ตอน 1

ประเทศเทซาเนีย

หญิงสาวลดกล้องถ่ายรูปลงแล้วมองเวิ้งทะเลทรายตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง ใบหน้าหวานยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจ คิดไม่ผิดจริงๆ ที่ทุบกระปุกเงินเก็บมาเที่ยวประเทศเทซาเนีย ประเทศที่โอบล้อมไปด้วยทะเลทราย มันช่างแสนวิเศษและสวยงามกว่าที่เธอเซิร์สหาข้อมูลก่อนเดินทางเสียอีก

‘สวยเหลือเกิน’ หญิงสาวพึมพำเหมือนละเมอ แล้วเดินมารวมกลุ่มกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ การมาเยี่ยมชมทะเลทรายครั้งนี้ เธอจำเป็นต้องมาพร้อมไกด์นำทางทั้งที่อยากท่องเที่ยวด้วยตัวเอง แต่ในพื้นที่ที่ดูสวยงามอย่างนี้อาจมีอันตรายซ่อนอยู่ก็เป็นได้

สาริศา กวินนาถ ให้รางวัลตัวเองที่เรียนจบปริญญาตรีและเป็นการฉลองวันเกิดปีที่ยี่สิบสองของเธอด้วยเดินทางมาท่องเที่ยวต่างประเทศ เธอเลือกเทซาเนียเพราะเห็นข่าวการเปิดประเทศในหน้าจอโทรทัศน์ เธอเคยเรียนในโรงเรียนประจำก่อนที่จะมาเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษด้านการดนตรี การที่ต้องเรียนด้วยทำงานไปด้วยเป็นเรื่องที่เหนื่อยแสนสาหัส แต่เมื่อความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั้น ใบปริญญาที่ฝันใฝ่จึงคว้ามาได้ในกำมือ

‘เทซาเนีย’ ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าสองร้อยปี ทว่าเป็นประเทศใหม่ในแผนที่โลกเพราะ ‘ชีคอาเหม็ด อับดุลเราะฮ์มาน’ ทรงมองเห็นการณ์ไกล เปิดประเทศที่ถูกโอบกอดด้วยทะเลทรายในฐานะประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวแปลกตา และทรัพยากรล้ำค่าที่งดงามนั้นก็คือเหมืองเพชรรวมทั้งบ่อน้ำมันอีกด้วย โรงแรมระดับห้าดาวอย่าง ‘Blue Star’ น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่หมายถึงความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก แต่ในขณะเดียวกันวิถีชีวิตแบบธรรมชาติของชาวเทซาเนียดั้งเดิมก็ยังน่าสนใจอีกด้วย

สาริศาพลิกอ่านแผ่นพับซึ่งเป็นแผนที่และการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเทซาเนีย หญิงสาวขยับแว่นกันแดดเล็กน้อยก่อนจะย้ายสายตาจากแผ่นพับในมือมองไปยังเมืองเบื้องหน้า หลังจากกลับจากทะเลทรายแล้ว เธอก็มาโบกมือลาไกด์ของเธอมานั่งจิบน้ำส้มคั้นที่ร้านอาหารน่ารักๆ บนถนนเส้นหลักใจกลางเมืองบิเบวา-เมืองหลวงของเทซาเนีย ช่างเป็นเมืองแสนสงบในแบบที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝัน แม้ว่าสาริศาจะอยู่เทซาเนียมาสัปดาห์หนึ่งแล้วแต่เธอแทบไม่ได้ออกไปไหนไกลนัก สามวันแรกเธอก็มีอาการแพ้อากาศจนออกไปนอกที่พักไม่ไหว กว่าร่างกายจะฟื้นก็วันที่สี่เข้าไปแล้ว ถึงจะวางแผนท่องเที่ยวไว้ถึงสามสัปดาห์แต่ก็อดเสียดายเวลาที่หมดไปไม้ได้

วันนี้เป็นวันแรกที่เธอได้ใช้วันหยุดในการเดินชมเมืองเก่าแก่แห่งนี้ ตึกรามบ้านช่องยังคงรูปลักษณ์ดั้งเดิม เพียงแต่ถูกปรับปรุงให้ดูแข็งแรงขึ้น เรื่องนี้คงต้องเอ่ยชมผู้ปกครองเมืองที่ยังอนุรักษ์เมืองให้คงความงามเช่นเดิม แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่จะเป็นเมืองเก่าไปเสียทีเดียวเพราะไม่ไกลนักก็มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งไม่ต่างจากเมืองใหญ่อื่นๆหรือในกรุงเทพฯ บ้านเกิดที่เธอจากมาหลายปี

‘บ้านเกิด’

สาริศาพึมพำกับตัวเอง เธอไม่ผูกพันกับบ้านเกิดของเธอเลย อาจครอบครัวที่ไม่อบอุ่นเหมือนคนอื่นทำให้เธอไม่มีความทรงจำดีๆ อะไรหลงเลยอยู่ นอกจากแม่ที่เจ็บป่วยแม้จะอยากดูแลใกล้ๆ แต่เพราะ ‘พ่อเลี้ยง’ ที่ถูกผีพนันเข้าสิงทำให้เธอต้องอยู่ห่างๆ แต่ก็ยังดีที่มี ‘กวิน’ หลานชายที่แม่ของเธอรับมาอุปการะคอยดูแลทำให้เธอมาร่ำเรียนต่อต่างประเทศได้อย่างไม่กังวลมากนัก นอกจากเพื่อนรักที่เรียนโรงเรียนประจำด้วยกันแล้ว ก็ดูว่าเธอไม่มีใครให้ต้องคิดถึงอีกแล้ว หญิงสาวยิ้มเศร้าให้กับตัวเองเธอพับแผ่นพับใส่กระเป๋าแล้วเรียกพนักงานคิดเงินค่าเครื่องดื่ม

‘เริ่มแรกไปพิพิธภัณฑ์ก่อนละกันนะ’

สาริศาลุกขึ้นหยิบกระเป๋าสะพายคล้องไหล่ซ้ายแล้วก้าวออกมาจากร้านอาหารเล็กๆ ริมถนน จากจุดที่เธออยู่สามารถเดินไปที่หมายในเวลาประมาณสิบนาที เธออยากเดินละเลียดอารมณ์ไปเรื่อยๆ มากกว่าจะเรียกรถแท็กซี่ซึ่งก็มีให้บริการ สาริศาแหงนหน้ามองตึกเก่าริมถนนซึ่งมีลักษณะคล้ายตึกเก่าสไตล์อังกฤษ

หญิงสาวเดินมาหยุดที่หน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เธออ่านคู่มือทบทวนสิ่งที่ต้องทำอีกครั้งก่อนเดินเข้าไปที่ช่องจำหน่ายตั๋วเพื่อขอซื้อบัตรเข้าชม ภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งหูแต่ก็ไม่ยากเกินจะเข้าใจ อาจเพราะคุ้นชินกับการอยู่เมืองนอก พูดภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทยทำให้สาริศาไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร เธอจดจำภาษาเทซาเนียได้เพียงแค่คำง่ายๆ อย่างคำว่า ‘สวัสดี’ ‘ขอบคุณ’ ‘ขอโทษ’ แต่ถ้าได้ยินคนเทซาเนียพูดเต็มๆ ประโยค เธอก็จะแยกคำไม่ออกเลยทีเดียว

แผนพับถูกอ่านอีกครั้ง ความจริงสาริศาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเทซาเนียมาบ้างแล้ว บ้านเมืองที่แสนสงบสุขรอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่สองมาแล้ว การปกครองโดยมีกษัตริย์เป็นประมุขคล้ายกับประเทศไทย ชนเผ่าต่างๆ ที่อยู่ในการปกครองของ ชีคอาเหม็ด อับดุลเราะฮ์มาน แต่พระองค์ทรงมีพระชมน์มายุมากถึงหกสิบพรรษาแล้ว แว่วว่าจะมีการแต่งตั้งชีคองค์ใหม่ แต่ชีคอาเหม็ดก็มีพระโอสรหลายองค์ แต่ละองค์ก็มีข่าวลือว่าจะได้ขึ้นเป็นชีคไม่น้อยไปกว่ากัน

‘เรื่องการเมืองประเทศไหนก็ยุ่งเหยิงทั้งนั้น’

ตอน 2

สาริศาถอนหายใจเบาๆ ขณะเดินชมภาพพิมพ์เก่าแก่อายุนับร้อยปีที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเทซาเนีย อาคารพิพิธภัณฑ์เป็นพระราชวังเก่าแก่แห่งหนึ่งของบิเบวา เดิมเป็นขององค์ราชินีพระองค์ก่อนเมื่อพระสวามีสิ้นพระชนม์ไป พระนางก็มีพระประสงค์จะกลับไปพำนักที่บ้านเกิดจึงยกพระราชวังแห่งนี้ให้ชีครุ่นต่อมา แต่เพราะการเมืองภายในประเทศที่วุ่นวาย พระราชวังแห่งนี้ถึงถูกปล่อยทิ้งรกร้างมานานกว่าห้าสิบปี จนเมื่อสี่ปีก่อนองค์รัชทายาทรงบูรณะใหม่และทำเป็นพิพิธภัณฑ์

ร่างเพรียวลมในชุดเดรสกระโปรงยาวคลุมเข่าเดินไปจนถึงส่วนที่เป็นอุทยาน หญิงสาวถึงกับตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้า ดอกไม้นานาชนิดกำลังเบ่งบานอวดสีสันความสวยงามจนน่าหลงใหล ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีสถานที่งดงามเช่นนี้อยู่กลางเมืองหลวง

‘สวยงามเหลือเกิน’ หญิงสาวเดินเข้าไปราวกับต้องมนต์ ดอกกุหลาบขนาดใหญ่สีขาวพิสุทธิ์แย้มบานอย่างเชิญชวน สาริศาเอื้อมมือออกไปหมายใจจะชื่นชมอย่างเบามือ

“ห้ามจับดอกไม้! อ่านป้ายไม่ออกหรือไง!”

“!!!”

สาริศาสะดุ้งสุดตัว เธอหันไปตามเสียงตวาดด้านหลัง แล้วร่างของเธอก็แข็งเป็นหินด้วยความหวาดกลัวกับบุรุษร่างสูงใหญ่ที่สวมชุดดำคล้ายชุดทหาร เธอไม่คิดว่าเขาจะเป็นเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ หรือถ้าเขาจะเป็นรปภ. ก็ดูจะสูงสง่าเกินไป

“ขอโทษค่ะ”

ชายหนุ่มอ้าปากจะต่อว่าแล้วก็ชะงักไป ภายใต้ผ้าคลุมศีรษะสีดำอาจทำให้อีกฝ่ายไม่อาจสังเกตเห็นสีหน้าและแววตาของเขาได้ถนัด แต่อีกฝ่ายที่แต่งตัวด้วยชุดเดรสกระโปรงสีม่วงอ่อนไร้ผ้าคลุมหน้าอย่างนี้ทำให้เขาเปลี่ยนคำพูดเป็นการกลืนน้ำลายแทน แม้สาริศาจะมองไม่เห็นใบหน้าอีกฝ่าย แต่ประสาทสัมผัสบอกให้เธอต้องระวังตัวอย่างที่สุด เขาทำราวกับตัวเองเป็นราชสีห์ที่พบเหยื่อเคราะห์ร้ายเข้าให้แล้ว

“ว้าย!”

หญิงสาวร้องเสียงหลงเมื่อเท้าที่สวมรองเท้าส้นเตี้ยถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว และเพราะความไม่ระวังทำให้เธอสะดุดกับรากไม้ขนาดใหญ่จนเสียหลักล้มลง แต่ชายในชุดดำก็เร็วพอที่จะคว้าเอวบางไว้ได้ก่อน แต่ทำให้สาริศาซุกอยู่ในวงแขนของเขาอย่างไม่ตั้งใจ

“!!!”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ เธอซุกอยู่ในอกกว้างของชายแปลกหน้า นานหลายชั่วอึดใจกว่าที่เธอจะเรียกสติแล้วยกมือขึ้นผลักอกเขาออกสุดแรง แต่มันก็เหมือนเอามือไปทุบกับกำแพงหินที่แสนแข็งแกร่ง

“อยู่นิ่งๆ ก่อน” ชายหนุ่มสั่งน้ำเสียงเฉียบขาด แล้วกดศีรษะหญิงสาวให้แนบชิดแผงอกมากยิ่งขึ้น นาทีถัดมาเธอได้ยินประโยคสนทนาที่เธอไม่เข้าใจความหมาย คล้ายว่าเขาจะพูดคุยกับใครสักคนหรือสองคนและเมื่อบทสนทนาจบลง เขาก็คลายวงแขนออกอย่างง่ายดาย

“นักท่องเที่ยวรึ?” เขาเอ่ยเมื่อเห็นหญิงสาวทรงตัวยืนได้เองแล้ว

“ใช่ค่ะ” สาริศาตอบแม้จะนึกลังเลเพราะไม่รู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่ แต่การใช้สิทธิ์นักท่องเที่ยวดูท่าจะปลอดภัยกว่า เพราะประเทศไหนๆ ก็ห่วงภาพพจน์ด้วยกันทั้งนั้น

“คุณเดินออกนอกเส้นทางแล้ว” เขาเอ่ยแล้วหยิบแผ่นพับในมือหญิงสาวออกมากางตรงหน้าที่เป็นแผนผัง “ส่วนนี้ยังไม่ได้ให้เข้าชม”

“เอ่อ...ขอโทษค่ะ” สาริศาแอบถอนหายใจ เวลาเขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติฟังดูน่าเข้าใกล้ไม่น้อย “แต่ที่นี่สวยจนน่าหลงใหลจริงๆ”

ชายหนุ่มหันไปถอนหายใจหนักๆ “เทซาเนียยังไม่พร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวเท่าไหร่นักหรอก ทางที่ดีคุณควรรีบกลับประเทศของคุณดีกว่า”

“???”

หญิงสาวคงไม่รู้ว่าแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเธอทำให้หัวใจของชายหนุ่มอ่อนโยนลง เขาเผลอยิ้มอย่างไม่รู้ตัว แต่เพราะนิสัยที่คอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลาทำให้เขารีบตวัดผ้าคลุมศีรษะปิดบังรอยยิ้มอย่างรวดเร็วก่อนที่อีกฝ่ายจะสังเกตเห็น

“รีบออกไปจากที่นี่เถอะ เมื่อครู่เจ้าหน้าที่มาเตือนแล้ว”

“อ้าว...แล้วคุณไม่ใช่รปภ. หรอกเหรอคะ”

“รปภ.?” ชายหนุ่มขมวดคิ้วแล้วก็อดแหงนหน้าหัวเราะเสียงดังออกมาไม่ได้ เขาโน้มหน้าลงมาแล้วใช้นิ้วเกี่ยวเส้นผมของเธอไว้เบาๆ “วันนี้ช่างเป็นวันดีของผมจริงๆ”

สาริศาได้แต่อ้าปากค้าง เธอไม่เคยเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนมากขนาดนี้ ลมหายใจของเขาผ่าวร้อนจนทำให้เธอร้อนรุ่ม เธออยากจะถอยห่างจากเขาแต่ก็ก้าวขาไม่ออก และโชคดีที่เขาเป็นฝ่ายปล่อยเธอแล้วก้มศีรษะให้เล็กน้อยก่อนก้าวยาวๆ จากไปอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวยกมือขึ้นทาบอก สัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงและเร็วกว่าปกติ เธอต้องปลอบใจตัวเองให้สงบจิตสงบใจไว้ สาริศาทำงานพิเศษเป็นนักดนตรีในผับหลายแห่ง ทำให้คุ้นเคยกับผู้ชายหลากหลายรูปแบบ แต่เจอผู้ชายมาก็เยอะแต่ไม่ครั้งไหนเลยที่จะเป็นแบบนี้มาก่อน

ทำไมหัวใจจึงหวั่นไหวอย่างนี้.

หมายเหตุ : เทซาเนีย เป็นชื่อประเทศสมมติ

ตอน 3

แสงแฟลชวูบวาบเรียกสติของหญิงสาว มือเรียวกำลังแหวกเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อบางเบาจนเห็นบราลูกไม้สีดำที่เน้นย้ำผิวขาวเนียนละเอียด เอวคอดกิ่วเข้ากับกางเกงยีนขาสั้นที่ขอบรุ่ยร่ายอวดเรียวขาสวยกับรองเท้าบูทหนังสูงครึ่งแข้ง

แต่สิ่งที่สะกดสายตาทุกผู้คนดวงตาคมที่จับจ้องมองเบื้องหน้าและริมฝีปากที่เผยอขึ้นอย่างเย้ายวน ผมยาวเหยียดตรงของเธอถูกดัดเป็นลอนดูอ่อนหวาน การเป็นนางแบบมืออาชีพทำให้หญิงสาวไม่ปริปากบ่นแม้ว่าจะทำงานเกินเวลาที่คาดไว้กว่าชั่วโมงเศษ

“ได้แช่น้ำอุ่นคงดีขึ้น” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองพลางขยับท่าให้ช่างภาพเก็บภาพ เธออยากให้งานออกมาดูดีที่สุดแม้จะบอกตัวเองเสมอว่านี่ไม่ช่สิ่งที่เธอต้องการก็ตามที

“โอเคเรียบร้อย ขอบคุณน้องริต้ามากครับ”

นางแบบสาวถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วยิ้มบางๆ เธอเดินไปดูรูปจากกล้องของช่างภาพพลางดื่มน้ำดับกระหาย พูดคุย

กันอีกสองสามประโยคแล้วหญิงสาวก็ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเดินทางกลับที่พัก

เธอเก็บข้าวของเครื่องใช้เล็กๆ น้อยๆ ที่วางอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ เสียงประตูเปิดออกเรียกสายตาของเธอให้หันไปมองอย่างรวดเร็ว

“ริต้าจ๊ะ ของขวัญจากแฟนคลับจ๊ะ”

“ขอบคุณค่ะคุณแฮรี่”

หญิงสาวยิ้มเหนื่อยๆ แต่ก็ยื่นมือไปรับช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่มาไว้ในวงแขน เธอพลิกอ่านการ์ดที่แนบมาด้วยแล้วดึงมันออกใส่ในกระเป๋าสะพายของตัวเองรวมกับใบอื่นๆ ที่เธอเก็บมาไว้แล้ว “ฝากช่อดอกไม้ไปให้ที่โรงพยาบาลด้วยนะคะ”

“ใจดีเหมือนเดิมนะ” แฮรี่-ชายวัยสามสิบสี่สิบแต่ดูปราดเปรียวเหมือนเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ด เขาเป็นคนคอยดูแลคิวการแสดงให้กับนางแบบสาวสวยที่แสนลึกลับ

“สำหรับฉันดอกเดียวก็พอค่ะ” นิ้วเรียวหยิบดอกกุหลาบสีขาวออกมาจากช่อดอกหนึ่ง ดอกไม้และของขวัญบางอย่างที่เธอได้รับหญิงสาวจะให้ผู้จัดการส่วนตัวนำไปมอบให้ตามโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้คนป่วยคนอื่นๆ

“พรุ่งนี้วันหยุดของฉันใช่ไหม”

“ถามทั้งรู้หมายความว่าไง” แฮรี่หัวเราะร่วน “ได้หยุดพักห้าวัน หลังจากนั้นบินไปถ่ายแบบที่ญี่ปุ่น”

“ก็...” หญิงสาวยิ้มน้อยๆ “ตอนนี้ฉันเป็นอิสระแล้ว ขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ”

“เธอหมายถึงการปิดมือถือด้วยใช่ไหม”

หญิงสาวพยักหน้ารับอีกฝ่ายก็ได้แต่ถอนหายใจหนักๆ อย่างเข้าใจ “ฉันไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะแค่เป็นห่วงเฉยๆ คุณอยู่เมืองนอกมากกว่าบ้านเกิดอย่างนี้ อาจจะมีอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือ”

“เรื่องนั้นฉันรู้ค่ะ” เธอหันหลังและก้าวมาช้าๆ อย่างต้องการจะตัดบทสนทนา “รับรองว่าฉันไม่เบี้ยวงานแน่นอน”

‘ฉันรู้ว่าที่นี่เป็นยังไง...เพราะฉะนั้นฉันจึงมายืนอยู่ในประเทศนี้นะซิ!’

สาริศา กวินนาถ ถือกระเป๋าส่วนตัวมาที่รถเก๋งคันเล็กแล้วพามันเคลื่อนไปสู่จุดหมายที่ต้องการ แต่มันไม่ใช่บ้านหลังงานในหมู่บ้านจัดสรรแสนหรูหราอีกแล้ว ตอนนี้เธอซื้อคอนโดเล็กๆ กลางกรุงเพื่อเป็นที่พักอาศัย หญิงสาวเผลอมองตัวเองที่กระจกส่องหลังของรถแล้วถอนหายใจเบาๆ มือเรียวเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดริมฝีปากที่สีแดงสดของลิปสติกยังเคลือบติดอยู่

โลกควรจะรู้จักเธอในฐานะนักไวโอลินสาวสวยที่ใครๆ รู้จักในนาม ‘สาริศา กวินนาถ’ หญิงสาวที่มักจะเดินทางพร้อมกล่องไวโอลินที่แทบไม่เคยห่างกาย แต่เพราะนายอานนท์พ่อเลี้ยงของเธอที่ผลาญสมบัติของแม่จนแทบสินเนื้อประดาตัวเพราะถูกผีพนันเข้าสิง ทำให้เธอต้องใช้ความสาวและเซ็กซี่ทำเงินให้ครอบครัว และส่วนหนึ่งก็มาจากที่เธอต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แม่อีกด้วยรวมทั้งค่ารักษาพยาบาลของเธอเองด้วย

อุบัติเหตุเมื่อสิบแปดเดือนก่อนเปลี่ยนเธอให้กลายเป็น ริต้า-สาริศา นางแบบสาวสุดเซ็กซี่ในวันนี้

หญิงสาวขับรถมาถึงคอนโด เมื่อจอดรถเสร็จก็ก้าวเข้ามาในลิฟต์ แต่ในขณะที่ล้วงกระเป๋าสะพายเพื่อค้นหาคีย์การ์ดไขห้องพัก โทรศัพท์มือถือก็ตกลงพื้น เธอก้มตัวลงเก็บด้วยความเคยชิน แต่ใบหน้าหวานก็ต้องขมวดคิ้วเพราะความเจ็บแปลบทันที เธอฝืนยืดตัวและเดินตัวตรงเข้าห้องพัก วางกระเป๋าและสัมภาระลงบนโต๊ะก่อนจะถอดเสื้อยืดที่สวยอยู่ออก รวมทั้งกางเกงยีนขายาวที่สวมอยู่ เหลือเพียงชุดชั้นในลูกไม้สีขาว มือเรียวรวบผมด้านหลังขึ้นแล้วเอี้ยวตัวมองเงาตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ตรงหน้า

รอยแผลเป็นขนาดใหญ่ปรากฏอยู่กลางหลัง!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED