ตอน 1

‘กุลสตรี' หญิงสาวหน้าตาธรรมดาแต่ดวงตาและทรวดทรงของหล่อนเซ็กซี่เข้าขั้นขยี้ใจหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แบบชะงัด แต่เจ้าหล่อนกลับรักษาพรหมจรรย์ไว้ยิ่งชีพจวบจนกระทั่งอายุย่างเข้าสู่วัย 25 ปี วันครบรอบวันเกิดหล่อนปีนี้เอง ที่นำพาชีวิตหล่อนให้เปลี่ยนไปตลอดกาล

“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทู้ยู ...แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทู้ยู ...แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ...แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ...แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทู้ยู ...เย้ๆๆ”

“มีความสุขมากๆนะกุล ขอให้สวย รวยวันรวยคืนนะจ๊ะ”

“ช่าย...แล้วก็ขอให้มีหนุ่มหล่อๆมาคว้าใจกุลได้เร็วๆนะจ๊ะ ยี่สิบห้าปีแล้วอย่ามัวเลือกอยู่เลย เดี๋ยวจะกลายเป็นชะนีแก่เรียกร้องหาผัวๆๆๆ ฮ่าๆๆ”

กุลสตรีหัวเราะครื้นเครงกับคำอวยพรของเหล่าพี่ๆและเพื่อนร่วมงาน วันนี้ทุกคนมาร่วมแสดงความยินดีอวยพรหล่อนในวันเกิดครบรอบวัยเบญจเพส

ปกติหล่อนไม่ค่อยจัดปาร์ตี้เพราะไม่ชอบความอึกทึกครึกโครม ปีนี้เป็นปีแรกที่หล่อนจัดฉลองวันเกิดในผับหรูซึ่งมีแต่เหล่าไฮโซตบเท้าเข้ามา และนั่นก็ทำให้เพื่อนๆ พี่ๆ ผู้ร่วมงานต่างพากันตื่นตาตื่นใจ เพราะหล่อนเชื้อเชิญทุกคนให้มาร่วมฉลอง

“เฮ้! กุลจะไปไหนน่ะ” พลอยนภัสเรียกรั้งเจ้าของงานปาร์ตี้เอาไว้เมื่อเห็นเจ้าหล่อนขยับลุกขึ้นเหมือนจะเดินออกจากงาน

กุลสตรีได้ยินก็หันมาตอบ เพราะรอบด้านเสียงค่อนข้างดังพวกหล่อนจึงต้องเหมือนตะโกนคุยกันแข่งกับเสียงเพลง

“เดี๋ยวกุลมานะขอไปห้องน้ำหน่อย”

“โอเครีบไปรีบมาล่ะ ระวังหลงจนกลับโต๊ะไม่ถูกนะ” จิรัชยาได้ยินก็รีบสำทับ พลอยนภัสชะโงกหน้าเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยถ้อยคำติดทะเล้น

“ใช่ๆ ในนี้มีแต่ผู้ชายหล่อๆน่าหลงชะมัด”

“ให้มันน้อยๆหน่อยยัยพลอย ฉันหมายถึงหลงทางย่ะ ไม่ใช่หลงผู้ชาย”

“แหม...ยัยจิ ความหมายมันก็ใกล้ๆเคียงๆกันนั่นแหละ ฮ่าๆๆ”

กุลสตรีส่ายหน้าหัวเราะกับความแก่นเซี้ยวของเพื่อนรัก ภายนอกพวกหล่อนอาจเหมือนก๋ากั่นแต่แท้จริงแล้วแต่ละคนล้วนไม่ประสีประสากับเรื่องผู้ชาย และจนป่านนี้พวกหล่อนก็ยังไม่คิดคบหาหรือรักใครจริงจัง

จะว่าทั้งสามคนไม่คิดคบใครก็ไม่ใช่ เพราะจิรัชยาเป็นคนแรกในกลุ่มที่ตกลงคบหากับหนุ่มรุ่นพี่ต่างคณะฯตั้งแต่สมัยยังอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่คบไปยังไม่ทันถึงเดือน เพื่อนหล่อนก็ตบหน้ารุ่นพี่คนนั้นแล้วด่ากราดเสียๆ หายๆ ก่อนบอกเลิก เหตุเพราะผู้ชายคนนั้นคบเพียงหวังฟันนั่นเอง จากนั้นจิรัชยาก็ไม่คิดคบหาใครอีก ทุกวันนี้อย่าแม้แต่จะคิดเปิดใจ หางตาของเจ้าหล่อนก็ไม่เคยชายตาส่งให้ใคร

ต่อมาพลอยนภัสก็เจริญรอยตามจิรัชยาไปอีกคน คราแรกหล่อนคิดว่าเพื่อนคนนี้จะมีความรักสุขสมหวัง แต่ไม่นานหล่อนก็ต้องคอยซับน้ำตาให้อีกคน เพราะพลอยนภัสจับได้ว่าชายคนรักแอบคบซ้อน ไม่ใช่เพียงแค่สองแต่มีถึงสี่คนด้วยกัน นับจากนั้นเพื่อนทั้งสองก็ประกาศก้องว่าจะไม่ขอลองรักกับผู้ชายคนไหนให้เปลืองหัวใจอีก

แต่นั่นไม่ใช่หล่อน!

ใครๆอาจคิดว่าหล่อนเห็นความรักของเพื่อนๆไม่สมหวังจึงไม่คิดคบหาใครทั้งที่มีผู้ชายเข้ามาขายขนมจีบมากหน้า แต่ใครเล่าจะล่วงรู้เหตุผลที่แท้จริงว่าเหตุใดหล่อนถึงยังครองตัวโสดมาถึงทุกวันนี้ และนั่นคือเหตุผลที่หล่อนยอมทุ่มทุนจัดงานวันเกิดอายุครบ 25 ปี ที่ผับหรูระดับท็อปในกรุงเทพมหานครฯ

“ขออย่าให้คลาดกันเลยนะ สาธุ” กุลสตรีภาวนาในใจแล้วสอดส่ายสายตามองหาใครคนหนึ่งซึ่งหล่อนรู้มาว่าเขาจะมาที่นี่คืนนี้ ...และก็จริงตามคาด หล่อนเห็นเขาเดินเข้ามาหลังจากหล่อนและเพื่อนๆมาพร้อมเพรียงกันได้ไม่นาน

ความจริงหล่อนอยากเข้าไปทักเขาตั้งแต่ตอนนั้น แต่ก็อดใจรอจนกว่าจะเป่าเค้กวันเกิดเสร็จสิ้น ช่วงนั้นทุกคนคงเมามายกันจนไม่ทันสังเกตว่าหล่อนไปไหนและทำอะไร เรื่องแบบนี้หล่อนไม่อยากให้ใครรับรู้ ไม่อย่างนั้นคงไม่สู้อุตส่าห์เก็บงำเอาไว้มาร่วมสิบปี

แต่กว่าหล่อนจะปลีกตัวออกมาจากวงสังสรรค์ได้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว ก่อนออกมาหล่อนมั่นใจว่าเห็นเขาแยกตัวมาเข้าห้องน้ำ เพราะหล่อนจองที่นั่งโซนวี.ไอ.พี.ซึ่งเป็นโซนใกล้เคียงกับที่เขาจับจอง หล่อนจึงพอมองเห็นความเคลื่อนไหวของเขาได้เกือบตลอดเวลา

“อุ๊ย! / โอ๊ะ!”

“ขอโทษครับ / ขอโทษค่ะ” กุลสตรีอุทานแล้วเอ่ยขอโทษซึ่งพร้อมๆกันกับคนที่หล่อนหันหลังมาชนเข้าโดยไม่ตั้งใจ ความไม่ทันระวังและชนเข้าอย่างจังทำให้หล่อนซวนเซ ดีที่ว่าอีกฝ่ายยื่นมือมาคว้าเอวหล่อนไว้เสียก่อน ความตกใจทำให้หล่อนเงยหน้ามองใครคนนั้นทันควัน

“พี่ธีร์”

“เธอน่ะเอง นึกว่าใคร” เขายิ้มหยันแล้วคลายมือจากเอวคอดของหล่อนทันควัน ดวงตาของเขาเฉยชายามตวัดมองเรือนร่างทรวดทรงเซ็กซี่ในเดรสสั้นสีดำรัดรูปจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง

“ลงทุนมาดักรอฉันถึงที่นี่มีอะไรไม่ทราบ” เขาถามแดกดันแล้วใช้สายตาเยาะหยัน กุลสตรีชาวาบไปทั้งตัวและหัวใจเมื่อเห็นสายตานั้น ใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วและแรง หล่อนประหม่าเพราะไม่คิดว่าจะเจอเขาแบบ ไม่ทันตั้งตัวอย่างนี้ คำพูดที่ตระเตรียมมาหายไปหมดสิ้น พยายามระลึกเท่าไรหล่อนก็นึกไม่ออก

“ถ้าไม่มีอะไรก็ช่วยหลีกทางด้วย เสียเวลาฉัน” เขาว่าแล้วตั้งท่าจะเดินผ่านเลยไป

ความกลัวจะไม่ได้พูดในสิ่งที่อยากพูดทำให้กุลสตรีหลุดปากออกไปทันที

“กุลรักพี่ธีร์นะคะ รักมานานแล้ว”

ธันเดอร์ชะงักกึกก่อนพ่นลมหายใจพรู เขาเจอผู้หญิงมาบอกรักมากมายไม่ซ้ำหน้า ผู้หญิงคนนี้ก็เป็นอีกคน เขาเดาไม่ผิดเลยจริงๆที่เห็นหล่อนไปวนเวียนอยู่แถวคอนโดมิเนียมแล้วเป็นต้นเหตุให้เขาเกือบตกเครื่องในวันนั้น เพราะเจ้าหล่อนดันมาทำรถเสียขวางทางเข้าออกทำให้เขาต้องเสียเวลาเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยมาช่วยเข็น

ซีอีโอหนุ่มนึกย้อนไปถึงเมื่อหนึ่งเดือนก่อน วันนั้นเขางุนงงและประหลาดใจกับหญิงสาวหน้าตาธรรมดาแต่ดวงตาทรงเสน่ห์ชนิดที่ต้องเหลียวมองซ้ำ หล่อนเข้ามาทักทายเขาอย่างสนิทชิดเชื้อ จะว่าเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่เขาเคยควงก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถึงเขาจะเปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่เขาก็จดจำได้ทุกคนว่าเคยคั่วกับใครมาบ้าง

‘สวัสดีค่ะพี่ธีร์ กุลเอง พี่ธีร์จำกุลได้ไหมคะ’

‘ขอโทษนะ ผมจำไม่ได้ว่าเคยเจอคุณที่ไหน และรู้จักคุณเมื่อไร’ เขาบอกแล้วถอนหายใจ จะว่าไปหล่อนคนนี้ก็สะดุดตาสะดุดใจไม่น้อย ถึงหน้าตาจะบ้านๆ แต่ดวงตาและทรวดทรงหล่อนเซ็กซี่เหลือร้าย หากหล่อนจะเข้ามาทำความรู้จักเขาด้วยวิธีที่ดีกว่าการมาทำรถเสียขวางทางตอนที่เขากำลังรีบเร่งแบบนี้ เขาคงมีแก่ใจพอที่จะสานสัมพันธ์ต่อให้แน่นแฟ้นตามที่หล่อนต้องการ

‘พี่ธีร์ กุลไงคะ กุลสตรี เด็กผู้หญิงที่พี่เคยช่วยไว้เมื่อสิบปีก่อน’

‘ขอโทษนะ ผมไม่มีเวลามารำลึกความหลังกับใคร หลีกทาง! ผมต้องรีบไป’ เขาว่าแล้วเดินขึ้นรถจากมาทันทีที่พนักงานรักษาความปลอดภัยช่วยกันขยับรถให้พ้นทาง พอมองผ่านกระจกมองหลังเขาก็เห็นสายตาหล่อนมองตามมาด้วยความอาลัย

“พี่ธีร์คะ” เสียงของหล่อนดังแทรกเข้ามาดึงให้เขาหลุดออกจากภวังค์ ธันเดอร์กลอกตาบนแล้วยิ้มหยัน ผู้หญิงสมัยนี้จะมีสักคนไหมที่รู้จักวางตัว เขาเห็นมีแต่มัวเมาแหลกเหลวและวิ่งไล่ล่าผู้ชายทั้งนั้น

“กุลเฝ้ารอวันนี้มานานแล้ว วันที่กุลจะมีโอกาสได้บอกความในใจให้พี่รู้ ถึงพี่ธีร์จะจำกุลไม่ได้ แต่กุลก็อยากบอกให้พี่รู้ ...กุลรักพี่ธีร์ รักมาตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน”

ธันเดอร์เม้มปากขัดใจ เจอกันคราวก่อนหล่อนรั้นและพล่ามอะไรมากมาย คราวนี้ก็ไม่ต่างกัน เพลย์บอยหนุ่มหันกลับไปทางหญิงสาวช้าๆ เห็นหล่อนจ้องมองก่อนแล้ว สายตานั้นเปี่ยมไปด้วยความรักและชื่นชมเขาจนน่าประหลาดใจ

“เหอะ...บอกรักผู้ชายมากี่คนแล้วนะเธอน่ะ”

“พี่ธีร์! กุลไม่เคยบอกรักใคร ไม่เคยจริงๆนะคะ”

“ฉันควรเชื่อเธอใช่ไหม” เขาว่าแล้วยิ้มหยัน กุลสตรีรีบพยักหน้า หล่อนจะต้องพูดอย่างไรให้เขาเชื่อ หล่อนรักเขามานาน เฝ้ามองแต่เขา และไม่เคยชายตามองใคร

“พี่ธีร์จะรับรักกุลได้ไหมคะ” หล่อนกลั้นใจถาม แล้วนิ่งรอฟังคำตอบ

หล่อนบ้าไปแล้ว! แค่ถามย้ำความทรงจำ เขายังจดจำหล่อนไม่ได้ หล่อนยังถามหาขอให้เขารับรักหล่อน หึ! หากเขาตอบตกลงกลับมาเขาก็คงบ้าสิ้นดี

ตอน 2

ดวงตาคมกริบของธันเดอร์มองปราดอย่างประเมิน ผู้หญิงใจกล้าแบบนี้ ทรวดทรงองค์เอวยั่วกามารมณ์แบบนี้ มีหรือจะไม่เคยผ่านมือใคร ท่าทางจะรอบจัด คงผ่านมาเป็นร้อยสังเวียนแล้วสิท่า

“พิสูจน์สิ ...ว่าเธอยังเวอร์จิ้น ถ้าใช่! ฉันจะคบกับเธอ แล้วหยุดที่เธอคนเดียว”

กุลสตรีหน้าชา สายตาเขาดูหมิ่นดูแคลนหล่อนเหลือใจ หล่อนไม่เคยอับอายอะไรอย่างนี้มาก่อน หล่อนทำอะไรลงไป ความตื่นตระหนกตกใจทำให้หล่อนก้าวผิดพลาดไปหมด อะไรที่วาดหวังวางแผนไว้ หล่อนลืมเลือนจนหมดสิ้น

...ลืมเลือนถึงขั้นไร้สติ เอ่ยวาจาเหมือนคนไร้ซึ่งสมองให้เขาเหยียดหยาม

“ว่าไง...กล้าพิสูจน์ไหมล่ะ”

นั่นคือคำท้า ...และหล่อนก็ใจกล้าอย่างไร้สติจริงๆ

ความรักทำให้คนตาบอดฉันใด ความอยากเอาชนะและอยากครอบครองก็ทำให้คนขาดสติฉันนั้น

กุลสตรีเองก็เช่นกัน หล่อนตัดสินใจทันควัน

...หล่อนจะเป็นคนรักของ ‘ธันเดอร์ ธีร์ เทย์เลอร์’

...และเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายในชีวิตเขา!

“ว่าไงล่ะ ...กล้าพิสูจน์ไหม” เขาย้ำถาม

กุลสตรีนิ่งอึ้ง หล่อนสู้อุตส่าห์รวบรวมความกล้าบอกรักเขาทั้งที่เก็บซ่อนไว้มานานเกือบสิบปี คิดไม่ถึงเลยว่าพี่ธีร์ของหล่อนจะยื่นข้อเสนอแบบนี้

“กุลจะมั่นใจได้อย่างไรคะ ...ถ้ากุลพิสูจน์แล้ว พี่ธีร์จะรับรักกุล และหยุดที่กุลคนเดียว”

ธันเดอร์ยิ้มหยันมองตาคนถามแล้วไหวไหล่ไม่ยี่หระ

“ไม่กล้าพิสูจน์ก็ไม่เป็นไร ...แต่จะมาเปลี่ยนใจทีหลังไม่ได้นะ ฉันไปล่ะ” ว่าแล้วเขาก็ผิวปากหมุนกายหมายเดินออกไปจากตรงนั้น

กุลสตรีหน้าเครียดครุ่นคิดอย่างลังเล นี่อาจเป็นเพียงโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายของหล่อน หากปล่อยให้ผ่านเลยไป หล่อนอาจจะไม่มีโอกาสนั้นอีกเลยก็ได้

“ตกลงค่ะพี่ธีร์”

ธันเดอร์ชะงักเท้ากึก หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน แต่อึดใจก็คลายออก ริมฝีปากหยักร้ายยิ้มหยัน หล่อนก็เหมือนผู้หญิงอื่นๆ ที่เห็นดาษดื่นไปหมด

...ใจง่าย

...รักสนุก

...และพร้อมเปลื้องผ้าได้ทุกเวลา

“กุลขอรับคำท้า”

“หึๆ ถ้าอย่างนั้นก็ตามมาสิ” เขาว่าแล้วกระดกปลายนิ้วเรียกหล่อน กุลสตรีผ่อนลมหายใจพรู เมื่อตัดสินใจไปแล้วก็ต้องเดินต่อให้สุดทาง

หากโชคดี ...หล่อนอาจได้ครอบครองหัวใจของผู้ชายที่หล่อนรัก

แต่หากโชคร้าย...หล่อนก็คิดเสียว่านอนหลับแล้วฝันไป

เพียงไม่นานที่กุลสตรีขึ้นรถมากับเขา รถสปอร์ตคันโก้ก็เลี้ยวเข้าโรงแรมแห่งหนึ่ง กุลสตรีหน้าซีดเผือด ใจดวงน้อยปวดหนึบ ไม่นึกฝันว่าเขาจะพาหล่อนมาในสถานที่แบบนี้

“...ม่านรูด” หล่อนครางเสียงแผ่ว สองจิตสองใจว่าจะก้าวต่อหรือถอยกลับไปตั้งหลักดี แต่เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้หล่อนตั้งสติหยุดคิดนาน เพราะเพียงรถจอดสนิทหลังม่านสีทึบ เขาก็หันมาค่อนแคะหล่อนทันที

“ลงสิ อย่ามัวทำหน้าเหมือนไม่เคยหน่อยเลยน่า” เขาว่าแล้วก้าวลงจากรถสปอร์ตคันโก้ กุลสตรีกล้ำกลืนก้อนแข็งๆที่แล่นขึ้นมาจุกแน่นตรงลำคอให้ไหลย้อนกลับลงไป หล่อนเป็นคนเลือกเอง จะมัวมาทำพิรี้พิไรเหนียมอายได้อย่างไร

“ทำไมมาที่นี่ล่ะคะ”

“แล้วเธอคิดว่าฉันควรพาเธอไปที่ไหนล่ะ คอนโดฯเหรอ”

กุลสตรีนิ่งอั้น น้ำเสียงของเขาเยาะหยัน หล่อนใช้สายตามองเขาแทนคำตอบ

“ไม่ๆ เธอเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ ฉันไม่เคยพาใครขึ้นคอนโดฯ แล้วก็ไม่เคยขึ้นคอนโดฯของใคร ถ้าอยากมีความสุขกับฉัน ...ก็ต้องม่านรูด ...หรืออย่างดีก็โรงแรมห้าดาวเท่านั้น”

“แต่กุล...”

“จะเอายังไง ...จะพิสูจน์ ...หรือจะกลับ”

“...โอเคค่ะ ...ที่นี่ก็ที่นี่” หล่อนตอบตกลง ไม่ว่าที่ไหนก็มีค่าเท่ากัน ในเมื่อหล่อนตัดสินใจใช้ ‘พรหมจรรย์แลกความรัก’ ทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่ใช่เรื่องพึงกระทำสักนิด

กุลสตรียืดอกเชิดหน้าเดินผ่านเขาเข้าไปข้างในห้อง ธันเดอร์เลิกคิ้วมองคนเดินคอตั้งแล้วไหวไหล่ ซีอีโอหนุ่มผิวปากหวือก่อนสาวเท้าเดินตามเข้าไป

“อาบน้ำสิ จะได้เริ่มกันเสียที” เขาบอกยิ้มๆ เมื่อปิดประตูล็อกห้องเรียบร้อย

กุลสตรีสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงดังคลิก หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอดังอึก หล่อนนึกอยากเปลี่ยนใจ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วหล่อนจะถอยไม่ได้ ยิ่งเห็นสายตาเยาะหยันของเขา ความอยากเอาชนะก็ทะยานพุ่ง

อีกประเดี๋ยวเถอะ! เขาจะจุกจนพูดไม่ออกกับความจริงที่พานพบ

ธันเดอร์พ่นลมใจฟู่ใหญ่เมื่อกุลสตรีคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป เพลย์บอยตัวร้ายหันไปคว้าแก้วกลมมนมาเทบรั่นดีลงไปแล้วกระดกเข้าปากรวดเดียวจนหมด ดวงตาสีน้ำตาลทองเต็มไปด้วยแววเครียดขึงราวเจ้าตัวมีเรื่องอึดอัดคับแน่นอก เขายกแก้วบรั่นดีขึ้นดื่มพรวดๆ แก้วแล้วแก้วเล่าราวดื่มน้ำเปล่าอย่างไรอย่างนั้น

แก้วที่หนึ่งหมดไป...

ตามด้วยแก้วที่สอง ...สาม ...และสี่

ดื่มเอาๆ ราวต้องการดับความร้อนลุ่มที่สุมทรวง

คลิก!

เสียงเปิดประตูดังมาจากห้องน้ำ ธันเดอร์หันไปทางต้นเสียง เพียงสายตาคมกล้าสบเข้ากับเรือนร่างทรวดทรงสุดเซ็กซี่ที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่พันห่อกาย กระแสเลือดในร่างกายก็ดูจะเดือดพล่านจนเขาเร่าร้อน ไปทั่วสรรพางค์

“ดื่มหน่อยไหม” เขาถามพลางยกแก้วบรั่นดีขึ้นชี้ชวน

กุลสตรีส่ายหน้า ถึงหล่อนจะหวาดหวั่น แต่หล่อนอยากให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปในขณะที่หล่อนมีสติมากที่สุด

บางที! หล่อนอยากดึงสติกลับมาแล้วบอกยกเลิกคำท้า จากนั้นก็หันหลังให้เขาตลอดชีวิต แต่หล่อนจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร หล่อนใช้ชีวิตที่ผ่านมาท่ามกลางความหวังอันเจิดจ้าว่าวันหนึ่งหล่อนจะได้เคียงคู่เขาในฐานะคนรัก

...และวันนี้วันครบรอบอายุยี่สิบห้าปี

หล่อนก็ตัดสินใจเดินเข้ามาบอกรักเขา...

หากธันเดอร์ปฏิเสธเธอโดยดี ไม่มียื่นข้อเสนอท้าทายเหยียดหยัน หล่อนคงยอมรับความพ่ายแพ้ แล้วถอยหลังกลับหามุมสงบหลบไปเลียแผลใจสักพัก

แต่นี่...พอหล่อนบอกรัก ...เขากลับท้าทาย และหล่อนเองก็บ้าระห่ำ ถึงขั้นไร้สติ ถึงได้คิดพลีกายใช้พรหมจรรย์แลกกับความรักที่วาดหวังว่าจะได้รับจากเขา

“พี่อาบน้ำเถอะค่ะ กุลผสมน้ำอุ่นใส่อ่างไว้ให้แล้ว” หล่อนบอกแล้วขยับจะเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง แต่ธันเดอร์เดินเข้ามาขวางไว้เสียก่อน

กุลสตรีชะงักกึก หัวใจหล่อนเต้นตึกตัก พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเขาก้มมองหล่อนอยู่แล้วเช่นกัน

กุลสตรีปากสั่นเมื่อธันเดอร์ใช้ปลายนิ้วแกร่งแตะลงบนริมฝีปากอิ่มแดงระเรื่อของหล่อน จากนั้นเขาก็เชยปลายคางแล้วก้มลงมา ...คล้ายจะจูบ

หญิงสาวกลั้นใจลุ้นระทึก!

หล่อนกำลังจะเสียจูบแรกในชีวิต จูบที่หล่อนถนอมรักษาไว้ให้แด่ ชายที่รัก และวันนี้...หล่อนกำลังจะมอบให้กับเขา ...ธันเดอร์ ธีร์ เทย์เลอร์

“อย่าเพิ่งสั่นอีหนู คืนนี้ยังมีเวลาให้เธอสั่นอีกมาก” เขากระซิบชิด ริมฝีปากของหล่อน กุลสตรีลืมตาขึ้นมอง หล่อนผิดหวังหรือเปล่าที่เขายังไม่จูบ เขาเพียงแกล้งทำให้หล่อนใจสั่นเล่นก็เท่านั้น

“ฉันไปอาบน้ำก่อน อย่าเพิ่งหนีกลับล่ะ หึๆ” เขายิ้มยั่วแล้วกดริมฝีปากจูบหล่อนหนักๆ

กุลสตรีนิ่งอึ้ง หล่อนร้อนวูบวาบไปหมด เพียงเขาทาบจูบลงมาแค่นี้หล่อนก็แทบลมหายใจปลิดปลิว แล้วกว่าจะผ่านคืนนี้ไปล่ะ หล่อนไม่หัวใจวายหรอกหรือ?

กุลสตรียืนอึ้งอยู่แบบนั้นนานเท่าไรหล่อนไม่อาจทราบได้ หล่อนรู้เพียงว่าตอนนี้เขาเปิดประตูห้องน้ำและก้าวออกมาแล้ว ร่างกายหนาใหญ่ของเขามีเพียงผ้าเช็ดตัวพันห่อท่อนล่าง ช่วงบนของลำตัว ...เปลือยเปล่าโชว์แผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อหนั่นแน่น ถัดลงมาหล่อนเห็นหน้าท้องของเขาเป็นคลื่นรอนสวย และต่ำลงไปกว่านั้น...

ตอน 3

“เก็บอาการหน่อย จ้องฉันตาจะถลนแล้วนะนั่น”

กุลสตรีได้สติ รีบกระพริบตาปริบๆ แล้วหันหลังให้เขาทันที หล่อนอยากเปลี่ยนใจ แต่หากทำแบบนั้น เขาจะหยันเอาได้ว่าหล่อนกลัวเขารู้ว่าหล่อนไม่บริสุทธิ์ ซึ่งหล่อนรับไม่ได้ที่เขาจะเข้าใจหล่อนผิดๆแบบนั้น

“ความจริง...เราน่าจะอาบน้ำพร้อมกันเสียแต่ทีแรก ต่างคนต่างอาบแบบนี้เสียเวลาชะมัด” เสียงเขาเอ่ยขึ้นใกล้ๆหูหล่อน

กุลสตรียืนตัวแข็งทื่อ หล่อนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นซ่านรินรดลงตรงต้นคอผะแผ่ว จากนั้นฝ่ามือแกร่งของเขาก็วางทาบลงบนไหล่ลาด บีบนวดเบาๆ ราวต้องการให้หล่อนผ่อนคลายความตึงเครียดลง

“ยืนนิ่งอยู่ทำไมล่ะ ได้เวลาพิสูจน์กันแล้ว อยากรุกหรืออยากรับ เดี๋ยวจัดให้” เขาถาม ...แต่หล่อนยังยืนนิ่งราวไม่รู้สึกรู้สา แต่ว่าในใจนั้นเต้นโครมครามไปหมด

ธันเดอร์ยกยิ้ม เมื่อเจ้าหล่อนไม่หือไม่อือ ซีอีโอหนุ่มหนุ่มจึงนาบริมฝีปากลงบนต้นคอระหง จูบหนักๆแล้วดูดกลืนผิวเนื้อเนียนนุ่ม ฝากประทับรอยคริสมาร์กเป็นปื้นแดง

กุลสตรีแทบทรงตัวไม่อยู่ หล่อนรู้สึกวูบโหวง สองขาซวนเซราวยืนอยู่ในเรือที่โคลงเคลงไปตามเกลียวคลื่น

“พี่ธีร์…” หล่อนเรียกเขาเสียงสั่น เพราะถูกพิษจูบแสนหวามเล่นงาน

ธันเดอร์สวมกอดหล่อนจากทางด้านหลัง สองมือของเขาขยับเข้ากอบกุมปทุมงามล้ำขยุ้มขยำราวกำลังปั้นแต่งประติมากรรมชิ้นเอก จมูกและปากซุกไซ้ดูดกลืนผิวเนียนละเอียดไล่ลงมาตามไหล่ลาด...และลากเรื่อยลงสู่แผ่นหลังนวลเนียน

“อา...” เสียงหวานหลุดครางผะแผ่วด้วยความวาบหวาม เกิดมาหล่อนก็เพิ่งถูกกอดจูบก็วันนี้ ...พิษจูบที่ว่าเร่าร้อนติดตรึงใจจนทำให้หญิงชายต่างหลงใหลมัวเมามันเป็นอย่างไรหล่อนก็เพิ่งรับรู้

“พี่ธีร์... อืม...” เสียงหล่อนขาดหายเมื่อเขารั้งดวงหน้าหล่อนให้หันไปหาแล้วประกบจูบ

...จูบของเขาดูดดื่มก่อนค่อยๆทวีความดุดันขึ้นตามลำดับ

...เขาจูบหล่อนราวหิวกระหาย

...จูบเนิ่นนานเสียจนหล่อนแทบขาดใจ

พลัน! เขาก็หมุนร่างหล่อนให้หันเข้าหาทั้งร่าง!

ตอนนั้นเอง! ที่ธันเดอร์ดึงทึ้งผ้าเช็ดตัวซึ่งพันห่อเรือนร่างหล่อน เพียงกระตุกเบาๆ พันธนาการเพียงชิ้นเดียวบนเรือนร่างก็ปลิวหวือไปไม่รู้ทิศ กุลสตรีเบียดกายเข้าแนบชิดเรือนร่างหนั่นแน่นอย่างต้องการปิดซ่อนทรวดทรงเย้ายวนตาด้วยความเขินอาย

“ฮื่อ...หวาน” เสียงเขากระซิบชิดริมฝีปาก

...สิ้นเสียง

...ปากและลิ้นก็ลากเรื่อยลงมาตามลำคอระหงมุ่งตรงสู่เนินนุ่มนิ่มอวบอิ่ม

...เพียงริมฝีปากร้อนเร่าของเขาจูบนาบลงไปแล้วตามด้วยเรียวลิ้นตวัดไล้ กุลสตรีก็สั่นสะท้านไปทั้งกายและใจ

“พี่ธีร์...” หล่อนสะดุ้งเมื่อดอกบัวตูมเต่งของหล่อนสัมผัสกับความอ่อนนุ่มและร้อนชื้น วินาทีนั้น...แขนขาหล่อนอ่อนเปลี้ยไปหมด รสจูบแสนหวามทำเอาหล่อนระทดระทวยปล่อยให้เขาบดจูบ ...ดูดกลืนตามแต่ใจ

มือ จมูก ปาก และลิ้นของเขา ระดมพลังจู่โจมจนหล่อนเสียวซ่านหวามลึกในอก ดวงหน้างามแหงนเงยยามเจ้าหล่อนปลดปล่อยกายและใจไปตามอารมณ์ใคร่และปรารถนา

เปลือกตาบางปิดปรือด้วยหนักอึ้งจนแทบไม่อยากลืมขึ้น แต่ภาพที่เห็นเลือนรางผ่านม่านตาพร่ามัวและแพรขนตาขวางกั้นทำเอาหล่อนต้องเปิดเปลือกตาด้วยความตื่นตะลึง!

...บนฝ้าเพดานนั้น

...หล่อนเห็นภาพสะท้อนของหล่อนและเขาในกระจกเงาบานใหญ่

กุลสตรีหน้าม้าน ...ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วเรือนร่าง เพราะภาพหล่อนอิงแอบให้เขากอดจูบโลมลูบเด่นชัดเต็มสองตา

“พี่ธีร์ขา อะ...อา” หล่อนห่อไหล่ครางกระเส่า มือน้อยปัดป่ายสะเปะสะปะ เดี๋ยวเกาะกอดเขาแนบแน่น เดี๋ยวโลมลูบไปทั่วเรือนกายกำยำ

“โอ…พี่ธีร์”

“ซาบซ่านดีใช่ไหม” ธันเดอร์พึมพำเสียงแหบสั่น เขาถามแล้วก็ตรงเข้าบดจูบดูดกลืนริมฝีปากอิ่มซึ่งแย้มเผยอราวหิวกระหาย

ปลายนิ้วแกร่งแทรกผ่านกลุ่มไหมนุ่มลื่นเข้าไปปัดป่ายบดขยี้ปลายยอดอ่อนช้อยกลางกายหล่อน

“พี่ธีร์ขา...” กุลสตรีเกร็งไปทั้งร่างยามปลายนิ้วร้ายของเขากดขยี้จุดนั้นระรัว หญิงสาวบอกไม่ถูกว่ามันเป็นความรู้สึกอย่างไร มันทั้งเสียวซ่านและทรมานปนเปกันไปหมด หล่อนเหมือนร่างจะหลอมละลายกลายเป็นขี้ผึ้งถูกไฟรนไหลล่วงหล่นไปกองอยู่กับพื้น ร่างหล่อนตอนนี้คล้ายร่างไร้กระดูกอย่างไรอย่างนั้น

“พี่ธีร์ ...อ๊ายยยย” หล่อนหวีดหวานและเกร็งสะท้าน ความรู้สึกบางอย่างพลุ่งพล่านอัดแน่น ดวงหน้างามซึ่งแหงนเงยเปลี่ยนมาเป็นซุกซบ เรียวฟันสวยขบกัดเข้าที่ไหล่แกร่ง สองขาเรียวพันเกี่ยวกระหวัดรัดท่อนขาแข็งแรง สองแขนกอดรัดเรือนกายหนั่นแน่น สองมือจิกเกร็งเข้ากับแผ่นหลังกว้างตามแรงอารมณ์

“บ้าฉิบ! จิกกัดฉันจนเลือดซิบแล้วไหมนั่น” เขาสบถเบาๆหลังหล่อนผ่อนปรนอาการเกร็งสะท้าน

กุลสตรีหอบหายใจแฮ่ก! มือ ปาก และขาของหล่อนคลายออกจากร่างกายเขาด้วยความตกใจ

“พี่ธีร์! กุลขอโทษค่ะ” หล่อนหน้าซีดเมื่อเห็นรอยฟันบนไหล่หนา ยังไม่ทันหายตกใจ หล่อนก็ต้องผวาเมื่อเขากระชากหล่อนเข้าหา บดจูบเร่าร้อนดุดันจนปากหล่อนร้าวระบม

“โอ๊ย! กุลเจ็บนะ” หล่อนร้องแล้วสะบัดตัวออกเมื่อเขากัดหนักๆเข้าที่ทรวงนุ่มหยุ่น แต่แทนที่ธันเดอร์จะเอ่ยคำขอโทษ เขากลับเหยียดยิ้มเย้ยหยันแล้วมองหล่อนด้วยแววตาสาแก่ใจ

“หายกันไง เธอกัด ...ฉันกัดตอบ”

“ซาดิสม์” หล่อนว่า ...ดวงตาหล่อนฉายแววหวาดยามมองสบตาเขา

ธันเดอร์หัวเราะเบาๆอย่างไม่ยี่หระ หัวเราะแล้วก็คว้าหล่อนไปกอดแล้วจูบหนักๆ อีกครั้ง

“ซาดิสม์ แต่ถึงใจเธอใช่ไหมล่ะ” เขายิ้มยั่วหลังคลายจูบหล่อน

กุลสตรีหน้าแดงซ่าน ถลึงตาเข้าใส่

“บ้า! กุลไม่ได้โรคจิตนะที่จะชอบอะไรรุนแรง”

“แต่เธอโรคจิตที่คิดเอาพรหมจรรย์เข้าแลกความรัก”

“พี่ธีร์”

“เสียใจนะกุลสตรี ฉันไม่มีวันเชื่อหรอกว่าเธอยังเวอร์จิ้น”

กุลสตรีหน้าซีด สายตาเขาบ่งบอกความมั่นใจเต็มเปี่ยม หล่อนเสียใจที่เขาดูหมิ่น เหยียดหยันว่าหล่อนเป็นผู้หญิงใจง่าย จะสลัดผ้าขึ้นเตียงกับใครก็ได้ และนั่นก็เป็นแรงผลักดันให้หล่อนอยากเอาชนะเขา!

“ถ้าเธอทำตัวให้สมกับชื่อเสียหน่อย ฉันก็พอจะทำใจเชื่อได้บ้าง แต่นี่...ยอมพลีกายพิสูจน์รัก ผู้หญิงดีๆที่ไหนเขาทำกัน”

กุลสตรีเม้มปาก ดวงตาคู่สวยวูบไหว หล่อนใจกล้ารับคำท้าของเขานั่นเพราะเขายั่วเย้าให้หล่อนอยากเอาชนะ หล่อนผิดหรือที่อยากพิสูจน์ให้คนที่หล่อนรักได้รู้ว่า นอกจากเขาแล้วไม่เคยมีผู้ชายคนไหนได้แตะต้องเชยชม

“กุลสตรี...หึๆ” เขาเรียกหล่อนแล้วหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงนั้นช่างเย้ยหยันเสียจนหล่อนจุกในอก รอยยิ้มยกมุมปากและสายตาเชือดเฉือนนั่นอีก เขากำลังทำให้หล่อนรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าเป็นผู้หญิงใจง่ายไร้ราคา

“ผู้หญิงอย่างเธอมันแรดร่าน ตัณหาจัด แค่แตะนิดแตะหน่อยก็อู้ว ...โอ๊ว อย่างเช่นเมื่อกี้นี้เธอร้องเสียงดังเป็นบ้า ...แบบนั้นเหรอที่เธอบอกว่า หนูไม่เค้ย! ไม่เคย” เขาดัดเสียงเลียนแบบผู้หญิงได้อย่างดัดจริตนัก กุลสตรีอยากฟาดฝ่ามือลงบนแก้มสากเหลือใจ แต่หล่อนก็ยังพอระงับความกรุ่นโกรธที่พลุ่งพล่านอัดแน่น ไม่กระทำอะไรดังใจที่ร้อนรน

“ถ้าพี่ธีร์มั่นใจว่ากุลแรดร่าน ตัณหาจัดเสียขนาดนั้น ...จะมัวช้าอยู่ทำไมล่ะคะ เรามาหาความสุขกันไม่ดีกว่าเหรอคะ ไหนๆ พี่ธีร์ก็เสียเงินค่าม่านรูดนี่ไปแล้ว พี่คงไม่ได้จ่ายเพื่อมายืนด่าว่ากุลแบบนี้หรอกนะคะ”

“กุลสตรี”

“เชิญสิคะ กุลพร้อมแล้ว” หล่อนว่าแล้วจ้องตาเขานิ่ง

ธันเดอร์ขบกรามแน่น ดวงตาของเขาไร้ความรู้สึกยามสบประสานสายตาหล่อน

กุลสตรีสะท้อนในอก แม้จะหวาดหวั่นแต่หล่อนก็ไม่ลังเล หล่อนจะเปลี่ยนสายตาเหยียดหยันให้หันมารักใคร่หล่อนให้จงได้

“หรือพี่ธีร์จะเปลี่ยนใจคะ” หล่อนเลิกคิ้วถามเมื่อเห็นเขายืนมองหล่อนนิ่ง

ธันเดอร์หนวดกระตุก หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน เรียวฟันสวยขบกัดกันแน่น แต่เพียงอึดใจเจ้าตัวก็ยิ้มหยัน หล่อนอาจหาญเกินไปแล้ว ช่างไม่รู้ตัวเสียเลยว่า...ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้!

“ขึ้นเตียงสิ จะรออะไรล่ะ” เขาบอกแล้วใช้หางตาชี้ไปยังเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าปูสีแดงสด

กุลสตรีชำเลืองมองแล้วกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หล่อนยังจินตนาการไม่ออกว่าเขาจะเริ่มต้นกับหล่อนแบบไหน อย่างที่กอดจูบเล้าโลมหล่อนเมื่อสักครู่ หรือจะจู่โจมฟาดฟันเอาแต่ใจ

ธันเดอร์กระตุกผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่พันห่อกายให้คลายปมแล้วปล่อยให้ล่วงหล่นไปกองอยู่กับพื้น กุลสตรีที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าอยู่แล้วฝืนทำใจกล้าจ้องมองความเป็นชายของเขาซึ่งผงาดกล้าโชว์ความองอาจท้าสายตาหล่อน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED