ณ ดินแดนนูนาวุต ประเทศแคนาดา ตะวันหยุดนิ่งมองคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เธอจากไปเมื่อห้าปีก่อน ซึ่งก่อนนั้นเธออยู่ที่นี่นานถึงหกปี ฟิลิป ชอว์น ไม่ใช่คนดีอะไรนักแต่เขาดีกับเธอ ทั้งๆที่เธอเป็นแค่ตัวล้างหนี้ให้กับครอบครัว
“ตะวัน เธอเป็นคนของตระกูลชอว์น ห้ามติดต่อกับอดีตครอบครัวเธออีกตลอดชีวิต จำไว้ว่าเธอไม่มีตัวตนอีกแล้วสำหรับอดีตครอบครัวเธอ” ตะวันต้องจดจำคำสั่งของฟิลิปที่เขารับเธอมาตั้งแต่สิบขวบ เด็กสิบขวบที่ต้องเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนตั้งแต่ที่เธอจำความได้ ในช่วงแรกเธอไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ตะวันเอาแต่ร้องไห้จะกลับบ้าน เธอพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ด้วยซ้ำ การสื่อสารเป็นไปอย่างยากลำบาก ฟิลิปให้เธอพักห้องที่อยู่คนละฟากกับตึกใหญ่ ตะวันเป็นเด็กผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ฟิลิปให้อยู่ที่นี่ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกใจอย่างมากกับเหล่าลูกน้องของฟิลิป แต่ทุกคนรู้ดีว่าฟิลิปไม่มีทางหว่านพืชแล้วไม่หวังผลแน่นอน แต่กับตะวัน จารุกรุง เด็กคนนี้ฟิลิปหวังอะไรในตัวเธอ
ฟิลิปไม่ค่อยมาวุ่นวายอะไรกับเธอ เขาสั่งเพียงว่าให้ทุกคนดูแลเธอเป็นอย่างดี แคทรีนที่ตอนนั้นอายุยี่สิบสอง เธอเอ็นดูตะวันตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เด็กหญิงเอเชียที่มีดวงตาโตกลม ผมดำยาว ผิวขาวสะอาด ปากเล็กๆที่อิ่มเอิบ ตะวันเป็นเด็ก ผู้หญิงที่หน้าตาน่ารักมาก แคทรีนจึงเป็นคนที่ดูแลตะวันสอนภาษาอังกฤษให้กับตะวัน ให้ตะวันได้เข้าโรงเรียน แต่ก็ไม่อาจทำลายความเศร้าหมองในตัวตะวันได้จนหมด
ตูม! เสียงน้ำในสระแตกกระจาย คีนวัยสิบเก้าที่เดินมาทางนั้น เขาได้ยินเสียงนั้นกับร่างเด็กผู้หญิงที่กำลังดำผุดดำว่ายในสระ
ตูม! คีนกระโดดลงน้ำทันที เขาเข้าถึงตัวตะวันได้ก่อนที่ตะวันจะจมดิ่งลงสู่พื้นสระน้ำ
คอก! ครอก! เสียงไอที่ออกมาจากคอเล็กๆของเด็กหญิงตะวัน ที่ไม่รู้เดินแบบไหนถึงตกสระน้ำในบ้านได้ ตะวันหอบหายใจ ใบหน้าแดงก่ำ จมูกแดง จากอาการสำลักน้ำ แต่ตะวันก็ไม่เป็นอะไรมาก เพราะคีนช่วยเธอไว้ได้อย่างรวดเร็ว
ตะวันวัยสิบขวบรู้ดีว่าตะวันเป็นใคร แต่หลายเดือนที่เธอมาอยู่ที่นี่ วันนี้เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นคีนชัดๆและใกล้ๆ คีน ชอว์น บุตรชายวัยสิบเก้าปีของฟิลิป เขาเป็นเหมือนเจ้าชายในนิทาน และเหตุการณ์วันนี้จึงทำให้ตะวันมีสายตาไว้มองคีนเพียงคนเดียว...
“เชิญครับ” ตะวันคืนกลับสู่ปัจจุบัน เมื่อลูกน้องของฟิลิปเอ่ยกับเธอ ให้เธอเดินเข้าไปข้างใน เมื่อฟิลิปรอเธออยู่
“สวัสดีค่ะนายท่าน” ตะวันเอ่ยกับฟิลิป เมื่อเดินเข้ามาข้างในเขานั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวราคาสูงทรงหลุยส์
“ตะวัน ฉันดีใจที่ได้เจอเธออีกครั้ง”
“มิได้ค่ะ หนูกลับมาเป็นตัวแทนของแคทรีนที่มาร่วมแสดงความยินดีกับนายท่านครบรอบหกสิบปี”
“มันเป็นเพียงแค่ตัวเลข งานนั้นไม่สำคัญเท่ากับที่ฉันคาดหวังว่าครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าอีกครั้ง”
“แคทรีนท้องแก่มาก คุณหมอไม่อยากให้เธอต้องเดินทางไกลในช่วงนี้ เธอฝากความรักและความห่วงใยมาถึงนายท่านด้วยค่ะ”
“ก็จริง! แต่ฉันก็ดีใจนะที่แคทรีนยอมให้เธอเดินทางมาเป็นตัวแทนในครั้งนี้...นานแล้วที่พวกเธอไม่กลับมาเยี่ยมฉันเลย”
“แคทรีนบอกว่าหลังจากที่เธอคลอดและหลานของนายท่านแข็งแรง เธอจะกลับมาหานายท่านค่ะ”
“ขอบใจนะ แค่พวกเธอมีความสุขฉันก็ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้แล้ว” ตะวันยิ้มให้กับฟิลิป ยิ่งเธอโตขึ้นเข้าใจโลกมากขึ้น ฟิลิปที่เป็นคนไม่ดี คนนอกกฎหมายของสังคม แต่นั้นไม่ทำให้สายตาของตะวันเปลี่ยนไปเลย เพราะฟิลิปไม่เคยร้ายกาจกับเธอเลยสักครั้ง ต่างกับอีกคนที่เป็นสาเหตุให้เธออยู่บ้านหลังนี้ต่อไปไม่ได้ คีน ชอว์น ห้าปีที่เธอไม่เห็นตัวจริงเขา แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอขาดการมองเห็นเขา คีนมีข่าวกับสาวๆคนดังของประเทศมากมาย เขาถือเป็นเซเลบที่มีชื่อเสียงเลื่องลือทั้งหน้าตาและความร่ำรวย ภาพหลุดของเขากับเหล่าสาวๆมีให้ตะวันได้เห็นเขามาโดยตลอดห้าปีที่เธอจากไปไกลถึงญี่ปุ่น
“ที่นี่ไม่เปลี่ยนไปเลยนะคะ รวมถึงนายท่านที่หกสิบเป็นเพียงตัวเลขอย่างที่นายท่านว่า”
“ขอบใจ คงมีแต่คนที่เปลี่ยนไป และฉันต้องขอบใจเธอสำหรับเรื่องของ มิซาโต้”
“มิซาโต้เขาดีกับตะวันมากค่ะ” ฟิลิปยิ้มเพราะเรื่องนี้คงมีแต่พวกเขาเพียงสองคนเท่านั้นที่รู้และเข้าใจ ตะวันเดินกลับห้องพักที่ตอนนี้เธอได้ห้องใหม่ตึก เดียวกับฟิลิปและคีน
เสียงเครื่องยนต์แลมโบกินี่ เวเนโน โรดสเตอร์ ที่เคลื่อนมาจอดหน้าประตูทางเข้าที่ตะวันกำลังเดินผ่านไปขึ้นชั้นสอง ทำให้เธอต้องหยุดและหันมามองผู้ที่ลงมา ถึงแม้ระยะจะห่างเกือบสิบเมตร แต่สำหรับเธอแล้วภาพเขาคนนั้นก็คมชัด เมื่อเธอไม่เคยลืมเขา คีน ชอว์น ที่เดินเข้ามาข้างใน และสิ่งใหม่ที่ปรากฎอยู่ในบ้านเขา ทำให้คีนต้องหลี่ตามองเธอกลับ สายตาประสานกันอย่างตั้งใจ
คีน เดินมาทางสายตาที่เขาจับจ้องอยู่ ระยะห่างที่เพียงสองสามเมตร สายตาของคีนเลื่อนมองหญิงสาวตรงหน้าไล่ลงต่ำและเลื่อนขึ้นมาจบที่ใบหน้าสวยใส น่ามองยิ่งนัก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเพียงเล็กน้อย เพราะคีนรู้สึกคุ้นๆกับหญิงสาวตรงหน้าแต่ที่หน้าแปลกที่เขาจำเธอไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่นิสัยทั่วไปของเขาที่จะหลงลืมความสวยงามของเพศตรงข้าม
“เดี๋ยวนี้พ่อฉันพาหญิงบริการเข้าบ้านแล้วเหรอ” ตะวันนิ่ง สงบ ยับยั้งความไม่พอใจไว้ก้นบึ้งที่ลึกที่สุด ตะวันทำเพียงหันหลังให้กับคีน ชอว์น ที่เขาไม่เปลี่ยนเลยกับอากัปกริยาที่เขามีกับเธอ
“หามิได้ครับท่าน คุณตะวันครับ” คนของฟิลิป เป็นฝ่ายชี้แจงรายละเอียดให้คีนได้รู้
“ตะวัน ยายเด็กร่านคนนั้นเหรอ?” ตะวันที่ถึงแม้เดินไปตามขั้นบันไดจนมาถึงชั้นสอง แต่ประโยคร้ายกาจของคีนเธอก็ได้ยินชัดเจนปากอิ่มสีชมพูระเรื่อเม้มแน่น และพยายามบังคับตัวเองให้เดินต่อไปยังห้องพักของตน
“ผมว่านายท่านคงไม่ชอบใจนัก ถ้าคุณคีนจะเรียกคุณตะวันแบบนั้น” โทนี่ มือขวาของฟิลิปเอ่ยอีกครั้งกับคีน ซึ่งคีนก็พยักหน้าอย่างขอไปทีกับคำติติงของโทนี่
คีน เดินขึ้นบันไดที่ตะวันหายไปจากสายตาเขาแล้ว ซึ่งไม่แปลกเพราะห้องของคีนอยู่ชั้นสองเช่นกัน คีนหันมองซ้ายขวา รอยยิ้มปรากฎขึ้นเมื่อเขาเห็นประตูที่อยู่อีกด้านกำลังขยับปิด แสดงว่าตะวันพักห้องนี้สินะ! คีน เดินมาที่ประตูห้องพักของตะวัน เขาทำเพียงยิ้มให้กับประตู และเดินไปอีกทางที่เป็นห้องส่วนตัวเขา
ตะวันที่ยืนอยู่หน้าประตู หูแนบกับประตูฟังเสียงฝีเท้าของคีนที่เดินจากไปแล้ว เธอตั้งใจให้คีนรู้ว่าเธอพักห้องนี้ต่างหาก ตะวันเดินกลับเข้ามาในห้องเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดว่ายน้ำทูพีชสีเหลืองออกมา รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าของตะวันก่อนที่เธอเดินเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนมัน
คีนกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์บนใบหน้าที่สายตาเขาจับจ้องมองเงือกน้อยแสนสวยกำลังแวกว่ายอยู่ในสระว่ายน้ำในบ้าน
“ในที่สุดเธอก็ว่ายน้ำเป็นจนได้” คีนเปรยออกมา เพราะภาพความทรงจำเมื่อสิบปีก่อน ที่ตะวันมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน คีนได้ช่วยเธอไว้ตอนที่เธอพลัดตกสระน้ำ คีนจำไม่ค่อยได้นักเพราะตอนนั้นเขาไม่คิดว่าตะวันจะเติบโตขึ้นมาและสวยน่ารักได้เพียงนี้ คีนไม่ได้รังเกียจสาวเอเชียแต่เขาแค่ไม่ประทับใจกับหญิงสาวเอเชียโดยเฉพาะหญิงไทยที่เหมือนกับแม่ของเขา คีนไม่รู้ว่าตอนนี้แม่ของเขาอยู่ที่ไหน แต่แม่ที่ หักหลังพ่อเขาพยายามที่จะให้พ่อเขาเข้าคุกให้ได้ทำให้เขาไม่โหยหาผู้หญิงที่เป็นแม่เลยสักนิด และคีนไม่เข้าใจพ่อเลยที่จู่ๆ วันหนึ่งก็พาเด็กผู้หญิงชาวไทยคนนี้มาอยู่ที่บ้าน คีนไม่เคยสนใจแม้แต่จะชายตามองตะวันเลยสักนิด แต่ตอนนั้นที่ตะวันตกสระเขาแค่ไม่ยากให้มีคนตายในบ้านก็เท่านั้น จึงยอมโดดลงสระไปช่วยเธอขึ้นมา
คีนเปลี่ยนเสื้อผ้ามาสวมเพียงกางเกงว่ายน้ำและเสื้อยืดที่พร้อมถอดเหลือเพียงกางเกงว่ายน้ำสามส่วนลงสระน้ำได้ทุกเมื่อยามที่เขาต้องการ
คีนเดินมาที่สระน้ำ ตะวันนอนอยู่บนเตียงผ้าใบริมสระกำลังพักจากที่ว่ายน้ำมาได้สักพัก
“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ทราบว่าคุณจะใช้สระน้ำ เชิญคุณตามสบาย...ฉันขอตัว” ตะวันขยับลุกนั่งบนเตียงผ้าใบ เธอเอื้อมไปหยิบผ้าคลุมเนื้อนิ่ม แต่...
ควับ คีนคว้าผ้าคลุมผืนนั้นไว้เช่นกัน ไม่ยอมให้ตะวันใช้มันปกปิดความงดงามของเธอต่อสายตาเขาได้ง่ายๆ
“ฉันต้องแลกกับอะไร เพื่อให้เธออยู่ต่อ”
“อยู่ต่อ? ที่สระน้ำเหรอคะ”
“ใช่ ที่สระน้ำ”
“เพื่อนเล่นน้ำมั้งคะ” คีนยิ้มสายตามองสำรวจเรือนร่างในชุดว่ายน้ำ สีเหลือง ที่แทบจะแยกไม่ออกว่าตะวันสวมมันอยู่เมื่อสีผิวของเธอกลมกลืนไปกับชุด
ตะวันยิ้มหว่านเสน่ห์ใส่คีน ที่สายตาเขาไม่ปิดบังความรู้สึกที่ตะวันอ่านได้ง่ายมาก ว่าคีนพึงพอใจเธอและคำตอบของเธอ แต่... “...ที่ไม่ใช่คนแบบคุณ” คีนเก็บรอยยิ้มทันทีกับประโยคต่อท้ายของตะวันที่กระชากผ้าคลุมหลุดจากมือของเขา
“คนแบบฉันมันมีปัญหาอะไร” คีน ขัดขวางการจากไปของตะวันไว้ เขาไม่ชินกับการถูกปฎิเสธ
“ค่ะ มีปัญหา เพราะฉันเกลียดใบหน้าที่มีเครารกๆ ฉันเกลียดสีผิวแบบนี้ ฉันเกลียดริมฝีปากและกลิ่นน้ำหอมประจำตัวคุณ เพราะฉันรู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียนเมื่อต้องอยู่ใกล้ๆคุณค่ะ คุณคีน” คีนดึงตะวันเข้าปะทะอกอย่างแรง เพราะเขาเป็นใคร เธอเป็นใคร ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฎิเสธเขา
“ถ้างั้นก็อาเจียนออกมาตอนนี้เลย” คีนก้มหน้าเค่นเสียงพูดลมหายใจเขาเป่ารดใบหน้าของตะวัน ที่เงยหน้าเผชิญหน้ากับคีนอย่างไม่มียอมแพ้
“ปล่อยนะ! เพราะฉันเริ่มจะสะอิดสะเอียนจนแทบจะทนต่อไปไม่ไหวแล้ว” ตะวันขัดขืนดิ้นรน เมื่อคีนเบียดเรือนร่างของเธอแนบแน่นกับเรือนกายของเขาที่ทำให้ตะวันสั่นสะท้านกับบางอย่างที่ดันแนบหน้าท้องแบนราบของเธอ
“ไม่มั้ง มาพิสูจน์ว่าจริงอย่างที่พูดมั้ย ถ้าอยากจะอาเจียนก็ปล่อยออกมาเลย เพราะฉันก็อยากลิ้มรสชาติเธอเหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร...” คีนจบเสียงของเขาเมื่อริมฝีปากเขาแนบปิดริมฝีปากของตะวันทันทีลิ้นร้ายไม่รีรอล้วงล้ำเข้าสู่โพรงปากที่เปิดทางแบบไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือแข็งแรงเลื่อนลงต่ำสอดเข้าไปในบิกินี่ชิ้นด้านล่างอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วเคลื่อนหายเข้าสู่โพรงสาวจากทางด้านหลัง ทุกอย่างรวดเร็วจนตะวันตั้งตัวไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองตอนนี้ มือทั้งสองของเธอพยายามที่จะผลักไสคีนให้ห่างจากตัวเธอ แต่นิ้วร้ายในตัวเธอขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วจนโพรงสาวที่เขาเข้าไปอย่างง่ายดายชื้นจนคีน รับรู้มันเช่นกัน
ตะวันไม่อาจควบคุมร่างกายและหัวใจที่เต้นถี่เร็วได้เลย เพราะแท้จริงแล้วเธอรอคอยสัมผัสแบบนี้จากคีนมานานหลายปี แต่เธอจะให้เขารู้ไม่ได้ว่าเธออยากตกเป็นของเขาที่เหลือเพียงแต่ร่างกายเท่านั้นที่เขายังไม่ได้จากเธอไป ซึ่งหัวใจของเธอเป็นของเขามาตลอดสิบปีนี้
คีนที่ไม่ไร้ซึ่งประสบการณ์สวาท เขาย่อมรู้ว่าตะวันรู้สึกยังไงกับสัมผัสของเขา ถึงแม้คีนจะใจเร็วด่วนได้ ก็เขามักจะเจอผู้หญิงแบบนี้ รักสนุกแต่ไม่ผูกพัน ซึ่ง คีนวัยสามสิบเขายังไม่จริงจังไม่มีเจ้าของหัวใจ เขาต้องการเพียงหญิงสาวบำบัดความใคร่ และตะวันก็ช่างน่าสนใจและประทับใจเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเธอใกล้ๆ และตอนนี้เขาก็ต้องการผู้หญิงคนนี้เสียแล้ว เมื่อเธอเปียกชื้นยามที่นิ้วเขาสัมผัสเธอ ถึงแก่นด้านใน คับแคบ ตอดรัดเขาทันที แต่ตะวันจูบไม่เก่งสักเท่าไหร่ เมื่อลิ้นร้ายเขาชอนไชดูดดื่มโพรงปากเธอ
“หวานกว่าที่คาดไว้” คีนกระซิบใกล้ริมฝีปากอิ่ม ที่แดงบวมของตะวัน
“ปล่อยนะ!” ตะวันร้องออกมาเสียงไม่มั่นคง เมื่อนิ้วร้ายของคีนยังคงขยับอยู่ ทำให้ตะวันร้อนไปทั้งเรือนร่างจากด้านใน
“ฉันช่วยเธอได้นะ...สวรรค์ชั้นสุดยอดรอเธออยู่” คีนไม่ยอมปล่อย แต่กลับเสนอเส้นทางความสุขให้กับตะวัน ที่ใบหน้าแดงก่ำอย่างชัดเจน
“ไม่! ปล่อยนะ” ตะวันที่เสียงไม่มั่นคงเหมือนเดิม เธอกำลังเรียกกำลังใจอันแรงกล้า ถอยออกจากอ้อมแขนของคีน ที่ขยับเบียดร่างเธอแนบกับตัวเขามากขึ้น เพื่อที่ให้นิ้วร้ายแสดงศักยภาพความสามารถของเขาให้ตะวันได้รับรู้มากขึ้น
คีนยิ้มออกมา เมื่อตะวันแนบใบหน้ากับแผ่นอกกว้างเขาสองแขนยึดจับเขาไว้เป็นหลัก เมื่อกระแสความเสียวซ่านแผ่กระจายไปทั่วร่างกายเธอแล้วตอนนี้ ตะวันหอบหายใจ เหงื่อแตก เมื่อเธอต้องยอมจำนนให้คีน ทำตามที่เขาต้องการกับร่างกายของเธอกับนิ้วแสนร้ายกาจของเขา การแนบชิดของร่างกายเขาและเธอทำให้ตะวันรับรู้ถึงสัญญาณความต้องการของคีนที่มันแผ่ขยายตัวเบียดแนบจนแทบจะแทรกตัวเข้าไปในร่างกายเธอทางหน้าท้องแบนราบของเธอ
“คีน!!!!” เสียงทุ้มจากทางด้านหลังของคีน เรียกสติของตะวันกลับมา เธอผลักคีนออกได้อย่างง่ายดาย เมื่อคีนเองก็ได้ยินเสียงนั้นเช่นกัน
ตะวันก้มหยิบเสื้อคลุมทันทีที่ได้รับอิสระจากคีน เธอวิ่งกลับเข้าไปด้านในโดยไม่หันมองเจ้าของเสียงทรงพลังนั้น เพราะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ฟิลิป ชอว์น
คีนกำมือตัวเองไว้ หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงนั้น ด้วยใบหน้าที่ราบเรียบไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมา และนี้ก็เป็นอีกอย่างที่ฟิลิปสอนเขาเองว่าอย่าให้ใครอ่านได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“พ่อมีงานอะไรให้ผมทำเหรอครับ”
“แกมายุ่งวุ่นวายกับตะวันทำไม”
“ไม่ได้มาวุ่นวาย แค่มาทำความรู้จัก คนเคยรู้จักกันก็ต้องทักทายกัน”
“ทักทายเหรอ” ฟิลิปย้ำถามสายตาหลี่มองคีน
“ครับ”
“ทักทายก็ทักทาย และฉันขอสั่งให้แกทำเพียงแค่นั้น ทักทายเท่านั้น อย่าแตะต้องตะวัน และฉันจะยินดีมากถ้าแกจะปฎิบัติกับตะวันเหมือนเมื่อก่อน”
“แตะต้อง...ทำไมผมจะแตะต้องไม่ได้ เธอเป็นผู้หญิงของพ่อ เหรอ...ผมพึ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้พ่อพาผู้หญิงของพ่อเข้ามาที่บ้านแล้ว”
“คีน! ฉันไม่เคยแหกกฎของตัวเอง ตะวันไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่แกเข้าใจ แต่แกก็ไม่มีสิทธิแตะต้องเธอ นี่เป็นคำสั่ง...ถ้าแกทนไม่ได้จะไปค้างที่อื่นสักสี่ห้าวันก็ได้ เพราะตะวันจะอยู่ที่นี่แค่ไม่กี่วันเธอก็จะเดินทางกลับญี่ปุ่นทันทีหลังจากงานครบรอบหกสิบปีของฉัน” คีนคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจกับสิ่งใหม่ที่ได้รู้
คีนได้แต่มองตามหลังพ่อที่เดินจากไปหลังจากตอกย้ำคำสั่งที่ไม่น่าฟังเลยสักนิดสำหรับเขา มันจะเป็นไปได้อย่างไรว่า คีน ชอว์น จะปล่อยให้ผู้หญิงที่เขาต้องการลอยนวลไปง่ายๆ
“สี่ห้าวันอย่างงั้นเหรอ...ก็เพียงพอแล้ว” คีนเปรยออกมา พ่อไม่บอกเหตุผลอะไรเลย แต่คีนก็ไม่โง่พอที่จะขัดคำสั่งของฟิลิป “ฉันแตะต้องเธอไม่ได้ แต่เธอแตะต้องฉันได้นะ” คีนยกมือข้างที่สัมผัสหญิงสาวขึ้นมา กลิ่นความหอมน่าหลงใหลยังคงอยู่
ตูม! คีนถอดเสื้อออกกระโดดลงสระน้ำ ออกกำลังกาย เขาต้องออกแรงให้บางอย่างในตัวเขาได้รับการผ่อนคลายเมื่อทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามคาดหมาย
ทางด้านตะวันที่วิ่งกลับเข้าห้องนอนตัวเอง ใบหน้าเธอแดงก่ำ ลมหายใจ ถี่แรง แต่ใบหน้ากลับรอยยิ้ม ดวงตาส่องประกายแวววาวอย่างมีความสุข มือเล็กยกขึ้นมาสัมผัสริมฝีปากที่เธอยังรู้สึกถึงสัมผัสของคีน นี่เธอพึ่งมาถึงวันแรกความคืบหน้าของเสน่ห์ในตัวเธอก็ใช้ได้กับคีนได้อย่างน่าประทับใจ
“ผู้หญิงร่านอย่างงั้นเหรอ” ตะวันเปรยสรรพนามที่คีนใช้กับเธอ และคงจะเป็นเขาคนเดียวบนโลกใบนี้ที่เรียกเธอแบบนั้น เพราะฉะนั้นเธอก็จะจัดให้เขาแบบไม่ผิดหวังแพ็คเกตร่านฉบับฟูออฟชั่นที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะได้รับ คีน ชอว์น
ตะวันที่เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ลงมาข้างล่างตามคำเชิญของฟิลิปที่ให้คนไปตามเธอมาดินเนอร์ ตะวันมองโต๊ะอาหารที่จัดไว้เพียงสองที่ แสดงว่าคีนคงไม่อยู่
“นั่งสิตะวัน” ฟิลิปเอ่ยและเดินมาขยับเก้าอี้ให้กับตะวัน
“ขอบคุณค่ะ”
“มื้อนี้คงมีเราเพียงสองคน ซึ่งฉันดีใจนะที่วันนี้ฉันมีเพื่อนดินเนอร์”
“ทำไมเหรอคะ ปกตินายท่านต้องทานอาหารตามลำพังเหรอคะ”
“ก็เป็นส่วนใหญ่...คีนออกไปทำงาน และคงไปต่อตามประสาเขา กว่าจะกลับก็ดึกๆ ไม่ก็เกือบเช้า แต่ฉันชินเสียแล้ว...” ตะวันทำเพียงยิ้ม เป็นธรรมดาของคนที่อายุมาก ฟิลิปเองก็เช่นกันเขาเข้ามาช่วงวัยที่ต้องการ มีลูกหลานใกล้ๆตัว ดินเนอร์เป็นไปอย่างสบายๆ เพราะตะวันไม่ได้ห่างการติดต่อกับฟิลิปนานนักแบบที่คนอื่นเข้าใจ การติดต่อระหว่างฟิลิปและเธอไม่มีใครรู้แม้แต่แคทรีนที่ตะวันไม่สามารถบอกให้รู้ได้
“มิซาโต้จะเดินทางมาร่วมงานของนายท่านด้วยนะคะ” ฟิลิปยิ้มออกมา เมื่องานที่เขามอบหมายให้ตะวันดำเนินการผลออกมาอย่างเกินคาด
“แล้วเขาติดปัญหาในเรื่องของสัญญาบ้างมั้ย”
“บอกตามตรงเลยนะคะ เรื่องนี้ตะวันไม่ทราบเลยจริงๆ มิซาโต้ไม่เคยพูดเรื่องงานให้ตะวันฟังเลย”
“อย่างงั้นเหรอ แต่ฉันคิดว่าเขาน่าจะตกลงนะ บางทีการเดินทางมาร่วมงานของฉันในครั้งนี้อาจมาพร้อมข่าวดีก็เป็นได้”
“ตะวันก็คาดหวังให้นายท่านสมปราถนาค่ะ” ฟิลิปเผยรอยยิ้มออกมา หลังจากสิ้นสุดการดินเนอร์ ตะวันเดินออกจากอาคารบ้าน บ้านหลังนี้ยังสวยงามยิ่งใหญ่เหมือนเดิม ในตอนกลางคืนที่ดวงไฟพร้อมใจกันทำงานส่องสว่างให้อาณาบริเวณบ้านสวยงามไปอีกแบบในยามค่ำคืน
ตะวันหวลคิดถึงคีน ถ้าตอนนี้เขาออกไปทำงานอย่างที่ฟิลิปว่าจริงๆ ก็คงไม่พ้นงานที่ผิดกฎหมาย และคีนต้องเป็นผู้นำในการควบคุมดำเนินงานด้วยตนเอง ตะวันเงยหน้ามองท้องฟ้าภาพสะท้อนใบหน้าของคีนปรากฎให้เธอได้เห็นภายใต้สำนึกของเธอเอง สองแขนเล็กยกขึ้นมาโอบกอดตัวเองเมื่อความอบอุ่นบริเวณนั้นน้อยลงทุกที ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณแต่ก็มีแสงไฟจากดวงไฟที่ติดตั้งประดับประดาสวยงามตามลักษณะของบ้านที่ต้องมีเวรยามเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ตะวันเดินไปเรื่อยๆ ผ่านหน้าเวรยามร่างใหญ่ของบ้านที่ก้มศีรษะให้เธอเล็กน้อยเป็นการแสดงความเคารพ ที่นี่แตกต่างกับบ้านที่ญี่ปุ่นที่บ้านไม่ใหญ่โต ตะวันอยู่กับแคทรีนที่มีครอบครัวและกำลังจะคลอดลูกคนแรกในอีกไม่กี่วัน แน่นอนว่าพวกเธอรู้แล้วว่าเป็นเด็กผู้หญิง ที่นั่นอบอุ่นแต่ตะวันอยากกลับมาที่นี่ตลอดเวลา
“มันมืดแล้วนะ” ตะวันหันหลังกลับเมื่อเสียงของคนเมื่อตอนบ่ายดังมาจากที่ไม่ไกลนัก
“ฉันเห็นอยู่” ตะวันตอบกลับ สายตาจับจ้องมองคีน ในชุดดำทั้งชุด เขากลับมาแล้วแสดงว่างานที่ทำเสร็จลุล่วงแล้วสินะ แต่เขาคงยังไม่ได้กลับขึ้นห้องส่วนตัวของตัวเอง เพราะอาวุธประจำกายยังเหน็บอยู่ที่ขอบเอวกางเกง
“ให้ไปส่งที่ห้องมั้ย?” คีน เอ่ยออกมาอย่างใจดี พร้อมกับขยับเข้ามาใกล้ โดยที่ตะวันไปหลบหลีกหรือถอยออกห่างสักนิด
“ห้อง? ของฉันหรือของคุณ”
“ก็ขึ้นอยู่กับเธอว่าอยากจะไปห้องไหน”
“ถ้าฉันเบื่อห้องสี่เหลี่ยม ฉันอยากอยู่กับธรรมชาติบ้างละคะ”
“ฉันไม่เกี่ยงงอนอยู่แล้ว ที่ไหนก็ไม่เป็นปัญหา ถ้าเธอยินยอมให้ฉันขัดคำสั่งของพ่อ”
“คำสั่งนายท่าน?...อะไรเหรอคะ”
“อยากรู้เหรอ?” คีนขยับเข้าโอบกอดร่างบางกลิ่นหอมไปทั้งตัว ลมหายใจเขาเป่ารดใบหน้าของตะวัน ที่ยังยืนนิ่งปล่อยให้คีนทำตามที่อยากทำ หัวใจของเธอมันบอกแบบนั้น
“เธอต่างหากต้องบอกฉันว่าทำไมพ่อถึงไม่ให้ฉันแตะต้องเธอ” ตะวันยิ้มออกมาในทันที
“ถ้าฉันบอกคุณ แล้วฉันจะได้อะไร”
“ก็ขึ้นอยู่กับเธอ เพราะฉันคงไม่อาจหาญพอที่จะขัดคำสั่งพ่อ แต่เธอไม่ได้ถูกสั่งห้ามในการแตะต้องฉันนะ...” ตะวันยิ้มออกมา
“เท่าที่ฉันจำได้ ฉันพึ่งบอกคุณไปว่าคุณไม่เป็นที่ประทับใจของฉันนะคะ แล้วทำไมฉันต้องอยากแตะต้องคุณด้วย คุณคีน”
“แล้วถ้าฉันบังคับเธอละ...” คีนพูดพร้อมกับชักปืนออกมาและขึ้นเซฟตี้ป้องกันการลั่นของปืนเรียบร้อยแล้ว ให้ปลายกระบอกปืนจ่อที่ต้นแขนเล็กของตะวัน
ตะวันเปลี่ยนทิศทางสายตาไปมองปืนเล็กน้อยอย่างไม่เดือดร้อนอะไร
“คุณควรจะปลดเซฟตี้นะคะ ถ้าจะใช้มันมาข่มขู่ฉัน” คีนยิ้มออกมา ถึงแม้เขาจะเข้าใจว่าตะวันรู้ดีว่าครอบครัวเขาเป็นอย่างไร แต่เธอไปอยู่กับพี่สาวเขานานหลายปี แคทรีนไม่มีทางให้ตะวันจับต้องของเหล่านี้เด็ดขาด แต่ตะวันกลับรู้เรื่องของปืนเป็นอย่างดี
“ถ้างั้นฉันต้องขออภัยในความงี่เง่าของตัวเอง” คีนเก็บปืนและเลื่อนใบหน้าให้ริมฝีปากสัมผัสอย่างอ่อนโยนที่ต้นแขนที่ปลายกระบอกปืนจ่ออยู่เมื่อ สักครู่ และคีนไม่หยุดและจบเพียงแค่นั้น ริมฝีปากเขาไล่ลงไปเรื่อยๆ ตามท่อนแขน มือแข็งแรงกอบกุมมือเล็กที่เนียนนุ่มมาจุมพิตตามข้อนิ้ว โดยที่สายตาส่งสัญญาณให้กับตะวันที่คีนแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าเขาต้องการอะไร
ตะวันใบหน้าแดงก่ำ ร้อนวูบวาบๆไปทั่วร่างกายอีกครั้งกับสัมผัสเพียงแค่นั้นของคีน ขนอ่อนตามร่างกายเธอลุกชันหัวใจเต้นแรงขึ้น เธอกลับมาที่นี่ไม่กี่ชั่วโมงเจอกับคีนครั้งที่สอง และทุกครั้งที่เจอทำให้ระบบการสูบฉีดโลหิตในร่างกายเธอทำงานหนัก
“ฉันง่วงนอนแล้ว” ตะวันกระซิบปลดปล่อยเสียงที่สั่นพร่าออกมา
“เธอตื่นสายได้นะ ถ้าคืนนี้ต้องนอนดึกหรือได้นอนอีกทีในเช้าของอีกวัน” คีนกระซิบให้เหตุผล เพราะคนอย่างเขาไม่เคยต้องใช้กำลังกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องให้เสียแรงโดยเปล่าประโยชน์
“ตอนนี้พึ่งจะสี่ทุ่มเองนะคะ ถ้าฉันอยากจะตื่นสายมันก็ต้องมีอะไรที่คุ้มค่าให้ฉันต้องทำแบบนั้น”