เช้าวันอังคาร เวลาเจ็ดโมงครึ่ง ในวันที่ตะวันทอแสงบางเบา สายลมโชยโบก ถือว่าเป็นฤกษ์ดียามดีในการ เริ่มงานวันแรก
ร่างของหญิงสาวนางหนึ่งก้าวลงจากรถเก๋งป้ายแดง สีขาว ที่คุณป้าซื้อให้เป็นของขวัญจบการศึกษาแถมยังได้งานในบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันมีชื่อเสียงในอันดับต้น ๆ ของประเทศ
เจ้าขา คือชื่อของสาวไทยใบหน้าสวยคม ผิวสีน้ำผึ้ง ผมสลวยสีดำขลับถูกรวบเก็บไว้เรียบร้อย รูปร่างอวบอัดอยู่ในชุดเดรสแขนยาวสีชมพูอ่อนทับด้วยเสื้อสูท ความยาวกระโปรงเลยเข่า เธอจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในคณะบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ กิริยามารยาทงดงาม เพราะเติบโตมาจากการอบรมบ่มนิสัยอย่างเคร่งครัดของ คุณป้าแขไข ผู้โอบอุ้มเลี้ยงดูมาตั้งแต่เธอแบเบาะ หลังจากที่พ่อกับแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
เจ้าขาเติบโตมาได้อย่างใจคุณป้านัก สมกับที่ท่านเองก็ไม่ยอมแต่งงานเพราะรักหลานสาวเหลือเกิน ไม่เคย ออกนอกลู่นอกทาง ตั้งใจเรียน น่ารักเรียบร้อยวางตัวดีไม่มีบกพร่อง นั่นเป็นสิ่งที่ท่านภูมิใจ และยิ่งภูมิใจกว่าเมื่อเธอ ได้งานในตำแหน่งเลขานุการประธานบริษัท
หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นมองป้ายอันใหญ่ที่ติดอยู่ บนตึกสูงอย่างภาคภูมิใจ
อัครมหาทรัพย์ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
“ น้องเจ้าขา มาถึงแล้วเหรอครับ ”
เสียงเรียกหนึ่งเรียกเธอออกจากภวังค์ หญิงสาว หันขวับไปเบื้องหลังก่อนจะฉีกยิ้มให้ชายร่างสูงโปร่งสวมแว่น ผิวขาว แต่งกายด้วยชุดสูทสีน้ำเงินราคาแพงยี่ห้อดีมีระดับ เขาย่างก้าวเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่นประดับบนใบหน้าขาวตี๋เช่นเคย
“ สวัสดีค่ะ พี่ภพ พึ่งถึงเมื่อครู่นี่เองค่ะ ”
ธนภพ หรือ ภพ ชายคนนี้เป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย และ เป็นรุ่นหลานของบริษัทแห่งนี้ และแม่ของเขา นางธนวรรณ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท เจ้านายของเธอ
เมื่อนึกถึงข้อนี้ทีไรใจของเจ้าขาก็ห่อเหี่ยว คนอื่นคงค่อนขอดว่าที่ได้งานก็เพราะมีเส้นสาย แต่เธอมั่นใจว่าตนเองได้งานก็เพราะความสามารถ เธอเข้าทดสอบแข่งขันภาคปฏิบัติและสัมภาษณ์เหมือนกับคนอื่น ๆ อีกร่วมสิบคนทุกประการ และเธอก็มั่นใจว่าทำได้ดีทีเดียว พิมพ์ดีดภาษาไทยความเร็วที่สี่สิบเจ็ดคำ ภาษาอังกฤษอยู่ที่สี่สิบคำต่อนาที พูดภาษาต่างชาติได้สามภาษา คือ อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังใช้โปรแกรมสำนักงานพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว นึกถึงตรงนี้ได้ก็รู้สึก สบายใจขึ้น เพราะเธอได้ทุกอย่างมาด้วยความสามารถทั้งนั้น
เจ้าขาเอ่ยทักทายพร้อมส่งยิ้มสดใสกลับไปให้เช่นกัน
“ ถึงแล้วทำไมไม่โทรหาพี่ล่ะครับ พี่จะได้รีบมารับ ดูสิข้าวของพะรุงพะรัง เดี๋ยวพี่ช่วยถือนะครับ ” เขาว่าพลาง เอื้อมมือไปคว้าแฟ้มและกระเป๋ามาถือไว้เสียเอง
“ ขอบคุณพี่ภพนะคะ อันที่จริงเจ้าขาถือเองก็ได้ เกรงใจน่ะค่ะ ”
“ ไม่เป็นไรเลยค่ะ พี่เต็มใจ เจ้าขาก็รู้ดีนี่ ”
เขาว่าพลางส่งยิ้มแพรวพราวมาให้ หัวใจหญิงสาวเต้นผิดจังหวะไปนิดหน่อย
แหม ใครจะมีภูมิคุ้มกันกับผู้ชายสไตล์โอปป้าแถมยังเป็นสุภาพบุรุษที่สุดในโลกแบบนี้กันนักหนาล่ะ
อันที่จริงสมัยที่ยังเรียนอยู่นั้นธนภพก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกับเธอนัก เขาเป็นรุ่นพี่ปีสี่ เจ้าขาอยู่ปีหนึ่ง เห็นหน้า ค่าตากันก็แค่ตอนรับน้อง แต่มาเริ่มสนิทกันก็เมื่อเจ้าขาได้ฝึกงานก่อนจบบริษัทในเครือของที่นี่ แล้วธนภพไปเยี่ยม ชมงาน จึงได้ทักทายและแลกไลน์ แลกเฟซบุ๊กเพื่อติดต่อกัน อีกครั้ง และตั้งแต่นั้นก็ได้คุยกันมากขึ้น นัดพบเพื่อ ทานอาหารบ้าง แต่เจ้าขาค่อนข้างจะหวงเนื้อหวงตัว ธนภพเองก็เป็นสุภาพบุรุษที่มีความอดทนพอควร ทุกอย่างจึง ไม่คืบหน้าไปเท่าไรนัก
“ พี่รอได้ รอวันที่เจ้าขาพร้อม ”
นั่นคือคำมั่นของธนภพที่มีให้เจ้าขา
“ แล้วจอดรถไว้ตรงไหนครับ ”
“ ลานจอดรถฝั่งซ้ายค่ะพี่ภพ ”
“ ไม่รู้จะขับมาให้ลำบากทำไม พี่บอกว่าจะไม่รับก็ ไม่ยอม ”
“ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ให้เจ้าขาขับมาเถอะ คุณป้าแข จะได้ดีใจที่ใช้ของขวัญของท่าน แล้วอีกอย่างท่านก็คงจะ ไม่ชอบใจเท่าไรนักที่เราจะนั่งรถกันมาสองต่อสอง อย่างสุดท้ายคือพี่ภพเป็นผู้บริหารที่นี่ ถ้าหากขับรถรับส่งพนักงานก็ไม่น่าจะดูดีนัก ถูกไหมคะ ” เขายิ้ม
“ โอเคครับ พี่ไม่กล้าเถียงอะไรทั้งนั้น ยกให้เจ้าขา ถูกหมดทุกข้อ เพราะพูดอะไรก็แย้งพี่หมด ” เธอหัวเราะร่วน
“ เจ้าขาไม่ได้แย้งนะคะ แค่ยกเหตุผลมาชี้แจง ”
“ จ้า ไม่ได้แย้งก็ไม่ได้แย้ง แล้วนี่ทานข้าวมาหรือยัง ”
“ เรียบร้อยแล้วค่ะ พี่ภพก็ทราบนี่คะว่าเจ้าขาต้อง ทานมื้อเช้าก่อนที่จะออกจากบ้าน ไม่อย่างนั้นคุณป้าไม่ยอม ”
“ นั่นสินะ คุณป้านี่ทั้งรักทั้งหวงหลานสาวคนเดียวอย่างกับไข่ในหิน แต่ยังไงเสียวันหนึ่งพี่ก็ต้องเอาชนะใจน้องเจ้าขาให้ได้ ” เขาว่าอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ หญิงสาวได้แต่ก้มหน้างุด ไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้น
แม้ว่าเจ้าขายืนยันว่าขอเดินขึ้นไปที่ห้องทำงานเองแต่ธนภพไม่ยอม เขายืนกรานที่จะถือข้าวของเดินเคียงข้าง ซึ่งนั่นตกเป็นเป้าสายตาและเสียงซุบซิบของพนักงานคนอื่นลับหลัง
“ ใครวะแก ทำไมคุณธนภพถึงถือข้าวของให้แถมเดินตามกันต้อย ๆ แฟนเหรอ ”
“ ก็น่าจะอย่างนั้นล่ะมั้ง เห็นว่ามาเป็นเลขาของท่านรองประธานคุณแม่ของคุณธนภพนี่ แต่เอาจริง ๆ คุณธนภพก็น่ารักและเป็นสุภาพบุรุษกับทุกคนนะ ไม่เว้นแม้แต่พนักงานอย่างเรา ”
“ ก็รู้ แต่คนนี้มันเกินหน้าเกินตา เข้ามาก็ได้เป็นถึงเลขาท่านประธาน ไม่ต้องใช้เต้าไต่ให้ยากเลยเนาะ ”
“ บ้าแก อาจจะใช้เต้าไต่กันมาตั้งแต่ยังไม่เข้าบริษัทก็เป็นได้ ” แล้วพนักงานกลุ่มนั้นก็หัวเราะกันคิกคัก เม้าท์กันสนุกปากใหญ่โตทั้งที่ไม่รู้มูลความจริงเลยแม้แต่นิด จนละเลยงานเบื้องหน้าไปชั่วขณะ
คนบางคนก็เป็นแบบนี้ รู้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ ยกเว้นเรื่องของตัวเอง !
ห้านาทีถัดมา เจ้าขาก็มายืนอยู่บนชั้นสี่สิบอันเป็นศูนย์รวมห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูงของแต่ละฝ่าย
เธอถูกนำพามายังห้องกระจกใสด้านหน้าห้องทำงานใหญ่ที่ติดป้ายที่ประตูห้องไว้ว่า
ธนวรรณ อัครมหาทรัพย์
ประธานบริษัท
“ นี่ห้องของคุณแม่นะครับ ส่วนห้องทำงานน้องเจ้าขาจะอยู่ด้านหน้าตรงนี้ ” ธนภพอธิบายพลางเลื่อนประตูห้องกระจกฝั่งตรงข้ามกับห้องทำงานของคุณแม่ตนเองเปิดออก แต่ในนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่แล้ว
“ อ้าว รินา มาแล้วเหรอครับ มาแต่เช้าเชียว ”
ธนภพเอ่ยทักทาย หญิงสาวใบสวยคมคนนั้นลุกขึ้นยืนแล้วส่งยิ้มมาให้ ทำให้เห็นสรีระเต็ม ๆ ของเธอ และพบว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ด้วยหน้าท้องที่ยื่นนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“ เจ้าขาครับ นี่คุณศรินา เป็นเลขาคนเก่าของคุณแม่ แต่เดี๋ยวเธอจะต้องลาคลอดในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ตอนนี้ก็เลยต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าขาที่จะมารับตำแหน่งแทน รินาครับ นี่น้องเจ้าขา เลขานุการคนใหม่ของคุณแม่ครับ ”
ศรินาหน้าเจื่อนลงนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยถามธนภพ
“ ไม่เห็นคุณท่านแจ้งรินาเลยว่าจะมีเลขาคนใหม่มาทำแทน แล้วหลังจากลาคลอดถ้ารินากลับมาจะได้กลับมาทำตำแหน่งเดิมอยู่ไหมคะ ”
“ โธ่ รินา ผมแค่อยากให้รินาพักผ่อนเลี้ยงลูกให้เต็มที่ พอรินาหายดีแล้ว ก็กลับมาทำงานอีกได้ ดีเสียอีก มีเลขา สองคน จะได้ช่วย ๆ กัน จะได้ไม่เหนื่อยมาก ”
รอยยิ้มของศรินากลับมา ก่อนจะหันไปยิ้มให้เลขานุการคนใหม่
“ สวัสดีค่ะคุณเจ้าขา ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ มัวแต่ถามคุณธนภพเลยไม่ได้ทักทายคุณก่อน ”
เจ้าขายกมือขึ้นไหว้แล้วส่งยิ้มกลับไปเช่นกัน
“ ไม่เป็นไรค่ะ สวัสดีพี่รินาเช่นกันนะคะ อีกอย่างหนึ่งไม่ต้องเรียกเจ้าขาว่าคุณหรอกค่ะ เรียกเจ้าขาเฉย ๆ ก็พอ ”
“ ได้ค่ะ ”
“ น้องขอฝากเนื้อฝากตัวและรบกวนพี่รินาสอนงานด้วยนะคะ เจ้าขาพึ่งจบมาใหม่ ยังไม่มีประสบการณ์อะไรเลย เคยฝึกงานก็แค่สามเดือนเอง ”
“ เจ้าขาถ่อมตัวเกินไปแล้ว รินารู้ไหม เจ้าขาเนี่ย เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง พิมพ์ดีดก็รัวอย่างกับข้าวตอกแตก ภาษาเก่งทั้งอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น แถมนิสัยก็ดี น่ารักไปหมด ” ธนภพเอ่ยชื่นชมเจ้าขาตรง ๆ จนเธอหน้าแดง
“ ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะพี่รินา พี่ภพพูดเกินเหตุ ”
“ เกินเหตุอะไร ก็มันจริงนี่นา ”
อีกฝ่ายยังย้ำคำพูด แต่เมื่อเงยหน้ามาเจอสายตาที่ จับจ้องอยู่ของศรินาจึงเปลี่ยนเรื่องทันที
“ โอเค ถ้าอย่างนั้นผมก็ฝากรินาดูแลน้องเจ้าขาด้วย ในทางกลับกันก็ฝากเจ้าขาดูแลคนท้องแก่ด้วยนะครับ จะเดินเหินลุกนั่งอะไรก็ลำบาก ผมเป็นห่วง ”
คำพูดของเขานั้นทำให้ศรินายิ้มออกมาได้ เจ้าขา ฉีกยิ้มกว้างเช่นเดียวกัน
“ ได้เลยค่า พี่รินาใช้เจ้าขาได้ทุกอย่างเลยนะคะ รินายินดีค่ะ ”
“ ถ้าอย่างนั้นผมต้องขอตัวก่อนนะ วันนี้ช่วงเช้าคุณแม่ติดธุระ คงจะเข้ามาสาย ๆ หน่อย เดี๋ยวท่านมาแล้วค่อยมาแนะนำกันอีกที ห้องทำงานของพี่อยู่ชั้นสามสิบแปด ถ้ามีอะไรก็โทรหาได้ทุกเมื่อ พี่ไปนะครับเจ้าขา ” ท้ายประโยคเขาหันไปยิ้มหวานกับเจ้าขา หญิงสาวพยักหน้า
“ ได้ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าขานะคะ ”
ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มเดินลับสายตาไป ศรินา หันมาหาเจ้าขาทันที
“ ดูน้องเจ้าขากับคุณธนภพสนิทกันจังเลยนะคะ ”
“ อ๋อ ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะพี่ภพเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยของเจ้าขาน่ะค่ะ พี่ภพเป็นพี่ว้ากปีสี่ตอนเจ้าขาเข้าเรียนปีหนึ่ง และปีที่แล้วเจ้าขาก็ไปฝึกงานที่บริษัทในเครือค่ะ พี่ภพเลยชวนมาทำงานที่นี่ รู้จักกันในฐานะรุ่นพี่ รุ่นน้องน่ะค่ะ ” เจ้าขาชี้แจง สีหน้าของศรินาดูสดชื่นขึ้นทันทีที่เจ้าขาพูดจบ
“ อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง น้องเจ้าขาทานอะไรมาหรือยัง เดินตรงไปด้านซ้ายจะมีครัวเล็ก ๆ ในนั้นมีอาหารสำเร็จรูป ขนมปัง ผลไม้ แช่ตู้เย็นเอาไว้ มีไมโคเวฟ มีเครื่องดื่มสารพัดอย่าง ทานได้เลยนะคะ ”
“ ขอบคุณมากค่ะ แต่เจ้าขาทานมื้อเช้ามาแล้ว พี่รินาอยากทานอะไรไหมคะ เดี๋ยวเจ้าขาไปจัดการให้ ”
“ พี่ซื้อโจ๊กมาแล้ว เดี๋ยวจะขอตัวไปนั่งทานก่อน เสร็จแล้วจะมาสอนงานให้นะคะ ตอนนี้ก็ลองเข้าเว็บไซต์ของบริษัทอ่านรายละเอียดต่าง ๆ รอไปก่อนก็ได้ค่ะ ”
“ โอเคค่า ” เจ้าขารับคำแล้วยิ้มตาหยี รายละเอียดของบริษัทเธออ่านมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อรุ่นพี่บอกเช่นนั้นเธอก็หันไปเปิดอ่านอีกครั้ง ศรินายิ้มก่อนจะหันหลังเดินไป ที่ครัว
ผู้หญิงคนนี้วางตัวดี คงจะไม่มีอะไร ขอให้ไม่มีอะไรด้วยเถิด...
“ อะไรนะครับคุณแม่ ! ”
ธนภพตะโกนเสียงดังอย่างตกใจไปตามสายโทรศัพท์ที่กำลังคุยกับผู้เป็นมารดา
“ แกได้ยินไม่ผิดหรอกตาภพ คุณปู่วีดีโอคอลโดยตรงมาจากที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อเช้า บอกว่าจะมาที่นี่เร็ว ๆ นี้ ”
“ ทำไมอยู่ ๆ ถึงจะมากะทันหัน ”
“ แม่รู้จักคุณปู่ของลูกดี แม้ว่าแม่จะเป็นแค่สะใภ้ ก็เถอะ แม้ว่าท่านจะวางมือให้ลูกหลานแต่ก็ยังเข้ามาดูงานเรื่อย ๆ และหากพบอะไรผิดปกติ ท่านก็จะลงมาดูด้วยตัวเอง อีหรอบนี้คุณปู่จะต้องระแคะระคายอะไรแน่ ๆ ”
“ แต่คุณปู่จะมาทำแบบนี้ก็ไม่ถูก ทำเหมือนไม่ให้เกียรติไม่ไว้ใจ ตั้งแค่คราวที่คุณพ่อเสียและคุณแม่จะขึ้นตำแหน่งแทนแล้ว คุณพ่อทุ่มเทให้บริษัทมาทั้งชีวิต คุณแม่ ก็ด้วย ”
“ ช่างมันเถอะภพ ตอนนี้มาคิดแก้ปัญหากันก่อนว่าจะถ่วงเวลาคุณปู่ยังไงไม่ให้มา หรือไม่ก็เคลียร์ปัญหาให้เร็วที่สุดก่อน ” ธนภพนิ่งไปชั่วครู่ก่อนดีดนิ้วเป๊าะ
“ เอาอย่างนี้สิครับ บอกว่าคุณแม่รู้สึกมีไข้และไปตรวจที่โรงพยาบาล คุณหมอเลยกักตัวไว้สิบสี่วันเพราะมีประวัติเดินทางไปต่างประเทศบ่อย บอกว่าเสี่ยงติดเชื้อไวรัสแล้วคุณแม่ก็หาโรงแรมสักที่เพื่อเก็บตัว ”
“ จะบ้าเหรอตาภพ พูดแบบนั้นมันก็เหมือนเป็นลางกับตัวเองนะ ”
“ โธ่ คุณแม่ ก็แค่เหตุการณ์สมมุติให้เอาตัวรอดได้ไปก่อน การถูกกักตัวคือห้ามพบใครทั้งสิ้น มันสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว เราจะได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมเอกสารมากขึ้น ”
“ เอาก็เอา แม่ก็คิดทางอื่นไม่ออกแล้วเหมือนกัน แต่แม่ก็ยังข้องใจว่าทำไมอยู่ ๆ คุณปู่ก็นึกอยากจะมาตอนนี้ ลูกคิดว่าศรินาจะไว้ใจได้ไหม ”
“ คุณแม่ครับ รินาน่ะเป็นคนจริงใจซื่อตรง ยิ่งมีเด็กด้วยแบบนี้ เธอคงไม่กล้าทำลายชีวิตครอบครัวตัวเองหรอก ”
“ แต่ลูกอย่าลืมว่ารินาเคยมีความหลังกับบางคน เธออาจจะหักหลัง ”
“ ไม่มีทางหรอกครับคุณแม่ แล้วอีกอย่างตอนนี้รินา ก็จะลาคลอดอยู่แล้ว ”
“ แล้วจัดการหาคนใหม่มาหรือยัง ยัยเด็กเจ้าขาอะไรของลูกน่ะ แม่ต้องการให้เป็นคนของเรา ไม่ต้องการให้ทางบริษัทจัดหามาให้ ”
“ แน่นอนครับ น้องเจ้าขามาทำงานแล้ววันนี้วันแรก ผมขอเวลาอีกนิดเท่านั้น ”
“ นานแล้วนะภพ จนป่านนี้ยังไม่จัดการรวบหัว รวบหางอีกเหรอ ”
“ ขอเวลาผมอีกหน่อยนะครับคุณแม่ ”
“ ยังไงก็เร็วหน่อยแล้วกัน เราไม่มีเวลามากนัก แล้วก็อย่าให้พลาดอีก ”
“ โอเคครับ คุณแม่ไม่ต้องห่วง รักคุณแม่นะครับ ”
“ แม่ก็รักภพนะลูก ”
แล้วปลายสายก็กดตัดไป ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่เป็นนานก่อนจะยิ้มกว้างออกมาในที่สุด
“ เห็นทีต้องใช้หลักสูตรเร่งรัด ”
“ เห็นทีสัปดาห์นี้หรือไม่ก็น่าจะสองสัปดาห์ ผมจะต้องรบกวนให้เจ้าขาทำงานล่วงเวลา แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องที่ต้องขับรถกลับดึก เพราะทางบริษัทมีห้องพักให้ในบริษัท เพราะคุณแม่จำเป็นต้องกักตัวสิบสี่วัน รินาเองก็ใกล้คลอด เจ้าขาคงต้องทำงานหนักหน่อยนะครับ ”
นั่นคือคำขอร้องของธนภพที่มาแจ้งข่าว เจ้าขาเองยินดีอย่างไม่อิดออด มันทำให้พนักงานใหม่อย่างเธอดูมีความสำคัญขึ้น ดูเป็นฟันเฟืองชิ้นหนึ่งของบริษัท
เธอกลับไปเก็บของที่บ้าน ขออนุญาตคุณป้าซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร เห็นดีเสียด้วยที่หลานสาวไม่ต้องขับรถกลับบ้านดึกดื่นในเวลาที่งานไม่เสร็จ ที่สำคัญเสาร์อาทิตย์เธอ ก็สามารถกลับบ้านได้
ห้องพักอยู่ที่ชั้นสี่สิบสองของบริษัท สำหรับเจ้าขาแล้วมันดูดีทีเดียว เป็นห้องชุดขนาดเล็ก มีห้องรับแขก ห้องนอน และครัวเล็ก ๆ พร้อมเฟอร์นิเจอร์อำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ ห้องพักของเธอคือหมายเลข 4209 ฝั่งซ้าย รองสุดท้ายจาก 4210 ที่อยู่ริมสุด
ชีวิตการทำงานของเจ้าขาดำเนินไปได้ด้วยดี ศรินาเป็นคนเก่งและใจเย็น เจ้าขาก็หัวไวและกระตือรือร้น ตอนนี้เธอสามารถทำงานแทนศรินาได้หลายอย่างแล้ว แม้จะเพิ่งเข้าทำงานได้ไม่กี่วัน
ที่แปลกและน่าอึดอัดสำหรับเจ้าขาคือ ธนภพชอบ ซื้อของมาฝากในมื้อค่ำและพยายามที่จะเข้ามาในห้องซึ่งเธอ ไม่ชอบเลย ยอมรับว่ามีความรู้สึกดี ๆ ให้เขาอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่มากมายพอที่จะก่อให้เกิดความเสน่หาอยากใกล้ชิด อีกอย่างความเป็นกุลสตรี ความถูกต้องเหมาะสมมันค้ำคอ ชายหญิงไม่สมควรที่จะอยู่กันสองต่อสองในสถานที่รโหฐาน
จวบจนถึงวันศุกร์
เจ้าขาเลิกงานราวสองทุ่มจึงไม่กลับบ้าน จะกลับในเวลารุ่งเช้าแทน โชคดีที่วันนี้ธนภพติดธุระเลยไม่มีเวลามาเกาะแกะ เธอเลือกที่จะขับรถไปรับประทานส้มตำและ ยำแซ่บ ๆ จากร้านอาหารที่ไม่ไกลจากที่ทำงานนัก ส่วนขนมและผลไม้นั้นยังอยู่เต็มตู้เย็นเพราะธนภพซื้อมาฝากทุกวัน
ราวสามทุ่ม หญิงสาวก็มาถึงและจอดรถไว้ที่ชั้นใต้ดินของบริษัท แม้ว่าจะมีแสงไฟส่องสว่างทว่าบริเวณรอบ ๆ ค่อนข้างเงียบ จึงรีบสาวเท้าไปกดลิฟท์ซึ่งมันก็เปิดรับทันที เธอก้าวเข้าไปด้านใน ขณะกดปิดมันก็ได้ยินเสียงเรียก
“ รอด้วยครับ ”
พร้อมมือใหญ่ที่สอดเข้ามาระหว่างระหว่างประตู ทำให้ลิฟท์เปิดออกอีกครั้ง ก่อนที่เจ้าตัวจะโผล่หน้ามาให้เห็น
รอยยิ้มนิด ๆ จากริมฝีปากอิ่มเต็มหยักโค้งรับกับจมูกโด่งยาวได้รูป ดวงตาเขาไม่ใช่สีดำอย่างคนเอเชียแต่หากออกไปทางสีน้ำตาลอ่อน ไม่ใช่สิ น่าจะเรียกว่าสีอำพันมากกว่าเพราะมันสุกสว่างเป็นประกายอย่างกับทอง มันอยู่ใต้แพขนตางอนเหมือนผู้หญิง คิ้วเข้มหนา ใบหน้าเล็กยาว แนวกรามเป็นสันเด่นชัด ดูออกไปทางชาวตะวันตกมากกว่าแต่ก็ยังมีความเป็นเอเชียจากสีผิวแทนเนียนละเอียด สีผมเข้มกว่าสีตา ลำคอแกร่งดูแข็งแรง ไหล่กว้าง แผงอกที่ ปกคลุมด้วยเสื้อยืดสีขาว ที่ไม่สามารถปกปิดกล้ามเนื้อกำยำได้มิดชิด ผ้าบาง ๆ แนบเนื้อไปทุกส่วนสัดทำให้เห็นสัดส่วนได้เด่นชัด ขายาวห่อหุ้มด้วยกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม มันแนบต้นขาแกร่งทำให้เห็นได้ว่าตรงนั้นมันก็คงมีกล้ามเนื้อไม่ต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป้ากางเกง มันนูนตุงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้ดูดีเป็นบ้า เขาไม่ได้หล่อเนี้ยบ แต่หล่อแบบแบดบอย อย่างกับนายแบบที่หลุดออกมาจากแม็กกาซีน
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในลิฟท์
“ หอม ”
เสียงเขาเอ่ยขึ้น ทำให้เจ้าขาหลุดจากอาการตกตะลึง
ใช่ เธอตกตะลึงในรูปลักษณ์ภายนอกของชายคนนี้เต็มเปา
“ ว่าไงนะคะ ” เธอทวนในสิ่งที่เขาพูด
“ หอมจัง ”
เขาว่า ก่อนสาวเท้าเข้ามาจนเกือบชิด เจ้าขาถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติ ทว่าความกว้างในลิฟท์ก็แค่เมตรครึ่ง คูณสองเมตร เธอไม่สามารถหนีเขาไปไหนได้เพราะติดอยู่ที่มุมแล้ว