ตอน 1

หลัวเซียงเซียงเพิ่งจะฟื้นขึ้นมา นอกจากอาการมึนงงสับสนและปวดศีรษะอย่างแรงแล้วเธอยังถูกความจริงตรงหน้าทำให้ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อพบว่าตัวเองได้เข้ามาอยู่ในนิยายออนไลน์ที่กำลังอ่านค้างอยู่ก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงจนร่างกายถูกทับด้วยแผ่นปูนขนาดใหญ่ที่ถล่มลงมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

ตอนนั้นหลัวเซียงเซียงกำลังนั่งกินบะหมี่รสหมาล่าของโปรดในหอพักนักศึกษาปีสี่ที่มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของปักกิ่ง พร้อมกับนั่งอ่านนิยายอย่างเอาเป็นเอาตาย ยังก่นด่าตัวร้ายที่โง่เง่าวัน ๆ เอาแต่ตามพระเอกจนน่ารำคาญไม่ทันขาดคำตัวเองก็ถูกของแข็งหล่นลงมาทับร่างกายส่วนล่างหลังจากนั้นไม่กี่นาทีที่หลัวเซียงเซียงตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้นเธอก็สติดับวูบไปเสียแล้ว

ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไหร่ในที่สุดหลัวเซียงเซียงก็ตื่นขึ้นมา เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดและตอนนี้ยังอยู่ในความมืดมิดกระทั่งหลังมือของตัวเองยังมองไม่เห็น หลัวเซียงเซียงคิดว่าตัวเองอาจจะตายไปแล้ว จนกระทั่งได้ยินเสียงหนึ่งในหัวดังขึ้นมา

'หลัวเซียงเซียงยังอยู่หรือไม่'

ในความมืดมิดนั้นเธอไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงของใครกันแน่ ชีวิตนี้ถึงบุญกุศลไม่ค่อยได้สร้าง แต่ก็ไม่เคยทำร้ายใครนอกจากนินทาดาราไปวัน ๆ ด้วยเรื่องชั่วช้าเล็ก ๆ นี้คงไม่ถึงขนาดให้เธอตกนรกกระมัง

'ฉันอยู่นี่ คุณเป็นใครเหรอ ฉันตายแล้วใช่หรือเปล่า'

ในที่สุดเธอก็ตอบกลับออกไปด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว

'ยัง ยังไม่ถึงเวลาตาย นายท่านต้องการให้เธอเล่นเกมสักเกมก่อน เธอโชคดีมากที่ต่อไปจะเป็นคนกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง'

'เกมอะไร นายท่านคือใคร แล้วคุณคือใคร ทำไมฉันต้องเล่นเกมด้วย'

เจ้าของน้ำเสียงประหลาดกระแอมเล็กน้อยก่อนจะบอกเธอว่า

'ฉันคือระบบระหว่างจักรวาล มาเป็นไกด์นำทางของเธอ ช่วงนี้นายท่านรู้สึกเบื่อเธอเลยเป็นผู้โชคดีที่ถูกเลือกมาทำให้นายท่านสนุกเสียหน่อย หลัวเซียงเซียงหากเธอสามารถเอาชนะเกมนี้ได้เธอจะมีชีวิตรอดกลับไปเป็นหลัวเซียงเซียงคนเดิม เธอจะได้กลับไปหาเพื่อน กลับไปหาครอบครัวของเธอ แต่หากเธอไม่สามารถพลิกชะตาได้แน่นอนว่าความตายกำลังรอเธออยู่'

หลัวเซียงเซียงยิ่งสงสัย

'คุณหมายความว่ายังไง ฉันไม่เข้าใจอะไรที่คุณพูดสักอย่าง'

เธอมองไปรอบ ๆ ยังพบแต่ความมืดเช่นเคย ดูเหมือนว่าเสียงนี้จะกระจายไปทุกทิศ เขายังพยายามอธิบายเธออย่างใจเย็น

'ตอนนี้เธอถูกดูดมายังอีกจักรวาลหนึ่ง ถ้าเธออยากเอาชีวิตรอดกลับไปเป็นหลัวเซียงเซียงคนเดิม เธอก็แค่เอาตัวรอดให้จนถึงตอนสุดท้าย อย่าให้ถูกฆ่าตายซะก่อน'

หลัวเซียงเซียงยืนงง

'ฉันไม่เข้าใจ อะไรคือเอาชีวิตรอดจนถึงตอนสุดท้าย ใครจะฆ่าฉัน ฉันโดนตึกถล่มลงมาทับ ทำไมยังไม่ตาย แล้วฉันจะต้องเอาชีวิตรอดยังไง'

เสียงคนที่บอกว่าตัวเองเป็นระบบดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

'เรื่องนี้เธอต้องหาทางรอดด้วยตัวเอง จำไว้แค่ว่า หากอยากกลับไปยังโลกเดิมก็ต้องเอาตัวรอดจนถึงตอนสุดท้าย ลาก่อนหลัวเซียงเซียงฉันหวังว่าจะได้พบเธออีกครั้ง และส่งเธอกลับไปยังโลกเดิมด้วยตัวของฉันเอง'

หลัวเซียงเซียงเห็นเงาลางเลือนปรากฎขึ้นตรงหน้า เหมือนเป็นรูปปั้นผู้หญิงใส่ชุดโบราณทาลิปสติกสีแดง ใบหน้ากลมเหมือนแผ่นแป้งจากนั้นสติของเธอก็ดับลงไปอีกครั้ง และเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาหลัวเซียงเซียงยังคิดถึงเรื่องที่ตัวเองพบเจอมา เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองฝ้าเพดานที่ทำจากไม้ด้วยความรู้สึกประหลาดใจ

หลัวเซียงเซียงรู้สึกราวกับศีรษะกำลังจะระเบิด เธอลูบใบหน้าตนเองและหลับตาลง คำพูดที่ยังก้องอยู่ในหัวพวกนั้น คงเป็นแค่ความฝันสินะ ทั้งแผ่นดินถล่มและเสียงประหลาดทั้งหมดคงเป็นแค่ความฝัน ตอนนี้เธอยังอยู่ตรงนี้ และยังมีชีวิต

กระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้หลัวเซียงเซียงต้องลืมตาขึ้นทันใด

"อยากได้ข้าเป็นสามีจนตัวสั่น จนกล้าทำเรื่องหยาบช้าเช่นนี้เลยหรือหลัวเซียงเซียง"

ตอน 2

คำถามกรีดหัวใจพร้อมสายตาเย็นเยียบที่มองมานั้นทำให้หลัวเซียงเซียงถึงกับพูดไม่ออก

'อะไร ใคร สามี อยากได้ ใครกัน'

หลัวเซียงเซียงคิดในใจด้วยความรู้สึกสับสน เธอฝืนความหนักอึ้งของหนังตาแล้วลืมตาจนเต็มหน่วย คิดทบทวนว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แต่เหตุผลเดียวที่เธอคิดออกก็คือ

เมื่อคืนเธออาจจะไปเที่ยวผับกับเพื่อน ๆ แล้วดื่มจนเมา เธอเป็นคนคออ่อนเคยภาพตัดแล้วจำอะไรไม่ได้มาหลายครั้ง ครั้งนี้ก็จำไม่ได้เหมือนทุกครั้งแต่เดี๋ยวเธอก็ต้องจำได้ ในเมื่อมีผู้ชายอยู่ด้วยเรื่องนี้ก็คงเข้าเค้าที่สุด

เอาล่ะ หลัวเซียงเซียงคิดไล่ผู้ชายหน้าตาตื่นคนนี้ออกไปก่อนค่อยทบทวนเรื่องราว อีกอย่างเธอปวดหัวมากจนหัวแทบระเบิดอยู่แล้ว เขานั่งอยู่บนเตียงกับเธอ ท่าทางซื่อ ๆ เหมือนพวกบัณฑิตในยุคโบราณเธอยังเห็นใบหน้าขาว ๆ นวลเนียนไร้รูขุมขนอย่างชัดเจน

เธอยอมรับว่าเขาหล่อไม่ใช่น้อยยังมีผิวพรรณขาวใสสไตล์โอปป้าอย่างที่เพื่อน ๆ เธอชอบนักชอบหนา เอาล่ะเธอเห็นแผงอกเปลือยของเขาแล้วน่าลูบชะมัด ผมของเขายังยาวสลวยเงางามเหมือนเส้นไหมนุ่ม ๆ เป็นไอ้หนุ่มผมยาวที่หล่อน่ากินจนรู้สึกน้ำลายหก

แต่ถึงจะน่ากินแค่ไหน ก็ไม่ใช่สเปกของเธอ แถมยังเป็นผู้ชายปากหมาหน้าตาเย็นชาที่เธอไม่น่าคว้ามาขึ้นเตียง หลัว เซียงเซียงตกใจไม่ใช่น้อยทว่ายังพยายามทำใจให้สงบ ดูจากคำพูดของเขาเธอคงเป็นฝ่ายรุกกระมัง ผู้ชายคนนี้คงไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าถูกลากมาได้ยังไง

"เจ้าคือสตรีอสรพิษที่ทำทุกอย่างแม้ว่าจะไร้ยางอายก็ยังกล้า ข้านับถือยิ่ง"

หลัวเซียงเซียงขมวดคิ้วเพ่งสายตาไปที่เขาทว่าผู้ชายคนนั้นกลับมองเธอด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์เหมือนเธอเป็นขี้กองหนึ่ง เห็นสายตานี้มันเจ็บจี๊ดในใจจนไม่สามารถยอมได้อีกต่อไป

ด้วยความเป็นคนปากไว หลัวเซียงเซียงผุดลุกขึ้นนั่งทันใด แม้จะปวดหัวแต่เธอไม่ยอมถูกด่าเพียงฝ่ายเดียว เธอมองหน้าเขาอย่างท้าทาย

เมื่อคืนไม่รู้มีความสุขหรือเปล่าเพราะเธอจำไม่ได้ แต่เรื่องเซ็กซ์จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากทั้งสองฝ่าย ในเมื่อเธอไม่ได้ใช้ปืนข่มขู่ลากเขามา แน่นอนว่าเธอไม่มีปืนเรื่องแบบนั้นจึงไม่เกิดขึ้น หลัวเซียงเซียงจึงคิดว่าตัวเองไม่ผิด

ยิ่งมองเขาหลัวเซียงเซียงไม่คุ้นหน้าเขาแม้แต่น้อย เธอกับเขาไม่รู้จักกันและด้วยสภาพแบบนี้เธอคิดว่าเธออาจจะเมาจนภาพตัดและคว้าผู้ชายที่ไม่รู้จักขึ้นเตียง ทั้ง ๆ ที่เธอไม่เคยทำเรื่องแบบนี้แต่ก็เค้าลางน่าจะเป็นไปได้

ตอนนี้ตื่นขึ้นมาปวดหัวจะตายอยู่แล้วยังถูกผู้ชายคนหนึ่งมองด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ แล้วยังมาใส่ร้ายเธอว่าอยากได้เขาจนตัวสั่นหลัวเซียงเซียงมีหรือจะยอม เธอยกเหยียดริมฝีปากขึ้นมาสองมือกอดอกมองเขาด้วยสายตาดุร้ายรังเกียจไม่แพ้กัน

"ประทานโทษนะคะคุณหน้าขาว เห็นว่าคงจะเข้าใจผิดกระมัง ฉันหลัวเซียงเซียงหน้าตาดีรูปร่างดียังมีตำแหน่งดาวมหาลัยค้ำคอ แม้จะเมาจนคว้าใครก็ไม่รู้ขึ้นเตียง แต่ก็ไม่อนุญาตให้คุณหมั่นหน้าหมั่นโหนกเหมารวมว่าฉันอยากได้คุณเป็นผัว สเปกของฉันไม่ใช่ผู้ชายขาวตี๋ หน้าตายังกะผู้หญิงแบบนี้ฉันไม่เอาเด็ดขาด บอกให้เอาบุญว่าฉันเป็นสายฝอ ชอบผู้ชายหุ่นล่ำ แมน ๆ กล้ามโต ผมสีทอง ตาสีฟ้าน้ำทะเล ไม่ใช่คนหล่อที่ดูเหมือนจะป่วยตลอดเวลาแบบคุณ เหอะ ขออนุญาตแหวะนะคะ อย่าว่ากัน ระหว่างเรามันก็แค่วันไนท์สแตนด์เหอะ บอกตามตรงฉันนะตื่นขึ้นมาตอนนี้ยังจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ นั่นก็หมายความว่าคุณน่ะไก่อ่อนชะมัด"

หลัวเซียงเซียงพูดจบก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นสมอง แต่ท่าทางของเธอยังเหมือนแมงป่องที่ชูหางพร้อมต่อยคนตลอดเวลา หญิงสาวปรายตามองเขาอย่างดูถูกทั้งรังเกียจพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง

กิริยาท่าทางเช่นนี้ทำเอาหลงเฟยเยี่ยถึงกับพูดไม่ออก เขาคิดว่าหลัวเซียงเซียงจะบีบน้ำตาแสร้งอ่อนแอถูกเขาย่ำยีร้องขอให้เขารับผิดชอบ ทว่านี่คืออะไร

"จะ เจ้าหมายความว่าอย่างไร สิ่งใดคือวันไนท์สแตนด์ สิ่งใดคือไก่อ่อน"

หลัวเซียงเซียงถึงกับพ่นลมหายใจยาว ยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองพร้อมกับหลับตา

"ปัญญาอ่อนหรือเปล่า โอ๊ยนี่ฉันคว้าตัวอะไรมาขึ้นเตียงกันเนี่ย คำพื้น ๆ ก็ไม่เข้าใจ ไก่อ่อนก็คือเรื่องบนเตียงไม่แซ่บ ไม่ได้เรื่อง น่าเบื่อ วันไนท์สแตนด์ก็แค่เรื่องบังเอิญ ได้กันแล้วพวกเราก็ทางใครทางมัน ไม่ต้องมารับผิดชอบกันต่างคนต่างไปยังไงล่ะ หมดเรื่องแล้วคุณจะไปไหนก็ไปไป๊ ชิ้ว ๆ"

หลัวเซียงเซียงคิดว่าตัวเองต้องรีบออกจากโรงแรมนี้ให้เร็วที่สุด ผู้ชายคนนี้ท่าทางบื้อ ๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรหรือเขาจะปัญญาอ่อน ถึงจะหล่อแต่ไม่ใช่สเปกก็ทางใครทางมันก็แล้วกัน

หลงเฟยเยี่ยโกรธจนปากสั่น  เขาไม่เคยพบเจอสตรีเช่นนี้มาก่อน ที่สำคัญนางกำลังดูถูกเขาจนเขานั่งไม่ติด คำพูดของนางที่หาว่าเขาปัญญาอ่อนและยังอ่อนหัดนั่นมิเท่ากับว่านางกำลังถ่มน้ำลายรดหน้าเขาอยู่หรือ

ศักดิ์ศรีของเขาต้องมาย่อยยับเพราะนาง ยามนี้หลงเฟยเยี่ยรู้สึกเสียหน้า ยังถูกนางขับไล่ ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้ล้วนเป็นแผนการของนางมิใช่หรือแล้วไยนางจึงแสดงกิริยาเหมือนรังเกียจเขานักหนาเช่นนี้ออกมา

"หลัวเซียงเซียง นี่เจ้ายังเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องตลกหรือ เจ้ามันสตรีร้ายกาจ ทำเรื่องนี้กันแล้วจะปัดความรับผิดชอบได้อย่างไร เจ้าเห็นข้าเป็นบุรุษไร้คุณธรรมเช่นเจ้าหรือ ข้าชินอ๋องหลงเฟยเยี่ยมิใช่คนต่ำช้าเช่นเจ้า"

หลัวเซียงเซียงถอยห่างออกไปพร้อมสายตารังเกียจ นอกจากเขาจะท่าทางปัญญาอ่อนแล้ว คำพูดคำจายังเหมือนเป็นพระเอกที่หลุดออกมาจากโรงงิ้วหรือเขาจะเป็นแมงดา อ๋องเอิ๋งอะไรกัน ท่าทางแบบนี้เขาต้องคิดจับเธอเพื่อปอกลอกแน่ ๆ

น่าตลกชะมัด ไม่มีทางเธอไม่มีทางคบกับผู้ชายหน้าจืดหวังเกาะขาคนสวยอย่างเธอเด็ดขาด และที่สำคัญเธอเป็นแค่นักศึกษาที่ยังขอเงินพ่อแม่อยู่คนหนึ่งจริง ๆ

"ต๊าย พี่ชายหน้าขาวอย่าคิดให้ฉันรับผิดชอบนะ ฉันบอกไว้ก่อนว่าฉันยังเป็นนักศึกษา ไม่มีเงินให้นายถลุง ถึงจะได้กันแล้วก็ใช่ว่าฉันต้องรับผิดชอบนายเสียหน่อย นายกับฉันต่างคนต่างไปเถอะ ตกลงตามนี้อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก"

หลงเฟยเยี่ยอ้าปากค้าง ตาแทบถลน เมื่อได้ยินแน่ชัดว่านางกำลังขับไล่เขา

ระ หรือ ว่าเขาเป็นไก่อ่อนกระทั่งนางผู้นี้คิดดูถูกจริง ๆ หรือว่านางจะมีแผนการอย่างอื่นอีก จากเดิมที่คิดหลบหนีนางให้ไกล ยามนี้หลงเฟยเยี่ยกลับไม่อาจทนไหวที่ถูกนางขับไล่เช่นนี้

"ได้กันแล้วไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกัน หลัวเซียงเซียงนี่เจ้าไยมีความคิดผิดแผกเช่นนี้กัน มีสตรีใดบ้างที่ถูกบุรุษแตะต้องแล้วยินยอมไม่เอาความ เจ้าเพี้ยนไปแล้วหรือ"

หลัวเซียงเซียงถึงกับผายมือ ผู้ชายคนนี้ดื้อชะมัดยาด

"ใช่สิคะ ผิดอะไรอย่ามาหัวโบราณอยู่เลย ใคร ๆ เขาก็ทำกัน เชิญพี่ชายเจ้าค่ะ ไปไกล ๆ เลย ฉันสาบานเลยต่อไปถ้าฉันเห็นคุณฉันจะเดินให้ห่างร้อยเมตรเลยทีเดียว"

ท่าทางเขายังหวาดระแวงไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูด เขาจ้องใบหน้าของเธอด้วยสายตาค่อนข้างสับสน

"เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้าหรือ ในเมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเจ้าที่วางแผนการเอาไว้"

หลัวเซียงเซียงพยักหน้า อยากจะพูดว่าแผนบ้าแผนบออะไรเธอยังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำแต่ไม่อยากเสียเวลาพูดคุยกับเขาให้มากความ

คนปัญญาอ่อนนี่ที่หลุดออกมาจากโรงงิ้วนี่ช่างเข้าใจยากจริง ๆ เธอรู้ตัวว่าเป็นคนสวย แต่คนสวยมีสมองค่ะ ไม่ยอมให้ใครมาเกาะแน่นอน

ในขณะที่หลงเฟยเยี่ยรู้สึกถึงความผิดปกติ หลัวเซียงเซียงผู้นี้ใช่หลัวเซียงเซียงสตรีที่พยายามวิ่งตามเขามาตลอดหลายปีจริง ๆ ใช่หรือไม่ หรือว่านางสติเพี้ยนไปแล้ว

"เอ๊า ไปสิคะ รอไรอยู่"

หลัวเซียงเซียงยังผายมือยกยิ้มรังเกียจปากห่อเข้าหากันเปล่งเสียงชิ้ว ๆ ไม่หยุด ในขณะที่หลงเฟยเยี่ยคิดว่าผิดปกติ นางต้องซ่อนเล่ห์กลอันใดเอาไว้แน่

ที่นี่คือจวนของนางเมื่อคืนมีงานเลี้ยง เดิมทีเขาลอบนัดหมายพบกับญาติผู้พี่ของนางเอาไว้สองคนพบหน้าหลังจากดื่มชาชมแสงจันทร์ด้วยกัน กลับเกิดเรื่องพวกนี้ และเมื่อเขาตื่นขึ้นมายามเช้าก็พบว่าตนเองร่างกายเปลือยเปล่าอยู่กับหลัวเซียงเซียงที่นี่

โทสะบังเกิดจนทำให้เขาอยากสังหารนางให้ตาย คิดว่าตนเองเสียรู้หลัวเซียงเซียงจนได้ กระทั่งนางตื่นขึ้นมาเดิมเขาอยากตอกย้ำนางให้เข้าใจ ไม่ว่าเกิดเรื่องนี้ขึ้นเขาก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจ เขามิได้รักนาง หลัวเซียงเซียงกลับเอ่ยวาจาประหลาด ทั้งยังขับไล่เขาเช่นนี้ หลงเฟยเยี่ยจึงไม่รู้ว่าตนเองควรรู้สึกอย่างไรดี

ทว่าเขายังไม่ทันได้หยิบเสื้อมาแต่งตัว ทั้งยังคิดว่ายังมีเรื่องที่ติดค้างกับนางที่พูดคุยไม่จบ ประตูเรือนก็ถูกเปิดออกหลงเฟยเยี่ยคาดคิดว่าเหตุการณ์นี้ต้องเกิดขึ้นเป็นแน่ เพราะเป็นแผนการที่หลัวเซียงเซียงวางเอาไว้ เขาจึงไม่ได้ประหลาดใจอันใด เพียงแต่เมื่อเห็นสตรีนางหนึ่งซึ่งติดตามมาด้วยทำให้หัวใจของเขาปวดร้าวเป็นอย่างยิ่ง

ในขณะที่หลัวเซียงเซียงเองก็รู้สึกตกใจไม่แพ้กันที่จู่ ๆ คนพวกนี้ก็เปิดประตูเข้ามาโดยที่ไม่ได้เคาะด้วยซ้ำ ผู้ชายแก่หนึ่งคนผู้หญิงสูงอายุหนึ่งคนและยังมีผู้หญิงสาวอีกสามคนติดตามเข้ามาเป็นขบวน

หลัวเซียงเซียงหน้าตึงด้วยความไม่พอใจ โรงแรมนี้มันอะไรกันเนี่ยปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้ามาห้องคนอื่นได้ยังไง และคนพวกนั้นยังแต่งตัวด้วยชุดโบราณเต็มยศ ทั้งผมของผู้หญิงพวกนั้นยังถูกเกล้ามวยประดับด้วยเครื่องประดับงดงาม พร้อมออกงานกันเลยทีเดียว

ผู้ชายชราคนนั้นมีสีหน้าตกใจ แต่หลัวเซียงเซียงเห็นว่าเหมือนเขาจะยิ้มอย่างสมใจมากกว่า ตอนที่เขายกมือขึ้นชี้มาที่ผู้ชายหน้าขาวที่นั่งอยู่ข้างเธอนั้น หน้าหนึ่งเหมือนจะโกรธหน้าหนึ่งเหมือนจะยิ้ม เฮ้ย แสดงไม่เนียนเอาเสียเลย

"ทะ ท่านอ๋อง นี่ท่าน"

นอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก หลัวเซียงเซียงจ้องพวกเขาด้วยสายตาไม่พอใจ คิดอ้าปากด่าคนแต่กลับสะดุดตาในความงามของผู้หญิงคนหนึ่งเข้าเสียก่อน

เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงรูปร่างบอบบาง ใบหน้าสวยสะดุดตาในชุดโบราณพลิ้วไหวสีเขียวอ่อน ทรงผมถูกเกล้ามวยสูงยังประดับด้วยไข่มุกกลางศีรษะยิ่งทำให้หลัวเซียงเซียงตกตะลึง

ทุกคนล้วนมีสีหน้าตกใจทว่าหลัวเซียงเซียงยังพอมองออกว่าสีหน้าตกใจของพวกเขานั้นเหมือนจะเสแสร้ง ยกเว้นผู้หญิงสวย ๆ คนนั้นคนเดียวที่เมื่อมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น หลัวเซียงเซียงกลับเห็นแววตาปวดร้าวยังมีน้ำไหลหยดลงมา กระทั่งท่าทางที่ยกผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตายังดูอ่อนช้อยเหมือนนางเอกงิ้วไม่มีผิด

หลัวเซียงเซียงเข้าใจในทันใดผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นแฟนของผู้ชายคนนี้แน่ ๆ เห็นภาพบาดตาบาดใจแบบนี้แล้วใครจะไม่ร้องไห้กันล่ะ หลัวเซียงเซียงรู้สึกสงสารขึ้นมาทันใด อยากจะบอกพี่สาวคนนั้นว่าผู้ชายอ่ะนะไว้ใจได้ที่ไหนกันล่ะ อย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาด

หลัวเซียงเซียงมองหน้าผู้ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จากนั้นเธอก็หัวเราะออกมาเห็นคนแต่งตัวแบบนี้แล้วทำให้เธอจู่ ๆ ก็รู้สึกอารมณ์ดี อาการปวดหัวดีขึ้นเล็กน้อย เธอดึงผ้าห่มมาคลุมตัวจนมิดโผล่เพียงศีรษะออกมาบอกกับเขาเบา ๆ

"เอาล่ะ พี่ชายทั้งแฟนและคณะงิ้วของคุณคงมาตามตัวแล้ว รีบไปเถอะ เพียงแต่คราวหน้าก็ช่วยมีมารยาทหน่อยนะ ให้พวกเขารออยู่ข้างนอกไม่ต้องบุกเข้ามาถึงในห้องแบบนี้ เฮ้ยพนักงานโรงแรมนี้ก็ไว้ใจไม่ได้เลยจริง ๆ คอยดูเถอะฉันจะร้องเรียนให้เข็ด!"

ตอน 3

หลายวันต่อมา

ในที่สุดหลัวเซียงเซียงก็เข้าใจแล้วว่าตอนนี้ตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน และตอนนี้เธอก็กลายเป็นหลัว เซียงเซียงนางร้ายในนิยายเรื่อง 'ท่านและข้าวาสนาคู่กัน' ไปเรียบร้อย

ฉากนั้นที่นางได้ฟื้นขึ้นมาเป็นฉากที่หลัวเซียงเซียงอ่านยังไม่ถึงเสียด้วย จากคำบอกเล่าของสาวใช้นามหลิงหลิงก็ได้รู้ตัวว่านางร้ายได้วางแผนชั่วเพื่อแย่งพระเอกมาจากนางเอก

ในน้ำชาที่นางเอกมู่ลี่เอ๋อร์นำไปให้ชินอ๋องแฟนของนางดื่มนั้นนางร้ายซึ่งก็คือหลัวเซียงเซียงในตอนนี้ได้ให้สาวใช้วางยานอนหลับโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว แน่นอนว่าพระเอกย่อมไว้ใจนางเอก เขาดื่มน้ำชาจนหมดและสลบไปพร้อม ๆ กัน

ถึงตอนนั้นนางร้ายก็สั่งให้คนแบกร่างของพระเอกไปไว้ที่เรือนเล็กท้ายจวน ที่ตกแต่งไว้เป็นอย่างดีเพื่อเป็นเรือนหอของคนทั้งสองคน ระหว่างที่หลัวเซียงเซียงคิดทำตามแผนนั้น นางเกรงว่าจะไม่สมจริงจึงได้ดื่มสุราไปเป็นจำนวนมากเพื่อให้ตนเองเมามาย ทว่าระหว่างทางที่เดินไปหลัวเซียงเซียงกลับโง่เขลาเดินตกลงไปในบ่อน้ำ กว่าจะมีคนมาพบและช่วยนางเอาไว้ได้นางร้ายก็ได้จมน้ำลงไปแล้ว

คนของนางช่วยนางขึ้นมาจากบ่อได้ จู่ ๆ นางร้ายก็สะดุ้งฟื้นขึ้นมา ยังผลักคนพวกนั้นออกบอกว่าไม่เป็นอะไร ทั้งโวยวายฟังไม่รู้เรื่อง บ่าวรับใช้จึงรีบทำตามแผน พาคุณหนูไปที่เรือนหลังเล็กเปลื้องผ้าของนางกับเสื้อผ้าของชินอ๋องออกแล้วปิดประตูแน่นหนา

หลัวเซียงเซียงใคร่ครวญ นางพอจะจำเหตุการณ์ได้แล้วว่าก่อนที่จะตื่นมาพบตัวเองอยู่กับชินอ๋องนั้น นางเหมือนได้ฟื้นขึ้นมาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นหนาวจนสั่นสะท้านจึงพอจะคาดเดาได้ว่าวิญญาณที่แท้จริงของนางร้ายนั้นคงจะได้สู่ขิตไปแล้ว และตอนนี้ก็เป็นนางที่มาอยู่ในร่างนี้แทน

เอาล่ะทุกอย่างยากแก้ไข ทั้ง ๆ ที่คิดจะหนีห่างทว่ากลับกลายเป็นว่าเรื่องกำลังดำเนินไปเช่นเคย จากสปอยล์ของเพื่อนสาวที่บอกเธอไว้ หลังจากแต่งงานแล้วชินอ๋องจะรับแฟนของเขามาเป็นเมียน้อยและทำให้นางร้ายวางแผนลงมือลอบฆ่าจนถูกจับได้ในที่สุด

หลัวเซียงเซียงคิดว่า การหลีกหนีคู่นี้นั้นง่ายมากนางแค่ต้องทำตัวเสื่อมเสียน่ารังเกียจสักหน่อย หาโอกาสให้ชินอ๋องถอนหมั้นเพราะพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนาง จากนั้นก็ปล่อยให้พระเอกรับนางเอกเข้าจวน ส่วนนางร้ายอย่างนางจะขอแยกตัวออกมาอยู่ห่าง ๆ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาอีก มีชีวิตจนถึงตอนจบให้พวกเขาแต่งงานมีลูกแล้วนางก็จะกลับไปอยู่ในโลกของนางตามเดิม

ฮ่า ฮ่า ฮ่า เรื่องนี้ง่ายยิ่งกว่าง่ายเสียอีก

ถึงยังไงนิยายเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแต่งขึ้นมา ชินอ๋องหลงเฟยเยี่ยไม่ใช่คนในชีวิตจริงของนาง หากเขาจะรังเกียจ หรือนางจะทำตัวเสื่อมเสียก็แล้วอย่างไร

หลัวเซียงเซียงจำต้องเข้าวังด้วยเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นนางก็ไม่ได้พบชินอ๋องอีก วันนี้เมื่อได้พบกันนางจึงได้แต่ยิ้มแหย ๆ ให้เขา

"ท่านอ๋อง ข้ารับรองว่าจะปฏิเสธเด็ดขาด ไม่ต้องห่วงนะ ท่านไม่จำเป็นต้องพูดอะไร"

หลงเฟยเยี่ยใบหน้าแข็งกร้าว มองนางอย่างดูแคลน

"เจ้าคิดแผนร้ายอันใดอีก"

หลัวเซียงเซียงยิ้มสู้

"ท่านอ๋อง โปรดไว้ใจข้าเถิดน่า ข้าบอกแล้วว่าพวกเราไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องนี้อีก หากข้าบอกว่าไม่ต้องการฝ่าบาทมีหรือจะบังคับข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า สบายใจได้เรื่องนี้ข้าลืมไปแล้วจริง ๆ"

ชินอ๋องหลงเฟยเยี่ยใบหน้าบึ้งตึง เขาไม่แยแสสตรีวิปริตผู้นี้ แม้ว่านางจะรูปโฉมงดงามทว่าจิตใจกลับบิดเบี้ยวน่ารังเกียจ เขาจะคอยดูว่าหลัวเซียงเซียงจะทำเช่นใด

หลัวเซียงเซียงมองไปรอบ ๆ ห้องทรงงานของฝ่าบาท จากในนิยายที่อ่านผู้แต่งบรรยายห้องนี้เอาไว้อย่างวิจิตรงดงาม เมื่อหลัวเซียงเซียงได้เห็นกับตาก็ยิ่งรู้สึกตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นครั้งแรกที่เคยเห็นของจริงกับตา จึงทำให้หลัวเซียงเซียงค่อนข้างอยู่ในอาการที่ไม่สงบ

"ท่านอ๋อง นั่นอะไร โอ้โหสวยจริง ๆ"

หลงเฟยเยี่ยไม่ตอบ

"อ้ะ ท่านอ๋อง ท่านว่าอันนั้นทำจากทองคำใช่หรือไม่"

เงียบ

"ท่านอ๋อง นั่นท่านดู ดูเหมือนพู่กันนั่นจะเป็นของหายาก ว้าว สุดยอดเลย ท่านรู้หรือเปล่าว่าทำมาจากอะไร"

เขาหรี่ตามองนางแล้วหันหน้าหนี หลัวเซียงเซียงดึงชายแขนเสื้อกว้างของเขา ยังเอ่ยอย่างสนิทสนม ใช่นางคิดตีซี้กับเขา อย่างน้อยเป็นเพื่อนกันเอาไว้ดีกว่า เพราะเพื่อนคงไม่ลงมือฆ่าเพื่อนได้ง่าย ๆ

"ท่านอ๋อง ดูภาพวาดนั้นสิ ข้าพอมีความรู้อยู่บ้าง หากเอาไปขายในโลกของข้าโอ้โห ไม่ต้องทำมาหากินก็อยู่ได้อย่างสบายไปทั้งชาติ"

อาการอยู่ไม่สงบของหลัวเซียงเซียงทำให้หลงเฟยเยี่ยถึงกับถอนหายใจ เขาเริ่มรู้สึกรำคาญสตรีนางนี้แล้ว

"หนวกหู ไยพูดมากเช่นนี้เจ้าไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน ยามนี้แสดงตัวตนออกมาแล้วไม่เกรงข้าจะไม่ชอบหรือ"

หลัวเซียงเซียงนิ่วหน้าพร้อมกับย่นคิ้ว

"ท่านอ๋อง พวกเราเป็นเพื่อนกันอ่ะ ไม่ใช่สิ เป็นสหายกันแล้ว ข้าคิดว่าไม่จำเป็นต้องโกหก ท่านก็เลิกเครียดเถอะน่า วางใจข้าเถอะข้าจะจัดการเอง"

"ข้าไม่ได้เครียดเช่นเจ้าว่า อีกอย่างข้ามิใช่สหายของเจ้า พวกเราไม่สนิทกันเลยแม้แต่น้อย"

แน่ล่ะ เพราะเขาไม่รู้ว่าเครียดคือสิ่งใด หลัวเซียงเซียงหัวเราะขบขัน นางขยับเข้ามาใกล้แล้วป้องปากกระซิบพูดคุยกับเขาเบา ๆ

"ท่านอ๋อง ข้ากับท่านใกล้ชิดกันปานนั้น ร่างกายของท่านข้าได้สัมผัสได้กอดมาแล้ว ส่วนร่างกายของข้าท่านก็จับมาทั้งหมดแล้ว สนิทยิ่งกว่าคนอื่นอีก เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านก็ใจกว้างกับข้าหน่อยเถอะน่า"

เพราะคำพูดของนางทำให้เขาสำลักน้ำลายและไอออกมา เขากำมือแน่นทั้งสองข้าง หน้าแดงก่ำแล้วแค่นเสียงออกมา

"สตรีไร้ยางอาย"

กิริยาของเขาดูน่ากลัวเป็นอันมาก เหมือนกับว่าตนเองถูกบีบบังคับจนเกิดเรื่องเช่นนี้ ทว่าหลัวเซียงเซียงกลับไม่เกรงกลัว ยังยืดตัวตรงประชันหน้ากับเขาอย่างองอาจ

"ป่านนี้ยังจะคิดอายอะไรอีก เรื่องทั้งหมดก็เกิดขึ้นแล้ว แต่ข้ายืนกรานกับท่านว่าข้าจะไม่แต่งกับท่านโดยเด็ดขาด"

หลงเฟยเยี่ยเกือบจะถามออกไปแล้วว่าเพราะเหตุใด ทว่าเขายั้งปากเอาไว้ทัน มือหนึ่งของหลัวเซียงเซียงยังจับชายแขนเสื้อกว้างของเขาเอาไว้ ยังยืนแนบชิดสนิทกับเขาเช่นนั้นกระทั่งฝ่าบาทและบิดาของนางเข้ามาโดยที่ทั้งสองคนไม่ทันรู้ตัว

คนชราสองคนต่างมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กันและกันด้วยความยินดีกับภาพความใกล้ชิดสนิทสนมนี้

หลงเฟยเยี่ยเป็นหลานชายคนโปรดของฝ่าบาท บิดาชินอ๋องก็คือน้องชายร่วมอุทรที่จากไปเพราะสงครามตั้งแต่หลงเฟยเยี่ยยังเด็กนัก ดังนั้นฝ่าบาทจึงเลี้ยงเขามาประดุจบุตรชายผู้หนึ่ง การคัดเลือกพระชายาให้เขาจึงต้องพิถีพิถันเป็นอย่างยิ่ง

แม้ชื่อเสียงของหลัวเซียงเซียงจะไม่ดี แต่ด้วยอำนาจของบิดาของนาง หลัวเซียงเซียงจึงกลายเป็นตัวเลือกที่สำคัญในครานี้ เป็นหลงเฟยเยี่ยที่เห็นว่าฝ่าบาทเสด็จก่อน เขากระตุกข้อมือของหลัวเซียงเซียงเบา ๆ นางมองเขาด้วยท่าทางงงงวยกระทั่งได้ยินเสียงกระแอมของแม่ทัพหลัว

หลัวเซียงเซียงย่อมให้คนฝึกฝนตนเองก่อนเข้าวัง นางถวายบังคมฝ่าบาทด้วยท่าทางที่ถูกต้อง แม้ว่าจะดูเก้ ๆ กัง ๆ อยู่บ้างฝ่าบาทกลับไม่ถือสา

ฝ่าบาทเองก็ไม่รอช้ารีบเอ่ยถึงเรื่องที่เรียกคนสองคนเข้าเฝ้าทันใด

"เรื่องของพวกเจ้าทั้งสองต้องรีบจัดการ ชื่อเสียงของคุณหนูรองสกุลหลัวเสื่อมเสียเพราะเจ้าแล้ว อย่างไรก็ต้องรับนางมาเป็นพระชายา"

หลงเฟยเยี่ยกำลังจะเอ่ยปากเอ่ยคำ หลัวเซียงเซียงกลับพูดขึ้นเสียก่อน

"กราบทูลฝ่าบาทเพคะ เรื่องทั้งหมดคืนนั้นเป็นความเข้าใจผิด ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ เพคะ หม่อมฉันไม่อยากแต่งกับชินอ๋อง เขาไม่ใช่สเปก เอ๊ย ไม่ใช่คนในแบบที่หม่อมฉันชอบ ขอฝ่าบาทอย่าให้หม่อมฉันแต่งกับเขาเลยนะเพคะ"

เรื่องนี้ทำให้ทุกคนล้วนตกตะลึง หลงเฟยเยี่ยคาดไม่ถึงว่าหลัวเซียงเซียงจะพูดขึ้นมาจริง ๆ ในขณะที่บิดาก็ไม่เข้าใจ เรื่องนี้หลัวเซียงเซียงเป็นคนจัดการด้วยตนเอง ยามนี้ไยจึงปฏิเสธ

ฝ่าบาทกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่พระองค์จะตรัสหลัวเซียงเซียงก็เอ่ยขึ้นมารัวเร็ว

"อีกอย่าง ฝ่าบาทหม่อมฉันมิใช่คนที่ชินอ๋องมีใจให้เสียหน่อย เขารักกับพี่สาวของหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่กล้ายื่นมือเข้าไปแทรกกลาง ฝ่าบาทหากหม่อมฉันทำเช่นนี้ก็มิเท่ากับไร้ศีลธรรมหรือเพคะ"

หลงเฟยเยี่ยหัวเราะในใจ สตรีนางนี้รู้จักคำว่าศีลธรรมด้วยหรือ การกระทำของนางทำให้เขารู้สึกสับสนเป็นอย่างยิ่ง ทว่าฝ่าบาทกลับหัวเราะขบขันคล้ายพึงพอใจ

"แม่ทัพหลัว ท่านดูสิบุตรสาวของท่านช่างกล้าหาญยิ่งนัก ดี เราชอบสตรีเช่นนี้ช่างเป็นคนที่กล้าหาญเช่นบิดาของเจ้าจริง ๆ หลัวเซียงเซียงตำแหน่งพระชายาชินอ๋องเหมาะกับเจ้าเป็นอย่างยิ่ง"

หลัวเซียงเซียงแทบไม่อยากจะเชื่อ ไม่ว่านางจะทำอะไรเลวทรามนอกจากครอบครัวที่สนับสนุนแล้ว ฝ่าบาทคนนี้ยังกระโดดมาร่วมวงเห็นดีเห็นงามด้วย นี่มันนิยายประเภทไหนกันแน่ ในเมื่อนางพูดไม่ออกแล้วฝ่าบาทจึงหันไปตรัสถามชินอ๋อง

"เรื่องวันนั้นมีคนเห็นเป็นจำนวนมาก เล่าขานปากต่อปากออกมานอกจวน ในฐานะหลานชายของเรา เจ้าเห็นควรประการใด"

ชินอ๋องสูดลมหายใจเข้าลึก สตรีนางนั้นพยายามที่จะปฏิเสธเขาคงเพราะรู้จิตใจของฝ่าบาทกระมัง แผนชั่วนั้นย่อมเป็นนางที่ถนัด สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่อาจหลีกหนีพ้น

"หลานทำสิ่งใดลงไปย่อมยอมรับโดยไม่มีข้อโต้แย้งพ่ะย่ะค่ะ"

หลัวเซียงเซียงตะโกนออกมาทันใด

"ท่านอ๋อง ท่านเองก็ไม่ได้รักหม่อมฉัน แล้วท่านจะมาแต่งงานกับหม่อมฉันทำไม คนไร้หัวใจคิดทอดทิ้งพี่สาวหม่อมฉันหรือ"

หลงเฟยเยี่ยหัวเราะเย็น

"เลิกเสแสร้งเสียเถิด อย่างไรเรื่องก็เกิดแล้วในเมื่อได้ตามที่เจ้าต้องการแล้วก็หุบปากเสียที สมรสพระราชทาน ราชโองการฝ่าบาทมิใช่เรื่องที่ผู้ใดจะมาล้อเล่นได้"

"เอาล่ะ ในเมื่อชินอ๋องไม่ขัดข้อง เช่นนั้นเราจะออกราชโองการส่งไปยังจวนของท่านแม่ทัพหลัวในเร็ววัน"

แม่ทัพหลัวยิ้มจนหน้าบาน กล่าวขอบพระทัยฝ่าบาทด้วยความกระตือรือร้น

จู่ ๆ ชินอ๋องกลับยอมรับสมรสพระราชทานโดยง่าย เป็นไปได้อย่างไรท่าทางเขาเหมือนไม่ต้องการแต่งกับนางแม้แต่น้อย

หลัวเซียงเซียงตกตะลึง คิดในใจว่า เดี๋ยวก่อน หากแต่งงานกันก็เท่ากับว่าเส้นเรื่องกำลังดำเนินไปในทิศทางเดิม ถ้าเป็นแบบนี้โอกาสที่นางจะตายก็มีสูงมากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว

ให้ตายเถอะ นี่ฉันจะตายจริง ๆ เหรอเนี่ย ไม่เอา ไม่ยอม ฉันไม่อยากแต่ง ฉันยังไม่อยากตาย

แม้จะทัดทานเพียงใด สมรสพระราชทานก็ยังถูกกำหนดลงมาแต่โดยดี ดูเหมือนว่าแม้หลัวเซียงเซียงจะพยายามถอยหนี แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เบื้องหลังทำให้เธอต้องดำเนินตามเส้นเรื่องที่ผู้แต่งเขียนเอาไว้อยู่ดี

หรือว่าเธอจะไม่สามารถหนีออกจากชะตานี้ได้กัน แต่อย่างไรหลัวเซียงเซียงก็ไม่ยอมแพ้ นางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเบิกบาน

แต่งแล้วอย่างไร แต่งได้ก็หย่าได้ ยามนี้สิ่งที่นางต้องทำคือกลับไปทำดีกับญาติผู้พี่ของตนเอง เพื่อลดความบาดหมางทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นเป็นการกันไว้ดีกว่าแก้จะดีกว่า

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED