสองคนที่ประสานกันอย่างเปิดเผย โดยเฉพาะเบนที่ปิดบังความรู้สึกทางสายตาของเขาที่พึงพอใจในตัวรวิกานต์ไม่มิด ริทจึงออกตัวขอเดินไปพร้อมๆ กับคุณราชันย์ โดยให้โอกาสทั้งสองคนได้ทำความรู้จักกัน

"คุณเกรทจะรังเกียจไหมครับถ้าจะมาดินเนอร์กับผมในคืนนี้" เขาเอ่ยขอเธอออกเดตเสียดื้อๆ สาวสวยที่มองสบสายตาชายหนุ่มถึงกับใจเต้นรัว ปกติเพื่อนฝูงฝรั่งก็มากมาย แต่ไม่มีใครหล่อและหน้าตาดีเท่ากับเขาคนนี้เลย เธอยิ้มให้ก่อนจะพูดว่า

"แค่มื้อเดียวนะคะ" เกรทนึกในใจเป็นคำตอบที่ไม่น่าพูดเอาเสียเลย

"ครับผม แค่มื้อเดียวก็เป็นเกียรติอย่างมากแล้วครับสำหรับผม" เขาส่งยิ้มที่ดูดีมาให้หญิงสาวอยู่ตลอดเวลา

หลังจากนั้นการพูดคุยที่สนิทสนมก็เริ่มขึ้น และมีการแลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ของกันและกัน

"คืนนี้เจอกันนะครับ ผมจะไปรับคุณเองที่บ้าน" เสียงทุ้มนุ่มของเขาเอ่ยบอกเธอ

"คุณเบนจะไปบ้านของเกรทถูกหรือคะ" เธอเอ่ยถาม

"ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่คนชื่อเบนทำไม่ได้ พบกันหนึ่งทุ่มตรงนะครับ ผมอยากจะเห็นคุณเกรทสวยที่สุดในค่ำคืนนี้" สายตาที่ดูจริงใจฉายแววกรุ้มกริ่มอย่างชัดเจน เธอได้แต่เขินอายพยักหน้าให้แล้วรับคำ

ตอน 2

"คุณเกวคะ คุณพ่อให้มาตามค่ะ" เสียงเลขาคุณราชันย์เข้ามาหาทั้งสองคนหญิงสาวจึงขอตัวแยกจากกันกับเขา

เบน อีเกียริเก้ กระชับมือถือในมือแน่น ยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนเดิม เขามองเห็นช่องทางและการอยู่ในประเทศไทยอย่างมีความสุข

"ลืมบอกไปอีกอย่างนะคนสวย ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ เบนอยากได้แล้วไม่ได้ รวมถึงไม่มีพลาดเลยสักครั้ง" เขายิ้มย่องในใจ มองตามเรือนร่างงามจนลับสายตา

“เกว แกคุยอยู่กับใครนะ หน้าตาดูดี หล่อมากๆ อึ๋ย... เห็นแล้วขนลุก” ตาหยีเพื่อนรักเพื่อนซี้ของเกวที่รอลุ้นดูเธอเดินแบบอยู่ที่ด้านหน้าของเวที เดินเข้ามาจับมือเพื่อนสาวคนสวยพูดเย้าเบาๆ ส่งสายตามองไปยังหนุ่มฝรั่งรูปหล่อนั้นเป็นระยะ

“คุณเบน เพื่อนธุรกิจของพี่ริทและก็คุณพ่อน่ะ” เกวตอบไป เหลือบมองใบหน้าหล่อแบบเขินๆ

“มีเครานิดๆ ด้วย น่าลูบไล้” ตาหยีพูดพร้อมทำหน้าทำตาเยิ้มไปด้วย เกวตีเปรี๊ยะไปที่แขนของเพื่อนพอได้รู้สึกเจ็บ

“เซี้ยวใหญ่นะตาหยี” เธอหัวเราะร่วนในท่าทีของเพื่อนสาว

“ว่าแต่ช่วยไปเป็นเพื่อนฉันเลือกชุดไปดินเนอร์คืนนี้หน่อยสิ” เกวเอ่ยชวนตาหยี แต่ตัวเธอเองกลับทำหน้าแดงมีอาการเขินอาย

“หา... เขาชวนแกกินข้าวเหรอ อ๊าก... ไม่ยอม ทำไมไม่เป็นฉันบ้างนะ” ตาหยีทำท่าทางกรี๊ดแต่ไม่ออกเสียง

“ฉันละยอมเธอจริงๆ โรคหื่นเมื่อเห็นผู้ชายนี่ ไม่มีใครเกินนะ” เกวติติงเพื่อนสาวเชิงล้อเล่น

“เหอะ เหอะ เหอะ ก็ทำไปแบบนั้นแหละ เคยไหม ฟงแฟนฉันยังไม่เคยมีเลย” ตาหยีพูดพลางหยิบกระจกเล็กๆ ที่พกอยู่ในกระเป๋าถือเป็นประจำออกมาส่องมองที่ใบหน้าของตัวเอง

“เกว ฉันก็ดูสวยนะ แกว่าไหม แต่ทำไมไม่ยักมีใครมาจีบ” เธอบ่นเปรยๆ ทำหน้าเซ็งๆ

“อะแฮ่ม... อะไรๆ ยายหมวยเล็ก” เสียงริทที่เดินทำท่ากระแอมกระไอ กระแซะเข้าที่สีข้างของตาหยีอย่างแรง จนสาวสวยถึงกับเซไปเลยทีเดียว

“ไง ติ่มซำขายดีไหมช่วงนี้” เขาทักทายเพื่อนสนิทของน้องสาว

“เฮ้... พี่ริทอะ กระแทกเข้ามาแรงๆ อีกสิคะ หึ๋ย..” เธอทุบกำปั้นไปบนไหล่ของหนุ่มหล่อดังปึก

“เล่นเป็นเด็ก” เขาต่อว่า แล้วยีมือลงไปบนหัวของตาหยีแรงๆ

“โอย... ก็ดูทำสิ ผู้ใหญ่ที่ไหนเขาทำกันแบบนี้ เกวเธอจัดการพี่ชายของเธอเลยนะ” เธอหันไปทำเสียงแว้ดเบาๆ มองรวิกานต์กึ่งขอความช่วยเหลือ

“สองคนนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ เจอหน้ากันทีไรกัดกันได้ทุกที” เกวต่อว่าทั้งสองออกไปแรงๆ

“เฮ้ย... ไม่ใช่หมานะ” ริทพูดขึ้น

“ดิ... เห็นฉันหน้าเหมือนลูกหมาหรือไง” ตาหยีมองเพื่อนรักทำตาโต สองคนแทบพูดออกไปพร้อมๆ กัน เกวหัวเราะออกมาเสียงดัง พลอยทำให้ทั้งสองที่ทำท่าจะปะฉะดะกันเหมือนทุกทีได้หัวเราะตามออกมา

มีเพื่อนร่วมธุรกิจของริทอยู่คนหนึ่ง โบกไม้โบกมือเรียกริทจากจุดที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

“ไปก่อนนะสองสาว ยายหยีไว้พี่ไปกินติ่มซำที่ร้านนะ” เขาสะกิดข้อศอกของตาหยีเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป

“อือ ทำไมแกไม่จีบพี่ริทละ โสดสนิทเลยนะ ไม่เห็นพี่ริทเคยคบสาวที่ไหนสักคน” เกวแกล้งเอ่ยลุ้นเพื่อน

“เหอะ เหอะ เหอะ ฉันขอบายนะ เห็นมีสาวๆ เป็นคอก แกยังว่าพี่ริทไม่มีใครอีก แล้วอีกอย่างพี่แกนะเนี้ยบซะขนาดนั้น แกว่าพี่ริทเป็นเกย์หรือเปล่าอะ” ตาหยีจ้องมองตามหลังริทตาเป็นมัน มองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จริงๆ เธอก็แอบปลื้มพี่ชายของเพื่อนอยู่ไม่น้อย

“แก ปากนะ ดีละ ฉันจะฟ้องพี่ริท” เกวชี้หน้าว่าเพื่อน

“เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย อย่านะแก ฉันพูดเล่นๆ เดี๋ยวฉันก็โดนอะดิ แค่คิดถึงหน้าพี่ริทตอนโมโหแล้ว... กึ๋ย... อีกอย่างเล่นแรงๆ แกล้งฉันเจ็บๆ ด้วย” ว่าแล้วก็ทำขนลุกไปทั้งตัว

“ว่าแต่คืนนี้ แกจะเอาชุดไหน สีอะไร แบบยังไงดี หาในห้างนี้แหละ ชักตื่นเต้น ฉันเห็นหน้าคุณเบนแล้ว อ้าย... อยากเป็นคุณหนูเกวจริงๆ” ตาหยียกมือมากุมไว้ที่หน้าอกทำหน้าชวนฝัน ก่อนจะรีบดึงแขนเพื่อนให้เดินตรงไปยังร้านขายเสื้อผ้ายี่ห้อดังๆ ที่มีอยู่ดาดาษในห้างสรรพสินค้าใหญ่เช่นนี้

“ก็ต้องสวยเปรี้ยวตามสไตล์ อยากมีฝรั่งมาจีบจุง” ตาหยียังทำตาหวานเชื่อมแบบฝันกลางวัน เพ้ออยู่คนเดียว โดยที่เกวมองเธอแบบขำๆ

“พอเลย เดี๋ยวไปสปากัน ฉันได้ตั๋วฟรีมาด้วยสองใบ” เกวรีบบอกเพื่อน ยกมือตบกระเป๋าที่สะพายข้างโชว์เพื่อน

“ก็ดีอะซิ อุ้ย... โชคดีเป็นบ้าเลย เมื่อวันก่อนฉันโทรไปเล่นเกมกับพี่กั้งเอฟเอ็มหนึ่งร้อยหนึ่งจุดห้า แม้พลาดไปนิดเดียว อดเลย กดโทรยังไงก็ไม่ติด เซ็ง” เธอโม้ถึงรายการวิทยุรายการโปรด

“บ้าเอาเรื่องนะแก เดี๋ยวนี้ใครฟังวิทยุกัน” เกวแซวเพื่อน

“ฉันนี่ไง คนหนึ่งแหละ” พูดจบก็ฮัมเพลงทันสมัย เกวได้แต่มองหน้าเพื่อนส่ายหัวระรัว

“อย่าทำหน้าเครียดค่ะคุณเกว เดี๋ยวคิ้วย่นไม่สวยสมกับที่ได้รับคำเชิญนะคะ” ตาหยียกมือขยี้ตรงหัวคิ้วของเพื่อนรักที่ขมวดเข้าหากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“ถ้าเขาจีบ แกก็อย่าลืมตกลงเป็นแฟนกับเขาเลยนะ หล่อขนาดนั้น ฉันถวายตัวเลย ...” ตาหยียังไม่วายลุ้นเพื่อนแบบผิดๆ ขยับปากพูดไปเรื่อยเปื่อย

“ยัง... ยังไม่หยุดอีก ไป... เดินต่อได้แล้ว” เกวรีบดันหลังเพื่อนให้เข้าไปร้านขายเสื้อผ้าที่อยู่ตรงหน้า สองสาวยังเมาท์มอยกันแบบออกฤทธิ์

ตอน 3

รถสปอร์ตสีดำคันหรูวิ่งเข้ามาจอดเทียบกับบันไดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ของเสี่ยยักษ์ คุณราชันย์ หงส์สกุลเกียรติ คุณพ่อของรวิกานต์

“คุณเกวค่ะ มาแล้วค่ะ” เสียงคนรับใช้ที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ รีบอาสาออกไปดูให้ แล้ววิ่งแจ้นกลับมารายงานด้วยหน้าตาตื่น และมีสีหน้ายินดีปรีดาอย่างมาก ยิ่งเห็นหน้าตาคมคายหล่อเหลาของแขกผู้มาเยือน ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-สเปน เบน เอียเกริเก้ เธอยังรู้สึกใจเต้นตึกตักแทนผู้เป็นนายเสียอีก

หญิงสาวสวมใส่ชุดราตรียาวสีขาวคร่อมปลายเท้า เปิดไหล่กว้างเผยผิวเนียนนุ่มสีน้ำผึ้ง หญิงสาวรวบผมขมวดเก็บปมไว้อย่างสวย มีปิ่นปักผมที่ประดับด้วยไข่มุกที่เป็นส่วนหนึ่งของงานที่เธอเป็นผู้ออกแบบเอง เธอเลือกสวมสร้อยคอทองคำขาวเส้นไม่ใหญ่มากนัก และมีจี้มุกสีขาวสวยเช่นกัน เกวสวมใส่ส้นสูงถึงสามนิ้ว ทำให้เธอดูสูงโปร่งน่ามอง ด้วยหุ่นที่ผอมเพรียว และความสูงถึงหนึ่งร้อยหกสิบแปด ซม. ทำให้ชายหนุ่มที่ให้ความสนใจเธอออกนอกหน้า ยิ้มกว้างออกมาและเอ่ยทักทาย

“สวยมากเลยครับ คุณเกรท” เขาส่งสายตายิ้มแย้ม ยื่นมือส่งให้ตอนที่เธอเยื้องกรายก้าวลงบันไดขั้นแรก

“ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยขอบคุณเขาเบาๆ ยิ่งได้เห็นหน้าตาของเขาตอนนี้ ที่โกนหนวดเคราเสียเกลี้ยงเกลา น่ามองยิ่งกว่าเมื่อตอนกลางวันเสียอีก

ชายหนุ่มรูปงาม หน้าตาคมเด่น สูงชะลูดดูดีไปเสียหมด เขามาในชุดสูทสีเทางาช้าง ดูเด่นสะดุดตา สาวใช้สองคนที่แอบอยู่หลังประตูต่างทำปากขมุบขมิบขยิบตาให้แก่กัน ต่างชื่นชมและชื่นชอบหนุ่มสาวทั้งคู่

สาวงามยิ้มกว้างให้กับชายหนุ่มที่เพิ่งรู้จักเป็นวันแรก เขาเปิดประตูรถให้ พร้อมทั้งช่วยเก็บชายกระโปรงของชุดที่เธอใส่ให้ด้วย เธอกล่าวขอบคุณเขาอีกครั้งหนึ่ง ได้เห็นอีกมุมที่น่ารักของเบนที่ช่างเอาใจและดูเป็นสุภาพบุรุษมากๆ เธอยิ้มพอใจนึกชื่นชอบเขาอยู่ในใจ

เธอยอมรับไมตรีจากเขา เพราะเสียงกระซิบจากพ่อและพี่ชายให้ช่วยเชียร์ชายหนุ่มผู้นี้ให้ตกลงซื้อโรงแรมให้ได้ และประวัติที่น่าสนใจของเขา ทำให้เสี่ยยักษ์อยากผูกไมตรีกับชายหนุ่มเอาไว้

“มันจะดีหรือคะ พี่ริท” เธอย้อนถามพี่ชายกลับไปเบาๆ เขาแค่ขยิบตาให้ ตอนที่พ่อของเธอคุยกับชายหนุ่ม

“เกวชวนคุยก็ไม่เก่งเสียด้วย” เธอพูดออกตัว ริทก็ส่ายหน้าก่อนจะผงกหัวแบบให้เธอตกลง พร้อมส่งสายตาขอความเห็นใจ เธอจำต้องยอมรับสภาพ ยอมจำนนอย่างเสียไม่ได้ ต้องรับปากมาดินเนอร์กับเบน

“ผมจองที่พิเศษแห่งหนึ่งเอาไว้ สำหรับเราสองคนโดยเฉพาะ ผมคิดว่าคุณคงชอบ แต่ไม่รู้ผมจะปล่อยไก่ตัวใหญ่หรือเปล่านะ เพราะคุณเกรทเป็นคนที่นี่” เขาพูดพลางหันมายิ้มชวนคุย

เธอเสียอีกที่นั่งยิ้มอยู่เงียบๆ ออกอาการหน้าแดงเขินยกใหญ่ ตอนนี้ใจเต้นตึกๆ จะน่าอายไหมหนอ ถ้าจะบอกว่า ยังไม่เคยมีคนรัก หรือตกหลุมรักใคร อาจจะมีผู้ชายตามมาขายขนมจีบอยู่บ้าง แต่พอเห็นเธอไม่เล่นด้วย และคุยเป็นเพื่อนไปเสียทุกคน พลอยทำให้พวกผู้ชายค่อยๆ หายไปทีละคน

แต่ตอนนี้เบนทำให้เธอหวั่นไหวได้ขนาดนี้ กลิ่นน้ำหอมของเขาช่างน่าหลงใหล รวิกานต์เหลือบตามองเขาเป็นระยะ เห็นแค่มุมหน้าเพียงเสี้ยวของเขายังใจเต้นแรงเลย

‘เขาช่างเป็นคนที่เท่และดูดีอะไรยังงี้ ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าอยู่กับเขาสองคนเธอจะเป็นเช่นไรบ้าง’ เธอคิดไปยิ้มไป

“คุณเกรทชอบทานอะไรเป็นพิเศษไหมครับ เมนูที่โปรดปรานนะครับ” เขาถามขึ้น เพราะเธอนั่งเงียบมาตลอดเส้นทาง

“เกรทกินอะไรก็อร่อยทั้งนั้นค่ะ” เธอตอบเขาตามความเป็นจริง

ถึงจะเป็นคุณหนูอยู่บ้านหลังใหญ่โต แต่เธอไม่เคยเรื่องมากในเรื่องอาหารการกินเลย อะไรก็ได้ ถึงแม้จะมีคนที่คอยเอาอกเอาใจเธอมากมาย

เบนแปลกใจกับคำตอบของเธอ เขานึกมาก่อนหน้าว่าเธอคงเป็นหญิงสาวที่ดูหยิ่ง และคงเข้าถึงได้ยาก อาจจะคงดูเรื่องมากเหมือนสาวๆ ที่เขาเคยคบ ต้องให้เขาเอาใจไปเสียทุกครั้ง

บทสนทนาที่เริ่มสนุกขึ้น และทั้งสองก็ดูผ่อนคลาย ทำให้มีเสียงหัวเราะระหว่างการเดินทางเพิ่มมากขึ้น

รวิกานต์มองทางที่เธอขับรถผ่านแทบทุกวัน เบนขับรถมุ่งตรงไปโรงแรมห้าดาวสุดหาดแหลมพันวา เขาจอดรถตรงลานจอด โดยใช้บริการรถของโรงแรม เพื่อพาทั้งสองไปส่งยังบ้านพัก ที่เบนจองเอาไว้ที่อยู่บนยอดสูงสุดของโรงแรมแห่งนี้ ห้องนี้เห็นวิวโดยรอบได้ถึงสามร้อยหกสิบองศา

เสียงไวโอลินที่ไพเราะเริ่มบรรเลง โดยมีชายหนุ่มวัยกลางคนร่างท้วมที่ถูกว่าจ้างมา บรรเลงดังจนมาถึงประตูทางเข้า มีพนักงานคอยเปิดประตูให้ พอเดินเข้าไปแค่นิดเดียวก็เป็นสระว่ายน้ำข้างเรือนพักหลังใหญ่ ถูกประดับตกแต่งไปด้วยดอกไม้สีขาว และโคมไฟหยดน้ำราคาแพงที่ถูกจัดวางไว้อย่างสวยงาม

รวิกานต์ตะลึงไปถึงความงามโดยรอบบริเวณที่เบนทุ่มทุนประดับตกแต่ง ที่แน่ๆ โรงแรมนี้ เป็นโรงแรมที่แขกที่มาพักต้องจ่ายแพงที่สุด ไม่ต่ำกว่าคืนเป็นแสนๆ แล้วเจ้าของโรงแรมหนุ่มก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกับพี่ริทของเธอเสียด้วย

เขาจับจูงพาเธอเดินไปยังโต๊ะทานอาหารสุดหรูที่ถูกเตรียมเอาไว้อย่างดีเช่นกัน เธอหันไปส่งยิ้มให้กับเขา เบนเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่ง เขายังช่วยจัดชายกระโปรงให้เธอเหมือนเดิม ก่อนที่เขาตรงไปนั่งยังฝั่งตรงข้าม มีบริกรค่อยเลื่อนเก้าอี้ให้กับเบน

ไวน์ที่เพิ่งถูกเปิด บริกรหนุ่มค่อยๆ เทรินสู่แก้วคริสทัลราคาแพง ทุกอย่างถูกจัดเตรียมด้วยความตั้งใจจริงของหนุ่มลูกครึ่งผู้มีแผนการอยู่ในใจ

“ผมหวังว่าคืนนี้จะเป็นคืนแห่งความสุขของคุณเกรทและก็ผม” เขาเอ่ยเสียงนุ่ม ยกแก้วใสๆ ยื่นมาตรงหน้าของหญิงสาวยิ้มอย่างสดใส เธอยกแก้วขึ้นชนกับเขาเสียงดังกังวาน รอยยิ้มของทั้งคู่ส่งถึงกัน แสดงความจริงใจเผยออกมาจากดวงตาของทั้งคู่

“ไวน์ที่ดีที่สุดในโรงแรมนี้ และเป็นไวน์ที่แพงที่สุดด้วย” เขาพูดเพื่อให้เธอฟังแล้วดูดี แต่ไม่ได้เอ่ยเพื่อโอ้อวดตัวเองแต่อย่างใด

บริกรหนุ่มยกจานออร์เดิร์ฟออกมาเสิร์ฟ เบนกล่าวอวยพรให้เธอทานอาหารอร่อยเป็นภาษาสเปน

“Que tengas una buena cena”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED