“คุณธีคะแย่แล้วค่ะ” ทิพย์สุดาเลขาวัยกลางคนรีบพูดทั้งที่ตัวเองยังเดินไม่ถึงโต๊ะทำงานของเจ้านายเลยด้วยซ้ำ
“มีอะไรคุณทิพย์ ใจเย็นค่อยๆ พูดก็ได้”
“ใจเย็นไม่ได้แล้วค่ะคุณธีตอนนี้โรงแรมเรากำลังเป็นข่าวดังในโซเชียลเลยนะคะ”
“ข่าวดังอะไรเหรอคุณทิพย์หรือว่ามีดาราดังจากต่างประเทศเข้ามาพักล่ะ” ธีธวัชพูดแล้วหัวเราะให้กับเลขาหน้าห้องที่ดูท่าทางจะตื่นเต้นกว่าทุกครั้ง
ปกติแล้วโรงแรมหรูระดับห้าดาวของเขาจะมีทั้งดารา นักร้อง เซเลบริตี้และคนที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะชาวไทยหรือชาวต่างชาติเข้ามาพักอยู่เป็นประจำและเลขาของเขาก็มักจะตื่นเต้นแบบนี้อยู่ทุกครั้ง
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะคุณธีธวัชครั้งนี้ข่าวมันไปในแง่ลบ”
“ข่าวอะไร” พอได้ฟังคำว่าแง่ลบจากปากของเลขาวัยกลางคนธีธวัชก็หน้าเครียดขึ้นมาทันที
“คุณธีดูนี่สิคะ” เลขาสาวส่งแท็บเล็ตในมือตัวเองที่เปิดเพจบันเทิงเพจหนึ่งค้างไว้
‘อินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดังได้รับบาดเจ็บที่ขาขณะเข้าพักโรงแรมหรูย่านทองหล่อ หวังจะพักผ่อนให้สบายใจแต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น ขณะที่กำลังนอนหลับอยู่หลอดไฟบริเวณปลายเตียงก็เกิดระเบิดขึ้นมาจนสะเก็ดของหลอดไฟกระเด็นมาบาดข้อเท้าเป็นแผลยาว ซึ่งตอนนี้กำลังเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งไม่รู้ว่าขาสวยๆ ชองเธอจะเป็นแผลเป็นหรือเปล่า’
“เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไงแล้วเกิดตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่มีใครรายงานเรื่องนี้มาเลย” ธีธวัชหันมาถามเลขาด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเพราะข่าวนี้มันทำให้โรงแรมของเขาเสียชื่อเสียง ถึงแม้ในข่าวจะไม่ได้บอกชื่อโรงแรมแต่ทุกคนก็รู้เพราะก่อนหน้านั้นอินฟลูเอนเซอร์เช็กอินที่โรงแรมของเขา
“ทิพย์ถามผู้จัดการโรงแรมมาแล้วค่ะเขาบอกว่าคืนวันเกิดเหตุอินฟลูเอนเซอร์คนนั้นไม่ได้บอกเราเลยค่ะว่าเธอมีบาดแผลที่ไหนเธอบอกแค่เธอตกใจและขอเช็กเอาท์ทันที”
“แล้วทำไมข่าวแบบนี้มันถึงหลุดออกไปได้ ไม่มีการเจรจากับคู่กรณีก็เลยเหรอ”
“พนักงานที่ทำงานกะดึกบอกว่าพวกเขาเสนอให้เปลี่ยนห้องแต่เธอก็รีบกลับไปก่อน”
“ตอนนี้เธอรักษาตัวอยู่ที่ไหน มีคนของเราตามไปดูแลหรือเปล่า”
“ตอนนี้น่าจะยังค่ะเพราะข่าวเพิ่งออก”
“คุณไปสืบมาว่าเธอรักษาตัวอยู่ที่ไหน แล้วสั่งกระเช้าของเยี่ยมให้ผมด้วย”
“คุณจะไปเยี่ยมเธอเหรอคะ”
“เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้วผมไปคุยกับเธอเองน่าจะดีกว่า”
“คุณธีรอสักครู่นะคะเดี๋ยวทิพย์จะตามเรื่องให้”
“อย่าช้านะคุณทิพย์เราต้องจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดและเงียบที่สุด”
“ค่ะคุณธี”
เมื่อเลขาออกไปแล้วธีธวัชก็หยิบแท็บเล็ตของตัวเองขึ้นมาเปิดเพจข่าวที่เลขาบอกเมื่อครู่ ซึ่งตอนนี้ใต้ข่าวนั้นมีคนเข้ามาวิจารณ์กันอย่างสนุกปาก
เรื่องนี้มันก็ฟังดูเหมือนเป็นแค่อุบัติเหตุธรรมดาเท่านั้น ถ้าหากคนที่มาเข้าพักไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์ที่มีคนตามหลักล้าน การเจรจาตกลงค่าเสียหายและรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลก็น่าจะเป็นอะไรที่ง่ายมาก แต่ตอนนี้ข่าวมันแพร่กระจายไปเป็นวงกว้าง หลายคอมเมนต์ที่พูดถึงความไม่ปลอดภัยของโรงแรม ซึ่งมันอาจจะส่งผลกระทบกับโรงแรมในเครือ Mega Heaven Plus อีกหลายสาขาทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศก็ได้
ธีธวัชคิดว่าเขาจะต้องรีบไปเยี่ยมหญิงสาวให้เร็วที่สุดเพราะถ้าหากช้าข่าวก็คงกระจายไปถึงสาขาต่างประเทศแน่ๆ
เมื่อเจอเธอแล้วเขาจะขอโทษเธอ และแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียเวลารวมถึงค่าทำขวัญชายหนุ่มคิดว่าถ้าเขาขอโทษและแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจเรื่องนี้ก็จะจบลงโดยง่าย
การที่มีข่าวแบบนี้เกิดขึ้นในโรงแรมมันไม่เป็นผลดีเลยเพราะตอนนี้กำลังจะเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ ธีธวัชคิดว่าบางทีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันจะอาจจะไม่ใช่อุบัติเหตุเพราะเขาเคยเจอเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันแบบนี้และพอสืบลึกลงไปก็พบว่าคู่แข่งทางธุรกิจเป็นคนจ้างให้คนเข้ามาทำลายชื่อเสียง ซึ่งเขาจะนิ่งเฉยไม่ได้เพราะสมัยนี้ข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นทางโซเชียลมันมีผลกระทบและกระจายไปอย่างรวดเร็ว บางคนแทบจะไม่ฟังความจริงด้วยซ้ำ พวกเขาเชื่อแค่สิ่งที่ได้อ่านครั้งแรกและเมื่อแถลงข่าวแก้ตัวหรืออธิบายเหตุผลพวกเขาก็แทบจะไม่สนใจเพราะได้เชื่ออะไรไปแล้วก็จะเชื่อไปตามนั้น
ระหว่างรอข้อมูลจากทิพย์สุดาธีธวัชก็ดูข้อมูลของผู้หญิงคนที่เกิดอุบัติเหตุเธอมีคนติดตามในแต่ละแพลตฟอร์มเยอะมากซึ่งเขาเองเป็นคนไม่สนใจสื่อพวกนี้เลยแค่ทำงานเวลาในแต่ละวันก็เกือบจะไม่พอ
ธีธวัชตัดสินใจสมัครบัญชีเฟชบุ๊กเพื่อจะได้ตามเข้าไปดูเพจที่หญิงสาวเป็นเจ้าของ
เขาเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นคลิปที่หญิงสาวรีวิวคาแฟ่แห่งหนึ่งซึ่งดูแล้วเธอมีความสุขกับการถ่ายรูปและการรับประทานอาหารเอามากๆ
นอกจากหญิงสาวจ๊ะรีวิวร้านอาหารคาเฟ่แล้วยังขายสินค้าออนไลน์ลงช่อง TikTok อีกทั้งบางครั้งก็สวมชุดว่ายน้ำถ่ายรูปอีกด้วย
สายตาเจ้าชู้ของธีธวัชมองรูปมองผู้หญิงตัวเล็กผิวขาวที่สวมบิกินี่น้อยชิ้นด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่สูงมากแต่สัดส่วนของเธอนี่สิคือสิ่งที่สะดุดตาเขา เอวหญิงสาวคอดเล็กหากแต่สะโพกผาย หน้าอกที่แทบจะล้นทะลักออกจากบีกินี่ตัวจิ๋ว
เพียงแค่เห็นมันก็ทำให้เลือดในกายของชายหนุ่มพลุ่งพล่านนานแล้วที่ไม่เคยถูกใจใครเพียงแค่เห็นรูปแบบนี้มาก่อนผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่น่าสนใจมากๆ และเขาแทบจะทนรอที่จะพบเธอไม่ไหว
ธีธวัชชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปีเป็นรองประธานในเครือ Mega Heaven Plus ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมโดยมีคุณเมธีบิดาของเขาเป็นประธานกรรมการ
เขายังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเพราะยังรักสนุกและไม่อยากมีห่วงผูกมัดตัวเองเนื่องจากเป็นคนที่ต้องเดินทางไปทำงานอยู่ตลอดเวลาถ้าหากเขามีแฟนก็คงจะมีเวลาให้กับพวกเธอไม่เต็มที่เท่าไหร่ อีกทั้งการเดินทางไปต่างประเทศเขาก็มีโอกาสได้เจอกับผู้หญิงมากมายแล้วเรื่องอะไรคนอย่างเขาถึงจะมีแฟนกันล่ะ
การนอนกับผู้หญิงคนเดิมๆ กินข้าวกับผู้หญิงคนเดิมๆ มันคงเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากสำหรับเพลย์บอยอย่างเขา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ธีธวัชกับบิดามารดามักจะมีปากเสียงกันอยู่ตลอดเพราะท่านทั้งสองอยากให้เขาแต่งงานมีครอบครัว เพราะมันจะส่งเสริมหน้าที่การงานให้ดูน่าเชื่อถือขึ้น แต่ธีธวัชก็ปฏิเสธมาตลอดเพราะเขาคิดว่าตนเองทำงานได้ดีเรื่องมีครอบครัวมันไม่เกี่ยวกับงานเลย
ขณะที่เขานั่งคิดถึงเรื่องของตัวเองอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเมื่อเห็นเบอร์ที่โทรมาเขาก็ถอนหายใจก่อนจะกดรับ
“สวัสดีครับพ่อ”
“นี่แกอยู่ไหนธี”
“ผมก็อยู่ที่ห้องทำงานสิครับพ่อ”
“แกเห็นข่าวนั้นแล้วใช่ไหม”
“เห็นแล้วครับผมกำลังให้คุณทิพย์หาว่าตอนนี้เธอรักษาตัวอยู่ที่ไหน แล้วผมจะเข้าไปคุยกับเธอด้วยตัวเอง”
“มันเกิดขึ้นได้ยังไงได้คุยกับผู้จัดการโรงแรมหรือยัง”
“ผมว่าคนของเราเดี๋ยวค่อยคุยทีหลังก็แล้วกันครับ ผมจะไปเจอผู้หญิงคนนั้นก่อน”
“ผู้หญิงคนนั้นที่แกพูดถึงเธอมีชื่อไหม”
“เธอชื่อเนเน่ครับผมดูประวัติคร่าวๆ แล้วเธอเป็นอินฟลูเอนเซอร์มีคนติดตามในโลกโซเชียลค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวครับ พอเธอมีปัญหาอะไรหรือโพสต์อะไรลงไปในโลกออนไลน์ข่าวมันก็เลยกระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วครับพ่อ” ธีธวัชอธิบายให้ผู้เป็นบิดาเข้าใจ
“อย่าลืมสืบด้วยนะว่าเรื่องนี้มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ หรือมีใครจงใจให้เรื่องมันเกิดขึ้น” เพราะที่ผ่านมามักมีปัญหาเกี่ยวกับการเข้าพักที่โรงแรมให้ตามแก้ไขอยู่ตลอดบางครั้งก็เป็นเรื่องจริง บางครั้งก็เป็นเรื่องที่กุขึ้นมาเพื่อจงใจทำให้โรงแรมเสียชื่อเสียง
“ผมก็คิดเหมือนพ่อครับเพราะเท่าที่สอบถามดูคืนนั้นหลังจากเกิดอุบัติเหตุหญิงสาวก็ไม่ยอมเปลี่ยนห้อง แต่เลือกจะที่เช็กเอาท์ไปกลางดึก เธอไม่บอกด้วยซ้ำว่าตนเองมีแผล”
“แล้วมีใครรายงานเรื่องนี้ไหม”
“ไม่ครับ ผมก็เพิ่งรู้ตอนที่เป็นข่าวนี่แหละครับพ่อ”
“ผู้จัดการล่ะ มัวไปทำอะไรอยู่”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”
“แกต้องรีบเคลียร์เรื่องนี้ให้จบก่อนการประชุมบอร์ดผู้บริหารอาทิตย์หน้านะ ถ้ายังมีข่าวเสียหายกับทางโรงแรมแบบนี้พ่อว่าการเปิดโรงแรมแห่งใหม่น่าจะต้องเลื่อนออกไป”
“เลื่อนไม่ได้ครับพ่อเราเตรียมงานมานานแล้วผมว่าจะรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย” เพราะถ้าหากเลื่อนเวลาออกไปก็เท่ากับรายได้ก็จะหายไปด้วยซึ่งธีธวัชไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้
“แกคิดจะจัดการยังไงกับผู้หญิงคนนั้นล่ะ”
“เราก็คงต้องเจรจากับเขาก่อนครับ ขอโทษเขาอย่างจริงใจจากนั้นเสนอค่าทำขวัญและค่ารักษาพยาบาล”
“แกต้องพูดกับเธอดีๆ นะ ไม่ใช่ไปถึงก็เอาเงินฟาดหัวให้เธอช่วยปิดข่าว”
“ไม่หรอกครับพ่อผมคิดว่าจะเจรจากับเธอดีๆ อย่างน้อยก็ให้เธออธิบายให้คนอื่นเข้าใจว่า เรื่องที่เกิดเกิดขึ้นกับเธอมันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ และคืนนั้นเธอก็ไม่ได้แจ้งทางโรงแรม”
“พ่อขอให้ทุกอย่างมันผ่านไปได้ด้วยดีนะ ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องจริงๆ ก็คงจะต้องให้ทนายเป็นคนจัดการเรื่องนี้ อย่าลืมเก็บหลักฐานกล้องวงจรปิดหน้าห้องด้วยแล้วดูว่าตอนเธอเดินออกจาก โรงแรมเธอมีแผลหรือเปล่า”
“ครับพ่อ”
“ถ้ามีความคืบหน้ายังไงโทรแจ้งพ่อด้วยนะ”
“ครับ”
ธีธวัชวางสายจากบิดาไม่นานคุณทิพย์สุดาก็เปิดประตูเข้ามาพอดี
“ได้เรื่องแล้วค่ะคุณธีเธอพักอยู่โรงพยาบาลที่เราเป็นหุ้นส่วนพอดีทิพย์เตรียมกระเช้าผลไม้และดอกไม้ให้คุณช่อหนึ่ง ตอนนี้ของทุกอย่างอยู่ในรถแล้วค่ะ คุณจะไปเลยไหมคะ”
“ผมจะออกไปเลย ถ้ามีงานด่วนคุณทิพย์โทรเข้ามือถือผมนะ”
“ทิพย์ไม่ต้องไปกับคุณเหรอคะ”
“ไม่เป็นไรเรื่องนี้ผมจัดการเองได้”
“ขอให้ทุกอย่างราบรื่นนะคะคุณธี ถ้าเธอยังอยู่โรงพยาบาลหลายวันบอกทิพย์ด้วยนะคะทิพย์อยากจะไปเยี่ยมเธอ”
“แต่เท่าที่ผมดูจากข่าวเธอเป็นแผลที่ข้อเท้าไม่ได้ใหญ่เลยนะไม่น่าจะอยู่โรงพยาบาลนานหรอก”
“มันก็ไม่แน่นะคะคุณธีเธอเป็นคนดังบางทีแผลเพียงเล็กน้อยมันก็อาจจะกระทบกับการทำงานของเธอ”
“เดี๋ยวผมจะให้หมอศัลยกรรมมือหนึ่งของโรงพยาบาลเราจัดการเรื่องแผลให้เธอเองคุณทิพย์ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”
“ถ้าน้องเนเน่มีแผลเป็นคงแย่แน่ๆ”
“เรียกสนิทสนมเชียวนะ รู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า”
“ทิพย์เป็นแฟนคลับของน้องเขา”
“นานหรือยังครับ”
“ติดตามน้องเขามาตั้งหลายปีแล้วค่ะ”
“เขาดังมากขนาดนั้นเลยเหรอทำไมผมไม่เคยรู้จักเลย”
“ก็คุณธีไม่เล่นโซเชียลนี่คะ แต่ถ้าใครเล่นก็คงเห็นน้องเขาผ่านตามาบ้าง แต่น้องเขาไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้างทีเดียวหรอกนะคะ น้องเนเน่เขาค่อยๆ ดังมาทีละนิดค่ะ แต่ก่อนเขาไลฟ์สดขายเครื่องสำอางจากนั้นก็เริ่มมีช่อง YouTube มีเพจเป็นของตัวเองขายของบ้างรีวิวสินค้าบ้างบางครั้งก็พาไปเที่ยวพาไปร้านอาหารหรือไม่ก็คาเฟ่ค่ะ”
“เห็นทีผมจะต้องคุยกับคุณทิพย์นานเลยนะครับ เอาไว้ผมกลับมาจากโรงพยาบาลแล้วจะถามคุณทิพย์ถึงน้องเนเน่คนนี้นะครับ”
“ได้เลยค่ะคุณธีอยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับน้องเนเน่ถามทิพย์มาได้เลย ไม่ต้องไปเสิร์ซอินเทอร์เน็ตให้เสียเวลาเลยค่ะ” เลขาสาวพูดด้วยความมั่นใจเพราะเธอนั้นติดตามชญานิษฐ์หรือเนเน่มานานหลายปีแล้ว
เมื่อลงมาหน้าบริษัทรถตู้ก็จอดรออยู่ก่อนแล้ว พอเปิดประตูรถเข้าไปก็เจอกับหิรัญผู้ช่วยของเขาซึ่งเพิ่งกลับมาจากการไปทำงานต่างจังหวัดพอดี”
“อ้าว ฉันนึกว่านายจะกลับมาเย็นนี้”
“เกิดเรื่องขึ้นแบบนี้นี้ผมรอกลับตอนเย็นไม่ไหวหรอก”
“นายรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ตั้งแต่เช้าแล้วครับผมเห็นข่าวในโซเชียล”
“นี่นายอย่าบอกนะว่านายก็ติดตามผู้หญิงที่ชื่อเนเน่คนนี้อยู่เหมือนกัน”
“ก็นิดหน่อยครับเธอเป็นคนสวยน่ารักและบางมุมก็ดูเซ็กซี่มากๆ” หิรัญตอบผู้ที่เป็นทั้งเจ้านายและเพื่อน
ระหว่างทางไปโรงพยาบาลหิรัญก็เล่าประวัติของชญานิษฐ์ให้ธีธวัชฟังทุกแง่มุม ยิ่งได้ฟังก็ทำให้เขารู้สึกประทับใจในตัวของหญิงสาวมากขึ้น ชญานิษฐ์เริ่มต้นทำงานตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยจากการขายของออนไลน์จนกระทั่งตอนนี้เป็นคนที่มีชื่อเสียงที่หลายๆ คนรู้จัก
“แล้วนายคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ หรือมีคนจัดฉาก”
“ผมว่าจะเป็นอุบัติเหตุจริงๆ นะครับผมดูจากกล้องวงจรปิดตอนเธอเดินออกมาจากโรงแรมถ้าซูมดูจะเห็นเลือดที่ข้อเท้าแต่ลักษณะการเดินของเธอตอนนั้นมันดูปกติมาก บางทีเธออาจจะไม่ได้รู้สึกเจ็บก็ได้”
“แต่ฉันก็อดแปลกใจไม่ได้นะรัญ ทำไมเธอไม่ยอมให้เราเปลี่ยนห้องแต่กลับเช็กเอาท์กลางดึกแบบนั้น”
“ผมว่าบางทีเธออาจจะตกใจก็ได้นะครับ”
“แล้วนายรู้หรือเปล่าว่าเธอเข้ามาพักที่โรงแรมของเราทำไม” ธีธวัชยังอดสงสัยไม่ได้
“เท่าที่ตามดูความเคลื่อนไหวของเธอในโซเชียล เธอน่าจะมารีวิวร้านขนมเปิดใหม่นะครับ แต่เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน”
“เธอเข้ามาพักกับใครเหรอ”
“เพื่อนของเธอครับ เพื่อนคนนี้ทำหน้าที่เป็นตากล้องให้เธอ และเป็นผู้ช่วยของเธอครับ”
“ให้คนสืบประวัติเพื่อนของเธอด้วยนะรัญฉันอยากให้เรื่องนี้มันกระจ่าง”
“ได้ครับเดี๋ยวผมให้คนของเราจัดการให้”
ทั้งสองคุยกันมาในรถจนกระทั่งถึงโรงพยาบาลซึ่งคุณหมอวิรัช คุณหมอศัลยกรรมมือหนึ่งของโรงพยาบาลก็มารอเขาอยู่ก่อนแล้ว
“สวัสดีครับอาหมอ ไม่เห็นจะต้องลงมารอผมด้วยตนเองเลยเดี๋ยวผมไปเองก็ได้”
“ได้ยังไงล่ะครับเมื่อกี้พ่อคุณธีโทรมาบอกให้ผมพาคุณธีไปเจอคนไข้ด้วยตัวเอง” คุณหมอวัยกลางคนเดินนำธีธวัชและหิรัญไปยังห้องพักของชญานิษฐ์ที่อยู่ด้านบน
ประตูเปิดออกก็เห็นว่าตอนนี้คนไข้กำลังนอนเล่นมือถืออยู่บนเตียงบริเวณขัอเท้ามีผ้าก๊อซปิดไว้
เมื่อเห็นว่าคุณหมอที่รักษาตนเองมากับผู้ชายอีกสองคนชญานิษฐ์ก็รีบวางโทรศัพท์มือถือในมือลงและมองด้วยความสงสัยเพราะไม่รู้ว่าคนที่มาหานั้นเป็นใคร
“สวัสดีค่ะคุณหมอ เมื่อกี้คุณหมอก็ตรวจไปแล้วนี่คะ มีอะไรหรือเปล่าถึงกลับมาอีกรอบ”
“ไม่หรอกครับพอดีผมพาคนมาเยี่ยมคุณ”
“สวัสดีครับคุณเนเน่ ผมชื่อธีธวัช ส่วนนี้ผู้ช่วยของผมชื่อหิรัญ”
“สวัสดีค่ะ คุณคงรู้จักชื่อฉันแล้วส่วนนี่เป็นผู้ช่วยฉันค่ะชื่อหวาน คุณสองคนมาเยี่ยมเนเน่ทำไมคะหรือเป็นแฟนคลับ”
“เปล่าหรอกครับผมไม่ใช่แฟนคลับของคุณแต่ผมเป็นเจ้าของโรงแรมที่คุณประสบอุบัติเหตุ ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณน่ะครับ”
“ถ้ายังไงเชิญคุยกันตามสบายนะ”
“อาหมอจะไปแล้วเหรอครับ”
“อามีตรวจคนไข้ต่อ ส่วนเรื่องแผลของคนไข้ไม่ต้องเป็นห่วงอาจะดูแลอย่างเต็มที่”
“ขอบคุณมากครับอาหมอ”
เมื่อหมอเดินออกจากห้องไปแล้วเขาก็ดึงเก้าอี้มานั่งข้างเตียง
“ผมมาขอโทษคุณกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ” เขาส่งกระเช้าผลไม้และช่อดอกไม้ให้กับชญานิษฐ์ ณัฏฐพิมพ์ที่ยืนอยู่บริเวณหัวเตียงก็รีบมารับก่อนจะเอาไปวางกับร่วมกับกระเช้าดอกไม้และช่อดอกไม้ของคนอื่นวางอยู่มุมห้อง
“ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์มาเยี่ยม แต่เนเน่ได้ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ”
“ผมพูดตามตรงนะนอกจากผมจะมาเยี่ยมคุณแล้วคุณยังมีเรื่องจะคุยกับคุณด้วย”
“เรื่องอะไรคะ”
“ก็เรื่องที่คุณได้รับอุบัติเหตุมันดังไปทั่วโซเชียล”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ ในข่าวก็ไม่ได้บอกนี่คะว่าเป็นโรงแรมไหน”
“แต่ก่อนหน้านั้นคุณเช็กอินที่โรงแรมผมนะครับ คนก็คงรู้ได้ไม่ยาก”
“คุณสองคนจะให้เราทำอะไรเหรอคะ” ณัฏฐพิมพ์ถามเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเธอไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนั้นเลย เธอเล่าเรื่องอุบัติเหตุให้เพื่อนในกลุ่มไลน์ฟังซึ่งในนั้นก็มีเพื่อนที่ทำงานเป็นนักข่าวรวมอยู่ด้วย แต่ก็ไม่คิดว่าเพื่อนจะเอาเรื่องของชญานิษฐ์ไปพูดลงในเพจแบบนั้น
“ผมอยากจะฟังเหตุการณ์ทั้งหมดนะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมคืนนั้นคุณถึงไม่บอกทางโรงแรมว่าได้รับบาดเจ็บ”
“จริงๆ แล้วเนเน่ก็เพิ่งรู้ตัวตอนที่กำลังจะถึงคอนโดค่ะ”
“แต่มันแปลกมากทำไมคุณเช็กเอาท์กลางดึกแบบนั้นล่ะครับครับ พนักงานที่โรงแรมบอกว่าเสนอให้คุณเปลี่ยนห้องพักแต่คุณก็ไม่เปลี่ยนและยืนยันจะกลับ”
“คือมันเกิดอุบัติเหตุขึ้นจริงๆ ค่ะ ตอนนั้นเราสองคนกำลังหลับอยู่บนเตียงแล้วหลอดไฟมันเกิดระเบิด ตอนนั้นเนเน่ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรเลยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีแผล แต่ตกใจมากกว่าส่วนเหตุผลที่เราต้องรีบออกจากโรงแรมเพราะเรากลัวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะไม่ใช่อุบัติเหตุค่ะ” ชญานิษฐ์อธิบายในมุมของตัวเอง
“หมายความว่ายังไงครับ คุณคิดว่ามีคนในโรงแรมของผมตั้งใจจะทำร้ายคุณเหรอครับ”
“เปล่าหรอกค่ะ ก่อนหน้านี้เนเน่เคยได้รับจดหมายขู่ว่าให้ระวังตัวให้ดี พอเกิดเหตุการณ์แบบนั้นหวานกับเนเน่ก็เลยรู้สึกไม่ปลอดภัย เราสองคนเลยเก็บของและรีบกลับค่ะ”
“แล้วคุณไปเช็กอินของโรงแรมเราทำไมครับ ทั้งที่คอนโดของคุณก็อยู่ไม่ไกล” หิรัญถามเพราะเขารู้ว่าหญิงสาวคนนี้กับเพื่อนพักอยู่ที่ไหนซึ่งถ้าใครติดตามก็จะรู้ได้ไม่ยาก
“เพราะเราอยากจะรีวิวร้านขนมค่ะ”
“แต่ถ้าจะรีวิวร้านขนมจริงๆ เดินทางมาจากคอนโดของคุณก็น่าจะไม่ไกลนี่ครับ”
“มันก็จริงค่ะคุณหิรัญ”
“เรียกรัญก็ได้ครับคุณหวาน”
“ค่ะคุณรัญ คอนโดของเนเน่อยู่ไม่ไกลก็จริง แต่เราจะรีวิวฟิลนักท่องเที่ยวค่ะ ประมาณว่าพักอยู่ที่โรงแรมนี้และลงมากินขนมร้านนี้ค่ะ”
“มีแค่นี้จริงๆ ใช่ไหมคุณสองคนไม่ได้รับจ้างใครเพื่อมาทำลายชื่อเสียงของโรงแรมของเราใช่ไหม”
“ใครจะทำแบบนั้นล่ะคะ แล้วเนเน่ก็เจ็บจริงนะคะ ไม่เชื่อคุณถามคุณหมอก็ได้ว่าแผลของเนเน่นั้นลึกมาแค่ไหน”
“ผมขอโทษนะครับที่ถามคุณออกไปแบบนั้นเพราะผมเองก็เจอคู่แข่งทางธุรกิจใช้เรื่องแบบนี้มาทำลายชื่อเสียงเหมือนกัน”
“คุณสองคนมาคุยกับเนเน่แบบนี้คงไม่ได้จะมาปรับเงินเราที่ทำให้เสียชื่อเสียงหรอกนะคะ” ณัฏฐพิมพ์มองหน้าธีธวัชกับหิรัญสลับไปมา
“ผมไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอกครับ เพียงแต่ผมว่าเราน่าจะหาทางออกกับเรื่องที่เกิดขึ้น”
“ทางออกยังไงคะ แต่หวานว่าเดี๋ยวเรื่องก็น่าจะเงียบไปเองนะคะ”
“เรื่องมันอาจจะเงียบก็จริงแต่เมื่อข่าวมันออกไปแบบนี้แล้วทุกคนก็จะคิดว่าโรงแรมของผมไม่ปลอดภัยและผมไม่รับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดครับ”
“เดี๋ยวเนเน่ได้โพสต์เรื่องที่คุณมาเยี่ยมเนเน่ก็ได้ค่ะ ส่วนเรื่องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายไม่เป็นไรหรอกเพราะเรามีประกันอยู่”
“แต่ผมอยากรับผิดชอบจริงๆ นะครับ”
“แค่คุณสองคนไม่เอาผิดเนเน่กับหวานก็ดีมากแล้วค่ะ” ชญานิษฐ์ไม่คิดเลยว่าเรื่องมันจะบานปลายแบบนี้