ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม ลู่หลีจับได้ว่าสามีของเธอแอบนอกใจ
พอเธอผลักประตูคลับเฮาส์เปิดออกก็เห็นเพ่ยซือหานกำลังจูบกับผู้หญิงในชุดเดรสสีขาวผ่านก้อนน้ำแข็งอยู่ ส่วนผู้คนรอบข้างต่างก็พากันส่งเสียงเชียร์ขึ้นมา
“คุณเพ่ยและคุณไป๋เป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริง ๆ !”
ผลปรากฏว่าพอประตูถูกเปิดออก ทุกคนก็มองไปที่ลู่หลีเป็นตาเดียว!
“คุณมาได้ไง? พวกเราแค่กำลังเล่นกันเฉย ๆ” เพ่ยซือหานโกหกลู่หลีหน้าตาย “พอดีหยู่โรวไม่ชอบดื่ม คุณช่วยไปเอากาแฟมาให้หน่อยสิ”
ลู่หลีรู้สึกว่าหูของเธออื้อไปหมดแล้ว
เมื่อสามปีก่อน เพ่ยซือหานเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเธอ ทำให้เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และสูญเสียความทรงจำไป แต่พอตื่นขึ้นมา เขาก็ลืมเธอซะอย่างนั้น
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ลู่หลีปกปิดชื่อเสียง ซ่อนตัวตน และละทิ้งอดีตของตัวเองไป เธอยอมทิ้งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นมีดผ่าตัด รถแข่งหรือกระดาษออกแบบ เพียงเพราะเธอต้องการที่จะทำให้ความทรงจำของเพ่ยซือหานกลับมาเป็นดังเดิม!
แต่ตอนนี้ ความจริงใจได้ถูกทำลายจนเละไม่เหลือชิ้นดีแล้ว
“เพ่ยซือหาน คุณยังจำได้ไหมว่าเมื่อคืนนี้คุณพูดอะไรไว้บ้าง?”
เมื่อสิบนาทีที่แล้ว เธอได้รับข้อความจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม เธอจึงรีบมาที่นี่ เวลานี้ร่างกายเธอไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยน้ำมันเท่านั้น แม้กระทั่งเส้นผมก็ยังไร้ซึ่งความเงางาม สภาพเธอดูหม่นหมองและไร้ชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก
เมื่อคืนนี้เพ่ยซือหานบอกว่า วันนี้เขาจะกลับมากินข้าว เธอจึงพยายามอย่างสุดความสามารถจัดเตรียมอาหารเอาไว้เต็มโต๊ะไปหมด
แต่ปรากฏว่าเขาแอบนอกใจเธออยู่นอกบ้านต่อหน้าผู้คน
เพ่ยซือหานพูดอย่างหมดความอดทนว่า “พอดีคืนนี้ผมมีสังสรรค์”
เขามองไปที่ลู่หลีแวบหนึ่ง ความจริงเธอเป็นคนที่หน้าตาสะสวย ผิวพรรณก็เนียนละเอียด แต่น่าเสียดายที่เธอเป็นคนไร้ชีวิตชีวาและน่าเบื่อไปหน่อย
เธอเป็นได้แค่แม่บ้านเท่านั้น
“วันนี้เป็นวันเกิดของหยู่โรว คุณอย่ามาทำลายความสนุกของที่นี่สิ”
เมื่อเทียบกับลู่หลีแล้ว ไป๋หยู่โรวที่มาจากตระกูลผู้ลากมากดีและเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ดูน่าชื่นชมมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เพราะเหตุนี้เพ่ยซือหานจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมคุณปู่ถึงได้บอกว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยชอบลู่หลีมากถึงขั้นที่ยอมตายเพื่อเธอได้เลย?
ไป๋หยู่โรวที่อยู่ข้าง ๆ ลุกขึ้นยืนและพูดอย่างใสซื่อว่า “คุณลู่ ฉันต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะ วันนี้เป็นวันเกิดของฉันเอง ทุกคนก็ดื่มกันไปค่อนข้างเยอะแล้ว แต่คุณอย่าเข้าใจผิดนะคะ เมื่อกี้นี้พวกเราก็แค่กำลังเล่นเกมกัน...…”
สีหน้าเธอดูไม่มีพิษมีภัย แถมน้ำเสียงก็ยังฟังดูอ่อนโยนมากด้วย
คนที่ไม่รู้อาจจะคิดว่าเธอกำลังถูกรังแก
ลู่หลีกระตุกมุมปากขึ้นก่อนจะพูดว่า“นึกไม่ถึงว่าเกมสมัยนี้มันจะใช้ผู้ชายที่แต่งงานแล้วเป็นพร็อพได้ด้วย”
เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว หากเธอยังฝืนทนต่อไปอีกก็คงไร้ศักดิ์ศรีน่าดู
เธอเงยมองขึ้นไปพูดว่า “เพ่ยซือหาน เราหย่ากันเถอะ”
คำพูดที่ถูกพูดออกมาอย่างกะทันหันนี้ ทำให้บรรยากาศในงานตึงเครียดขึ้นมาทันที
เพ่ยซือหานมองเข้าไปในดวงตาที่เย็นชาของเธอ แล้วเขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
…… ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าลู่หลีรักเขามาก!
“หย่างั้นเหรอ?” เพ่ยซือหานคิดว่าเธอกำลังงอนจนพาลหาเรื่องอยู่ แต่เขาขี้เกียจจะง้อแล้วจึงพูดออกไปว่า “ลู่หลี แล้วคุณอย่ามาเสียใจภายหลังนะ”
ไป๋หยู่โรวเดินไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง เมื่อกี้นี้ตอนที่ถูกลู่หลีพูดจาประชดประชันใส่ เธอรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก “คุณลู่ คุณอย่าโทษพี่ซือหานเลยนะ ทั้งหมดมันเป็นความผิดของฉันเอง..... ว๊าย! !”
แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ เธอก็ร้องกรี๊ดออกมาอย่างน่าอนาถ
เห็นเพียงลู่หลี่สาดกาแฟออกไป “ในเมื่อคุณไป๋พูดมาซะขนาดนี้แล้ว งั้นก็รับผลกรรมไปแล้วกันค่ะ”
“นี่คุณ!” ไป๋หยู่โรวยังไม่ทันได้ตั้งสติใด ๆ
เวลานี้ไม่เพียงแต่เครื่องสำอางที่ถูกจัดการจนไม่เหลือหลอ แม้แต่เส้นผมก็ยังเหนียวติดใบหน้า ราวกับผู้ประสบภัยในหนังสยองขวัญก็มิปาน
บรรยากาศเงียบกริบ
ห้องส่วนตัวเต็มไปด้วยความเงียบสงัด
ใครจะไปรู้ล่ะว่า ไป๋หยู่โรวที่มีชาติตระกูลดี และไม่เคยได้รับความอัปยศอดสูเลยจะต้องมาโดนกระทำเช่นนี้!
ตอนนี้ใบหน้าเธอไม่หลงเหลือซึ่งความอ่อนโยนอีกแล้ว
“ลู่หลี คุณเป็นบ้าไปแล้วเหรอ? !”
แม้แต่เพ่ยซือหานก็ยังช็อก
นี่ยังใช่ภรรยาคนที่ว่านอนสอนง่ายของเขาคนนั้นรึเปล่า?
“คุณไป๋ นี่คือสิ่งที่คุณอยากเห็นไม่ใช่เหรอคะ?” สีหน้าลู่หลีไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ “คุณอุตส่าห์ส่งโลเคชั่นห้องส่วนตัวมาบอกฉันโดยไม่ระบุชื่อซะขนาดนั้น ฉันไม่มีทางทำลายความหวังดีของคุณอยู่แล้ว”
หลังจากที่เธอพูดจบก็เปิดโทรศัพท์และโชว์ข้อความจับชู้นั้น
ไม่เพียงแค่นี้เท่านั้น เธอยังเปิดเผยรหัสติดตามที่แสดงข้อมูลต่าง ๆ เช่น IP ที่ไม่ระบุชื่อและรุ่นโทรศัพท์มือถืออีกด้วย
ทุกคนต่างก็ชะเง้อหน้ามาดู แล้วก็ช็อกไปตาม ๆ กัน
——ผู้ที่ตรงตามหลักฐานเหล่านี้ มีเพียงแค่ไป๋หยู่โรวเท่านั้น
“เรื่องที่คุณให้ฉันมาจับชู้ เพ่ยซือหานรู้รึยังคะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้แววตาของทุกคนก็เปลี่ยนไปทันที ส่วนร่างกายของไป๋หยู่โรวก็ถึงกับแข็งทื่อไปในชั่วพริบตา เธอแทบจะยืนนิ่ง ๆ ไม่ได้อยู่แล้ว
“…… ไม่ใช่ฉันนะ”
ทั้ง ๆ ที่เธอส่งไปแบบไม่ระบุชื่อแล้วแท้ ๆ แต่ทำไมถึงยังสืบได้อยู่อีกล่ะ? โค้ดที่แสดง ถึงขนาดถอดรหัสไปถึงที่บ้านเธอได้เลย!
ไป๋หยู่โรวน้ำตาไหลลงมาเป็นสาย เธอยังคงยืนกรานที่จะปฏิเสธอยู่
“พี่ซือหาน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น”
ตอนนี้เธอไม่สนใจสภาพที่น่าเวทนาจากการที่ถูกกาแฟสาดใส่แล้ว ในหัวของเธอกำลังคิดแค่ว่าจะแก้ปัญหายังไงดี
เธอจะไม่ยอมให้ภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นมา ถูกทำลายลงไปเด็ดขาด!
“ต้องมีคนกลั่นแกล้ง จงใจใส่ร้ายฉันแน่ ๆ เลยค่ะ”
เดิมทีไป๋หยู่โรวอยากให้ลู่หลีทนไม่ได้และยอมแพ้ไปเอง แต่แล้วผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่เป็นบ้าขึ้นมาเท่านั้น แต่ลู่หลียังสร้างความเดือดร้อนให้เธออีกด้วย!
เพ่ยซือหานขมวดคิ้วเล็กน้อย
เดิมทีเขาควรจะลำเอียงไปเข้าข้างไป๋หยู่โรวมากกว่า แต่พอเห็นเงาบาง ๆ ของลู่หลี เขาก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
แต่ลู่หลี่กลับรู้สึกว่าเป็นเรื่องตลกร้าย ถ้าเป็นเพ่ยซือหานก่อนที่จะสูญเสียความทรงจำไป เขาจะสงสารที่เธอถูกกลั่นแกล้งไหมนะ?
“คุณเพ่ย นับจากวันนี้ไป เราสองคนไม่มีอะไรติดค้างกันอีก!”
พอเพ่ยซือหานได้ยินเช่นนี้สีหน้าก็บึ้งตึงขึ้นทันที ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่ว่าเขาจะทำอะไรเกินเลยมากแค่ไหน ลู่หลีก็สามารถทนได้มาโดยตลอด
แล้ววันนี้เขาแค่เล่นเกมเอง ทำไมเธอถึงต้องโกรธด้วยล่ะ?
“ถ้าคุณเก่งนักก็ย้ายออกไปคืนนี้เลยสิ”
เพ่ยซือหานเคยสืบมาแล้ว ตั้งแต่เกิดลู่หลีก็ถูกส่งไปที่ชนบทเลย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตระกูลเจียงแทบจะไม่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเธอเลย
หากหย่ากัน แล้วเธอจะไปไหนได้?
ผลปรากฏว่าลู่หลีที่อยู่ตรงหน้าเขากลับพูดขึ้นมาอย่างไม่ลังเลใด ๆ เลยว่า “คุณเพ่ยไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันก็ไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านที่มีของสกปรกได้เช่นกัน”
หลังจากพูดจบเธอก็เดินออกไปโดยไม่รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย!
เพ่ยซือหาน “…...”
ในห้องส่วนตัว ทุกคนต่างก็หันไปมองหน้ากัน
“คุณเพ่ย พี่สะใภ้อาจจะแค่โกรธมากไปหน่อยละมั้ง ยังไงเธอก็ต้องกลับมาแน่ เมื่อก่อนเธอก็เคยอาละวาดแบบนี้มาแล้วหนิ”
“นั่นสิ! ลู่หลีไม่มีทางไปจากตระกูลเพ่ยได้หรอก ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเสร็จ เธอก็ชอบทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นตลอดเลยไม่ใช่รึไง?”
