ตอน 1

บทที่ 1

บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ในชุดทำงานสะอาดสะอ้านก้าวออกจากคฤหาสน์หลังงาม มุ่งหน้าตรงไปยังรถยนต์ส่วนตัวที่คนขับรถติดเครื่องจอดรออยู่

ไทเรลล์ ลินเดลอฟ คือชื่อของเขา หนุ่มลูกครึ่งไทย-รัสเซียผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรลงมาจุติ ใบหน้าของเขาคมสัน เครื่องหน้าเหมาะเจาะลงตัว ริมฝีปากหยักสวยสีแดงสดแย้มยิ้มเสมอเมื่อมีสิ่งที่พึงใจอยู่ตรงหน้า

เขาอายุอานามย่างเข้าสามสิบแปดปีแล้ว แต่ก็ยังครองตัวเป็นโสด ไม่ยอมแม้แต่จะมีคนรักอีกหลังจากที่เลิกรากับอดีตคนรักไปเมื่อเจ็ดปีก่อน ทุกคนรวมถึงมารดาของเขาต่างลงมติว่าไทเรลล์อาจจะยังเจ็บปวดกับความรักครั้งเก่า ทำให้ไม่ยอมมีความรักครั้งใหม่ ดังนั้นท่านจึงมักจะจัดหาหญิงสาวชาติตระกูลดีแต่หน้าตาไม่ได้ดีตามชาติตระกูลมานำเสนอให้เขาเลือกเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีสาวคนไหนสามารถเอาชนะใจคุณหมอหนุ่มรูปงามคนนี้ได้เลย

“คุณหมอคะ”

เสียงกระหืดกระหอบของสาวใช้ดังขึ้นด้านหลัง ชายหนุ่มชะงักเท้าและหมุนตัวกลับไปมอง

“มีอะไรหรือมาลี”

“คุณผู้หญิงให้มาเตือนว่าเย็นนี้คุณหมอมีนัดดูตัวนะคะ”

สีหน้าของไทเรลล์เกลื่อนไปด้วยความเบื่อหน่าย แต่ก็ยังคงระบายยิ้มอบอุ่น

“ฉันไม่ลืมหรอก”

สาวใช้ระบายยิ้มกว้าง ยืนมองเจ้านายหนุ่มสุดหล่อแล้วก็บิดตัวม้วนไปมา เพราะไทเรลล์หล่อเหลาเหลือเกิน

“ไปบอกคุณแม่ได้แล้ว ไม่ต้องมายืนจ้องฉันแบบนี้หรอก”

“ก็คุณหมอหล่อเหมือนไม่ใช่คนนี่คะ”

ริมฝีปากของไทเรลล์คลี่ยิ้มขบขัน “ถ้าฉันไม่ใช่คน แล้วฉันเป็นผีหรือไง”

“เปล่าค่ะ เป็นเทวดา”

ไทเรลล์หัวเราะเสียงดังมากขึ้น ก่อนจะยกมือขึ้นโบกไล่สาวใช้อย่างไม่อยากเสียเวลาอีก

“ไปได้แล้ว ฉันจะไปทำงานเหมือนกัน”

“ค่ะคุณหมอ”

ไทเรลล์มองสาวใช้วัยรุ่นที่วิ่งหน้าตั้งหายเข้าไปในตัวตึกใหญ่ด้วยความขบขัน ก่อนจะเดินตรงไปที่รถคันงาม

“ไปได้แล้วครับ ลุงริชาร์ด”

“ครับคุณหมอ”

ชายหนุ่มก้าวขึ้นรถ ริชาร์ดปิดประตูรถให้อย่างนุ่มนวล ก่อนจะขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ และเคลื่อนเจ้ายานพาหนะราคาแพงระยับไปข้างหน้า เพื่อไปยังโรงพยาบาลเอกชนสุดหรูใจกลางเมือง ซึ่งเป็นกิจการหลักของตระกูล ลินเดลอฟ

หลังจาก มิลเลอร์ ลินเดลอฟ เสียชีวิตลงกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสิบปีก่อน ลินดา ลินเดลอฟ ผู้เป็นมารดาของไทเรลล์ ลินเดลอฟ ก็ต้องเข้ามาดูแลกิจการเองทุกอย่าง โชคดีที่ไทเรลล์สนใจเรียนทางการแพทย์ เมื่อชายหนุ่มเรียนจบ จึงได้เข้ามาบริหารโรงพยาบาลของครอบครัวแทนผู้เป็นมารดา ซึ่งแน่นอนว่าไทเรลล์ทำได้เป็นอย่างดี เพราะหลังจากที่เขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารเต็มตัว ลินเดลอฟ ฮอสปิตอล ก็กลายเป็นโรงพยาบาลชั้นนำอันดับหนึ่งของประเทศไทย และมีสาขามากมายทั้งในประเทศไทย และประเทศรัสเซีย

คุณหมอหนุ่มไทเรลล์ ลินเดลอฟ คือผู้ชายในฝันของสาวน้อยสาวใหญ่ แต่แปลกมากที่ไทเรลล์ไม่สนใจจะสานสัมพันธ์กับสาวใดเลย แม้ว่าลินดาผู้เป็นมารดาจะจัดหาผู้หญิงมาให้ดูตัวแทบทุกวัน

ริชาร์ด ชายสูงวัยผู้รับใช้มาตั้งแต่ที่มิลเลอร์ยังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งตอนนี้เขามารับใช้บุตรชายของเจ้านายเก่าอย่างภักดี ดวงตาสีอ่อนเหลือบมองกระจกมองหลัง เห็นไทเรลล์นั่งก้มหน้าก้มตาอ่านแฟ้มงานที่ถือติดตัวกลับมาบ้านทุกวันอย่างเคร่งเครียด แต่แล้วพอรถคันงามแล่นผ่านป้ายรถเมล์ปากซอยทีไร สายตาคมกริบของไทเรลล์ก็จะต้องละจากแฟ้มงานในมือหันมองออกไปนอกตัวรถเสมอ มันเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ทุกวัน จนเขาอดแปลกใจไม่ได้ว่าที่ป้ายรถเมล์มีอะไรดึงดูดสายตาของไทเรลล์เอาไว้

ไม่มี...ไม่น่ามีอะไรเลย เพราะตรงนั้นล้วนแต่มีผู้คนทั้งหญิงชายหลายวัยยืนรวมกันอยู่ และเฝ้ารอคอยการมาของรถโดยสารประจำทาง หลายครั้งเขาอยากจะเอ่ยถาม แต่เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวจึงทำให้ยั้งปากเอาไว้ได้ทุกครั้ง

เมื่อรถแล่นผ่านป้ายรถเมล์นั้นมาแล้ว สายตาคมกริบของไทเรลล์ก็จะกลับมาจ้องมองแฟ้มงานในมือเหมือนเดิม ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีแต่สีหน้าเรียบเฉยของคุณหมอหนุ่มเท่านั้นแหละที่มีรอยยิ้มน้อยๆ เพิ่มขึ้นมานิดหน่อย

“เดี๋ยวนี้คนหันมาใช้บริการรถเมล์กันมากขึ้นนะครับ”

“มากขึ้นหรือ ผมไม่ทันได้สังเกต” น้ำเสียงติดตลกของไทเรลล์ทำให้ริชาร์ดอดที่จะพูดออกไปอีกไม่ได้

“คุณหมอล้อผมเล่นใช่ไหมครับเนี่ย”

“ล้อเล่นเรื่องอะไรหรือครับ” คนที่ก้มหน้ามองเอกสารในมือเงยขึ้น คิ้วเข้มดกหนาเลิกสูงเช่นกัน

“ก็...คุณหมอพูดเหมือนไม่ได้มองออกไปที่ป้ายรถเมล์อย่างนั้นแหละครับ” ริชาร์ดแกล้งพูดติดตลก

“ผมมอง แต่ไม่ได้มองทุกคนนี่”

คำตอบของไทเรลล์ดังขึ้น ก่อนที่คุณหมอหนุ่มจะก้มหน้าลงอ่านเอกสารในมืออีกครั้ง ทำให้ริชาร์ดไม่กล้ารบกวนอีก คนขับรถสูงวัยจึงได้แต่แปลกใจกับคำตอบของเจ้านายเพียงเท่านั้น

‘ไม่ได้มองทุกคน งั้นก็แสดงว่าต้องมีใครบางคนในนั้นที่ดึงดูดสายตาของคุณหมอเอาไว้อย่างแน่นอน’

ตอน 2

บทที่ 2

มือเล็กขาวสะอาดยกขึ้นปิดปากหาวหวอดๆ ด้วยความง่วงนอน ขณะมองตามท้ายรถคันงามสีดำไปจนลับสายตา มันเป็นแบบนี้ทุกวัน ที่ต้องเฝ้ารอคอยการผ่านไปของรถคันหรู แต่หล่อนไม่ได้ชื่นชอบรถราคาแพงนี้หรอกนะ สิ่งที่ดึงดูดสายตาของหล่อนคือผู้ชายตัวโตที่มักจะมองผ่านกระจกรถมายังป้ายรถเมล์ที่หล่อนยืนอยู่มากกว่า ถึงแม้จะรู้ดีว่าไม่มีทางที่สายตาคู่นั้นจะมองมาที่ตัวเอง แต่กระนั้น งามระยับ รักเงิน ก็อดที่จะเก็บมาเพ้อฝันเป็นแรงใจให้กับชีวิตไม่ได้

เขาคือคุณหมอหนุ่ม เป็นผู้อำนวยการและเป็นเจ้าของโรงพยาบาลหรูที่หล่อนทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดอยู่ หล่อนเคยแอบมองเขาหลายครั้งยามที่อยู่ในโรงพยาบาล แต่เขาไม่เคยรู้หรอก เพราะดอกหญ้าต่ำต้อยเช่นหล่อน ใครจะมองเห็น

รอยยิ้มเศร้าๆ แต้มบนใบหน้า พลางนึกถึงชีวิตที่ต้องปากกัดตีนถีบของตัวเอง ชีวิตของหล่อนทำงานมาตั้งแต่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก หล่อนเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในวันเสาร์และอาทิตย์จนใกล้จะจบอยู่แล้ว และก็คาดหวังว่าเมื่อเรียนจบจะสามารถหางานที่ดีกว่าพนักงานทำความสะอาดทำได้

หล่อนไม่ได้เห็นแก่เงินอย่างที่ทุกๆ คนตราหน้า แต่หล่อนต้องประหยัดทุกบาททุกสตางค์เพื่อเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน แม่ด่าทอหล่อนเสมอเมื่อหล่อนไม่ยอมให้เงินไปกินเหล้า แต่หล่อนก็ยอมให้ท่านด่าทอ เพราะเงินมันหายากจริงๆ

“สักวันฉันจะต้องรวยให้ได้”

งามระยับพึมพำกับตัวเอง และก็พยายามทำงานให้มากขึ้นเพื่อที่จะมีรายได้หลายๆ ทาง พ่อขอร้องให้หล่อนหยุดพักบ้าง แต่หล่อนยืนยันว่าทำไหว และถ้าไม่ไหวจะบอกเอง

“รถเมล์มาแล้ว...”

เสียงคนร่วมเดินทางหันมากระซิบกระซาบกัน แต่ดังพอที่หล่อนจะได้ยิน รถเมล์วิ่งมาจอดเทียบที่ป้าย ทุกคนต่างพากันกรูขึ้นไปอย่างไร้ระเบียบ ซึ่งหนึ่งในคนพวกนั้นมีหล่อนรวมอยู่ด้วย ก็ขืนทำตัวเป็นคุณหนูใจดีสิ รถเมล์มาอีกสิบคันก็ยังไม่ได้ไปทำงาน

ชีวิตของหล่อนมันก็แค่นี้แหละ โบกรถเมล์ ไปทำงานทำความสะอาดที่โรงพยาบาล เสร็จแล้วก็ไปรับจ๊อบต่อที่ปั๊มน้ำมัน จากนั้นก็ไปเสิร์ฟอาหารที่ร้านของคนรู้จักกัน กว่าจะกลับถึงบ้านก็ตีหนึ่งกว่าๆ วงจรมันเป็นแบบนี้ มันเหนื่อยนะ แต่หล่อนก็ชินกับมันแล้วล่ะ ยังไงซะก็ได้เงิน ดังนั้นต้องทำ จริงไหม

“หลีกทางหน่อยยยย...”

งามระยับวิ่งไม่มีเบรก เมื่อพิษรถติดทำให้หล่อนกำลังจะมาทำงานสาย และเบี้ยขยันที่รักษามานานหลายปีก็จะต้องลอยหายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากด่าทอโชคชะตา ดังนั้นสองเท้าจึงต้องขยับซอยให้ไวที่สุด จุดสแกนบัตรอยู่ห่างจากหล่อนอีกเพียงไม่ถึงห้าสิบเมตร และหากหล่อนวิ่งเร็วแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ต้องรูดบัตรได้ทันแน่ๆ แต่...

เอี๊ยดดดดด

โครมมมม

ร่างของหล่อนกระเด็นถอยหลังไปกองกับพื้นเพราะจู่ๆ ก็มีวัตถุที่แข็งราวกับแผ่นศิลามาขวางหน้าเอาไว้ หล่อนเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องช็อกอ้าปากค้าง

“ผู้...อำนวยการ”

ผู้ชายที่หล่อจนกระชากสติออกไปจากร่างของหล่อนได้ มีเพียงแค่ไทเรลล์คนนี้คนเดียวเท่านั้น

“เดินให้มันดูตาม้าตาเรือบ้างนะ เห็นไหมชนคุณหมอแล้วน่ะ”

เลขาฯ ของไทเรลล์ตำหนิหล่อนทั้งสายตาและคำพูด

“ลุกขึ้นสิ แล้วกราบขอโทษคุณหมอซะ”

“เอ่อ ค่ะ”

หล่อนรีบสลัดความตื่นตะลึงที่ได้มองเขาในระยะชิดใกล้ออกไปอย่างรวดเร็ว ลุกขึ้นยืน พร้อมกับยกมือไหว้เขา

“ไม่เป็นไรหรอก ไปทำงานเถอะ”

คนอะไรทั้งหล่อ ทั้งสุภาพ แถมยังใจดีอีกต่างหาก รอยยิ้มจากใบหน้าหล่อจัดนั้น ทำให้หล่อนแทบล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้งเสียให้ได้ คนบ้าอะไรหล่อราวกับไม่ใช่มนุษย์

“ยังจะมายืนมองอยู่อีก ไปทำงานได้แล้ว” เลขาฯ ของไทเรลล์ออกคำสั่งอีกครั้ง

“ค่ะ ค่ะ...”

หล่อนก้มหน้ารับคำสั่ง แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ทันได้รูดบัตรเข้างาน ดวงตากลมโตช็อกค้าง ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาจ้องมอง และกรีดร้องดังลั่นอย่างลืมตัว

“แย่แล้ววววววววว”

“นี่เธอ เดี๋ยวไปพบฝ่ายบุคคลที่ห้องด้วยนะ” เลขาฯ ของไทเรลล์ตวาดลั่น ก่อนจะหันไปทำหน้าเจื่อนกับไทเรลล์

“เชิญคุณหมอทางนี้ดีกว่าค่ะ”

ไทเรลล์มองผู้หญิงที่กำลังหน้าซีดสลับแดงด้วยความแคลงใจ ก่อนเดินจากไปจึงอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

“มีอะไรหรือเปล่า”

“คือว่า...”

“คุณหมอถามก็รีบตอบมาสิ เร็วเข้า”

หล่อนถูกตำหนิอีกแล้ว

“คือวันนี้รถติดมาก ทำให้ฉันมาทำงานเกือบสาย แต่ก็ยังไม่สาย หากฉันไปสแกนบัตรได้ทันค่ะ”

“แล้วทำไมถึงไม่ไปสแกนบัตรล่ะ”

“ก็เพราะ...”

หล่อนจ้องหน้าไทเรลล์ อยากจะโมโหเขานักที่ทำเบี้ยขยันของหล่อนหลุดหายไปต่อหน้าต่อตา แต่ท่าทางใจดีและแววตาอบอุ่นของเขาทำให้หล่อนโกรธไม่ลง

“พอดีฉันหกล้มน่ะค่ะ ก็เลยไปรูดบัตรไม่ทัน”

“เพราะฉันสินะ”

“ไม่ใช่เพราะคุณหมอหรอกค่ะ” เลขาฯ รีบแย้ง “เพราะแม่นี่ซุ่มซ่ามเองต่างหาก ใช่ไหม”

แววตาดุๆ ของเลขาฯ ใส่แว่นหนาของไทเรลล์จ้องมองมาที่หล่อน และก็บังคับหล่อนกลายๆ

“ค่ะ”

“ไปทำงานได้แล้ว”

หล่อนอดที่จะสบตากับไทเรลล์อีกครั้งก่อนไปไม่ได้ เขาระบายยิ้มเห็นใจให้หล่อน ก่อนจะก้าวยาวๆ เดินจากไป หล่อนอดไม่ได้ที่จะมองตามผู้ชายในฝันไปจนลับตา

“นี่ฉันต้องเสียค่าแตะเนื้อต้องตัวคุณด้วยเบี้ยขยันทั้งหมดของฉันเลยเหรอเนี่ย โอ๊ยยยยย” หล่อนยกมือขึ้นกุมศีรษะของตัวเอง สีหน้าเต็มไปด้วยความเสียดาย

ตอน 3

บทที่ 3

แคทเธอรีน เลขาฯ ประจำหน้าห้องของไทเรลล์ต้องเลิกคิ้วที่อยู่เหนือแว่นตาหนาเตอะขึ้นสูงด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลเดินออกไปจากห้องของเจ้านายตัวเอง

“คุณหมอจะรับพนักงานใหม่เหรอคะ” หล่อนจึงอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

“เปล่าหรอก ผมก็แค่เรียกคุณสมควรมาคุยเรื่องของพนักงานทำความสะอาดเมื่อเช้านี้น่ะ ชื่ออะไรนะ ผมลืม...”

“งามระยับค่ะ”

“นั่นแหละ เรื่องของงามระยับ”

น้ำเสียงของไทเรลล์ราบเรียบ แต่แคทเธอรีนเลขาฯ ที่เป็นคนของมารดาของไทเรลล์อดที่จะสงสัยต่อไม่ได้

“ว่าแต่คุณหมอเรียกผู้จัดการมาคุยเรื่องแม่งามระยับทำไมล่ะคะ หรือว่าจะไล่ออก โทษฐานที่วิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือมาชนคุณหมอ”

ศีรษะทุยได้รูปสวยของไทเรลล์ส่ายเล็กน้อย และเผยรอยยิ้มให้กับคู่สนทนาเมื่อตอบออกมา

“ไม่ใช่หรอก”

“อ้าว แล้วเรียกมาทำไมคะ...” แคทเธอรีนยังไม่หยุดสงสัย

“ผมแค่สั่งไม่ให้คุณสมควรตัดเบี้ยขยันของงามระยับน่ะ เธอไม่ใช่คนผิด ผมเป็นคนเดินไปขวางทางของเธอเอง”

“คุณหมอ?”

แคทเธอรีนเบิกตากว้างไม่เห็นด้วย รู้อยู่ว่าไทเรลล์เป็นคนใจดี แต่ก็ไม่ควรจะใจดีพร่ำเพรื่อแบบนี้

“ผมทำผิดหรือคุณแคท”

“ก็...ไม่ผิดหรอกค่ะ แต่ไม่ควรใจดีกับพนักงานแบบนี้ อีกหน่อยก็คงจะมาสายกันทั้งโรงพยาบาลหรอกค่ะ”

“ผมรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เรื่องไหนควรผ่อนปรน เรื่องไหนควรตึง ไม่อย่างนั้นผมคงบริหารที่นี่ไม่ได้หรอก จริงไหมคุณแคท”

“เอ่อ...”

แคทเธอรีนหน้าเจื่อน เมื่อถูกไทเรลล์ต่อว่าด้วยน้ำเสียงนิ่มนวลแต่เจ็บไม่น้อย

“แล้วหวังว่าเรื่องนี้คุณแม่ผมคงจะไม่ทราบนะครับ”

“เอ่อ...”

“ผมรู้ว่าคุณรายงานท่านทุกอย่าง แต่ถ้าผมสั่งว่าอย่าพูด คุณก็ต้องไม่พูด เพราะผมเป็นนายจ้างสายตรงของคุณ และผมก็เป็นคนจ่ายเงินเดือนให้คุณ ใช่ไหมครับคุณแคท”

แคทเธอรีนไม่มีทางเลือก จำต้องตอบรับด้วยการตกลง “ค่ะ คุณหมอ”

ไทเรลล์ระบายยิ้มพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยถาม “ว่าแต่คุณมีอะไรกับผมหรือ ถึงเข้ามาหาน่ะ”

“เอ่อ มีบริษัทยาจะมาเสนอขายยาตัวใหม่ค่ะ แคทก็เลย...”

“ให้ทำเอกสารยื่นเรื่องเข้ามา แล้วนัดประชุมกับคุณหมอท่านอื่นด้วย”

“ค่ะ คุณหมอ”

“ทำตามที่ผมบอกก็แล้วกัน”

แคทเธอรีนยิ้มเจื่อนๆ ตลอดเวลา ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังและก้าวออกไปจากห้องทำงานของไทเรลล์เงียบๆ

คนตัวโตที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ทอดถอนลมหายใจออกมาเบาๆ เขาอึดอัดไม่น้อยที่มารดาซื้อตัวพนักงานใกล้ชิดของเขาเอาไว้ทุกคน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อท่านคือบุพการี

ปากกาด้ามทองในมือหมุนไปมา ก่อนที่ริมฝีปากหยักสวยจะระบายยิ้ม เมื่อนึกถึงดวงตากลมโตของแม่บ้านทำความสะอาดคนนั้นยามที่เงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นเขา

“ฉันรู้ว่าเงินสำคัญกับเธอมาก ดังนั้นฉันไม่ทำให้เธอสูญเสียรายได้เพราะความต้องการของฉันหรอก”

เขาระบายยิ้มมากขึ้น เมื่อนึกย้อนไปถึงตอนที่ตัวเองยืนอยู่ที่ซอกเสา ปากของเขาคุยกับแคทเธอรีนเรื่องงาน แต่สายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างเล็กที่วิ่งกระหืดกระหอบมุ่งหน้าไปยังเครื่องสแกนบัตรตลอดเวลา และเมื่อหล่อนมาถึง เขาก็ตัดสินใจก้าวไปขวางหน้าเอาไว้ ร่างเล็กปะทะมาเต็มแรง เขาตั้งใจจะคว้าหล่อนเอาไว้ในอ้อมแขน แต่ไม่ทัน หล่อนจึงร่วงลงไปกองกับพื้น และน่าจะเจ็บมาก เขาขอโทษขอโพยหล่อนอยู่ในใจหลายครั้ง

ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดที่หน้าต่างที่เป็นกระจกใส มองออกไปยังทิวทัศน์ด้านนอก

กี่ปีมาแล้วนะที่เขาเฝ้ามองหล่อนทุกฝีก้าว กี่ปีมาแล้วนะที่เขาต้องละสายตาจากงานในมือยามที่รถเคลื่อนผ่านป้ายรถเมล์เพื่อมองหล่อน ผู้หญิงที่ทำให้เขารู้สึกสดใสทุกเช้าที่ได้มองเห็น

งามระยับไม่ได้สวยเด่น แต่หล่อนมีเอกลักษณ์ประจำตัวที่ทำให้เขาหยุดมองไม่ได้เลย

อาจเป็นลักยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากทั้งสองข้างของหล่อน หรือไม่ก็คงเป็นดวงตากลมโตที่มักจะเบิกกว้างตื่นเต้นกับสิ่งรอบๆ ตัวเสมอ หรือไม่งั้นก็คงเป็นริมฝีปากอวบอิ่มที่ทุกคนอาจจะมองว่าหนาเกินไป แต่สำหรับเขาเรียวปากคู่นั้นช่างน่าบดขยี้เป็นที่สุด

รอยยิ้มพึงพอใจระบายบนหน้าหล่อจัดของไทเรลล์ เมื่อในหัวเต็มไปด้วยภาพของงามระยับมากมาย

“ฉันต้องพยายามมากสักแค่ไหนกันนะ ถึงจะมีความกล้าพอที่จะจีบเธอ แม่สาวขี้งก”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED