ตอน 1

ใบหม่อน หญิงสาวชาวไทยเชื้อสายจีน อายุ25ปี สาวสวยรวยและโสดมาก พ่อแม่เสียชีวิตไปเมื่อ5 ปีที่แล้วด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์หลังจากที่เสียพ่อแม่ไป ใบหม่อนที่ไม่มีใครรออยู่ที่บ้านแล้วเวลาทั้งหมดทุ่มเทให้กับงานและการอ่านนิยาย

วันนี้ใบหม่อนไปทำงานด้วยอารมณ์บูด จนเพื่อนร่วมงานไม่กล้าเข้าใกล้สาเหตุมาจากนิยายที่เธออ่าน เนื้อหาในนิยายกล่าวเอาไว้ว่านางเอกได้ทะลุมิติไปยังโลกคู่ขนานที่จะเรียกว่ายุคโบราณก็ไม่ได้ จะเรียกว่ายุคปัจจุบันก็ไม่ได้อีก ทั้งภาษาและวัฒนธรรมผสมปนเปกันไป การแต่งตัวเหมือนชนเผ่าอะไรสักเผ่าของชาวจีนแต่กลับไม่ได้ใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร

อีกทั้งยังเป็นโลกที่ด้อยพัฒนาหาเทคโนโลยีไม่เจอ ไม่มีพลังภายในไม่มีพลังวิเศษอะไรทั้งนั้นแถมเริ่มต้นมาก็ดราม่าอีก แบบนี้จะไม่ให้ใบหม่อนคนคูลอารมณ์เสียได้ยังไง ตอนที่นางเอกทะลุมิติไปอยู่ในร่างหญิงสาวที่กำลังคลอดลูกพอดีแถมครอบครัวยากจนมากๆ ให้นางเอกทะลุมิติมาแบบไม่มีตัวช่วยอะไรมิตงมิติก็ไม่มี ตอนนี้หาสติของตัวเองเจอก็ดีเท่าไหร่แล้ว

โผล่มาก็กำลังคลอดลูกแถมยังต้องมาอดมื้อกินมื้อปลูกผักเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ซ้ำร้ายสามีของนางเอกก็โดนแม่เลี้ยงขับไล่ออกจากบ้านพร้อมกับพี่ชายและพี่สะใภ้นางเอกก็ไม่มีความสามารถอะไรผักตามป่ายังไม่รู้จักเลยว่าอะไรที่สามารถกินได้ นี่ให้นางเอกที่แต่เดิมก็เป็นคนไร้ความสามารถ พอได้เกิดใหม่ก็ไร้ความสามารถอีกแล้วแบบนี้จะมีชีวิตรอดได้อีกเรอะ เรื่องแบบนี้ใครมันจะอยากอ่านกันเหอะเสียดายเงินที่ซื้อมาจริงๆ ใบหม่อนทำได้แค่โยนหนังสือนิยายทิ้งและมาทำงานด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

"หม่อนๆ ใบหม่อน" หัสนัยเพื่อนร่วมงานเรียกใบหม่อนเสียงดังเพราะเขาเรียกหลายรอบแล้วแต่ไม่มีเสียงขานรับจากใบหม่อน

"อะไร เรียกทำไมเสียงดังเนี่ยหูจะแตกอยู่แล้ว"

"เอ้าก็เรียกตั้งนานไม่ตอบแล้วเนี่ยเป็นอะไรนั่งหน้าบูดเนี่ยอารมณ์เสียเรื่องอะไรมาอีกอย่าบอกว่านิยายที่ซื้อมาเมื่อวานไม่สนุกไม่ได้ดั่งใจอีกนะ"

"ก็ประมาณนั้นแหละ แล้วมีอะไรเรียกไม"

"หัวหน้าหน่วยเรียกพบน่ะ เรื่องภารกิจลับครั้งนี้"

"อืม ขอบใจมาก"

"เห้ยไม่เป็นไรไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร"

ใบหม่อนไปพบหัวหน้าหน่วยและได้รับภารกิจลับให้ไปซุ่มโจมตีขบวนขนยาเสพติดที่ชายแดนโดยพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ทางการตามล่ามานานหลังจากจบภารกิจบุกทำลายแก๊งยาเสพติดครั้งนี้ใบหม่อนจะมีวันหยุดยาวหนึ่งเดือน เธอวางแผนว่าหนึ่งเดือนนี้เธอจะไปเรียนทำอาหารและขนมเพิ่มเติมพร้อมทั้งจะไปเวิร์กช็อปที่กรมการเกษตร ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสัตว์บกหรือสัตว์น้ำ

เธอวางแผนเอาไว้ในอนาคตจะลาออกจากหน่วยผันตัวเองไปทำการเกษตรเชิงท่องเที่ยวและให้บริการบ้านพักแบบโฮมสเตย์ เหนือสิ่งอื่นใดคืออ่านนิยายที่เธอชื่นชอบคิดๆดูแล้วหยุดหนึ่งเดือนไม่พอจริงๆ

วันออกเดินทางใบหม่อนเตรียมของเสร็จเรียบร้อยก็ออกเดินทางทันทีจุดนัดหมายคือกองบัญชาการเมื่อทุกคนมากันครบแล้วก็ออกเดินทางทันทีใช้เวลาในการทำภารกิจทั้งหมด5วันเมื่อภารกิจเสร็จสิ้นก็เดินทางกลับทันทีระหว่างทางได้มีการพูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมเกี่ยวกับวันหยุดยาวนี้ว่าใครวางแผนจะทำอะไรบ้าง

"หม่อนหยุดยาวนี้มีแผนจะทำอะไรหรือเปล่า"วินัยถามออกมา

"ว่าจะไปเรียนทำอาหารทำขนมเพิ่มแล้วก็ไปฝึกปลูกผักเลี้ยงสัตว์ที่กรมการเกษตรอ่ะ"

“เห้ย นี่เอาจริงหรือเรื่องปลูกผักทำโฮมสเตย์เนี่ย” นัยเองอดถามออกมาไม่ได้เขาไม่คิดว่าใบหม่อนจะจริงจังกับเรื่องนี้มาก

"อืม จริงจังมาก แล้วพวกนายสองคนล่ะมีแผนจะทำอะไร"

"กลับบ้านที่ต่างจังหวัดน่ะ" วินัยตอบใบหม่อนด้วยความดีใจ

"อืมกลับบ้านเหมือนกัน"หัสนัยตอบออกมาสีหน้าไม่ยินดีที่ได้กลับบ้าน

"เอ้า จะกลับบ้านไม่ดีใจเหรอทำไมทำหน้าแบบนั้น"ใบหม่อนอดถามไม่ได้

"นั่นสิมีอะไรหรือเปล่า"วินัยถามออกมาด้วยความเป็นห่วง

“ไม่มีอะไรก็คุณนายที่บ้านน่ะสินัดดูตัวเรากับลูกสาวเพื่อนพวกนายเองก็รู้เรายังไม่อยากแต่งงานตอนนี้เราไม่อยากมีภาระตอนนี้เวลาไปทำภารกิจจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ที่สำคัญเราไม่ชอบลูกสาวเพื่อนของคุณนายคนนี้เลย”

“ทำไมนายเคยเจอเขาหรือไง สวยป่ะ” วินัยถามออกมา

“สวยแต่นิสัยไม่สวย อย่าให้เราพูดเลยเคยเจอแบบบังเอิญสองสามครั้ง เหวี่ยงวีนไร้เหตุผล”

“อ่าแบบนี้ก็แย่ดิคุณนายแม่ถูกภาพลวงตาหลอกลวงหรือไง แบบนี้แต่งเข้ามามีหวังบ้านลุกเป็นไฟ” ใบหม่อนรู้สึกสงสารเพื่อนจริงๆ

“นายก็ไม่ต้องกลับไปก็สิ้นเรื่องบอกคุณนายแม่ว่าติดทำภารกิจไง หรือจะไปเที่ยวบ้านเราก็ได้นะถ้าไม่ติดว่าบ้านเรากันดาลมาก” วินัยเอ่ยชวน

“อืม ดีเหมือนกัน งั้นเราไปบ้านนายด้วยแล้วกัน หม่อนล่ะไม่ไปด้วยกันเหรอ”

“ไม่ล่ะพวกนายไปกันเถอะ เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกัน”

วันหยุดมาถึงใบหม่อนดี๊ด๊ามากตื่นแต่เช้าออกกำลังกายเสร็จไปตลาดซื้อของสดเข้าบ้านเพื่อทำอาหารหลังจากนั้นก็ออกไปร่ำเรียนการเพาะปลูกที่กรมการเกษตรจนถึงบ่ายสามโมงเย็นเลิกเรียนกลับบ้านอ่านนิยายที่ชื่นชอบใบหม่อนใช้ชีวิตแบบนี้ทุกๆวันกิจกรรมแต่ละวันก็เหมือนเดิม เหลือวันหยุดอีกห้าวันเธอรู้สึกว่าเวลาในวันหยุดนั้นหมุนเร็วมากใกล้จะได้เวลากลับไปทำงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้าทำให้เธอรู้สึกแย่นิดหน่อยเพราะยังอยากหยุดต่อ

วันหยุดยาวผ่านพ้นไปวันทำงานก็เริ่มขึ้นใบหม่อนไปทำงานแต่เช้า เพื่อนร่วมทีมกลับมาทำงานกันครบแล้วรวมถึงวินัยและหัสนัยด้วย

“หวัดดี เป็นไงไปบ้านวินัยสนุกป่ะ”ใบหม่อนถามหัสนัย

“สนุกมาก ใช้ชีวิตในชนบทห่างไกลสงบดี ที่สำคัญมือถือไม่มีสัญญาณคุณนายแม่โทรมาด่าไม่ได้”

“ฮ่าๆ นายก็พูดไปเรื่อย”

“เอ้าจริงๆนะ วินัยสอนเราจับปลาทำอะไรหลายๆอย่างสนุกดี พ่อแม่วินัยก็ใจดีมาก”

“อืมเอาไว้คราวหน้าเราจะไปด้วย”

“หม่อน หัส หัวหน้าเรียก” วินัยเดินมาเรียกเพื่อนทั้งสองคน

“ขอบใจ ไปกันเถอะสงสัยมีภารกิจ” หัสนัยเอ่ยออกมา

“สวัสดีครับหัวหน้า”

“สวัสดีค่ะหัวหน้า”

“อืมสวัสดี ที่ผมเรียกพวกคุณมาวันนี้ผมมีภารกิจใหม่ให้พวกคุณไปทำ”

“เมื่อไหร่คะหัวหน้า”

“อีกห้าวัน พวกคุณเตรียมตัวให้พร้อม ภารกิจทลายแก๊งค้ามนุษย์ ภารกิจนี้อันตรายมากพวกคุณระวังตัวด้วย พวกค้ามนุษย์มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่หนุนหลังอยู่ ทำงานให้รัดกุมที่สุด ที่สำคัญรักษาชีวิตตัวเองให้ดี ต้องปลอดภัยกลับมา”

“รับทราบครับ/รับทราบค่ะ”

“เอาล่ะพวกคุณไปเตรียมตัวเถอะ”

หลังจากนั้นทั้งสามคนกลับไปเตรียมตัวเพื่อไปทำภารกิจอีกห้าวันข้างหน้า ใบหม่อนรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูกเธอได้เรียกทนายประจำตระกูลมาพบและทำพินัยกรรมยกสมบัติทั้งหมดให้กับการกุศลหากเธอเสียชีวิต และยังได้แบ่งเงินอีกจำนวนหนึ่งให้กับทนายประจำตระกูลเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วเธอรู้สึกโล่งใจแปลกๆ แต่ก็ช่างเถอะลูกหลานไม่มีญาติพี่น้องไม่มี สามีก็ไม่มีงานที่เธอทำก็เสี่ยงพอสมควรจัดการไว้ก็ไม่มีอะไรเสียหาย

โดยที่ใบหม่อนไม่มีทางได้รู้เลยว่าการไปทำภารกิจในครั้งนี้เธอจะไม่ได้กลับมา กลางดึกคืนก่อนไปทำภารกิจขณะที่ใบหม่อนนอนหลับอย่างสบายใจเธอฝันว่ามีใครสักคนมาบอกกับเธอว่าฝากลูกๆของข้าด้วยจากนั้นก็สะดุ้งตกใจตื่น

“ฝันบ้าอะไรวะ ฝากลูกๆอะไรสงสัยเพราะนิยายบ้าเล่มนั้นไม่น่าไปหยิบมาดูเลยให้ตายสิเอามาฝันเป็นตุเป็นตะ”

หลังจากตื่นขึ้นมาบ่นแล้วใบหม่อนไม่สามารถข่มตาหลับลงได้อีก เธอลุกขึ้นอาบน้ำและออกไปที่กองบัญชาการเพื่อรอเดินทางไปทำภารกิจร่วมกับทีม ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นใบหม่อนเห็นคนร้ายเล็งปืนใส่หัสนัยเพื่อนร่วมทีมเธอจึงผลักเพื่อนให้พ้นวิถีกระสุนและตัวเธอเองกลิ้งหลบไปอีกด้านแต่ทว่าโชคร้ายที่กลิ้งไปทางคนร้ายอีกคนทำให้ใบหม่อนเสียชีวิตขณะทำภารกิจการจากไปของใบหม่อนในครั้งนี้สร้างความเสียใจให้เพื่อนร่วมทีมและทุกคนในหน่วยงานเป็นอย่างมาก

เนื่องจากใบหม่อนไม่เหลือญาติแล้วหัสนัยและหัวหน้าหน่วยจึงเป็นคนจัดการเรื่องทำศพของใบหม่อน ทั้งวินัยและหัสนัยได้แต่อวยพรให้เธอไปสู่ภพภูมิที่ดีและถ้าหากใบหม่อนได้เกิดใหม่ก็ขอให้มีครอบครัวที่อบอุ่นไม่ต้องอยู่แบบโดดเดี่ยวเช่นนี้ ใบหม่อนที่ยืนดูร่างตัวเองถูกเผาไป พร้อมกับวิญญาณที่ล่องลอยเคว้งคว้างเธอหวังว่าจะได้พบกับคุณพ่อและคุณแม่แบบนี้เธอจะไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกแล้ว แต่นั่นมันแค่สิ่งที่เธอหวังเอาไว้ แต่ความจริงแล้ว

“โอ๊ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจ็บๆๆ ทำไมมันเจ็บแบบนี้ นี่เราโดนยิงตาย มันเจ็บถึงวิญญาณเลยหรือไง”

ตอน 2

“โอ๊ยๆๆเจ็บจะตายอยู่แล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ตอนโดนยิงตายยังไม่เจ็บเท่านี้เลย”

ใบหม่อนบ่นออกมาอย่างอดไม่ได้เธอรู้สึกปวดตรงบริเวณท้องน้อยเป็นอย่างมากโดนยิงทะลุปอดตายแต่ปวดท้องเนี่ยนะนี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับเรากันแน่ในขณะที่กำลังคิดทบทวนอยู่นั้นเธอก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมเธอตายไปแล้วศพก็เผาแล้วตอนนี้เธอน่าจะเป็นวิญญาณไม่ใช่เหรอทำไมถึงรู้สึกเจ็บปวดเช่นนี้พลันหูกลับได้ยินเสียงหญิงชราบอกให้เธอเบ่ง เบ่งอะไรใบหม่อนยังไม่เข้าใจจับต้นชนปลายไม่ถูกจู่ๆท้องที่เมื่อสักครู่หายปวดแล้ว ตอนนี้กลับปวดขึ้นมาอีกและดูเหมือนว่าจะรุนแรงกว่าเมื่อสักครู่

“เบ่งเจ้าค่ะเบ่ง”

“โอ๊ยปวดท้อง จะให้เบ่งอะไรเล่า”

“ก็เบ่งคลอดเช่นไรเจ้าคะ เบ่งเจ้าค่ะ”

“เอ้าเบ่งก็เบ่ง โอ๊ยๆปวดๆ อื้ออออ”

“แว๊ๆอุแง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

“เป็นลูกชายเจ้าค่ะ”

“เบ่งอีกเจ้าค่ะเบ่งยังเหลืออีกสองคน”

ใบหม่อนได้แต่คิดในใจนี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรพึ่งจะรู้ว่าตายไปแล้วคลอดลูกได้ด้วยสามียังไม่มีแฟนยังหาไม่ได้แต่ตายแล้วกลับคลอดลูกได้ นี่มันบ้าเกินไปแล้ว

“เบ่งเจ้าค่ะเบ่งหัวเด็กออกมาแล้ว”

“เบ่งก็เบ่ง อื้อๆๆๆๆ”

“แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ลูกชายเจ้าค่ะ

“เบ่งอีกเจ้าค่ะเบ่ง ยังเหลืออีกคน” หมอตำแยที่ตอนนี้เริ่มเหงื่อตก

“อื้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

“แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอุแว๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

“ลูกชายเจ้าค่ะ”

หลังจากที่เบ่งจนครบสามครั้งแล้วใบหม่อนที่ทะลุมิติมาคลอดลูกก็สลบไปด้วยความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย ส่วนด้านนอกห้อง บัวตองผู้เป็นพี่สะใภ้เดินวนไปวนมาด้วยความวิตกกังวลเพราะสามีและน้องชายสามีเข้าเมืองเอาของป่าที่หามาได้ไปขายยังไม่กลับมาใบหม่อนผู้เป็นน้องสะใภ้ก็ปวดท้องคลอดกะทันหัน นางตกใจจนจับต้นชนปลายไม่ถูกไม่รู้จะทำสิ่งใดก่อนเพราะนางเองก็พึ่งท้องอ่อนๆเท่านั้นยังดีที่มีเพื่อนบ้านอย่างป้าหวานคอยให้การช่วยเหลือและตามหมอตำแยมาให้หาไม่แล้วนางเองก็ไม่รู้จะจัดการได้ยังไง

หมอตำแยจัดการทำความสะอาดเด็กทั้งสามคนและใบหม่อนเสร็จเรียบร้อยถึงได้นำเด็กออกมา ทั้งสามถูกห่อด้วยผ้าสีขาวโดยที่ข้อมือมีด้ายผูกอยู่ตามลำดับการเกิดคนแรกผูกหนึ่งเส้น คนที่สองสองเส้นและคนที่สามสามเส้น ไม่เคยมีใครคลอดลูกแฝดสามมาก่อน นับเป็นเรื่องที่แปลกและอันตรายกับแม่ผู้อุ้มท้องเป็นอย่างมาก หากดูแลตัวเองไม่ดีพอคงต้องตายทั้งแม่ทั้งลูก เมื่อหลานๆถูกส่งออกมาจากห้องด้านในบัวตองถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“แม่นางบัวตองข้ากลับก่อนส่วนน้องสะใภ้เจ้านางแค่หลับไปเท่านั้น ไม่พ้นคืนนี้นางคงฟื้นคืนสติแล้วล่ะ”

“ขอบคุณแม่หมอมากเจ้าค่ะ นี่เจ้าค่ะค่าทำคลอด” บัวตองยื่นเงินให้หมอตำแย หนึ่งเหรียญเงินเป็นค่าทำคลอด

“ขอบใจเจ้ามากข้าไปล่ะดูแลนางดีๆล่ะ”

หมอตำแยกลับไปแล้วบัวตองนำหลานๆทั้งสามไปนอนเรียงกันข้างๆน้องสะใภ้นางนั่งมองสี่แม่ลูกที่นอนเรียงกันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ครอบครัวนางถือว่ายากจนมาก นางและสามีพร้อมกับน้องชายและน้องสะใภ้ถูกบังคับให้แยกเรือนออกมาจากเรือนใหญ่โดยแม่เลี้ยงของสามีพวกนางได้มาเพียงที่ดินห้าไร่ติดกับป่ารกร้างท้ายหมู่บ้าน ทันทีที่พ่อสามีของนางออกไปคุ้มกันคาราวานสินค้าแม่เลี้ยงก็ได้ขับไล่พวกนางออกมาถึงจะบอกว่าแยกบ้านก็แค่พูดให้ดูดีเท่านั้น หลังจากแยกบ้านแล้วถือว่าไม่มีอะไรที่เกี่ยวของกันอีก

บัวตองนั่งนิ่งหลานๆเกิดมาอีกสามคนอีกไม่นานลูกของนางก็จะเกิดมาอีกคน ตอนนี้ทั้งนางละน้องสะใภ้ไม่สามารถช่วยงานสามีได้มากมายนักยิ่งตอนนี้น้องสะใภ้คลอดแล้วแถมยังเป็นแฝดสามอีก เช่นนี้จะทำยังไงถึงจะผ่านความโหดร้ายนี้ไปได้อีกไม่นานจะเข้าฤดูหนาวแล้ว คงไม่ต้องอดตายกันใช่หรือไม่ สามีและน้องชายต้องอดมื้อกินมื้อให้ภรรยาได้กินอิ่ม

ใบหม่อนที่ตอนนี้ที่เริ่มรู้สึกตัวก็กำลังคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เธอลืมตาขึ้นมามองรอบๆสำรวจจนทั่วห้อง เนี่ยเธออยู่ที่ไหน อย่าบอกนะว่าทะลุมิติมาเหมือนกับนิยายที่อ่านตายล่ะหว่าทะลุมิติมาทั้งทีก็ให้มันดีๆหน่อยไม่ได้หรือไงทะลุมาคลอดลูกนี่นะ หรือว่าเธอจะฝันไปแต่ความฝันมันจะเจ็บปวดได้ปานนั้นเชียวหรือ เธอหันไปมองข้างๆพบเด็กน้อยในห่อผ้านอนหลับอยู่สามคนใบหม่อนเริ่มคิดแล้วว่าเรื่องนี้มันคุ้นๆ

“เวรแล้วไงอย่าบอกนะว่าทะลุมิติมาในนิยายที่เราโยนทิ้ง โผล่มาก็ตอนคลอดลูกพอดีนี่มันเกิดอะไรขึ้นในนิยายนางเอกทะลุมาตอนคลอดลูกพอดีไม่มีอะไรแถมมาทั้งนั้นไม่มีพลังวิเศษ ไม่มีมิติแถมยังเป็นโลกล้าหลังโว้ยแบบนี้อย่าถามหาเลยมิติตอนนี้หาสติตัวเองแทบไม่เจอนี่มันเกิดขึ้นได้ยังไง”

ใบหม่อนตีอกชกลมอยู่กับตัวเองอยู่นานสองนานจากนั้นก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เด็กๆทั้งสามก็หลับข้างๆท่านแม่ของเขาโดยไม่ส่งเสียงร้องใดๆออกมา บัวตองออกไปยืนรอสามีอยู่หน้าบ้านด้วยความร้อนใจจะเกิดอะไรขึ้นกับสามีและน้องชายหรือไม่ทำไมป่านนี้แล้วยังไม่กลับมาอีก นางเดินกลับไปกลับมาจนป้าหวานมาพบเข้าและบอกให้นางเข้าบ้านไปพักผ่อนบ้างเดี๋ยวจะเป็นอันตรายต่อเด็กในท้องนาง ตั้งแต่เมื่อวานนางยังไม่ได้นอนจนถึงตอนนี้

“บัวตองเจ้าจะเดินกลับไปกลับมาทำไม กลับไปนอนพักบ้างเจ้าไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อวานไม่ใช่หรือระวังมันจะมีผลต่อเด็กในท้องของเจ้า”

“ข้าห่วงท่านพี่กับน้องชายน่ะป้าหวาน”

“อนันต์กับคิมหันต์สองพี่น้องล้วนนับว่ามีฝีมือทั้งคู่เจ้าอย่ากังวลไปกลับไปนอนพักและดูแลน้องสะใภ้เจ้าก่อน”

“เจ้าค่ะป้าหวานขอบคุณท่านมากที่เตือนสติข้า”

“เอาเถอะๆแค่เรื่องเล็กน้อยข้าไปล่ะ”

หลังจากที่ป้าหวานจากไปแล้วบัวตองเดินกลับเข้าไปในบ้านหลังเล็กเพื่อดูว่าแม่ลูกตื่นหรือยัง นางเปิดประตูเข้าไปเห็นแม่ลูกนอนหลับสนิทไม่มีทีท่าจะตื่นเลย ช่างเป็นเด็กที่รู้ความจริงๆปกติก็ต้องร้องหิวแล้วไม่ใช่หรือ ไม่ใช่ว่าเป็นอะไรไปแล้วทั้งแม่ทั้งลูกนะเมื่อเดินเข้าไปดูทุกคนยังมีลมหายใจอยู่นางค่อยวางใจเดินกลับห้องตัวเองไป แต่นางไม่สามารถข่มตาหลับลงได้จึงได้เดินออกไปนั่งรอสามีที่แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน

เวลาผ่านไปจนนานเท่าไหร่ไม่รู้นางได้ยินเสียงเด็กๆร้องดังออกมาจากในบ้าน บัวตองสาวเท้ากลับเข้าบ้านเพื่อช่วยน้องสะใภ้ดูแลเด็กๆ

“น้องสะใภ้เจ้าตื่นแล้วดื่มน้ำเสียหน่อยเจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”

“เอ่อคือว่า” ใบหม่อนไม่รู้จะพูดอะไรนี่สวรรค์กลั่นแกล้งเธอหรือไงถึงได้ส่งนางมาในนิยายที่เธอโยนทิ้งกันเล่าแทนที่จะส่งนางเอกไม่ได้เรื่องคนนั้นมา แต่ทำไมส่งเธอมาแทนล่ะ บัวตองเห็นน้องสะใภ้อึ้งอยู่นานจึงได้เรียกนางเสียดัง

“น้องสะใภ้ เจ้าดูลูกๆเจ้าก่อนดีหรือไม่ สงสัยจะหิวกันแล้วเอานมให้ลูกเจ้ากินก่อนเถอะ”

ใบหม่อนเอาลูกเข้าเต้าด้วยความมึนงง แฟนไม่เคยมีสามียังไม่เกิด พอตายแล้วดันมาเกิดใหม่ตอนคลอดพอดีแบบนี้จะทำอะไรได้เล่าหลังจากให้นมลูกแบบเงอะๆงะๆแล้วใบหม่อนก็กินข้าวต้มที่บัวตองนำมาให้ด้วยความหิวโหยจากนั้นก็ล้มตัวลงนอนข้างๆเด็กทั้งสามคนทันที

ระหว่างนั้นใบหม่อนได้ทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่มีชื่อเดียวกับเธอ ตายเพราะคลอดลูกหากเธอไม่ทะลุมิติมาลูกๆเองก็คงตายไปด้วย

“หรือจะเป็นวันนั้นที่เราฝันจำได้รางๆว่าฝากลูกๆข้าด้วย นี่อย่าบอกนะว่าไอ้นิยายเฮงซวยนั้นที่เราโยนทิ้งมันดูดเราเข้ามาในนิยายรึเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นดีเลยใบหม่อนคนนี้จะเปลี่ยนเนื้อหาให้ยับ ในเมื่อให้เธอมาเป็นนางเอกเช่นนั้นชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง"

หลังจากที่พูดคนเดียวพูดเองเออเองไปสักพักใบหม่อนก็หลับตามลูกๆของเธอไป ก่อนจะหลับเธอได้บอกกับใบหม่อนคนก่อนว่าขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดีไม่ต้องห่วงลูกๆเธอจะดูแลให้เองและได้ยินเสียงขอบคุณดังแว่วมาเธอหลับยาวจนกระทั่งถึงเวลาพลบค่ำพี่สะใภ้อย่างบัวตองนำข้าวต้มมาให้ใบหม่อนกินประทังความหิว

“ทนๆกินไปก่อนนะท่านพี่กับน้องชายไปขายของในเมืองยังไม่กลับมาข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะข้ากินได้ ตอนนี้กี่โมงแล้ว”

“ตอนนี้บ่ายสี่โมงแล้วล่ะ”

“พี่สะใภ้เองก็ไปกินข้าวเถอะท่านเองก็กำลังท้องอยู่”

“อืมข้าไปล่ะเจ้าต้องการอะไรก็เรียกข้าได้ตลอดเวลา”

หลังจากบัวตองเดินออกไปแล้วใบหม่อนมองดูสภาพบ้านที่อยู่ตอนนี้นี่มันกระท่อมชัดๆย้อนมาในโลกที่มีวัฒนธรรมผสมปนเปกันไปไม่พอคนในยุคนี้ยังไม่รู้ว่าอะไรกินได้หรือไม่ได้ พวกเขาจะกินในสิ่งที่พ่อแม่พากินเท่านั้นไม่เป็นไรในเมื่อให้ข้ามาแล้วข้าก็ต้องอยู่ให้รอดแต่เสียดายไม่น้อยอดเจอคุณพ่อคุณแม่เลยใบหม่อนได้แต่ถอนหายใจ

บนท้องฟ้าเหนือกระท่อมสองสามีภรรยาจับมือกันยืนกลางอากาศทอดสายตาลงมองในกระท่อมด้วยสายตาอ่อนโยน

“คุณพี่เจ้าคะถ้าลูกรู้เข้าว่าเราส่งให้ลูกมาที่นี่ลูกจะโกรธไหมเจ้าคะ”

“ไม่หรอกน่าลูกจะได้ไม่เหงาไงที่สำคัญลูกมีพร้อมไม่ว่าจะสามีหรือลูกจะได้มีครอบครัวที่อบอุ่นไง”

“แต่เราส่งลูกมาในนิยายที่ลูกโยนทิ้งเพราะไม่พอใจเนื้อเรื่องนะ”

“ก็ดีแล้วยังไงลูกจะได้มาเปลี่ยนเนื้อหาให้เป็นไปในแบบที่ลูกต้องการยังไงล่ะเราไปกันเถอะหมดเวลาของเราแล้ว”

“พ่อกับแม่ขอให้ลูกโชคดีนะใบหม่อน”

ตอน 3

บัวตองนั่งรอสามีและน้องชายของสามีอยู่เป็นเวลานานเท่าไหร่ไม่รู้จนกระทั่งทั้งสองคนกลับมาถึงบ้านด้วยสภาพที่ไม่ดีนัก นางตกใจเป็นอย่างมากและร้อนรนถามผู้เป็นสามีออกไป

“ท่านพี่เกิดอันใดขึ้นทำไมถึงได้มีสภาพเช่นนี้ท่านบาดเจ็บหรือเจ้าคะ”

“ใจเย็นๆบัวตองไม่มีอะไรหรอกแค่เกิดเรื่องนิดหน่อยเท่านั้น” อนันต์ตอบผู้เป็นภรรยา

"พี่บัวตองแล้วเมียของข้าล่ะนางไปไหน" คิมหันต์ถามพี่สะใภ้ของตนเองเพราะไม่เห็นผู้เป็นภรรยาออกมารอเหมือนทุกครั้ง

"โอ๊ย ข้าลืมไปเสียสนิทเลย ภรรยาของเจ้าคลอดแล้วบุตรของเจ้าเป็นชายทั้งหมด"

"พี่บัวตองท่านหมายความว่าอย่างไรที่ว่าเป็นชายทั้งหมด"

"ก็หมายความว่าเจ้าได้ลูกแฝดยังไงล่ะแถมไม่ใช่แฝดสองด้วยแต่เป็นแฝดสาม"

“นี่ท่านไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่พี่บัวตอง”

“เอ๊ะ คิมหันต์ข้าเป็นพี่สะใภ้เจ้าไม่ใช่เพื่อนเล่นเจ้านะจะได้มาล้อเล่นได้ แล้วเรื่องแบบนี้เอามาล้อเล่นได้ด้วยหรือ”

“ข้ารู้แล้วๆ ท่านอย่าโกรธไป ข้าขอโทษข้าเพียงถามให้แน่ใจเท่านั้น”

“จะมาถามอะไรก็เข้าไปดูเองสิ จริงๆเลยคนบ้านนี้เป็นอะไรกันไปหมด”

“พอเถอะๆ คิมหันต์เจ้าเลิกถามเซ้าซี้ส่วนบัวตองอย่าโมโหเดี๋ยวลูกเกิดมาหน้าเหี่ยว” อนันต์ห้ามทัพน้องสามีกับพี่สะใภ้แต่คำที่พูดออกมาก็เหมือนมาจุดไฟโกรธให้บัวตองผู้เป็นภรรยาเพิ่ม

“ท่านพี่ ท่านก็อีกคนที่พูดออกมานี่คิดดีหรือยังว่าแต่พวกท่านยังไม่ได้บอกเลยนะว่าทำไมถึงกลับมาเอาป่านนี้”

“เกิดเรื่องนิดหน่อยน่ะระหว่างทางที่กลับมาเลยทำให้กลับมาช้า”

“อย่าบอกนะว่าคนพวกนั้นมาดักทำร้ายและแย่งชิงข้าวของเหมือนครั้งอื่นๆ”

“เป็นเช่นนั้นแหละแต่รอบนี้พวกข้าสองคนไม่ยอมเหมือนทุกครั้งก็เลยเกิดการต่อสู้กันเกิดขึ้น”

“แล้วพวกท่านบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ และพวกนั้นได้อะไรไปบ้าง”

“ไม่เป็นอะไรมากแค่ฟกช้ำและพวกมันไม่สามารถเอาอะไรไปได้”

“เฮ้อเมื่อไหร่พวกนั้นจะรามือเสียที เราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้หรือเจ้าคะท่านพี่”

“พี่ก็ไม่รู้เช่นกัน คงต้องรอท่านพ่อกลับมาจากล่องคาราวานตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้”

“ถ้าหากท่านพ่อกลับมาแล้วนางบอกว่าพวกเราเองที่ขอแยกบ้านเล่าเจ้าคะ"

“อันนั้นก็แล้วแต่ท่านพ่อจะตัดสินใจ พี่เองจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายพวกเราได้อีก”

“ยังดีนะเจ้าคะที่ท่านพี่และคิมหันต์ไม่ได้ออกไปล่องคาราวานรอบนี้ถึงงานคุ้มกันคาราวานจะได้ค่าแรงดีแต่เสี่ยงอันตรายมากเช่นกันถ้าหากท่านสองคนไม่อยู่เหลือแค่ข้ากับใบหม่อนคงรับมือกับคนพวกนั้นไม่ไหว”

“อืมนับว่าโชคดี ไม่เช่นนั้นก็คงต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นแน่”

“ท่านพ่อจะเชื่อพวกเราหรือไม่เจ้าคะ”

“พี่ก็ไม่อาจรู้ได้ อย่าเพิ่งคิดมากไปก่อนเลยอะไรจะเกิดก็คงต้องเกิดไปดูหลานกันเถอะ”

คิมหันต์รีบวิ่งเข้ามาในบ้านทันทีเขามุ่งหน้า ตรงไปยังห้องนอนของตัวเองและภรรยา เมื่อเปิดประตูเข้าไปภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือภาพที่สี่แม่ลูกนอนเรียงกันบนเตียงช่างเป็นภาพที่ดูอบอุ่นยิ่งนัก เขารีบเข้าไปดูลูกๆทันทีเสียดายที่เขาไม่ได้อยู่ตอนที่นางคลอดหากคนพวกนั้นไม่มาดักแย่งชิงของจากเขาสองพี่น้องเขาคงกลับมาทันตอนภรรยาคลอด นับว่าเกินความคาดหมายมากใครจะไปคิดว่าเขาจะได้ลูกแฝดเช่นนี้ ช่างดีนักต่อไปเขาก็เป็นท่านพ่อแล้วคิมหันต์นั่งมองลูกเมียอยู่นิ่งๆจนกระทั่งใบหม่อนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา

พอใบหม่อนลืมตาขึ้นมาเจอคิมหันต์นั่งอยู่ข้างเตียงในใจลอบอุทานว่า เรือหายล่ะไอ้หน้าหล่อนี่ใครวะอย่าบอกนะว่าเป็นสามีของเธอในโลกประหลาดๆใบนี้ นี่มันเวรกรรมอะไรกันเว้ยส่งมาในนิยายห่วยแตกไม่พอ โปรโมชั่นแถมลูกสามพร้อมสามีอีกหนึ่งเหรอฟะเกินจะรับไหวจริงๆ ใบหม่อนได้แต่มองหน้าคิมหันต์ตาปริบๆ

“ใบหม่อนเจ้าตื่นแล้วหรือเจ็บตรงไหนหรือไม่”

“ที่ถามนี่คิดดีหรือยังคนคลอดลูกจะเจ็บตรงไหนได้ ถามอะไรไม่เข้าเรื่อง”

คิมหันต์ได้แต่นิ่งอึ้งกับคำตอบที่ได้จากภรรยา นี่เขาทำอะไรให้นางโกรธหรือเปล่าหรือว่าจะโกรธเขาที่ไม่ได้อยู่กับนางตอนนางคลอดมันต้องใช่แน่ๆไม่เช่นนั้นนางคงไม่พาลโกรธเขาหรอก

“เอ่อ คือว่าพี่แค่เป็นห่วงใบหม่อนน่ะพอดีตอนขากลับจากเมืองมีเรื่องนิดหน่อยน่ะ”

“อืม แล้วนี้ท่านกลับมานานแล้วหรือ” ใบหม่อนที่กำลังพยายามทำใจยอมรับให้ได้กับชีวิตใหม่ที่ไม่ไฉไลเอาซะเลยถามคิมหันต์ออกไป

“กลับมาได้สักพักแล้วพี่เห็นเจ้าหลับอยู่น่ะก็เลยไม่กล้าเรียกเจ้าพักผ่อนเยอะๆ เจ้าหิวหรือยังพี่จะได้ไปทำอะไรมาให้เจ้ากินก่อน”

“หิว มากด้วยท่านมาก็ดีข้าต้องการอาบน้ำท่านช่วยต้มน้ำให้ข้าหน่อย”

“ได้ๆ พี่จะจัดการให้” คิมหันต์รู้สึกว่าภรรยาของเขาแปลกๆ ทำไมเหมือนนางน่ากลัวขึ้นหรือว่าจะเป็นผลกระทบจากการที่นางคลอดลูกให้เขา แน่ล่ะคลอดตั้งสามคนเลยนะ ต่อไปนี้เขาต้องดูแลนางให้ดีตามใจนางให้มากๆ

คิมหันต์ที่เดินออกไปนอกห้องเพื่อไปที่ห้องครัวเตรียมต้มน้ำมาให้เมียอาบ อนันต์ผู้เป็นพี่ชายเดินสวนเข้ามาทันทีด้านหลังมีบัวตองเดินตามมาติดๆเห็นน้องชายออกจากห้องไปจึงได้ถามออกมา

“นั่นเจ้าจะไปไหนรึ”

“เมียข้าอยากอาบน้ำน่ะข้าจะไปต้มน้ำให้นางอาบและหาอะไรมาให้นางกินด้วย”

“อ่อเช่นนั้นก็ไปเถอะ ข้าจะเข้าไปดูหลานเสียหน่อย”

“อืมฝากดูแลเมียข้าด้วยนะพี่บัวตอง”

“ไปเถอะๆข้ารู้แล้ว”บัวตองโบกมือไล่คิมหันต์

ทั้งสองคนเดินเข้าห้องมาเพื่อดูหลานๆ อนันต์มองเด็กๆทั้งสามคนด้วยสายตาโง่งม นี่น้องชายของเขาทำได้ยังไง

“เป็นอย่างไรบ้างใบหม่อน ดีขึ้นบ้างหรือยัง” อนันต์ถามน้องสะใภ้

“ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะพี่อนันต์ ”

“หลานๆไม่งอแงเลย นี่ตั้งชื่อแล้วหรือยัง”

“ยังเจ้าค่ะรอพี่คิมหันต์มาก่อนค่อยให้เขาตั้งชื่อให้ลูก”

“อืมเจ้าพักผ่อนเถอะพี่สองคนไปก่อน”

หลังจากพี่ชายและพี่สะใภ้หันหลังเดินออกจากห้อง ใบหม่อนได้แต่นั่งตีอกชกลมกับตัวเอง จะทำยังไงล่ะเนี่ยโว้ยยใครมันส่งเธอมาในนิยายห่วยแตกพรรค์นี้ได้เอาก็เอาวะผัวก็มีแล้วลูกก็มีแล้วครบ ครอบครัวอบอุ่นจริงๆอุ่นจนร้อนเลยขอตายอีกรอบได้ป่ะแต่จะว่าไปสามีก็หล่อดีเหมือนกันมาขนาดนี้แล้วคงต้องยอมรับใช่ป่ะตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหมที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น ใบหม่อนนั่งบ่นในใจบ่นไร้สาระจนคิมหันต์ยกน้ำมาให้อาบ เมื่ออาบน้ำเสร็จก็กินข้าวอิ่มแล้วก็ให้นมลูก เป็นอยู่แบบนี้ชีวิตวนลูปอยู่แค่นี้ จนเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนใช่แล้วทุกคนเราถูกส่งมาในนิยายเฮงซวยที่เราซื้อมาและปาลงถังขยะนั่นเอง

หลังจากหนึ่งเดือนมานี้ใบหม่อนพักฟื้นร่างกายโดยมีสามีในนามตอนนี้ดูแลเป็นอย่างดี ลูกๆเป็นเด็กดีเลี้ยงง่ายไม่ร้องงอแง นอกจากเวลาหิวและขับถ่าย ใบหม่อนได้มีโอกาสออกมานอกบ้านสำรวจที่ทาง ป่าเขาอุดมสมบูรณ์ ตามเนื้อเรื่องของนิยายที่ใบหม่อนได้อ่านมานิดหน่อยนั้นคนที่นี่จะว่าโบราณก็ไม่ใช่จะสมัยใหม่ก็ไม่เชิงมันแบบผสมปนเปไปหมด ในป่ามีของกินมากมายแต่คนที่นี่ไม่รู้จักและไม่รู้ว่าสามารถกินได้

ต่อไปทำอะไรดีล่ะลูกสามผัวหนึ่งบ้านจนจะเอาอะไรกินเข้าไปถ้าเป็นแบบนั้นก็ตายรอบสองเลยจ้า ต้องเข้าไปดูว่าในป่ามีอะไรที่พอนำมาเป็นอาหารได้บ้าง ใบหม่อนล่ะเครียดใบหม่อนล่ะไม่ปลื้ม ส่งฉันมาทำอะไรคะไหนล่ะคะมิติ อะไรก็ไม่มียังดีที่สติยังอยู่ครบ อย่าให้รู้เชียวว่าใครส่งฉันมา ใบหม่อนเริ่มบ่นเริ่มเกรี้ยวกราดจะส่งมาแก้ไขเนื้อเรื่องหรือไงไหนล่ะตัวช่วย

คนที่ส่งมานั้นได้แต่สะดุ้งทุกครั้งที่ใบหม่อนเกรี้ยวกราด ไม่ใช่ว่าไม่ได้ให้อะไรเลยแต่มันยังไม่ถึงเวลาที่จะเอามาใช้ได้อีกอย่างเธอต้องรู้ด้วยตัวของเธอเอง ทั้งสองคนได้แต่มองให้กำลังใจใบหม่อนเท่านั้น

“หม่อนเข้าบ้านเถอะเดี๋ยวถูกลมเย็น” คิมหันต์เดินมาตามภรรยาที่ออกมานอกบ้านนานแล้ว

“ข้ารู้แล้ว ลูกตื่นรึยัง”

“ยังเลย สรุปชื่อลูกจะเอายังไงให้พี่ตั้งหรือ”

“นี่พี่ลูกเกิดมาได้เดือนแล้วยังไม่มีชื่อ พี่คิดว่าพี่เป็นพ่อของลูกป่ะ”

“เอ้าก็เป็นสิใบหม่อนเป็นเมียพี่ ทั้งสามคนก็ลูกของพี่ ทำไมใบหม่อนพูดจาแปลกๆ”

“ก็ในเมื่อเป็นลูกพี่ พี่ก็สมควรตั้งชื่อให้ลูกไม่ถูกหรือเจ้าคะ” (ถามนี่ไม่รู้รึ แกล้งโง่หนิ บ่นในใจ)

“จ้ะๆ ถูกจ้ะ เอาเป็นว่า อาทิตย์ ตะวัน เพลิงกัลป์ ตามนี้นะจ๊ะ”

“เข้าบ้านกันเถอะเดี๋ยวลูกตื่นขึ้นมาไม่เจอใครจะร้องเอา

ทั้งสองคนหันหลังกลับเข้าบ้าน คิมหันต์มองใบหม่อนด้วยความแปลกใจ นี่เมียเขาแค่คลอดลูกทำไมถึงเปลี่ยนไปเยอะหรือว่านางเป็นแม่คนแล้วเลยต้องเปลี่ยนตัวเอง ก็ดีนางจะได้ไม่ต้องโดนคนพวกนั้นรังแกตอนเขาไม่อยู่

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED