ตอน 1

เสียงใบไม้เสียดสีกันในยามเช้าเหมือนคนกระซิบปลอบใจ มะนาววางเสื่อโยคะสีเขียวบนชานไม้หน้าบ้านใหม่ สูดลมหายใจยาว ๆ ให้ปอดรับกลิ่นดินชื้นหลังฝนเมื่อคืน ทั้งซอยเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกเขาไกล ๆ จนกระทั่ง

เสียงกีตาร์ที่ดังขึ้นทำให้ความสุขสงบจางหายไปในทันที

มะนาวนิ่งค้างในท่าภูเขา ค่อย ๆ หันไปทางรั้วไม้สีน้ำตาลด้านข้างที่สูงท่วมหัว เพลงดังจนรู้สึกถึงจังหวะบนพื้นเสื่อ

โอเค... เพื่อนบ้านคนใหม่ของเธอคงตื่นเช้าเพื่อซ้อมคอนเสิร์ตกลางสนามหญ้า

“สูดลมเข้า เอาความหัวร้อนออก” เธอกระซิบกับตัวเอง พยายามผ่อนลมหายใจยาว ๆ อีกครั้ง

เสียงกีตาร์ลากยาวพลิ้วลงสู่ท่อนฮุค เสียงร้องชายสดใสและดังพุ่งตามมา

“โอ๊ย!” มะนาวถึงกับสะบัดมือ หลุดจากท่าต้นไม้ เกือบเสียหลักเหยียบกระถางโรสแมรี

โทรศัพท์ดังขัดอารมณ์ เธอจิ้มรับสาย

“ว่าไงแหวนแก้ว”

เสียงหัวเราะของเพื่อนสนิทดังมาตามสาย

“ย้ายบ้านใหม่เป็นไงบ้างคะ แม่ครูโยคะสายสงบ”

“สงบมาก ถ้าตัดเสียงคอนเสิร์ตลานเบียร์ข้างรั้วทิ้งไปได้” มะนาวตอบหน้าตาย กรอกตาไปมา พลางถอนหายใจยาวเหยียด

“อ้าว” แหวนแก้วลากเสียงยาว

“ไหน ๆ เปิดลำโพงให้ฟังหน่อย”

มะนาวยกโทรศัพท์ขึ้นเหนือหัว เสียงดนตรีทะลุผ่านลำโพงโทรศัพท์จนปลายสาวหัวเราะคิก

“ได้ยินยัง”

“อืม....” แหวนแก้วครางรับ

“อย่าเพิ่งหงุดหงิด ใจร่ม ๆ เข้าไว้ ต่อไปอาจจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ได้คุยกันทุกวัน”

“ใครจะคุยกับหมอนั่นกัน” มะนาวกลอกตาไปมา

“ฉันวางก่อนนะ ขอไปสงบสติอารมณ์ก่อน”

“โอเคจ้ะ” แหวนแก้วตอบรับเสียงหวาน

มะนาวกดวางสาย พยายามดึงสติกลับมาที่ลมหายใจ แต่ท่อนโซโล่กีตาร์ก็ไต่โน้ตลื่นปรื๋อจนความสงบไต่ตามไม่ทัน ในที่สุดมะนาวตัดใจม้วนเสื่อโยคะ พับความหวังเรื่องเช้าอันเงียบสงบเอาไว้ แล้วเดินลงบันไดไปยังหน้าบ้าน

ประตูไม้บานเล็กที่รั้วฝั่งข้าง ๆ เปิดออกพอดี ผู้ชายรูปร่างสูงในเสื้อยืดสีเทาเปื้อนคราบน้ำมันยืนกอดกองสายไฟไว้เต็มสองแขน แถมยังมีหูฟังพาดคออยู่

เขาชะงักเมื่อเห็นมะนาว

“สวัสดีครับ” เขาเอ่ยทักทาย เธอสะบัดหน้าหนี

“เพลงดังไปหน่อย ขอโทษทีครับ”

“หน่อย” มะนาวยิ้มสุภาพแบบกัดฟัน

“มันไม่หน่อยเลยค่ะ”

ชายหนุ่มเกาท้ายทอย

“ผมกำลังเทสต์ลำโพงที่ซ่อมอยู่ ดันลืมปรับโวลุ่ม ถ้าอย่างนั้นต้องขอโทษอีกครั้งครับ รอบหน้าจะพยายามเบาลงนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ” มะนาวตั้งใจว่าจะจบแค่นี้ แต่สายตากลับไปจับที่ป้ายชื่อบ้านฝั่งโน้น

“บ้านภูผา” ตัวอักษรไม้แกะสลักติดอยู่บนกำแพง เธอพึมพำ

“ภูผา”

“ครับ” เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้ม ดวงตาเป็นประกายซน ๆ

“ชื่อบ้านเพราะดีค่ะ” เธอเผลอชม

“ฉันมะนาว เพิ่งย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

“ผมภูผาครับ ยินดีต้อนรับเพื่อนบ้านใหม่ครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะครับ หรือถ้าเสียงรบกวนก็ตะโกนบอกได้นะครับ”

“ตะโกนยังไงก็ไม่น่าจะชนะลำโพงพี่หรอกค่ะ” เธอยิ้มบาง แต่ปลายเสียงสะบัดนิด ๆ ทำเอาภูผาต้องหัวเราะออกมา

“โอเค ผมจะปรับปรุงครับ” ว่าแล้วเขาก็ยกกองสายไฟกลับเข้าบ้าน เพลงเงียบลงอย่างน่าอัศจรรย์ ซอยกลับมาสงบเฉียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง

มะนาวถอนใจอย่างโล่งอกและเขินนิด ๆ กับความปากกล้าของตัวเอง เธอกลับขึ้นชานบ้าน คลี่เสื่ออีกครั้ง ตั้งใจจะเริ่มท่าใหม่อย่างใจเย็น คราวนี้มีความนิ่งสมใจ ท้องฟ้าสดใสขึ้นเรื่อย ๆ จนแดดอุ่น ๆ ลูบไล้ผิวแก้มเบา ๆ

สายหน่อย มะนาวขับรถคันเล็กออกไปซื้อของเข้าบ้าน ร้านชำหัวมุมซอยมีป้ายผ้าสีซีดปลิวไหว เธอผลักประตูไม้เข้าไปอย่างเบามือ

“อ้าว หน้าคุ้น ๆ บ้านใหม่ท้ายซอยนั่นใช่ไหมหนู” ชายวัยห้าสิบกว่าในเสื้อเชิ้ตลายสก็อตเอ่ยทักทาย

“ยินดีต้อนรับจ้ะ”

“สวัสดีค่ะลุง หนูชื่อมะนาวค่ะ เพิ่งย้ายมาเมื่อวาน” เธอยิ้ม

“ขอซื้อนม ขนมปัง ไข่ แล้วก็ปลั๊กพ่วงค่ะ”

“ได้ ๆ” ลุงชัยขยับตัวอย่างคล่องแคล่ว หยิบของทีละอย่าง

“บ้านใหม่ใกล้ ๆ ภูผาใช่ไหม”

มะนาวชะงัก

“ลุงรู้ได้ไงคะ”

“รู้สิ” ลุงหัวเราะอย่างภูมิใจ

“ไอ้ภูมันเสียงดัง ใครอยู่ข้าง ๆ ต้องมีบ่น”

ลุงชัยวางปลั๊กพ่วงลงบนเคาน์เตอร์

“เสียงดังจริงค่ะ” เธอเห็นด้วย ก่อนหัวเราะแห้ง ๆ จ่ายเงินแล้วรีบหิ้วถุงกลับ

บ่ายวันเดียวกัน เธอขนกล่องหนังสือขึ้นชั้นบน พอวางกล่องสุดท้ายก็ปวดช่วงหลังจนต้องยืดตัว พลันได้ยินเสียงเครื่องยนต์หน้าบ้าน เธอโผล่หน้าไปจากหน้าต่าง เห็นภูผากำลังยืนเปิดฝากระโปรงรถตัวเอง มือหนึ่งคีมคีบสายไฟ อีกมือจับไฟฉาย เขาเงยหน้ามาพอดี

“ทำอะไรอยู่ครับ ให้ช่วยไหม” เพราะได้ยินเสียง เขาคิดว่าเธอน่าจะกำลังขนของอยู่

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอุ๊ย!” กล่องอีกใบลื่นจากมือ ตุ้บ! หนังสือโยคะกับสมุดวาดรูปปลิวกระจาย

“ให้ช่วยไหมครับ” ไม่ทันขาดคำ ภูผาก็โผล่มาที่บันไดหน้าบ้าน

“ระวังหลังนะครับ เดี๋ยวช่วยยก” เขาหยิบกล่องขึ้นด้วยท่าทางสบาย ๆ

“ขอบคุณค่ะ” มะนาวยืนกอดสมุดแนบอก

“เมื่อตอนเช้าบ่นพี่ไปเยอะเลย ขอโทษนะคะ”

“ไม่เป็นไรเลยครับ ผมผิดเอง เปิดเพลงดังจริง” เขายิ้ม

“ขอโทษแทนลำโพงด้วย”

มะนาวเผลอยิ้มตาม

“รับทราบค่ะ” ทั้งสองช่วยกันยกของขึ้นชั้นบนสี่ห้าเที่ยว คุยกันเรื่องต้นไม้ในสวนและเส้นทางวิ่งออกกำลังในหมู่บ้าน ภูผาเอ่ยถึงหมาจรหน้าปากซอยชื่อข้าวปั้นที่เขาแอบซื้อไส้กรอกให้ประจำ ทำให้เขาดูอ่อนโยนขี้เล่นในเวลาเดียวกัน เมื่อจัดของเรียบร้อย ภูผาก็เช็ดเหงื่อเบา ๆ

ตอน 2

“โอเคเรียบร้อย เดี๋ยวผมกลับไปต่อสายไฟรถต่อ ไม่งั้นค่ำนี้อดไปซื้อของให้ข้าวปั้น”

“ขอบคุณที่ช่วยนะคะ ถ้าจะเทสต์ลำโพงอีก รบกวนเบา ๆ หน่อยนะคะ”

“ครับผม” เขารับปากแล้วหัวเราะ

มะนาวมองแผ่นหลังที่เดินข้ามรั้วกลับไปไม่วางตา

เย็นย่ำ ท้องฟ้าระบายสีส้ม มะนาวเอากระบวยไปรดน้ำสวนเล็ก ๆ ข้างบ้าน

“นี่สิ ชีวิตที่อยากได้”

ไม่นานรถกระบะคันหนึ่งก็เลี้ยวเข้ามาจอดซ้อนหน้าบ้านของเธอ จนรถเธอออกไม่ได้ ทำให้เธอต้องชะโงกไปดู

“โทษทีครับ ลงของแป๊บเดียว เดี๋ยวผมย้ายรถให้” ภูผาตะโกนข้ามรั้ว มือชูคีมเหมือนชูธงขอเวลา

“แป๊บเดียวของพี่กี่นาทีคะ”

“เอ่อ... ผมสัญญาว่าไม่เกินยี่สิบนาที!”

“สิบห้าค่ะ” เธอพ่นลมหายใจ หันกลับมารดน้ำต้นไม้อย่างพยายามใจเย็น

สิบห้านาทีผ่านไป รถยังอยู่อย่างมั่นคง พอดีภูผาวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากในบ้าน

“ขอโทษครับ ผมย้ายเดี๋ยวนี้เลย”

“โอเคค่ะ คราวหน้าขออนุญาตก่อนนะคะ ฉันต้องออกไปซื้อของ” มะนาวพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ชัดเจน

“รับทราบครับ” เขายกมือทำความเคารพ

ค่ำวันเดียวกัน แหวนแก้ววิดีโอคอลมาในจังหวะที่มะนาวกำลังปิ้งขนมปัง

“เล่าเรื่องศึกข้างรั้ววันนี้ให้ฟังหน่อยว่าถึงไหนแล้ว” มะนาวยักไหล่

“มีเปิดเพลงกับจอดรถ แต่ก็มีน้ำใจมาช่วยยกของ”

แหวนแก้วยิ้มกว้าง

“เพื่อนบ้านหล่อไหม”

“อะไรของเธอนี่”

“ถ้าหล่อนิยายดี จีบเลย แกยังโสดนี่นา”

“ไม่เอา แค่เพื่อนบ้าน” มะนาวทำเสียงแข็งใส่

“ฉันย้ายมาเพื่อความสงบ แค่นี้ก็มากพอแล้ว”

“มีแฟนดีก็สงบได้นะนาว” แหวนแก้วยังพูดไม่ทันจบ ไฟทั้งบ้านก็กะพริบ แล้วดับวูบลงพร้อมกันทั้งซอย

ความมืดสนิทโอบล้อม เงียบเชียบ ปนความวังเวงนิด ๆ เพราะเธอยังไม่ชินกับที่อยู่ใหม่ ก่อนมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างรั้ว ๆ

“มะนาว! โอเคไหมครับ” เสียงของภูผาดังชัดเจนท่ามกลางความมืด

“โอเคค่ะ” เธอรับคำเพราะว่าโทรศัพท์ของเธอแบ็ตก็ดันมาหมดพอดี

บ้านทั้งซอยยังจมอยู่ในความมืด เงาไม้ใหญ่พาดลงบนถนนแคบ ๆ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนดังแทรกมาเป็นระยะ ๆ มะนาวกอดแขนตัวเองเบา ๆ แม้จะไม่กลัว แต่ก็รู้สึกแปลกที่ความเงียบสนิทปกคลุมไปทั่ว

ทันใดนั้น แสงไฟฉายวูบผ่านรั้วไม้เข้ามา

“มะนาว คุณอยู่ตรงไหนครับ” เสียงของภูผาตะโกนถาม

“อยู่ตรงนี้ค่ะ” เธอตอบรับ นึกตำหนิตัวเองที่ไม่มีไฟฉายสักกระบอก ไม่มีเทียนไขสักเล่ม คิดว่ามีแค่โทรศัพท์ก็คงพอ แต่พอฉุกเฉินกลับไร้ประโยชน์สินดี

“โอเคครับ”

“ไฟดับทั้งซอยเลยใช่ไหมคะ”

“ใช่ครับ น่าจะหม้อแปลงมีปัญหา” ภูผาส่องไฟฉายขึ้นเหนือรั้ว

“ปกติแบบนี้กว่าจะกลับมาก็เกือบชั่วโมง”

“แย่จัง” เธอบ่น

“ฉันยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย”

“หิวแล้วสิ” ภูผาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้น

“ก็นิดหน่อยค่ะ”

“ผมทำบะหมี่ให้เอาไหมครับ”

มะนาวหัวเราะเบา ๆ

“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็มีบะหมี่เหมือนกัน แค่ไม่อยากทำในความมืดน่ะค่ะ”

“เดี๋ยวผมยกเตามาไว้ใกล้รั้ว แล้วเรานั่งกินกันคนละฝั่งรั้วดีไหม คุณจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว”

“นั่งกินบะหมี่คนละฝั่งรั้วgsiv8t”

“ใช่ครับ โรแมนติกนะครับ” เสียงเขาขำในลำคอ

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเกรงใจ”

“ถ้าหิวก็บอกได้นะครับ” มะนาวเงียบไป แต่ริมฝีปากยกยิ้มจาง ๆ เธอเปลี่ยนเรื่อง

“แล้วพี่ซ่อมอะไรอยู่ตลอดเลยเหรอ เห็นทั้งเช้า ทั้งบ่าย ทั้งเย็น มีสายไฟเต็มมือ”

“ผมเรียนจบไฟฟ้ามาน่ะครับ ชอบซ่อมโน่นนี่ไปเรื่อย ของเสียอยู่ใกล้มือมันก็อดไม่ได้”

“แล้วลำโพงที่เปิดดัง ๆ นั่นก็ซ่อมเหรอคะ”

“ซ่อมจริง ๆ ครับ แต่ก็แอบเทสต์เพลงไปด้วย” เขาสารภาพเสียงเจื่อน

เงียบไปชั่วอึดใจ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืน แล้วภูผาก็เอ่ยเสียงนุ่มลง

“จริง ๆ ผมดีใจนะที่มีเพื่อนบ้านใหม่มาอยู่ตรงนี้ ก่อนหน้านี้เงียบเหงาไปหน่อย”

มะนาวชะงัก ใจเธอเต้นแรงอย่างไม่คาดคิด

“ฉันย้ายมาที่นี่เพื่อความสงบ ไม่ใช่เพื่อความวุ่นวายนะคะ”

“ครับ ผมเข้าใจ” เขารับคำง่าย ๆ

“งั้นผมจะพยายามเป็นเพื่อนบ้านที่เงียบ เท่าที่ทำได้” แสงไฟฉายสั่นเล็กน้อย เหมือนเขายกมือเกาศีรษะอยู่หลังรั้ว มะนาวแอบหัวเราะเบา ๆ แล้วถามกลับ

“แล้วถ้าพี่ทำเสียงดังอีกจะทำยังไงคะ”

“ก็จะยอมรับคำด่า แล้วหาของหวานมาง้อ”

“พูดเหมือนรู้จักฉันมานานเลยนะคะ”

“ก็เริ่มรู้จักแล้วไง” ประโยคนั้นทำให้หัวใจของมะนาวสะดุดกึก

ไม่นานเสียงรถกระบะของการไฟฟ้าก็แล่นเข้าซอยมา ไฟฟ้าสว่างวาบกลับคืนมาอย่างพร้อมเพรียง บ้านทั้งซอยสว่างจ้า

“เห็นไหมครับ ไฟมาแล้ว คืนนี้ได้กินข้าวแน่”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

“ยินดีครับ” เขาพยักหน้า

“คืนนี้ฝันดีนะครับ”

หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบสั้น ๆ

“ฝันดีค่ะพี่”

เธอหันหลังกลับเข้าบ้าน ใจยังเต้นแรงกับคำพูดง่าย ๆ ที่ลอดผ่านรั้วไม้เหมือนแสงไฟอุ่น ๆ ที่ยังคงส่องเข้ามาในหัวใจ

เช้าวันถัดมา อากาศสดใส ลมอ่อนพัดกลิ่นหญ้าตัดใหม่โชยมาปะทะจมูก มะนาวขับรถคันเล็กสีขาวกลับจากตลาด ตั้งใจจะนำรถเข้าจอดในบ้าน ทว่าภาพตรงหน้าทำให้เธอต้องเหยียบเบรกรถในทันที

รถกระบะคันสีดำของภูผาจอดเอียงกินพื้นที่จนล้ำเข้ามาเกือบครึ่งหน้าบ้านเธอ เหลือช่องแค่พอให้จักรยานลอดไปได้

มะนาวดับเครื่อง เดินลงจากรถ กอดถุงผักแนบอกแล้วมองไปทางรั้ว

“คุณภูผา!”

เสียงทุบเหล็กดังตึงตังจากในโรงรถฝั่งโน้น

“ครับ”

ประตูเล็กเปิดออก เผยให้เห็นภูผาในเสื้อกล้ามเปื้อนคราบน้ำมัน มือยังถือค้อนอยู่ เขามองหน้าเพื่อนบ้านสาวแล้วยิ้มกว้างทักทาย

“พี่จอดรถแบบนี้ ฉันเอารถเข้าบ้านไม่ได้ค่ะ” มะนาวชี้นิ้วไปที่กระบะคันสีดำ ภูผาหันไปมองก่อนยิ้มแหย

“โทษทีนะ รีบขนของเลยจอดแบบนั้น เดี๋ยวผมขยับให้”

“ตอนนี้เลยค่ะ”

“รับทราบครับ”

เมื่อทางโล่ง เธอรีบถอยรถเข้าบ้าน แต่ยังไม่วายหันไปพูด

“คราวหน้าถ้าจอดแบบนี้อีก ฉันจะเอากระถางต้นไม้เรียงไว้รอบ ๆ รถพี่เลย จะได้รู้สึกเหมือนอยู่ในสวนสาธารณะ” ภูผาหัวเราะลั่น เขารีบเดินตามมาที่รั้ว

ตอน 3

“ไปซื้ออะไรมาครับ”

“ผัก ผลไม้ ของใช้ในครัวค่ะ”

“งั้นขอแบ่งมะนาวจริง ๆ ให้ผมลูกนึงได้ไหมครับ”

“เอาไปทำอะไรคะ”

“อยากกินมะนาวโซดาครับ จะได้สดชื่นตอนซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ลูกละกี่บาทครับ พอดีไม่ได้ไปตลาด”

“มะนาวไม่มีค่ะ มีแต่มะนาวที่เป็นคนค่ะ” เธอเองก็ไม่ได้ซื้อกลับมาเพราะเมนูที่จะทำไม่ต้องใช้มะนาว เธอไม่ชอบซื้อของมากมายยัดเข้าไปจนเต็มตู้ แล้วกินไม่ทันต้องเสียทิ้ง เพราะสิ้นเปลือง อยู่คนเดียวทำอะไรกินง่าย ๆ บางทีก็ออกไปกินก๋วยเตี๋ยวหรืออาหารข้างนอก

“เสียดายจังครับ”

“ฉันเข้าบ้านก่อนนะคะ”

“ได้ครับ ถ้ามีอะไรให้ซ่อมบอกได้นะครับ ซ่อมฟรีตลอดชีพสำหรับเพื่อนบ้านข้างรั้ว”

หญิงสาวเดินเข้าบ้านด้วยหัวใจที่ยังเต้นแรงไม่เลิก

บ่ายวันนั้น มะนาวรดน้ำต้นไม้ในสวนหลังบ้านอย่างสบายใจ เธอเปิดน้ำสายยางรินรดแปลงผักเล็ก ๆ ของตัวเอง ก่อนจะเผลอสะบัดน้ำพุ่งไปโดนรั้วจนมีละอองกระเด็นข้ามไปฝั่งโน้น

“เฮ้ย!” เสียงภูผาร้องดังขึ้น

มะนาวสะดุ้ง รีบลดสายยาง แต่ก็ยังหัวเราะเมื่อเห็นหัวเขาโผล่พ้นรั้ว ผมเปียกเป็นปอย

“ขอโทษค่ะ ไม่คิดว่าจะยืนอยู่ตรงนั้น”

ภูผาปาดผมเปียกที่ปรกใบหน้าเบา ๆ

“คราวหน้าจะอาบน้ำให้ผมก็บอกกันตรง ๆ นะครับ”

“ใครจะไปอยากอาบน้ำให้พี่กันล่ะคะ” มะนาวเอ่ยเสียงสูงปฏิเสธ

“ถ้างั้นเดี๋ยวผมเอาสายยางมาอาบน้ำให้บ้าง จะได้แฟร์ ๆ”

“อย่านะ!” มะนาวยกมือห้าม

เขายกสองมือยอมแพ้แต่ดวงตายังระยิบระยับ

“โอเคครับ”

บ่ายวันเสาร์ แสงแดดส่องลอดผ่านม่านไม้ระแนงเข้ามาในบ้าน มะนาวเพิ่งจัดชั้นหนังสือเสร็จ กำลังจะลงมือชงชาก็ได้ยินเสียงเรียกคุ้นหูดังมาจากหน้าบ้าน

“มะนาว! เปิดประตูหน่อยจ้ะ เพื่อนคนสวยมาเยือนแล้ว” มะนาวยิ้มรับทันที รีบเดินไปเปิดประตูรั้ว เห็นแหวนแก้วเพื่อนสนิทหอบของฝากพะรุงพะรัง

“อ้าว มาได้ไงไม่บอกก่อน” มะนาวรับถุงจากมือเพื่อน

“ก็อยากมาเซอร์ไพรส์ไง ไหนขอสำรวจบ้านใหม่หน่อยสิ” แหวนแก้วพูดพลางกวาดตามองรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น ทั้งสองเดินเข้าบ้าน จัดผลไม้ใส่จาน แหวนแก้วก็นั่งลงกับโซฟา เธอกัดองุ่นแล้วถามทันที

“เพื่อนบ้านเธอ เป็นไงบ้าง”

มะนาวชะงัก มือที่กำลังแกะส้ม

“ก็…ปกติ”

แหวนแก้วยกคิ้วสูง

“ปกติแบบไหน ปกติที่ทำให้แกชอบโทร.มาเล่าเรื่องของเขาน่ะเหรอ เขาว่าถ้าเราได้เพื่อนบ้านดีนับว่ามีบุญ ถ้าได้เพื่อนบ้านเลวซวยไปทั้งชาติ”

“ก็…” มะนาวอึกอัก นี่เธอชอบเล่าเรื่องภูผาให้แหวนแก้วฟังเหรอ ไม่เห็นรู้ตัวเลย

“เขาก็ขอโทษแล้ว ช่วยยกของให้ด้วย”

แหวนแก้วหัวเราะ

“โห จากบ่นกลายเป็นชมแล้วเหรอ อืม…ไม่ธรรมดานะยะ”

ได้ยินเสียงกุกกักข้างรั้ว แหวนแก้วรีบชะโงกหน้าไปทางหน้าต่าง พอเห็นผู้ชายร่างสูงยืนอยู่ฝั่งโน้นก็หันกลับมากระซิบเสียงดัง

“ตายจริง หล่อใช้ได้เลยนะ! นี่เหรอเพื่อนบ้านเสียงดังของแก”

มะนาวหน้าแดง รีบส่งสัญญาณให้เพื่อนเบาเสียงลงหน่อย

“หล่ออะแก นิสัยดีปะ โสดไหม ฉันอยากให้แกมีแฟนสักที”

“บ้า”

แหวนแก้วเดินลงไปด้านล่าง มะนาวตาโตก่อนจะรีบตามลงไป

“สวัสดีค่ะ ฉันแหวนแก้ว เพื่อนมะนาวค่ะ”

“สวัสดีครับ ผมภูผาครับ”

แหวนแก้วหันมากระซิบกับมะนาวเสียงดังพอให้ได้ยินทั้งสอง

“ไม่ต้องสงสัยแล้ว ทำไมแกถึงชอบพูดเรื่องเขาให้ฟัง”

“แหวนแก้ว!” มะนาวตาโต

สองเพื่อนเผลอมองสบตากันชั่วครู่ มะนาวรีบหันกลับเข้าบ้าน ทิ้งให้แหวนแก้วยืนหัวเราะคิก ๆ แล้วหันไปบอกภูผา

“ฝากดูแลเพื่อนของแหวนด้วยนะคะ”

ภูผาตอบสั้น ๆ แต่ชัดเจน

“ยินดีครับ”

เสียงหัวใจของมะนาวสั่นวูบในอก ถึงจะพยายามทำเป็นไม่สนใจ แต่หัวใจไม่รักดีก็ชอบเต้นแรงเวลาได้เห็นหน้าของหนุ่มข้างบ้าน

บ่ายวันอาทิตย์ อากาศร้อนอบอ้าว มะนาวตั้งใจจะงีบหลับบนโซฟา แต่เสียงของเลื่อยไฟฟ้าก็ดังสะท้อนออกมาจากฝั่งรั้วข้าง ๆ

เธอลืมตาโพลง ลุกพรวดขึ้น

“อีกแล้วเหรอคะพี่!”

เสียงเลื่อยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงตะโกนลอดรั้วมา

“ขอโทษครับ! กำลังตัดท่อพีวีซีสำหรับหม้อปั๊มน้ำครับ”

มะนาวเดินออกไปหน้าบ้าน

“วันหยุดทั้งที คนข้าง ๆ อยากพักผ่อนไม่ได้เลยเหรอคะ”

ประตูเล็กฝั่งโน้นเปิดออก ภูผาโผล่มาในสภาพเสื้อกล้ามเปื้อนฝุ่น มือยังถือเลื่อยอยู่ เขายิ้มเจื่อน ๆ

“แค่ครู่เดียวจริง ๆ ครับ ปั๊มน้ำบ้านผมมันเสีย”

“ปั๊มน้ำเสียเหรอคะ”

“ใช่ครับ งั้นให้ผมไถ่โทษด้วยการเลี้ยงน้ำผลไม้แทนได้ไหมครับ” เขาวางเลื่อยพิงรั้ว

“ผมคั้นส้มไว้พอดี”

มะนาวเลิกคิ้ว

“คั้นน้ำส้มเป็นด้วยเหรอคะ คั้นไม่ดีขมนะคะ”

“เป็นครับ ทั้งซ่อมทั้งคั้นได้หมดครับ”

“ทำเป็นหลายอย่างเลยนะคะ” ไม่นานนัก เขาก็ส่งแก้วน้ำส้มสดผ่านช่องว่างเล็ก ๆ ของรั้ว มะนาวรับมาอย่างระวัง กลิ่นส้มสดลอยหอม เธอลองจิบแล้วตาโต มันอร่อยมาก

“ทำอาหารก็พอได้ครับ อยากทำให้คนที่รักกินน่ะครับ”

“แค่ก แค่ก แค่ก” มะนาวถึงกับสำลัก

“เป็นยังไงบ้างมะนาว สำลักใหญ่เลย”

“มะ... ไม่เป็นไรค่ะ น้ำส้มอร่อยนี่คะ หวานกำลังดี คั้นน้ำส้มเก่งจังค่ะ”

“ดีใจครับที่ชอบ”

“ครั้งหน้าถ้ามีงานซ่อมเสียงดัง ขอชดเชยเป็นน้ำส้มหวาน ๆ หรือของกินอย่างอื่นก็ได้นะคะ” มะนาวพูดพลางยกแก้วขึ้นยิ้มมุมปาก มันไม่สำคัญว่าเสียงข้างบ้านจะดังแค่ไหน มันสำคัญว่าเธอนิสัยข้างบ้านเป็นเช่นไร ถ้าไม่สบอารมณ์หรือนิสัยไม่ดี แม้จะไม่ได้ทำเสียงดังอะไรก็รู้สึกรำคาญ

“สัญญาครับ คราวหน้าจะเตรียมสตรอว์เบอร์รี สมูทตี้ให้เลย” ทั้งคู่สบตากันผ่านรั้วไม้ เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย มะนาวเผลอคิดว่าบางทีเสียงที่เธอเกลียดนักหนา ก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป

เย็นวันนั้น เมื่อเลื่อยเงียบลง บ้านทั้งสองฝั่งกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นแปลกใหม่เหมือนรั้วเริ่มกลายเป็นสะพานเชื่อมมากกว่ากำแพงกั้น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED