เมืองหรงเฉิงยังไม่ทันเข้าสู่ยามค่ำคืน เมฆดำทะมึนก็พลิกตัวเข้ากลืนกินความสว่างของวันอย่างกะทันหัน
แสงไฟภายในห้องสว่างจ้าจนบาดตา แท่นสูงจากหน้าต่างกระจกพาโนรามาสามร้อยหกสิบองศาเผยให้เห็นความรุ่งเรืองของเมืองที่อยู่เบื้องหน้าได้เต็มตา
ไม่รู้ว่าหน้าต่างเริ่มขึ้นฝ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ เม็ดฝนที่เกาะอยู่ไหลลงมาตามผิวกระจก ร่างของเจียงหยวนถูกดันแนบกับหน้าต่างกระจกบานสูงจากพื้นจรดเพดาน เส้นผมดำขลับเปียกชื้นแนบติดหน้าผาก เธอปล่อยให้ชุดนอนผ้าไหมเนื้อนุ่มลื่นไหลจากหัวไหล่ลงไปกองที่ช่วงเอวคอด เรือนร่างที่ขาวเนียนเปล่งประกายไปด้วยความเย้ายวน
จู่ๆ ก็มีเสียงฟ้าร้องดังสนั่น กลบเสียงสะอื้นอันแผ่วเบาของเจียงหยวนที่เอื้อมไปถึงจุดสูงสุดได้พอดี
ชายหนุ่มถอยห่างไปก้าวหนึ่ง ไอร้อนระอุที่แผ่นหลังพลันหายไป เจียงหยวนอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน
ขณะที่เธอกำลังคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้วนั่นเอง ทันใดนั้นร่างทั้งร่างก็ถูกฝ่ามือใหญ่คู่หนึ่งหมุนตัวเธอให้หันมา แล้วกระแสความเร่าร้อนที่จางหายไปก็กลับมาอีกครั้ง จนเธอกลายเป็นเหมือนนางเงือกในห้วงทะเลลึกที่ถูกคลื่นซัดพาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เจียงหยวนไม่รู้ว่าตัวเองถูกทรมานอยู่นานแค่ไหน เพียงแต่จำได้อย่างเลือนรางว่าสลบไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเมื่อใกล้จะสิ้นใจเต็มทีก็ถูกความสุขสมขั้นสุดดึงให้กลับมาอีกครั้ง
น้ำฝนสาดซัดเข้ามาที่ขอบหน้าต่าง ชื้นแฉะและเหนียวเหนอะหนะ
เมื่อฟ้าเริ่มสาง เจียงหยวนคลับคล้ายว่าจะได้ยินเสียงชายหนุ่มซบลงบนแผ่นหลังของเธอ กักขังข้อมือขาวอันเรียวเล็กของเธอไว้ ปลายนิ้วแกร่งค่อยๆ ลูบไล้ไฝสีแดงใต้ดวงตาของเธออย่างเชื่องช้า
น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นแสนแหบพร่า เจือด้วยอันตรายที่ยากจะบรรยาย
“รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?”
“ถึงได้กล้าปีนขึ้นมาบนเตียงฉันแบบนี้น่ะ”
“หืม?”
น้ำเสียงนี้ช่างเย้ายวนและน่าหวาดหวั่นเหลือเกิน หัวใจของเจียงหยวนเต้นรัวแรงขึ้นมากะทันหัน ความรู้สึกขาดอากาศหายใจอย่างรุนแรงพลันถาโถมเข้าใส่ แทบจะทำให้เธอจมดิ่งลงในห้วงฝันอันบ้าคลั่งนี้
เจียงหยวนหอบหายใจอย่างหนัก ต้องบังคับลมหายใจเข้าออกอย่างเร่งรีบหลายครั้งเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องขาดอากาศหายใจจนตายเพราะความฝัน
เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้นดั่งเสียงเรียกวิญญาณ เมื่อเจียงหยวนเห็นคำว่า “พี่ตู้” เธอก็ขมวดคิ้วมุ่นโดยไม่รู้ตัว
คำพูดที่ไร้ความปรานีและเย็นชาของชายหนุ่มเมื่อสัปดาห์ก่อนกลับมาฉายซ้ำในห้วงความคิดอีกครั้ง
“เสี่ยวหยวน เธอคงรู้จักคุณชายใหญ่ตระกูลเจี่ยงคนนั้นใช่ไหม ช่วยพี่ตู้หน่อยนะ ไปนอนกับเขาสักครั้งได้ไหม?”
“เธอก็รู้นี่ว่าฉันชอบพี่สาวเธอ มีแต่ทำให้เธอตัดใจจากเจี่ยงเฉินโจวได้เท่านั้น เธอถึงจะยอมคบกับฉัน”
“ดังนั้นเธอคงเต็มใจจะช่วยฉันใช่ไหม?”
เจียงหยวนจำได้ชัดเจนถึงใบหน้าเปื้อนยิ้มของเสิ่นตู้ในตอนที่เขาพูดเรื่องนี้กับเธอ แต่ทุกคำที่ออกมาจากปากของเขาราวกับเป็นคำที่เธอไม่รู้จักเลยแม้แต่น้อย
ตอนนั้นเธอถามเขาว่า “ผู้หญิงที่อยากจะนอนกับเจี่ยงเฉินโจวมีตั้งเยอะแยะ ทำไมจะต้องเป็นฉันด้วยคะ?”
ในตอนนั้นเสิ่นตู้ตอบกลับมาแบบนี้
“เพราะเธอเป็นน้องสาวของซิงเหยาไง น้องสาวที่เธอเกลียดที่สุด”
เจียงหยวนหลุบสายตาลงต่ำ มุมปากพลันเผยรอยยิ้มเย็นชา จากนั้นก็กดรับสายในวินาทีสุดท้ายก่อนที่เสียงเรียกเข้าจะหยุดลง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ? พี่ตู้” น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลและอ่อนโยน
เสิ่นตู้เงียบไปเพียงครู่ ก่อนจะพูดขึ้น “คืนนี้มีงานเลี้ยงสังสรรค์ เจี่ยงเฉินโจวก็จะไปด้วย”
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะ จู่ๆ ถึงได้เป็นฝ่ายโทรมาหาเธอแบบนี้
เจียงหยวนเข้าใจสถานการณ์ดี และตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว”
“เดี๋ยวตอนที่ไปรับเธอ คนขับรถจะเอาเสื้อผ้าไปด้วย อย่าลืมเปลี่ยนชุดซะล่ะ” เสิ่นตู้กำชับด้วยน้ำเสียงไม่รีบร้อน จากนั้นก็พูดต่อ “รอบฟินาเล่ในงานแฟชั่นโชว์ประจำฤดูใบไม้ผลิกับฤดูร้อนของเอิร์ธตาร์ที่เธอต้องโชว์ในช่วงนี้ ก็ยกให้ซิงเหยาไปก่อนเถอะนะ เดี๋ยวฉันหาอย่างอื่นให้เธอแทน”
เขาพูดอย่างเป็นธรรมชาติราวกับเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรม จนเจียงหยวนฟังแล้วอยากจะหัวเราะ
ก่อนหน้านี้ เจียงซิงเหยากลัวว่าเธอจะเข้ามาแย่งชิงสมบัติ เลยทำทุกวิถีทางให้เธอออกห่างจากธุรกิจของเจียงซื่อ กรุ๊ปไปเสีย
ได้ เธอไม่อยากจะแก่งแย่งชิงดีกับพี่สาวอยู่แล้ว และด้วยโอกาสที่ลงตัว เธอจึงเข้าสู่วงการนางแบบแทน
เดิมทีคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะได้อยู่ให้ห่างจากเจียงซิงเหยาและตระกูลเจียง แต่ใครจะรู้ล่ะว่าเมื่อปีที่แล้ว เจียงซิงเหยาเกิดนึกสนุกอยากมาเป็นนางแบบบ้างเหมือนกัน
ด้วยความช่วยเหลือของเสิ่นตู้และการสนับสนุนจากเจียงซื่อ กรุ๊ป เธอจึงกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการอย่างรวดเร็ว โอกาสที่เคยเป็นของเจียงหยวนจึงถูกเจียงซิงเหยาคว้าไปทั้งหมด
ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวของเจียงซิงเหยา กลายเป็นการทำลายล้างครั้งใหญ่สำหรับเธอ และในเรื่องนี้เสิ่นตู้ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง
ทุกครั้งก็ล้วนใช้คำพูดเดิมๆ มาจัดการกับเธอ แม้แต่ข้ออ้างง่ายๆ ก็ยังขี้เกียจที่จะสรรหา ไม่ว่าเธอจะใช้ความพยายามมากแค่ไหนกว่าจะได้โอกาสนั้นมา แต่เสิ่นตู้ก็จะหยิบยกโอกาสของเธอให้กับเจียงซิงเหยาได้อย่างง่ายดายด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว
ตั้งแต่เล็กจนโต อะไรก็ตามที่เจียงซิงเหยาหมายตาไว้ ต่อให้แต่เดิมทีมันเป็นของเธอ เธอก็ต้องยอมมอบทั้งหมดให้กับอีกฝ่ายแต่โดยดี
เหตุผลไม่มีอะไรมาก
ก็เพราะว่าเจียงซิงเหยาคือลูกสาวแท้ๆ ของตระกูลเจียง เป็นคนที่เสิ่นตู้รักใคร่และใส่ใจมากที่สุดนั่นเอง
ส่วนเธอเจียงหยวน ก็เป็นแค่หนูตัวเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในท่อระบายน้ำ ต้องพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อเอาชีวิตรอดเท่านั้น
“อืม พี่ตู้ว่าไงฉันก็ว่างั้นค่ะ” น้ำเสียงของเจียงหยวนแผ่วเบา ยอมประนีประนอมอย่างง่ายดาย
เสิ่นตู้วางสายไปด้วยความพึงพอใจ
สายตาของเจียงหยวนกลับกลายเป็นเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที นิ้วเรียวสวยเคลื่อนไหวอย่างสง่างามบนหน้าจอ เธอลบคำที่เมมไว้ว่า “พี่ตู้” ออก แล้วเปลี่ยนเป็น “เสิ่นตู้”แทน แต่แล้วก็ยังรู้สึกไม่พอใจอยู่ดี สุดท้ายจึงเมมว่า “ไอ้โง่” ไปเลย
เธอค่อยๆ ถอนหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด ก่อนจะลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตา
ครึ่งชั่วโมงต่อมา คนขับรถของตระกูลเสิ่นได้โทรมาหาเธอ
เจียงหยวนเปิดประตูรับเสื้อผ้าที่ถูกจัดเตรียมไว้ แม้ว่าจะเตรียมใจไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเมื่อเห็นผ้าไหมที่น้อยชิ้นเช่นนี้
เธอขยับริมฝีปากเล็กน้อย อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็รู้สึกว่าไม่จำเป็น
สุดท้ายก็เดินเข้าห้องนอนไปเปลี่ยนชุด
เจียงหยวนเป็นคนสวยมาก สวยแบบที่ใครๆ เห็นแล้วก็ต้องตกตะลึง ผิวเนียนขาวผ่องราวหิมะ ดวงตางามเป็นประกายดุจดวงดาว ดวงตาหงส์คู่นั้นยามมองใครก็ดูเย้ายวนอย่างยิ่ง
บวกกับไฝแดงเม็ดหนึ่งที่หางตา ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดใจจนหาที่เปรียบไม่ได้
รูปร่างก็สมส่วนอย่างที่สุด ไม่มากไป ไม่น้อยไป เป็นยอดพธูมาแต่กำเนิดโดยแท้
ตอนที่เธอออกมา คนขับรถอดไม่ได้ที่จะมองค้างเล็กน้อย แต่แล้วก็รู้สึกตัวอย่างรวดเร็วว่าเสียมารยาท จึงรีบหันหน้ามองไปอีกทาง “เราไปกันได้หรือยังครับ คุณเจียง?”
เจียงหยวนพยักหน้า
รัตติกาลคือแหล่งรวมเงินของเมืองหรงเฉิงที่มีชื่อเสียง คนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ดีมีตระกูลและมีอิทธิพล
เจียงหยวนมาที่นี่เป็นครั้งแรก ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอจึงกวาดมองไปรอบๆ
คนขับรถพาเธอไปทางช่องทางพิเศษสำหรับวีไอพี ซึ่งตรงไปยังชั้นบนสุดเลย
ภายในห้องส่วนตัว ควันบุหรี่ฟุ้งกระจาย
พอเจียงหยวนผลักประตูเข้าไปก็สำลักควันจนไอไม่หยุด ขอบตาพลันร้อนผ่าว ทัศนวิสัยแห่งการมองเห็นถูกความชื้นที่เอ่อขึ้นมาอย่างรวดเร็วเข้าครอบครอง
เธออดกลั้นความอยากที่จะสบถออกมา และมองหาเสิ่นตู้ท่ามกลางบรรยากาศคลุ้งไปด้วยควันบุหรี่ ก่อนจะยิ้มและทักทายด้วยเสียงสดใส “พี่เสิ่นตู้”
เสิ่นตู้เหลือบตามองเธอแวบหนึ่ง เมื่อเห็นผ้าไหมที่แทบจะปกปิดร่างกายของเธอไม่มิด เขาก็หรี่ตาลงเล็กน้อย เพียงครู่เดียวก็กลับมาเป็นปกติ แล้วกวักมือเรียกเธอ “หยวนหยวน มานี่สิ”
เจียงหยวนตอบด้วยท่าทีอ่อนน้อม “ค่ะ”
ผ้าไหมแทบจะปกปิดได้เพียงบั้นท้ายที่โค้งมน เผยให้เห็นผิวอ่อนนุ่มที่ส่วนล่างของต้นขาอย่างชัดเจน ท่วงท่าการเดินอันสง่างามกลายเป็นเย้ายวนใจอย่างยิ่ง
แผ่นหลังบางถูกเผยให้เห็นผิวกายเนียนเป็นบริเวณกว้าง หัวไหล่มนขยับขึ้นลงตามการเคลื่อนไหว ผิวขาวเรียบเนียน ดูมีชีวิตชีวาและดึงดูดใจสุดขีด
เธอเมินเฉยต่อสายตาที่มองมาอย่างไม่เป็นมิตรจากทุกทิศทางราวกับจ้องเหยื่ออย่างใจเย็น แล้วแอบชำเลืองหาใครบางคน
สายตาของเจียงหยวนจับจ้องไปที่มุมทิศตะวันตกเฉียงใต้
ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้าง ท่าทางสบายๆ หากแต่แฝงความหยิ่งผยอง เมื่ออยู่ท่ามกลางแสงไฟที่ส่องเข้ามาจากด้านหลัง บรรยากาศรอบตัวเขาพลันเย็นชาและดุดันยิ่งกว่าเดิม แววตาก็ดูสงบนิ่งอย่างยิ่ง
ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาของเจียงหยวน เขาเงยหน้าขึ้นและปรายตามองเธออย่างเฉยเมยแวบหนึ่ง
เจียงหยวนสะดุ้งกายเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อนึกถึงวัตถุประสงค์ของตัวเองในวันนี้ เลือดในกายก็พลุ่งพล่าน ทำให้เธอตื่นตัวขึ้นมาทันที
“คุณชายเสิ่นไปได้สาวสวยคนนี้มาจากไหนครับเนี่ย? จะไม่แนะนำให้รู้จักหน่อยเหรอ?”
“สวยยิ่งกว่าดาราอีกนะ ไปเป็นซูเปอร์สตาร์ได้เลย!”
“มานั่งกับพี่ตรงนี้มา……” คุณชายตระกูลเฉินยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย พลางตบเอวหญิงสาวข้างกาย แล้วไล่ให้เธอออกไปอย่างไม่ไว้หน้า
ก่อนจากไป หญิงสาวคนนั้นก็ถลึงตาจ้องเขม็งมาที่เจียงหยวนแวบหนึ่ง
เจียงหยวนไม่พูดอะไร จุดประสงค์ของเธอในวันนี้คือการสร้างสัมพันธ์กับเจี่ยงเฉินโจว ไม่ใช่มาคอยเอาใจพวกปลาซิวปลาสร้อยพวกนี้
เสิ่นตู้รอให้พวกเขาหยอกล้อกันจนพอใจ แล้วจึงพูดแทรกขึ้นมาอย่างเหมาะเจาะ “เจียงหยวนเป็นนางแบบที่บริษัทผมเซ็นสัญญาด้วย วันนี้ว่างพอดี ก็เลยพามาแนะนำให้ทุกคนรู้จัก ทำความคุ้นเคยกันไว้ เผื่อมีโอกาสในภายหน้าทุกท่านจะได้ช่วยดูแลเธอน่ะครับ”
คุณชายเฉินหัวเราะคิกคัก “คนของคุณเสิ่นตู้ยังต้องมาทำความคุ้นเคยกับพวกเราอีกเหรอ!”
เสิ่นตู้ยิ้มและไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหันไปมองเจียงหยวน “หยวนหยวน เธอหาที่นั่งเองได้เลยนะ”
เจียงหยวนเข้าใจความหมายของเขาดี เธอเดินตรงผ่านกลุ่มคนไปที่มุมทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ทันที
ตอนที่เธอเดินผ่าน คุณชายเฉินก็จงใจขยับก้นเพื่อเว้นที่ว่างให้ แต่เธอกลับเดินผ่านหน้าเขาไปเฉยๆ
“บ้าเอ๊ย!”
คุณชายเฉินกำลังจะโวยวาย แต่พอเห็นว่าผู้หญิงคนนี้กล้าหาญถึงขนาดไปนั่งข้างๆ คนนั้น ลูกตาของเขาก็แทบจะถลนออกมาด้วยความตกตะลึง
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น คนอื่นๆ ก็ตกใจไม่แพ้กัน ทุกคนแทบจะกลั้นหายใจและต่างพากันมองไปยังมุมทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
เจี่ยงเฉินโจวกลับประเทศมาได้สัปดาห์กว่าแล้ว และวันนี้ก็เป็นงานเลี้ยงต้อนรับที่เฉินหรานจัดขึ้นให้เขา
กลุ่มเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของพวกเขาก็มากันพร้อมหน้า
คุณชายใหญ่คนนี้ไม่เหมือนพวกเขากลุ่มนี้ที่ชอบทำเรื่องไร้สาระและเที่ยวสนุกไปวันๆ คุณปู่ของเขามีอำนาจสูงส่ง คุณป้าเป็นนักการทูต คุณพ่อเป็นนายพล คุณแม่เป็นปราชญ์ด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ส่วนคุณตาก็เป็นมหาเศรษฐีเจ้าของทรัพย์สินนับพันล้าน
เขามาจากตระกูลที่ดี มีทั้งเงินทองและอำนาจ
เจี่ยงเฉินโจวเป็นคนเก็บตัว ทำตัวลึกลับจนจับไม่ติด ลำดับชั้นทางสังคมในวงการนี้เข้มงวดอย่างยิ่ง เฉินหรานเองก็อาศัยบารมีของคุณตาถึงได้มามีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเจี่ยงในเมืองหรงเฉิงได้
อันที่จริงการที่เจี่ยงเฉินโจวยอมให้เกียรติมาในวันนี้ได้ ก็ถือเป็นบุญของเฉินหรานตั้งแต่ชาติปางก่อนแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ใครๆ ในแวดวงต่างก็รู้กันดีว่าเจี่ยงเฉินโจวไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิง เขาเป็นคนเย็นชาและสูงศักดิ์อย่างยิ่ง
ผู้หญิงคนนี้ไม่กลัวตายหรือไง?
กล้าดียังไงไปล้ำเส้นคุณชายเจี่ยงแบบนี้!
เหงื่อเย็นพลันผาดผุดขึ้นที่แผ่นหลังของเฉินหราน เขาลุกขึ้นยืนหมายจะเดินไปดึงผู้หญิงที่ทำตัวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้กลับมา แต่ทันทีที่เขาขยับตัว ก็ถูกแรงมหาศาลกดให้นั่งลง
เขาหันไปมองเสิ่นตู้อย่างงุนงง “ ?”
เสิ่นตู้ยกแก้วขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะพูดต่อเบาๆ “คุณชายเฉิน มาดื่มกันสักแก้วไหม?”
เฉินหรานหรี่ตาลง และเข้าใจความหมายของเสิ่นตู้ในทันที
เขาต้องการใช้เจียงหยวนเป็นเครื่องมือนี่เอง!
หากเจี่ยงเฉินโจวไม่พอใจแม้แต่น้อย แค่ขยับนิ้วนิดเดียวก็สามารถทำให้เจียงหยวนหายไปจากเมืองหรงเฉิงได้อย่างถาวร
เสิ่นตู้ช่างมีจิตใจโหดเหี้ยมเสียจริง
แต่ว่านะ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ทำให้เขาพลาดเรื่องสนุกๆ ตรงหน้านี่ได้หรอก
ยังไงแล้ว ถ้าเจี่ยงเฉินโจวจะตำหนิขึ้นมาจริงๆ เขาก็สามารถโยนความผิดไปให้เสิ่นตู้ได้อยู่แล้ว
เจียงหยวนไม่รู้เลยว่าตัวเองได้กลายเป็นตัวละครในเกมไปเรียบร้อยแล้ว เธอขยับเข้าไปนั่งข้างชายหนุ่มอย่างสำรวม และอาสาเติมเหล้าใส่แก้วที่เกือบจะว่างเปล่าของเขา
อาจเป็นเพราะความประหม่าที่มากจนเกินไป ข้อมือของเธอจึงสั่นเทา และเหล้าราคาแพงลิ่วก็หกออกมาเล็กน้อย
เจียงหยวนเมินเฉยต่อความเปียกชื้นที่ข้อมือ และรีบกล่าวขอโทษทันที “คุณชายเจี่ยง ขอโทษค่ะ เดี๋ยวฉันจะ……”
ยังไม่ทันพูดจบ ก็มีกระดาษทิชชู่แผ่นหนึ่งยื่นมาตรงหน้า
“คุณเจียงระวังด้วย” สายตาของเจี่ยงเฉินโจวนิ่งสงบสุดขีด และหยุดอยู่ที่เธอไม่ถึงหนึ่งวินาทีด้วยซ้ำ
เจี่ยงเฉินโจวในเวลานี้ดูเป็นมิตรอย่างยิ่ง ไม่เห็นเค้าความหยิ่งผยองหรือเย็นชาของผู้มีอำนาจเลยแม้แต่น้อย
เจียงหยวนเม้มปากแน่น แล้วกล่าวเสียงแผ่วเบา “ขอบคุณค่ะ”
ห้องส่วนตัวกว้างมาก เฉินหรานตั้งใจจัดที่นั่งของเจี่ยงเฉินโจวไว้อีกด้านหนึ่ง เพื่อให้คุณชายใหญ่ได้มีความเป็นส่วนตัว ทำให้ตอนนี้เขาไม่อาจสอดรู้สอดเห็นได้เลย เขามองไม่เห็น แถมยังได้ยินไม่ชัดด้วย
เขาหันไปมองเสิ่นตู้ “นายยอมยกเจียงหยวนไปให้แบบนี้จริงๆ เหรอ?”
เสิ่นตู้ที่กำลังดื่มเหล้าอยู่ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็คลี่ยิ้มจางๆ “ก็แค่ลูกนอกสมรสที่ไม่สลักสำคัญอะไร เธอเทียบกับซิงเหยาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
เฉินหรานถึงกับอ้าปากค้าง พอนึกถึงกลิ่นหอมหวานที่โชยมาเมื่อครู่ ก็เกิดความสงสารเห็นใจผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “เธอตามนายต้อยๆ และคอยเรียกนายว่าพี่มาแปดปีแล้วนะ แถมยังเป็นน้องสาวแท้ๆ ของเจียงซิงเหยาอีก ต่อให้เป็นลูกนอกสมรสก็ไม่น่าจะ……”
“เฉินหราน” เสิ่นตู้ขัดเขาขึ้นมา น้ำเสียงเย็นชาอย่างยิ่ง “ถ้าไม่ให้เธอไปนอนกับเจี่ยงเฉินโจว ซิงเหยาก็จะตัดใจไม่ได้”
เฉินหรานเงียบไป
คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เขาพอจะรู้เรื่องภายในมาบ้าง
ความฝันของเจียงซิงเหยาตั้งแต่เด็กจนโตคือการได้แต่งงานกับเจี่ยงเฉินโจว เป็นภรรยาที่ดีและเป็นแม่ให้ลูกของเขา
แม้ว่าคนที่เติบโตมาด้วยกันกับเธอจะเป็นเสิ่นตู้ และแม้ว่าเสิ่นตู้จะรักเธออย่างสุดซึ้งก็ตาม
เธอก็ยังยืนกรานที่จะแต่งงานเข้าตระกูลเจี่ยงให้ได้
คุณนายตระกูลเจียงและคุณนายตระกูลเจี่ยงเป็นเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยกัน ทั้งคู่สนิทสนมกันมาก
เมื่อหลายปีก่อน ตั้งแต่ที่เด็กๆ ยังไม่เกิด คุณแม่ของทั้งสองฝ่ายก็ได้ตกลงหมั้นหมายกันไว้แล้ว
พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เจี่ยงเฉินโจวถือว่าเป็นคู่หมั้นของเจียงซิงเหยา แม้ว่าเรื่องนี้จะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ก็ไม่ใช่ความลับอะไรในแวดวง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจียงซิงเหยามักจะวางตัวเป็นคู่หมั้นของเจี่ยงเฉินโจวอยู่บ่อยๆ
“ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ว่า นายจะมั่นใจได้ยังไงว่า เจียงหยวนจะได้นอนกับเจี่ยงเฉินโจวน่ะ?” เฉินหรานอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น เจียงหยวนหน้าตาสวยก็จริง แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีผู้หญิงแบบไหนบ้างที่เจี่ยงเฉินโจวไม่เคยเจอ?
สายตาของเสิ่นตู้มองไปยังที่ที่อยู่ไม่ไกล สีหน้ายากที่จะคาดเดา “ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะ?”
เฉินหรานชูนิ้วโป้งให้เสิ่นตู้ทันที
สิ่งที่เจียงซิงเหยาเกลียดที่สุดก็คือน้องสาวต่างมารดาคนนี้นี่แหละ อะไรก็ตามที่เจียงหยวนเคยแตะต้อง เธอจะไม่เอาเลย ตั้งแต่เด็กจนโตก็เป็นแบบนี้มาตลอด
เสิ่นตู้ต้องการจะใช้กลอุบายนี้เพื่อบีบบังคับให้เจียงซิงเหยาตัดใจจากเจี่ยงเฉินโจว ด้วยเหตุนี้ เฉินหรานจึงอดชื่นชมความฉลาดของเขาไม่ได้จริงๆ