07 : 30 น.
“ยัยพาย ยัยพาย เสร็จหรือยังลูก ตอนนี้มันสายมากแล้วนะ” เสียงของผู้เป็นแม่ร้องเรียกลูกสาวด้วยความรีบร้อน ในขณะที่หญิงสาวกำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจก
พระพายยืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจก ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ วันนี้เป็นวันแรกในการเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยของเธอ มันทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เข้าสู่สังคมใหม่ๆ
“เสร็จแล้วค่ะแม่” คนตัวเล็กตอบกลับ พลางรวบผมยาวสีดำสลวยมัดเป็นหางม้า แล้วหยิบแว่นตากรอบหนาขึ้นมาสวมใส่
“รีบไปกันเลย เดี๋ยวจะสายเอา”
“…..”
บนรถ
“ลืมอะไรหรือเปล่า เตรียมของหมดแล้วใช่ไหม?” แม่ทวนคำถามอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น ไม่ใช่แค่ลูกสาวที่รู้สึกแบบนั้น คนเป็นแม่ก็ดีใจไม่แพ้กัน ถึงแม้ว่าพระพายจะอายุสิบเก้าปีแล้ว แต่ในสายตาของคนเป็นแม่ ลูกก็ยังคงเป็นเด็กอยู่เสมอ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“นมกับขนมปัง แม่ใส่กระเป๋าไว้ให้แล้วนะ อย่าลืมกินด้วยล่ะ”
“ไม่ลืมค่ะแม่”
“ตั้งใจเรียนนะ เอาไว้ตอนเย็นเดี๋ยวแม่จะมารับ” ผู้เป็นแม่โน้มใบหน้าไปหอมแก้มลูกสาวด้วยความเอ็นดู
“โอเคค่ะแม่ แล้วเจอกัน” พระพายตอบกลับ พร้อมกับเปิดประตูลงจากรถมา
Hugo University
ตึก ตัก ตึก ตัก เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับดวงตากลมโตที่สอดส่องมองไปรอบๆ บริเวณนั้นทันทีที่เดินมาถึงตึกคณะ แต่เธอก็ไม่เห็นบุคคลที่กำลังตามหา มือบางล้วงควานหาสมาร์ตโฟนในกระเป๋าสะพาย ก่อนจะต่อสายหาใครสักคน
ติ๊ดดดด ต่อสายเพียงไม่นาน ปลายสายก็กดรับ
“ฮัลโหลดาหวัน ตอนนี้แกมาถึงหรือยัง?” หญิงสาวเอ่ยถามเพื่อนสนิท เมื่อไม่เห็นเพื่อนสาวตามที่ได้นัดกันไว้ ดาหวันคือเพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้มาเรียนคณะเดียวกันอีก
(ใกล้ถึงแล้ว แกรอฉันอีกแป๊บนึงนะ อย่าเพิ่งไปไหน) ปลายสายตอบกลับด้วยความรีบร้อน
“แล้วแกจะให้ฉันยืนรอตรงไหน?”
(รออยู่ที่หลังตึก ตอนนี้ฉันกำลังเลี้ยวรถเข้ามอแล้ว)
“โอเคๆ รีบมานะ”
ติ๊ด! คนตัวเล็กกดวางสาย พร้อมกับเก็บสมาร์ตโฟนลงในกระเป๋า พลางรีบยกมือปิดจมูกเมื่อได้กลิ่นบุหรี่ที่ลอยคละคลุ้งอยู่ข้างๆ
มองไปรอบๆ เธอก็เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบ ที่นั่งอยู่ตรงนี้ก่อนแล้ว แต่ด้วยความรีบเธอเลยไม่ทันได้สังเกต พอมารู้ตัวอีกที ก็เป็นผู้หญิงคนเดียว ที่ยืนอยู่ในนั้น
ร่างบางหันไปมองยังต้นตอของกลิ่นนั่น พร้อมกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของผู้ชายคนนั้น สีผมดำขลับตัดกับสันจมูกโด่งคมของเขา มันทำให้เธอหลุดเข้าไปในภวังค์ความหล่ออยู่ชั่วขณะ
เมื่อรู้สึกว่ามีสายตากำลังจ้องมอง แผ่นดินจึงหันไปสบตากับเธอแบบตรงๆ ก่อนจะเห็นว่าเป็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ที่สวมใส่แว่นกรอบหนาเท่าก้นแก้ว ถึงแม้ว่าเธอจะเสื้อนักศึกษาตัวโคร่งพร้อมกระโปรงที่ยาวกับถึงตาตุ่ม มันก็ยังแสดงสัดส่วนโค้งเว้าของเธออยากชัดเจน
เมื่อได้สติคนตัวเล็กจึงก้าวถอยหลังเพื่อหนีจากกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อย่างรีบร้อน ก่อนจะเซถลาไปชนแผงอกแกร่งของใครสักครั้งที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง โดยไม่ทันได้ระวัง
“อ๊ะ!” ริมฝีปากบางเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ พร้อมหันขวับไปมอง ก่อนจะพบว่าเป็นผู้ชายอีกคน รูปร่างสูงโปร่งบวกกับผมสีเท่าหม่น มันยิ่งทำให้คนตรงหน้าดูน่าเกรงขามมากขึ้นไปอีก
“…..” ดวงตาคู่คมของไดมอนด์จ้องมองคนตัวเล็กที่เพิ่งถอยมาชนเขาอย่างแรง
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” พระพายรีบกล่าวคำขอโทษ เมื่อเห็นสีหน้าหงุด
หงิดของเขา
“…..”
“เสน่ห์แรงนักนะมึง เปิดเรียนมาวันแรก ก็มีรุ่นน้องมาอ่อยถึงที่ซะแล้ว” ชายหนุ่มที่อยู่ในกลุ่มร้องแซว ก่อนจะมองหน้าของหญิงสาว กับเพื่อนชายสลับกัน
“อ่อย?” คนตัวเล็กทวนคำพูดนั้น ด้วยความไม่เข้าใจ เธอไม่ได้ตั้งใจ ไม่ใช่อ่อยแบบที่เขาพูด
“เด็กปีหนึ่งหรอเราอ่ะ?” เพื่อนในกลุ่มเอ่ยถาม ทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่บริเวณนั้น ต่างพากันหันมามองเธอเป็นตาเดียว
“ใช่ค่ะ” ร่างบางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พลางกอดกระเป๋าสะพายไว้แน่น สายตาของพวกเขาที่มองมา มันทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย
“อยู่คณะอะไร?”
“คณะอักษรศาสตร์ค่ะ” คนตัวเล็กตอบกลับอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะวันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรก เธอเลยยังไม่รู้จักใคร ในใจตอนนี้ ภาวนาให้เพื่อนสาวของเธอมาไวๆ จะได้รีบออกไปจากตรงนี้เสียที
“ขณะเดียวกันกับเมียมึงซะด้วย”
“…..” ไดมอนด์เอาแต่ยืนเงียบ จ้องหน้าเธออยู่แบบนั้น
“พูดถึงก็มาพอดี ตายยากฉิบ!” เพื่อนชายอีกคนพูดแทรกขึ้นเมื่อเห็นดาวแฟนสาวของไดมอนด์เดินมาพอดี
“นินทาอะไรฉันอยู่ อย่าคิดว่าไม่รู้นะ” ดาวถามอย่างหยอกล้อด้วยความสนิท ก่อนจะหอมแก้มแฟนหนุ่มต่อหน้าเพื่อนทุกคนเหมือนที่ชอบทำ แต่วันนี้ผิดปกติ เมื่อไดมอนด์ไม่ได้สนใจเธอเหมือนทุกวัน
“…..”
“ไดมอนด์คะ ไดมอนด์!”
“อะไร?” ชายหนุ่มถามกลับ พลางหันกลับไปมองที่แฟนสาว
“คุณมองอะไรอยู่คะ?”
“ยุ่งน่า” ไดมอนด์ตอบแบบไม่ใส่ใจ ก่อนจะละสายตาจากพระพายแล้ว
กลับมามองแฟนสาวของตัวเอง
“…..” เมื่อสบจังหวะ พระพายจึงรีบเดินถอยออกมาจากตรงนั้น
“ถ้าเหม็นกลิ่นบุหรี่แล้วจะมายืนใกล้ทำไม ถอยไปสิ” แผ่นดินจิ๊จ๊ะในลำคอด้วยความหงุดหงิดเมื่อคนตัวเล็กเดินเข้ามาใกล้ ในขณะที่เขายืนสูบบุหรี่อยู่แถวนั้นพอดี เขาเป็นเพื่อนสนิทกับไดมอนด์ คนที่เธอเดินชนเมื่อกี้
“เมื่อกี้เธอทำรองเท้าฉันเลอะ จะรับผิดชอบยังไง?” ไดมอนด์เดินเข้าหาคนตัวเล็กอย่างเอาเรื่องเพราะเมื่อกี้เธอเผลอเหยียบรองเท้าผ้าใบคู่โปรดที่เขาเพิ่งซื้อมาในราคาหลายหมื่น
“…..” ดวงตากลมโตหันซ้ายมองขวา เพราะไม่รู้จะไปทางไหน เมื่อผู้ชายทั้งสองต่างพากันจับจ้องหันมามองเธอเป็นตาเดียว
“…..” ดวงตากลมโตหันซ้ายมองขวา เพราะไม่รู้จะไปทางไหน เมื่อผู้ชายทั้งสองต่างพากันจับจ้องหันมามองเธอเป็นตาเดียว
“ฉันมาแล้ว ขอโทษที่ทำให้รอนานนะ” เสียงของดาหวันดังขึ้นมาแต่ไกล ทำพระพายถึงกลับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่ง
ดาหวันมองหน้าเพื่อนสาว กับชายหนุ่มทั้งสองสลับกันอย่างตกอยู่ในภวังค์ พวกเขาดูหล่อและมีออร่าจนเธอไม่สามารถละสายตาได้
“แกมาก็ดีแล้ว ขะ…เข้าเรียนกันเถอะ” สิ้นประโยคนั้น พระพายจึงรีบวิ่งเข้ามาในตึก โดยที่มีสายตาคู่คมของไดมอนด์กับแผ่นดินที่มองตามออกไป
“เดี๋ยวยัยพาย รอฉันด้วย” ดาหวันวิ่งตามออกไปติดๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวรีบวิ่งออกไป โดยไม่รอเธอ
“…..”
“แกรู้จักผู้ชายพวกนั้นด้วยหรอ?” ดาหวันสะกิดถามเพื่อนสาวที่นั่งข้างๆ หลังจากที่เข้ามานั่งอยู่ในห้องเรียนเป็นที่เรียบร้อย
“ไม่รู้จัก”
“ฉันก็คิดว่าแกรู้จักพวกเขาซะอีก”
“จะไปรู้จักได้ยังไง ฉันเพิ่งมาเรียนวันนี้เป็นวันแรก”
“แต่จะว่าไป พวกเขาดูหล่อมากๆ เลยนะ โดยเฉพาะคนที่ผมสีเทาๆ น่ะ ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งเพอร์เฟค” ดาหวันพูดด้วยท่าทางระริกระรี้ เมื่อนึกย้อนกลับไป
“เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว” พระพายตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนัก ก่อนจะหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาอ่าน
“…..”
“ถูกใจมึงล่ะสิ มองตามเขาตาละห้อยขนาดนี้” เพื่อนในกลุ่มเอ่ยแซวไดมอนด์ เมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่มองตามนักศึกษาปีหนึ่งคนนั้นออกไปสุดสายตา
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้น” ไดมอนด์ไหวไหล่แบบไม่ใส่ใจ พลางหยิบบุหรี่ราคาแพงขึ้นมาจุดสูบ แล้วพ่นควันออกมาหนักๆ
“ไดมอนด์หมายถึงใครคะ?” แฟนสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เมื่อแฟนหนุ่มของเธอ ดูเหมือนว่ากำลังจะสนใจผู้หญิงอีกคน
“…..” ไดมอนด์แสยะยิ้มมองหญิงสาวตรงหน้า แต่ไม่ได้พูดอะ
“อย่าบอกนะว่าเป็นผู้หญิงคนเมื่อกี้?”
“…..”
“ไดมอนด์ชอบไปได้ยังไง ท่าทางจืดชืดขนาดนั้น”
“ก็ฉันกินแบบแรดๆ อย่างเธอมาบ่อยแล้ว อยากลองกินแบบอื่นดูบ้าง” ไดมอนด์พูดอย่างไม่รู้สึกอะไร เพราะในชีวิตของเขา มีแต่ผู้หญิงที่เป็นฝ่ายเข้าหาตลอด เขาไม่เคยต้องไปตามจีบใครให้เสียหน้า
“ดาวไม่ยอมนะคะ ไดมอนด์คบกับดาวอยู่จะไปเอาคนอื่นได้ยังไง?”
“ฉันเคยบอกว่าคบกับเธอตอนไหน ก็แค่เอาแก้ขัด ไม่ได้อยากจะจริงจังด้วยซะหน่อย”
“ไดมอนด์!”
“จะไปไหนก็ไปเลยไป รำคาญวะ!” ไดมอนด์ตวาดกลับคืนเมื่อเห็นท่าทางที่เอาแต่ใจของเธอ ทั้งๆ ที่เธอเป็นคนตามตอแยเขาเองแท้ๆ
“หักอกดาวคณะไปอีกหนึ่ง มึงนี่มันแน่จริงๆ” เพื่อนชายตบบ่าไดมอนด์เบาๆ หลังจากที่เห็นว่าดาวเดินออกไปด้วยท่าทางไม่พอใจ
“ว่าแต่มึงเถอะไอ้ดิน ไปยืนทำหน้าเครียดอะไรตรงนั้น!” ไดมอนด์ตะโกนถามแผ่นดิน ที่ยืนเอนหลังพิงกำแพงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะเขารู้ว่าเพื่อนชายคนนี้ มักจะจริงจังกับสิ่งรอบข้างเสมอ
“เสือก!” แผ่นดินหันมาตอบกลับ ก่อนจะเดินผ่านหน้าเขาไป
“เอ้า! ไอ้เวรนี่ กูถามดีๆ”
โรงอาหาร…
“แกจะกินอะไร?” ดาหวันหันไปถามพระพายที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ฉันว่าจะกินราดหน้า แล้วแกล่ะ?”
“โอเค ใจตรงกัน เดี๋ยวฉันไปซื้อให้เอง”
“เดี๋ยวฉันไปด้วย” พระพายรีบหยัดตัวลุกขึ้น หมายจะเดินไปเป็นเพื่อนกับดาหวัน
“ไม่ต้องไป นั่งเฝ้าโต๊ะอยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวฉันรีบไปรีบมา”
“โอเค” เมื่อได้ยินคำที่เพื่อนสาวบอก พระพายจึงยอมนั่งลงแต่โดยดี
ในระหว่างที่รอเพื่อนสาวไปซื้อข้าวมาให้ เธอก็หยิบหนังสือเรียนขึ้นมาอ่านเพื่อทบทวนในสิ่งที่เรียนมา แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของนักศึกษาหญิงที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ
“นั่นใช่พี่ไดมอนด์กับพี่แผ่นดินหรือเปล่าแก?”
“พี่ไดมอนด์กับพี่แผ่นดินจริงๆ ด้วย”
“เคยเห็นแต่รูปในโทรศัพท์ ตัวจริงหล่อกว่าเยอะเลย”
“พวกเขากำลังเดินมาทางนี้แล้ว โอ้! ไม่แน่ หัวใจของฉันกำลังจะวาย”
ปึง! คนตัวเล็กถึงกลับสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่อกระเป๋าของใครบางคนกระแทกลงมาบนโต๊ะที่เธอนั่งอยู่อย่างแรง เสียงซุบซิบที่เคยดังก่อนหน้านั้น จู่ๆ ก็เงียบลงไปสนิท เมื่อผู้ชายสองคนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าเธอ
“ตรงนี้ยังว่างอยู่ใช่ไหม?” แผ่นดินเอ่ยถาม พร้อมกับถือวิสาสะนั่งลงข้างเธอ
“…..” พระพายถึงกลับเลิ่กลั่กด้วยความตกใจ เมื่อไดมอนด์ ก็นั่งลงมาประกบข้างอีกข้าง ทำให้เธอนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างชายหนุ่มทั้งสอง
“ถ้างั้นพวกฉันขอนั่งด้วยคน”
“เอ่อ…” ใบหน้าแสนหวานหันซ้ายหันขวาไปมา เพราะไม่รู้ว่าควรจะขยับไปทางไหนดี
“อิจฉายัยคนนั้นอ่ะ ได้นั่งใกล้พี่มอนด์กับพี่ดินด้วย”
“แล้วนางจะรู้ไหมนะ ว่าได้นั่งกับผู้ชายที่ฮ๊อตที่สุดในมอเราถึงสองคน”
นักศึกษาสาวที่อยู่แถวนั้นต่างพากันซุบซิบหันมามองที่พระพายเป็นตาเดียว ซึ่งพอรู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตา คนตัวเล็กจึงรีบลุกหนีในทันที
ในระหว่างที่กำลังจะหยัดตัวลุกขึ้น แว่นตากรอบหนาที่สวมใส่ก็ถูกไดมอนด์ดึงออกไปเสียก่อน ทำให้เธอเสียหลักนั่งลงบนเก้าอี้เหมือนเดิม
“อ๊ะ!” คนตัวเล็กพยายามแย่งแว่นตาคืนจากไดมอนด์ แต่ดูเหมือนว่าเขาอยากจะแกล้งเธอมากกว่า
“เอาแว่นฉันคืนมานะ”
“…..” ไดมอนด์ถึงกลับหลุดขำออกมาเมื่อได้แกล้งคนตัวเล็กสำเร็จ
“เอาแว่นฉันคืนมา บอกให้เอาคืนมาไงเล่า!”
หมับ! แว่นตากรอบหนา ถูกแย่งออกจากมือของไดมอนด์ ก่อนที่แผ่นดินจะสวมแว่นให้เธอกลับคืน ดวงตากลมโตกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตามองบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ตรงหน้าให้ชัดเจน มันคือใบหน้าหล่อเหลาที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงอีกครั้ง
“ฉันชื่อแผ่นดิน จำไว้ให้ดี”
“ฉันชื่อแผ่นดิน จำไว้ให้ดี”
“…..” ฉันจ้องมองใบหน้าของคนที่ชื่อแผ่นดินอยู่แบบนั้น มันเหมือนมีอะไรดึงดูดที่ฉันไม่สามารถละสายตาจากเขาได้
“เป็นอะไรหรือเปล่าพาย?” เสียงของดาหวันดังขึ้น เรียกสติของฉันให้กลับคืนมา ก่อนจะเห็นว่าเพื่อนของเขาอีกคนก็กำลังนั่งจ้องฉันอยู่เหมือนกัน
“เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร” ฉันรีบตอบกลับดาหวันกลับไป
“ชื่อพายหรอ?” คนที่ชื่อแผ่นดินเอ่ยถาม
“แกมาก็ดีแล้ว ไปนั่งโต๊ะอื่นกันเถอะ” ฉันเลือกที่จะไม่ตอบ แล้วรีบหยัดตัวลุกขึ้น เก็บข้างของใส่กระเป๋าสะพายอย่างรีบร้อน เพราะรู้สึกไม่อยากจะนั่งตรงนี้อีกต่อไป
“นั่งตรงนี้ก็ดีอยู่แล้ว จะย้ายทำไม?” ดาหวันถามพร้อมกับสีหน้างุนงง เมื่อจู่ๆ ก็ชวนย้ายโต๊ะกระทันหัน
“แต่ฉันไม่อยากนั่งตรงนี้” พูดจบฉันก็ถือถ้วยราดหน้าที่ดาหวันไปซื้อมาให้ เดินออกมาจากตรงนั้น โดยไม่ทันได้ฟังว่าเธอจะถามหรือพูดอะไรต่อ
“เฮ้! ดะ…เดี๋ยวก่อน รอฉันด้วย” ดาหวันวิ่งหอบแฮ่กๆ ตามฉันออกมาติดๆ ก่อนที่พวกเราสองคนจะตัดสินใจมานั่งอยู่ใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ ที่อยู่ถัดจากโรงอาหารไม่ไกล
“แกจะรู้ตัวบ้างไหม ว่าทำให้ฉันอดนั่งกินข้าวกับผู้ชายหล่อๆ ถึงสองคน” ดาหวันบ่นไปกินไป พลางทำสีหน้าเหมือนกับว่าเสียดายพวกเขามาก
“พวกเขาน่ากลัวจะตาย แกไม่เห็นหรือไง?” ฉันตอบแบบไม่ใส่ใจ พลางก้มหน้าก้มตากินในราดหน้าที่อยู่ในชามต่อ
“น่ากลัวตรงไหน พวกเขาออกจะหล่อ” ดาหวันพูดด้วยสายตาเคลิบเคลิ้ม พอเจอผู้ชายหล่อทีไร ก็เป็นแบบนี้ตลอด
“…..” ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ให้กับเพื่อนคนนี้
“ฉันไปสืบมาแล้ว ว่าพวกเขาเป็นใคร แกอยากรู้ไหม?”
“ไม่เห็นจะอยากรู้”
“ถึงแกไม่อยากรู้ แต่ฉันจะเล่าให้ฟัง” ดาหวันพูดอย่างระริกระรี้
“…..”
“ผู้ชายคนนี้ชื่อแผ่นดิน เรียนอยู่นิติปีสี่” ไม่พูดเปล่าแต่ดาหวันยื่นโทรศัพท์ให้ฉันดูรูปของผู้ชายคนนั้น
“ส่วนคนผมเทาคนนี้ชื่อไดมอนด์เรียนคณะวิศวะ ปีสี่เหมือนกัน”
“…..” ฉันพยักหน้ารับรู้ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมากมาย นอกจากความหล่อ ฉันก็ไม่เห็นว่าพวกเขาจะมีอะไรที่น่าสนใจเลยสักนิด โดยเฉพาะ ไอ้คนที่ชื่อไดมง ไดมอนด์อะไรนั่นอ่ะ เขาดูร้ายจะตาย
“แล้วสิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ…คนที่ชื่อไดมอนด์เป็นลูกอธิการของมอเรา เป็นไง! โปรไฟล์พวกเขาดีไหม?”
“แล้วแกคิดว่าไง?” ฉันถามกลับ
“ฉันว่าผ่าน ทั้งหล่อทั้งรวย เริ่ดที่สุด”
“แต่พวกเขาคงไม่สนใจพวกเราหรอก ฉันว่าแกเลิกเพ้อ แล้วควรกลับมาอ่านหนังสือได้จะดีกว่านะ”
“…..” ดาหวันถึงกลับทำหน้าสลด เมื่อถูกฉันพูดดับฝันกลางคัน ก่อนจะยื่นหนังสือเรียนไปให้
“อ่านสิ เวลาออกสอบจะได้คะแนนดีๆ”
“บ่นเหมือนแม่ฉันเลยนะย่ะ”
“…..”
หลังเลิกเรียน…
“ยัยพายทางนี้” เสียงของพี่รามดังขึ้น ในระหว่างที่ฉันกำลังนั่งรอให้แม่มารับหลังเลิกเรียนอยู่ที่หน้าตึกคณะ ‘พระราม’ คือพี่ชายแท้ๆ ของฉันเอง เขาเรียนอยู่วิศวะปีสี่ แต่อยู่คนละมหาวิทยาลัยกัน
“ทำไมพี่รามมาช้าขนาดนี้ พายมารอตั้งนานแล้วนะ” ฉันบ่นงุบงิบไปตามประสา เมื่อคนที่มารับคือพี่ชายไม่ใช่แม่ แล้วเขาก็มารับช้าไปตั้งเกือบชั่วโมง
“พี่เพิ่งเลิกเรียน จะบ่นทำไมนักหนา”
“แล้วแม่ไปไหน ทำไมไม่มารับ”
“ไปประชุมต่างจังหวัด อาทิตย์หน้ากว่าจะกลับ”
“ความจริงพี่ไม่ต้องมารับพายก็ได้นะ เดี๋ยวพายนั่งรถเมล์กลับเอง” ฉันบอกออกไป เพราะมหาลัยของพี่อยู่ค่อนข้างใกล้จากที่นี่ คงเสียเวลาไม่ใช่น้อย ถ้าเกิดว่าต้องวนรถมารับฉัน
“ขืนพี่ปล่อยให้แกนั่งรถเมล์กลับเอง มีหวังแม่ได้มาเด็ดหัวพี่ทิ้งพอดี”
“งั้นรีบกลับกันเลย ฝนจะตกแล้ว” ฉันถึงกลับหลุดยิ้มออกมาเมื่อได้เห็นสีหน้าสลดของพี่รามเวลาที่พูดถึงแม่
ก็แม่ของฉันเป็นคนเจ้าระเบียบมากๆ ฉันน่ะไม่มีปัญหาอยู่แล้ว จะมีก็แต่พี่รามนี่แหละที่ชอบแหกกรอบอยู่เป็นประจำ
“พี่จอดรถไว้ทางนู้น ตามมาสิ”
“…..” ฉันรีบเดินตามพี่รามไปติดๆ เพราะท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม คล้ายกับกำลังจะมีพายุลูกใหญ่ ขืนเดินตากฝนกลับบ้าน มีหวังได้ป่วยอีกแน่ๆ
“มาเยือนถึงถิ่นพวกกูขนาดนี้ ไม่คิดจะทักทายเพื่อนเก่าหน่อยหรอ?”
แต่แล้วพี่รามก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อมีใครบางคนมายืนดักหน้าพวกเราสองคนไว้
“ไอ้ไดมอนด์!”
“พี่รู้จักเขาด้วยหรอ?” ฉันหันไปถามพี่ชายด้วยความสงสัย เพราะคนที่เดินมาขวางหน้าพวกเราไม่ใช่ใคร แต่เป็นไดมอนด์
“…..” ไม่มีคำตอบใดๆ ออกมาจากปากของพี่ราม
“ยัยแว่นนี้เป็นเมียมึงหรอ?” ไม่ถามเปล่าแต่เขายังเดินเข้ามาหาฉันที่ยืนอยู่ ทำเอาฉันถึงกลับรีบเดินไปหลบอยู่หลังพี่ชาย
“ยุ่งน่า!” พี่รามตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยสบอารมณ์มากนัก
“กูแค่ถามดีๆ ไม่เห็นจะหงุดหงิด”
“ไปกันเถอะพี่ราม พายอยากกลับบ้านแล้ว” เมื่อเห็นท่าทางไม่ดี ฉันจึงรีบกระซิบบอกพี่ชายด้วยความเป็นห่วง
“อืม กลับบ้านกัน”
หมับ! พี่รามรีบจูงแขนฉันให้เดินออกจากตรงนั้น แต่เดินไปได้ไม่ทันไร ก็ถูกไดมอนด์คว้าแขนอีกข้างเอาไว้เสียก่อน
“จะรีบไปไหน อยู่คุยกันก่อนสิ!”
“อย่ามาแตะต้องน้องกู ปล่อย!”
“กูก็นึกว่าเป็นเมียมึงซะอีก ทีแท้ก็เป็นน้องสาวนี่เอง”
“…..”
“งั้นผมขอสวัสดีล่วงหน้าเลยแล้วกันนะครับพี่เขย”
“…..”