ตอน 2

1

กวินนิตาโวยวายเสียงดังเมื่อรู้ว่าตัวเองจะต้องไปทำงานที่บ้านของคุณหญิงอนุชนารถ และเป็นการทำงานเพื่อชดใช้หนี้เสียด้วย เรื่องนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่แสนจะสวยเช่นเธอ ทำไมคนสวยจะต้องไปรับใช้คนอื่น ชีวิตมันควรจะสวยหรูกว่านี้

“นิต้าไม่ยอมเด็ดขาด พ่อจะให้นิต้าไปทำงานใช้หนี้ ไม่มีทาง คนอย่างกวินนิตาจะไม่ทำงานดูแลคนแก่เด็ดขาด” หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยโฉบเฉี่ยวพูดออกมาอย่างรวดเร็ว

“ถ้าแกไม่ทำแล้วใครจะทำ” คนเป็นพ่อถามเสียงเครียด ยิ่งเห็นท่าทางของลูกสาวแล้วยิ่งไปกันใหญ่ ดูเหมือนว่าจะไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้

“ก็แม่กาฝากนภัสนั่นไง มันเป็นหนี้บุญคุณพ่อกับแม่นะคะ เพราะถ้าพ่อกับแม่ไม่อุปการะ ยายฟ้าร้องนั่นคงไม่มีวันเรียนจบและได้ทำงานดีๆ หรอก” กวินนิตาพูดพลางมองไปที่ญาติผู้พี่ที่กำลังเก็บโต๊ะอาหารอยู่อย่างจงใจ

“ถ้ายายฟ้าไปทำงานที่นั่นใครจะทำงานบ้าน แล้วไหนใครจะหาเงินมาสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ในบ้านนี้ล่ะ หรือแกจะไปทำงานนอกบ้าน” ช่อชบาถามลูกสาวเสียงเครียด กวินนิตาส่งสายตาไม่พอใจมาที่ลูกพี่ลูกน้องที่ง่วนอยู่ที่โต๊ะอาหาร แล้วตะโกนถามกลับไปว่า

“ทำงานนอกบ้านเสร็จก็มาทำงานใช้หนี้ต่อไม่ได้เหรอ”

นภัสถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย นี่ถ้าไม่ติดว่าบ้านหลังนี้เป็นของพ่อแม่ละก็ เธอจะไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย ครั้นจะให้ครอบครัวป้าออกไปก็ทำไม่ได้ นอกจากไม่ยอมไปแล้วยังตั้งหน้าตั้งตาทวงบุญคุณเช้าเย็นจนน่าปวดหัว

“ฉันไม่ได้ขอเงินลุงกับป้าเรียนหนังสือ พ่อกับแม่ทิ้งเงินไว้ให้ส่วนหนึ่งและฉันเองก็กู้กยศ.อีกส่วนหนึ่ง ลุงกับป้าเป็นเพียงแค่ผู้ปกครองตอนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเท่านั้น แล้วอีกอย่างนะถ้าฉันทำอย่างนั้นเธอก็ต้องทำงานบ้าน ทำได้ไหมล่ะ” นภัสย้อนถามเสียงเข้ม

“งานคนใช้แบบที่เธอทำ ฉันทำไม่ได้หรอก มือนุ่มๆ ของฉันได้หยาบพอดี คนอย่างเธอเหมาะกับงานแบบนี้” กวินนิตาสวนกลับทันที

“ถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องไปทำงานที่บ้านคุณหญิง” นภัสพูดบ้างทีนี้

“นี่แกอย่ามาหาเรื่องเลย ลูกฉันจะทำแบบแกไม่ได้หรอกนะ นิต้าไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงานพวกนี้เหมือนแก” ช่อชบาเข้าข้างลูกสาวเต็มที่

“ใช่ คนอย่างนิต้าเหมาะที่จะเป็นคุณนายที่มีสามีหล่อและรวยเท่านั้น” กวินนิตาพูดอย่างมั่นใจ

“เอาที่สบายใจเลยแล้วกัน” คำพูดของสองแม่ลูกทำให้นภัสอ่อนใจ คนพวกนี้ไม่คิดจะทำงานทำการ วันๆ เอาแต่คิดว่าจะจับผู้ชายรวยๆ เพื่อให้เขาเลี้ยง

“คุณหญิงท่านอยู่กับหลานชาย แถมหลานชายคนนี้ยังเก่งและรวยมากนะ ที่สำคัญหล่อมากด้วย” ปกรณ์พยายามโน้มน้าวใจลูกสาว

“จริงเหรอพ่อ” กวินนิตาตื่นเต้นทันที แบบนี้ค่อยน่าสนใจขึ้นมาหน่อย

“จริง เห็นว่าหล่อและรวยมาก ไม่แน่นะ ถ้าลูกสาวพ่อไปทำงานที่นั่น ได้เจอเขา คิดดูสิ นิต้าลูกพ่อสวยขนาดนี้ เขาจะไม่มองเชียวเหรอ” ปกรณ์ค่อยๆ ตะล่อมให้ลูกสาวเคลิ้มตาม

“ถ้าเขาสนใจแกนะ นิต้า เราทั้งหมดจะสบายไปทั้งชาติ และจะไม่ต้องมาอยู่ไอ้บ้านโทรมๆ หลังนี้ด้วย” ช่อชบาเออออกับสามีทันที

ในขณะที่นภัสถอนหายใจออกมาดังๆ กับคำหว่านล้อมแบบให้ความหวังลมๆ แล้งๆ พวกนี้คิดแต่หวังจะสบายทางลัดโดยไม่หวังจะพึ่งพาตัวเองเลย ขอให้โชคดีแล้วกัน

อนิรุทธ์เดินเข้าบ้านก็พบว่าผู้เป็นยายมายืนรอก่อนแล้ว คุณหญิงยิ้มให้หลานอ้าแขนต้อนรับ ชายหนุ่มยกมือขึ้นไหว้แล้วกอดหญิงชราแน่น ภาพตรงหน้าทำให้บรรดาคนรับใช้พลอยยิ้มไปด้วย

หลังจากทักทายแสดงความคิดถึงกันมาพอสมควรแล้ว เขาก็พบว่าผู้เป็นยายเตรียมการต้อนรับหลาน ที่หายไปต่างประเทศเกือบเดือนด้วยอาหารชั้นเยี่ยมหลากหลายทำเอาชายหนุ่มยิ้มปลื้ม

“ของโปรดหลานทั้งนั้น รุทธ์” คุณหญิงอนุชนารถเรียกชื่อหลานชายแบบไทยๆ ตามความเคยชิน ท่านไม่ชอบที่จะเรียกชื่อเล่นที่เป็นภาษาอังกฤษนัก

“แม่จ๋ารู้ใจผมที่สุด แบบนี้รักตายเลย” เขาเรียกยายว่าแม่จ๋ามาตั้งแต่เล็กและเรียกจนติดปากมาจนถึงทุกวันนี้

“อย่ามาประจบคนแก่ ยายไม่ใช่สาวๆ ที่หลานควงนะ ไม่หลงง่ายๆ หรอก” คุณหญิงประชดเล็กน้อย

นางรู้เรื่องของเขาเป็นอย่างดี ข่าวคราว (คาว) เรื่องผู้หญิงเข้าหูบ่อยเสียจนน่าปวดหัว

“ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ผมจะรักมาก ได้เท่าแม่และแม่จ๋าหรอกนะครับ” อนิรุทธ์ยิ้มหวานประจบ

“ยายเริ่มจะรู้แล้วว่าทำไมผู้หญิงเหล่านั้นถึงหลงหลานนัก คารมดีแบบนี้นี่เอง เอาเถอะ ยายจะเชื่อก็แล้วกัน” คุณหญิงอมยิ้มเล็กน้อย

“ผมพูดจริงเสมอครับ แม่จ๋าที่รัก”

“กินเถอะ เดี๋ยวจะเย็นเสียหมดของโปรดทั้งนั้น ไปเมืองนอกนานๆ คงไม่ค่อยได้กินอาหารไทยคงเจอแต่พวกนมพวกเนยละสิ”

“แม่จ๋านี่รู้ใจจริงๆ”

“ไม่ต้องมาปากหวาน รู้ไหมว่าข่าวของรุทธ์กับบรรดาสาวๆ ทำให้ยายจะอกแตกตายหลายครั้ง”

“ผมน่ะหรือครับ ทำให้แม่จ๋าที่น่ารักและแสนดีอกแตกตาย” ชายหนุ่มแกล้งหยอก

“เรานี่มันทะเล้นจริงๆ รู้ไหมว่ายายอยากจับเราแต่งงานกับผู้หญิงที่เรียบร้อยสมเป็นกุลสตรีไทยจริงๆ” หญิงชราแกล้งขู่ ทำคนฟังขนลุกขึ้นมาทันที

“แม่จ๋าเลิกคิดเรื่องนั้นไปได้เลยครับ ตอนนี้ผมยังไม่อยากมีภาระ ใช้ชีวิตแบบนี้สบายกว่ามาก”

“ยายว่าเรายังไม่เจอคนที่ถูกใจมากกว่า จริงๆ ยายอยากหาให้”

ทำเป็นเล่นไป ถ้าหาให้ได้นางก็อยากหาคนดีมาเป็นศรีสะใภ้ให้หลานชายสุดที่รัก

“สมัยนี้การคลุมถุงชนมันใช้ไม่ได้แล้วครับ” อนิรุทธ์ไม่ค้านแต่ใช้เหตุผลมาอ้าง

“เอาเถอะ ยายจะไปทำอะไรได้ คนแก่แล้วพูดอะไรไปก็คงไม่ฟังหรอก” คุณหญิงชราแกล้งทำทีตัดพ้อ ชายหนุ่มยิ้มเมื่อได้ยินคำตัดพ้อนั้น

“เอาเป็นว่าผมสัญญากับแม่จ๋าไว้นะ ว่าถ้าจะมีเมียจะหาผู้หญิงที่เหมือนแม่จ๋าให้มากที่สุด ต้องเป็นผู้หญิงที่สวยสง่างามและต้องเป็นคนมีเหตุผล ที่สำคัญเสียงต้องหวานเหมือนแม่จ๋า ดีไหมครับ” เขาพูดเอาใจให้คนแก่ไม่น้อยใจเท่านั้นหรอก คุณสมบัติอย่างแม่จ๋าไม่ได้หากันง่ายๆ สักหน่อย

“ตกลง ยายจะถือว่านี่เป็นคำสัญญานะ” ได้ฟังเช่นนี้แล้วค่อยเบาใจ หาผู้หญิงดีๆ ต้องใช้เวลา แต่ถ้าได้อย่างที่พูดนานแค่ไหนนางก็รอได้

“ครับผม” อนิรุทธ์รับคำเสียงดังแข็งขัน

หาไปเถอะ ผู้หญิงอย่างแม่จ๋า ตายอีกสิบชาติก็คงไม่เจอแน่!

กวินนิตามองคฤหาสน์หลังใหญ่ด้วยความตื่นเต้น ไม่คิดว่ามันจะใหญ่โตขนาดนี้ เธอเคยเข้าออกที่นี่บ่อยแต่ไม่เคยเข้ามาด้านในเลย ถึงแม้จะไม่เต็มใจมาเพราะต้องมาทำงานขัดดอก แต่ก็ไม่สามารถขัดพ่อกับแม่ได้

สิ่งที่ดึงดูดใจให้มาก็คือ เมื่อรู้ว่าเจ้าหนี้ชรามีหลานชายสุดหล่ออยู่ด้วยจึงยอมมาในที่สุด โดยปกรณ์เป็นคนพามาส่งด้วยตัวเอง

หญิงชราวัยเจ็ดสิบมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าอย่างพิจารณา นี่คงเป็นลูกสาวคนเล็กของปกรณ์ที่จะมาทำงานขัดดอกแน่ๆ ดูจากท่าทางและการแต่งตัวแล้วทำให้ท่านถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ ถึงแม้จะสวยแต่การแต่งเนื้อแต่งตัวไม่ผ่าน เสื้อที่ใส่ก็คอกว้างเสียจนน่าตกใจ กระโปรงก็สั้นนี่ถ้านั่งไม่ดีคงเห็นไปถึงไหนต่อไหน

“สวัสดีครับ คุณหญิง”

ปกรณ์ยกมือไหว้หญิงชราอย่างนอบน้อม และสะกิดลูกสาวให้ทำตามอย่างรวดเร็ว กวินนิตารู้งานรีบยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมเช่นกัน

“สวัสดีจ้ะ นี่คงเป็นลูกสาวที่บอกว่าจะให้มาทำงานที่นี่สินะ” คุณหญิงถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ครับ นิต้าจะมาช่วยดูแลคุณหญิงครับ” ปกรณ์รับคำ

“พูดอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมเลยนะ ความจริงฉันไม่ได้อยากได้คนมาเพิ่มหรอกแต่เพราะสงสาร มันคงเป็นบทเรียนว่าการพนันทำให้เธอเสียอะไรไปมากแค่ไหน ถ้าเธอไม่ใช่ลูกของแม่บ้านเก่าแก่ของคุณแม่ ฉันคงไม่ช่วย เรื่องโฉนดที่ดินและบ้านที่เอามาค้ำประกันนั้นคงต้องเก็บไว้ก่อน เอาไว้ครบสัญญาหรือว่าหาเงินมาคืนได้เมื่อไหร่ ฉันจะคืนให้แน่นอน”

“สุดแต่คุณหญิงจะกรุณาเถอะครับ” นาทีนี้ปกรณ์ไม่มีอะไรจะต่อรองแล้ว

“ว่าแต่เธอชื่ออะไรล่ะ แม่หนู” หญิงชราหันมาถามสาวน้อยที่มาทำงานใช้หนี้

“กวินนิตาค่ะ เรียกว่านิต้าก็ได้”

“ชื่อคนเดี๋ยวนี้มันต้องเหมือนพวกฝรั่ง เอาเถอะ มาทำงานกับฉันก็ขอให้เธอตั้งใจก็แล้วกัน งานที่นี่ไม่มีอะไรมากหรอก ที่นี่ฉันอยู่กับหลานชาย ความจริงลูกสาวกับลูกเขยฉันก็อยู่ด้วย แต่นานๆ พวกเขาจะกลับมาที่เมืองไทยเสียที”

“ค่ะ” กวินนิตาตาวาวขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินว่ามีหลานชายอยู่ด้วย

“รับรองครับ เรื่องดูแลและงานบริการลูกสาวผมเก่งมาก” ปกรณ์เชียร์ลูกสาวสุดกำลัง

“เอาเถอะ ตั้งใจทำงานก็แล้วกัน” หญิงชราตัดบท

“ถ้าอย่างนั้นผมลาเลยก็แล้วกันนะครับ นิต้า แกดูแลคุณหญิงให้ดีนะ ท่านให้ทำอะไรก็ต้องทำตามเข้าใจไหม” ปกรณ์พูดกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่แววตานั้นบอกเป็นนัยว่าทำๆ ไปเถอะ แล้วก็ขอตัวกลับทันที

“คุณหญิงมีอะไรให้หนูรับใช้คะ” กวินนิตาถามหางานแรก แต่หญิงชรายังไม่ทันจะตอบเสียงทุ้มของใครบางคนก็ดังขึ้น

“แม่จ๋า ผมจะไปเอาเอกสารที่บริษัทเสียหน่อย แม่จ๋าจะไปกับผมไหมครับ” เสียงนิรุทธ์ดังขึ้นมาก่อนที่ตัวจะมาถึง

การปรากฏตัวของชายหนุ่มทำให้กวินนิตาแทบกรี๊ด เขาช่างหล่อเหลาจนเธอแทบลืมหายใจ ขอเรียกว่าเป็นชายในฝันเลยแล้วกัน

“ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าแม่จ๋ามีแขก” ชายหนุ่มเพิ่งเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก มานั่งนี่มา รุทธ์” คุณหญิงเรียกหลานชายเบาๆ

“แม่หนูคนนี้ชื่อกวินนิตาจะมาทำงานที่บ้านเรา พ่อของแม่หนูนี้บอกยายว่าเด็กคนนี้มีความรู้ความสามารถ บางทีอาจจะช่วยงานหลานได้” คุณหญิงชราเอ่ย

“ผมว่าไม่จำเป็นนะครับ” เขาไม่ได้มองหน้าเจ้าหล่อนด้วยซ้ำ และไม่สนใจว่าจะมีความสามารถมากแค่ไหนด้วย

“จำเป็นสิหลานต้องมีผู้ช่วย อย่างน้อยช่วยจัดเรียงเอกสารก็ยังดี” คุณหญิงพยายามหางานให้กวินนิตาทำ

“ก็ได้ครับ” ชายหนุ่มตกลงอย่างว่าง่าย

ความจริงเขาอยากจะบอกปัดไปเลยด้วยซ้ำ แต่ไม่อยากให้แม่จ๋าเสียความตั้งใจจึงรับปากแบบขอไปที โดยไม่ทันเห็นว่าคนได้งานทำดีใจจนยิ้มแก้มปริแค่ไหน

นภัสถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย วันนี้ตั้งแต่กลับมาจากทำงานเธอได้ยินญาติผู้น้องเพ้อถึงแต่ผู้ชายที่เป็นหลานชายของคุณหญิงอนุชนารถเสียจนน่ารำคาญ ดูเหมือนว่ากวินนิตาจะหลงใหลมากถึงมากที่สุด เหมือนพวกแฟนคลับที่คลั่งไคล้ดารา

“นี่รู้ไหมว่าเจ้านายของเราหล่อเป็นบ้าเลย อิจฉาไหมล่ะ เจ้านายของตัวเองทั้งแก่และหน้าตาขี้เหร่แบบนั้น ตัวนี่สู้เขาไม่ได้สักเรื่องนะทั้งความสวยและโชคดี” กวินนิตาพูดข่มทันทีเมื่อได้โอกาส

“จะหล่อลากดินแค่ไหนก็ต้องแก่ต้องเหี่ยว ต้องตายเหมือนกันนั่นแหละ” นภัสโต้ตอบอย่างไม่สนใจ

“ว้าย พูดจาน่าเกลียดมาก อิจฉาฉันละสิที่ได้ดีกว่าเลยพูดแบบนั้น” กวินนิตาทำเสียงเยาะเย้ย

“จะไปอิจฉาทำไม” เรื่องไร้สาระพวกนี้เธอไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ

“ก็ฉันได้เจ้านายที่ทั้งหล่อทั้งรวยน่ะสิ รู้ไหมบางทีเขาอาจจะหลงเสน่ห์ฉันนะ” ญาติผู้น้องเพ้อ

“เอาเถอะ เอาที่สบายใจเลย” นภัสตัดบทอย่างรำคาญ

กวินนิตาแทบจะบ้าเสียให้ได้ หลายวันมานี้ต้องดูแลชายหนุ่มที่ปรารถนา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเลย แถมยังใช้ให้ทำงานหลายอย่างอีกต่างหาก พอทำงานไม่ดีก็ว่าแบบไม่เกรงใจ

แต่กวินนิตาก็ไม่ยอมแพ้ เพราะถ้าจับเขาได้งานนี้มีแต่จะสบายไปทั้งชาติ ดังนั้นต้องพยายามทำให้ประทับใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่มันดูเหมือนจะไม่ง่าย

“เป็นอะไรกลับมาหน้าบึ้งเชียว” ช่อชบาถามลูกสาวคำแรก

“ไม่เป็นอะไรมากหรอกแม่ แค่กำลังคิดว่าทำอย่างไรคุณรุทธ์ถึงจะสนใจประทับใจหนูมากกว่านี้ หนูเอาใจทุกอย่างแต่เขาไม่สนใจเลย อยากไปหาเพื่อนหนูก็ขับรถไปให้ อยากไปตีกอล์ฟหนูก็พาไป แต่เขาทำเหมือนว่าหนูไม่ใช่คนสำคัญ เมื่อวานให้เรียงเอกสารแค่สลับนิดเดียว ก็บ่นราวกับว่าทำผิดใหญ่หลวง” กวินนิตาพูดด้วยความเบื่อหน่ายแล้วกดรีโมตเปลี่ยนช่องทีวีทันที

หญิงสาวตาวาวขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ดูละครหลังข่าวเรื่องหนึ่ง ความคิดที่บรรเจิดก็แล่นเข้ามาในหัว มันน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแน่ๆ

“หนูรู้แล้วว่าจะทำอย่างไร” กวินนิตารู้แล้วว่าจะสร้างความประทับใจอย่างไร หลังจากที่นั่งๆ นอนๆ คิดเรื่องนี้มาหลายวัน วันนี้รู้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร

“อาทิตย์หน้าคุณรุทธ์บอกว่าอยากไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด ต้องทำอะไรบางอย่างให้เขาประทับใจในตัวหนู” กวินนิตาวางแผนในหัวสมองอย่างแยบยล

“แล้วแกจะทำอย่างไร” ช่อชบาถามต่อ

“แม่ดูละครไหม หนูจะให้คนลักพาตัว แล้วหนูจะเป็นคนเข้าไปช่วย เขาต้องประทับใจแน่ๆ”

“แกจะบ้าเหรอ นิต้า แกไม่รู้เหรอว่าตอนจบพระเอกไปคว้าคนที่ลักพาตัวแทน ไม่ได้คว้าเจ้าของแผนการ” คนเป็นแม่เถียง

“โธ่ นั่นมันละคร แต่เรื่องที่หนูจะทำมันไม่จบแบบนั้นแน่ แม่คิดดูนะว่าถ้าทำสำเร็จเราจะสบายไปทั้งชาติ” กวินนิตาฝันเฟื่องอย่างมีความสุข

“แล้วแกจะให้ใครเป็นโจร” ช่อชบาย้อนถาม

“ก็ยายฟ้าร้องไงแม่” หญิงสาวตอบโดยไม่ต้องคิดเลย

“มันไม่ร่วมมือกับแกหรอก” ช่อชบาส่ายหน้า เพราะรู้จักนิสัยหลานสาวเป็นอย่างดี

“ต้องร่วมสิ เราต้องทำให้มันร่วมมือกับเราให้ได้” กวินนิตาไม่ยอมให้แผนที่คิดได้ล้มไม่เป็นท่าแน่ งานนี้นภัสต้องร่วมมือกับเธอ

“แล้วถ้าเกิดเขาไปชอบยายฟ้าขึ้นมาล่ะ แกจะทำอย่างไร” ไม่วายที่ผู้เป็นแม่จะระแวงตามละครโทรทัศน์

“โธ่ แม่ ใครจะไปชอบผู้หญิงตายด้านแบบนั้น ยายฟ้ามันไม่มีเสน่ห์อะไรเลย ชอบทำตัวแข็งๆ ปากก็ร้ายแถมยังขี้บ่น ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากอยู่ใกล้ ไม่งั้นมันคงมีแฟนไปนานแล้ว ไม่มานั่งเป็นแม่ชีบนคานแบบนี้หรอก เชื่อหนูเถอะ งานนี้ต้องเป็นยายฟ้าเพราะมันไว้ใจได้มากที่สุด” กวินนิตาพูดออกมาอย่างมั่นใจ

“ฉันไม่แน่ใจ เพราะมันคงไม่ยอมง่ายๆ” ช่อชบาส่ายหน้า

“แม่ก็ทำให้มันยอมสิ ไม่เห็นจะยากอะไรเลย” กวินนิตาพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี

ตอน 3

2

“ไม่มีวัน”

นภัสปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยหลังจากที่ฟังสิ่งที่ญาติผู้น้องต้องการให้ทำจบ หญิงสาวมองหน้าสองแม่ลูกสลับกันไปมา ไม่คิดว่าจะคิดเรื่องบ้าๆ นี้ออกมาได้ สิ่งที่ทั้งสองต้องการนอกจากจะไม่เข้าท่าแล้วยังผิดกฎหมายด้วย ดีไม่ดีพลาดขึ้นมาจะเดือดร้อนกันไปหมด

“นี่ถ้าแกไม่ทำแล้วใครจะทำ” ช่อชบาถามอย่างเห็นแก่ตัว

“ถามจริงๆ นะ คิดได้ยังไงมันผิดกฎหมาย รู้ไหม” นภัสปวดประสาทกับสองแม่ลูกจริงๆ คิดอะไรที่สร้างสรรค์กว่านี้ได้ไหม

“ฉันต้องการสร้างความประทับใจให้เขาก็เท่านั้น คิดดูสิผู้ชายต้องประทับใจแน่ๆ ถ้าเกิดมีผู้หญิงเสี่ยงชีวิตไปช่วย” กวินนิตาพูดอย่างมั่นใจ

“การสร้างความประทับใจมีตั้งมากมาย เช่นทำงานให้เขาพอใจ หรือไม่ก็เอาส่วนที่เรียกว่าสมองมาใช้ ผู้หญิงเก่งและอ่อนหวานน่าจะสร้างความประทับใจให้ผู้ชาย มากกว่าผู้หญิงที่เข้าไปช่วยเขาจากโจร”

“แต่วิธีนี้มันน่าจะดีที่สุด คิดดูสิละครยังทำกันเลย วิธีที่เธอบอกมันต้องใช้เวลาแต่วิธีที่ฉันคิดมันน่าจะเร็วกว่า” กวินนิตายังคงยืนยันความคิดของตนเอง

“มันก็แค่ละคร และตอนจบพระเอกก็ไม่ได้ประทับใจคนที่ไปช่วย แต่ประทับใจคนที่จับเขาไว้ต่างหาก” นภัสถอนหายใจดังๆ

“อย่ามาพูดมาก เขาไม่มีทางประทับใจเธอหรอก เธอมีอะไรให้ประทับใจได้บ้าง หน้าตาก็จืดๆ งั้นๆ หุ่นก็ยังกับกระดาน อะไรที่มันน่าจะนูนก็ไม่นูน แถมยังขี้บ่นผู้ชายที่ไหนชอบก็บ้าแล้ว แล้วอีกอย่างละครกับเรื่องจริงมันคนละเรื่องเข้าใจไหม อย่าโง่สิ” กวินนิตาดูแคลน

“แล้วทำไมต้องเป็นฉัน”

“ข้อแรกเพราะเธอไม่มีอะไรที่เขาจะชอบแน่ ข้อสองเธอคงไว้ใจได้ ข้อสามถ้าเราทำแผนนี้สำเร็จ ฉันก็จะได้ไปเป็นคุณนายหลานสะใภ้คุณหญิง และบ้านเราก็จะสบายขึ้น” กวินนิตายิ้มหวานฝันไปไกลแล้วว่าจะได้เป็นหลานสะใภ้คุณหญิง

“ถ้าอยากจะสบายก็ต้องขยัน จะมาอยากสบายโดยวิธีการแบบนี้มันไม่ถูกต้อง” นภัสยืนยันความคิดเดิม

“ไม่รู้แหละ ยังไงก็ต้องช่วยฉัน” กวินนิตายืนกรานคำเดิม

“ใช่ แกต้องช่วย ไม่อย่างนั้นใครจะช่วย คิดดูดีๆ นะ ถ้านิต้าได้คบหาถึงขั้นแต่งงานกับหลานชายของคุณหญิงอนุชนารถ เราจะสบายแค่ไหน แล้วถ้าแกอยากจะได้โฉนดของบ้านนี้คืนมาแบบไม่ต้องใช้เวลานาน มันก็ต้องเป็นวิธีนี้เท่านั้น” ช่อชบาช่วยกล่อมอีกแรง

“โฉนดนั่นลุงเอาไปไว้กับคุณหญิงและนิต้าก็ไปทำงานใช้หนี้ เมื่อครบกำหนดคุณหญิงก็จะคืน หนูเชื่อว่าคนระดับนั้นคงไม่ทำอะไรผิดคำพูด” นภัสพูดอย่างมั่นใจ

เธอเคยพบคุณหญิงอนุชนารถอยู่หลายครั้งยามท่านเข้าบริษัท ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดีมากคนหนึ่ง ส่วนหลานชายนั้นยังไม่เคยเจอ แต่มีคำร่ำลือว่าเป็นผู้ชายที่บริหารงานเก่งมาก และเสเพลมากเช่นกัน

“แกจะไปไว้ใจเขาได้อย่างไร คนรวยมีเล่ห์เหลี่ยมมากจะตาย” ช่อชบามองในแง่ลบ

“ไม่ว่าจะพูดอย่างไรหนูจะไม่ทำตามทั้งนั้น มีอย่างเหรอจะให้จับผู้ชายไปขังแล้วนิต้าทำเป็นเสี่ยงเข้าไปช่วย เพื่อต้องการให้เขาประทับใจ นี่มันชีวิตจริงไม่ใช่ละคร อย่าคิดอะไรตื้นๆ” นภัสสรุปสั้นๆ แล้วเดินหนีไป ทิ้งให้สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างอารมณ์เสียเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เอาด้วย

อนิรุทธ์มองโฉนดที่ดินที่อยู่บนโต๊ะทำงานของผู้เป็นยายอย่างสนใจ ที่ดินแปลงนี้เหมาะสมที่จะทำคอนโดมิเนียมหรือไม่ก็บ้านจัดสรรมาก มันสามารถสร้างกำไรมหาศาลได้ไม่ยากเลย อยากรู้เหลือเกินว่ายายได้มันมาได้อย่างไร

“แม่จ๋ามีที่ดินสวยๆ แบบนี้ก็ไม่บอก” อนิรุทธ์เอ่ย เมื่อเห็นว่าหญิงชรามองโฉนดแล้วถอนหายใจ

“มันไม่ใช่ของยาย เขาเอามาฝากยายไว้เรียกว่ามาจำนองดีกว่า ตอนนี้ลูกสาวเขาก็มาทำงานให้เราอยู่นี่ไง”

“อ๋อ ของกวินนิตา” เขาเข้าใจทันทีโดยไม่ต้องพูดอะไรมาก

“ความจริงยายไม่อยากเก็บไว้แต่สงสารเลยต้องรับ นี่ถ้ายายไม่เก็บไว้มีหวังป่านนี้ไม่มีที่อยู่กันแล้ว น่าเศร้านะ พ่อติดการพนัน แม่ก็ไม่ได้ทำอะไร ลูกก็ต้องมาทำงานใช้หนี้ ตอนแรกจะให้หลานที่อยู่ด้วยมาทำงานนี้ แต่ถ้ามาเขาจะเสียรายได้ไป”

“แม่จ๋ารู้จักเหรอครับ”

“คนที่เอาโฉนดมาวางเคยทำงานที่นี่ แล้วก็มีหลานทำงานเป็นเลขาของคุณวิชาผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัทเรา ทำงานดีขยันแต่ก็อย่างว่าต้องขยันเพราะต้องเลี้ยงคนในบ้านทุกคน ว่าแต่ดูเหมือนหลานจะเบื่อกวินนิตา” คุณหญิงสังเกตว่าท่าทีหลานชายที่มีต่อสาวน้อยไม่เหมือนผู้หญิงอื่น

“ผมเบื่อครับ” เขาตอบตามตรง

“อะไรกัน นี่ยายหูฝาดไปหรือเปล่า”

“จริงนะ แม่จ๋า บางทีอะไรที่มันบ่อยเกินไปมันก็น่าเบื่อ ตอนนี้ผมมีอะไรที่อยากจะทำหลายอย่างเลยทำให้ลืมๆ เรื่องอย่างว่าไปบ้าง ที่สำคัญผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แนวผมเลย” อนิรุทธ์พูดตามตรง

“แล้วกวินนิตาเป็นอย่างไรล่ะ” หญิงชราถาม

“ดูไม่จริงใจ ทำงานไม่ได้เรื่อง ท่าทางอยากได้ผมจนตัวสั่น แค่นี้พอไหมครับที่ผมจะไม่ชอบ” เขาบอกสั้นๆ แต่คุณหญิงรู้ดีว่าหลานท่านหมายความว่าอย่างไร

“ว่าแต่ผมสนใจที่ดินนี่ อยากได้” อนิรุทธ์วกกลับมาในสิ่งที่ต้องการ

“เรื่องนั้นมันคงไม่ง่าย เราคงต้องคุยกับเจ้าของโฉนด”

“พวกเขาติดหนี้แม่จ๋าเท่าไหร่เหรอครับ”

“ถ้ารวมตอนนี้ก็เกือบจะห้าล้านแล้ว”

อนิรุทธ์นิ่งคิดเล็กน้อย ถ้าอยากได้ที่ดินแปลงนี้ สงสัยต้องหาวิธีให้ได้มาเสียแล้ว และถ้าได้ที่ดินมากวินนิตาก็คงไปให้พ้นหน้าด้วยเช่นกัน

“ไม่ได้ ทำแบบนั้นไม่ได้ ที่ดินนี่ไม่ใช่ของลุง ของป้าและของเธอ มันเป็นของพ่อและแม่ฉัน ทุกคนไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้”

นภัสตะโกนลั่นบ้าน เมื่อได้ยินว่าวันนี้อนิรุทธ์มาคุยเรื่องบ้านและที่ดินว่าต้องการจะขอซื้อ และดูเหมือนว่าทุกคนจะยินดีตกลง เพราะต้องการเงินมากกว่าจะหาทางรักษาบ้านที่ไม่ใช่สมบัติของตัวเอง

“เขาชอบที่นี่มาก ถ้ายอมเราจะได้เงินเข้ามาอีกหลายล้าน” กวินนิตาพูดออกมาอย่างคนโลภ

“ไม่ ฉันไม่ยอม” นภัสยืนกรานคำเดิมหนักแน่น

“ถ้าไม่ยอม เธอก็ต้องช่วยฉันสิ” คราวนี้กวินนิตาต่อรองบ้าง

“ช่วยอะไร”

“ทำตามแผนที่ฉันบอกไว้ไง อย่าลืมสิ ถ้าทำสำเร็จโฉนดที่ดินนั่นจะเป็นของเธอ ส่วนฉันก็จะได้คบหาอาจจะเลยไปถึงขั้นแต่งงาน เรามีแต่ได้กับได้และถ้าเธอยอมทำตามแผนที่ฉันวางไว้ ฉันจะเอาโฉนดมาคืนให้ เธอก็จะได้ไอ้ที่ดินพร้อมบ้านโทรมๆ หลังนี้กลับไป ส่วนฉัน พ่อ และแม่ก็จะไปอยู่ในที่ที่ดีกว่านี้อีกมาก” กวินนิตาวางแผนทุกอย่างไว้อย่างสวยหรู ไม่วิธีใดก็วิธีหนึ่งเธอมีแต่ได้กับได้อย่างเดียว

“ฉันว่าแกน่าจะทำตามที่นิต้าบอก ฉันเองก็ไม่อยากอยู่ไอ้บ้านซอมซ่อต่อไปแล้ว มันได้ประโยชน์กับเราทั้งสองฝ่ายเลย” ช่อชบาได้ทีเลยรีบพูดหวังจะให้หลานสาวทำตามแผน

“หนูขอคิดดูก่อน” นภัสเริ่มลังเลแม้จะไม่เห็นด้วย แต่ก็ดีกว่าที่จะขาย

“ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว แกก็ทำตามที่นิต้าบอกก็จบ” ปกรณ์สรุปหลังจากนั่งฟังมานาน

“เรื่องนี้มันจะไม่เกิด ถ้าลุงไม่ขโมยโฉนดที่ดินของหนูไป” นภัสหันมาจ้องหน้าคนต้นเหตุ แต่ปกรณ์โวยวายกลับไปว่า

“อย่ามาปากดีกับฉัน ถ้าไม่มีฉัน แกไม่มีวันโตมาได้แบบนี้หรอก ฉันกับเมียเลี้ยงดูแกมาตั้งแต่ยังเด็ก จนแกโตมาเถียงฉันได้ขนาดนี้ แกควรสำนึกบุญคุณพวกฉันไว้บ้าง ฉันต้องอดทนแค่ไหนที่ต้องเลี้ยงดูแก ส่วนป้าแกก็ไม่เคยมาดูดำดูดี มีแต่ครอบครัวของฉันเท่านั้นที่เลี้ยงดูแกมา และเรื่องที่ลูกฉันอยากให้แกทำมันก็เป็นผลดีกับทุกฝ่าย”

นี่ถ้านภัสยังเป็นเด็กเขาคงตบคว่ำไปแล้ว ในขณะที่นภัสเม้มปากแน่นอยากจะเถียงใจจะขาดว่า ป้าที่เป็นเจ้าของสวนที่กุยบุรีนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่ปกรณ์พูดเลยสักนิด

ตรงกันข้าม ปกรณ์และช่อชบาต่างหากที่พยายามกีดกันไม่ให้เธอพบกับป้า แต่อย่างไรก็ตามเธอกับป้าผกากรองนั้นแอบติดต่อกันมาตลอดโดยไม่ให้คนพวกนี้รู้

“หนูรู้ค่ะว่าป้ากับลุงดูแลหนูมาตั้งแต่เด็ก แต่เรื่องที่จะให้หนูไปทำ มันเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก ถ้าพลาดเราจบกันหมดและหนูจะซวยที่สุด”

“แกก็อย่าทำพลาดสิ” ช่อชบาสำทับ

“หนูขอคิดดูก่อน หนูมีงานต้องทำด้วย จะขาดงานมันคงไม่ใช่เรื่องดีนัก” นภัสประวิงเวลา

“แกใช้พักร้อนบ้างสิ ตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยหยุดเลย ขนาดป่วยก็ยังไปทำงาน แล้วแค่ช่วยเหลือครอบครัวของผู้มีพระคุณแค่นี้ แกจะต้องคิดอะไรมาก อีกอย่างแกก็ทำงานที่นั่นมานานเจ้านายก็ใจดี เขาต้องยอมบ้างแหละ เห็นแก่ความดีความชอบของแก” กวินนิตาจัดการเสร็จสรรพ

“มันลาได้กี่วัน” ช่อชบาถาม

“มากสุดสิบห้า แต่มันไม่ควรลาขนาดนั้น” นภัสพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะเครียด

“แกลาเต็มที่ไปเลย”

“นี่จะให้หนูจับเขาไปสิบห้าวันเลยหรือไง” หญิงสาวโวยทันทีที่ฟังจบ

“แค่สามสี่วันเท่านั้นแต่อยากให้แกได้พักบ้างไง นี่ฉันหวังดีกับแกนะ เลยแนะนำแบบนี้” ช่อชบาเอ่ย

“คิดดีๆ นะฟ้า ทำตามที่ฉันบอกดีที่สุด ถ้าไม่ทำฉันจะรับเงินจากเขามา ถ้าแกอยากได้บ้านและที่ดินคืนก็ต้องไปใช้หนี้เอง ฉันจะไม่ยอมให้พ่อแม่หรือตัวเองต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอันขาด” กวินนิตาขู่

นภัสนั่งมองภาพถ่ายของพ่อแม่ตัวเองด้วยความเศร้า ดวงตาคู่หวานมีน้ำตาคลออยู่เล็กน้อย เธอกำลังอับจนหนทาง ไม่อยากทำในสิ่งที่กวินนิตาต้องการ

แต่ต่อให้ทำงานมานานเธอก็มีเงินเก็บไม่มากนัก เพราะเงินเดือนที่หามาได้ก็ถูกป้าและลุงรวมทั้งกวินนิตารีดไถเพราะคำว่าบุญคุณ เงินเก็บตอนนี้มีไม่ถึงครึ่งล้านด้วยซ้ำ ดังนั้นเรื่องการไปใช้หนี้แทนล้มความคิดไปได้เลย

“นี่หนูต้องทำเรื่องบ้าๆ พวกนี้จริงๆ ใช่ไหมคะพ่อ แม่” หญิงสาวพูดเสียงเครือ

“หนูยอมเสียบ้านและที่ดินตรงนี้ไปไม่ได้ แต่หนูก็ไม่อยากทำอะไรแบบนั้น และที่สำคัญหนูไม่มีเงินมากพอที่จะทำในทางที่ถูก ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมาสนใจที่ดินตรงนี้นัก” หญิงสาวรู้สึกไม่ชอบหลานชายของคุณหญิงอนุชนารถขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ยังไม่เคยเห็นหน้า

ทุกคนยิ้มอย่างพอใจ เมื่อนภัสเดินเข้ามาบอกว่าจะยอมทำตามแผนการที่วางไว้ ถึงแม้ว่าจะเป็นการยอมแบบจำใจก็ตาม

“ดีมาก แกคิดแบบนี้ถูกต้องที่สุด การตัดสินใจของแกครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ฉันชื่นชมมาก” ช่อชบากับปกรณ์พูดออกมาพร้อมๆ กัน

“แล้วต้องเริ่มเมื่อไหร่ จับไปกี่วัน และแน่ใจเหรอว่าเขาจะไม่หนี” หญิงสาวหันมาถามญาติผู้น้องด้วยความกังวล ถ้าจัดการไม่ดีทุกอย่างจะพังได้ง่ายๆ

“เรื่องหนีไม่น่าเป็นห่วงเธอคงมีทางป้องกันได้ จับไปแค่สามสี่วันเท่านั้น ส่วนจะจับไปไว้ที่ไหนนั้นก็ตั้งใจว่าจะจับไปไว้ที่ชนบท เขาว่าจะไปเที่ยวอะไรที่มันเป็นธรรมชาติ เดินป่า เข้าถ้ำอะไรแบบนี้ เธอมีญาติอยู่แถวกุยบุรีไม่ใช่เหรอ จับไปไว้แถวนั้นน่าจะดี”

“ต้องบอกป้าก่อน”

พี่สาวของพ่อทำสวนผลไม้อยู่ที่นั่น นภัสและป้าติดต่อกันมาตลอด หลายครั้งป้าอยากจะให้ไปอยู่ด้วยกันที่นั่น แต่เธอไม่สามารถทิ้งบ้านหลังนี้ไปได้ และแน่นอนว่าป้าพี่สาวพ่อไม่ถูกชะตากับป้าพี่สาวของแม่มากนัก

“เธอจัดการก็แล้วกัน” กวินนิตาโยนความรับผิดชอบให้กับนภัสทันที

นภัสถอนหายใจด้วยความเครียด รู้ตัวว่ากำลังจะทำในสิ่งที่บ้าที่สุดในชีวิต ทำสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำเลยแม้แต่เสี้ยวหนึ่งของความคิด

คุณหญิงอนุชนารถมองหลานชายที่เดินถือกระเป๋าลงมาจากชั้นบนด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งกวักมือเรียกให้มากินอาหารเช้าร่วมกันก่อนที่จะออกเดินทาง ชายหนุ่มทำตามโดยดีพร้อมมองอาหารตรงหน้าด้วยความพอใจ คุณยายช่างรู้ใจหลานชายคนนี้เหลือเกิน

“วันนี้ข้าวต้มหมูฝีมือแม่จ๋าใช่ไหมครับ”

“รู้ได้อย่างไรว่ายายทำ” คุณหญิงถามกลับด้วยน้ำเสียงที่มีความสุข

“หน้าตาแบบนี้ กลิ่นหอมๆ แบบนี้ต้องแม่จ๋าทำไม่มีคนอื่นแน่ๆ ข้าวต้มหมูของแม่จ๋านี่อร่อยที่สุดเลย แม่ยังทำสู้ไม่ได้” เขาเริ่มประจบ

“อย่ามาประจบคนแก่เลย ว่าแต่เตรียมตัวพร้อมหรือยัง”

“พร้อมครับ”

“ทำไมถึงอยากไปกุยบุรี” หญิงชราชวนคุย

“กวินนิตาคุยว่าสงบ อีกอย่างผมไม่ได้เที่ยวแบบธรรมชาตินานแล้ว”

“แล้วกวินนิตาจะมารับเราเมื่อไหร่” คุณหญิงถามต่อ

“เห็นว่าเก้าโมงเช้าครับ ความจริงผมอยากขับรถไปคนเดียวมากกว่า” อนิรุทธ์พูดตามตรง

“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ เขาได้ยินจะเสียใจนะ มีเพื่อนไปด้วยยายว่ามันเป็นสิ่งที่ดี อย่างน้อยจะได้คอยดูแลหลานไง” นางพยายามมองเป็นเรื่องดีมากกว่า

“ผมจะต้องดูแลเสียมากกว่า บอกตรงๆ ผู้หญิงคนนั้นน่ารำคาญ”

กวินนิตาน่ารำคาญมาก ทำตัวจุ้นจ้านแถมยังชอบให้ท่าทุกครั้งที่มีโอกาส ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่เพียงแต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจเท่านั้น

“เอาเถอะ ครั้งนี้ก็แค่ไปส่งหลานไม่ใช่เหรอ”

“ใช่ครับ ให้ไปอยู่ด้วยคงไม่ไหว ผมคงไม่ได้พักผ่อน”

“ไปเที่ยวให้สนุก พักผ่อนให้เต็มที่ กลับมาก็ลุยงานเต็มที่ซะ” หญิงชราพยายามพูดให้หลานชายรู้สึกดี

“แม่จ๋านี่รู้ทันทุกเรื่องเลยนะครับ แบบนี้แหละต้นฉบับผู้หญิงในอุดมคติของผมเลย” อนิรุทธ์ยิ้มหวาน ทำให้คนที่ฟังยิ้มอย่างมีความสุข

“ถ้าเป็นอย่างที่พูดยายก็สบายใจ เพราะถ้าเราไปคว้าพวกสาวสังคมหรือพวกนางแบบเจนโลกมากๆ มา ยายคงต้องปวดหัวแน่ๆ” คุณหญิงดักคอไว้ก่อน ในขณะที่อนิรุทธ์ได้แต่ยิ้ม

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED