ณ คอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา
น้ำหวานมองกุญแจห้องและคีย์การ์ดในมืออย่างชื่นใจที่วันนี้เธอมีโอกาสได้ใช้มัน เธอกำลังจะไขเข้าห้องของคนที่เคยให้กุญแจเธอมาตอนที่พบกันในงานเลี้ยงรุ่นของโรงเรียนสตรีชื่อดังในจังหวัดนครราชสีมา น้ำหวานนึกย้อนไปถึงตอนที่เธอได้กุญแจมาแล้วก็อดยิ้มอย่างพึงพอใจไม่ได้
ในงานวันรวมรุ่นของโรงเรียนหญิงล้วนวันนั้นทำให้เธอได้เห็นหน้าเจ้าของคอนโดห้องนี้แล้วก็รู้สึกดีด้วยแต่แรกเห็น และเธอก็พยายามเข้าใกล้ และหาทางที่จะทำให้เป็นที่สนใจตั้งใจจะไม่ปล่อยให้คนที่เธอปลื้มตั้งแต่แรกเห็นหลุดลอยไปไม่เจอกันอีก เธอจึงต้องใช้มารยาเล่าเรื่องกลุ้มใจให้ฟัง
“น้ำหวานจำเป็นต้องเข้าไปสอบเรียนต่อที่กรุงเทพๆ หาที่พักก็ไม่ได้ เพราะญาติที่นั่นก็ไม่มี พ่อก็มัวแต่ทำงานไม่มีเวลาว่างเลย ทำไงดีคะพี่”
เพราะรู้ว่ารุ่นพี่คนนี้อาศัยคอนโดคนเดียวในกรุงเทพๆ เธอจึงแกล้งถามอย่างเป็นกังวล ทั้งที่ความจริงแล้วปัญหาเช่นนั้นไม่มีทางเกิดกับเธอได้แน่เมื่อบิดาเธอนั้นตามใจและดูแลเธอดีราวกับไข่ในหินและเธอก็ไม่เคยเดือดร้อนอะไรเพราะมีบริวารล้อมรอบมากมายคอยอำนายให้เธอ
รุ่นพี่คนนั้นมองเธออย่างเห็นใจ แล้วก็พูดเข้าทางน้ำหวานทุกอย่าง โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังตกหลุมน้ำหวานเข้าให้แล้ว
“งั้นน้ำหวานก็มาพักกับพี่ก็ได้นะ ถ้าไปคนเดียวอยู่คนเดียวจะลำบากเพราะเราเป็นผู้หญิง”
แล้วรุ่นพี่คนนั้นก็ให้คีย์การ์ดและกุญแจห้องกับเธอมา น้ำหวานโทรคุยปรึกษากับพี่คนนี้ตลอดจนวันนี้เธอได้ให้คนขับรถของที่บ้านมาส่งเธอที่หน้าคอนโดนี้ก่อนจะไล่ให้กลับไป เธอมาโดยที่ไม่บอกเจ้าของห้องล่วงหน้ามาก่อนเพราะหวังจะเซอร์ไพรซ์ ถ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเองนัก น้ำหวานเชื่อว่ารุ่นพี่คนนี้ก็มีใจให้เธอมากไม่ใช่น้อยไม่อย่างนั้นคงไม่ชักชวนเธอมาพักพิงด้วยง่ายๆ อย่างนี้แน่
มาเยี่ยมสายไหมแล้วกลับไปคราวนี้น้ำหวานจะได้ประกาศตัวกับเพื่อนในกลุ่มอย่างสมบูรณ์ได้แล้วแหล่ะว่าเธอเป็นแฟนกับสายไหม... เพื่อนในกลุ่มจะได้ไม่บอกว่าเธอเพ้อฝันอีกต่อไป
น้ำหวานไขกุญแจแล้วเดินเข้าห้องไป ห้องนี้เป็นคอนโดมิเนียมแบบหนึ่งห้องนอน เห็นส่วนรับแขกที่ตกแต่งอย่างหรูหรามีสไตล์แล้วน้ำหวานก็อมยิ้ม
“ไฟในห้องเปิดทิ้งไว้อย่างนี้ พี่ไหมคงอยู่ ดีจริง จะได้ไม่ต้องรอ”
น้ำหวานเดินเข้ามาเปิดประตูห้องนอนอย่างถือวิสาสะ มันไม่ได้ล็อคเธอจึงเปิดมันได้อย่างง่ายดาย แต่ในห้องไม่มีใครอยู่สักคน!
“จะเล่นซ่อนหากันก็ไม่บอก” น้ำหวานเดินเข้าไปในห้อง เป็นจังหวะเดียวกันกับเจ้าของห้องโผล่ออกมาจากห้องน้ำ น้ำหวานเห็นก่อนก็โผเข้าไปกอดคนที่ยืนงงอยู่ทันที
“พี่สายไหม”
“น้ำหวาน” สายไหมพูดอึ้งๆ ไม่นึกว่าจะเจอรุ่นน้องที่นี่ เธอกำลังจะออกไปหาเพื่อนที่นัดไว้พอดี แปลกใจที่เจอไม่เท่าไหร่ แต่ที่น้ำหวานเข้ามากอดเธอเสียแน่นชวนอึดอัดอย่างนี้มันน่าอึดอัดใจพิลึกเพราะเธอไม่เคยกอดผู้หญิงที่ไหน อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลย ผู้ชายสายไหมก็ยังไม่เคย
“เหวอ ทำอะไรเนี่ยน้ำหวาน” สายไหมอุทาน เมื่อน้ำหวานหอมแก้มเธอฟอดใหญ่
“คิดถึงน้ำหวานไหมคะที่รัก น้ำหวานมาหาแล้ว เซอร์ไพร์ป่าวเอ่ย”
สายไหมผลักน้ำหวานออกแล้วมองด้วยความไม่เข้าใจ
“วะ ว่าไงนะ คิดถึง ที่รัก หมายความว่าไงน้อง”
“แหม ทำเป็นงง ก็เราสองคน รักกันไงคะ”
“ไม่ใช่นะน้ำหวาน น้ำหวานเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ เราเป็นผู้หญิงทั้งสองคนเราจะเป็นแฟนกันได้ไง” สายไหมเกาหัว นี่ก็อีกรายล่ะซิที่คิดว่าเธอเป็นทอมทั้งที่เธอไม่ได้เป็น
“ไม่จริง น้ำหวานรู้ว่าพี่ไหมรักน้ำหวาน ไม่ต้องงงหรอกค่ะ” น้ำหวานเข้ามากอดเธอแล้วจะหอมแก้มเธออีก สายไหมผวาขนลุกไปทั้งตัว ผลักเท่าไหร่ก็สู้แรงของสาวรุ่นน้องที่ร่างสูงใหญ่กว่าตัวเองไม่ได้
สายไหมเกิดมาซวยที่ตัวเล็ก ไว้ผมยาวก็น่าเกลียดเลยตัดผมสั้น ตัดสั้นธรรมดาก็ไม่สวยจึงตัดรองทรงและทำแบบนี้มาตลอด บวกกับนิสัยห้าวๆ ทำให้หลายคนเข้าใจผิด รวมทั้งคนที่พยายามจะปล้ำเธอกลางห้องนอนนี่ก็อีกคนที่เข้าใจผิด
คนโดนเข้าใจผิดว่าเป็นทอมรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายก่อนจะผลักร่างน้องน้ำหวานออกไปได้
“น้ำหวาน กลับบ้านไปเดี๋ยวนี้เลยนะ พี่เป็นผู้หญิงไม่ใช่ทอมอย่างที่น้องเข้าใจ อย่ามาทำอย่างนี้กับพี่ พี่ขอร้องล่ะ”
“ไม่จริง น้ำหวานไม่กลับ พี่สายไหมอย่าพูดตัดรอนกับน้ำหวานอย่างนี้สิคะ น้ำหวานตั้งใจจะมาหาเพราะคิดถึงนะ”
“โอเค ไม่ไปใช่ไหม งั้นพี่ไปเองก็ได้... พี่จะไม่มาที่ห้องอีกจนกว่าน้ำหวานจะกลับ ช่วยออกจากห้องพี่ด้วยนะน้อง” สายไหมวิ่งไปเก็บกระเป๋าและโทรศัพท์ เธอชี้หน้ารุ่นน้องจอมประหลาดไม่ให้เข้ามาใกล้ น้ำหวานได้แต่ยืนมองงงๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมสายไหมไม่ต้อนรับเธอด้วยจูบอันแสนหวานอย่างที่เธอคิดฝันเอาไว้
“น้ำหวานจะอยู่ที่นี่จนกว่าพี่ไหมจะมา” เธอร้องตามออกไป
น้ำหวานคิดว่าสายไหมคงเขินเลยทำแบบนี้ เธอจึงคิดว่าจะอยู่รอที่นี่จนกว่าสายไหมจะกลับมา เพราะเธอจะไม่มีทางทิ้งสายไหมไปไหนเด็ดขาด
ณ บ้านกันทรารักษ์
ร่างบางที่ผุดลุกผุดนั่ง แสดงถึงอาการที่ดูลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด แม้เจ้าตัวจะพยายามเก็บอาการให้มิดชิด แต่คนตัวโตกว่าก็แอบสังเกตมาสักพักหนึ่งแล้ว ผู้เป็นพี่ชายที่รั้งตำแหน่งผู้ปกครองจึงละสายตาจากเกมโชว์รายการโปรด ที่นานๆ จะได้มีเวลาว่างดู มาเอ่ยถามอย่างเสียไม่ได้
“กันย์ เป็นอะไร วันนี้พี่เห็นเราดูลนๆ ” นพ. กันตชัย กันทรารักษ์ เอ่ยถามน้องสาวคนเดียวเพราะทนรำคาญไม่ไหว
บ้านหลังนี้เขาอาศัยกับน้องสาวสองคน เพราะบิดามารดาย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด เขาจึงเป็นคนดูแลน้องสาวคนนี้ ปกติเขาจะอยู่เวรตอนกลางคืนและอยู่บ้านอีกที่หนึ่งกับแฟน แต่ช่วงนี้เขาเลิกกับแฟนจึงไม่มีที่อื่นให้ค้างและเป็นช่วงคนไข้ไม่ค่อยมีจึงกลับมาอยู่เป็นเพื่อนน้องสาวที่บ้านบ้างเพราะเป็นผู้หญิงอยู่คนเดียวก็น่าห่วงแม้ว่าหมู่บ้านนี้จะดูมีระบบป้องกันค่อนข้างดีและความปลอดภัยสูง แต่เขาก็ยังห่วงเพราะได้ยินข่าวโจรชอบเข้าปล้นหมู่บ้านเศรษฐีอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งระบบความปลอดภัยดี คนยิ่งชะล่าใจ ทุกครั้งที่มีโอกาสเขาก็จะพยายามอยู่ดูแลน้องสาวเสมอ
“เปล่าค่ะ กันย์ก็ดูทีวีพร้อมพี่กายไง” กันย์ธาราตอบอ้อมแอ้ม
“โกหก” ผู้พี่ขยับแว่นตาหนาเตอะเหมาะสมกับอาชีพขึ้นนิดหนึ่ง เป็นกิริยาที่เขาชอบทำเสมอหากต้องการจับผิดน้องสาวจอมแสบ เขาคิดว่ากันย์ธาราต้องมีอะไรในใจเป็นแน่
“เอ๊า พี่กายนี่ กันย์ไม่ได้โกหกซะหน่อย พี่กายนั่นแหล่ะวันนี้เป็นอะไรรึเปล่า กันย์ไม่เห็นพี่ไปเข้าเวรเลย เดือนที่แล้วกันย์เห็นพี่เข้าเวรทั้งเดือน” น้องสาวถาม เพราะปกติพี่ชายจะเข้าเวรที่โรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้านที่ทำงานประจำอยู่เกือบทุกคืน กันย์ธาราจึงใช้โอกาสนั้นแอบไปสังสรรค์กับเพื่อนที่บ้านเพื่อนบ่อยๆ โดยที่พี่ชายไม่รู้
“วันนี้มีหมอใหม่มา เขาเข้าเวรแทนที่แผนกพี่แล้ว พี่เลยกลับมานอนบ้านบ้าง แต่ถ้ามีเคสฉุกเฉินมาเขารับไม่ไหวถึงจะโทรตาม” เขาบอกอึกๆ อักๆ เพราะน้องสาวไม่รู้ว่าเขาแอบมีแฟน เพราะห้ามน้องสาวเอาไว้เวลาจะคบเองเขาเลยต้องแอบ น้องสาวเลยพาลเข้าใจว่าเขาไม่เคยมีแฟน
“จริงเหรอ หมอใหม่ผู้หญิงหรือผู้ชาย สวยมั้ย สเป็คพี่กายรึเปล่าคะนั่น” กันย์ธารารีบถามอย่างมีความหวังว่าพี่ชายจะต้องตาต้องใจใครสักคนเสียที
ปีนี้ กันตชัยจะอายุย่างสามสิบห้าแล้ว แต่ยังไม่มีใครเข้ามาซักที ด้วยอาชีพที่ไม่เอื้อเวลาให้เจอใครบวกกับพี่ชายของเธอไม่คิดจะรับใครเข้ามาในชีวิต แต่กันย์ธาราก็ยังแอบหวังว่าพี่ชายจะมีคนรักเผื่อจะได้มาดูแลเธอได้น้อยลง ชีวิตกันย์ธาราจะได้มีอิสระขึ้นมาบ้าง
“เป็นผู้หญิง สวย แต่ไม่ใช่สเป็ค และพี่ไม่คิดจะมีแฟน ที่สำคัญนะ ถึงแม้พี่จะมีแฟนพี่ก็ยังต้องดูแลเราอยู่นั่นแหล่ะ ก็เรามันเป็นเด็กไม่รู้จักโตอย่างนี้” เด็กไม่รู้จักโตย่นจมูกเคืองๆ คงไม่ตามติดมาดูแลจนอายุเธอย่างสามสิบหรอกนะ
ปีนี้กันย์ธาราอายุยี่สิบห้า แต่ไม่เคยได้ไปเที่ยวเฮฮากับเพื่อนได้อย่างเปิดเผย ไม่เคยคบหาชายใด ไม่เคยพาเพื่อนสนิทเข้าบ้าน สรุปว่าตั้งแต่โตเป็นสาวมากันย์ธาราไม่ได้ทำสิ่งใดที่วัยรุ่นสมัยนี้ทำกันเลย เพราะต้องทำตัวเรียบร้อยให้พี่ชายสุดที่รักพอใจที่สุด ซึ่งกันย์ธาราเองก็ไม่เข้าใจเลยว่าเขาจะห่วงอะไรนักหนา ผู้ชายที่เคยตามจีบก็หายไปทีละคนโดยไม่ต้องเดาว่าฝีมือใคร ยังโชคดีที่กันตชัยเลือกอาชีพหมอ ทำให้มีเวลามาวุ่นวายกับหญิงสาวน้อยลงไม่เช่นนั้นกันย์ธาราคงอกแตกตายแน่ๆ
“คนที่พูดอย่างนี้แต่งงานไปหลายคนแล้วนะ ระวังเถอะกามเทพจะแผลงศรปักอกดังฉึก ไปหลงรักสาวไหนเข้า”
“เดี๋ยวเถอะ เป็นเด็กเป็นเล็กพูดแก่แดดไปได้” เขาโบกมือรำคาญก่อนจะหันไปดูเกมโชว์ต่อไม่สนใจคนเป็นน้องอีก
กันย์ธาราเห็นพี่ชายตัวเองนั่งเป็นยามเฝ้าทวารขวางทางออกจากบ้านอยู่อยากจะเป็นลมเหลือเกิน ทำไมถึงเลือกวันนี้มาเป็นวันไม่เข้าเวรด้วย ซวยจริงๆ เธออุตส่าห์นัดกับยัยสายไหมว่าจะไปเที่ยวผับ อีกหน่อยก็จะถึงเวลานัดแล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อธิษฐานในใจ
ฟ้าดินเจ้าขา ขอให้มีเคสด่วนเข้ามาทีเถอะถ้าได้ไปลูกจะรำแก้บนในผับให้ดูเลย
มือถือที่ตั้งสั่นไว้สั่นขึ้นมากันย์ธาราภาวนาว่าขอให้เป็นของพี่ชาย แต่ก็ไม่ใช่เพราะมันเป็นของเธอเอง หญิงสาวหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมจะกดรับสาย แต่หันไปมองเห็นสายตาจับผิดของพี่ชายจึงชะงักไม่ทันรับ แล้วเธอก็ลุกออกมารับสายนอกห้องนั่งเล่นทันที
“ฮัลโหล กว่าจะรับนะไอ้ส้มซ่าส์ ฉันโทรเข้าสามรอบแล้วเนี่ย” ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรปลายสายก็เฉ่งมาซะยาว แถมเรียกฉายามาเลยเชียว
“เออ แกไม่รู้อะไร ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว นี่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลยทำอะไรไม่ได้ด้วยเพราะว่าพี่ชายฉันไม่ไปเข้าเวร นัดเราวันนี้คงต้องยกเลิกแล้วล่ะ”
“บ้าไปแล้ว นี่ฉันออกมาหน้าหมู่บ้านแกแล้วนะ แกน่ะต้องทำยังไงก็ได้เพื่อออกมาหาฉันเพราะตอนนี้ฉันอยู่คอนโดไม่ได้แล้ว” สายไหมพูดรัว ทั้งหงุดหงิดที่ยามหน้าหมู่บ้านเพื่อนรักไม่ให้เข้าหมู่บ้านทั้งๆ ที่คุ้นหน้ากันดี แต่ติดที่ว่ารถของสายไหมไม่ได้เป็นรถที่ใช้ในหมู่บ้านจึงเข้าไปไม่ได้ ทุกครั้งที่มาบ้านกันย์ธาราสายไหมจึงได้แต่รอกันย์ธาราที่หน้าหมู่บ้าน
“ทำไมมาก่อนเวลานัดตั้งสามชั่วโมงล่ะ แล้วแกเป็นอะไรถึงอยู่คอนโดไม่ได้”
“แกจำน้องน้ำหวานรุ่นน้องที่โรงเรียนที่เราเจอตอนงานเลี้ยงรุ่นได้ไหม”
“จำได้ ทำไมเหรอ”
“ก็น้องเค้ามาหาฉันที่คอนโด มาหาเฉยๆ ยังไม่พอยังมาบอกรักแล้วจะปล้ำฉัน ฉันอธิบายว่าไม่ได้เป็นทอมก็ไม่ฟัง ไล่กลับบ้านก็ไม่ฟังและก็อยู่ที่คอนโดไม่ยอมหนี ฉันเลยต้องแอบหนีออกมานี่ไงเล่า พูดมาแล้วยังสยองไม่หาย อึ๋ย” กันย์ธาราหัวเราะก๊ากทันทีที่ได้ยิน
ด้วยบุคลิกอันแสนห้าวของสายไหม ทำให้คนอื่นมองว่าเป็นทอม แค่นั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่การที่ถูกสาวๆ ตามตื๊อนี่หนักกว่าถูกเข้าใจผิดนักเพราะสายไหมไม่ได้เบี่ยงเบนทางเพศ เพื่อนของเธอจึงต้องคอยปฏิเสธไปทุกครั้งจะมีก็แต่น้องน้ำหวานคนเดียวที่ท่าทางจะไม่ยอมเชื่อฟังเพราะตามที่เพื่อนเธอบอกนั้นน้องเค้าคงตื๊อหนักเอาการอยู่ คงรักหลงสายไหมจริงๆ
ก็จะไม่ให้หลงได้อย่างไร ร้อยคนที่เห็นสายไหมก็ฟันธงร้อยคนนั่นแหล่ะว่าสายไหมเป็นทอม หน้าก็ให้นิสัยก็ห้าว แค่เดินกับเธอคนยังหาว่าเป็นคู่ทอมกับดี้เลย เธอยุให้เพื่อนไว้ผมยาวหลายครั้งแล้วแต่สายไหมก็คิดว่าตอนตัดผมสั้นหน้าจะสวยกว่าจึงไม่ยอมไว้ คราวนี้แหล่ะเลยได้เป็นเหตุเลย
“แกก็รับรักน้องเขาไปสิ น้องเขาน่ารักดีออก” กันย์ธาราแซว
“บ้าน่ะสิ ฟ้าได้ผ่าตาย แต่ถ้าแกสนใจน้องเค้าฉันช่วยได้นะ”
“บ้า ฉันชอบผู้ชายย่ะ แต่แกฉันออกไปไม่ได้จริงๆ นะ พี่กายจะยังอยู่จนกว่าจะมีคนโทรมาตามไปทำเคสฉุกเฉิน แต่ตอนนี้ยังไม่มีเลย งานนี้แห้วแน่ๆ โทษทีนะเพื่อน”
เค้าลางที่พี่เธอจะไปทำงานนั้นยากหน่อยเพราะเขาเป็นหมอเฉพาะทางเรื่องการผ่าตัดหัวใจคนไข้ส่วนใหญ่ที่ทีก็มาตามนัดตอนกลางวันไม่ก็นอกเวลาในตอนค่ำๆ แต่บางครั้งก็อาจจะมีมาตอนดึกบ้างเพราะโรงพยาบาลเปิดศูนย์แพทย์เฉพาะทางเที่ยงคืนจึงต้องไปเข้าเวรแต่ก็แทบไม่มีคนไข้ ต้องฉุกเฉินมากๆ เท่านั้นถึงจะได้ไป เธอเลยรู้ว่าโอกาสที่เธอจะออกเที่ยวนั้นมันเป็นศูนย์
“ไม่ได้นะ ฉันจะไปหาใครเล่า แกลืมไปแล้วเหรอเพื่อนกลุ่มเรามันไปเกาหลีกันน่ะ คอนโดก็กลับไม่ได้ แกจะทิ้งฉันเหรอ”
“ไม่ได้ทิ้งนะ แกก็รู้จักพี่ชายฉันดีนี่นา ขืนออกไปตอนนี้มีหวังได้โดนบีบคอตาย” ได้ยินที่กันย์ธาราพูดจบสายไหมถึงกับถอนใจ นึกดีใจที่ตนเองเกิดมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จึงไม่มีพี่ชายที่มาจู้จี้จุกจิกในชีวิตราวกับแม่อีกคน แถมยังไม่ยอมให้น้องโตอย่างกันย์ธาราเป็น
“ไม่ยากหรอกแก เคสฉุกเฉินจะโทรเข้ามือถือเขาเดี๋ยวนี้แหล่ะ เอาเบอร์พี่ชายแกมา”
“จะดีเหรอ พี่เขาไปแล้วก็รู้ว่าโดนโกหกน่ะสิ”
“โอ๊ย... แล้วฉันจะทำยังไงดีนี่ งั้นฉันนอนหน้าหมู่บ้านแกนี่แหล่ะ กลับคอนโดก็เท่ากับไปให้ยัยดี้ปัญญาอ่อนนั่นข่มขืน ฉันขอตายเอาดาบหน้าตรงนี้ดีกว่า”
“โธ่แกก็ อย่าทำอย่างนั้นสิ ฉันเองก็ภาวนาให้พี่ชายมีเคสเหมือนกันล่ะน่า” กันย์ธาราบอก ไม่รู้จะทำอย่างไร สงสารเพื่อนก็สงสาร กลัวพี่ชายก็กลัว
ระหว่างที่ทั้งคู่ต่างเงียบไปนั้น กันย์ธาราได้ยินเสียงเรียกของพี่ชายมาจากห้องนั่งเล่นจึงพักสายเดินไปหาพี่ชาย
“คุยกับใครเป็นนานสองนาน ผู้ชายรึเปล่า” เขาถามขณะที่เอื้อมมือมาปิดทีวี รายการยังไม่จบนี่นา หรือว่าโรงพยาบาลโทรมาเรียกตัว
“เปล่าค่ะ พี่กายปิดทำไมคะ ยังไม่จบไม่ใช่เหรอ”
“พอดี มีเคสด่วน หมอคนใหม่เขาผ่าตัดคนไข้อีกคนอยู่น่ะ เดี๋ยวพี่จะไปแล้ว เราขึ้นนอนเลยนะ” เขาบอกพลางคว้าเสื้อกาวน์ตัวเก่งเดินออกไป
“ค่า จะรีบเข้านอนเดี๋ยวนี้ล่ะค่า” กันย์ธารารับคำอย่างแข็งขัน
“เจอกันพรุ่งนี้เช้า พี่ไปนะ” เขายิ้มให้นิดหนึ่งก่อนจะเดินออกไปยังลานจอดรถ
“บ๊าย บายค่า ขับรถ ดีๆ นะคะ” เสียงหวานๆ ร้องตามหลังคนตัวโตไป
ทันทีที่ร่างสูงลับสายตา กันย์ธาราก็ยกเลิกพักสายมาคุยกับสายไหมต่ออย่างลิงโลด
“แก พี่ชายฉันไปทำงานแล้ว”
“เยส” เสียงปลายสายร้องตอบกลับมา
“อย่างนั้นฉันแต่งตัว แล้วจะขับรถไปหานะ”
“ได้ๆ งั้นแค่นี้ล่ะ”
พอวางสายจากเพื่อนรักเสร็จ กันย์ธาราก็วิ่งปร๋อขึ้นไปเปลี่ยนชุดบนห้องทันที แทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้ไปผับหรูดั่งที่วางแผนไว้ อันที่จริงกันย์ธาราไม่นิยมเที่ยวกลางคืนสักเท่าไหร่แต่เป้าหมายมันมากกว่านั้น หลังจากที่สืบพบมาว่า ปู่ ศรัญญ์ชัย ชลาลักษณ์ เจ้าชายในดวงใจจะมาที่ผับนี้เพื่อโปรโมตผับ กันย์ธาราจึงวางแผนที่จะไปเจอเต็มที่หวังจะได้เห็นหน้าเขาชัดๆ เพื่อความรักข้างเดียวอันแสนห่อเหี่ยวกันย์ธารายอมลงทุนชวนสายไหมเข้าผับนี้โดยอ้างว่าอยากเที่ยวเป็นให้พอรู้ไว้แค่นั้น สายไหมเองที่เคยไปเที่ยวบ้างก็ยินดีพาไปโดยไม่เอะใจสักนิดหนึ่งเลยว่ากันย์ธาราทำไมถึงเจาะจงผับนี้นัก