ตอนที่ 1. เมื่อมาเฟียเบื่อการเป็นโสดแล้ว
เอียน โคลคลี่ยิ้มแล้วก็หมุนตัวกลับมา พร้อมกับรวบมือเรียวเล็กไปกุมไว้ ก่อนจะกระซิบเสียงแหบปร่า... “ไกลตรงไหนกันอานิลา... เราสองคนอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง จนเกือบจะหายใจรดกันแล้วนะ...อย่าไปคิดถึงเรื่องอื่นสิ ขอให้คิดแค่เรื่องของเราสองคนก็พอ”
เอียนหยอดหวานสุดฤทธิ์ เพื่อเปลี่ยนความกลัวของอานิลาให้เป็นความกล้า
อานิลาส่ายหน้า เธอเห็นแก่ตัวไม่ได้ คนตรงหน้าไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา เขามีบริวารและคนที่ต้องพึ่งพาเขาหลายร้อยชีวิต “ไม่ได้หรอกค่ะ อานิลารู้ตัวดี อานิลามีแต่จะดึงคุณลงต่ำ อานิลาเป็นแค่คนธรรมดาเองนะคะ”
“มันก็จริงนะ แต่ทำไมไม่รู้ ผมอยากจะลองลดตัวลงที่ต่ำ เมื่อผมอยู่ใกล้คุณมากกว่า แต่เรื่องที่ต้องขึ้นสูงนี่ก็น่าสนใจเหมือนกันนะ อยากรู้เหมือนกันว่าผม-จะ-ดัน-คุณ-สูงได้มากแค่ไหน?” เอียนพูดเสียงแหบ เขามองอานิลาด้วยแววตาหวานเชื่อม เลือดลมในตัวเขาแล่นพล่าน มันวิ่งปรู๊ดปร๊าดจนน่าตกใจ เมื่อความคิดเตลิดเลยไปไกลสุดกู่
“คะ!!...คุณพูดถึงอะไรนะคะเอียน” อานิลาผวาเยือก แววตามีความหมายของเอียน ยิ่งทำให้เธอหัวใจเต้นแรง เธอไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้ความนัยที่เอียนพยายามจะสื่อให้รู้...ความหมายที่แฝงมาในคำพูดนั่น ชวนวาบหวามจนสะท้านสะเทือนไปทั้งตัว
“...” ไม่มีคำตอบมีแต่รอยยิ้มแปลกๆ เอียนอยากจะบ้า!! เขาเกิดอารมณ์กำหนัดกับผู้หญิงตรงหน้าทุกสถานการณ์ เขาควบคุมตัวเองไม่ได้เลยหากอยู่ใกล้อานิลา เขาอยากจับหล่อนกดลงบนพื้นและแทรกตัวตนเข้าไปในร่างกายของเธอ ทั้งที่!! เขากับเธอ ไม่เคยอยู่กันสองต่อสองสักครั้ง
เอียนเหลือบมองบอดี้การ์ดคู่ใจ
ทุกย่างก้าวของเขาไม่เคยขาด เดวิด กับคาดิโอเลย
การเกิดมาในตระกูลโคล ที่เป็นผู้ครองอำนาจยิ่งใหญ่
ถึงสมัยนี้ไม่ต้องรบราช่วงชิงอำนาจกันแล้ว แต่ในอิตาลีมีใครไม่รู้บ้างละ ว่าเอียน คือมาเฟีย ธุรกิจของเขามีทั้งโปร่งใสและสีเทา ต่อให้ไม่อยากแตะต้อง แต่ทั้งหมดนั่น ต้นตระกูลโคลสร้างมา
“อานิลา เรายังมีเวลาศึกษานิสัยใจคอกันอีกนาน...เพราะยังไงผมก็ตัดใจปล่อยคุณไปไม่ได้ เชื่อสิคุณกับผม สักวันก็ต้องลงเอยกันแบบที่คุณกำลังกังวลนั่นแหละ ต่อไปนี้ผมจะรุกเต็มที่ หากกลัว...ก็ต้องเสียใจด้วย ผมขาดคุณไม่ได้” เอียดพูดความในใจ เขาหว้าเหว่มานานเกินไปแล้ว ถึงก่อนหน้านี้เขาจะมีผู้หญิงอยู่ข้างกายไม่ขาด แต่ผู้หญิงเหล่านั้น ไม่เหมือนอานิลาสักคนเดียว เขาวางใจหญิงตรงหน้า เหมือนรู้จักกันมาหลายชาติ เขาสบายใจทุกครั้งที่อานิลาอยู่ใกล้ แล้วแบบนี้ เขาจะปล่อยมือจากเธอได้ยังไง
อานิลาเสก้มหน้าซ่อนริ้วแก้มแดงจากสายตาคมวาว แต่เธอกลับไม่รู้สึกกลัว ในหัวใจเธอมีแต่ความวาบหวาม...คนทั้งประเทศเกรงอำนาจเอียนจนหัวหด แต่เธอกลับมองเขาเป็นเทพบุตรสุดหล่อ เขากระด้างก็จริง แต่ก็มากไปด้วยความอบอุ่น เธอรู้สึกปลอดภัยทุกครั้ง หากมีเอียนอยู่ใกล้
ความรู้สึกในใจตรงกันอะไรๆ ที่ควรยาก ก็กลายเป็นเรื่องง่ายๆ กลิ่นอายความรักลอยกรุ่นอยู่รอบตัว ความเศร้า ความสูญเสีย ความทุกข์ลอยหายไปทั้งหมด!!... ต่อไปเอียนคงไม่หมกมุ่นอยู่แต่กับธุรกิจ และคนของเขา ในเมื่อมีเรื่องน่าสนใจมากกว่า...การสร้างครอบครัวที่ไม่เคยมีในสมอง
แต่เวลานี้เอียนอยากลองดู
หากเขาทำได้ ทายาทของเขาจะปลอดภัยและเป็นสุข
เขาอยากวางมือจากธุรกิจสีเทานั่น ปล่อยผลประโยชน์มหาศาลให้กับกลุ่มคนกลุ่มใหม่ เอียนไม่เคยเสียดายอำนาจที่เคยครอบครองเลย เขาเบื่อมากกว่า เบื่อที่ต้องอดทนประคับประครองอำนาจมหาศาลนั่นไว้
เพื่อหลายร้อยชีวิตที่เขาต้องดูแล
แต่กลับไม่มีสักคนที่สงสารเขาเลย
ดังนั้นเสียงดนตรีในใจของคนทั้งคู่จึงดังประสานกัน อาจจะเป็นทำนองเพลงเดียวกันเลยก็ได้ เพลงที่ไพเราะ หวานฉ่ำละมุนละไม ในใจของเอียนตอนนี้สดใส ไม่มีแค่สีเทาหม่นเหมือนเดิม เขาสามารถปล่อยวางความอึดอัดที่เคยมีลงได้ เขาคงต้องปรึกษาผู้ใหญ่ที่เคารพอีกหลายคน จนกว่าจะหาทางออกดีๆ เจอ การวางมือนั่นมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนส่วนใหญ่ยังโลภมาก หากเขายกผลประโยชน์เหล่านี้ให้กับคนที่ไม่คู่ควร ผลร้ายจะตามมาอย่ามหาศาล ดังนั้น ตั้งแต่นี้ไป เขาคงต้องเริ่มคิดใหม่ ทำใหม่ หากปล่อยวางเรื่องนี้ลงได้สำเร็จ อนคตของเขา จะไม่ต้องหวาดระแวงอีกต่อไป
“ถึงบ้านอานิลาแล้วค่ะ คุณจอดรถข้างหน้านี่ล่ะค่ะ รถยนต์เข้าไปในซอยไม่ได้หรอก” อานิลากระซิบบอกเมื่อใกล้ที่พักตนเอง เธอรู้สึกอายหน่อยๆ กับความเสื่อมโทรมแถวนี้ มันแตกต่างกับคฤหาสน์หลังใหญ่ของเอียนลิบลับ เอียนมองเลยไปเบื้องหน้า ชุมชนที่ค่อนข้างแออัด...เขาจะไม่ยอมให้อานิลาต้องอาศัยอยู่ในที่แบบนี้อีกแล้ว
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในตรอกแคบๆ มีสายตาหลายคู่แอบมองตามด้วยความสนใจ เพราะเอียนอยู่ในชุดสูทหรู แต่งตัวเป็นทางการ เดินมากับอานิลาที่แต่งกายซอมซ่อ กางเกงยีนขาดๆ กับเสื้อเชิ้ตสีซีด เธอดิ้นรนทำงานตัวเป็นเกลียวเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่อายุสิบเจ็ด บิดาสิ้นใจจากโลกใบนี้ไป แต่กลับทิ้งหนี้ก้อนใหญ่ไว้ให้ อานิลาดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอด แถมยังต้องตามเช็ด ตามล้างหนี้สินที่ตัวเองไม่ได้ก่อไว้อีก
“บ้านคนแถวนี้คับแคบ และแออัดจังเลยเนอะ!!” เอียนชวนคุยแก้เก้อ เมื่อรอบตัวเขามีแต่ความเงียบ
“ค่ะ...” อานิลาตอบเสียงเรียบ คนจนกับคนรวยแตกต่างกันแบบเห็นได้ชัด แม้กระทั้งความเป็นอยู่ยังห่างไกลกันสุดขั้ว และคนข้างตัวเธอคงอดแปลกใจไม่ได้
“อีตัวดี!! ...หายหัวไปไหนมาทั้งวันเลย กูมารอมึงตั้งแต่เช้า หายหัวไปไหนมาวะ” เสียงแข็งๆ ตะโกนลั่น แถมยังมองอานิลาตาขวาง เอียนมองสบตาผู้ชายร่างใหญ่หนวดเคราเต็มหน้า ชายผู้นั้นส่งเสียงดุดันเมื่ออานิลาเดินเข้าไปในรัศมีสายตาของเขา
“กลัวฉันเบี้ยวหรือไงก็ออกไปหาเงินมาให้นี่แหละ ใจเย็นๆ สิ” อานิลาตอบเสียงเคร่ง เธอสอดมือลงไปในกระเป๋ากางเกง เพื่อควานหาสตางค์ แล้วรีบส่งให้ เพื่อตัดความรำคาญ
“แค่นี้เองเหรอวะ กูบอกให้เอาบุญนะ หากมึงยังทำงานพวกนั้นไม่มีทางใช้หนี้กูหมดหรอก!!”
“ฉันใช้หนี้แกมาเป็นปีแล้วนะ หนี้ยังไม่ลดลงเลยเหรอ ถามหน่อยเถอะ พ่อฉันเป็นหนี้พวกแกเท่าไหร่แน่” อานิลาเหลืออด เธอทำงานหนักเพื่อชดใช้หนี้แทนบดามาเป็นปีๆ แต่หนี้นั่นไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย
“เวลาเอาไป กราบกรานเหมือนกูเป็นพระเจ้า แต่เวลาต้องคืน ทำไมเสียงแข็งแบบนั้นละ”
“ฉันแค่อยากรู้ ฉันต้องชดใช้แทนพ่ออีกนานเท่าไหร่?
“ตลอดชีวิตมึงนั่นแหละนังหนู หรือไม่อยากปลดหนี้ ลองทำงานอย่างว่าดูสิ ได้เมินก้อนใหญ่ๆ จะได้ปลดหนี้ไวไวไง”
อานิลาหน้าร้อนวาบ เธออายเอียนแทบอยากมุดดินหนี
เอียนเดินมาขวางหน้า ยื่นมือไปจับมือผอมแกร็นที่ทำท่าจะแตะต้องอานิลาไว้
“เห้ย!! อย่าเสือกว่ะไอ้หนุ่มหน้า...ไม่อยากเจ็บตัวอย่าเสือกสิวะ!!” มันตวาดเสียงเขียว มองเอียนตาขวาง
เอียนยิ้มมุมปากจางๆ แววตาดุดัน จนไอ้หน้าเคราเฟิ้มถึงกับชะงัก แววตานั่นแฝงแววอำมหิตจนเขาขนลุกซู่ “ผมใช้หนี้แทนอานิลาเอง...เธอเป็นหนี้คุณเท่าไรครับ” เอียนเสนอตัวให้ และอีกฝ่ายก็รีบตะครุบทันที
“จริงรึ!! ไอ้หน้าอ่อน...มีปัญญาใช้แทนนังหนูนี่แน่เรอะ”
“เท่าไรล่ะ?” เอียนถามย้ำ
“ห้าหมื่น €” มันพูดเสียงดัง และอานิลารีบโวยทันที
“อย่าถือโอกาสสิ!! ฉันใช้หนี้แกมาตั้งนานแล้วนะ หนี้มันเพิ่มขึ้นได้ยังไง...พ่อเป็นหนี้แกขนาดนั้นเชียวเหรอ คิดจะโกงเหรอไงหะ!!”
“ดอกเบี้ยยังไงละโว้ย!!...แกใช้มาแค่เศษเงิน ต่อให้ใช้ทั้งชาติ ก็ไม่มีทางหมด ดอกเบี้ยก็เพิ่มสิวะ” มันกระตุกยิ้มเหยียดๆ ทอดสายตามองเอียน พร้อมกับประเมิณในใจ ไอ้หนุ่มละอ่อนคิดจะใช้เงินแทนลูกหนี้ของตนเอง ต่อให้แต่งตัวดี แต่ไม่มีเงินในกระเป๋าก็เท่านั้นแหละ
เขาหวังจะรวบอานิลามาเป็นเด็กในสังกัด นังคนนี้คงสร้างรายได้ให้เขาไม่น้อย แต่อานิลาดื้อและหัวแข็ง เด็กสาวนั่นโหมทำงานหนัก มาเป็นปีๆ รอดปากเหยี่ยวปากกาแบบหวุดหวิดหลายครั้ง แต่อีกไม่นานหรอก อานิลาต้องพลาด...เมื่อคนไม่ใช่เครื่องจักร...โหมทำงานหนักแบบนี้ อีกไม่นานก็คงป่วย เมื่อนั้นเขาก็จะได้ทั้งเงินและความสาวสดจากอานิลา!! แต่ดันเสือกมีตัวยุ่งมาขวาง เพราะฉะนั้นต้องแน่ใจว่า ชายผู้นี้จะไม่มีทางแทรกเข้ามาได้ มันจะได้ไม่สอดมือเข้ามายุ่งด้วย
“ช่างมันเถอะอานิลา...ผมจ่ายได้ รับเซ็คไหมครับ...รออีกสักหน่อย ผมจะให้คนของผมเอาเงินสดมาให้”
“ไม่เอาโว้ยเช็ค เดี๋ยวเด้ง...รับแต่เงินสดเท่านั้นแหละ” มันตอบเสียงสะบัด เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า เอียนมีสตางค์จริงหรือเปล่า
“แน่ใจนะว่าเอาแค่เงินสด... ที่ธนาคารมีตำรวจ การปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหดมันผิดกฎหมายนะ แน่ใจนะว่าไม่มีคดีติดตัว” เอียนเปรยเสียงเรียบ แววตาหลุกหลิกแบบนี้แน่ใจได้เลย ชายตรงหน้ามีคดีติดตัวยาวเป็นหางว่าว คนแบบนี้ไม่มีทางเผชิยหน้ากับตำรวจแน่ๆ
มันเริ่มคิดหนัก เอาไงดี ระหว่างกระดาษที่มีราคา กับเงินสดที่น่าจะเสี่ยงมากกว่า เขามีทางเลือกแค่ทางเดียว แต่หากพลาดคงหมดโอกาสเสวยสุขอยู่นอกกรงไปอีกนาน
“อะไรก็เอามาเถอะ หากเช็คเด้ง กูจะตามอีนี่เป็นเงาเลยคอยดู”
“เธอเป็นหนี้ผู้ชายคนนี้เท่าไรอานิลา?” เอียนหันมาถามย้ำ เขาจ่ายตามจำนวนที่มันบอกได้ แต่ไม่อยากให้มันลำพองใจไปนัก หากคิดจะเอาเปรียบกันซึ่งหน้า ต้องออกแรงมากกว่านี้
“ฉันไม่รู้หรอกค่ะ หนี้ก้อนนี้พ่อเป็นคนสร้างไว้” อานิลาตอบเสียงอ่อย เธอไม่รู้จำนวนหนี้ และไม่มีความรู้ ต้องทำงานใช้แรงชดใช้ไปวันๆ เธอเองก็มืดแปดด้าน พึ่งพาใครไม่ได้เลย
เอียนถอนใจ แววตาเขาสลดลง เขาสุขสบายมาตั้งแต่เกิด อยากได้อะไรคนรอบตัวก็รีบหามาให้ ไม่เคยต้องดิ้นรนสักครั้ง แถมยังมีอำนาจชีนิ้วสั่งได้เกือบทุกคน
“ผมจะจ่ายแทนอานิลาเอง แต่หากเป็นไปได้ อย่าทำแบบนี้กับคนอื่นอีก การเอาเปรียบกันน่ะ มันไม่ดี หางานสุจริตทำสิ ชีวิตจะได้ไม่ต้องหวาดระแวง ถ้าไม่มีที่ไป ไปหาผมได้ที่โคลนะ”
เจ้าหนี้อานิลายืนตัวแข็งทื่อ เปลือกตาที่หลุบลงถ่างขยาย มองเอียนเหมือนไม่อยากเชื่อตา
“คะ โคลเหรอ?”
“ใช่ ที่นั่นน่าจะมีงานดีๆ ให้ทำ เอานามบัตรนี่ไปนะ บอกเขา พวกเขาจะช่วยคุณเอง?” เอียนพูดเสียงเรียบ ส่งเช็คกับนามบัตรของตัวเองให้ชายตรงหน้า
“คือ...คุณแน่ใจนะ ว่าไม่ได้ส่งผมไปตาย” ชายผู้นั้นถามกลับเสียงสั่น ท่าทีคุกคามก็ลดลงด้วย
เหงื่อตกเต็มหน้าผาก เขารีบยกมือปาดเหงื่อ คนอิตาลีมีใครไม่รู้จักบ้างล่ะ โคล เบเนคอฟ หรือ มาอานิลา...3ตระกูลใหญ่แห่งอิตาลี!! สามสิงห์ที่ควบคุมการค้าหลากหลายชนิด มหาอำนาจทางการเงิน และเป็นกึ่งมาเฟียกลายๆ แต่...ผู้มีอำนาจขนาดนั้น มารู้จักเด็กสาวยากไร้อย่างอานิลาได้ยังไง
“ทำไมคิดแบบนั้น?”
“ก็คนระดับคุณ จะมารู้จักกับอานิลาได้ไง” นั่นสิอานิลาเองยังงงๆ เธอกับเอียนวนเวียนมาเจอกันได้ยังไง มันคงเป็นโชคชะตาแหละ
“อานิลาทำงานที่ร้านอาหารใครือโคลไง...ไม่แปลกหรอกหากผมจะรู้จักกับเธอ...เธอมีปัญหาผมก็อยากช่วย...ตกลงว่าไง จะไปทำงานที่โคลไหม น่าจะมีสักงานแหละที่เหมาะกับคุณ”
แววตาแข็งกร้าว มีเงามัจจุราชซ่อนอยู่ด้านใน ชายผู้นั้นกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ จากนี้ไปเขาคงไม่กล้ามาย่านนี่ไปอีกนาน หากวันดวงตกเจอะเจอกันขึ้นมา เขาอาจไม่มีทางได้มองพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้ โคล น่ะมีแต่คนน่ากลัวทั้งนั้น “เอามาสิ จบๆ ก็ดีเหมือนกัน ขี้เกียจตามทวงแล้ว” เอียนอมยิ้ม ชายผู้นี้ตัดสินใจถูก คนชั่วที่มันฝังลึกในสันดาน ไม่มีทางกลับตัวเป็นคนดีได้ คนพวกนี้ควรกำจัดทิ้ง เพราะจะได้ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นอีก
ตอนที่ 2. สาวน้อยกลอยใจ
เอียนยื่นเช็คให้ พร้อมทั้งสำทับเสียงหนักๆ “อย่าให้รู้ว่าคุณตามรังควานอานิลาอีกนะ...ผมจะไม่ทนดูคนในปกครองเป็นอันตราย และหากจะกวาดล้างกันจริงๆ คุณกับพวกของคุณทานผมไม่ไหวหรอก”
ชายผู้นั้นยิ้มแหยๆ รีบยัดเช็คใส่กระเป๋าแล้วก็รีบเผ่นแนบ...สู้กับคนมีอำนาจมีแต่ทางแพ้ ในเมื่อเขามีทั้งอำนาจ!! และเงินในมือ...
“เธอยังมีเจ้าหนี้อีกไหม นอกจากรายนี้”
“ไม่มีแล้วค่ะ หมอนี่เป็นเจ้าหนี้ของพ่อ รายใหญ่ที่สุด นอกนั้นเดี๋ยวอานิลาค่อยๆ ทยอยคืนก็ได้ค่ะ” อานิลาตอบเสียงอ่อย เธอเดินขึ้นบันไดบ้าน ท่าทางลังเลนั่น ทำให้เอียนอดหัวเราะไม่ได้
“ไม่ต้องอายหรอก มันไม่ใช่เรื่องที่น่าอายสักหน่อย” เอียนปลอบใจ
“ฉันไม่ได้อายค่ะ ฉันคิดว่า ฉันเอาเปรียบคุณอยู่ เงินก้อนนั้น ฉันคงต้องทำงานทั้งชาติกว่าจะชดใช้คุณหมด”