ส่วนไป๋หยู่โรวก็พูดขึ้นมาทั้งที่ตาแดงก่ำว่า “พี่ซือหาน พี่ไม่ต้องสนใจฉันหรอก พี่กลับไปง้อเธอก่อนเถอะ”
ตอนนี้ตัวเธอเปียกโชกไปหมด สภาพดูน่าสงสารมาก
เพ่ยซือหานพยายามข่มอารมณ์ที่บอกไม่ถูกในใจเอาไว้ “ไม่เป็นไรหรอก ผมพาคุณไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่า”
หลังจากพูดจบ เขาก็หรี่ตามองออกไปนอกหน้าต่าง
“ส่วนลู่หลี อีกไม่เกินสองชั่วโมง เดี๋ยวเธอต้องทำโจ๊กบำรุงกระเพาะให้ฉันกินแน่นอน!”
“งั้นก็โอเคค่ะ” ไป๋หยู่โรวกัดริมฝีปาก แล้วเธอก็พูดขึ้นมาราวกับกำลังตำหนิตัวเองว่า “จริงสิ พรุ่งนี้ตระกูลฟู่ก็จะจัดงานเลี้ยงแล้ว ฉันว่าพี่ให้คุณลู่ไปกับพี่เถอะ”
“เธอไม่คู่ควรหรอก อีกอย่างคนที่ผมชอบก็คือคุณ” เพ่ยซือหานพูดด้วยน้ำเสียงขึงขังจริงจังว่า “หยู่โรว ช่วงนี้ตระกูลฟู่กำลังมองหาบุคลากรทางการแพทย์อยู่ บางทีพวกเราอาจใช้โอกาสนี้เอาชนะใจพวกเขาได้นะ”
เมื่อคนด้านข้างเห็นเช่นนี้ก็เริ่มคุยโวขึ้นมาทันที
“คุณเพ่ยไม่ต้องห่วงเลยนะคะ คุณไป๋เป็นนักศึกษาดีเด่นของมหาวิทยาลัยแพทย์เมืองอูซาน แถมอาจารย์ของเธอยังเป็นหมอเทวดาด้วย!”
ไป๋หยู่โรวพูดอย่างถ่อมตัวว่า “พรุ่งนี้ฉันจะพยายามอย่างสุดความสามารถเลยค่ะ”
อันที่จริงหมอเทวดาหายตัวไปหลายปีแล้ว เธอก็แค่เก็บหนังสือที่คนคนนั้นทิ้งไว้ได้เท่านั้น
ส่วนเรื่องการเอาชนะใจคนตระกูลฟู่ เธอจะต้องทำให้ได้
……
ที่วิลล่าเวียงม่วง ลู่หลีทำการปริ้นท์ข้อตกลงการหย่าออกมา
ในวิลล่าไม่มีสิ่งของของเธอมากนัก ดังนั้นเธอจึงแทบไม่ต้องนำอะไรติดตัวไปเลย นอกจากสิ่งของจำเป็นอย่างเช่นโทรศัพท์มือถือเท่านั้น
ไม่นานหลังจากนั้น เธอก็ส่งข้อความไปหาเพื่อนสนิทของเธอ ทั้งเซ็นข้อตกลงการหย่าเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะถอดแหวนแต่งงานออกมาวางทับไว้ด้านบน
“แต่งงานกันมาสามปี เหมือนขุดหลุมฝังตัวเองไม่มีผิดเลย”
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ลู่หลีก็ออกไปกลางดึก
ไม่นานหลังจากนั้น รถลัมโบร์กินีสีส้มอมแดงคันหนึ่งก็มาจอดอยู่ข้างทาง ผู้หญิงที่ทำผมทรงดังโงะลงมาจากฝั่งคนขับ แล้วก็เข้ามากอดเธอแน่น “เสี่ยวหลีเพื่อนรัก สุขสันต์วันหย่านะ!”
หลังจากที่เสิ่นเจียเจียพูดจบ เธอก็ส่งกุญแจให้
“สามปีผ่านไป ถึงเวลาที่เธอจะกลับมาเป็นราชินีลู่ของพวกเราสักที ทุกคนกำลังรอเธออยู่นะ!”
เสิ่นเจียเจียเป็นเด็กกำพร้า เธอสนิทสนมกับลู่หลีถึงขึ้นที่ตายแทนลู่หลีได้เลย หลายปีที่ผ่านมา เธอคอยช่วยลู่หลีดูแลจัดการเรื่องต่าง ๆ มาโดยตลอด
เธอเป็นทั้งเพื่อนสนิท แล้วก็เป็นพาร์ทเนอร์ด้วย เพราะเหตุนี้เธอถึงได้โกรธแค้นมาก
“ไอ้เพ่ยซือหานมันชั่วช้าสารเลวจริง ๆ ส่วนไป๋หยู่โรวก็กล้าเรียกตัวเองว่าหมออัจฉริยะ ฉันว่ายัยนั่นน่าจะเป็นขโมยอัจฉริยะมากกว่านะ!”
เสิ่นเจียเจียด่าทอออกมายกใหญ่ “สองคนนั้นเหมือนหนูในท่อระบายน้ำกับแมลงสาบไม่มีผิดเลย โสโครกน่ารังเกียจ!”
ลู่หลีรู้สึกตื้นตันใจขึ้นมา เธอรู้ดีว่าเสิ่นเจียเจียพูดเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้เธอ
“ไปกันเถอะ” เธอเปิดประตูรถออก “การปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับอดีตต่อไปมันไม่คุ้มหรอก ฉันใช้เวลามาสามปีกว่าจะเข้าใจได้”
ขอแค่คิดได้ จะเมื่อไหร่ก็ไม่มีคำว่าสายเกินไปหรอก
เสิ่นเจียเจียถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “จริงสิ เรื่องที่เธอให้ฉันไปสืบมีเบาะแสแล้วนะ”
เธอส่งข้อมูลไปยังโทรศัพท์มือถือของลู่หลี
“การตายของแม่เธอในตอนนั้นไม่ใช่อุบัติเหตุจริง ๆ ด้วย พยาบาลที่ทำคลอดให้แม่เธอมีพิรุธบางอย่าง”
ลู่หลีขมวดคิ้วพลางถามว่า “สามารถหาที่อยู่ของพยาบาลคนนั้นได้ไหม?”
นับตั้งแต่ที่เธอเกิดมา แม่ของเธอก็เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนระหว่างการคลอด
พ่อของเธอมองว่าเธอเป็นตัวซวยจึงไล่เธอออกจากตระกูลเจียง และส่งเธอไปให้คนอื่นดูแลที่ชนบท
แต่หลังจากที่เธอโตขึ้น เธอก็พบว่าการตายของแม่มีพิรุธบางอย่าง
“ตอนนี้ยังหาไม่เจอเลย” เสิ่นเจียเจียรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากพอสมควร
“แต่ครั้งสุดท้ายที่เธอปรากฏตัวคือที่ตระกูลฟู่ ซึ่งตระกูลฟู่เป็นตระกูลที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลที่สุด เกรงว่าคงต้องหาวิธีแฝงตัวเข้าไปให้ได้แล้วล่ะ”
ลู่หลีนึกถึงศัตรูคู่อาฆาตในอดีตที่แซ่ฟู่เหมือนกันขึ้นมา
แต่ผู้ชายคนนั้นคือหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่อิตาลี แล้วก็ไม่ได้มาเกี่ยวข้องอะไรกับเมืองอูซานเลย
“ต่อให้จะยากเย็นแค่ไหน ฉันก็ต้องลองพยายามดู”
ทันทีที่เธอพูดจบ โทรศัพท์เธอก็มีข้อความเข้า
พอลู่หลีเปิดหน้าจอก็เห็นว่าพ่อของเธอที่ปกติเป็นคนเลือดเย็นมาโดยตลอด จู่ ๆ ก็ยอมให้เธอกลับบ้านอย่างน่าเหลือเชื่อ
เสิ่นเจียเจียเอ่ยขึ้นว่า “เขาต้องมีเจตนาอื่นแอบแฝงแน่ ๆ ”
แต่ลู่หลีกลับเงยหน้าขึ้นพูดว่า “พอดีเลย นี่ก็ผ่านไปหลายปีแล้ว ฉันควรต้องไปเอาของของแม่ฉันกลับมาได้แล้ว”
ยี่สิบนาทีต่อมา เธอก็มาถึงบ้านตระกูลเจียง แล้วก็เห็นชายวัยกลางคนกำลังใช้ไม้เท้าคำพื้นอยู่ในห้องนั่งเล่น
“มีผู้ชายคนไหนไม่นอกใจบ้าง เธอนี้มันไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ ขนาดสามีคนเดียวยังควบคมไม่ได้ แถมยังคิดจะหย่าอีกเหรอ!”
เจียงเหว่ยหัวพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง
“ตระกูลเพ่ยเป็นผู้นำในวงการก่อสร้าง เจียงซือ กรุ๊ปของพวกเรามีความสัมพันธ์อันดีงามกับพวกเขาอยู่ เธอจะทำอะไรตามอำเภอใจไม่ได้”
หลังจากพูดจบ เขาก็สั่งลู่หลีอย่างคนที่เหนือกว่าว่า
“ไปต้มโจ๊กให้เพ่ยซือหานซะ ยอมลดทิฐิลงซะบ้าง”
ลู่หลียิ้มเยาะเย้ยออกมาอย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด
“แต่ฉันได้ยินมาว่า ตอนนั้นคุณนอกใจ คุณไม่ได้แค่โดนคุณย่าตีขาซ้ายจนหักเท่านั้น แต่ยังต้องคุกเข่าสามวันสามคืน ถึงกับต้องมาขอโทษขอโพยแม่ของฉันเลยหนิ”
ทั้ง ๆ ที่เธอกำลังยิ้มอยู่ แต่แววตาของเธอกลับเย็นชามาก
เจียงเหว่ยหัว “นี่แก!”
เจียงเหว่ยหัวรู้สึกเหมือนเพิ่งเคยได้รู้จักกับลูกสาวคนนี้เป็นครั้งแรกอย่างไรอย่างนั้น
ตอนแรกเขาคิดว่าเธอมาจากชนบท น่าจะจัดการเธอได้ง่าย ผลปรากฏว่าลู่หลีเป็นเหมือนแม่ของเธอเป๊ะเลย น่าขยะแขยงสิ้นดี!
“คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้” เจียงเหว่ยหัวโมโหเดือดดาลมาก เขาง้างไม้ค้ำยันขึ้นและพูดว่า “เห็นทีฉันคงต้องสั่งสอนเรื่องมารยาทให้แกบ้างแล้ว”
ทว่าลู่หลีกลับจับไม้ค้ำยันไว้ได้อย่างง่ายดาย
“พ่อ ขาของพ่อไม่ดีอยู่ ต้องระวังหน่อยนะคะ”
เจียงเหว่ยหัวถึงกับอึ้งไปเลย
แล้วเขาก็พบว่าตัวเองไม่สามารถดึงไม้ค้ำยันกลับมาได้!
เขาจึงพูดด้วยความโมโหเดือดดาลว่า “ปล่อย!”
ลู่หลีพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณพ่อบอกเองนะคะ”
จากนั้นก็มีเสียง “ปัง” ดังขึ้นมา
ไม้ค้ำยันถูกปล่อยออกอย่างแรง ทำให้เจียงเหว่ยหัวล้มลงไปกับพื้น!
ลู่หลียิ้มหวานพลางพูดว่า “เมื่อกี้ฉันก็บอกแล้วไงคะว่าต้องระวังหน่อย”
เจียงเหว่ยหัวเจ็บจนเหงื่อแตกพลั่กไปหมด
“ใครก็ได้มานี่ที! วันนี้ฉันต้องสั่งสอนบทเรียนให้แกให้ได้!”
เขาโกรธมากจนนิ้วสั่นไปหมด เขาจะต้องจับลู่หลีเอาไว้ให้ได้
แต่ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่เดินมาอย่างเร่งรีบก็ดังมาจากข้างนอก
“คุณท่าน ทางตระกูลฟู่บอกว่าเดี๋ยวจะมีคนมา มาเพื่อส่งการ์ดเชิญงานเลี้ยงคืนวันพรุ่งนี้ให้กับคุณหนูโดยเฉพาะ สถานที่คือคฤหาสน์ตระกูลฟู่ครับ!”
เมื่อเจียงเหว่ยหัวได้ยินเช่นนี้ก็ถึงกับอึ้งไปเลย
ตระกูลฟู่จากเมืองอูซานงั้นเหรอ?
เขาได้ยินมาว่าผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของแดนมืดจากตระกูลฟู่กลับเข้าประเทศมาแล้วและจะจัดงานเลี้ยงขึ้น แต่เขาไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะได้รับเชิญด้วย!
ตระกูลฟู่เป็นตระกูลไฮโซระดับสูง ห้องจัดเลี้ยงตั้งอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลฟู่ ซึ่งที่นั่นมีความงดงามอลังการถึงขนาดที่แม้แต่ผนังก็ยังประดับประดาไปด้วยหยก
“เดี๋ยว ฉันจะไปต้อนรับเขาเอง”
เขาถึงขนาดลืมสนใจลู่หลีไปเลย เขารีบยืนขึ้นและสั่งการว่า “รีบไปแจ้งลั่วลั่ว บอกให้เธอกลับตระกูลเจียงมาเจอเขาด้วย!”
เจียงเหว่ยหัวมีลูกสาวสองคน
คนหนึ่งคือลู่หลี ลูกที่เกิดจากภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งเธอถูกส่งไปเลี้ยงที่ชนบทตั้งแต่เกิด ส่วนอีกคนหนึ่งก็คือเจียงลั่วลั่ว ลูกที่เกิดจากภรรยาคนที่สองของเขาและเป็นลูกที่เขารักมาก
เห็นได้ชัดเลยว่า คุณหนูที่ตระกูลฟู่ต้องการเชิญไม่มีทางที่จะเป็นสาวบ้านนอกอย่างลู่หลีได้ ยังไงก็ต้องเป็นลูกสาวคนเล็กที่เขาพยายามสั่งสอนมาอย่าดีแน่นอน!
หลังจากที่เจียงเหว่ยหัวออกไปแล้ว ลู่หลีก็ไปเอาของของแม่เธอ
จากคำสั่งเสียของยาย เธอจึงไปขุดรากไม้ในสนาม แล้วก็เจอกล่องสีดำเข้าจริง ๆ
“ทว่ากุญแจหายไป” ลู่หลีกำลังใช้ความคิด
กล่องสีดำตรงหน้ามีขนาดเท่าฝ่ามือเท่านั้น แต่ทำมาจากวัสดุพิเศษและมีความแข็งแรงมาก ต่อให้จะพยายามออกแรงเปิดมากแค่ไหนก็ไม่สามารถเปิดได้
เธอจึงนำของเก็บใส่กระเป๋าและออกไป ซึ่งเธอก็บังเอิญไปเจอเข้ากับน้องสาวคนละแม่และพ่อของเธอที่กำลังพูดคุยกันอย่างยิ้มแย้มมีความสุขเข้าพอดี
ท่าทางพวกเขาดูมีความสุขกันมาก
เจียงลั่วลั่วสวมชุดเดรสแบบเจ้าหญิงสีชมพู ดูหรูหราตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว “ลู่หลี เธอยังไม่ไปอีกเหรอเนี่ย”
เธอเงยหน้าขึ้นมาทำเสียงจิ๊ครั้งหนึ่ง แล้วก็เชิดหน้าขึ้นอย่างทะนงตัว
“สาวบ้านนอกอย่างเธอ น่าจะไม่เคยพบเจอโลกภายนอกล่ะสิท่า เดี๋ยวตระกูลฟู่ก็จะมาส่งการ์ดเชิญให้ฉันแล้ว เธอจะได้เปิดโลกไปด้วยเลย”
ลู่หลีเชิดหน้าขึ้นมองพิจารณาเธอก่อนจะพูดขึ้นว่า “บางครั้งการได้มองคนขี้เหร่อย่างใกล้ชิดก็ถือเป็นเรื่องโหดร้ายอย่างหนึ่งเหมือนกันนะ”
เจียงลั่วลั่วโกรธมากจนด่าทออกมาอย่างสาดเสียเทเสียว่า “แกนังสารเลว......”
“พอได้แล้ว!”
เจียงเหว่ยหัวพูดขัดจังหวะขึ้นมา “คนตระกูลฟู่กำลังจะมาแล้วนะ เธอช่วยสำรวมท่าทีให้ดูเป็นกุลสตรีหน่อยเถอะ”
หลังจากเขาพูดจบ ชายคนหนึ่งก็โผล่มา
เจียงลั่วลั่วจำเขาได้ตั้งแต่แรกเห็น เขาคือเลขาอาวุโสของตระกูลฟู่นั่นเอง!
“ไม่ทราบว่าท่านไหนคือคุณหนูเจียงเหรอครับ?”
“ฉันค่ะ!” เจียงลั่วลั่วยืนบังหน้าลู่หลีเอาไว้ทันที ท่าทางเธอเหมือนนกยูงที่ดูทะนงตัวไม่มีผิด
“ได้ยินมาว่าผู้คุมแดนมืดของตระกูลฟู่กลับมาแล้ว รบกวนฝากคุณไปบอกเขาให้หน่อยนะคะ ว่าฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับเชิญ”
เจียงลั่วลั่วมองไปที่ลู่หลีอย่างดูถูกเหยียดหยาม
เธอถูกเลี้ยงดูเอาใจประหนึ่งเป็นเจ้าหญิงมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีทางที่เด็กบ้านนอกอย่างลู่หลีจะมาเทียบได้อยู่แล้ว
เจียงเหว่ยหัวก็เดินไปข้างหน้าด้วยหน้าตายิ้มแย้มเช่นกัน
“ผมจะให้ลั่วลั่วนำของขวัญไปเยี่ยม......”
ด้วยความที่ตระกูลฟู่มีอิทธิพลครอบคลุมทั้งธุระกิจสีดำ และธุระกิจถูกกฎหมาย ห่วงโซ่อุตสาหกรรมของพวกเขาจึงใหญ่โตมาก หากสามารถแต่งงานสานสัมพันธ์กับพวกเขาได้ ต่อให้จะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเพ่ยซือหาน เขาก็สามารถเจริญรุ่งเรืองได้เหมือนกัน!
ผลปรากฏว่าเลขาท่านนี้กลับเดินอ้อมพวกเขาสองคนไป
“สวัสดีครับ คุณลู่” ชายคนนั้นโค้งคำนับให้เธอเก้าสิบองศา จากนั้นก็ใช้สองมือยื่นการ์ดเชิญออกไป
“คุณฟู่บอกว่า ในอนาคตเขาจะหารือเรื่องธุรกิจกับคุณครับ”
ลู่หลีถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นก็ค่อย ๆ รับการ์ดมา
เธอเคยได้ยินชื่อผู้คุมแดนมืดท่านนี้มาก่อนแล้ว เขาชื่อว่าฟู่เป่ยเซียว แต่เขาไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะชนเลย แถมยังเพิ่งจะกลับมาถึงเมืองอูซานเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เอง
แต่ทำไมเขาถึงรู้จักเธอได้ล่ะ?
แต่ไม่ว่าชายคนนั้นจะมีเจตนาอะไร เธอซึ่งกำลังเป็นกังวลว่าจะไม่มีโอกาสเข้าไปในตระกูลฟู่ ตอนนี้สบโอกาสแล้ว!
ส่วนเจียงเหว่ยหัวตอนนี้งุนงงไปหมดแล้ว เขาตกใจและเกิดความสงสัยเต็มไปหมด
“พวกคุณเชิญผิดคนรึเปล่าครับ?”
แล้วเขาก็เห็นว่า บนการ์ดเชิญเขียนชื่อของลู่หลีเอาไว้จริง ๆ
เจียงลั่วลั่วโกรธมากจนพูดออกมาโดยไม่ทันได้คิดว่า
“นั่นสิ บุคคลที่ตระกูลฟู่เชิญจะเป็นผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้งซึ่งกำลังจะหย่าร้างไปได้ยังไงกัน!”