“ซินนี่ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องเดินทางไปยังโลกมนุษย์” คำพูดของผู้เป็นยายทำให้ซินนี่งุนงง ท่านพูดเหมือนกับว่าเธอจะต้องเดินทางไปทำภารกิจอันใดที่สำคัญมาก ทั้งๆ ที่ปกติเธอก็แอบหนีเที่ยวไปยังโลกมนุษย์กับอาจารย์อูลก้าอยู่เสมอๆ
“ท่านยายหมายความว่าเช่นไร ข้าไม่เข้าใจ” ซินนี่มองผู้เป็นยายกับแม่ด้วยความสงสัย
“ซินนี่หลานรัก เจ้าเข้าสู่วัยแห่งการมีคู่แล้ว โลกเวทมนตร์ของเราถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ที่จะสืบทอดเชื้อสายแม่มดของพวกเราต่อไป เจ้าต้องลงไปตามหาเนื้อคู่ของเจ้ายังโลกมนุษย์ เนื้อคู่ของเจ้าอยู่ที่นั่น เรื่องนี้ เจ้าคงรู้ดี” นาเนียร์ทอดตามองหลานสาวคนเดียวอย่างนึกชื่นชม ซินนี่ในวัยสาว สวยสดงดงามเกินแม่มดตนใด รวมถึงเป็นที่หมายปองของเหล่าบรรดาพ่อมดทั้งหลายในโลกเวทมนตร์ แต่ไม่ใช่เนื้อคู่จึงไม่สามารถฝืนครองคู่กันได้ ทำให้พ่อมดเหล่านั้นเพียงแค่แอบชื่นชม เพราะหากพ่อมดแม่มดตนใดฝืนกฎข้อนี้แล้ว ทั้งสองจะต้องถูกสาปไปชั่วชีวิต
“โลกมนุษย์เหรอเจ้าคะท่านยาย” ซินนี่ทวนคำของผู้เป็นยาย เธอแอบหนีไปยังโลกมนุษย์กับอาจารย์อูลก้าบ่อย หากครั้งนี้ต้องไปจริงๆ ก็ใจหายมิใช่น้อย เพราะไม่ใช่เป็นการหนีเที่ยวชวนตื่นเต้นเหมือนก่อน แต่เหมือนกับต้องไปทำภารกิจสำคัญ เช่นไรเสีย เธอก็ยังชอบการอยู่โลกเวทมนตร์มากกว่าอยู่ดี
ซินนี่คิดว่าตอนนี้ถึงวัยของการมีคู่แล้วจริงๆ เนื่องจากแม่มดวัยเดียวกันต่างมีคู่กันไปเกือบหมดแล้ว เธอมัวแต่เล่นซุกซนจึงไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน สงสัยว่าคราวนี้จะจวนตัวเอามากๆ ยายกับแม่จึงได้เรียกมาคุย ซึ่งเป็นที่รู้กันในโลกเวทมนตร์ว่า หากพ่อมดแม่มดตนใดเข้าสู่วัยหนุ่มสาวก็ต้องออกตามหาเนื้อคู่ของตนกันทั้งนั้น
“ใช่ เจ้ามีเวลาสามเดือน ซินนี่หลานรักของยาย หากเจ้าไม่สามารถครองใจเนื้อคู่ของเจ้าได้ เจ้าจะถูกสาปเป็นแมวป่าตลอดชีวิต นี่คือกฎของโลกเวทมนตร์ที่เจ้าก็คงรู้ดี” คำพูดของผู้เป็นยายเหมือนจะย้ำเตือนให้เธอได้คิด เธอรู้ดี แต่ไม่คิดจะทำต่างหาก
ซินนี่ถอนใจเบาๆ เพียงแค่ได้ยินว่าจะต้องถูกสาปเป็นแมวป่าตลอดชีวิตก็รู้สึกสยองอยู่พอควร แต่แม่มดอย่างซินนี่ไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว ถ้าเธอได้เจอเขาจริง แค่ร่ายเวทมนตร์ใส่ เพียงเท่านี้ เขาก็หลงเสน่ห์เธอ ยอมสารภาพรักแต่โดยดีแล้ว
“ท่านยายล้อเล่นกับข้ารึ ทำไมเหลือเวลาแค่สามเดือนเอง” ซินนี่ถามย้ำ ไม่ค่อยมั่นใจว่าทำไมถึงเหลือเวลาน้อยเช่นนี้ แม้จะรู้ว่าผู้เป็นยายหาได้เคยล้อเล่น แต่กว่าเธอจะหาเขาเจอคงนานพอสมควร โลกมนุษย์กว้างใหญ่ไพศาล ที่สำคัญ เวทมนตร์ที่ไม่ได้เรื่องของเธอคงตามหาเขาได้ยากยิ่ง คิดแล้วต้องเจ็บใจที่ไม่ได้ตั้งใจฝึกวิชา ถ้าฝึกวิชาแก่กล้ากว่านี้คงส่องหาเขาเจอโดยง่าย
“ยายเคยล้อเล่นกับเจ้ารึซินนี่ ระยะเวลาทั้งหมดที่เจ้าต้องทำให้เขาสารภาพรักกับเจ้าคือเวลาสามเดือน” นาเนียร์ย้ำด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“ท่านยาย โลกมนุษย์ออกกว้างใหญ่ไพศาล ข้าจะไปหาเขาเจอได้ยังไงเล่า แล้วถึงเจอก็จะรู้ได้เช่นไรเล่าว่าเขาเป็นเนื้อคู่ของข้า” ซินนี่ขมวดคิ้วยุ่งกับสิ่งที่ผู้เป็นยายบอก
“หากเจ้าเจอเขาจริงๆ เขาจะมีแสงสีเงินออกจากตัว ปรากฏให้เจ้าเห็น คนนั้นคือเนื้อคู่ของเจ้า”
“แสงสีเงินเหรอคะท่านยาย”
“ใช่ ซินนี่ลูกรัก มนุษย์ที่เป็นเนื้อคู่กับแม่มด พ่อมดจะมีแสงสีเงินปรากฏให้เห็น เพื่อบอกให้รู้ว่านั่นคือเนื้อคู่” เวเนียร์บอกลูกสาวเพื่อเป็นการสำทับ
“ท่านยายกับท่านแม่จะให้ข้าออกเดินทางวันไหนเหรอคะ” ซินนี่ถามไถ่ นึกถึงโลกมนุษย์ก็ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
ปกติเธอมีอาจารย์สองคนคือ คูลโซ่กับอูลก้า อาจารย์คูลโซ่ค่อนข้างจะเถรตรง เคร่งขรึมมากทีเดียว เวลาเธอเรียนเวทมนตร์กับท่านต้องสงบเสงี่ยมมาก จนแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้ หากเธอทำอะไรผิดแค่นิดเดียวจะถูกลงโทษเสมอๆ จนเธอไม่กล้าทำอันใดให้อาจารย์โกรธ ดังนั้น เธอจึงต้องเอาแบบท่านคือต้องหัดสุขุมวางตัวให้เหมาะสมเอาไว้
สำหรับอาจารย์อูลก้าซึ่งเป็นอาจารย์อีกท่าน เขาค่อนข้างตลก เป็นกันเองแล้ว แถมยังพาเธอแอบหนีไปเที่ยวยังโลกมนุษย์เป็นประจำ ถ้าท่านรู้ว่าเธอไปโลกมนุษย์ สงสัยคงจะชวนเธอไปเที่ยวจนหนำใจ ไม่ต้องแอบหนีเหมือนเช่นที่ผ่านมา
“อีกสามวันจะเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงพอดี เจ้าต้องออกเดินทาง แต่มีข้อแม้ว่า...” นาเนียร์เว้นวรรคเอาไว้เพื่อให้หลานสาวสนใจไถ่ถามมากกว่านี้ เพียงแค่นางเห็นแววตาก็รู้ว่าหลานสาวแสนซนกำลังคิดอะไรพิเรนทร์ตามเคย
“ข้อแม้อันใดเล่าท่านยาย” ซินนี่หลุดจากภวังค์ความคิดเรื่องเที่ยว รีบถามเอาใจผู้เป็นยายเมื่อเห็นท่านหน้างอ
“เจ้าต้องเจอเนื้อคู่ของเจ้าภายในหนึ่งเดือน ก่อนพระจันทร์จะเต็มดวงอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นเจ้าจะถูกสาปเป็นแมวป่า แล้วถึงตอนนั้น ยายกับแม่หรือใครๆ คงช่วยเจ้าไม่ได้”
“ท่านยาย ทำไมเร็วแบบนั้น” ซินนี่อวดครวญ แค่สามเดือนว่าเร็วแล้วที่จะให้เขาบอกรัก เธอยังไม่รู้จะหาเขาเจอหรือเปล่า แต่นี่เดือนเดียว คิดแล้วกลุ้ม แต่ยังพอใจชื้นขึ้นมาบ้าง เมื่อคิดถึงอาจารย์อูลก้า ท่านเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์เรื่องโลกมนุษย์มากทีเดียว คงพอช่วยเหลืออะไรเธอได้บ้างแหละ
ซินนี่ค้านในใจเรื่องเนื้อคู่ว่าไม่เห็นจำเป็นสักนิด ทำไมโลกเวทมนตร์ต้องมีกฎแปลกประหลาดแบบนี้ด้วยนะ จริงแล้วๆ เธอยังไม่รักใคร ไม่อยากมีคู่ด้วยซ้ำ แม้จะมีพ่อมดมาสร้างสัมพันธ์ด้วย เธอก็ไม่เคยสนใจจะสมัครรักใคร่กับผู้ใด ทั้งอาจเป็นเพราะไม่ใช่เนื้อคู่ และอาจไม่สนใจเรื่องความรักด้วยก็เป็นได้
“เป็นกฎที่เจ้าต้องดำรงเผ่าพันธุ์ของเราต่อไป” นาเนียร์ดักคออย่างรู้ทันความคิดหลานสาว ซินนี่เลือกที่จะนั่งไม่ปริปากเอ่ยอันใด “เจ้าไปเตรียมตัวเถอะซินนี่ เดี๋ยวท่านอาจารย์ทั้งสองจะมอบของวิเศษให้เจ้า เจ้ามัวแต่เที่ยวเล่น จอร์จฝึกวิชากับอาจารย์เดียวกับเจ้า เขากลับกำลังจะสำเร็จวิชาขั้นสูง ส่วนเจ้ายังไปไม่ถึงไหน”
นาเนียร์ตำหนิหลานสาวพร้อมส่ายหน้าไปมาก่อนโบกมือให้เธอไปได้ ซินนี่อยากถามผู้เป็นยายอีกหลายเรื่อง แต่เปลี่ยนใจที่เห็นผู้เป็นยายทำหน้าเคร่งเครียด
“ค่ะ ท่านยาย”
“เดี๋ยวก่อนซินนี่” เสียงของมารดาทำให้ซินนี่หันหลับมามองด้วยความสงสัย
“ท่านแม่มีอันใดบอกให้ข้ารับรู้อีกรึ”
“เจ้าต้องทำให้เนื้อคู่ของเจ้าบอกรักก่อนสามเดือนก็จริง แต่เจ้าห้ามเสพสมร่วมรักกับเขาก่อนเขาจะสารภาพรักกับเจ้า ที่สำคัญ ห้ามใช้เวทมนตร์บังคับให้เขาสารภาพรัก มิเช่นนั้นเจ้าจะกลายเป็นแมวป่าทันที แล้วจะไม่ได้กลับมาเกิดเป็นแม่มดอีก จะต้องใช้ชีวิตเป็นแมวตลอดไปชั่วกัปชั่วกัลป์”
เวเนียร์ได้สบตากับบุตรสาวจึงรีบสำทับด้วยความเป็นห่วง นางรู้นิสัยของซินนี่ดี
“ร้ายแรงขนาดนั้นเชียว” ซินนี่ทำสีหน้าสยอง การที่ผู้เป็นยายและผู้เป็นแม่บอกว่าต้องเป็นแมวป่าตลอดไป มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สำหรับเธอจริงๆ แถมยังใช้เวทมนตร์ให้มนุษย์คนนั้นบอกรักไม่ได้อีก หากเขาไม่บอกรักเธอขึ้นมา เธอจะทำอย่างไรเล่า มิถูกสาปหรือไง
“ความจริง หากเจ้าสามารถพิชิตใจเขาได้ก็ไม่มีอะไรยาก ยายกับแม่เชื่อว่าเจ้าต้องทำได้” เป็นครั้งแรกที่ยายให้กำลังใจในตัวเธอ หญิงสาวยิ้มให้ยายกับแม่เพื่อให้คำมั่นสัญญาว่าเธอจะต้องทำให้จงได้
“ค่ะท่านยาย ท่านแม่ ข้าจะจำเอาไว้ งั้นข้าขอไปพบอาจารย์ทั้งสองก่อน”
“ไปเถอะซินนี่ ขอให้เจ้าตั้งใจฟังอาจารย์ของเจ้าให้ดี เพราะเจ้าต้องเรียนรู้อีกมาก”
ซินนี่ไปหาอาจารย์คูลโซ่ก่อนตามคำสั่งของยายและแม่ ระหว่างที่เดินทาง เธอได้ยินเสียงคุ้นหูเรียกเธอมาแต่ไกล
“ซินนี่ๆ” เสียงเรียกไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร เธอจำได้ดีว่าเป็นเสียงของอูลก้า อาจารย์ที่ขี้โม้เป็นที่สุด
เจ้าชู้อย่างร้ายกาจ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ผู้หญิงหรือแม่มดสาวๆ สวยๆ ต่างไม่พ้นถูกเกี้ยวพาราสีจากอูลก้าเป็นประจำ แต่เขายังมีข้อดีอยู่บ้างคือเป็นคนตลก แล้วเก่งเรื่องการปรุงยาวิเศษ รอบรู้เรื่องสมุนไพรทุกชนิดบนโลกเวทมนตร์
“ท่านอาจารย์” ซินนี่เรียกอาจารย์ด้วยความดีใจ เธอคิดว่าอูลก้ารู้เรื่องโลกมนุษย์ดีทีเดียว คงมีวิธีที่ทำให้ผู้ชายสารภาพรักแน่นอน
“เจ้าคงถึงเวลามีคู่แล้วล่ะสิ” อูลก้ากอดอกมองลูกศิษย์ไม่วางตา
“ท่านรู้รึ” ซินนี่ตาโตทึ่งในความสามารถของอาจารย์
“มีเรื่องอันใดบ้างที่ข้าจะไม่รู้”
“แต่บางทีท่านก็ทายผิด” ซินนี่เถียงเบาๆ แต่อูลก้าหูไวยังแอบได้ยินว่าลูกศิษย์ค่อนขอดเอา
“ข้าแกล้งหรอก อยากให้เจ้าได้เรียนรู้เอาเองบ้าง หากให้ข้าบอกหมด เจ้าก็ไม่ได้แสดงความสามารถน่ะสิ” อูลก้ารีบแก้ตัวทันควัน คำพูดของอาจารย์ทำให้หญิงสาวแอบเกาหัวไปมา ไม่ค่อยเชื่อถือสักเท่าไหร่นัก
“หากเจ้าไม่เชื่อข้าแบบนี้ เรื่องที่ทำยังไงให้มนุษย์โลกคนนั้นสารภาพรักกับเจ้า ข้าคงไม่ช่วย อุตส่าห์จะมาช่วยด้วยความหวังดี แถมของวิเศษที่ยายเจ้าให้ไปเอากับข้าก็อด”
“ไม่ใช่นะท่านอาจารย์ อย่าเพิ่งน้อยใจสิ ท่านเก่งและรอบรู้ที่สุด” ซินนี่รีบอ้อนอาจารย์
“นี่เห็นว่าเจ้าเป็นศิษย์รักของข้านะ ไม่งั้นข้าคงไม่ช่วย” โดนออดอ้อนเข้าหน่อย อูลก้าก็ยอม โดยเฉพาะลูกศิษย์แสนสวยแบบซินนี่ แถมยังเป็นหลานสาวของแม่มดที่ตนแอบหลงรักตอนวัยหนุ่ม
“ข้ารู้ว่าอาจารย์เก่งกาจ ต้องช่วยเหลือข้าได้แน่” ซินนี่รีบพูดเอาใจอาจารย์ เพราะรู้ว่าวิธีนี้แหละ อูลก้าถึงยอมช่วย อาจารย์ของเธอบ้ายออย่างหนักเลยทีเดียว
“เจ้าไม่ต้องมาแกล้งยอ เนื้อคู่เจ้าอยู่โลกมนุษย์ก็ดีเหมือนกัน วันเพ็ญนี้ ข้ากะว่าจะชวนเจ้าไปเที่ยวผับอยู่พอดี” อูลก้าอมยิ้มเจ้าเล่ห์ แกล้งทำเป็นไว้ตัวเล็กน้อย แต่ที่จริงชอบคำยอของลูกศิษย์สาวจนหน้าบาน
“วันเพ็ญที่จะถึง ข้าต้องเดินทาง คงไม่มีเวลาไปเที่ยวกับท่านหรอก ท่านยายให้ข้าไปเอาของวิเศษจากท่านและท่านอาจารย์คูลโซ่” ซินนี่บอกอาจารย์ด้วยความกังวล พอนึกถึงเรื่องการเดินทาง
“ระยะเวลาอีกตั้งนาน เจ้านี่ไม่ได้เรื่องจริงๆ จะเคร่งเครียดไปไย รับรองว่าไปเที่ยวกับข้าสนุกจะตาย อย่ากังวลไปเลย รับรองว่าเจ้าจะต้องเจอเนื้อคู่ที่โลกมนุษย์แน่นอน แต่เจ้าจะไปให้ไอ้คูลโซ่มันบ่นอีกแล้วเรอะ ข้าละเบื่อแทนเจ้าจริงๆ แทนที่จะไปหาข้าก่อน กลับไปหามันก่อน” อูลก้าส่ายหน้าด้วยความระอา เขาไม่ค่อยกินเส้นกับคูลโซ่สักเท่าไหร่ แค่ได้ยินชื่อก็ระคายหูกับชื่อของมันแทบจะทันที แถมน้อยใจที่ลูกศิษย์คนสวยเลือกไปหาคูลโซ่ก่อน
“ท่านอย่าน้อยใจไปเลย ที่ข้าไปหาอาจารย์คูลโซ่ก่อนเพราะจะได้มีเวลาคุยกับท่านนานๆ ยังไงเล่า อีกอย่างเป็นคำสั่งของท่านยาย ให้ข้าไปเอาของวิเศษจากท่านอาจารย์คูลโซ่” ซินนี่ไม่ค่อยอยากไปพบคูลโซ่สักเท่าไหร่ เพราะเธอต้องสงบเสงี่ยม ไม่เป็นตัวของตัวเองสักครั้งเดียว เธอรู้ว่าอาจารย์คูลโซ่เก่งและหวังดี แต่เธอไม่ชอบอะไรที่อยู่ในกฎระเบียบแบบที่ท่านเป็น
“งั้นตามใจเจ้า แต่เสร็จแล้วอย่าลืมไปหาข้าล่ะ ข้ามีของให้เจ้าเหมือนกัน รีบๆ มา อย่าให้ข้ารอนาน” อูลก้ากำชับอีกครั้ง เขาไม่ยอมน้อยหน้าคูลโซ่ มีของวิเศษให้ลูกศิษย์เช่นเดียวกัน
“ค่ะ ท่านอาจารย์” ซินนี่รับคำรีบไปหาอาจารย์อีกคนทันที
“มาแล้วรึซินนี่”
คูลโซ่ทักทายลูกศิษย์สาวเสียงเรียบติดจะขรึม เขาหยั่งรู้อนาคตว่าเดือนเพ็ญนี้ ซินนี่ต้องออกเดินทางไปยังโลกมนุษย์เพื่อไปหาเนื้อคู่ของเธอ แม้ซินนี่จะซุกซน แอบหนีเที่ยว ไม่ค่อยขยันฝึกฝนวิชาสักเท่าไหร่ แต่เขารู้ว่าเธอเป็นแม่มดที่มีจิตใจดี ชอบช่วยเหลือแม่มดและสัตว์ทั้งหลายที่เดือดร้อนอยู่เสมอ แต่เพราะความรักสนุก มีความคิดไม่เหมือนแม่มดตนอื่นจึงเรียนวิชาได้ล่าช้า เวลาท่องเวทมนตร์ผิดๆ ถูกๆ ต้องโดนเขาตำหนิเป็นประจำ แต่หากเขาปล่อยปละละเลย ลูกศิษย์สาวคงแย่กว่านี้ เหตุผลที่สำคัญอีกประการคือเธอเป็นหลานสาวคนเดียวของแม่มดที่เขาปักใจรักไม่เสื่อมคลายตั้งแต่ยังหนุ่ม
“ค่ะ ท่านอาจารย์” ซินนี่สงบเสงี่ยมมากพอสมควรขณะอยู่กับอาจารย์คูลโซ่ หากแก่นนักจะโดนตำหนิเอาอีก แถมบางทีถูกสาปให้ยืนนิ่งเหมือนท่อนไม้ตั้งครึ่งค่อนวันจนเธอขยาด จึงไม่กล้าทำอันใดให้อาจารย์ไม่พอใจ
“เจ้าเข้ามาใกล้ๆ ข้าหน่อยสิ ข้าจะให้ของวิเศษแก่เจ้า” คูลโซ่เรียกลูกศิษย์สาวเข้ามารับของวิเศษที่ต้องพกติดตัวไปโลกมนุษย์นอกจากของที่แม่มดควรมีอยู่ก่อนแล้ว
“สร้อยอะไรคะท่านอาจารย์” ซินนี่มองสร้อยที่เป็นโลหะวงกลมสีดำสนิท ด้านในเป็นรูปดวงดาวห้าแฉกฝังอยู่ด้วยความฉงน
“นอกจากของวิเศษที่ติดตัวเจ้าแล้ว สร้อยเส้นนี้จะช่วยเหลือเจ้ายามคับขัน” คูลโซ่มอบสร้อยโลหะที่เป็นเครื่องรางสำคัญให้ซินนี่ ซึ่งจะต้องใช้ในอนาคตอันใกล้หลังจากเดินทางไปยังโลกมนุษย์
“ช่วยเหลือเช่นไรเหรอคะ” ซินนี่อยากรู้ว่าสร้อยเส้นนี้มีความสำคัญ และมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง
“เจ้าสามารถขอพรจากสร้อยเส้นนี้ได้สามครั้ง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นยามคับขันจริงๆ แล้วต้องเป็นคนละวันกันด้วย หากวันนั้น เจ้าขอไปแล้วจะขอซ้ำอีกไม่ได้ เจ้าต้องช่วยเหลือตัวเองเอาแล้วกัน ส่วนนี่กระจกวิเศษ สามารถทำให้เจ้าหยั่งรู้อดีตและอนาคตได้ แต่เจ้าต้องท่องเวทมนตร์เอาเอง ที่สำคัญ เจ้าต้องสำเร็จวิชาขั้นสูงถึงจะรู้อนาคตได้ อาจารย์ให้เจ้าติดตัวเอาไว้ อย่างไรเสียก็ต้องให้เจ้าอยู่แล้ว”
ซินนี่รับกระจกมาถือไว้ เธอจำได้ว่าอาจารย์สอนเวทมนตร์บทนี้ไปแล้ว แต่เธอท่องเวทมนตร์ไม่ค่อยถูก บางทีเวลาคับขันท่องผิด จนครั้งหนึ่งเคยทำให้พ่อมดตนหนึ่งกลายเป็นกระรอก จนตอนนี้ยังหาวิธีถอนคำสาปไม่ได้ ปิแอร์จึงต้องกลายมาเป็นทั้งเพื่อนทั้งสัตว์เลี้ยงของเธอในเวลาต่อมา เนื่องจากปิแอร์ในร่างกระรอกน้อยต้องเรียนวิชาไม่ต่างจากเธอเหมือนกัน ผู้เป็นยายและอาจารย์ไม่เคยสอนวิธีแก้คำสาปให้เธอจนถึงบัดนี้ แม้เธอจะพร่ำแก้ไขเช่นไรก็ไม่สามารถทำให้ปิแอร์กลับคืนร่างเดิมได้สักที
“อาจารย์สอนข้าอีกรอบได้ไหม” ซินนี่ถามอย่างเกรงๆ ผู้เป็นอาจารย์
คูลโซ่ส่ายหน้าไปมา ตอบลูกศิษย์ด้วยความเอ็นดูมากกว่าครั้งไหนๆ
“เวทมนตร์พวกนี้ข้าเคยสอนเจ้าไปแล้ว เจ้าไปอยู่โลกมนุษย์ให้หมั่นฝึกฝนวิชา ท่องเวทมนตร์เอาเอง อย่ามัวแต่เที่ยว ต่อไป เจ้าต้องเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ คงไม่มีใครช่วยเจ้าได้ นอกจากตัวของเจ้าเอง” ประโยคหลังคูลโซ่แอบกระทบไปถึงใครอีกคนหนึ่ง ซินนี่เลือกเงียบไว้ รู้ว่าอาจารย์หมายถึงอาจารย์อีกคน
“อาจารย์จะไม่ช่วยข้าสักนิดเหรอ” ซินนี่แอบอ้อนด้วยความหวัง เธอไม่เคยอ้อนอาจารย์คูลโซ่เช่นนี้มาก่อน
“เจ้าไปได้ เวทมนตร์ ข้าสอนไปหมดแล้ว เจ้าเอาตัวเองให้รอดแล้วกัน” คูลโซ่บอกลูกศิษย์เสียงเฉียบขาด ไม่ยอมใจอ่อนแม้แต่นิดเดียว แต่ถึงจะดุกับซินนี่เพียงใด เขารักและเอ็นดูซินนี่เสมอ เธอจะจำมนตร์ที่เขาสอนได้ดีเฉพาะบทที่สนใจจริงๆ แต่บทไหนไม่ชอบ ไม่สนใจ ไม่ยอมจำสักที ทั้งๆ ที่เป็นแม่มดที่หัวไวใช่เล่น ไปอยู่โลกมนุษย์คราวนี้ เขารู้ว่าซินนี่จะพัฒนาตัวเองได้มากทีเดียว
“ค่ะ ท่านอาจารย์”
ซินนี่จำใจรับคำ หน้าซึมนิดๆ หลังจากอ้อนอาจารย์ไม่สำเร็จ คูลโซ่รู้สึกสงสารแต่ใจแข็งเอาไว้ดังเดิม
“งั้นข้าลานะคะ” ซินนี่คอตกหมุนกายหันหลังให้อาจารย์เพื่อไปหาอาจารย์อูลก้าต่อ
“เดี๋ยว”
คำพูดของอาจารย์ทำให้ซินนี่หันไปมองด้วยความหวัง ดวงตาเป็นประกายคิดว่า อาจารย์คงใจอ่อนสอนเวทมนตร์บางบทเพื่อทบทวนให้อีกครั้ง
“ทำไมเจ้าไม่หัดหายตัวบ้าง”
ซินนี่หุบยิ้ม ผิดหวังกับคำถามของอาจารย์ เธออุตส่าห์ดีใจคิดว่าอาจารย์จะสอนเวทมนตร์ให้เสียอีก
“ข้ากำลังจะหายตัวอยู่เลย” ซินนี่รีบพูดกลบเกลื่อน เธอไม่อยากเสียหน้าถ้าจะบอกว่าจำเวทมนตร์บทนั้นไม่ค่อยได้ ด้วยความที่ไม่ค่อยมีสมาธิจึงร่ายเวทมนตร์ไปโผล่อีกที่หนึ่ง
คูลโซ่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อลูกศิษย์สาวก็หายตัวไปเสียแล้ว
“อ้าว ผิดที่เหรอนี่” ซินนี่เกาหัวไปมา แต่ก่อนที่จะร่ายเวทมนตร์อีกครั้ง เสียงหัวเราะเยาะก็ดังขึ้นรอบตัว
“ลูกศิษย์ของอาจารย์คูลโซ่ผู้เก่งกาจ ขนาดร่ายเวทมนตร์หายตัว ยังร่ายมาโผล่ผิดที่เลย” ยูริเบ้ปากส่งสายตาดูถูกดูแคลนให้ซินนี่
“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า แล้วไม่เกี่ยวกับเจ้าด้วย” ซินนี่โต้กลับด้วยความไม่ชอบใจ
“มันไม่ใช่เรื่องของข้าหรอก แต่ข้าแค่สมเพชเวทนาเจ้า ฝึกเวทมนตร์มานานขนาดนี้ยังร่ายเวทมนตร์ผิดๆ ถูกๆ เสียชื่ออาจารย์ของเจ้าหมด” ยูริกอดอกเยาะเย้ยซินนี่ด้วยความสะใจ
“เจ้าเถอะ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ฝึกวิชาแล้วทำเรื่องไม่ดี อีกไม่นาน เวทมนตร์จะเสื่อม”
“ปากดีนักนะ อยากลองดีกับข้าใช่ไหม” ยูริปล่อยพลังใส่ซินนี่ด้วยความโมโห
“หยุดนะ” จอร์จรีบเข้ามาขวางช่วยเหลือซินนี่เอาไว้
“เจ้ากล้ามาช่วยมันรึ” ยูริพูดด้วยความโมโห ดวงตาวาวโรจน์
“เจ้าไม่ควรใช้เวทมนตร์ทำร้ายผู้อื่นเช่นนี้” จอร์จตำหนิตรงๆ
“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า” ยูริเถียงด้วยความเคืองแค้น
“ไปกันเถอะซินนี่ อย่าไปยุ่งกับพวกอันธพาลเลย” จอร์จรีบพาซินนี่หายตัวไปทันที
ยูริได้แต่เจ็บใจซินนี่รอดไปอีกแล้ว
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้างซินนี่” จอร์จถามลูกศิษย์อาจารย์เดียวกันด้วยความเป็นห่วง
“ข้าไม่เป็นอะไร ขอบใจเจ้ามาก”
“เจ้าเป็นอะไรรึ ทำไมสีหน้าไม่สู้ดีนัก”
“ข้าต้องเดินทางไปยังโลกมนุษย์ ท่านยายบอกว่าได้เวลาที่ข้าจะมีคู่แล้ว”
“งั้นขอให้เจ้าโชคดี ดูแลตัวเองด้วย” จอร์จอวยพรให้หญิงสาว
“ขอบใจเจ้ามาก อีกไม่นานเจ้าคงเจอเนื้อคู่ของเจ้าด้วยเช่นกัน”
“คงแบบนั้น ข้าคงต้องไปแล้ว อาจารย์คูลโซ่นัดฝึกวิชาเอาไว้ อีกไม่นาน ข้าคงสำเร็จขั้นสูง”
“ข้ารู้ว่าเจ้าเก่ง คงอีกไม่นาน ส่วนข้าไม่ค่อยเอาไหนเสียเลย” ซินนี่พูดเสียงแผ่ว
“เจ้าอย่าคิดมาก ถึงไปอยู่โลกมนุษย์เจ้าก็สามารถฝึกวิชาได้นี่ ข้ารู้ว่าเจ้าหัวดี” เขาให้กำลังใจเธอ
“ขอบใจเจ้าอีกครั้ง”
“ข้าไปก่อนละ วันที่เดินทางข้าจะมาส่งเจ้าอีกที” จอร์จบอกด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร ก่อนเขาจะหายตัวไปหาอาจารย์คูลโซ่เพื่อฝึกวิชาตามที่ได้นัดหมายเอาไว้
จอร์จไปแล้ว ซินนี่จึงนั่งลงอย่างหมดแรง คิดอะไรเรื่อยเปื่อยแล้วถอนใจติดกันหลายครั้ง
“ถอนใจแรงเชียวนะ ซินนี่” ปิแอร์พ่อมดหนุ่มที่โดนสาปเป็นกระรอกกระโดดมาเกาะบนไหล่ของหญิงสาวด้วยความห่วงใย
“ปิแอร์ คืนเดือนเพ็ญนี้เราต้องเดินทางลงไปยังโลกมนุษย์กัน” ซินนี่บอกปิแอร์ กระรอกน้อยที่เกาะอยู่บนบ่า
“ไปทำไมรึ จะไปเที่ยวกับอาจารย์อูลก้าอีกเหรอ ข้าไม่ไปด้วยแล้ว เดี๋ยวโดนท่านยายเล่นงานเอาอีก คราวนี้สงสัยคงโดนหนักกว่าครั้งก่อน” ปิแอร์รีบปฏิเสธทันทีด้วยความขยาด ครั้งก่อน เวทมนตร์ของอูลก้าที่กำบังตัวเอาไว้ไม่ให้ใครเห็นว่าแอบหนีไปเที่ยวยังโลกมนุษย์หมดก่อนที่จะเดินทางกลับมาเสียอีก จนถูกนาเนียร์ลงโทษเอา
“ท่านยายให้ข้าไปตามหาเนื้อคู่ภายในสามเดือน แล้วยังบอกอีกว่า หากหาไม่เจอเขา ข้าจะต้องกลายเป็นแมวป่าตลอดชีวิต ไม่ใช่จะหนีเที่ยวแบบที่เจ้าว่าหรอก” ซินนี่เท้าคางปฏิเสธความคิดของปิแอร์
“อ๋อ... เจ้าคงถึงเวลามีคู่แล้ว แต่เจ้าคงชอบละสิ ปกติเจ้าชอบหนีเที่ยวโลกมนุษย์กับท่านอาจารย์อูลก้าเป็นประจำอยู่แล้วนี่” ปิแอร์ดักคอ
“ชอบน่ะชอบหรอก แต่มีภาระแบบนี้ข้าไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แถมเวทมนตร์ข้าไม่ค่อยได้เรื่อง หากไม่เจอเนื้อคู่ของข้าก่อนกำหนด ข้าคงต้องถูกสาปตลอดไป ที่สำคัญคือ ข้าห้ามใช้เวทมนตร์ทำให้เขาบอกรักด้วย”
“เจ้าอย่าเครียดไปเลย ข้ารู้ว่าเจ้าเก่งเสมอ เอาตัวรอดได้สบาย แม้จะอยู่ในสถานการณ์ชวนเสียวไส้เจ้าก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ข้าเคยได้ยินอาจารย์อูลก้าบอกว่า มนุษย์โลกที่เป็นเพศชายสามารถยั่วยวนได้ง่ายกว่าพ่อมด คงไม่เกินความสามารถของเจ้าหรอก เจ้าสวยและเซ็กซี่ขนาดนี้”
“ข้าถือว่าเป็นคำชมของเจ้านะปิแอร์” ซินนี่ลูบหัวปิแอร์ยิ้มๆ เมื่อเขาชมว่าเธอสวยและเซ็กซี่
“ข้าอยากรู้ว่าเนื้อคู่ของเจ้าจะเป็นหนุ่มรูปงามคนใดในโลกมนุษย์” ปิแอร์กระโดดไปนั่งบนพนักเก้าอี้อีกตัวขณะคุยกับหญิงสาว
“ข้าอยากรู้มากกว่าเจ้าอีก แต่ในความไม่มั่นใจของข้า ข้ามั่นใจว่าข้าจะต้องเจอเขาในระยะเวลาที่กำหนด”
“นั่นไง เจ้าเก่งหรอกซินนี่ เจ้ามั่นใจกี่เปอร์เซ็นต์”
“หนึ่งเปอร์เซ็นต์”
คำตอบของซินี่ทำให้ปิแอร์หัวเราะกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้น
“เจ้าไม่ต้องมาหัวเราะขำข้าเลย” ซินนี่กอดอกงอนๆ
“ซินนี่ เจ้าทำอะไรชักช้านัก ข้าบอกให้เจ้ามาหา รอแล้วรออีกก็ไม่มา” อูลก้าแหวกผนังห้องเข้ามาแบบไม่ทันให้คนที่อยู่ในห้องได้ตั้งตัว
“ท่านอาจารย์ตกใจหมด” ซินนี่สะดุ้งกับการมาของอาจารย์สุดหล่อจริงๆ แทนที่จะหายตัวมาแบบพ่อมดตนอื่น กลับแหวกผนังห้องมาเสียแบบนั้น
“เจ้านี่ไม่ได้เรื่องจริงๆ ต้องให้ข้ามาหาเจ้าเอง” อูลก้ายังบ่นไม่เลิก
“ข้าขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะลืม แต่ข้ามีเรื่องต้องคิดมากมาย”
“เจ้าจะคิดอะไรมากมายให้ปวดหัว เดี๋ยวนี้ เจ้าจะดำเนินรอยตามเจ้าคูลโซ่แล้วเรอะ เอ้านี่ ข้ามีของให้เจ้า” อูลก้ายื่นขวดขนาดจิ๋วให้ซินนี่
“อะไรหรือท่านอาจารย์” ซินนี่รับขวดใบเล็กมาถือด้วยความงุนงง
“ยาเสน่ห์สูตรใหม่ของข้า รับรองแค่แตะนิดเดียวเห็นผลเกินคาด” อูลก้ากอดอกมองลูกศิษย์สาวด้วยความภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง หากจะเอ่ยถึงยาสมุนไพรทุกชนิด โลกเวทมนตร์ไม่มีพ่อมด แม่มดตนใดสู้เขาได้เลยแม้แต่คูลโซ่ผู้เก่งกาจก็เถอะ
“แต่ท่านให้ข้าทำไมรึ” ซินนี่มองตามด้วยความสงสัย
“เจ้านี่ ให้ๆ ก็รับไปเถอะ อาจารย์ให้ของแทนที่จะขอบใจ เอาเก็บไว้เถอะเผื่อเจ้าต้องใช้ แล้วเอาอันนี้ไปด้วย” อูลก้ายื่นขวดขนาดเล็กอีกใบให้ซินนี่
“อะไร” ซินนี่ขมวดคิ้วมองขวดใบเล็กที่บรรจุน้ำสีแดงสดเอาไว้ด้านใน ซึ่งแตกต่างจากขวดยาเสน่ห์ซึ่งเป็นขวดน้ำสีเขียว
“เจ้านี่ถามมากจริงๆ” อูลก้าแสร้งทำเป็นรำคาญ
“ก็ข้าอยากรู้นี่” ซินนี่รบเร้าถาม คิดว่ามันต้องสำคัญมากแน่นอน ไม่งั้น อาจารย์อูลก้าคงไม่ทำท่าทางกอดอกยืดเสียขนาดนั้น แสดงว่ามันต้องเป็นสิ่งที่วิเศษสุดยอดแน่นอน
“สมุนไพรชุบชีวิต เป็นยาวิเศษที่ข้าคิดค้นสูตรเอง เจ้าเอาเก็บไว้ หากอยู่โลกมนุษย์อาจต้องใช้”
ซินนี่จึงรีบขอบคุณอาจารย์ด้วยความตื้นตัน “ท่านยอดเยี่ยมมาก” ซินนี่เก็บยาสองขวดเอาไว้เป็นอย่างดี
“ถึงข้าจะไม่ได้มีมนตร์วิเศษมากมายเหมือนเจ้าคูลโซ่มัน แต่ยาของข้ารับรองได้ว่าสุดยอดจริงๆ” อูลก้ากอดอกหยิ่งๆ เมื่อเอ่ยชื่อถึงพ่อมดอีกตน ซินนี่กับปิแอร์แอบหัวเราะคิกคัก รู้ทันอูลก้าที่ไม่ค่อยต่างจากคูลโซ่เท่าใดนักหากได้โอกาสที่จะข่มอีกฝ่าย เธอและปิแอร์เลือกที่จะเงียบเอาไว้
“ท่านอาจารย์ของข้าเก่งอยู่แล้ว” ซินนี่ชมอูลก้าจากใจจริง เธอรู้ว่าเรื่องสมุนไพร ถึงเป็นคูลโซ่ก็สู้อูลก้าไม่ได้
“เจ้าไม่ต้องมาแกล้งยอ ข้าไม่บ้ายอหรอก ข้ารู้หรอกว่าตัวเองเก่งกาจขนาดไหน แต่ไม่ยกตนเท่านั้น” คำพูดของอูลก้าทำให้ซินนี่กับปิแอร์แอบหลิ่วตาหากัน ว่าขี้โม้ไม่เคยเปลี่ยน หากอยากได้อะไรจากอูลก้า ยอสักหน่อยก็ประเคนให้หมด
“ข้าไปละ คืนวันเพ็ญนี้ ข้าจะไปส่งเจ้าเอง” อูลก้าหายตัวออกจากห้องของลูกศิษย์สาวทันทีหลังจากให้ของสำคัญแก่นาง คำพูดที่บอกว่า จะไปส่งเจ้าเอง ทำให้ซินนี่มองปิแอร์อีกครั้ง ทั้งสองรู้ว่าไม่ใช่ไปส่งธรรมดาแน่นอน
ซินนี่ลาผู้เป็นยาย แม่ อาจารย์และเพื่อนๆ ในโลกเวทมนตร์ก่อนออกเดินทาง โดยมีปิแอร์เป็นเพื่อนร่วมเดินทาง ส่วนอูลก้าก็ตามลูกศิษย์สาวไปด้วย แต่อยากตามไปเที่ยว แล้วก็ต้องการไปทดลองยาเสน่ห์สูตรใหม่กับสาวๆ สวยๆ ยังโลกมนุษย์นั่นเอง
“ท่านอาจารย์เสียงดังชะมัด” ซินนี่พยายามตะโกนฝ่าเสียงเพลงในผับที่เปิดดังจนแสบแก้วหู