เมื่อไม่มีเสียงตอบจากหญิงสาวร่วมเตียง ชายหนุ่มก็เบือนหน้ามาช้าๆ ครานี้เขาเห็นเธอเต็มตา ผมหยิกเป็นลอนของเธอดูยุ่งเหยิงล้อมรอบกรอบหน้ารูปไข่ที่เปียกชื้น ซึ่งแยกไม่ออกว่าจากคราบน้ำตาหรือเหงื่อไคลกันแน่ แต่ก็คงจะผสมปนเปกันไป ใบหน้าเศร้าปนหวาดระแวงยามมองเขาเหมือนวางอยู่บนกองผ้า เมื่อเธอดึงผ้าห่มสีขาวไปห่อหุ้มกายร่างเอาไว้ เขาเลิกคิ้วเข้มได้รูป ก่อนถามย้ำ
“ว่าไง ชื่ออะไร” เขาจำได้แค่ว่าเห็นเธอในงานหมั้นของน้องสาวคนเดียวของเขาเมื่อหัวค่ำ เวลานี้เมื่อเหลือบไปมองนาฬิกาตรงเหนือประตู มันบอกเวลาตีสองกว่า
“จะชื่ออะไรก็เรื่องของฉัน” เธอตอบเสียงสะบัด เมินหน้าหนีไม่อยากสบตาเขา เธอกลัวสายตาเขาจะแสดงให้เห็นว่า แม้เธอจะดึงผ้าห่มมาพันกายเอาไว้ แต่ร่างกายเนื้อตัวของเธอนั้นเขาเห็นจนทะลุปรุโปร่งแล้ว จากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ไม่นานนัก
คิ้วเข้มที่เลิกขึ้นเมื่อครู่ขมวดเข้าหากันจนชิด แปลกใจปนระอากับผู้หญิงตรงหน้า หน้าตาใช่ว่าจะสะสวยเสียมากมาย แต่คำพูดท่าที เหมือนตนเองสวยเลิศและเขากำลังตามงอนง้อ ชายหนุ่มส่ายหน้าช้าๆ
“ไม่บอกชื่อก็ตามใจ แล้วจะเอายังไงกับเรื่องนี้” เขาคงไม่ต้องพูดให้กระจ่างแจ้งว่าเป็นเรื่องอะไร เธอก็คงรู้ และถ้าไม่โง่ก็คงคิดได้ว่าเขาอยากให้เธอเรียกค่าเสียหาย แน่นอนมันย่อมหมายถึงจำนวนเงินที่ชดเชยกับความสาวของเธอ ทั้งที่ตอนแรกเขาคิดว่าเธอคงไม่สนใจในเรื่องเงินทอง ก็ท่าทางยินยอมพร้อมใจของเธอในตอนนั้นทำให้เขาคิดว่าเป็นแค่ผู้หญิงรักสนุกคนหนึ่ง ยอมนอนกับผู้ชายที่พอใจในรูปร่างหน้าตาเป็นครั้งคราวแล้วแยกย้าย ไม่มีอะไรต่อกันซึ่งเขาก็ผ่านผู้หญิงจำพวกนี้มามากแล้ว
แต่เมื่อเขารู้โดยประสบการณ์และสิ่งที่แสดงให้เห็น ทั้งอาการของเธอ คราบเปรอะเปื้อนบนที่นอน รวมถึงเสียงกรีดร้องอาละวาดเมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไป เขาจึงรู้ว่าเข้าใจผิด เธอไม่ใช่พวกรักสนุก แต่กลับเป็นสาวพรหมจรรย์ เวลานี้เขาจึงไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดีที่ได้เปิดบริสุทธิ์ผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงที่กำลังบอกเขาว่า
“ไม่เอาอะไรทั้งนั้น ฉันจะไม่ลากคุณเข้าคุก ขอแค่ให้ลืมมันไปให้หมด และหวังว่าคุณคงไม่เอามันไปพูดกับใคร ว่าเอ่อ...เอ่อ...” เธอกระอึกกระอักยากที่จะพูดคำที่ทำร้ายจิตใจและความสาวของเธอออกมาจากปาก
“ผมไม่เลวขนาดเอาเรื่องแบบนี้ไปโพนทะนาหรอก” เขาค้าน จึงได้เห็นดวงตาหล่อนวาวโรจน์ ก่อนเสียงแหลมปานหอกจะทิ่มแทงเข้ารูหู
“ไม่เลว เชอะ! ขนาดข่มขืนผู้หญิงนี่ไม่เรียกว่าเลว แล้วจะเรียกว่าอะไรอีก”
“คิดดูดีๆ สิคุณ ผมขืนใจหรือคุณยินยอมกันแน่ เสื้อผ้าคุณก็ถอดของคุณเอง แถมยังขึ้นมานอนรอบนเตียงเสร็จสรรพ ผมแค่สนองตอบตามที่คุณ...” ใบหน้าคนพูดสะบัด เพราะฝ่ามือของคนฟัง ก่อนเธอจะยืนชี้หน้าเขา มือสั่นอย่างโกรธจัด
“เลว แกไม่ใช่ลูกผู้ชาย ไอ้บ้า”
ทันทีที่ชายหนุ่มหันหน้าที่ถูกตบจนชาไปทั้งแถบกลับมา ก็หงายหลังลงไปนอนข้างเตียงเมื่อเจ้าของฝ่ามือโถมเข้าหาทั้งตัว และระดมฝ่ามือเข้าใส่อีกไม่ยั้ง
“เฮ้ย! บอกให้หยุด หยุดบ้าได้แล้ว หยุด!” เขายกท่อนแขนกันพายุฝ่ามือของร่างเปล่าเปลือยที่ทับอยู่บนตัว
“คนอย่างแกต้องตบให้ตายคามือ ไอ้บ้า ไอ้ลามก ไอ้คนเลว” เธอยังระดมฝ่ามือเข้าใส่ แม้ว่ามันจะไม่ตรงเป้าที่เล็งไว้คือใบหน้าขาวๆ ของเขา เพราะท่อนแขนและฝ่ามือเขายกขึ้นมากันเอาไว้ โดยลืมคิดไปสนิทว่าทั้งตัวเธอและชายหนุ่มต่างอยู่ในสภาพใด หญิงสาวมารู้ตัวก็เมื่อเขาใช้มือผลักอกเธอให้ออกห่าง ซึ่งมันสัมผัสเข้ากับทรวงอกกลมกลึงขนาดพอเหมาะของเธอเข้าพอดิบพอดี และดูเหมือนเขาเองก็ชะงักไปทันที
“ไอ้คนฉวยโอกาส” เธอชักมือตนเองมาบดบังหน้าอกเอาไว้ พร้อมต่อว่าเขาดวงตาเขียวปัด
“ผมขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ” เขารีบแก้ตัว และได้ฝ่ามือเต็มๆ กลับมาบนใบหน้า เพิ่มความชาเป็นทวีคูณ ก่อนที่ร่างบนลำตัวเขาจะลุกขึ้นวิ่งหายเข้าไปในห้องน้ำเล็กๆ ปิดประตูดังโครม
ชายหนุ่มมองตามร่างเปลือยนั้นไปด้วยแววตาสำนึกผิด ตอนเธอผละจากเขาไปเข้าห้องน้ำทำให้เห็นสรีระของเธอเต็มตา นับว่าหุ่นของเธอนั้นสวยงาม ร่างประเปรียวสูงระหงค่อนไปทางผอม แต่มีส่วนเว้าส่วนโค้งและหน้าอกของเธอเต็มไม้เต็มมือเมื่อไปสัมผัสเข้าอย่างไม่ตั้งใจเมื่อครู่ และตั้งใจในก่อนหน้านี้ตอนมีความสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ที่เขาเริ่มงุนงง เขาข่มขืนใจเธอหรือ? คนอย่างเขานี่นะหรือจะข่มขืนผู้หญิงที่ไม่ยินยอม ก็ในเมื่อมีผู้หญิงมากหน้าหลายตาต่างมาเสนอตัวให้ ชนิดหิ้วพวกหล่อนมานอนได้ไม่ซ้ำหน้าถ้าเขาต้องการ แล้วกับผู้หญิงคนนี้ คนที่ด่าเขาปาวๆ ว่าเป็นคนเลว ผู้หญิงที่จะมองมุมไหนก็ไม่มีแรงดึงดูดทางเพศสำหรับเขา แม้หุ่นเธอจะดีแต่ผิวสีน้ำผึ้งของเธอนั้นทำให้เขาส่ายหน้า เพราะเขาจะมีอารมณ์ทางเพศกับผิวขาวๆ ของสาวๆ ที่เข้ามาพัวพันเท่านั้น แล้วอย่างนี้เขาจะอยากได้ตัวเธอขนาดลงมือข่มขืนเชียวหรือ
ก๊อก! ก๊อก!
“นี่คุณ”
โครม!
เสียงเคาะประตูเรียกของเขาถูกสวนกลับมาด้วยวัตถุชิ้นหนึ่งชิ้นใดชนเข้ากับประตูอย่างแรง จนเขาสะดุ้งผงะออกห่างประตูโดยอัตโนมัติ ก่อนจะส่ายหน้าระอา สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มใจ ก่อนทำใจดีเรียกเธออีกครั้ง
“คุณ ออกมาตกลงกันก่อน”
โครม!
“ไปให้พ้น ไม่ต้องตกลงอะไรทั้งนั้น ไป” หลังจากขว้างของเข้าใส่บานประตู ก็ตามด้วยเสียงเกรี้ยวกราด จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝักบัวดังซู่ซ่า
ชายหนุ่มละสายตาจากบานประตู ที่ได้ยินเสียงฝักบัวซ่าๆ อยู่ด้านใน หันหลังพิงบานประตูเอาไว้ พร้อมกวาดตามองไปบนพื้น เสื้อผ้าของเขาและเธอยังทิ้งเกลื่อนกลาด เขาจำชุดเดรสสีแดงที่เธอสวมใส่เข้ามาในงานฉลองหมั้นของอินทุอรน้องสาวคนเดียวของเขา กับพีรัชลูกชายนายธนาคารใหญ่ได้ แม้ชุดแดงจะเน้นผิวสีน้ำผึ้งของเธอให้โดดเด่น แต่มันไม่สะดุดตาสะดุดใจเขา เท่ากับสายตาของเธอที่มองคู่หมั้นหนุ่มของน้องสาวเขา และพีรัชก็มองเธอด้วยสายตาไม่แตกต่างกันนัก จากนั้นเหมือนเธอจะหายตัวไปจากงานเลี้ยง
ส่วนเขาเมื่อดื่มเหล้าแก้วสุดท้ายที่บริกรยกมาให้ ก็รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เขายังนึกตำหนิตนเองว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สาวๆ ที่มาในงานถึงแม้จะมีบ้างที่แต่งตัววับแวม แต่ไม่น่าปลุกเร้าอารมณ์เขาขนาดเกินความควบคุม เขาต้องรีบกลับไปที่ห้องพักของโรงแรม ซึ่งเปิดไว้สำหรับเจ้าภาพพักผ่อนระหว่างรอแขกมาร่วมงาน เพื่ออาบน้ำให้ร่างกายที่ตื่นตัวให้สงบลง
แต่เมื่อเขาเข้าไปในห้องก็พบว่าหญิงสาวผู้นี้อยู่ในห้องนั้นแล้ว และเธอก็มีสภาพไม่ต่างจากเขานัก ใบหน้าเธอแดงก่ำ ดวงตาหยาดเยิ้ม และเหมือนเธอกำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเอง พร้อมเสียงพึมพำว่าร้อนเสียเหลือเกิน จากนั้นทั้งเขาและเธอต่างยินยอมพร้อมใจก้าวขึ้นไปบนเตียงกลางห้อง แล้วทุกอย่างมันก็เป็นไปตามครรลอง แม้จะเหนือการควบคุมของเขาและเธอ
ชายหนุ่มครุ่นคิดขณะเดินเข้ามาใกล้เตียงใหญ่ที่ยับยู่ยี่ คราบเลือดสีจางซึ่งไม่ต้องให้อธิบายว่าเป็นเลือดของใคร และเกิดขึ้นได้อย่างไรปรากฏบนผ้าปูที่นอน ตอกย้ำให้รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ในห้องน้ำนั้นไม่ใช่สาวรักสนุกที่ยอมนอนกับใครง่ายๆ เป็นแน่ ถ้าไม่ถูกกระทำ แล้วเขาก็คงไม่พิศวาสเธอขนาดควบคุมตัวเองไม่ได้ขนาดนี้ ผิวสีน้ำผึ้งของเธอแม้จะดูเนียนนุ่มมือ แต่เขาไม่ชอบ บอกได้เลยถ้าไม่เมา เขาเอาเจ้าหล่อนไม่ลง
เราสองคนถูกวางยา ชายหนุ่มคิดเช่นนั้น
ใครกล้าดียังไงมาทำกับ นายอาติณณ์ อรรถนนท์ แบบนี้